๗. สาริปุตฺตตฺเถรวตฺถุ
น พฺราหฺมณสฺสาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สาริปุตฺตตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.
เอกสฺมึ กิร ฐาเน สมฺพหุลา มนุสฺสา ‘‘อโห อมฺหากํ, อยฺโย, ขนฺติพเลน สมนฺนาคโต, อญฺเญสุ อกฺโกสนฺเตสุ วา ปหรนฺเตสุ วา โกปมตฺตมฺปิ นตฺถี’’ติ เถรสฺส คุเณ กถยึสุ. อเถโก มิจฺฉาทิฏฺฐิโก พฺราหฺมโณ ‘‘โก เอส น กุชฺฌตี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อมฺหากํ เถโร’’ติ. ‘‘นํ กุชฺฌาเปนฺโต น ภวิสฺสตี’’ติ? ‘‘นตฺเถตํ, พฺราหฺมณา’’ติ. ‘‘เตน หิ อหํ นํ กุชฺฌาเปสฺสามี’’ติ? ‘‘สเจ สกฺโกสิ, กุชฺฌาเปหี’’ติ. โส ‘‘โหตุ, ชานิสฺสามิสฺส กตฺตพฺพ’’นฺติ เถรํ ภิกฺขาย ปวิฏฺฐํ ทิสฺวา ปจฺฉาภาเคน คนฺตฺวา ปิฏฺฐิมชฺเฌ มหนฺตํ ปาณิปฺปหารมทาสิ. เถโร ‘‘กึ นาเมต’’นฺติ อโนโลเกตฺวาว คโต. พฺราหฺมณสฺส สกลสรีเร ฑาโห อุปฺปชฺชิ. โส ‘‘อโห คุณสมฺปนฺโน, อยฺโย’’ติ เถรสฺส ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา ‘‘ขมถ เม, ภนฺเต’’ติ วตฺวา ‘‘กึ เอต’’นฺติ จ วุตฺเต ‘‘อหํ วีมํสนตฺถาย ตุเมฺห ปหริ’’นฺติ อาห. ‘‘โหตุ ขมามิ เต’’ติ. ‘‘สเจ เม, ภนฺเต, ขมถ, มม เคเหเยว นิสีทิตฺวา ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ เถรสฺส ปตฺตํ คณฺหิ, เถโรปิ ปตฺตํ อทาสิ. พฺราหฺมโณ เถรํ เคหํ เนตฺวา ปริวิสิ.
มนุสฺสา กุชฺฌิตฺวา ‘‘อิมินา อมฺหากํ นิรปราโธ อยฺโย ปหโฏ, ทณฺเฑนปิสฺส โมกฺโข นตฺถิ, เอตฺเถว นํ มาเรสฺสามา’’ติ เลฑฺฑุทณฺฑาทิหตฺถา พฺราหฺมณสฺส เคหทฺวาเร อฏฺฐํสุ. เถโร อุฏฺฐาย คจฺฉนฺโต พฺราหฺมณสฺส หตฺเถ ปตฺตํ อทาสิ. มนุสฺสา ตํ เถเรน สทฺธึ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา, ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ ปตฺตํ คเหตฺวา พฺราหฺมณํ นิวตฺเตถา’’ติ อาหํสุ. กึ เอตํ อุปาสกาติ? พฺราหฺมเณน ตุเมฺห ปหฏา, มยมสฺส กตฺตพฺพํ ชานิสฺสามาติ. กึ ปน ตุเมฺห อิมินา ปหฏา, อุทาหุ อหนฺติ? ตุเมฺห, ภนฺเตติ. ‘‘มํ เอส ปหริตฺวา ขมาเปสิ, คจฺฉถ ตุเมฺห’’ติ มนุสฺเส อุยฺโยเชตฺวา พฺราหฺมณํ นิวตฺตาเปตฺวา เถโร วิหารเมว คโต. ภิกฺขู อุชฺฌายึสุ ‘‘กึ นาเมตํ สาริปุตฺตตฺเถโร เยน พฺราหฺมเณน ปหโฏ, ตสฺเสว เคเห นิสีทิตฺวา ภิกฺขํ คเหตฺวา อาคโต. เถรสฺส ปหฏกาลโต ปฏฺฐาย อิทานิ โส กสฺส ลชฺชิสฺสติ, อวเสเส โปเถนฺโต วิจริสฺสตี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, พฺราหฺมโณ พฺราหฺมณํ ปหรนฺโต นาม นตฺถิ, คิหิพฺราหฺมเณน ปน สมณพฺราหฺมโณ ปหโฏ ภวิสฺสติ, โกโธ นาเมส อนาคามิมคฺเคน สมุคฺฆาตํ คจฺฉตี’’ติ วตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา คาถา อภาสิ –
๓๘๙. ‘‘น พฺราหฺมณสฺส ปหเรยฺย, นาสฺส มุญฺเจถ พฺราหฺมโณ;
ธี พฺราหฺมณสฺส หนฺตารํ, ตโต ธี ยสฺส มุญฺจติ.
๓๙๐. ‘‘น พฺราหฺมณสฺเสตทกิญฺจิ เสยฺโย, ยทา นิเสโธ มนโส ปิเยหิ;
ยโต ยโต หึสมโน นิวตฺตติ, ตโต ตโต สมฺมติเมว ทุกฺข’’นฺติ.
ตตฺถ ปหเรยฺยาติ ‘‘ขีณาสวพฺราหฺมโณหมสฺมี’’ติ ชานนฺโต ขีณาสวสฺส วา อญฺญตรสฺส วา ชาติพฺราหฺมณสฺส น ปหเรยฺย. นาสฺส มุญฺเจถาติ โสปิ ปหโฏ ขีณาสวพฺราหฺมโณ อสฺส ปหริตฺวา ฐิตสฺส เวรํ น มุญฺเจถ, ตสฺมึ โกปํ น กเรยฺยาติ อตฺโถ. ธี พฺราหฺมณสฺสาติ ขีณาสวพฺราหฺมณสฺส หนฺตารํ ครหามิ. ตโต ธีติ โย ปน ตํ ปหรนฺตํ ปฏิปหรนฺโต ตสฺส อุปริ เวรํ มุญฺจติ, ตํ ตโตปิ ครหามิเยว.
เอตทกิญฺจิ เสยฺโยติ ยํ ขีณาสวสฺส อกฺโกสนฺตํ วา อปจฺจกฺโกสนํ, ปหรนฺตํ วา อปฺปฏิปหรณํ, เอตํ ตสฺส ขีณาสวพฺราหฺมณสฺส น กิญฺจิ เสยฺโย, อปฺปมตฺตกํ เสยฺโย น โหติ, อธิมตฺตเมว เสยฺโยติ อตฺโถ. ยทา นิเสโธ มนโส ปิเยหีติ โกธนสฺส หิ โกธุปฺปาโทว มนโส ปิโย นาม. โกโธ หิ ปเนส มาตาปิตูสุปิ พุทฺธาทีสุปิ อปรชฺฌติ. ตสฺมา โย อสฺส เตหิ มนโส นิเสโธ โกธวเสน อุปฺปชฺชมานสฺส จิตฺตสฺส นิคฺคโห, เอตํ น กิญฺจิ เสยฺโยติ อตฺโถ. หึสมโนติ โกธมโน. โส ตสฺส ยโต ยโต วตฺถุโต อนาคามิมคฺเคน สมุคฺฆาตํ คจฺฉนฺโต นิวตฺตติ. ตโต ตโตติ ตโต ตโต วตฺถุโต สกลมฺปิ วฏฺฏทุกฺขํ นิวตฺตติเยวาติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
สาริปุตฺตตฺเถรวตฺถุ สตฺตมํ.