๕. อานนฺทตฺเถรวตฺถุ
ทิวา ตปตีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา มิคารมาตุปาสาเท วิหรนฺโต อานนฺทตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.
ปเสนทิ โกสโล กิร มหาปวารณาย สพฺพาภรณปฏิมณฺฑิโต คนฺธมาลาทีนิ อาทาย วิหารํ อคมาสิ. ตสฺมึ ขเณ กาฬุทายิตฺเถโร ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา ปริสปริยนฺเต นิสินฺโน โหติ, นามเมว ปนสฺเสตํ, สรีรํ สุวณฺณวณฺณํ. ตสฺมึ ปน ขเณ จนฺโท อุคฺคจฺฉติ, สูริโย อตฺถเมติ. อานนฺทตฺเถโร อตฺถเมนฺตสฺส จ สูริยสฺส อุคฺคจฺฉนฺตสฺส จ จนฺทสฺส โอภาสํ โอโลเกนฺโต รญฺโญ สรีโรภาสํ เถรสฺส สรีโรภาสํ ตถาคตสฺส จ สรีโรภาสํ โอโลเกสิ. ตตฺถ สพฺโพภาเส อติกฺกมิตฺวา สตฺถาว วิโรจติ. เถโร สตฺถารํ วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อชฺช มม อิเม โอภาเส โอโลเกนฺตสฺส ตุมฺหากเมว โอภาโส รุจฺจติ. ตุมฺหากญฺหิ สรีรํ สพฺโพภาเส อติกฺกมิตฺวา วิโรจตี’’ติ อาห. อถ นํ สตฺถา, ‘‘อานนฺท, สูริโย นาม ทิวา วิโรจติ, จนฺโท รตฺตึ, ราชา อลงฺกตกาเลเยว, ขีณาสเว คณสงฺคณิกํ ปหาย อนฺโตสมาปตฺติยํเยว วิโรจติ, พุทฺธา ปน รตฺติมฺปิ ทิวาปิ ปญฺจวิเธน เตเชน วิโรจนฺตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๓๘๗. ‘‘ทิวา ตปติ อาทิจฺโจ, รตฺติมาภาติ จนฺทิมา;
สนฺนทฺโธ ขตฺติโย ตปติ, ฌายี ตปติ พฺราหฺมโณ;
อถ สพฺพมโหรตฺตึ, พุทฺโธ ตปติ เตชสา’’ติ.
ตตฺถ ทิวา ตปตีติ ทิวา วิโรจติ, รตฺตึ ปนสฺส คตมคฺโคปิ น ปญฺญายติ. จนฺทิมาติ จนฺโทปิ อพฺภาทีหิ วิมุตฺโต รตฺติเมว วิโรจติ, โน ทิวา. สนฺนทฺโธติ สุวณฺณมณิวิจิตฺเตหิ สพฺพาภรเณหิ ปฏิมณฺฑิโต จตุรงฺคินิยา เสนาย ปริกฺขิตฺโตว ราชา วิโรจติ, น อญฺญาตกเวเสน ฐิโต. ฌายีติ ขีณาสโว ปน คณํ วิโนเทตฺวา ฌายนฺโตว วิโรจติ. เตชสาติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ปน สีลเตเชน ทุสฺสีลฺยเตชํ, คุณเตเชน นิคฺคุณเตชํ, ปญฺญาเตเชน ทุปฺปญฺญเตชํ, ปุญฺญเตเชน อปุญฺญเตชํ, ธมฺมเตเชน อธมฺมเตชํ ปริยาทิยิตฺวา อิมินา ปญฺจวิเธน เตชสา นิจฺจกาลเมว วิโรจตีติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
อานนฺทตฺเถรวตฺถุ ปญฺจมํ.