๓๗. วงฺคีสตฺเถรวตฺถุ

จุตึ โย เวทีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต วงฺคีสตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.

ราชคเห กิเรโก พฺราหฺมโณ วงฺคีโส นาม มตมนุสฺสานํ สีสํ อาโกเฏตฺวา ‘‘อิทํ นิรเย นิพฺพตฺตสฺส สีสํ, อิทํ ติรจฺฉานโยนิยํ, อิทํ เปตฺติวิสเย, อิทํ มนุสฺสโลเก, อิทํ เทวโลเก นิพฺพตฺตสฺส สีส’’นฺติ ชานาติ. พฺราหฺมณา ‘‘สกฺกา อิมํ นิสฺสาย โลกํ ขาทิตุ’’นฺติ จินฺเตตฺวา ตํ เทฺว รตฺตวตฺถานิ ปริทหาเปตฺวา อาทาย ชนปทํ จรนฺตา มนุสฺเส วทนฺติ ‘‘เอโส วงฺคีโส นาม พฺราหฺมโณ มตมนุสฺสานํ สีสํ อาโกเฏตฺวา นิพฺพตฺตฏฺฐานํ ชานาติ, อตฺตโน ญาตกานํ นิพฺพตฺตฏฺฐานํ ปุจฺฉถา’’ติ. มนุสฺสา ยถาพลํ ทสปิ กหาปเณ วีสติปิ สตมฺปิ ทตฺวา ญาตกานํ นิพฺพตฺตฏฺฐานํ ปุจฺฉนฺติ. เต อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ ปตฺวา เชตวนสฺส อวิทูเร นิวาสํ คณฺหึสุ. เต ภุตฺตปาตราสา มหาชนํ คนฺธมาลาทิหตฺถํ ธมฺมสฺสวนาย คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘กหํ คจฺฉถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘วิหารํ ธมฺมสฺสวนายา’’ติ วุตฺเต ‘‘ตตฺถ คนฺตฺวา กึ กริสฺสถ, อมฺหากํ วงฺคีสพฺราหฺมเณน สทิโส นาม นตฺถิ, มตมนุสฺสานํ สีสํ อาโกเฏตฺวา นิพฺพตฺตฏฺฐานํ ชานาติ, ญาตกานํ นิพฺพตฺตฏฺฐานํ ปุจฺฉถา’’ติ อาหํสุ. เต ‘‘วงฺคีโส กึ ชานาติ, อมฺหากํ สตฺถารา สทิโส นาม นตฺถี’’ติ วตฺวา อิตเรหิปิ ‘‘วงฺคีสสทิโส นตฺถี’’ติ วุตฺเต กถํ วฑฺเฒตฺวา ‘‘เอถ, ทานิ โว วงฺคีสสฺส วา อมฺหากํ วา สตฺถุ ชานนภาวํ ชานิสฺสามา’’ติ เต อาทาย วิหารํ อคมํสุ. สตฺถา เตสํ อาคมนภาวํ ญตฺวา นิรเย ติรจฺฉานโยนิยํ มนุสฺสโลเก เทวโลเกติ จตูสุ ฐาเนสุ นิพฺพตฺตานํ จตฺตาริ สีสานิ, ขีณาสวสีสญฺจาติ ปญฺจ สีสานิ อาหราเปตฺวา ปฏิปาฏิยา ฐเปตฺวา อาคตกาเล วงฺคีสํ ปุจฺฉิ – ‘‘ตฺวํ กิร สีสํ อาโกเฏตฺวา มตกานํ นิพฺพตฺตฏฺฐานํ ชานาสี’’ติ? ‘‘อาม, ชานามี’’ติ. ‘‘อิทํ กสฺส สีส’’นฺติ? โส ตํ อาโกเฏตฺวา ‘‘นิรเย นิพฺพตฺตสฺสา’’ติ อาห. อถสฺส สตฺถา ‘‘สาธุ สาธู’’ติ สาธุการํ ทตฺวา อิตรานิปิ ตีณิ สีสานิ ปุจฺฉิตฺวา เตน อวิรชฺฌิตฺวา วุตฺตวุตฺตกฺขเณ ตเถว ตสฺส สาธุการํ ทตฺวา ปญฺจมํ สีสํ ทสฺเสตฺวา ‘‘อิทํ กสฺส สีส’’นฺติ ปุจฺฉิ, โส ตมฺปิ อาโกเฏตฺวา นิพฺพตฺตฏฺฐานํ น ชานาติ.

อถ นํ สตฺถา ‘‘กึ, วงฺคีส, น ชานาสี’’ติ วตฺวา, ‘‘อาม, น ชานามี’’ติ วุตฺเต ‘‘อหํ ชานามี’’ติ อาห. อถ นํ วงฺคีโส ยาจิ ‘‘เทถ เม อิมํ มนฺต’’นฺติ. น สกฺกา อปพฺพชิตสฺส ทาตุนฺติ. โส ‘‘อิมสฺมึ มนฺเต คหิเต สกลชมฺพุทีเป อหํ เชฏฺฐโก ภวิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา เต พฺราหฺมเณ ‘‘ตุเมฺห ตตฺเถว กติปาหํ วสถ, อหํ ปพฺพชิสฺสามี’’ติ อุยฺโยเชตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ลทฺธูปสมฺปโท วงฺคีสตฺเถโร นาม อโหสิ. อถสฺส สตฺถา ทฺวตฺตึสาการกมฺมฏฺฐานํ ทตฺวา ‘‘มนฺตสฺส ปริกมฺมํ สชฺฌายาหี’’ติ อาห. โส ตํ สชฺฌายนฺโต อนฺตรนฺตรา พฺราหฺมเณหิ ‘‘คหิโต เต มนฺโต’’ติ ปุจฺฉิยมาโน ‘‘อาคเมถ ตาว, คณฺหามี’’ติ วตฺวา กติปาเหเนว อรหตฺตํ ปตฺวา ปุน พฺราหฺมเณหิ ปุฏฺโฐ ‘‘อภพฺโพ ทานาหํ, อาวุโส, คนฺตุ’’นฺติ อาห. ตํ สุตฺวา ภิกฺขู ‘‘อยํ, ภนฺเต, อภูเตน อญฺญํ พฺยากโรตี’’ติ สตฺถุ อาโรเจสุํ. สตฺถา ‘‘มา, ภิกฺขเว, เอวํ อวจุตฺถ, อิทานิ, ภิกฺขเว, มม ปุตฺโต จุติปฏิสนฺธิกุสโล ชาโต’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –

๔๑๙. ‘‘จุตึ โย เวทิ สตฺตานํ, อุปปตฺติญฺจ สพฺพโส;

อสตฺตํ สุคตํ พุทฺธํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

๔๒๐. ‘‘ยสฺส คตึ น ชานนฺติ, เทวา คนฺธพฺพมานุสา;

ขีณาสวํ อรหนฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ.

ตตฺถ โย เวทีติ โย สตฺตานํ สพฺพากาเรน จุติญฺจ ปฏิสนฺธิญฺจ ปากฏํ กตฺวา ชานาติ, ตมหํ อลคฺคตาย อสตฺตํ, ปฏิปตฺติยา สุฏฺฐุ คตตฺตา สุคตํ, จตุนฺนํ สจฺจานํ พุทฺธตาย พุทฺธํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ. ยสฺสาติ ยสฺเสเต เทวาทโย คตึ น ชานนฺติ, ตมหํ อาสวานํ ขีณตาย ขีณาสวํ, กิเลเสหิ อารกตฺตา อรหนฺตํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

วงฺคีสตฺเถรวตฺถุ สตฺตตึสติมํ.