๓๐. จนฺทาภตฺเถรวตฺถุ
จนฺทํ วาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต จนฺทาภตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.
ตตฺรายํ อนุปุพฺพี กถา – อตีเต เอโก พาราณสิวาสี วาณิโช ‘‘ปจฺจนฺตํ คนฺตฺวา จนฺทนํ อาหริสฺสามี’’ติ พหูนิ วตฺถาภรณาทีนิ คเหตฺวา ปญฺจหิ สกฏสเตหิ ปจฺจนฺตํ คนฺตฺวา คามทฺวาเร นิวาสํ คเหตฺวา อฏวิยํ โคปาลทารเก ปุจฺฉิ – ‘‘อิมสฺมึ คาเม ปพฺพตปาทกมฺมิโก โกจิ มนุสฺโส อตฺถี’’ติ? ‘‘อาม, อตฺถี’’ติ. ‘‘โก นาเมโส’’ติ? ‘‘อสุโก นามา’’ติ. ‘‘ภริยาย ปนสฺส ปุตฺตานํ วา กึนาม’’นฺติ? ‘‘อิทญฺจิทญฺจา’’ติ. ‘‘กหํ ปนสฺส ฐาเน เคห’’นฺติ? ‘‘อสุกฏฺฐาเน นามา’’ติ. โส เตหิ ทินฺนสญฺญาย สุขยานเก นิสีทิตฺวา ตสฺส เคหทฺวารํ คนฺตฺวา ยานา โอรุยฺห เคหํ ปวิสิตฺวา ‘‘อสุกนาเม’’ติ ตํ อิตฺถึ ปกฺโกสิ. สา ‘‘เอโก โน ญาตโก ภวิสฺสตี’’ติ เวเคนาคนฺตฺวา อาสนํ ปญฺญาเปสิ. โส ตตฺถ นิสีทิตฺวา นามํ วตฺวา ‘‘มม สหาโย กห’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘อรญฺญํ คโต, สามี’’ติ. ‘‘มม ปุตฺโต อสุโก นาม, มม ธีตา อสุกา นาม กห’’นฺติ สพฺเพสํ นามํ กิตฺเตนฺโตว ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมานิ เนสํ วตฺถาภรณานิ ทเทยฺยาสิ, สหายสฺสาปิ เม อฏวิโต อาคตกาเล อิทํ วตฺถาภรณํ ทเทยฺยาสี’’ติ อทาสิ. สา ตสฺส อุฬารํ สกฺการํ กตฺวา สามิกสฺส อาคตกาเล ‘‘สามิ, อิมินา อาคตกาลโต ปฏฺฐาย สพฺเพสํ นามํ วตฺวา อิทญฺจิทญฺจ ทินฺน’’นฺติ อาห. โสปิสฺส กตฺตพฺพยุตฺตกํ กริ.
อถ นํ สายํ สยเน นิสินฺโน ปุจฺฉิ – ‘‘สมฺม, ปพฺพตปาเท จรนฺเตน เต กึ พหุํ ทิฏฺฐปุพฺพ’’นฺติ? ‘‘อญฺญํ น ปสฺสามิ, รตฺตสาขา ปน เม พหู รุกฺขา ทิฏฺฐา’’ติ. ‘‘พหู รุกฺขา’’ติ? ‘‘อาม, พหู’’ติ. เตน หิ เต อมฺหากํ ทสฺเสหีติ เตน สทฺธึ คนฺตฺวา รตฺตจนฺทนรุกฺเข ฉินฺทิตฺวา ปญฺจ สกฏสตานิ ปูเรตฺวา อาคจฺฉนฺโต ตํ อาห – ‘‘สมฺม, พาราณสิยํ อสุกฏฺฐาเน นาม มม เคหํ, กาเลน กาลํ มม สนฺติกํ อาคจฺเฉยฺยาสิ, อญฺเญน จ เม ปณฺณากาเรน อตฺโถ นตฺถิ, รตฺตสาขรุกฺเข เอว อาหเรยฺยาสี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ วตฺวา กาเลน กาลํ ตสฺส สนฺติกํ อาคจฺฉนฺโต รตฺตจนฺทนเมว อาหรติ, โสปิสฺส พหุธนํ เทติ.
ตโต อปเรน สมเยน ปรินิพฺพุเต กสฺสปทสพเล ปติฏฺฐิเต กญฺจนถูเป โส ปุริโส พหุํ จนฺทนํ อาทาย พาราณสึ อคมาสิ. อถสฺส โส สหายโก วาณิโช พหุํ จนฺทนํ ปิสาเปตฺวา ปาตึ ปูเรตฺวา ‘‘เอหิ, สมฺม, ยาว ภตฺตํ ปจติ, ตาว เจติยกรณฏฺฐานํ คนฺตฺวา อาคมิสฺสามา’’ติ ตํ อาทาย ตตฺถ คนฺตฺวา จนฺทนปูชํ อกาสิ. โสปิสฺส ปจฺจนฺตวาสี สหายโก เจติยกุจฺฉิยํ จนฺทเนน จนฺทมณฺฑลํ อกาสิ. เอตฺตกเมวสฺส ปุพฺพกมฺมํ.
โส ตโต จุโต เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา เอกํ พุทฺธนฺตรํ ตตฺถ เขเปตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคหนคเร พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ. ตสฺส นาภิมณฺฑลโต จนฺทมณฺฑลสทิสา ปภา อุฏฺฐหิ, เตนสฺส จนฺทาโภเตฺวว นามํ กรึสุ. เจติเย กิรสฺส จนฺทมณฺฑลกรณนิสฺสนฺโท เอส. พฺราหฺมณา จินฺตยึสุ – ‘‘สกฺกา อเมฺหหิ อิมํ คเหตฺวา โลกํ ขาทิตุ’’นฺติ. ตํ ยาเน นิสีทาเปตฺวา ‘‘โย อิมสฺส สรีรํ หตฺเถน ปรามสติ, โส เอวรูปํ นาม อิสฺสริยสมฺปตฺตึ ลภตี’’ติ วตฺวา วิจรึสุ. สตํ วา สหสฺสํ วา ททมานา เอว ตสฺส สรีรํ หตฺเถน ผุสิตุํ ลภนฺติ. เต เอวํ อนุวิจรนฺตา สาวตฺถึ อนุปฺปตฺตา นครสฺส จ วิหารสฺส จ อนฺตรา นิวาสํ คณฺหึสุ. สาวตฺถิยมฺปิ ปญฺจโกฏิมตฺตา อริยสาวกา ปุเรภตฺตํ ทานํ ทตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ คนฺธมาลวตฺถเภสชฺชาทิหตฺถา ธมฺมสฺสวนาย คจฺฉนฺติ. พฺราหฺมณา เต ทิสฺวา ‘‘กหํ คจฺฉถา’’ติ ปุจฺฉึสุ. สตฺถุ สนฺติกํ ธมฺมสฺสวนายาติ. เอถ ตตฺถ คนฺตฺวา กึ กริสฺสถ, อมฺหากํ จนฺทาภสฺส พฺราหฺมณสฺส อานุภาวสทิโส อานุภาโว นตฺถิ. เอตสฺส หิ สรีรํ ผุสนฺตา อิทํ นาม ลภนฺติ, เอถ ปสฺสถ นนฺติ. ตุมฺหากํ จนฺทาภสฺส พฺราหฺมณสฺส โก อานุภาโว นาม, อมฺหากํ สตฺถาเยว มหานุภาโวติ. เต อญฺญมญฺญํ สญฺญาเปตุํ อสกฺโกนฺตา ‘‘วิหารํ คนฺตฺวา จนฺทาภสฺส วา อมฺหากํ วา สตฺถุ อานุภาวํ ชานิสฺสามา’’ติ ตํ คเหตฺวา วิหารํ อคมํสุ.
สตฺถา ตสฺมึ อตฺตโน สนฺติกํ อุปสงฺกมนฺเตเยว จนฺทาภาย อนฺตรธานํ อกาสิ. โส สตฺถุ สนฺติเก องฺคารปจฺฉิยํ กาโก วิย อโหสิ. อถ นํ เอกมนฺตํ นยึสุ, อาภา ปฏิปากติกา อโหสิ. ปุน สตฺถุ สนฺติกํ อานยึสุ, อาภา ตเถว อนฺตรธายิ. เอวํ ติกฺขตฺตุํ คนฺตฺวา อนฺตรธายมานํ อาภํ ทิสฺวา จนฺทาโภ จินฺเตสิ – ‘‘อยํ อาภาย อนฺตรธานมนฺตํ ชานาติ มญฺเญ’’ติ. โส สตฺถารํ ปุจฺฉิ – ‘‘กึ นุ โข อาภาย อนฺตรธานมนฺตํ ชานาถา’’ติ? อาม, ชานามีติ. เตน หิ เม เทถาติ. น สกฺกา อปพฺพชิตสฺส ทาตุนฺติ. โส พฺราหฺมเณ อาห – ‘‘เอตสฺมึ มนฺเต คหิเต อหํ สกลชมฺพุทีเป เชฏฺฐโก ภวิสฺสามิ, ตุเมฺห เอตฺเถว โหถ, อหํ ปพฺพชิตฺวา กติปาเหเนว มนฺตํ คณฺหิสฺสามี’’ติ. โส สตฺถารํ ปพฺพชฺชํ ยาจิตฺวา อุปสมฺปชฺชิ. อถสฺส ทฺวตฺตึสาการํ อาจิกฺขิ. โส ‘‘กึ อิท’’นฺติ ปุจฺฉิ. อิทํ มนฺตสฺส ปริกมฺมํ สชฺฌายิตุํ วฏฺฏตีติ. พฺราหฺมณาปิ อนฺตรนฺตรา อาคนฺตฺวา ‘‘คหิโต เต มนฺโต’’ติ ปุจฺฉนฺติ. น ตาว คณฺหามีติ. โส กติปาเหเนว อรหตฺตํ ปตฺวา พฺราหฺมเณหิ อาคนฺตฺวา ปุจฺฉิตกาเล ‘‘ยาถ ตุเมฺห, อิทานาหํ อนาคมนธมฺโม ชาโต’’ติ อาห. ภิกฺขู ตถาคตสฺส อาโรเจสุํ – ‘‘อยํ, ภนฺเต, อภูตํ วตฺวา อญฺญํ พฺยากโรตี’’ติ. สตฺถา ‘‘ขีณาสโว อิทานิ, ภิกฺขเว, มม ปุตฺโต จนฺทาโภ, ภูตเมเวส กเถตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๔๑๓. ‘‘จนฺทํว วิมลํ สุทฺธํ, วิปฺปสนฺนมนาวิลํ;
นนฺทีภวปริกฺขีณํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ.
ตตฺถ วิมลนฺติ อพฺภาทิมลรหิตํ. สุทฺธนฺติ นิรุปกฺกิเลสํ. วิปฺปสนฺนนฺติ ปสนฺนจิตฺตํ. อนาวิลนฺติ กิเลสาวิลตฺตรหิตํ. นนฺทีภวปริกฺขีณนฺติ ตีสุ ภเวสุ ปริกฺขีณตณฺหํ ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
จนฺทาภตฺเถรวตฺถุ ตึสติมํ.