๑๗. สาริปุตฺตตฺเถรวตฺถุ
อกฺโกธนนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต สาริปุตฺตตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.
ตทา กิร เถโร ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ ปิณฺฑาย จรนฺโต นาลกคาเม มาตุ ฆรทฺวารํ อคมาสิ. อถ นํ สา นิสีทาเปตฺวา ปริวิสมานา อกฺโกสิ – ‘‘อมฺโภ, อุจฺฉิฏฺฐขาทก อุจฺฉิฏฺฐกญฺชิยํ อลภิตฺวา ปรฆเรสุ อุฬุงฺกปิฏฺเฐน ฆฏฺฏิตกญฺชิยํ ปริภุญฺชิตุํ อสีติโกฏิธนํ ปหาย ปพฺพชิโตสิ, นาสิตมฺหา ตยา, ภุญฺชาหิ ทานี’’ติ. ภิกฺขูนมฺปิ ภตฺตํ ททมานา ‘‘ตุเมฺหหิ มม ปุตฺโต อตฺตโน จูฬุปฏฺฐาโก กโต, อิทานิ ภุญฺชถา’’ติ วเทติ. เถโร ภิกฺขํ คเหตฺวา วิหารเมว อคมาสิ. อถายสฺมา ราหุโล สตฺถารํ ปิณฺฑปาเตน อาปุจฺฉิ. อถ นํ สตฺถา อาห – ‘‘ราหุล, กหํ คมิตฺถา’’ติ? ‘‘อยฺยิกาย คามํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ ปน เต อยฺยิกาย อุปชฺฌาโย วุตฺโต’’ติ? ‘‘อยฺยิกาย เม, ภนฺเต, อุปชฺฌาโย อกฺกุฏฺโฐ’’ติ. ‘‘กินฺติ วตฺวา’’ติ? ‘‘อิทํ นาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อุปชฺฌาเยน ปน เต กึ วุตฺต’’นฺติ? ‘‘น กิญฺจิ, ภนฺเต’’ติ. ตํ สุตฺวา ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ, ‘‘อาวุโส, อจฺฉริยา วต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส คุณา, เอวํนามสฺส มาตริ อกฺโกสนฺติยา โกธมตฺตมฺปิ นาโหสี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, ขีณาสวา นาม อกฺโกธนาว โหนฺตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๔๐๐. ‘‘อกฺโกธนํ วตวนฺตํ, สีลวนฺตํ อนุสฺสทํ;
ทนฺตํ อนฺติมสารีรํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ.
ตตฺถ วตวนฺตนฺติ ธุตวเตน, สมนฺนาคตํ จตุปาริสุทฺธิสีเลน สีลวนฺตํ, ตณฺหาอุสฺสทาภาเวน อนุสฺสทํ , ฉฬินฺทฺริยทมเนน ทนฺตํ, โกฏิยํ ฐิเตน อตฺตภาเวน อนฺติมสรีรํ ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
สาริปุตฺตตฺเถรวตฺถุ สตฺตรสมํ.