๑. ปญฺจภิกฺขุวตฺถุ

จกฺขุนา สํวโรติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปญฺจ ภิกฺขู อารพฺภ กเถสิ.

เตสุ กิร เอเกโก จกฺขุทฺวาราทีสุ ปญฺจสุ ทฺวาเรสุ เอเกกเมว รกฺขิ. อเถกทิวสํ สนฺนิปติตฺวา ‘‘อหํ ทุรกฺขํ รกฺขามิ, อหํ ทุรกฺขํ รกฺขามี’’ติ วิวทิตฺวา ‘‘สตฺถารํ ปุจฺฉิตฺวา อิมมตฺถํ ชานิสฺสามา’’ติ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, มยํ จกฺขุทฺวาราทีนิ รกฺขนฺตา อตฺตโน อตฺตโน รกฺขนทฺวารเมว ทุรกฺขนฺติ มญฺญาม, โก นุ โข อเมฺหสุ ทุรกฺขํ รกฺขตี’’ติ ปุจฺฉึสุ. สตฺถา เอกํ ภิกฺขุมฺปิ อโนสาเทตฺวา, ‘‘ภิกฺขเว, สพฺพานิ เปตานิ ทุรกฺขาเนว, อปิ จ โข ปน ตุเมฺห น อิทาเนว ปญฺจสุ ฐาเนสุ อสํวุตา, ปุพฺเพปิ อสํวุตา, อสํวุตตฺตาเยว จ ปณฺฑิตานํ โอวาเท อวตฺติตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาปุณิตฺถา’’ติ วตฺวา ‘‘กทา, ภนฺเต’’ติ เตหิ ยาจิโต อตีเต ตกฺกสิลชาตกสฺส วตฺถุํ วิตฺถาเรตฺวา รกฺขสีนํ วเสน ราชกุเล ชีวิตกฺขยํ ปตฺเต ปตฺตาภิเสเกน มหาสตฺเตน เสตจฺฉตฺตสฺส เหฏฺฐา ราชาสเน นิสินฺเนน อตฺตโน สิริสมฺปตฺตึ โอโลเกตฺวา ‘‘วีริยํ นาเมตํ สตฺเตหิ กตฺตพฺพเมวา’’ติ อุทานวเสน อุทานิตํ –

‘‘กุสลูปเทเส ธิติยา ทฬฺหาย จ,

อนิวตฺติตตฺตาภยภีรุตาย จ;

น รกฺขสีนํ วสมาคมิมฺหเส,

ส โสตฺถิภาโว มหตา ภเยน เม’’ติ. (ชา. ๑.๑.๑๓๒) –

อิมํ คาถํ ทสฺเสตฺวา ‘‘ตทาปิ ตุเมฺหว ปญฺจ ชนา ตกฺกสิลายํ รชฺชคหณตฺถาย นิกฺขนฺตํ มหาสตฺตํ อาวุธหตฺถา ปริวาเรตฺวา มคฺคํ คจฺฉนฺตา อนฺตรามคฺเค รกฺขสีหิ จกฺขุทฺวาราทิวเสน อุปนีเตสุ รูปารมฺมณาทีสุ อสํวุตา ปณฺฑิตสฺส โอวาเท อวตฺติตฺวา โอลียนฺตา รกฺขสีหิ ขาทิตา ชีวิตกฺขยํ ปาปุณิตฺถ. เตสุ ปน อารมฺมเณสุ สุสํวุโต ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธนฺตึ เทววณฺณึ ยกฺขินึ อนาทิยิตฺวา โสตฺถินา ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา รชฺชํ ปตฺโต ราชา อหเมวา’’ติ ชาตกํ สโมธาเนตฺวา, ‘‘ภิกฺขเว, ภิกฺขุนา นาม สพฺพานิ ทฺวารานิ สํวริตพฺพานิ. เอตานิ หิ สํวรนฺโต เอว สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ วตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา คาถา อภาสิ –

๓๖๐. ‘‘จกฺขุนา สํวโร สาธุ, สาธุ โสเตน สํวโร;

ฆาเนน สํวโร สาธุ, สาธุ ชิวฺหาย สํวโร.

๓๖๑. ‘‘กาเยน สํวโร สาธุ, สาธุ วาจาย สํวโร;

มนสา สํวโร สาธุ, สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร;

สพฺพตฺถ สํวุโต ภิกฺขุ, สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ.

ตตฺถ จกฺขุนาติ ยทา หิ ภิกฺขุโน จกฺขุทฺวาเร รูปารมฺมณํ อาปาถมาคจฺฉติ, ตทา อิฏฺฐารมฺมเณ อรชฺชนฺตสฺส อนิฏฺฐารมฺมเณ อทุสฺสนฺตสฺส อสมเปกฺขเนน โมหํ อนุปฺปาเทนฺตสฺส ตสฺมึ ทฺวาเร สํวโร ถกนํ ปิทหนํ คุตฺติ กตา นาม โหติ. ตสฺส โส เอวรูโป จกฺขุนา สํวโร สาธุ. เอส นโย โสตทฺวาราทีสุปิ. จกฺขุทฺวาราทีสุเยว ปน สํวโร วา อสํวโร วา นุปฺปชฺชติ, ปรโต ปน ชวนวีถิยํ เอส ลพฺภติ. ตทา หิ อสํวโร อุปฺปชฺชนฺโต อสฺสทฺธา อกฺขนฺติ โกสชฺชํ มุฏฺฐสจฺจํ อญฺญาณนฺติ อกุสลวีถิยํ อยํ ปญฺจวิโธ ลพฺภติ. สํวโร อุปฺปชฺชนฺโต สทฺธา ขนฺติ วีริยํ สติ ญาณนฺติ กุสลวีถิยํ อยํ ปญฺจวิโธ ลพฺภติ.

กาเยน สํวโรติ เอตฺถ ปน ปสาทกาโยปิ โจปนกาโยปิ ลพฺภติ. อุภยมฺปิ ปเนตํ กายทฺวารเมว. ตตฺถ ปสาททฺวาเร สํวราสํวโร กถิโตว. โจปนทฺวาเรปิ ตํวตฺถุกา ปาณาติปาตอทินฺนาทานกาเมสุมิจฺฉาจารา. เตหิ ปน สทฺธึ อกุสลวีถิยํ อุปฺปชฺชนฺเตหิ ตํ ทฺวารํ อสํวุตํ โหติ, กุสลวีถิยํ อุปฺปชฺชนฺเตหิ ปาณาติปาตาเวรมณิอาทีหิ สํวุตํ. สาธุ วาจายาติ เอตฺถาปิ โจปนวาจาปิ วาจา. ตาย สทฺธึ อุปฺปชฺชนฺเตหิ มุสาวาทาทีหิ ตํ ทฺวารํ อสํวุตํ โหติ, มุสาวาทาเวรมณิอาทีหิ สํวุตํ. มนสา สํวโรติ เอตฺถาปิ ชวนมนโต อญฺเญน มเนน สทฺธึ อภิชฺฌาทโย นตฺถิ. มโนทฺวาเร ปน ชวนกฺขเณ อุปฺปชฺชมาเนหิ อภิชฺฌาทีหิ ตํ ทฺวารํ อสํวุตํ โหติ, อนภิชฺฌาทีหิ สํวุตํ โหติ. สาธุ สพฺพตฺถาติ เตสุ จกฺขุทฺวาราทีสุ สพฺเพสุปิ สํวโร สาธุ. เอตฺตาวตา หิ อฏฺฐ สํวรทฺวารานิ อฏฺฐ จ อสํวรทฺวารานิ กถิตานิ. เตสุ อฏฺฐสุ อสํวรทฺวาเรสุ ฐิโต ภิกฺขุ สกลวฏฺฏมูลกทุกฺขโต น มุจฺจติ, สํวรทฺวาเรสุ ปน ฐิโต สพฺพสฺมาปิ วฏฺฏมูลกทุกฺขา มุจฺจติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สพฺพตฺถ สํวุโต ภิกฺขุ, สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ.

เทสนาวสาเน เต ปญฺจ ภิกฺขู โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ, สมฺปตฺตานมฺปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.

ปญฺจภิกฺขุวตฺถุ ปฐมํ.