๒. หํสฆาตกภิกฺขุวตฺถุ
หตฺถสํยโตติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ หํสฆาตกํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ.
สาวตฺถิวาสิโน กิร เทฺว สหายกา ภิกฺขูสุ ปพฺพชิตฺวา ลทฺธูปสมฺปทา เยภุยฺเยน เอกโต วิจรนฺติ. เต เอกทิวสํ อจิรวตึ คนฺตฺวา นฺหตฺวา อาตเป ตปฺปมานา สารณียกถํ กเถนฺตา อฏฺฐํสุ. ตสฺมึ ขเณ เทฺว หํสา อากาเสน คจฺฉนฺติ. อเถโก ทหรภิกฺขุ สกฺขรํ คเหตฺวา ‘‘เอกสฺส หํสโปตกสฺส อกฺขึ ปหริสฺสามี’’ติ อาห, อิตโร ‘‘น สกฺขิสฺสามี’’ติ อาห. ติฏฺฐตุ อิมสฺมึ ปสฺเส อกฺขิ, ปรปสฺเส อกฺขึ ปหริสฺสามีติ. อิทมฺปิ น สกฺขิสฺสสิเยวาติ. ‘‘เตน หิ อุปธาเรหี’’ติ ทุติยํ สกฺขรํ คเหตฺวา หํสสฺส ปจฺฉาภาเค ขิปิ, หํโส สกฺขรสทฺทํ สุตฺวา นิวตฺติตฺวา โอโลเกสิ. อถ นํ อิตรํ วฏฺฏสกฺขรํ คเหตฺวา ปรปสฺเส อกฺขิมฺหิ ปหริตฺวา โอริมกฺขินา นิกฺขาเมสิ. หํโส วิรวนฺโต ปริวตฺติตฺวา เตสํ ปาทมูเลเยว ปติ. ตตฺถ ตตฺถ ฐิตา ภิกฺขู ทิสฺวา, ‘‘อาวุโส, พุทฺธสาสเน ปพฺพชิตฺวา อนนุจฺฉวิกํ โว กตํ ปาณาติปาตํ กโรนฺเตหี’’ติ วตฺวา เต อาทาย คนฺตฺวา ตถาคตสฺส ทสฺเสสุํ.
สตฺถา ‘‘สจฺจํ กิร ตยา ภิกฺขุ ปาณาติปาโต กโต’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘ภิกฺขุ กสฺมา เอวรูเป นิยฺยานิกสาสเน ปพฺพชิตฺวา เอวมกาสิ, โปราณกปณฺฑิตา อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ อคารมชฺเฌ วสมานา อปฺปมตฺตเกสุปิ ฐาเนสุ กุกฺกุจฺจํ กรึสุ, ตฺวํ ปน เอวรูเป พุทฺธสาสเน ปพฺพชิตฺวา กุกฺกุจฺจมตฺตมฺปิ น อกาสี’’ติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต กุรุรฏฺเฐ อินฺทปตฺตนคเร ธนญฺจเย รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา อนุปุพฺเพน วิญฺญุตํ ปตฺโต ตกฺกสิลายํ สิปฺปานิ อุคฺคเหตฺวา ปิตรา อุปรชฺเช ปติฏฺฐาปิโต อปรภาเค ปิตุ อจฺจเยน รชฺชํ ปตฺวา ทส ราชธมฺเม อโกเปนฺโต กุรุธมฺเม วตฺติตฺถ. กุรุธมฺโม นาม ปญฺจสีลานิ, ตานิ โพธิสตฺโต ปริสุทฺธานิ กตฺวา รกฺขิ. ยถา จ โพธิสตฺโต, เอวมสฺส มาตา อคฺคมเหสี กนิฏฺฐภาตา อุปราชา ปุโรหิโต พฺราหฺมโณ รชฺชุคาหโก อมจฺโจ สารถิ เสฏฺฐิ โทณมาปโก มหามตฺโต โทวาริโก นครโสภินี วณฺณทาสีติ เอวเมเตสุ เอกาทสสุ ชเนสุ กุรุธมฺมํ รกฺขนฺเตสุ กลิงฺครฏฺเฐ ทนฺตปุรนคเร กลิงฺเค รชฺชํ กาเรนฺเต ตสฺมึ รฏฺเฐ เทโว น วสฺสิ. มหาสตฺตสฺส ปน อญฺชนสนฺนิโภ นาม มงฺคลหตฺถี มหาปุญฺโญ โหติ. รฏฺฐวาสิโน ‘‘ตสฺมึ อานีเต เทโว วสฺสิสฺสตี’’ติ สญฺญาย รญฺโญ อาโรจยึสุ. ราชา ตสฺส หตฺถิสฺส อานยนตฺถาย พฺราหฺมเณ ปหิณิ. เต คนฺตฺวา มหาสตฺตํ หตฺถึ ยาจึสุ. สตฺถา เตสํ ยาจนการณํ ทสฺเสตุํ อาห –
‘‘ตว สทฺธญฺจ สีลญฺจ, วิทิตฺวาน ชนาธิป;
วณฺณํ อญฺชนวณฺเณน, กลิงฺคสฺมึ นิมิมฺหเส’’ติ. (ชา. ๑.๓.๗๖) –
อิมํ ติกนิปาเต ชาตกํ กเถสิ. หตฺถิมฺหิ ปน อานีเตปิ เทเว อวสฺสนฺเต ‘‘โส ราชา กุรุธมฺมํ รกฺขติ, เตนสฺส รฏฺเฐ เทโว วสฺสตี’’ติ สญฺญาย ‘‘ยํ โส กุรุธมฺมํ รกฺขติ, ตํ สุวณฺณปฏฺเฏ ลิขิตฺวา อาเนถา’’ติ ปุน กาลิงฺโค พฺราหฺมเณ จ อมจฺเจ จ เปเสสิ. เตสุ คนฺตฺวา ยาจนฺเตสุ ราชานํ อาทึ กตฺวา สพฺเพปิ เต อตฺตโน อตฺตโน สีเลสุ กิญฺจิ กุกฺกุจฺจมตฺตํ กตฺวา ‘‘อปริสุทฺธํ โน สีล’’นฺติ ปฏิกฺขิปิตฺวาปิ ‘‘น เอตฺตาวตา สีลเภโท โหตี’’ติ เตหิ ปุนปฺปุนํ ยาจิตา อตฺตโน อตฺตโน สีลานิ กถยึสุ. กาลิงฺโค สุวณฺณปฏฺเฏ ลิขาเปตฺวา อาภตํ กุรุธมฺมํ ทิสฺวาว สมาทาย สาธุกํ ปูเรสิ. ตสฺส รฏฺเฐ เทโว ปาวสฺสิ, รฏฺฐํ เขมํ สุภิกฺขํ อโหสิ. สตฺถา อิมํ อตีตํ อาหริตฺวา –
‘‘คณิกา อุปฺปลวณฺณา, ปุณฺโณ โทวาริโก ตทา;
รชฺชุคาโห จ กจฺจาโน, โทณมาปโก จ โกลิโต.
‘‘สาริปุตฺโต ตทา เสฏฺฐี, อนุรุทฺโธ จ สารถี;
พฺราหฺมโณ กสฺสโป เถโร, อุปราชานนฺทปณฺฑิโต.
‘‘มเหสี ราหุลมาตา, มายาเทวี ชเนตฺติกา;
กุรุราชา โพธิสตฺโต, เอวํ ธาเรถ ชาตก’’นฺติ. –
ชาตกํ สโมธาเนตฺวา ‘‘ภิกฺขุ เอวํ ปุพฺเพปิ ปณฺฑิตา อปฺปมตฺตเกปิ กุกฺกุจฺเจ อุปฺปนฺเน อตฺตโน สีลเภเท อาสงฺกํ กรึสุ, ตฺวํ ปน มาทิสสฺส พุทฺธสฺส สาสเน ปพฺพชิตฺวา ปาณาติปาตํ กโรนฺโต อติภาริยํ กมฺมมกาสิ, ภิกฺขุนา นาม หตฺเถหิ ปาเทหิ วาจาย จ สํยเตน ภวิตพฺพ’’นฺติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๓๖๒. ‘‘หตฺถสํยโต ปาทสํยโต,
วาจาสํยโต สํยตุตฺตโม;
อชฺฌตฺตรโต สมาหิโต,
เอโก สนฺตุสิโต ตมาหุ ภิกฺขุ’’นฺติ.
ตตฺถ หตฺถสํยโตติ หตฺถกีฬาปนาทีนํ วา หตฺเถน ปเรสํ ปหรณาทีนํ วา อภาเวน หตฺถสํยโต. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. วาจาย ปน มุสาวาทาทีนํ อกรณโต วาจาย สํยโต. สํยตุตฺตโมติ สํยตตฺตภาโว, กายจลนสีสุกฺขิปนภมุกวิการาทีนํ อการโกติ อตฺโถ. อชฺฌตฺตรโตติ โคจรชฺฌตฺตสงฺขาตาย กมฺมฏฺฐานภาวนาย รโต. สมาหิโตติ สุฏฺฐุ ฐปิโต. เอโก สนฺตุสิโตติ เอกวิหารี หุตฺวา สุฏฺฐุ ตุสิโต วิปสฺสนาจารโต ปฏฺฐาย อตฺตโน อธิคเมน ตุฏฺฐมานโส. ปุถุชฺชนกลฺยาณกญฺหิ อาทึ กตฺวา สพฺเพปิ เสขา อตฺตโน อธิคเมน สนฺตุสฺสนฺตีติ สนฺตุสิตา, อรหา ปน เอกนฺตสนฺตุสิโตว. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
หํสฆาตกภิกฺขุวตฺถุ ทุติยํ.