๑๑. อปุตฺตกเสฏฺฐิวตฺถุ
หนนฺติ โภคาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อปุตฺตกเสฏฺฐึ นาม อารพฺภ กเถสิ.
ตสฺส กิร กาลกิริยํ สุตฺวา ราชา ปเสนทิ โกสโล ‘‘อปุตฺตกํ สาปเตยฺยํ กสฺส ปาปุณาตี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘รญฺโญ’’ติ สุตฺวา สตฺตหิ ทิวเสหิ ตสฺส เคหโต ธนํ ราชกุลํ อภิหราเปตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘หนฺท กุโต นุ ตฺวํ, มหาราช, อาคจฺฉสิ ทิวาทิวสฺสา’’ติ วุตฺเต ‘‘อิธ, ภนฺเต, สาวตฺถิยํ เสฏฺฐิ, คหปติ, กาลกโต, ตมหํ อปุตฺตกํ สาปเตยฺยํ ราชนฺเตปุรํ อภิหริตฺวา อาคจฺฉามี’’ติ อาห. สพฺพํ สุตฺเต (สํ. นิ. ๑.๑๓๐) อาคตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
โส กิร สุวณฺณปาติยา นานคฺครสโภชเน อุปนีเต ‘‘เอวรูปํ นาม มนุสฺสา ภุญฺชนฺติ, กึ ตุเมฺห มยา สทฺธึ อิมสฺมึ เคเห เกฬึ กโรถา’’ติ โภชเน อุปฏฺฐิเต เลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ ปหริตฺวา ปลาเปตฺวา ‘‘อิทํ มนุสฺสานํ โภชน’’นฺติ กณาชกํ ภุญฺชติ พิฬงฺคทุติยํ. วตฺถยานฉตฺเตสุปิ มนาเปสุ อุปฏฺฐาปิเตสุ เต มนุสฺเส เลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ ปหรนฺโต ปลาเปตฺวา สาณานิ ธาเรติ, ชชฺชรรถเกน ยาติ ปณฺณฉตฺตเกน ธาริยมาเนนาติ เอวํ รญฺญา อาโรจิเต สตฺถา ตสฺส ปุพฺพกมฺมํ กเถสิ.
ภูตปุพฺพํ โส, มหาราช, เสฏฺฐิ, คหปติ, ตครสิขึ นาม ปจฺเจกพุทฺธํ ปิณฺฑปาเตน ปฏิปาเทสิ. ‘‘เทถ สมณสฺส ปิณฺฑ’’นฺติ วตฺวา โส อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ. ตสฺมึ กิร อสฺสทฺเธ พาเล เอวํ วตฺวา ปกฺกนฺเต ตสฺส ภริยา สทฺธา ปสนฺนา ‘‘จิรสฺสํ วต เม อิมสฺส มุขโต ‘เทหี’ติ วจนํ สุตํ, อชฺช มม มโนรถํ ปูเรนฺตี ปิณฺฑปาตํ ทสฺสามี’’ติ ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปตฺตํ คเหตฺวา ปณีตโภชนสฺส ปูเรตฺวา อทาสิ. โสปิ นิวตฺตมาโน ตํ ทิสฺวา ‘‘กึ, สมณ, กิญฺจิ เต ลทฺธ’’นฺติ ปตฺตํ คเหตฺวา ปณีตปิณฺฑปาตํ ทิสฺวา วิปฺปฏิสารี หุตฺวา เอวํ จินฺเตสิ – ‘‘วรเมตํ ปิณฺฑปาตํ ทาสา วา กมฺมกรา วา ภุญฺเชยฺยุํ. เต หิ อิมํ ภุญฺชิตฺวา มยฺหํ กมฺมํ กริสฺสนฺติ, อยํ ปน คนฺตฺวา ภุญฺชิตฺวา นิทฺทายิสฺสติ, นฏฺโฐ เม โส ปิณฺฑปาโต’’ติ. โส ภาตุ จ ปน เอกปุตฺตกํ สาปเตยฺยสฺส การณา ชีวิตา โวโรเปสิ. โส กิรสฺส องฺคุลึ คเหตฺวา วิจรนฺโต ‘‘อิทํ มยฺหํ ปิตุสนฺตกํ ยานกํ, อยํ ตสฺส โคโณ’’ติอาทีนิ อาห. อถ นํ โส เสฏฺฐิ ‘‘อิทานิ ตาเวส เอวํ วเทติ, อิมสฺส ปน วุฑฺฒิปฺปตฺตกาเล อิมสฺมึ เคเห โภเค โก รกฺขิสฺสตี’’ติ ตํ อรญฺญํ เนตฺวา เอกสฺมึ คจฺฉมูเล คีวาย คเหตฺวา มูลกนฺทํ วิย คีวํ ผาเลตฺวา มาเรตฺวา ตตฺเถว ฉฑฺเฑสิ. อิทมสฺส ปุพฺพกมฺมํ. เตน วุตฺตํ –
‘‘ยํ โข โส, มหาราช, เสฏฺฐิ, คหปติ, ตครสิขึ ปจฺเจกพุทฺธํ ปิณฺฑปาเตน ปฏิปาเทสิ, ตสฺส กมฺมสฺส วิปาเกน สตฺตกฺขตฺตุํ สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชิ, ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสน อิมิสฺสาเยว สาวตฺถิยา สตฺตกฺขตฺตุํ เสฏฺฐิตฺตํ กาเรสิ. ยํ โข โส, มหาราช, เสฏฺฐิ, คหปติ, ทตฺวา ปจฺฉา วิปฺปฏิสารี อโหสิ ‘วรเมตํ ปิณฺฑปาตํ ทาสา วา กมฺมกรา วา ภุญฺเชยฺยุ’นฺติ, ตสฺส กมฺมสฺส วิปาเกน นาสฺสุฬาราย ภตฺตโภคาย จิตฺตํ นมติ, นาสฺสุฬาราย วตฺถโภคาย, นาสฺสุฬาราย ยานโภคาย, นาสฺสุฬารานํ ปญฺจนฺนํ กามคุณานํ โภคาย จิตฺตํ นมติ. ยํ โข โส, มหาราช, เสฏฺฐิ, คหปติ, ภาตุ จ ปน เอกปุตฺตํ สาปเตยฺยสฺส การณา ชีวิตา โวโรเปสิ, ตสฺส กมฺมสฺส วิปาเกน พหูนิ วสฺสสตานิ พหูนิ วสฺสสหสฺสานิ พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ นิรเย ปจฺจิตฺถ, ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสน อิทํ สตฺตมํ อปุตฺตกํ สาปเตยฺยํ ราชโกสํ ปเวเสติ. ตสฺส โข ปน, มหาราช, เสฏฺฐิสฺส คหปติสฺส ปุราณญฺจ ปุญฺญํ ปริกฺขีณํ, นวญฺจ ปุญฺญํ อนุปจิตํ. อชฺช ปน, มหาราช, เสฏฺฐิ, คหปติ, มหาโรรุเว นิรเย ปจฺจตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๓๑).
ราชา สตฺถุ วจนํ สุตฺวา ‘‘อโห, ภนฺเต, ภาริยํ กมฺมํ, เอตฺตเก นาม โภเค วิชฺชมาเน เนว อตฺตนา ปริภุญฺชิ, น ตุมฺหาทิเส พุทฺเธ ธุรวิหาเร วิหรนฺเต ปุญฺญกมฺมํ อกาสี’’ติ อาห. สตฺถา ‘‘เอวเมตํ, มหาราช, ทุมฺเมธปุคฺคลา นาม โภเค ลภิตฺวา นิพฺพานํ น คเวสนฺติ, โภเค นิสฺสาย อุปฺปนฺนตณฺหา ปเนเต ทีฆรตฺตํ หนตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๓๕๕. ‘‘หนนฺติ โภคา ทุมฺเมธํ, โน จ ปารคเวสิโน;
โภคตณฺหาย ทุมฺเมโธ, หนฺติ อญฺเญว อตฺตน’’นฺติ.
ตตฺถ โน จ ปารคเวสิโนติ เย ปน นิพฺพานปารคเวสิโน ปุคฺคลา, น เต โภคา หนนฺติ. อญฺเญว อตฺตนนฺติ โภเค นิสฺสาย อุปฺปนฺนาย ตณฺหาย ทุปฺปญฺโญ ปุคฺคโล ปเร วิย อตฺตานเมว หนตีติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
อปุตฺตกเสฏฺฐิวตฺถุ เอกาทสมํ.