๑๒. องฺกุรวตฺถุ
ติณโทสานีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา ปณฺฑุกมฺพลสิลายํ วิหรนฺโต องฺกุรํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ ‘‘เย ฌานปฺปสุตา ธีรา’’ติ (ธ. ป. ๑๘๑) คาถาย วิตฺถาริตเมว. วุตฺตเญฺหตํ ตตฺถ อินฺทกํ อารพฺภ. โส กิร อนุรุทฺธตฺเถรสฺส อนฺโตคามํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐสฺส อตฺตโน อาภตํ กฏจฺฉุมตฺตกํ ภิกฺขํ ทาเปสิ. ตทสฺส ปุญฺญํ องฺกุเรน ทสวสฺสสหสฺสานิ ทฺวาทสโยชนิกํ อุทฺธนปนฺตึ กตฺวา ทินฺนทานโต มหปฺผลตรํ ชาตํ. ตสฺมา เอวมาห. เอวํ วุตฺเต สตฺถา, ‘‘องฺกุร, ทานํ นาม วิเจยฺย ทาตุํ วฏฺฏติ, เอวํ ตํ สุเขตฺเต สุวุตฺตพีชํ วิย มหปฺผลํ โหติ. ตฺวํ ปน ตถา นากาสิ, เตน เต ทานํ น มหปฺผลํ ชาต’’นฺติ อิมมตฺถํ วิภาเวนฺโต –
‘‘วิเจยฺย ทานํ ทาตพฺพํ, ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ;
วิเจยฺย ทานํ สุคตปฺปสตฺถํ,
เย ทกฺขิเณยฺยา อิธ ชีวโลเก;
เอเตสุ ทินฺนานิ มหปฺผลานิ,
พีชานิ วุตฺตานิ ยถาสุเขตฺเต’’ติ. (เป. ว. ๓๒๙) –
วตฺวา อุตฺตริมฺปิ ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา คาถา อภาสิ –
๓๕๖. ‘‘ติณโทสานิ เขตฺตานิ, ราคโทสา อยํ ปชา;
ตสฺมา หิ วีตราเคสุ, ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ.
๓๕๗. ‘‘ติณโทสานิ เขตฺตานิ, โทสโทสา อยํ ปชา;
ตสฺมา หิ วีตโทเสสุ, ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ.
๓๕๘. ‘‘ติณโทสานิ เขตฺตานิ, โมหโทสา อยํ ปชา;
ตสฺมา หิ วีตโมเหสุ, ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ.
๓๕๙. ‘‘ติณโทสานิ เขตฺตานิ, อิจฺฉาโทสา อยํ ปชา;
ตสฺมา หิ วิคติจฺเฉสุ, ทินฺนํ โหติ มหปฺผล’’นฺติ.
ตตฺถ ติณโทสานีติ สามากาทีนิ ติณานิ อุฏฺฐหนฺตานิ ปุพฺพณฺณาปรณฺณานิ เขตฺตานิ ทูเสนฺติ, เตน ตานิ น พหุผลานิ โหนฺติ. เอวํ สตฺตานมฺปิ อนฺโต ราโค อุปฺปชฺชนฺโต สตฺเต ทูเสติ, เตน เตสุ ทินฺนํ มหปฺผลํ น โหติ. ขีณาสเวสุ ทินฺนํ ปน มหปฺผลํ โหติ. เตน วุตฺตํ –
‘‘ติณโทสานิ เขตฺตานิ, ราคโทสา อยํ ปชา;
ตสฺมา หิ วีตราเคสุ, ทินฺนํ โหติ มหปฺผล’’นฺติ. –
เสสคาถาสุปิ เอเสว นโย.
เทสนาวสาเน องฺกุโร จ อินฺทโก จ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ, สมฺปตฺตานมฺปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.
องฺกุรวตฺถุ ทฺวาทสมํ.
ตณฺหาวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
จตุวีสติโม วคฺโค.