๗. สมฺพหุลภิกฺขุวตฺถุ
สเจ ลเภถาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา ปาลิเลยฺยกํ นิสฺสาย รกฺขิตวนสณฺเฑ วิหรนฺโต สมฺพหุเล ภิกฺขู อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ ยมกวคฺเค ‘‘ปเร จ น วิชานนฺตี’’ติ คาถาวณฺณนาย อาคตเมว. วุตฺตเญฺหตํ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.๕ โกสมฺพกวตฺถุ) –
ตถาคตสฺส ตตฺถ หตฺถินาเคน อุปฏฺฐิยมานสฺส วสนภาโว สกลชมฺพุทีเป ปากโฏ อโหสิ. สาวตฺถินครโต ‘‘อนาถปิณฺฑิโก วิสาขา มหาอุปาสิกา’’ติ เอวมาทีนิ มหากุลานิ อานนฺทตฺเถรสฺส สาสนํ ปหิณึสุ ‘‘สตฺถารํ โน, ภนฺเต, ทสฺเสถา’’ติ. ทิสาวาสิโนปิ ปญฺจสตา ภิกฺขู วุฏฺฐวสฺสา อานนฺทตฺเถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘จิรสฺสุตา โน, อาวุโส อานนฺท, ภควโต สมฺมุขา ธมฺมี กถา, สาธุ มยํ, อาวุโส อานนฺท, ลเภยฺยาม ภควโต สมฺมุขา ธมฺมึ กถํ สวนายา’’ติ ยาจึสุ. เถโร เต ภิกฺขู อาทาย ตตฺถ คนฺตฺวา ‘‘เตมาสํ เอกวิหาริโน ตถาคตสฺส สนฺติกํ เอตฺตเกหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ อุปสงฺกมนํ อยุตฺต’’นฺติ จินฺเตตฺวา เต ภิกฺขู พหิ ฐเปตฺวา เอกโกว สตฺถารํ อุปสงฺกมิ. ปาลิเลยฺยโก ตํ ทิสฺวา ทณฺฑมาทาย ปกฺขนฺทิ. ตํ สตฺถา โอโลเกตฺวา ‘‘อเปหิ, อเปหิ, ปาลิเลยฺยก, มา วารยิ, พุทฺธุปฏฺฐาโก เอโส’’ติ อาห. โส ตตฺเถว ทณฺฑํ ฉฑฺเฑตฺวา ปตฺตจีวรปฏิคฺคหณํ อาปุจฺฉิ. เถโร นาทาสิ. นาโค ‘‘สเจ อุคฺคหิตวตฺโต ภวิสฺสติ, สตฺถุ นิสีทนปาสาณผลเก อตฺตโน ปริกฺขารํ น ฐเปสฺสตี’’ติ จินฺเตสิ. เถโร ปตฺตจีวรํ ภูมิยํ ฐเปสิ. วตฺตสมฺปนฺนา หิ ครูนํ อาสเน วา สยเน วา อตฺตโน ปริกฺขารํ น ฐเปนฺติ.
เถโร สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. สตฺถา ‘‘เอกโกว อาคโตสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ อาคตภาวํ สุตฺวา ‘‘กหํ ปน เต’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ จิตฺตํ อชานนฺโต พหิ ฐเปตฺวา อาคโตมฺหี’’ติ วุตฺเต ‘‘ปกฺโกสาหิ เน’’ติ อาห. เถโร ตถา อกาสิ. สตฺถา เตหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา เตหิ ภิกฺขูหิ, ‘‘ภนฺเต, ภควา พุทฺธสุขุมาโล เจว ขตฺติยสุขุมาโล จ, ตุเมฺหหิ เตมาสํ เอกเกหิ ติฏฺฐนฺเตหิ นิสีทนฺเตหิ จ ทุกฺกรํ กตํ, วตฺตปฏิวตฺตการโกปิ มุโขทกาทิทายโกปิ นาโหสิ มญฺเญ’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, ปาลิเลยฺยกหตฺถินา มม สพฺพกิจฺจานิ กตานิ. เอวรูปญฺหิ สหายํ ลภนฺเตน เอกโกว วสิตุํ ยุตฺตํ, อลภนฺตสฺส เอกจาริกภาโวว เสยฺโย’’ติ วตฺวา นาควคฺเค อิมา คาถา อภาสิ –
๓๒๘. ‘‘สเจ ลเภถ นิปกํ สหายํ,
สทฺธึจรํ สาธุวิหาริ ธีรํ;
อภิภุยฺย สพฺพานิ ปริสฺสยานิ,
จเรยฺย เตนตฺตมโน สตีมา.
๓๒๙. ‘‘โน เจ ลเภถ นิปกํ สหายํ,
สทฺธึจรํ สาธุวิหาริ ธีรํ;
ราชาว รฏฺฐํ วิชิตํ ปหาย,
เอโก จเร มาตงฺครญฺเญว นาโค.
๓๓๐. ‘‘เอกสฺส จริตํ เสยฺโย,
นตฺถิ พาเล สหายตา;
เอโก จเร น จ ปาปานิ กยิรา,
อปฺโปสฺสุกฺโก มาตงฺครญฺเญว นาโค’’ติ.
ตตฺถ นิปกนฺติ เนปกฺกปญฺญาย สมนฺนาคตํ. สาธุวิหาริ ธีรนฺติ ภทฺทกวิหารึ ปณฺฑิตํ. ปริสฺสยานีติ ตาทิสํ เมตฺตาวิหารึ สหายํ ลภนฺโต สีหพฺยคฺฆาทโย ปากฏปริสฺสเย จ ราคภยโทสภยโมหภยาทโย ปฏิจฺฉนฺนปริสฺสเย จาติ สพฺเพว ปริสฺสเย อภิภวิตฺวา เตน สทฺธึ อตฺตมโน อุปฏฺฐิตสตี หุตฺวา จเรยฺย, วิหเรยฺยาติ อตฺโถ.
ราชาว รฏฺฐนฺติ รฏฺฐํ หิตฺวา คโต มหาชนกราชา วิย. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา วิชิตภูมิปเทโส ราชา ‘‘อิทํ รชฺชํ นาม มหนฺตํ ปมาทฏฺฐานํ, กึ เม รชฺเชน การิเตนา’’ติ วิชิตํ รฏฺฐํ ปหาย เอกโกว มหารญฺญํ ปวิสิตฺวา ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา จตูสุ อิริยาปเถสุ เอกโกว จรติ, เอวํ เอกโกว จเรยฺยาติ. มาตงฺครญฺเญว นาโคติ ยถา จ ‘‘อหํ โข อากิณฺโณ วิหรามิ หตฺถีหิ หตฺถินีหิ หตฺถิกฬเภหิ หตฺถิจฺฉาเปหิ, ฉินฺนคฺคานิ เจว ติณานิ ขาทามิ, โอภคฺโคภคฺคญฺจ เม สาขาภงฺคํ ขาทนฺติ, อาวิลานิ จ ปานียานิ ปิวามิ, โอคาหา จ เม อุตฺติณฺณสฺส หตฺถินิโย กายํ อุปนิฆํสนฺติโย คจฺฉนฺติ, ยํนูนาหํ เอกโกว คณมฺหา วูปกฏฺโฐ วิหเรยฺย’’นฺติ (มหาว. ๔๖๗; อุทา. ๓๕) เอวํ ปฏิสญฺจิกฺขิตฺวา คมนโต มาตงฺโคติ ลทฺธนาโม อิมสฺมึ อรญฺเญ อยํ หตฺถินาโค ยูถํ ปหาย สพฺพิริยาปเถสุ เอกโกว สุขํ จรติ, เอวมฺปิ เอโกว จเรยฺยาติ อตฺโถ.
เอกสฺสาติ ปพฺพชิตสฺส หิ ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย เอกีภาวาภิรตสฺส เอกกสฺเสว จริตํ เสยฺโย. นตฺถิ พาเล สหายตาติ จูฬสีลํ มชฺฌิมสีลํ มหาสีลํ ทส กถาวตฺถูนิ เตรส ธุตงฺคคุณานิ วิปสฺสนาญาณํ จตฺตาโร มคฺคา จตฺตาริ ผลานิ ติสฺโส วิชฺชา ฉ อภิญฺญา อมตมหานิพฺพานนฺติ อยญฺหิ สหายตา นาม. สา พาเล นิสฺสาย อธิคนฺตุํ น สกฺกาติ นตฺถิ พาเล สหายตา. เอโกติ อิมินา การเณน สพฺพิริยาปเถสุ เอกโกว จเรยฺย, อปฺปมตฺตกานิปิ น จ ปาปานิ กยิรา. ยถา โส อปฺโปสฺสุกฺโก นิราลโย อิมสฺมึ อรญฺเญ มาตงฺคนาโค อิจฺฉิติจฺฉิตฏฺฐาเน สุขํ จรติ, เอวํ เอกโกว หุตฺวา จเรยฺย, อปฺปมตฺตกานิปิ น จ ปาปานิ กเรยฺยาติ อตฺโถ. ตสฺมา ตุเมฺหหิ ปติรูปํ สหายํ อลภนฺเตหิ เอกจารีเหว ภวิตพฺพนฺติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต สตฺถา เตสํ ภิกฺขูนํ อิมํ ธมฺมเทสนํ เทเสสิ.
เทสนาวสาเน ปญฺจสตาปิ เต ภิกฺขู อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสูติ.
สมฺพหุลภิกฺขุวตฺถุ สตฺตมํ.