๘. มารวตฺถุ

อตฺถมฺหีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา หิมวนฺตปเทเส อรญฺญกุฏิกายํ วิหรนฺโต มารํ อารพฺภ กเถสิ.

ตสฺมึ กิร กาเล ราชาโน มนุสฺเส ปีเฬตฺวา รชฺชํ กาเรนฺติ. อถ ภควา อธมฺมิกราชูนํ รชฺเช ทณฺฑกรณปีฬิเต มนุสฺเส ทิสฺวา การุญฺเญน เอวํ จินฺเตสิ – ‘‘สกฺกา นุ โข รชฺชํ กาเรตุํ อหนํ อฆาตยํ, อชินํ อชาปยํ, อโสจํ อโสจาปยํ ธมฺเมนา’’ติ, มาโร ปาปิมา ตํ ภควโต ปริวิตกฺกํ ญตฺวา ‘‘สมโณ โคตโม ‘สกฺกา นุ โข รชฺชํ กาเรตุ’นฺติ จินฺเตสิ, อิทานิ รชฺชํ กาเรตุกาโม ภวิสฺสติ, รชฺชญฺจ นาเมตํ ปมาทฏฺฐานํ, ตํ กาเรนฺเต สกฺกา โอกาสํ ลภิตุํ, คจฺฉามิ อุสฺสาหมสฺส ชเนสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา อาห – ‘‘กาเรตุ, ภนฺเต, ภควา รชฺชํ, กาเรตุ สุคโต รชฺชํ อหนํ อฆาตยํ, อชินํ อชาปยํ, อโสจํ อโสจาปยํ ธมฺเมนา’’ติ. อถ นํ สตฺถา ‘‘กึ ปน เม ตฺวํ, ปาปิม, ปสฺสสิ, ยํ มํ ตฺวํ เอวํ วเทสี’’ติ วตฺวา ‘‘ภควตา โข, ภนฺเต, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา สุภาวิตา. อากงฺขมาโน หิ ภควา หิมวนฺตํ ปพฺพตราชํ ‘สุวณฺณ’นฺติ อธิมุจฺเจยฺย, ตญฺจ สุวณฺณเมว อสฺส, อหมฺปิ โข ธเนน ธนกรณียํ กริสฺสามิ, ตุเมฺห ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสฺสถา’’ติ เตน วุตฺเต –

‘‘ปพฺพตสฺส สุวณฺณสฺส, ชาตรูปสฺส เกวโล;

ทฺวิตฺตาว นาลเมกสฺส, อิติ วิทฺวา สมญฺจเร.

‘‘โย ทุกฺขมทกฺขิ ยโตนิทานํ,

กาเมสุ โส ชนฺตุ กถํ นเมยฺย;

อุปธึ วิทิตฺวา สงฺโคติ โลเก,

ตสฺเสว ชนฺตุ วินยาย สิกฺเข’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๕๖) –

อิมาหิ คาถาหิ สํเวเชตฺวา ‘‘อญฺโญ เอว โข, ปาปิม, ตว โอวาโท, อญฺโญ มม, ตยา สทฺธึ ธมฺมสํสนฺทนา นาม นตฺถิ, อหญฺหิ เอวํ โอวทามี’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –

๓๓๑. ‘‘อตฺถมฺหิ ชาตมฺหิ สุขา สหายา,

ตุฏฺฐี สุขา ยา อิตรีตเรน;

ปุญฺญํ สุขํ ชีวิตสงฺขยมฺหิ,

สพฺพสฺส ทุกฺขสฺส สุขํ ปหานํ.

๓๓๒. ‘‘สุขา มตฺเตยฺยตา โลเก,

อโถ เปตฺเตยฺยตา สุขา;

สุขา สามญฺญตา โลเก,

อโถ พฺรหฺมญฺญตา สุขา.

๓๓๓. ‘‘สุขํ ยาว ชราสีลํ, สุขา สทฺธา ปติฏฺฐิตา;

สุโข ปญฺญาย ปฏิลาโภ, ปาปานํ อกรณํ สุข’’นฺติ.

ตตฺถ อตฺถมฺหีติ ปพฺพชิตสฺสาปิ หิ จีวรกรณาทิเก วา อธิกรณวูปสมาทิเก วา คิหิโนปิ กสิกมฺมาทิเก วา พลวปกฺขสนฺนิสฺสิเตหิ อภิภวนาทิเก วา กิจฺเจ อุปฺปนฺเน เย ตํ กิจฺจํ นิปฺผาเทตุํ วา วูปสเมตุํ วา สกฺโกนฺติ, เอวรูปา สุขา สหายาติ อตฺโถ. ตุฏฺฐี สุขาติ ยสฺมา ปน คิหิโนปิ สเกน อสนฺตุฏฺฐา สนฺธิจฺเฉทาทีนิ อารภนฺติ, ปพฺพชิตาปิ นานปฺปการํ อเนสนํ. อิติ เต สุขํ น วินฺทนฺติเยว. ตสฺมา ยา อิตรีตเรน ปริตฺเตน วา วิปุเลน วา อตฺตโน สนฺตเกน สนฺตุฏฺฐิ, อยเมว สุขาติ อตฺโถ. ปุญฺญนฺติ มรณกาเล ปน ยถาชฺฌาสเยน ปตฺถริตฺวา กตปุญฺญกมฺมเมว สุขํ. สพฺพสฺสาติ สกลสฺสปิ ปน วฏฺฏทุกฺขสฺส ปหานสงฺขาตํ อรหตฺตเมว อิมสฺมึ โลเก สุขํ นาม.

มตฺเตยฺยตาติ มาตริ สมฺมา ปฏิปตฺติ. เปตฺเตยฺยตาติ ปิตริ สมฺมา ปฏิปตฺติ. อุภเยนปิ มาตาปิตูนํ อุปฏฺฐานเมว กถิตํ. มาตาปิตโร หิ ปุตฺตานํ อนุปฏฺฐหนภาวํ ญตฺวา อตฺตโน สนฺตกํ ภูมิยํ วา นิทหนฺติ, ปเรสํ วา วิสฺสชฺเชนฺติ, ‘‘มาตาปิตโร น อุปฏฺฐหนฺตี’’ติ เนสํ นินฺทาปิ วฑฺฒติ, กายสฺส เภทา คูถนิรเยปิ นิพฺพตฺตนฺติ. เย ปน มาตาปิตโร สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหนฺติ, เต เตสํ สนฺตกํ ธนมฺปิ ปาปุณนฺติ, ปสํสมฺปิ ลภนฺติ, กายสฺส เภทา สคฺเค นิพฺพตฺตนฺติ. ตสฺมา อุภยมฺเปตํ สุขนฺติ วุตฺตํ. สามญฺญตาติ ปพฺพชิเตสุ สมฺมา ปฏิปตฺติ. พฺรหฺมญฺญตาติ พาหิตปาเปสุ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธสาวเกสุ สมฺมา ปฏิปตฺติเยว. อุภเยนปิ เตสํ จตูหิ ปจฺจเยหิ ปฏิชคฺคนภาโว กถิโต, อิทมฺปิ โลเก สุขํ นาม กถิกํ.

สีลนฺติ มณิกุณฺฑลรตฺตวตฺถาทโย หิ อลงฺการา ตสฺมึ ตสฺมึ วเย ฐิตานํเยว โสภนฺติ. น ทหรานํ อลงฺกาโร มหลฺลกกาเล, มหลฺลกานํ วา อลงฺกาโร ทหรกาเล โสภติ, ‘‘อุมฺมตฺตโก เอส มญฺเญ’’ติ ครหุปฺปาทเนน ปน โทสเมว ชเนติ. ปญฺจสีลทสสีลาทิเภทํ ปน สีลํ ทหรสฺสาปิ มหลฺลกสฺสาปิ สพฺพวเยสุ โสภติเยว, ‘‘อโห วตายํ สีลวา’’ติ ปสํสุปฺปาทเนน โสมนสฺสเมว อาวหติ. เตน วุตฺตํ – สุขํ ยาว ชรา สีลนฺติ. สทฺธา ปติฏฺฐิตาติ โลกิยโลกุตฺตรโต ทุวิธาปิ สทฺธา นิจฺจลา หุตฺวา ปติฏฺฐิตา. สุโข ปญฺญาย ปฏิลาโภติ โลกิยโลกุตฺตรปญฺญาย ปฏิลาโภ สุโข. ปาปานํ อกรณนฺติ เสตุฆาตวเสน ปน ปาปานํ อกรณํ อิมสฺมึ โลเก สุขนฺติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหูนํ เทวตานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสีติ.

มารวตฺถุ อฏฺฐมํ.

นาควคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

เตวีสติโม วคฺโค.