๗. จิตฺตคหปติวตฺถุ

สทฺโธติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต จิตฺตคหปตึ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ พาลวคฺเค ‘‘อสนฺตํ ภาวนมิจฺเฉยฺยา’’ติ คาถาวณฺณนาย วิตฺถาริตํ. คาถาปิ ตตฺเถว วุตฺตา. วุตฺตเญฺหตํ ตตฺถ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.๗๔) –

‘‘กึ ปน, ภนฺเต, เอตสฺส ตุมฺหากํ สนฺติกํ อาคจฺฉนฺตสฺเสวายํ ลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชติ, อุทาหุ อญฺญตฺถ คจฺฉนฺตสฺสาปิ อุปฺปชฺชตี’’ติ. ‘‘อานนฺท, มม สนฺติกํ อาคจฺฉนฺตสฺสาปิ อญฺญตฺถ คจฺฉนฺตสฺสาปิ ตสฺส อุปฺปชฺชเตว. อยญฺหิ อุปาสโก สทฺโธ ปสนฺโน สมฺปนฺนสีโล, เอวรูโป ปุคฺคโล ยํ ยํ ปเทสํ ภชติ, ตตฺถ ตตฺเถวสฺส ลาภสกฺกาโร นิพฺพตฺตตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๓๐๓. ‘‘สทฺโธ สีเลน สมฺปนฺโน, ยโสโภคสมปฺปิโต;

ยํ ยํ ปเทสํ ภชติ, ตตฺถ ตตฺเถว ปูชิโต’’ติ. (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.๗๔);

ตตฺถ สทฺโธติ โลกิยโลกุตฺตรสทฺธาย สมนฺนาคโต. สีเลนาติ อาคาริยสีลํ, อนาคาริยสีลนฺติ ทุวิธํ สีลํ. เตสุ อิธ อาคาริยสีลํ อธิปฺเปตํ, เตน สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. ยโสโภคสมปฺปิโตติ ยาทิโส อนาถปิณฺฑิกาทีนํ ปญฺจอุปาสกสตปริวารสงฺขาโต อาคาริยยโส, ตาทิเสเนว ยเสน ธนธญฺญาทิโก เจว สตฺตวิธอริยธนสงฺขาโต จาติ ทุวิโธ โภโค, เตน สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. ยํ ยํ ปเทสนฺติ ปุรตฺถิมาทีสุ ทิสาสุ เอวรูโป กุลปุตฺโต ยํ ยํ ปเทสํ ภชติ, ตตฺถ ตตฺถ เอวรูเปน ลาภสกฺกาเรน ปูชิโตว โหตีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

จิตฺตคหปติวตฺถุ สตฺตมํ.