๘. จูฬสุภทฺทาวตฺถุ

ทูเร สนฺโตติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อนาถปิณฺฑิกสฺส ธีตรํ จูฬสุภทฺทํ นาม อารพฺภ กเถสิ.

อนาถปิณฺฑิกสฺส กิร ทหรกาลโต ปฏฺฐาย อุคฺคนครวาสี อุคฺโค นาม เสฏฺฐิปุตฺโต สหายโก อโหสิ. เต เอกาจริยกุเล สิปฺปํ อุคฺคณฺหนฺตา อญฺญมญฺญํ กติกํ กรึสุ ‘‘อมฺหากํ วยปฺปตฺตกาเล ปุตฺตธีตาสุ ชาตาสุ โย ปุตฺตสฺส ธีตรํ วาเรติ, เตน ตสฺส ธีตา ทาตพฺพา’’ติ. เต อุโภปิ วยปฺปตฺตา อตฺตโน อตฺตโน นคเร เสฏฺฐิฏฺฐาเน ปติฏฺฐหึสุ. อเถกสฺมึ สมเย อุคฺคเสฏฺฐิ วณิชฺชํ ปโยเชนฺโต ปญฺจหิ สกฏสเตหิ สาวตฺถึ อคมาสิ. อนาถปิณฺฑิโก อตฺตโน ธีตรํ จูฬสุภทฺทํ อามนฺเตตฺวา, ‘‘อมฺม, ปิตา เต อุคฺคเสฏฺฐิ นาม อาคโต, ตสฺส กตฺตพฺพกิจฺจํ สพฺพํ ตว ภาโร’’ติ อาณาเปสิ. สา ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ตสฺส อาคตทิวสโต ปฏฺฐาย สหตฺเถเนว สูปพฺยญฺชนาทีนิ สมฺปาเทติ, มาลาคนฺธวิเลปนาทีนิ อภิสงฺขโรติ, โภชนกาเล ตสฺส นฺหาโนทกํ ปฏิยาทาเปตฺวา นฺหานกาลโต ปฏฺฐาย สพฺพกิจฺจานิ สาธุกํ กโรติ.

อุคฺคเสฏฺฐิ ตสฺสา อาจารสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต เอกทิวสํ อนาถปิณฺฑิเกน สทฺธึ สุขกถาย สนฺนิสินฺโน ‘‘มยํ ทหรกาเล เอวํ นาม กติกํ กริมฺหา’’ติ สาเรตฺวา จูฬสุภทฺทํ อตฺตโน ปุตฺตสฺสตฺถาย วาเรสิ. โส ปน ปกติยาว มิจฺฉาทิฏฺฐิโก. ตสฺมา ทสพลสฺส ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา สตฺถารา อุคฺคเสฏฺฐิสฺสูปนิสฺสยํ ทิสฺวา อนุญฺญาโต ภริยาย สทฺธึ มนฺเตตฺวา ตสฺส วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ทิวสํ ววตฺถเปตฺวา ธีตรํ วิสาขํ ทตฺวา อุยฺโยเชนฺโต ธนญฺจยเสฏฺฐิ วิย มหนฺตํ สกฺการํ กตฺวา สุภทฺทํ อามนฺเตตฺวา, ‘‘อมฺม, สสุรกุเล วสนฺติยา นาม อนฺโตอคฺคิ พหิ น นีหริตพฺโพ’’ติ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๕๙; ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.๕๒ วิสาขาวตฺถุ) ธนญฺจยเสฏฺฐินา วิสาขาย ทินฺนนเยเนว ทส โอวาเท ทตฺวา ‘‘สเจ เม คตฏฺฐาเน ธีตุ โทโส อุปฺปชฺชติ, ตุเมฺหหิ โสเธตพฺโพ’’ติ อฏฺฐ กุฏุมฺพิเก ปาฏิโภเค คเหตฺวา ตสฺสา อุยฺโยชนทิวเส พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ทตฺวา ปุริมภเว ธีตรา กตานํ สุจริตานํ ผลวิภูตึ โลกสฺส ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต วิย มหนฺเตน สกฺกาเรน ธีตรํ อุยฺโยเชสิ. ตสฺสา อนุปุพฺเพน อุคฺคนครํ ปตฺตกาเล สสุรกุเลน สทฺธึ มหาชโน ปจฺจุคฺคมนมกาสิ.

สาปิ อตฺตโน สิริวิภวํ ปากฏํ กาตุํ วิสาขา วิย สกลนครสฺส อตฺตานํ ทสฺเสนฺตี รเถ ฐตฺวา นครํ ปวิสิตฺวา นาคเรหิ เปสิเต ปณฺณากาเร คเหตฺวา อนุรูปวเสน เตสํ เตสํ เปเสนฺตี สกลนครํ อตฺตโน คุเณหิ เอกาพทฺธมกาสิ. มงฺคลทิวสาทีสุ ปนสฺสา สสุโร อเจลกานํ สกฺการํ กโรนฺโต ‘‘อาคนฺตฺวา อมฺหากํ สมเณ วนฺทตู’’ติ เปเสสิ. สา ลชฺชาย นคฺเค ปสฺสิตุํ อสกฺโกนฺตี คนฺตุํ น อิจฺฉติ. โส ปุนปฺปุนํ เปเสตฺวาปิ ตาย ปฏิกฺขิตฺโต กุชฺฌิตฺวา ‘‘นีหรถ น’’นฺติ อาห. สา ‘‘น สกฺกา มม อการเณน โทสํ อาโรเปตุ’’นฺติ กุฏุมฺพิเก ปกฺโกสาเปตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจสิ. เต ตสฺสา นิทฺโทสภาวํ ญตฺวา เสฏฺฐึ สญฺญาเปสุํ. โส ‘‘อยํ มม สมเณ อหิริกาติ น วนฺที’’ติ ภริยาย อาโรเจสิ. สา ‘‘กีทิสา นุ โข อิมิสฺสา สมณา, อติวิย เตสํ ปสํสตี’’ติ ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา อาห –

‘‘กีทิสา สมณา ตุยฺหํ, พาฬฺหํ โข เน ปสํสสิ;

กึสีลา กึสมาจารา, ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิตา’’ติ. (อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๒๔);

อถสฺสา สุภทฺทา พุทฺธานญฺเจว พุทฺธสาวกานญฺจ คุเณ ปกาเสนฺตี –

‘‘สนฺตินฺทฺริยา สนฺตมานสา, สนฺตํ เตสํ คตํ ฐิตํ;

โอกฺขิตฺตจกฺขู มิตภาณี, ตาทิสา สมณา มม. (อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๒๔);

‘‘กายกมฺมํ สุจิ เนสํ, วาจากมฺมํ อนาวิลํ;

มโนกมฺมํ สุวิสุทฺธํ, ตาทิสา สมณา มม.

‘‘วิมลา สงฺขมุตฺตาภา, สุทฺธา อนฺตรพาหิรา;

ปุณฺณา สุทฺเธหิ ธมฺเมหิ, ตาทิสา สมณา มม.

‘‘ลาเภน อุนฺนโต โลโก, อลาเภน จ โอนโต;

ลาภาลาเภน เอกฏฺฐา, ตาทิสา สมณา มม.

‘‘ยเสน อุนฺนโต โลโก, อยเสน จ โอนโต;

ยสายเสน เอกฏฺฐา, ตาทิสา สมณา มม.

‘‘ปสํสายุนฺนโต โลโก, นินฺทายาปิ จ โอนโต;

สมา นินฺทาปสํสาสุ, ตาทิสา สมณา มม.

‘‘สุเขน อุนฺนโต โลโก, ทุกฺเขนาปิ จ โอนโต;

อกมฺปา สุขทุกฺเขสุ, ตาทิสา สมณา มมา’’ติ. –

เอวมาทีหิ วจเนหิ สสฺสุํ โตเสสิ.

อถ นํ ‘‘สกฺกา ตว สมเณ อมฺหากมฺปิ ทสฺเสตุ’’นฺติ วตฺวา ‘‘สกฺกา’’ติ วุตฺเต ‘‘เตน หิ ยถา มยํ เต ปสฺสาม, ตถา กโรหี’’ติ วุตฺเต สา ‘‘สาธู’’ติ พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ สชฺเชตฺวา อุปริปาสาทตเล ฐตฺวา เชตวนาภิมุขี สกฺกจฺจํ ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา พุทฺธคุเณ อาวชฺเชตฺวา คนฺธวาสปุปฺผธุเมหิ ปูชํ กตฺวา, ‘‘ภนฺเต, สฺวาตนาย พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ นิมนฺเตมิ, อิมินา เม สญฺญาเณน สตฺถา นิมนฺติตภาวํ ชานาตู’’ติ สุมนปุปฺผานํ อฏฺฐ มุฏฺฐิโย อากาเส ขิปิ. ปุปฺผานิ คนฺตฺวา จตุปริสมชฺเฌ ธมฺมํ เทเสนฺตสฺส สตฺถุโน อุปริ มาลาวิตานํ หุตฺวา อฏฺฐํสุ. ตสฺมึ ขเณ อนาถปิณฺฑิโกปิ ธมฺมกถํ สุตฺวา สฺวาตนาย สตฺถารํ นิมนฺเตสิ. สตฺถา ‘‘อธิวุตฺถํ มยา, คหปติ, สฺวาตนาย ภตฺต’’นฺติ วตฺวา, ‘‘ภนฺเต, มยา ปุเรตรํ อาคโต นตฺถิ, กสฺส นุ โข โว อธิวุตฺถ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘จูฬสุภทฺทาย, คหปติ, นิมนฺติโต’’ติ วตฺวา ‘‘นนุ, ภนฺเต, จูฬสุภทฺทา ทูเร วสติ อิโต วีสติโยชนสตมตฺถเก’’ติ วุตฺเต, ‘‘อาม คหปติ, ทูเร วสนฺตาปิ หิ สปฺปุริสา อภิมุเข ฐิตา วิย ปกาเสนฺตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๓๐๔. ‘‘ทูเร สนฺโต ปกาเสนฺติ, หิมวนฺโตว ปพฺพโต;

อสนฺเตตฺถ น ทิสฺสนฺติ, รตฺตึ ขิตฺตา ยถา สรา’’ติ.

ตตฺถ สนฺโตติ ราคาทีนํ สนฺตตาย พุทฺธาทโย สนฺตา นาม. อิธ ปน ปุพฺพพุทฺเธสุ กตาธิการา อุสฺสนฺนกุสลมูลา ภาวิตภาวนา สตฺตา สนฺโตติ อธิปฺเปตา. ปกาเสนฺตีติ ทูเร ฐิตาปิ พุทฺธานํ ญาณปถํ อาคจฺฉนฺตา ปากฏา โหนฺติ. หิมวนฺโต วาติ ยถา หิ ติโยชนสหสฺสวิตฺถโต ปญฺจโยชนสตุพฺเพโธ จตุราสีติยา กูฏสหสฺเสหิ ปฏิมณฺฑิโต หิมวนฺตปพฺพโต ทูเร ฐิตานมฺปิ อภิมุเข ฐิโต วิย ปกาเสติ, เอวํ ปกาเสนฺตีติ อตฺโถ. อสนฺเตตฺถาติ ทิฏฺฐธมฺมครุกา วิติณฺณปรโลกา อามิสจกฺขุกา ชีวิกตฺถาย ปพฺพชิตา พาลปุคฺคลา อสนฺโต นาม, เต เอตฺถ พุทฺธานํ ทกฺขิณสฺส ชาณุมณฺฑลสฺส สนฺติเก นิสินฺนาปิ น ทิสฺสนฺติ น ปญฺญายนฺติ. รตฺตึ ขิตฺตาติ รตฺตึ จตุรงฺคสมนฺนาคเต อนฺธกาเร ขิตฺตสรา วิย ตถารูปสฺส อุปนิสฺสยภูตสฺส ปุพฺพเหตุโน อภาเวน น ปญฺญายนฺตีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

สกฺโก เทวราชา ‘‘สตฺถารา สุภทฺทาย นิมนฺตนํ อธิวาสิต’’นฺติ ญตฺวา วิสฺสกมฺมเทวปุตฺตํ อาณาเปสิ – ‘‘ปญฺจ กูฏาคารสตานิ นิมฺมินิตฺวา เสฺว พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ อุคฺคนครํ เนหี’’ติ. โส ปุนทิวเส ปญฺจสตานิ กูฏาคารานิ นิมฺมินิตฺวา เชตวนทฺวาเร อฏฺฐาสิ. สตฺถา อุจฺจินิตฺวา วิสุทฺธขีณาสวานํเยว ปญฺจสตานิ อาทาย สปริวาโร กูฏาคาเรสุ นิสีทิตฺวา อุคฺคนครํ อคมาสิ. อุคฺคเสฏฺฐิปิ สปริวาโร สุภทฺทาย ทินฺนนเยเนว ตถาคตสฺส อาคตมคฺคํ โอโลเกนฺโต สตฺถารํ มหนฺเตน สิริวิภเวน อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส มาลาทีหิ มหนฺตํ สกฺการํ กโรนฺโต สปริวาโร สมฺปฏิจฺฉิตฺวา วนฺทิตฺวา มหาทานํ ทตฺวา ปุนปฺปุนํ นิมนฺเตตฺวา สตฺตาหํ มหาทานํ อทาสิ. สตฺถาปิสฺส สปฺปายํ สลฺลกฺเขตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. ตํ อาทึ กตฺวา จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสิ. สตฺถา ‘‘จูฬสุภทฺทาย อนุคฺคหณตฺถํ ตฺวํ อิเธว โหหี’’ติ อนุรุทฺธตฺเถรํ นิวตฺตาเปตฺวา สาวตฺถิเมว อคมาสิ. ตโต ปฏฺฐาย ตํ นครํ สทฺธาสมฺปนฺนํ อโหสีติ.

จูฬสุภทฺทาวตฺถุ อฏฺฐมํ.