๘. ปญฺจมหลฺลกตฺเถรวตฺถุ
วนํ ฉินฺทถาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สมฺพหุเล มหลฺลเก ภิกฺขู อารพฺภ กเถสิ.
เต กิร คิหิกาเล สาวตฺถิยํ กุฏุมฺพิกา มหทฺธนา อญฺญมญฺญสหายกา เอกโต ปุญฺญานิ กโรนฺตา สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ‘‘มยํ มหลฺลกา, กึ โน ฆราวาเสนา’’ติ สตฺถารํ ปพฺพชฺชํ ยาจิตฺวา ปพฺพชึสุ, มหลฺลกภาเวน ปน ธมฺมํ ปริยาปุณิตุํ อสกฺโกนฺตา วิหารปริยนฺเต ปณฺณสาลํ กาเรตฺวา เอกโตว วสึสุ. ปิณฺฑาย จรนฺตาปิ เยภุยฺเยน ปุตฺตทารสฺเสว เคหํ คนฺตฺวา ภุญฺชึสุ. เตสุ เอกสฺส ปุราณทุติยิกา มธุรปาจิกา นาม, สา เตสํ สพฺเพสมฺปิ อุปการิกา อโหสิ. กสฺมา สพฺเพปิ อตฺตนา ลทฺธาหารํ คเหตฺวา ตสฺสา เอว เคเห นิสีทิตฺวา ภุญฺชนฺติ? สาปิ เนสํ ยถาสนฺนิหิตํ สูปพฺยญฺชนํ เทติ. สา อญฺญตราพาเธน ผุฏฺฐา กาลมกาสิ. อถ เต มหลฺลกตฺเถรา สหายกสฺส เถรสฺส ปณฺณสาลาย สนฺนิปติตฺวา อญฺญมญฺญํ คีวาสุ คเหตฺวา ‘‘มธุรปาจิกา อุปาสิกา กาลกตา’’ติ วิลปนฺตา โรทึสุ. ภิกฺขูหิ จ สมนฺตโต อุปธาวิตฺวา ‘‘กึ อิทํ, อาวุโส’’ติ ปุฏฺฐา, ‘‘ภนฺเต, สหายกสฺส โน ปุราณทุติยิกา กาลกตา, สา อมฺหากํ อติวิย อุปการิกา. อิทานิ กุโต ตถารูปึ ลภิสฺสามาติ อิมินา การเณน โรทามา’’ติ อาหํสุ.
ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ เต กากโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา สมุทฺทตีเร จรมานา สมุทฺทอูมิยา สมุทฺทํ ปเวเสตฺวา มาริตาย กากิยา โรทิตฺวา ปริเทวิตฺวา ตํ นีหริสฺสามาติ มุขตุณฺฑเกหิ มหาสมุทฺทํ อุสฺสิญฺจนฺตา กิลมึสู’’ติ อตีตํ อาหริตฺวา –
‘‘อปิ นุ หนุกา สนฺตา, มุขญฺจ ปริสุสฺสติ;
โอรมาม น ปาเรม, ปูรเตว มโหทธี’’ติ. (ชา. ๑.๑.๑๔๖);
อิมํ กากชาตกํ วิตฺถาเรตฺวา เต ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา, ‘‘ภิกฺขเว, ราคโทสโมหวนํ นิสฺสาย ตุเมฺหหิ อิทํ ทุกฺขํ ปตฺตํ, ตํ วนํ ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ, เอวํ นิทฺทุกฺขา ภวิสฺสถา’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –
๒๘๓. ‘‘วนํ ฉินฺทถ มา รุกฺขํ, วนโต ชายเต ภยํ;
เฉตฺวา วนญฺจ วนถญฺจ, นิพฺพนา โหถ ภิกฺขโว.
๒๘๔. ‘‘ยาว หิ วนโถ น ฉิชฺชติ,
อณุมตฺโตปิ นรสฺส นาริสุ;
ปฏิพทฺธมโนว ตาว โส,
วจฺโฉ ขีรปโกว มาตรี’’ติ.
ตตฺถ มา รุกฺขนฺติ สตฺถารา หิ ‘‘วนํ ฉินฺทถา’’ติ วุตฺเต เตสํ อจิรปพฺพชิตานํ ‘‘สตฺถา อเมฺห วาสิอาทีนิ คเหตฺวา วนํ ฉินฺทาเปตี’’ติ รุกฺขํ ฉินฺทิตุกามตา อุปฺปชฺชิ. อถ เน ‘‘มยา ราคาทิกิเลสวนํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ, น รุกฺเข’’ติ ปฏิเสเธนฺโต ‘‘มา รุกฺข’’นฺติ อาห. วนโตติ ยถา ปากติกวนโต สีหาทิภยํ ชายติ, เอวํ ชาติอาทิภยมฺปิ กิเลสวนโต ชายตีติ อตฺโถ. วนญฺจ วนถญฺจาติ เอตฺถ มหนฺตา รุกฺขา วนํ นาม, ขุทฺทกา ตสฺมึ วเน ฐิตตฺตา วนถา นาม. ปุพฺพุปฺปตฺติกรุกฺขา วา วนํ นาม, อปราปรุปฺปตฺติกา วนถา นาม. เอวเมว มหนฺตมหนฺตา ภวากฑฺฒนกา กิเลสา วนํ นาม, ปวตฺติยํ วิปากทายกา วนถา นาม. ปุพฺพปฺปตฺติกา วนํ นาม, อปราปรุปฺปตฺติกา วนถา นาม. ตํ อุภยํ จตุตฺถมคฺคญาเณน ฉินฺทิตพฺพํ. เตนาห – ‘‘เฉตฺวา วนญฺจ วนถญฺจ, นิพฺพนา โหถ ภิกฺขโว’’ติ. นิพฺพนา โหถาติ นิกฺกิเลสา โหถ. ยาว หิ วนโถติ ยาว เอส อณุมตฺโตปิ กิเลสวนโถ นรสฺส นารีสุ น ฉิชฺชติ, ตาว โส ขีรปโก วจฺโฉ มาตริ วิย ปฏิพทฺธมโน ลคฺคจิตฺโตว โหตีติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน ปญฺจปิ เต มหลฺลกตฺเถรา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ, สมฺปตฺตานมฺปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.
ปญฺจมหลฺลกตฺเถรวตฺถุ อฏฺฐมํ.