๙. สุวณฺณการตฺเถรวตฺถุ
อุจฺฉินฺทาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สทฺธิวิหาริกํ อารพฺภ กเถสิ.
เอโก กิร สุวณฺณการปุตฺโต อภิรูโป สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สนฺติเก ปพฺพชิ. เถโร ‘‘ตรุณานํ ราโค อุสฺสนฺโน โหตี’’ติ จินฺเตตฺวา ตสฺส ราคปฏิฆาตาย อสุภกมฺมฏฺฐานํ อทาสิ. ตสฺส ปน ตํ อสปฺปายํ. ตสฺมา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา เตมาสํ วายมนฺโต จิตฺเตกคฺคมตฺตมฺปิ อลภิตฺวา ปุน เถรสฺส สนฺติกํ อาคนฺตฺวา เถเรน ‘‘อุปฏฺฐิตํ เต, อาวุโส, กมฺมฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺเต ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. อถสฺส เถโร ‘‘กมฺมฏฺฐานํ น สมฺปชฺชตีติ โวสานํ อาปชฺชิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วตฺวา ปุน ตเทว กมฺมฏฺฐานํ สาธุกํ กเถตฺวา อทาสิ. โส ทุติยวาเรปิ กิญฺจิ วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ อสกฺโกนฺโต อาคนฺตฺวา เถรสฺส อาโรเจสิ. อถสฺส เถโรปิ สการณํ สอุปมํ กตฺวา ตเทว กมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิ. โส ปุนปิ อาคนฺตฺวา กมฺมฏฺฐานสฺส อสมฺปชฺชนภาวํ กเถสิ. เถโร จินฺเตสิ – ‘‘การโก ภิกฺขุ อตฺตนิ วิชฺชมาเน กามจฺฉนฺทาทโย วิชฺชมานาติ อวิชฺชมาเน อวิชฺชมานาติ ปชานาติ. อยํ ภิกฺขุ การโก, โน อการโก, ปฏิปนฺโน, โน อปฺปฏิปนฺโน, อหํ ปเนตสฺส อชฺฌาสยํ น ชานามิ, พุทฺธเวเนยฺโย เอโส ภวิสฺสตี’’ติ ตํ อาทาย สายนฺหสมเย สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อยํ, ภนฺเต, มม สทฺธิวิหาริโก, อิมสฺส มยา อิมินา การเณน อิทํ นาม กมฺมฏฺฐานํ ทินฺน’’นฺติ สพฺพํ ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ.
อถ นํ สตฺถา ‘‘อาสยานุสยญาณํ นาเมตํ ปารมิโย ปูเรตฺวา ทสสหสฺสิโลกธาตุํ อุนฺนาเทตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺตานํ พุทฺธานํเยว วิสโย’’ติ วตฺวา ‘‘กตรกุลา นุ โข เอส ปพฺพชิโต’’ติ อาวชฺเชนฺโต ‘‘สุวณฺณการกุลา’’ติ ญตฺวา อตีเต อตฺตภาเว โอโลเกนฺโต ตสฺส สุวณฺณการกุเลเยว ปฏิปาฏิยา นิพฺพตฺตานิ ปญฺจ อตฺตภาวสตานิ ทิสฺวา ‘‘อิมินา ทหเรน ทีฆรตฺตํ สุวณฺณการกมฺมํ กโรนฺเตน กณิการปุปฺผปทุมปุปฺผาทีนิ กริสฺสามีติ รตฺตสุวณฺณเมว สมฺปริวตฺติตํ, ตสฺมา อิมสฺส อสุภปฏิกูลกมฺมฏฺฐานํ น วฏฺฏติ, มนาปเมวสฺส กมฺมฏฺฐานํ สปฺปาย’’นฺติ จินฺเตตฺวา, ‘‘สาริปุตฺต, ตยา กมฺมฏฺฐานํ ทตฺวา จตฺตาโร มาเส กิลมิตํ ภิกฺขุํ อชฺช ปจฺฉาภตฺเตเยว อรหตฺตํ ปตฺตํ ปสฺสิสฺสสิ, คจฺฉ ตฺว’’นฺติ เถรํ อุยฺโยเชตฺวา อิทฺธิยา จกฺกมตฺตํ สุวณฺณปทุมํ มาเปตฺวา ปตฺเตหิ เจว นาเลหิ จ อุทกพินฺทูนิ มุญฺจนฺตํ วิย กตฺวา ‘‘ภิกฺขุ อิมํ ปทุมํ อาทาย วิหารปจฺจนฺเต วาลุกราสิมฺหิ ฐเปตฺวา สมฺมุขฏฺฐาเน ปลฺลงฺเกน นิสีทิตฺวา ‘โลหิตกํ โลหิตก’นฺติ ปริกมฺมํ กโรหี’’ติ อทาสิ. ตสฺส สตฺถุหตฺถโต ปทุมํ คณฺหนฺตสฺเสว จิตฺตํ ปสีทิ. โส วิหารปจฺจนฺตํ คนฺตฺวา วาลุกํ อุสฺสาเปตฺวา ตตฺถ ปทุมนาลํ ปเวเสตฺวา สมฺมุเข ปลฺลงฺเกน นิสินฺโน ‘‘โลหิตกํ โลหิตก’’นฺติ ปริกมฺมํ อารภิ. อถสฺส ตงฺขณญฺเญว นีวรณานิ วิกฺขมฺภึสุ, อุปจารชฺฌานํ อุปฺปชฺชิ. ตทนนฺตรํ ปฐมชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ปญฺจหากาเรหิ วสีภาวํ ปาเปตฺวา ยถานิสินฺโนว ทุติยชฺฌานาทีนิปิ ปตฺวา วสีภูโต จตุตฺถชฺฌาเนน ฌานกีฬํ กีฬนฺโต นิสีทิ.
สตฺถา ตสฺส ฌานานํ อุปฺปนฺนภาวํ ญตฺวา ‘‘สกฺขิสฺสติ นุ โข เอส อตฺตโน ธมฺมตาย อุตฺตริ วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุ’’นฺติ โอโลเกนฺโต ‘‘น สกฺขิสฺสตี’’ติ ญตฺวา ‘‘ตํ ปทุมํ มิลายตู’’ติ อธิฏฺฐหิ. ตํ หตฺเถหิ มทฺทิตปทุมํ มิลายนฺตํ วิย กาฬวณฺณํ อโหสิ. โส ฌานา วุฏฺฐาย ตํ โอโลเกตฺวา ‘‘กึ นุ โข อิมํ ปทุมํ ชราย ปหฏํ ปญฺญายติ, อนุปาทิณฺณเกปิ เอวํ ชราย อภิภุยฺยมาเน อุปาทิณฺณเก กถาว นตฺถิ. อิทมฺปิ หิ ชรา อภิภวิสฺสตี’’ติ อนิจฺจลกฺขณํ ปสฺสิ. ตสฺมึ ปน ทิฏฺเฐ ทุกฺขลกฺขณญฺจ อนตฺตลกฺขณญฺจ ทิฏฺฐเมว โหติ. ตสฺส ตโย ภวา อาทิตฺตา วิย กณฺเฑ พทฺธกุณปา วิย จ ขายึสุ. ตสฺมึ ขเณ ตสฺส อวิทูเร กุมารกา เอกํ สรํ โอตริตฺวา กุมุทานิ ภญฺชิตฺวา ถเล ราสึ กโรนฺติ. โส ชเล จ ถเล จ กุมุทานิ โอโลเกสิ. อถสฺส ชเล กุมุทานิ อภิรูปานิ อุทกปคฺฆรนฺตานิ วิย อุปฏฺฐหึสุ, อิตรานิ อคฺคคฺเคสุ ปริมิลาตานิ. โส ‘‘อนุปาทิณฺณกํ ชรา เอวํ ปหรติ, อุปาทิณฺณกํ กึ ปน น ปหริสฺสตี’’ติ สุฏฺฐุตรํ อนิจฺจลกฺขณาทีนิ อทฺทส. สตฺถา ‘‘ปากฏีภูตํ อิทานิ อิมสฺส ภิกฺขุโน กมฺมฏฺฐาน’’นฺติ ญตฺวา คนฺธกุฏิยํ นิสินฺนโกว โอภาสํ มุญฺจิ, โส ตสฺส มุขํ ปหริ. อถสฺส ‘‘กึ นุ โข เอต’’นฺติ โอโลเกนฺตสฺส สตฺถา อาคนฺตฺวา สมฺมุเข ฐิโต วิย อโหสิ. โส อุฏฺฐาย อญฺชลึ ปคฺคณฺหิ. อถสฺส สตฺถา สปฺปายํ สลฺลกฺเขตฺวา อิมํ คาถมาห –
๒๘๕. ‘‘อุจฺฉินฺท สิเนหมตฺตโน, กุมุทํ สารทิกํว ปาณินา;
สนฺติมคฺคเมว พฺรูหย, นิพฺพานํ สุคเตน เทสิต’’นฺติ.
ตตฺถ อุจฺฉินฺทาติ อรหตฺตมคฺเคน อุจฺฉินฺท. สารทิกนฺติ สรทกาเล นิพฺพตฺตํ. สนฺติมคฺคนฺติ นิพฺพานคามึ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ. พฺรูหยาติ วฑฺฒย. นิพฺพานญฺหิ สุคเตน เทสิตํ, ตสฺมา ตสฺส มคฺคํ ภาเวหีติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน โส ภิกฺขุ อรหตฺเต ปติฏฺฐหิ.
สุวณฺณการตฺเถรวตฺถุ นวมํ.