๗. โปฏฺฐิลตฺเถรวตฺถุ

โยคา เวติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โปฏฺฐิลํ นาม เถรํ อารพฺภ กเถสิ.

โส กิร สตฺตนฺนมฺปิ พุทฺธานํ สาสเน เตปิฏโก ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ ธมฺมํ วาเจสิ. สตฺถา จินฺเตสิ – ‘‘อิมสฺส ภิกฺขุโน ‘อตฺตโน ทุกฺขนิสฺสรณํ กริสฺสามี’ติ จิตฺตมฺปิ นตฺถิ สํเวเชสฺสามิ น’’นฺติ. ตโต ปฏฺฐาย ตํ เถรํ อตฺตโน อุปฏฺฐานํ อาคตกาเล ‘‘เอหิ, ตุจฺฉโปฏฺฐิล, วนฺท, ตุจฺฉโปฏฺฐิล, นิสีท, ตุจฺฉโปฏฺฐิล, ยาหิ, ตุจฺฉโปฏฺฐิลา’’ติ วทติ. อุฏฺฐาย คตกาเลปิ ‘‘ตุจฺฉโปฏฺฐิโล คโต’’ติ วทติ. โส จินฺเตสิ – ‘‘อหํ สาฏฺฐกถานิ ตีณิ ปิฏกานิ ธาเรมิ, ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ อฏฺฐารส มหาคเณ ธมฺมํ วาเจมิ, อถ ปน มํ สตฺถา อภิกฺขณํ, ‘ตุจฺฉโปฏฺฐิลา’ติ วเทติ, อทฺธา มํ สตฺถา ฌานาทีนํ อภาเวน เอวํ วเทตี’’ติ. โส อุปฺปนฺนสํเวโค ‘‘ทานิ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา สมณธมฺมํ กริสฺสามี’’ติ สยเมว ปตฺตจีวรํ สํวิทหิตฺวา ปจฺจูสกาเล สพฺพปจฺฉา ธมฺมํ อุคฺคณฺหิตฺวา นิกฺขมนฺเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ นิกฺขมิ. ปริเวเณ นิสีทิตฺวา สชฺฌายนฺตา นํ ‘‘อาจริโย’’ติ น สลฺลกฺเขสุํ. โส วีสโยชนสตมคฺคํ คนฺตฺวา เอกสฺมึ อรญฺญาวาเส ตึส ภิกฺขู วสนฺติ, เต อุปสงฺกมิตฺวา สงฺฆตฺเถรํ วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อวสฺสโย เม โหถา’’ติ อาห. อาวุโส, ตฺวํ ธมฺมกถิโก, อเมฺหหิ นาม ตํ นิสฺสาย กิญฺจิ ชานิตพฺพํ ภเวยฺย, กสฺมา เอวํ วเทสีติ? มา, ภนฺเต, เอวํ กโรถ, อวสฺสโย เม โหถาติ. เต ปน สพฺเพ ขีณาสวาว. อถ นํ มหาเถโร ‘‘อิมสฺส อุคฺคหํ นิสฺสาย มาโน อตฺถิเยวา’’ติ อนุเถรสฺส สนฺติกํ ปหิณิ. โสปิ นํ ตเถวาห. อิมินา นีหาเรน สพฺเพปิ ตํ เปเสนฺตา ทิวาฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา สูจิกมฺมํ กโรนฺตสฺส สพฺพนวกสฺส สตฺตวสฺสิกสามเณรสฺส สนฺติกํ ปหิณึสุ. เอวมสฺส มานํ นีหรึสุ.

โส นิหตมาโน สามเณรสฺส สนฺติเก อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา ‘‘อวสฺสโย เม โหหิ สปฺปุริสา’’ติ อาห. อโห, อาจริย, กึ นาเมตํ กเถถ, ตุเมฺห มหลฺลกา พหุสฺสุตา, ตุมฺหากํ สนฺติเก มยา กิญฺจิ การณํ ชานิตพฺพํ ภเวยฺยาติ. มา เอวํ กริ, สปฺปุริส, โหหิเยว เม อวสฺสโยติ. ภนฺเต, สเจปิ โอวาทกฺขมา ภวิสฺสถ, ภวิสฺสามิ โว อวสฺสโยติ. โหมิ, สปฺปุริส, อหํ ‘‘อคฺคึ ปวิสา’’ติ วุตฺเต อคฺคึ ปวิสามิเยวาติ. อถ นํ โส อวิทูเร เอกํ สรํ ทสฺเสตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ยถานิวตฺถปารุโตว อิมํ สรํ ปวิสถา’’ติ อาห. โส หิสฺส มหคฺฆานํ ทุปฏฺฏจีวรานํ นิวตฺถปารุตภาวํ ญตฺวาปิ ‘‘โอวาทกฺขโม นุ โข’’ติ วีมํสนฺโต เอวมาห. เถโรปิ เอกวจเนเนว อุทกํ โอตริ. อถ นํ จีวรกณฺณานํ เตมิตกาเล ‘‘เอถ, ภนฺเต’’ติ วตฺวา เอกวจเนเนว อาคนฺตฺวา ฐิตํ อาห – ‘‘ภนฺเต, เอกสฺมึ วมฺมิเก ฉ ฉิทฺทานิ, ตตฺถ เอเกน ฉิทฺเทน โคธา อนฺโต ปวิฏฺฐา, ตํ คณฺหิตุกาโม อิตรานิ ปญฺจ ฉิทฺทานิ ถเกตฺวา ฉฏฺฐํ ภินฺทิตฺวา ปวิฏฺฐฉิทฺเทเนว คณฺหาติ, เอวํ ตุเมฺหปิ ฉทฺวาริเกสุ อารมฺมเณสุ เสสานิ ปญฺจทฺวารานิ ปิธาย มโนทฺวาเร กมฺมํ ปฏฺฐเปถา’’ติ. พหุสฺสุตสฺส ภิกฺขุโน เอตฺตเกเนว ปทีปุชฺชลนํ วิย อโหสิ. โส ‘‘เอตฺตกเมว โหตุ สปฺปุริสา’’ติ กรชกาเย ญาณํ โอตาเรตฺวา สมณธมฺมํ อารภิ.

สตฺถา วีสโยชนสตมตฺถเก นิสินฺโนว ตํ ภิกฺขุํ โอโลเกตฺวา ‘‘ยเถวายํ ภิกฺขุ ภูริปญฺโญ, เอวเมวํ อเนน อตฺตานํ ปติฏฺฐาเปตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา เตน สทฺธึ กเถนฺโต วิย โอภาสํ ผริตฺวา อิมํ คาถมาห –

๒๘๒. ‘‘โยคา เว ชายตี ภูริ, อโยคา ภูริสงฺขโย;

เอตํ เทฺวธาปถํ ญตฺวา, ภวาย วิภวาย จ;

ตถาตฺตานํ นิเวเสยฺย, ยถา ภูริ ปวฑฺฒตี’’ติ.

ตตฺถ โยคาติ อฏฺฐตึสาย อารมฺมเณสุ โยนิโส มนสิการา. ภูรีติ ปถวีสมาย วิตฺถตาย ปญฺญาเยตํ นามํ. สงฺขโยติ วินาโส. เอตํ เทฺวธาปถนฺติ เอตํ โยคญฺจ อโยคญฺจ. ภวาย วิภวาย จาติ วุทฺธิยา จ อวุทฺธิยา จ. ตถาติ ยถา อยํ ภูริสงฺขาตา ปญฺญา ปวฑฺฒติ, เอวํ อตฺตานํ นิเวเสยฺยาติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน โปฏฺฐิลตฺเถโร อรหตฺเต ปติฏฺฐหีติ.

โปฏฺฐิลตฺเถรวตฺถุ สตฺตมํ.