๑. วินิจฺฉยมหามตฺตวตฺถุ
น เตน โหตีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต วินิจฺฉยมหามตฺเต อารพฺภ กเถสิ.
เอกทิวสญฺหิ ภิกฺขู สาวตฺถิยํ อุตฺตรทฺวารคาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา นครมชฺเฌน วิหารํ อาคจฺฉนฺติ. ตสฺมึ ขเณ เมโฆ อุฏฺฐาย ปาวสฺสิ. เต สมฺมุขาคตํ วินิจฺฉยสาลํ ปวิสิตฺวา วินิจฺฉยมหามตฺเต ลญฺชํ คเหตฺวา สามิเก อสามิเก กโรนฺเต ทิสฺวา ‘‘อโห อิเม อธมฺมิกา, มยํ ปน ‘อิเม ธมฺเมน วินิจฺฉยํ กโรนฺตี’ติ สญฺญิโน อหุมฺหา’’ติ จินฺเตตฺวา วสฺเส วิคเต วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺนา ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, ฉนฺทาทิวสิกา หุตฺวา สาหเสน อตฺถํ วินิจฺฉินนฺตา ธมฺมฏฺฐา นาม โหนฺติ, อปราธํ ปน อนุวิชฺชิตฺวา อปราธานุรูปํ อสาหเสน วินิจฺฉยํ กโรนฺตา เอว ธมฺมฏฺฐา นาม โหนฺตี’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –
๒๕๖. ‘‘น เตน โหติ ธมฺมฏฺโฐ, เยนตฺถํ สาหสา นเย;
โย จ อตฺถํ อนตฺถญฺจ, อุโภ นิจฺเฉยฺย ปณฺฑิโต.
๒๕๗. ‘‘อสาหเสน ธมฺเมน, สเมน นยตี ปเร;
ธมฺมสฺส คุตฺโต เมธาวี, ธมฺมฏฺโฐติ ปวุจฺจตี’’ติ.
ตตฺถ เตนาติ เอตฺตเกเนว การเณน. ธมฺมฏฺโฐติ ราชา หิ อตฺตโน กาตพฺเพ วินิจฺฉยธมฺเม ฐิโตปิ ธมฺมฏฺโฐ นาม น โหติ. เยนาติ เยน การเณน. อตฺถนฺติ โอติณฺณํ วินิจฺฉิตพฺพํ อตฺถํ. สาหสา นเยติ ฉนฺทาทีสุ ปติฏฺฐิโต สาหเสน มุสาวาเทน วินิจฺเฉยฺย. โย หิ ฉนฺเท ปติฏฺฐาย ญาตีติ วา มิตฺโตติ วา มุสา วตฺวา อสามิกเมว สามิกํ กโรติ, โทเส ปติฏฺฐาย อตฺตโน เวรีนํ มุสา วตฺวา สามิกเมว อสามิกํ กโรติ, โมเห ปติฏฺฐาย ลญฺชํ คเหตฺวา วินิจฺฉยกาเล อญฺญวิหิโต วิย อิโต จิโต จ โอโลเกนฺโต มุสา วตฺวา ‘‘อิมินา ชิตํ, อยํ ปราชิโต’’ติ ปรํ นีหรติ, ภเย ปติฏฺฐาย กสฺสจิเทว อิสฺสรชาติกสฺส ปราชยํ ปาปุณนฺตสฺสาปิ ชยํ อาโรเปติ, อยํ สาหเสน อตฺถํ เนติ นาม. เอโส ธมฺมฏฺโฐ นาม น โหตีติ อตฺโถ. อตฺถํ อนตฺถญฺจาติ ภูตญฺจ อภูตญฺจ การณํ. อุโภ นิจฺเฉยฺยาติ โย ปน ปณฺฑิโต อุโภ อตฺถานตฺเถ วินิจฺฉินิตฺวา วทติ. อสาหเสนาติ อมุสาวาเทน. ธมฺเมนาติ วินิจฺฉยธมฺเมน, น ฉนฺทาทิวเสน. สเมนาติ อปราธานุรูเปเนว ปเร นยติ, ชยํ วา ปราชยํ วา ปาเปติ. ธมฺมสฺส คุตฺโตติ โส ธมฺมคุตฺโต ธมฺมรกฺขิโต ธมฺโมชปญฺญาย สมนฺนาคโต เมธาวี วินิจฺฉยธมฺเม ฐิตตฺตา ธมฺมฏฺโฐติ ปวุจฺจตีติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
วินิจฺฉยมหามตฺตวตฺถุ ปฐมํ.