๒. ฉพฺพคฺคิยวตฺถุ

น เตน ปณฺฑิโต โหตีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ฉพฺพคฺคิเย อารพฺภ กเถสิ.

เต กิร วิหาเรปิ คาเมปิ ภตฺตคฺคํ อากุลํ กโรนฺตา วิจรนฺติ. อเถกทิวเส ภิกฺขู คาเม ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา อาคเต ทหเร สามเณเร จ ปุจฺฉึสุ – ‘‘กีทิสํ, อาวุโส, ภตฺตคฺค’’นฺติ? ภนฺเต, มา ปุจฺฉถ, ฉพฺพคฺคิยา ‘‘มยเมว วิยตฺตา, มยเมว ปณฺฑิตา, อิเม ปหริตฺวา สีเส กจวรํ อากิริตฺวา นีหริสฺสามา’’ติ วตฺวา อเมฺห ปิฏฺฐิยํ คเหตฺวา กจวรํ โอกิรนฺตา ภตฺตคฺคํ อากุลํ อกํสูติ. ภิกฺขู สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. สตฺถา ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, พหุํ ภาสิตฺวา ปเร วิเหฐยมานํ ‘ปณฺฑิโต’ติ วทามิ, เขมินํ ปน อเวรีนํ อภยเมว ปณฺฑิโตติ วทามี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๒๕๘. ‘‘น เตน ปณฺฑิโต โหติ, ยาวตา พหุ ภาสติ;

เขมี อเวรี อภโย, ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจตี’’ติ.

ตตฺถ ยาวตาติ ยตฺตเกน การเณน สงฺฆมชฺฌาทีสุ พหุํ กเถติ, เตน ปณฺฑิโต นาม น โหติ. โย ปน สยํ เขมี ปญฺจนฺนํ เวรานํ อภาเวน อเวรี นิพฺภโย, ยํ วา อาคมฺม มหาชนสฺส ภยํ น โหติ, โส ปณฺฑิโต นาม โหตีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

ฉพฺพคฺคิยวตฺถุ ทุติยํ.