๑. ตโยชนปพฺพชิตวตฺถุ
อโยเคติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ตโย ปพฺพชิเต อารพฺภ กเถสิ.
สาวตฺถิยํ กิร เอกสฺมึ กุเล มาตาปิตูนํ เอกปุตฺตโก อโหสิ ปิโย มนาโป. โส เอกทิวสํ เคเห นิมนฺติตานํ ภิกฺขูนํ อนุโมทนํ กโรนฺตานํ ธมฺมกถํ สุตฺวา ปพฺพชิตุกาโม หุตฺวา มาตาปิตโร ปพฺพชฺชํ ยาจิ. เต นานุชานึสุ. ตสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อหํ มาตาปิตูนํ อปสฺสนฺตานํเยว พหิ คนฺตฺวา ปพฺพชิสฺสามี’’ติ. อถสฺส ปิตา พหิ นิกฺขมนฺโต ‘‘อิมํ รกฺเขยฺยาสี’’ติ มาตรํ ปฏิจฺฉาเปสิ, มาตา พหิ นิกฺขมนฺตี ปิตรํ ปฏิจฺฉาเปสิ. อถสฺส เอกทิวสํ ปิตริ พหิ คเต มาตา ‘‘ปุตฺตํ รกฺขิสฺสามี’’ติ เอกํ ทฺวารพาหํ นิสฺสาย เอกํ ปาเทหิ อุปฺปีเฬตฺวา ฉมาย นิสินฺนา สุตฺตํ กนฺตติ. โส ‘‘อิมํ วญฺเจตฺวา คมิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา, ‘‘อมฺม, โถกํ ตาว อเปหิ, สรีรวลญฺชํ กริสฺสามี’’ติ วตฺวา ตาย ปาเท สมิญฺชิเต นิกฺขมิตฺวา เวเคน วิหารํ คนฺตฺวา ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ปพฺพาเชถ มํ, ภนฺเต’’ติ ยาจิตฺวา เตสํ สนฺติเก ปพฺพชิ.
อถสฺส ปิตา อาคนฺตฺวา มาตรํ ปุจฺฉิ – ‘‘กหํ เม ปุตฺโต’’ติ? ‘‘สามิ, อิมสฺมึ ปเทเส อโหสี’’ติ. โส ‘‘กหํ นุ โข เม ปุตฺโต’’ติ โอโลเกนฺโต ตํ อทิสฺวา ‘‘วิหารํ คโต ภวิสฺสตี’’ติ วิหารํ คนฺตฺวา ปุตฺตํ ปพฺพชิตํ ทิสฺวา กนฺทิตฺวา โรทิตฺวา, ‘‘ตาต, กึ มํ นาเสสี’’ติ วตฺวา ‘‘มม ปุตฺเต ปพฺพชิเต อหํ อิทานิ เคเห กึ กริสฺสามี’’ติ สยมฺปิ ภิกฺขู ยาจิตฺวา ปพฺพชิ. อถสฺส มาตาปิ ‘‘กึ นุ โข เม ปุตฺโต จ ปติ จ จิรายนฺติ, กจฺจิ วิหารํ คนฺตฺวา ปพฺพชิตา’’ติ เต โอโลเกนฺตี วิหารํ คนฺตฺวา อุโภปิ ปพฺพชิเต ทิสฺวา ‘‘อิเมสํ ปพฺพชิตกาเล มม เคเหน โก อตฺโถ’’ติ สยมฺปิ ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ คนฺตฺวา ปพฺพชิ. เต ปพฺพชิตฺวาปิ วินา ภวิตุํ น สกฺโกนฺติ, วิหาเรปิ ภิกฺขุนิอุปสฺสเยปิ เอกโตว นิสีทิตฺวา สลฺลปนฺตา ทิวสํ วีตินาเมนฺติ. เตน ภิกฺขูปิ ภิกฺขูนิโยปิ อุพฺพาฬฺหา โหนฺติ.
อเถกทิวสํ ภิกฺขู เนสํ กิริยํ สตฺถุํ อาโรเจสุํ. สตฺถา เต ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร ตุเมฺห เอวํ กโรถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘กสฺมา เอวํ กโรถ? น หิ เอส ปพฺพชิตานํ โยโค’’ติ. ‘‘ภนฺเต, วินา ภวิตุํ น สกฺโกมา’’ติ. ‘‘ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย เอวํ กรณํ อยุตฺตํ. ปิยานญฺหิ อทสฺสนํ, อปฺปิยานญฺจ ทสฺสนํ ทุกฺขเมว. ตสฺมา สตฺเตสุ จ สงฺขาเรสุ จ กญฺจิ ปิยํ วา อปฺปิยํ วา กาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –
๒๐๙. ‘‘อโยเค ยุญฺชมตฺตานํ, โยคสฺมิญฺจ อโยชยํ;
อตฺถํ หิตฺวา ปิยคฺคาหี, ปิเหตตฺตานุโยคินํ.
๒๑๐. ‘‘มา ปิเยหิ สมาคญฺฉิ, อปฺปิเยหิ กุทาจนํ;
ปิยานํ อทสฺสนํ ทุกฺขํ, อปฺปิยานญฺจ ทสฺสนํ.
๒๑๑. ‘‘ตสฺมา ปิยํ น กยิราถ, ปิยาปาโย หิ ปาปโก;
คนฺถา เตสํ น วิชฺชนฺติ, เยสํ นตฺถิ ปิยาปฺปิย’’นฺติ.
ตตฺถ อโยเคติ อยุญฺชิตพฺเพ อโยนิโสมนสิกาเร. เวสิยาโคจราทิเภทสฺส หิ ฉพฺพิธสฺส อโคจรสฺส เสวนํ อิธ อโยนิโสมนสิกาโร นาม, ตสฺมึ อโยนิโสมนสิกาเร อตฺตานํ ยุญฺชนฺโตติ อตฺโถ. โยคสฺมินฺติ ตพฺพิปรีเต จ โยนิโสมนสิกาเร อยุญฺชนฺโตติ อตฺโถ. อตฺถํ หิตฺวาติ ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย อธิสีลาทิสิกฺขตฺตยํ อตฺโถ นาม, ตํ อตฺถํ หิตฺวา. ปิยคฺคาหีติ ปญฺจกามคุณสงฺขาตํ ปิยเมว คณฺหนฺโต. ปิเหตตฺตานุโยคินนฺติ ตาย ปฏิปตฺติยา สาสนโต จุโต คิหิภาวํ ปตฺวา ปจฺฉา เย อตฺตานุโยคํ อนุยุตฺตา สีลาทีนิ สมฺปาเทตฺวา เทวมนุสฺสานํ สนฺติกา สกฺการํ ลภนฺติ, เตสํ ปิเหติ, ‘‘อโห วตาหมฺปิ เอวรูโป อสฺส’’นฺติ อิจฺฉตีติ อตฺโถ.
มา ปิเยหีติ ปิเยหิ สตฺเตหิ วา สงฺขาเรหิ วา กุทาจนํ เอกกฺขเณปิ น สมาคจฺเฉยฺย, ตถา อปฺปิเยหิ. กึ การณา? ปิยา นญฺหิ วิโยควเสน อทสฺสนํ อปฺปิยานญฺจ อุปสงฺกมนวเสน ทสฺสนํ นาม ทุกฺขํ. ตสฺมาติ ยสฺมา อิทํ อุภยมฺปิ ทุกฺขํ, ตสฺมา กญฺจิ สตฺตํ วา สงฺขารํ วา ปิยํ นาม น กเรยฺย. ปิยาปาโย หีติ ปิเยหิ อปาโย วิโยโค. ปาปโกติ ลามโก. คนฺถา เตสํ น วิชฺชนฺตีติ เยสํ ปิยํ นตฺถิ, เตสํ อภิชฺฌากายคนฺโถ ปหียติ. เยสํ อปฺปิยํ นตฺถิ, เตสํ พฺยาปาโท กายคนฺโถ. เตสุ ปน ทฺวีสุ ปหีเนสุ เสสคนฺถา ปหีนา โหนฺติ. ตสฺมา ปิยํ วา อปฺปิยํ วา น กตฺตพฺพนฺติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ. เตน ปน ตโย ชนา ‘‘มยํ วินา ภวิตุํ น สกฺโกมา’’ติ วิพฺภมิตฺวา เคหเมว อคมึสูติ.
ตโยชนปพฺพชิตวตฺถุ ปฐมํ.