๒. อญฺญตรกุฏุมฺพิกวตฺถุ
ปิยโต ชายตีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ กุฏุมฺพิกํ อารพฺภ กเถสิ.
โส หิ อตฺตโน ปุตฺเต กาลกเต ปุตฺตโสกาภิภูโต อาฬาหนํ คนฺตฺวา โรทติ, ปุตฺตโสกํ สนฺธาเรตุํ น สกฺโกติ. สตฺถา ปจฺจูสกาเล โลกํ โวโลเกนฺโต ตสฺส โสตาปตฺติมคฺคสฺสูปนิสฺสยํ ทิสฺวา ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต เอกํ ปจฺฉาสมณํ คเหตฺวา ตสฺส เคหทฺวารํ อคมาสิ. โส สตฺถุ อาคตภาวํ สุตฺวา ‘‘มยา สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กาตุกาโม ภวิสฺสตี’’ติ สตฺถารํ ปเวเสตฺวา เคหมชฺเฌ อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา สตฺถริ นิสินฺเน อาคนฺตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. อถ นํ สตฺถา ‘‘กึ นุ โข, อุปาสก, ทุกฺขิโตสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา เตน ปุตฺตวิโยคทุกฺเข อาโรจิเต, ‘‘อุปาสก, มา จินฺตยิ, อิทํ มรณํ นาม น เอกสฺมึเยว ฐาเน, น จ เอกสฺเสว โหติ, ยาวตา ปน ภวุปฺปตฺติ นาม อตฺถิ, สพฺพสตฺตานํ โหติเยว. เอกสงฺขาโรปิ นิจฺโจ นาม นตฺถิ. ตสฺมา ‘มรณธมฺมํ มตํ, ภิชฺชนธมฺมํ ภินฺน’นฺติ โยนิโส ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ, น โสจิตพฺพํ. โปราณปณฺฑิตาปิ หิ ปุตฺตสฺส มตกาเล ‘มรณธมฺมํ มตํ, ภิชฺชนธมฺมํ ภินฺน’นฺติ โสกํ อกตฺวา มรณสฺสติเมว ภาวยึสู’’ติ วตฺวา, ‘‘ภนฺเต, เก เอวมกํสุ, กทา จ อกํสุ, อาจิกฺขถ เม’’ติ ยาจิโต ตสฺสตฺถสฺส ปกาสนตฺถํ อตีตํ อาหริตฺวา –
‘‘อุรโคว ตจํ ชิณฺณํ, หิตฺวา คจฺฉติ สํ ตนุํ;
เอวํ สรีเร นิพฺโภเค, เปเต กาลกเต สติ.
‘‘ฑยฺหมาโน น ชานาติ, ญาตีนํ ปริเทวิตํ;
ตสฺมา เอตํ น โสจามิ, คโต โส ตสฺส ยา คตี’’ติ. (ชา. ๑.๕.๑๙-๒๐) –
อิมํ ปญฺจกนิปาเต อุรคชาตกํ วิตฺถาเรตฺวา ‘‘เอวํ ปุพฺเพ ปณฺฑิตา ปิยปุตฺเต กาลกเต ยถา เอตรหิ ตฺวํ กมฺมนฺเต วิสฺสชฺเชตฺวา นิราหาโร โรทนฺโต วิจรสิ, ตถา อวิจริตฺวา มรณสฺสติภาวนาพเลน โสกํ อกตฺวา อาหารํ ปริภุญฺชึสุ, กมฺมนฺตญฺจ อธิฏฺฐหึสุ. ตสฺมา ‘ปิยปุตฺโต เม กาลกโต’ติ มา จินฺตยิ. อุปฺปชฺชมาโน หิ โสโก วา ภยํ วา ปิยเมว นิสฺสาย อุปฺปชฺชตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๒๑๒. ‘‘ปิยโต ชายตี โสโก, ปิยโต ชายตี ภยํ;
ปิยโต วิปฺปมุตฺตสฺส, นตฺถิ โสโก กุโต ภย’’นฺติ.
ตตฺถ ปิยโตติ วฏฺฏมูลโก หิ โสโก วา ภยํ วา อุปฺปชฺชมานํ ปิยเมว สตฺตํ วา สงฺขารํ วา นิสฺสาย อุปฺปชฺชติ, ตโต ปน วิปฺปมุตฺตสฺส อุภยมฺเปตํ นตฺถีติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน กุฏุมฺพิโก โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ, สมฺปตฺตานมฺปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.
อญฺญตรกุฏุมฺพิกวตฺถุ ทุติยํ.