๑๐. อสทิสทานวตฺถุ
น เว กทริยาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อสทิสทานํ อารพฺภ กเถสิ.
เอกสฺมิญฺหิ สมเย สตฺถา จาริกํ จริตฺวา ปญฺจสตภิกฺขุปริวาโร เชตวนํ ปาวิสิ. ราชา วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถารํ นิมนฺเตตฺวา ปุนทิวเส อาคนฺตุกทานํ สชฺเชตฺวา ‘‘ทานํ เม ปสฺสนฺตู’’ติ นาคเร ปกฺโกสิ. นาครา อาคนฺตฺวา รญฺโญ ทานํ ทิสฺวา ปุนทิวเส สตฺถารํ นิมนฺเตตฺวา ทานํ สชฺเชตฺวา ‘‘อมฺหากมฺปิ ทานํ, เทโว, ปสฺสตู’’ติ รญฺโญ ปหิณึสุ. ราชา เตสํ ทานํ ทิสฺวา ‘‘อิเมหิ มม ทานโต อุตฺตริตรํ กตํ, ปุน ทานํ กริสฺสามี’’ติ ปุนทิวเสปิ ทานํ สชฺเชสิ. นาคราปิ ตํ ทิสฺวา ปุนทิวเส สชฺชยึสุ. เอวํ เนว ราชา นาคเร ปราเชตุํ สกฺโกติ, น นาครา ราชานํ. อถ ฉฏฺเฐ วาเร นาครา สตคุณํ สหสฺสคุณํ วฑฺเฒตฺวา ยถา น สกฺกา โหติ ‘‘อิทํ นาม อิเมสํ ทาเน นตฺถี’’ติ วตฺตุํ, เอวํ ทานํ สชฺชยึสุ. ราชา ตํ ทิสฺวา ‘‘สจาหํ อิเมสํ ทานโต อุตฺตริตรํ กาตุํ น สกฺขิสฺสามิ, กึ เม ชีวิเตนา’’ติ อุปายํ จินฺเตนฺโต นิปชฺชิ. อถ นํ มลฺลิกา เทวี อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘กสฺมา, มหาราช, เอวํ นิปนฺโนสิ, เกน เต อินฺทฺริยานิ กิลนฺตานิ วิยา’’ติ ปุจฺฉิ. ราชา อาห – ‘‘น ทานิ ตฺวํ, เทวิ, ชานาสี’’ติ. ‘‘น ชานามิ, เทวา’’ติ. โส ตสฺสา ตมตฺถํ อาโรเจสิ.
อถ นํ มลฺลิกา อาห – ‘‘เทว, มา จินฺตยิ, กหํ ตยา ปถวิสฺสโร ราชา นาคเรหิ ปราชิยมาโน ทิฏฺฐปุพฺโพ วา สุตปุพฺโพ วา, อหํ เต ทานํ สํวิทหิสฺสามี’’ติ. อิติสฺส อสทิสทานํ สํวิทหิตุกามตาย เอวํ วตฺวา, มหาราช, สาลกลฺยาณิปทเรหิ ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ อนฺโต อาวฏฺเฏ นิสีทนมณฺฑปํ กาเรหิ, เสสา พหิอาวฏฺเฏ นิสีทิสฺสนฺติ. ปญฺจ เสตจฺฉตฺตสตานิ กาเรหิ, ตานิ คเหตฺวา ปญฺจสตา หตฺถี ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ มตฺถเก ธารยมานา ฐสฺสนฺติ. อฏฺฐ วา ทส วา รตฺตสุวณฺณนาวาโย กาเรหิ, ตา มณฺฑปมชฺเฌ ภวิสฺสนฺติ. ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ ภิกฺขูนํ อนฺตเร เอเกกา ขตฺติยธีตา นิสีทิตฺวา คนฺเธ ปิสิสฺสติ, เอเกกา ขตฺติยธีตา พีชนํ อาทาย เทฺว เทฺว ภิกฺขู พีชมานา ฐสฺสติ, เสสา ขตฺติยธีตโร ปิเส ปิเส คนฺเธ หริตฺวา สุวณฺณนาวาสุ ปกฺขิปิสฺสนฺติ, ตาสุ เอกจฺจา ขตฺติยธีตโร นีลุปฺปลกลาเป คเหตฺวา สุวณฺณนาวาสุ ปกฺขิตฺตคนฺเธ อาโลเฬตฺวา วาสํ คาหาเปสฺสนฺติ. นาครานญฺหิเนว ขตฺติยธีตโร อตฺถิ, น เสตจฺฉตฺตานิ, น หตฺถิโน จ. อิเมหิ การเณหิ นาครา ปราชิสฺสนฺติ, เอวํ กโรหิ, มหาราชาติ. ราชา ‘‘สาธุ, เทวิ, กลฺยาณํ เต กถิต’’นฺติ ตาย กถิตนิยาเมน สพฺพํ กาเรสิ. เอกสฺส ปน ภิกฺขุโน เอโก หตฺถิ นปฺปโหสิ. อถ ราชา มลฺลิกํ อาห – ‘‘ภทฺเท, เอกสฺส ภิกฺขุโน เอโก หตฺถิ นปฺปโหติ, กึ กริสฺสามา’’ติ. ‘‘กึ, เทว, ปญฺจ หตฺถิสตานิ นตฺถี’’ติ? ‘‘อตฺถิ, เทวิ, อวเสสา ทุฏฺฐหตฺถิโน, เต ภิกฺขู ทิสฺวาว เวรมฺภวาตา วิย จณฺฑา โหนฺตี’’ติ. ‘‘เทว, อหํ เอกสฺส ทุฏฺฐหตฺถิโปตกสฺส ฉตฺตํ คเหตฺวา ติฏฺฐนฏฺฐานํ ชานามี’’ติ. ‘‘กตฺถ นํ ฐเปสฺสามา’’ติ? ‘‘อยฺยสฺส องฺคุลิมาลสฺส สนฺติเก’’ติ. ราชา ตถา กาเรสิ. หตฺถิโปตโก วาลธึ อนฺตรสตฺถิมฺหิ ปกฺขิปิตฺวา อุโภ กณฺเณ ปาเตตฺวา อกฺขีนิ นิมิเลตฺวา อฏฺฐาสิ. มหาชโน ‘‘เอวรูปสฺส นาม จณฺฑหตฺถิโน อยมากาโร’’ติ หตฺถิเมว โอโลเกสิ.
ราชา พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริวิสิตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ยํ อิมสฺมึ ทานคฺเค กปฺปิยภณฺฑํ วา อกปฺปิยภณฺฑํ วา, สพฺพํ ตํ ตุมฺหากเมว ทมฺมี’’ติ อาห. ตสฺมึ ปน ทาเน เอกทิวเสเนว ปริจฺจตฺตํ จุทฺทสโกฏิธนํ โหติ. สตฺถุ ปน เสตจฺฉตฺตํ นิสีทนปลฺลงฺโก อาธารโก ปาทปีฐิกาติ จตฺตาริ อนคฺฆาเนว. ปุน เอวรูปํ กตฺวา พุทฺธานํ ทานํ นาม ทาตุํ สมตฺโถ นาโหสิ, เตเนว ตํ ‘‘อสทิสทาน’’นฺติ ปญฺญายิ. ตํ กิร สพฺพพุทฺธานํ เอกวารํ โหติเยว, สพฺเพสํ ปน อิตฺถีเยว สํวิทหติ. รญฺโญ ปน กาโฬ จ ชุโณฺห จาติ เทฺว อมจฺจา อเหสุํ. เตสุ กาโฬ จินฺเตสิ – ‘‘อโห ราชกุลสฺส ปริหานิ, เอกทิวเสเนว จุทฺทสโกฏิธนํ ขยํ คจฺฉติ, อิเม อิมํ ทานํ ภุญฺชิตฺวา คนฺตฺวา นิปนฺนา นิทฺทายิสฺสนฺติ, อโห นฏฺฐํ ราชกุล’’นฺติ. ชุโณฺห จินฺเตสิ – ‘‘อโห รญฺโญ ทานํ สุทินฺนํ. น หิ สกฺกา ราชภาเว อฏฺฐิเตน เอวรูปํ ทานํ ทาตุํ, สพฺพสตฺตานํ ปตฺตึ อเทนฺโต นาม นตฺถิ, อหํ ปนิทํ ทานํ อนุโมทามี’’ติ.
สตฺถุ ภตฺตกิจฺจาวสาเน ราชา อนุโมทนตฺถาย ปตฺตํ คณฺหิ. สตฺถา จินฺเตสิ – ‘‘รญฺญา มโหฆํ ปวตฺเตนฺเตน วิย มหาทานํ ทินฺนํ, อสกฺขิ นุ โข มหาชโน จิตฺตํ ปสาเทตุํ, อุทาหุ โน’’ติ. โส เตสํ อมจฺจานํ จิตฺตาจารํ ญตฺวา ‘‘สเจ รญฺโญ ทานานุจฺฉวิกํ อนุโมทนํ กริสฺสามิ, กาฬสฺส มุทฺธา สตฺตธา ผลิสฺสติ, ชุโณฺห โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิสฺสตี’’ติ ญตฺวา กาเฬ อนุกมฺปํ ปฏิจฺจ เอวรูปํ ทานํ ทตฺวา ฐิตสฺส รญฺโญ จตุปฺปทิกํ คาถเมว วตฺวา อุฏฺฐายาสนา วิหารํ คโต. ภิกฺขู องฺคุลิมาลํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘น กึ นุ โข, อาวุโส, ทุฏฺฐหตฺถึ ฉตฺตํ ธาเรตฺวา ฐิตํ ทิสฺวา ภายี’’ติ? ‘‘น ภายึ, อาวุโส’’ติ. เต สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา อาหํสุ – ‘‘องฺคุลิมาโล, ภนฺเต, อญฺญํ พฺยากโรสี’’ติ. สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, องฺคุลิมาโล ภายติ. ขีณาสวอุสภานญฺหิ อนฺตเร เชฏฺฐกอุสภา มม ปุตฺตสทิสา ภิกฺขู น ภายนฺตี’’ติ วตฺวา พฺราหฺมณวคฺเค อิมํ คาถมาห –
‘‘อุสภํ ปวรํ วีรํ, มเหสึ วิชิตาวินํ;
อเนชํ นฺหาตกํ พุทฺธํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ. (ธ. ป. ๔๒๒; สุ. นิ. ๖๕๑);
ราชาปิ โทมนสฺสปฺปตฺโต ‘‘เอวรูปาย นาม ปริสาย ทานํ ทตฺวา ฐิตสฺส มยฺหํ อนุจฺฉวิกํ อนุโมทนํ อกตฺวา คาถเมว วตฺวา สตฺถา อุฏฺฐายาสนา คโต. มยา สตฺถุ อนุจฺฉวิกํ ทานํ อกตฺวา อนนุจฺฉวิกํ กตํ ภวิสฺสติ, กปฺปิยภณฺฑํ อทตฺวา อกปฺปิยภณฺฑํ วา ทินฺนํ ภวิสฺสติ, สตฺถารา เม กุปิเตน ภวิตพฺพํ. เอวญฺหิ อสทิสทานํ นาม, ทานานุรูปํ อนุโมทนํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอตทโวจ – ‘‘กึ นุ โข เม, ภนฺเต, ทาตพฺพยุตฺตกํ ทานํ น ทินฺนํ, อุทาหุ ทานานุรูปํ กปฺปิยภณฺฑํ อทตฺวา อกปฺปิยภณฺฑเมว ทินฺน’’นฺติ. ‘‘กิเมตํ, มหาราชา’’ติ? ‘‘น เม ตุเมฺหหิ ทานานุจฺฉวิกา อนุโมทนา กตา’’ติ? ‘‘มหาราช, อนุจฺฉวิกเมว เต ทานํ ทินฺนํ. เอตญฺหิ อสทิสทานํ นาม, เอกสฺส พุทฺธสฺส เอกวารเมว สกฺกา ทาตุํ, ปุน เอวรูปํ นาม ทานํ ทุทฺทท’’นฺติ. ‘‘อถ กสฺมา, ภนฺเต, เม ทานานุรูปํ อนุโมทนํ น กริตฺถา’’ติ? ‘‘ปริสาย อสุทฺธตฺตา, มหาราชา’’ติ. ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, ปริสาย โทโส’’ติ? อถสฺส สตฺถา ทฺวินฺนมฺปิ อมจฺจานํ จิตฺตาจารํ อาโรเจตฺวา กาเฬ อนุกมฺปํ ปฏิจฺจ อนุโมทนาย อกตภาวํ อาจิกฺขิ. ราชา ‘‘สจฺจํ กิร เต, กาฬ, เอวํ จินฺติต’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘ตว สนฺตกํ อคฺคเหตฺวา มม ปุตฺตทาเรหิ สทฺธึ มยิ อตฺตโน สนฺตกํ เทนฺเต ตุยฺหํ กา ปีฬา. คจฺฉ, โภ, ยํ เต มยา ทินฺนํ, ตํ ทินฺนเมว โหตุ, รฏฺฐโต ปน เม นิกฺขมา’’ติ ตํ รฏฺฐา นีหริตฺวา ชุณฺหํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร เต เอวํ จินฺติต’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจ’’นฺติ วุตฺเต, ‘‘สาธุ, มาตุล, ปสนฺโนสฺมิ, ตฺวํ มม ปริชนํ คเหตฺวา มยา ทินฺนนิยาเมเนว สตฺต ทิวสานิ ทานํ เทหี’’ติ สตฺตาหํ รชฺชํ นิยฺยาเทตฺวา สตฺถารํ อาห – ‘‘ปสฺสถ, ภนฺเต, พาลสฺส กรณํ, มยา เอวํ ทินฺนทาเน ปหารมทาสี’’ติ. สตฺถา ‘‘อาม, มหาราช, พาลา นาม ปรสฺส ทานํ อนภินนฺทิตฺวา ทุคฺคติปรายณา โหนฺติ, ธีรา ปน ปเรสมฺปิ ทานํ อนุโมทิตฺวา สคฺคปรายณา เอว โหนฺตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๑๗๗. ‘‘น เว กทริยา เทวโลกํ วชนฺติ, พาลา หเว นปฺปสํสนฺติ ทานํ;
ธีโร จ ทานํ อนุโมทมาโน, เตเนว โส โหติ สุขี ปรตฺถา’’ติ.
ตตฺถ กทริยาติ ถทฺธมจฺฉริโน. พาลาติ อิธโลกปรโลกํ อชานนกา. ธีโรติ ปณฺฑิโต. สุขี ปรตฺถาติ เตเนว โส ทานานุโมทนปุญฺเญน ปรโลเก ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวมาโน สุขี โหตีติ.
เทสนาวสาเน ชุโณฺห โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ, สมฺปตฺตปริสายปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสิ, ชุโณฺหปิ โสตาปนฺโน หุตฺวา สตฺตาหํ รญฺญา ทินฺนนิยาเมเนว ทานํ อทาสีติ.
อสทิสทานวตฺถุ ทสมํ.