๑๑. อนาถปิณฺฑกปุตฺตกาลวตฺถุ

ปถพฺยา เอกรชฺเชนาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต กาลํ นาม อนาถปิณฺฑิกสฺส ปุตฺตํ อารพฺภ กเถสิ.

โส กิร ตถาวิธสฺส สทฺธาสมฺปนฺนสฺส เสฏฺฐิโน ปุตฺโต หุตฺวา เนว สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตุํ, น เคหํ อาคตกาเล ทฏฺฐุํ, น ธมฺมํ โสตุํ, น สงฺฆสฺส เวยฺยาวจฺจํ กาตุํ อิจฺฉติ. ปิตรา ‘‘มา เอวํ, ตาต, กรี’’ติ วุตฺโตปิ ตสฺส วจนํ น สุณาติ. อถสฺส ปิตา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ เอวรูปํ ทิฏฺฐึ คเหตฺวา วิจรนฺโต อวีจิปรายโณ ภวิสฺสติ, น โข ปเนตํ ปติรูปํ, ยํ มยิ ปสฺสนฺเต มม ปุตฺโต นิรยํ คจฺเฉยฺย. อิมสฺมึ โข ปน โลเก ธนทาเนน อภิชฺชนกสตฺโต นาม นตฺถิ, ธเนน นํ ภินฺทิสฺสามี’’ติ. อถ นํ อาห – ‘‘ตาต, อุโปสถิโก หุตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา เอหิ, กหาปณสตํ เต ทสฺสามี’’ติ. ทสฺสถ, ตาตาติ. ทสฺสามิ, ปุตฺตาติ. โส ยาวตติยํ ปฏิญฺญํ คเหตฺวา อุโปสถิโก หุตฺวา วิหารํ อคมาสิ. ธมฺมสฺสวเนน ปนสฺส กิจฺจํ นตฺถิ, ยถาผาสุกฏฺฐาเน สยิตฺวา ปาโตว เคหํ อคมาสิ. อถสฺส ปิตา ‘‘ปุตฺโต เม อุโปสถิโก อโหสิ, สีฆมสฺส ยาคุอาทีนิ อาหรถา’’ติ วตฺวา ทาเปสิ. โส ‘‘กหาปเณ อคฺคเหตฺวา น ภุญฺชิสฺสามี’’ติ อาหฏาหฏํ ปฏิกฺขิปิ. อถสฺส ปิตา ปีฬํ อสหนฺโต กหาปณภณฺฑํ ทาเปสิ. โส ตํ หตฺเถน คเหตฺวาว อาหารํ ปริภุญฺชิ.

อถ นํ ปุนทิวเส เสฏฺฐิ, ‘‘ตาต, กหาปณสหสฺสํ เต ทสฺสามิ, สตฺถุ ปุรโต ฐตฺวา เอกํ ธมฺมปทํ อุคฺคณฺหิตฺวา อาคจฺเฉยฺยาสี’’ติ เปเสสิ. โสปิ วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถุ ปุรโต ฐตฺวาว เอกเมว ปทํ อุคฺคณฺหิตฺวา ปลายิตุกาโม อโหสิ. อถสฺส สตฺถา อสลฺลกฺขณาการํ อกาสิ. โส ตํ ปทํ อสลฺลกฺเขตฺวา อุปริปทํ อุคฺคณฺหิสฺสามีติ ฐตฺวา อสฺโสสิเยว. อุคฺคณฺหิสฺสามีติ สุณนฺโตว กิร สกฺกจฺจํ สุณาติ นาม. เอวญฺจ กิร สุณนฺตานํ ธมฺโม โสตาปตฺติมคฺคาทโย เทติ. โสปิ อุคฺคณฺหิสฺสามีติ สุณาติ, สตฺถาปิสฺส อสลฺลกฺขณาการํ กโรติ. โส ‘‘อุปริปทํ อุคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ ฐตฺวา สุณนฺโตว โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ.

โส ปุนทิวเส พุทฺธปฺปมุเขน ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึเยว สาวตฺถึ ปาวิสิ. มหาเสฏฺฐิ ตํ ทิสฺวา ‘‘อชฺช มม ปุตฺตสฺส อากาโร รุจฺจตี’’ติ จินฺเตสิ. ตสฺสปิ เอตทโหสิ – ‘‘อโห วต เม ปิตา อชฺช สตฺถุ สนฺติเก กหาปเณ น ทเทยฺย, กหาปณการณา มยฺหํ อุโปสถิกภาวํ ปฏิจฺฉาเทยฺยา’’ติ. สตฺถา ปนสฺส หิยฺโยว กหาปณสฺส การณา อุโปสถิกภาวํ อญฺญาสิ. มหาเสฏฺฐิ, พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ยาคุํ ทาเปตฺวา ปุตฺตสฺสปิ ทาเปสิ. โส นิสีทิตฺวา ตุณฺหีภูโตว ยาคุํ ปิวิ, ขาทนียํ ขาทิ, ภตฺตํ ภุญฺชิ. มหาเสฏฺฐิ สตฺถุ ภตฺตกิจฺจาวสาเน ปุตฺตสฺส ปุรโต สหสฺสภณฺฑิกํ ฐปาเปตฺวา, ‘‘ตาต, มยา เต ‘สหสฺสํ ทสฺสามี’ติ วตฺวา อุโปสถํ สมาทาเปตฺวา วิหารํ ปหิโต. อิทํ เต สหสฺส’’นฺติ อาห. โส สตฺถุ ปุรโต กหาปเณ ทิยฺยมาเน ทิสฺวา ลชฺชนฺโต ‘‘อลํ เม กหาปเณหี’’ติ วตฺวา, ‘‘คณฺห, ตาตา’’ติ วุจฺจมาโนปิ น คณฺหิ. อถสฺส ปิตา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อชฺช เม ปุตฺตสฺส อากาโร รุจฺจตี’’ติ วตฺวา ‘‘กึ, มหาเสฏฺฐี’’ติ วุตฺเต ‘‘มยา เอส ปุริมทิวเส ‘กหาปณสตํ เต ทสฺสามี’ติ วตฺวา วิหารํ เปสิโต. ปุนทิวเส กหาปเณ อคฺคเหตฺวา ภุญฺชิตุํ น อิจฺฉิ, อชฺช ปน ทิยฺยมาเนปิ กหาปเณ น อิจฺฉตี’’ติ อาห. สตฺถา ‘‘อาม, มหาเสฏฺฐิ, อชฺช ตว ปุตฺตสฺส จกฺกวตฺติสมฺปตฺติโตปิ เทวโลกพฺรหฺมโลกสมฺปตฺตีหิปิ โสตาปตฺติผลเมว วร’’นฺติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๑๗๘. ‘‘ปถพฺยา เอกรชฺเชน, สคฺคสฺส คมเนน วา;

สพฺพโลกาธิปจฺเจน, โสตาปตฺติผลํ วร’’นฺติ.

ตตฺถ ปถพฺยา เอกรชฺเชนาติ จกฺกวตฺติรชฺเชน. สคฺคสฺส คมเนน วาติ ฉพฺพีสติวิธสฺส สคฺคสฺส อธิคมเนน. สพฺพโลกาธิปจฺเจนาติ น เอกสฺมึ เอตฺตเก โลเก นาคสุปณฺณเวมานิกเปเตหิ สทฺธึ, สพฺพสฺมึ โลเก อาธิปจฺเจน. โสตาปตฺติผลํ วรนฺติ ยสฺมา เอตฺตเก ฐาเน รชฺชํ กาเรตฺวาปิ นิรยาทีหิ อมุตฺโตว โหติ, โสตาปนฺโน ปน ปิหิตาปายทฺวาโร หุตฺวา สพฺพทุพฺพโลปิ อฏฺฐเม ภเว น นิพฺพตฺตติ, ตสฺมา โสตาปตฺติผลเมว วรํ อุตฺตมนฺติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

อนาถปิณฺฑกปุตฺตกาลวตฺถุ เอกาทสมํ.

โลกวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

เตรสโม วคฺโค.