๑๐. ปิโลติกติสฺสตฺเถรวตฺถุ
หิรีนิเสโธติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปิโลติกตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.
เอกสฺมิญฺหิ สมเย อานนฺทตฺเถโร เอกํ ปิโลติกขณฺฑนิวตฺถํ กปาลํ อาทาย ภิกฺขาย จรนฺตํ ทารกํ ทิสฺวา ‘‘กึ เต เอวํ วิจริตฺวา ชีวนโต ปพฺพชฺชา น อุตฺตริตรา’’ติ วตฺวา, ‘‘ภนฺเต, โก มํ ปพฺพาเชสฺสตี’’ติ วุตฺเต ‘‘อหํ ปพฺพาเชสฺสามี’’ติ ตํ อาทาย คนฺตฺวา สหตฺถา นฺหาเปตฺวา กมฺมฏฺฐานํ ทตฺวา ปพฺพาเชสิ. ตญฺจ ปน นิวตฺถปิโลติกขณฺฑํ ปสาเรตฺวา โอโลเกนฺโต ปริสฺสาวนกรณมตฺตมฺปิ คยฺหูปคํ กญฺจิ ปเทสํ อทิสฺวา กปาเลน สทฺธึ เอกิสฺสา รุกฺขสาขาย ฐเปสิ. โส ปพฺพชิตฺวา ลทฺธูปสมฺปโท พุทฺธานํ อุปฺปนฺนลาภสกฺการํ ปริภุญฺชมาโน มหคฺฆานิ จีวรานิ อจฺฉาเทตฺวา วิจรนฺโต ถูลสรีโร หุตฺวา อุกฺกณฺฐิตฺวา ‘‘กึ เม ชนสฺส สทฺธาเทยฺยํ นิวาเสตฺวา วิจรเณน, อตฺตโน ปิโลติกเมว นิวาเสสฺสามี’’ติ ตํ ฐานํ คนฺตฺวา ปิโลติกํ คเหตฺวา ‘‘อหิริก นิลฺลชฺช เอวรูปานํ วตฺถานํ อจฺฉาทนฏฺฐานํ ปหาย อิมํ ปิโลติกขณฺฑํ นิวาเสตฺวา กปาลหตฺโถ ภิกฺขาย จริตุํ คจฺฉสี’’ติ ตํ อารมฺมณํ กตฺวา อตฺตนาว อตฺตานํ โอวทิ, โอวทนฺตสฺเสว ปนสฺส จิตฺตํ สนฺนิสีทิ. โส ตํ ปิโลติกํ ตตฺเถว ปฏิสาเมตฺวา นิวตฺติตฺวา วิหารเมว คโต. โส กติปาหจฺจเยน ปุนปิ อุกฺกณฺฐิตฺวา ตเถว วตฺวา นิวตฺติ, ปุนปิ ตเถวาติ. ตํ เอวํ อปราปรํ วิจรนฺตํ ทิสฺวา ภิกฺขู ‘‘กหํ, อาวุโส, คจฺฉสี’’ติ ปุจฺฉนฺติ. โส ‘‘อาจริยสฺส สนฺติกํ คจฺฉามาวุโส’’ติ วตฺวา เอเตเนว นีหาเรน อตฺตโน ปิโลติกขณฺฑเมว อารมฺมณํ กตฺวา อตฺตานํ นิเสเธตฺวา กติปาเหเนว อรหตฺตํ ปาปุณิ. ภิกฺขู อาหํสุ – ‘‘กึ, อาวุโส, น ทานิ อาจริยสฺส สนฺติกํ คจฺฉสิ, นนุ อยํ เต วิจรณมคฺโค’’ติ. อาวุโส, อาจริเยน สทฺธึ สํสคฺเค สติ คโตมฺหิ, อิทานิ ปน เม ฉินฺโน สํสคฺโค, เตนสฺส สนฺติกํ น คจฺฉามีติ. ภิกฺขู ตถาคตสฺส อาโรเจสุํ – ‘‘ภนฺเต, ปิโลติกตฺเถโร อญฺญํ พฺยากโรตี’’ติ. กิมาห, ภิกฺขเวติ? อิทํ นาม, ภนฺเตติ. ตํ สุตฺวา สตฺถา ‘‘อาม, ภิกฺขเว, มม ปุตฺโต สํสคฺเค สติ อาจริยสฺส สนฺติกํ คโต, อิทานิ ปนสฺส สํสคฺโค ฉินฺโน, อตฺตนาว อตฺตานํ นิเสเธตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –
๑๔๓. ‘‘หิรีนิเสโธ ปุริโส, โกจิ โลกสฺมึ วิชฺชติ;
โย นิทฺทํ อปโพเธติ, อสฺโส ภโทฺร กสามิว.
๑๔๔. ‘‘อสฺโส ยถา ภโทฺร กสานิวิฏฺโฐ,
อาตาปิโน สํเวคิโน ภวาถ;
สทฺธาย สีเลน จ วีริเยน จ,
สมาธินา ธมฺมวินิจฺฉเยน จ;
สมฺปนฺนวิชฺชาจรณา ปติสฺสตา,
ชหิสฺสถ ทุกฺขมิทํ อนปฺปก’’นฺติ.
ตตฺถ อนฺโต อุปฺปนฺนํ อกุสลวิตกฺกํ หิริยา นิเสเธตีติ หิรีนิเสโธ. โกจิ โลกสฺมินฺติ เอวรูโป ปุคฺคโล ทุลฺลโภ, โกจิเทว โลกสฺมึ วิชฺชติ. โย นิทฺทนฺติ อปฺปมตฺโต สมณธมฺมํ กโรนฺโต อตฺตโน อุปฺปนฺนํ นิทฺทํ อปหรนฺโต พุชฺฌตีติ อปโพเธติ. กสามิวาติ ยถา ภโทฺร อสฺโส อตฺตนิ ปตมานํ กสํ อปหรติ, อตฺตนิ ปติตุํ น เทติ. โย เอวํ นิทฺทํ อปโพเธติ, โส ทุลฺลโภติ อตฺโถ.
ทุติยคาถาย อยํ สงฺเขปตฺโถ – ‘‘ภิกฺขเว, ยถา ภโทฺร อสฺโส ปมาทมาคมฺม กสาย นิวิฏฺโฐ, อหมฺปิ นาม กสาย ปหโฏ’’ติ อปรภาเค อาตปฺปํ กโรติ, เอวํ ตุเมฺหปิ อาตาปิโน สํเวคิโน ภวถ, เอวํภูตา โลกิยโลกุตฺตราย ทุวิธาย สทฺธาย จ จตุปาริสุทฺธิสีเลน จ กายิกเจตสิกวีริเยน จ อฏฺฐสมาปตฺติสมาธินา จ การณาการณชานนลกฺขเณน ธมฺมวินิจฺฉเยน จ สมนฺนาคตา หุตฺวา ติสฺสนฺนํ วา อฏฺฐนฺนํ วา วิชฺชานํ, ปญฺจทสนฺนญฺจ จรณานํ สมฺปตฺติยา สมฺปนฺนวิชฺชาจรณา. อุปฏฺฐิตสติตาย ปติสฺสตา หุตฺวา อิทํ อนปฺปกํ วฏฺฏทุกฺขํ ปชหิสฺสถาติ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
ปิโลติกติสฺสตฺเถรวตฺถุ ทสมํ.