๑๑. สุขสามเณรวตฺถุ
อุทกญฺหิ นยนฺตีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สุขสามเณรํ อารพฺภ กเถสิ.
อตีตสฺมิญฺหิ พาราณสิเสฏฺฐิโน คนฺธกุมาโร นาม ปุตฺโต อโหสิ. ราชา ตสฺส ปิตริ กาลกเต ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา สมสฺสาเสตฺวา มหนฺเตน สกฺกาเรน ตสฺเสว เสฏฺฐิฏฺฐานํ อทาสิ. โส ตโต ปฏฺฐาย คนฺธเสฏฺฐีติ ปญฺญายิ. อถสฺส ภณฺฑาคาริโก ธนคพฺภทฺวารํ วิวริตฺวา, ‘‘สามิ, อิทํ เต เอตฺตกํ ปิตุ ธนํ, เอตฺตกํ ปิตามหาทีน’’นฺติ นีหริตฺวา ทสฺเสสิ. โส ตํ ธนราสึ โอโลเกตฺวา อาห – ‘‘กึ ปน เต อิมํ ธนํ คเหตฺวา น คมึสู’’ติ. ‘‘สามิ, ธนํ คเหตฺวา คตา นาม นตฺถิ. อตฺตนา กตํ กุสลากุสลเมว หิ อาทาย สตฺตา คจฺฉนฺตี’’ติ. โส จินฺเตสิ – ‘‘เต พาลตาย ธนํ สณฺฐาเปตฺวา ปหาย คตา, อหํ ปเนตํ คเหตฺวาว คมิสฺสามี’’ติ. เอวํ ปน จินฺเตนฺโต ‘‘ทานํ วา ทสฺสามิ, ปูชํ วา กริสฺสามี’’ติ อจินฺเตตฺวา ‘‘อิทํ สพฺพํ ขาทิตฺวาว คมิสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ. โส สตสหสฺสํ วิสฺสชฺเชตฺวา ผลิกมยํ นฺหานโกฏฺฐกํ กาเรสิ, สตสหสฺสํ ทตฺวา ผลิกมยเมว นฺหานผลกํ, สตสหสฺสํ ทตฺวา นิสีทนปลฺลงฺกํ, สตสหสฺสํ ทตฺวา โภชนปาตึ, สตสหสฺสเมว ทตฺวา โภชนฏฺฐาเน มณฺฑปํ การาเปสิ, สตสหสฺสํ ทตฺวา โภชนปาติยา อาสิตฺตกูปธานํ กาเรสิ, สตสหสฺเสเนว เคเห สีหปญฺชรํ สณฺฐาเปสิ, อตฺตโน ปาตราสตฺถาย สหสฺสํ อทาสิ, สายมาสตฺถายปิ สหสฺสเมว. ปุณฺณมทิวเส ปน โภชนตฺถาย สตสหสฺสํ ทาเปสิ, ตํ ภตฺตํ ภุญฺชนทิวเส สตสหสฺสํ วิสฺสชฺเชตฺวา นครํ อลงฺกริตฺวา เภรึ จราเปสิ – ‘‘คนฺธเสฏฺฐิสฺส กิร ภตฺตภุญฺชนาการํ โอโลเกนฺตู’’ติ.
มหาชโน มญฺจาติมญฺเจ พนฺธิตฺวา สนฺนิปติ. โสปิ สตสหสฺสคฺฆนเก นฺหานโกฏฺฐเก สตสหสฺสคฺฆนเก ผลเก นิสีทิตฺวา โสฬสหิ คนฺโธทกฆเฏหิ นฺหตฺวา ตํ สีหปญฺชรํ วิวริตฺวา ตสฺมึ ปลฺลงฺเก นิสีทิ. อถสฺส ตสฺมึ อาสิตฺตกูปธาเน ตํ ปาตึ ฐเปตฺวา สตสหสฺสคฺฆนกํ โภชนํ วฑฺเฒสุํ. โส นาฏกปริวุโต เอวรูปาย สมฺปตฺติยา ตํ โภชนํ ภุญฺชติ. อปเรน สมเยน เอโก คามิกมนุสฺโส อตฺตโน ปริพฺพยาหรณตฺถํ ทารุอาทีนิ ยานเก ปกฺขิปิตฺวา นครํ คนฺตฺวา สหายกสฺส เคเห นิวาสํ คณฺหิ. ตทา ปน ปุณฺณมทิวโส โหติ. ‘‘คนฺธเสฏฺฐิโน ภุญฺชนลีฬํ โอโลเกนฺตู’’ติ นคเร เภรึ จราเปสิ. อถ นํ สหายโก อาห – ‘‘สมฺม, คนฺธเสฏฺฐิโน เต ภุญฺชนลีฬํ ทิฏฺฐปุพฺพ’’นฺติ. ‘‘น ทิฏฺฐปุพฺพํ, สมฺมา’’ติ. ‘‘เตน หิ เอหิ, คจฺฉาม, อยํ นคเร เภรี จรติ, เอตสฺส มหาสมฺปตฺตึ ปสฺสามา’’ติ นครวาสี ชนปทวาสึ คเหตฺวา อคมาสิ. มหาชโนปิ มญฺจาติมญฺเจ อภิรุหิตฺวา ปสฺสติ. คามวาสี ภตฺตคนฺธํ ฆายิตฺวาว นครวาสึ อาห – ‘‘มยฺหํ เอตาย ปาติยา ภตฺตปิณฺเฑ ปิปาสา ชาตา’’ติ. สมฺม, มา เอตํ ปตฺถยิ, น สกฺกา ลทฺธุนฺติ. สมฺม, อลภนฺโต น ชีวิสฺสามีติ. โส ตํ ปฏิพาหิตุํ อสกฺโกนฺโต ปริสปริยนฺเต ฐตฺวา ‘‘ปณมามิ เต, สามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ มหาสทฺทํ นิจฺฉาเรตฺวา ‘‘โก เอโส’’ติ วุตฺเต อหํ, สามีติ. ‘‘กิเมต’’นฺติ. ‘‘อยํ เอโก คามวาสี ตุมฺหากํ ปาติยํ ภตฺตปิณฺเฑ ปิปาสํ อุปาเทสิ, เอกํ ภตฺตปิณฺฑํ ทาเปถา’’ติ. ‘‘น สกฺกา ลทฺธุ’’นฺติ. ‘‘กึ, สมฺม, สุตํ เต’’ติ? ‘‘สุตํ เม, อปิจ ลภนฺโต ชีวิสฺสามิ, อลภนฺตสฺส เม มรณํ ภวิสฺสตี’’ติ. โส ปุนปิ วิรวิ – ‘‘อยํ กิร, สามิ, อลภนฺโต มริสฺสติ, ชีวิตมสฺส เทถา’’ติ. อมฺโภ ภตฺตปิณฺโฑ นาม สตมฺปิ อคฺฆติ, สตทฺวยมฺปิ อคฺฆติ. โย โย ยาจติ, ตสฺส ตสฺส ททมาโน อหํ กึ ภุญฺชิสฺสามีติ? สามิ, อยํ อลภนฺโต มริสฺสติ, ชีวิตมสฺส เทถาติ. น สกฺกาว มุธา ลทฺธุํ, ยทิ ปน อลภนฺโต น ชีวติ, ตีณิ สํวจฺฉรานิ มม เคเห ภตึ กโรตุ, เอวมสฺส ภตฺตปาตึ ทาเปสฺสามีติ. คามวาสี ตํ สุตฺวา ‘‘เอวํ โหตุ, สมฺมา’’ติ สหายกํ วตฺวา ปุตฺตทารํ ปหาย ‘‘ภตฺตปาติอตฺถาย ตีณิ สํวจฺฉรานิ ภตึ กริสฺสามี’’ติ เสฏฺฐิสฺส เคหํ ปาวิสิ. โส ภตึ กโรนฺโต สพฺพกิจฺจานิ สกฺกจฺจํ อกาสิ. เคเห วา อรญฺเญ วา รตฺตึ วา ทิวา วา สพฺพานิ กตฺตพฺพกมฺมานิ กตาเนว ปญฺญายึสุ. ‘‘ภตฺตภติโก’’ติ จ วุตฺเต สกลนคเรปิ ปญฺญายิ. อถสฺส ทิวเส ปริปุณฺเณ ภตฺตเวยฺยาวฏิโก ‘‘ภตฺตภติกสฺส, สามิ, ทิวโส ปุณฺโณ, ทุกฺกรํ เตน กตํ ตีณิ สํวจฺฉรานิ ภตึ กโรนฺเตน, เอกมฺปิ กมฺมํ น โกปิตปุพฺพ’’นฺติ อาห.
อถสฺส เสฏฺฐิ อตฺตโน สายปาตราสตฺถาย เทฺว สหสฺสานิ, ตสฺส ปาตราสตฺถาย สหสฺสนฺติ ตีณิ สหสฺสานิ ทาเปตฺวา อาห – ‘‘อชฺช มยฺหํ กตฺตพฺพํ ปริหารํ ตสฺเสว กโรถา’’ติ. วตฺวา จ ปน ฐเปตฺวา เอกํ จินฺตามณึ นาม ปิยภริยํ อวเสสชนมฺปิ ‘‘อชฺช ตเมว ปริวาเรถา’’ติ วตฺวา สพฺพสมฺปตฺตึ ตสฺส นิยฺยาเทสิ. โส เสฏฺฐิโน นฺหาโนทเกน ตสฺเสว โกฏฺฐเก ตสฺมึ ผลเก นิสินฺโน นฺหตฺวา ตสฺเสว นิวาสนสาฏเก นิวาเสตฺวา ตสฺเสว ปลฺลงฺเก นิสีทิ. เสฏฺฐิปิ นคเร เภรึ จราเปสิ – ‘‘ภตฺตภติโก คนฺธเสฏฺฐิสฺส เคเห ตีณิ สํวจฺฉรานิ ภตึ กตฺวา ปาตึ ลภิ, ตสฺส ภุญฺชนสมฺปตฺตึ โอโลเกนฺตู’’ติ. มหาชโน มญฺจาติมญฺเจ อภิรุหิตฺวา ปสฺสติ, คามวาสิสฺส โอโลกิโตโลกิตฏฺฐานํ กมฺปนาการปฺปตฺตํ อโหสิ. นาฏกา ปริวาเรตฺวา อฏฺฐสุํ, ตสฺส ปุรโต ภตฺตปาตึ วฑฺเฒตฺวา ฐปยึสุ. อถสฺส หตฺถโธวนเวลาย คนฺธมาทเน เอโก ปจฺเจกพุทฺโธ สตฺตเม ทิวเส สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ‘‘กตฺถ นุ โข อชฺช ภิกฺขาจารตฺถาย คจฺฉามี’’ติ อุปธาเรนฺโต ภตฺตภติกํ อทฺทส. อถ โส ‘‘อยํ ตีณิ สํวจฺฉรานิ ภตึ กตฺวา ภตฺตปาตึ ลภิ, อตฺถิ นุ โข เอตสฺส สทฺธา, นตฺถี’’ติ อุปธาเรนฺโต ‘‘อตฺถี’’ติ ญตฺวา ‘‘สทฺธาปิ เอกจฺเจ สงฺคหํ กาตุํ น สกฺโกนฺติ, สกฺขิสฺสติ นุ โข เม สงฺคหํ กาตุ’’นฺติ จินฺเตตฺวา ‘‘สกฺขิสฺสติ เจว มม จ สงฺคหกรณํ นิสฺสาย มหาสมฺปตฺตึ ลภิสฺสตี’’ติ ญตฺวา จีวรํ ปารุปิตฺวา ปตฺตมาทาย เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปริสนฺตเรน คนฺตฺวา ตสฺส ปุรโต ฐิตเมว อตฺตานํ ทสฺเสสิ.
โส ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อหํ ปุพฺเพ อทินฺนภาเวน เอกิสฺสา ภตฺตปาติยา อตฺถาย ตีณิ สํวจฺฉรานิ ปรเคเห ภตึ อกาสึ, อิทานิ เม อิทํ ภตฺตํ เอกํ รตฺตินฺทิวํ รกฺเขยฺย, สเจ ปน นํ อยฺยสฺส ทสฺสามิ, อเนกานิปิ กปฺปโกฏิสหสฺสานิ รกฺขิสฺสติ, อยฺยสฺเสว นํ ทสฺสามี’’ติ. โส ตีณิ สํวจฺฉรานิ ภตึ กตฺวา ลทฺธภตฺตปาติโต เอกปิณฺฑมฺปิ มุเข อฏฺฐเปตฺวา ตณฺหํ วิโนเทตฺวา สยเมว ปาตึ อุกฺขิปิตฺวา ปจฺเจกพุทฺธสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปาตึ อญฺญสฺส หตฺเถ ทตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา ปาตึ วามหตฺเถน คเหตฺวา ทกฺขิณหตฺเถน ตสฺส ปตฺเต ภตฺตํ อากิริ. ปจฺเจกพุทฺโธ ภตฺตสฺส อุปฑฺฒเสสกาเล ปตฺตํ หตฺเถน ปิทหิ. อถ นํ โส อาห – ‘‘ภนฺเต, เอโกว ปฏิวิโส น สกฺกา ทฺวิธา กาตุํ, มา มํ อิธโลเกน สงฺคณฺหถ, ปรโลเกน สงฺคหเมว กโรถ, สาวเสสํ อกตฺวา นิรวเสสเมว ทสฺสามี’’ติ. อตฺตโน หิ โถกมฺปิ อนวเสเสตฺวา ทินฺนํ นิรวเสสทานํ นาม, ตํ มหปฺผลํ โหติ. โส ตถา กโรนฺโต สพฺพํ ทตฺวา ปุน วนฺทิตฺวา อาห – ‘‘ภนฺเต, เอกํ ภตฺตปาตึ นิสฺสาย ตีณิ สํวจฺฉรานิ เม ปรเคเห ภตึ กโรนฺเตน ทุกฺขํ อนุภูตํ, อิทานิ เม นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน สุขเมว โหตุ, ตุเมฺหหิ ทิฏฺฐธมฺมสฺเสว ภาคี อสฺส’’นฺติ. ปจฺเจกพุทฺโธ ‘‘เอวํ โหตุ, จินฺตามณิ วิย เต สพฺพกามทโท มโนสงฺกปฺปา ปุณฺณจนฺโท วิย ปูเรนฺตู’’ติ อนุโมทนํ กโรนฺโต –
‘‘อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ ตุยฺหํ, สพฺพเมว สมิชฺฌตุ;
สพฺเพ ปูเรนฺตุ สงฺกปฺปา, จนฺโท ปนฺนรโส ยถา.
‘‘อิจฺฉิตํ ปตฺถิกํ ตุยฺหํ, ขิปฺปเมว สมิชฺฌตุ;
สพฺเพ ปูเรนฺตุ สงฺกปฺปา, มณิ โชติรโส ยถา’’ติ. –
วตฺวา ‘‘อยํ มหาชโน ยาว คนฺธมาทนปพฺพตคมนา มํ ปสฺสนฺโต ติฏฺฐตู’’ติ อธิฏฺฐาย อากาเสน คนฺธมาทนํ อคมาสิ.
มหาชโนปิ นํ ปสฺสนฺโตว อฏฺฐาสิ. โส ตตฺถ คนฺตฺวา ตํ ปิณฺฑปาตํ ปญฺจสตานํ ปจฺเจกพุทฺธานํ วิภชิตฺวา อทาสิ. สพฺเพ อตฺตโน ปโหนกํ คณฺหึสุ. ‘‘อปฺโป ปิณฺฑปาโต กถํ ปโหสี’’ติ น จินฺเตตพฺพํ. จตฺตาริ หิ อจินฺเตยฺยานิ (อ. นิ. ๔.๗๗) วุตฺตานิ, ตตฺรายํ ปจฺเจกพุทฺธวิสโยติ. มหาชโน ปจฺเจกพุทฺธานํ ปิณฺฑปาตํ วิภชิตฺวา ทิยฺยมานํ ทิสฺวา สาธุการสหสฺสานิ ปวตฺเตสิ, อสนิสตนิปากสทฺโท วิย อโหสิ. ตํ สุตฺวา คนฺธเสฏฺฐิ จินฺเตสิ – ‘‘ภตฺตภติโก มยา ทินฺนสมฺปตฺตึ ธาเรตุํ นาสกฺขิ มญฺเญ, เตนายํ มหาชโน ปริหาสํ กโรนฺโต สนฺนิปติโต นทตี’’ติ. โส ตปฺปวตฺติชานนตฺถํ มนุสฺเส เปเสสิ. เต อาคนฺตฺวา ‘‘สมฺปตฺติธารกา นาม, สามิ, เอวํ โหนฺตู’’ติ วตฺวา ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสุํ. เสฏฺฐิ ตํ สุตฺวาว ปญฺจวณฺณาย ปีติยา ผุฏฺฐสรีโร หุตฺวา ‘‘อโห ทุกฺกรํ เตน กตํ, อหํ เอตฺตกํ กาลํ เอวรูปาย สมฺปตฺติยา ฐิโต กิญฺจิ ทาตุํ นาสกฺขิ’’นฺติ ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร ตยา อิทํ นาม กต’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อาม, สามี’’ติ วุตฺเต, ‘‘หนฺท, สหสฺสํ คเหตฺวา ตว ทาเน มยฺหมฺปิ ปตฺตึ เทหี’’ติ อาห. โส ตถา อกาสิ. เสฏฺฐิปิสฺส สพฺพํ อตฺตโน สนฺตกํ มชฺเฌ ภินฺทิตฺวา อทาสิ.
จตสฺโส หิ สมฺปทา นาม – วตฺถุสมฺปทา, ปจฺจยสมฺปทา, เจตนาสมฺปทา, คุณาติเรกสมฺปทาติ. ตตฺถ นิโรธสมาปตฺติรโห อรหา วา อนาคามี วา ทกฺขิเณยฺโย วตฺถุสมฺปทา นาม. ปจฺจยานํ ธมฺเมน สเมน อุปฺปตฺติ ปจฺจยสมฺปทา นาม. ทานโต ปุพฺเพ ทานกาเล ปจฺฉา ภาเคติ ตีสุ กาเลสุ เจตนาย โสมนสฺสสหคตญาณสมฺปยุตฺตภาโว เจตนาสมฺปทา นาม. ทกฺขิเณยฺยสฺส สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตภาโว คุณาติเรกสมฺปทา นามาติ. อิมสฺส จ ขีณาสโว ปจฺเจกพุทฺโธ ทกฺขิเณยฺยา, ภตึ กตฺวา ลทฺธภาเวน ปจฺจโย ธมฺมโต อุปฺปนฺโน, ตีสุ กาเลสุ ปริสุทฺธา เจตนา, สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตมตฺโต ปจฺเจกพุทฺโธ คุณาติเรโกติ จตสฺโสปิ สมฺปทา นิปฺผนฺนา. เอตาสํ อานุภาเวน ทิฏฺเฐว ธมฺเม มหาสมฺปตฺตึ ปาปุณนฺติ. ตสฺมา โส เสฏฺฐิโน สนฺติกา สมฺปตฺตึ ลภิ. อปรภาเค จ ราชาปิ อิมินา กตกมฺมํ สุตฺวา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา สหสฺสํ ทตฺวา ปตฺตึ คเหตฺวา ตุฏฺฐมานโส มหนฺตํ โภคกฺขนฺธํ ทตฺวา เสฏฺฐิฏฺฐานํ อทาสิ. ภตฺตภติกเสฏฺฐีติสฺส นามํ อกาสิ. โส คนฺธเสฏฺฐินา สทฺธึ สหาโย หุตฺวา เอกโต ขาทนฺโต ปิวนฺโต ยาวตายุกํ ฐตฺวา ตโต จุโต เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา เอกํ พุทฺธนฺตรํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ สาริปุตฺตตฺเถรสฺสูปฏฺฐากกุเล ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. อถสฺส มาตา ลทฺธคพฺภปริหารา กติปาหจฺจเยน ‘‘อโห วตาหํ ปญฺจสเตหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สตรสโภชนํ ทตฺวา กาสายวตฺถนิวตฺถา สุวณฺณสรกํ อาทาย อาสนปริยนฺเต นิสินฺนา เตสํ ภิกฺขูนํ อุจฺฉิฏฺฐาวเสสกํ ปริภุญฺเชยฺย’’นฺติ โทหฬินี หุตฺวา ตเถว กตฺวา โทหฬํ ปฏิวิโนเทสิ. สา เสสมงฺคเลสุปิ ตถารูปเมว ทานํ ทตฺวา ปุตฺตํ วิชายิตฺวา นามคฺคหณทิวเส ‘‘ปุตฺตสฺส เม, ภนฺเต, สิกฺขาปทานิ เทถา’’ติ เถรํ อาห. เถโร ‘‘กิมสฺส นาม’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘ภนฺเต, ปุตฺตสฺส เม ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐาย อิมสฺมึ เคเห กสฺสจิ ทุกฺขํ นาม น ภูตปุพฺพํ, เตเนวสฺส สุขกุมาโรติ นามํ ภวิสฺสตี’’ติ วุตฺเต ตเทวสฺส นามํ คเหตฺวา สิกฺขาปทานิ อทาสิ.
ตทา เอวญฺจสฺส มาตุ ‘‘นาหํ มม ปุตฺตสฺส อชฺฌาสยํ ภินฺทิสฺสามี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิ. สา ตสฺส กณฺณวิชฺฌนมงฺคลาทีสุปิ ตเถว ทานํ อทาสิ. กุมาโรปิ สตฺตวสฺสิกกาเล ‘‘อิจฺฉามหํ, อมฺม, เถรสฺส สนฺติเก ปพฺพชิตุ’’นฺติ อาห. สา ‘‘สาธุ, ตาต, นาหํ ตว อชฺฌาสยํ ภินฺทิสฺสามี’’ติ เถรํ นิมนฺเตตฺวา โภเชตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ปุตฺโต เม ปพฺพชิตุํ อิจฺฉติ, อิมาหํ สายนฺหสมเย วิหารํ อาเนสฺสามี’’ติ เถรํ อุยฺโยเชตฺวา ญาตเก สนฺนิปาเตตฺวา ‘‘ปุตฺตสฺส เม คิหิกาเล กตฺตพฺพํ กิจฺจํ อชฺเชว กริสฺสามา’’ติ วตฺวา ปุตฺตํ อลงฺกริตฺวา มหนฺเตน สิริโสภคฺเคน วิหารํ เนตฺวา เถรสฺส นิยฺยาเทสิ. เถโรปิ ตํ, ‘‘ตาต, ปพฺพชฺชา นาม ทุกฺกรา, สกฺขิสฺสสิ อภิรมิตุ’’นฺติ วตฺวา ‘‘กริสฺสามิ โว, ภนฺเต, โอวาท’’นฺติ วุตฺเต กมฺมฏฺฐานํ ทตฺวา ปพฺพาเชสิ. มาตาปิตโรปิสฺส ปพฺพชฺชาย สกฺการํ กโรนฺตา อนฺโตวิหาเรเยว สตฺตาหํ พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส สตรสโภชนํ ทตฺวา สายํ อตฺตโน เคหํ อคมํสุ. อฏฺฐเม ทิวเส สาริปุตฺตตฺเถโร ภิกฺขุสงฺเฆ คามํ ปวิฏฺเฐ วิหาเร กตฺตพฺพกิจฺจํ กตฺวา สามเณรํ ปตฺตจีวรํ คาหาเปตฺวา คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. สามเณโร อนฺตรามคฺเค มาติกาทีนิ ทิสฺวา ปณฺฑิตสามเณโร วิย ปุจฺฉิ. เถโรปิ ตสฺส ตเถว พฺยากาสิ. สามเณโร ตานิ การณานิ สุตฺวา ‘‘สเจ ตุเมฺห อตฺตโน ปตฺตจีวรํ คเณฺหยฺยาถ, อหํ นิวตฺเตยฺย’’นฺติ วตฺวา เถเรน ตสฺส อชฺฌาสยํ อภินฺทิตฺวา, ‘‘สามเณร, เทหิ มม ปตฺตจีวร’’นฺติ ปตฺตจีวเร คหิเต เถรํ วนฺทิตฺวา นิวตฺตมาโน, ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ อาหารํ อาหรมาโน สตรสโภชนํ อาหเรยฺยาถา’’ติ อาห. กุโต ตํ ลภิสฺสามีติ? อตฺตโน ปุญฺเญน อลภนฺโต มม ปุญฺเญน ลภิสฺสถ, ภนฺเตติ. อถสฺส เถโร กุญฺจิกํ ทตฺวา คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. โสปิ วิหารํ อาคนฺตฺวา เถรสฺส คพฺภํ วิวริตฺวา ปวิสิตฺวา ทฺวารํ ปิธาย อตฺตโน กาเย ญาณํ โอตาเรตฺวา นิสีทิ.
ตสฺส คุณเตเชน สกฺกสฺส อาสนํ อุณฺหาการํ ทสฺเสสิ. สกฺโก ‘‘กึ นุ โข เอต’’นฺติ โอโลเกนฺโต สามเณรํ ทิสฺวา ‘‘สุขสามเณโร อตฺตโน อุปชฺฌายสฺส ปตฺตจีวรํ ทตฺวา ‘สมณธมฺมํ กริสฺสามี’ติ นิวตฺโต, มยา ตตฺถ คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา จตฺตาโร มหาราเช ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘คจฺฉถ, ตาตา, วิหารสฺสูปวเน ทุสฺสทฺทเก สกุเณ ปลาเปถา’’ติ อุยฺโยเชสิ. เต ตถา กตฺวา สามนฺตา อารกฺขํ คณฺหึสุ. จนฺทิมสูริเย ‘‘อตฺตโน วิมานานิ คเหตฺวา ติฏฺฐถา’’ติ อาณาเปสิ. เตปิ ตถา กรึสุ. สยมฺปิ อาวิญฺฉนฏฺฐาเน อารกฺขํ คณฺหิ. วิหาโร สนฺนิสินฺโน นิรโว อโหสิ. สามเณโร เอกคฺคจิตฺเตน วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ตีณิ มคฺคผลานิ ปาปุณิ. เถโร ‘‘สามเณเรน ‘สตรสโภชนํ อาหเรยฺยาถา’ติ วุตฺตํ, กสฺส นุ โข ฆเร สกฺกา ลทฺธุ’’นฺติ โอโลเกนฺโต เอกํ อชฺฌาสยสมฺปนฺนํ อุปฏฺฐากตุลํ ทิสฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา, ‘‘ภนฺเต, สาธุ โว กตํ อชฺช อิธาคจฺฉนฺเตหี’’ติ เตหิ ตุฏฺฐมานเสหิ ปตฺตํ คเหตฺวา นิสีทาเปตฺวา ยาคุขชฺชกํ ทตฺวา ยาว ภตฺตกาลํ ธมฺมกถํ ยาจิโต เตสํ สารณียธมฺมกถํ กเถตฺวา กาลํ สลฺลกฺเขตฺวา เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. อถสฺส สตรสโภชนํ ทตฺวา ตํ อาทาย คนฺตุกามํ เถรํ ทิสฺวา ‘‘ภุญฺชถ, ภนฺเต, อปรมฺปิ เต ทสฺสามา’’ติ เถรํ โภเชตฺวา ปุน ปตฺตปูรํ อทํสุ. เถโร ตํ อาทาย ‘‘สามเณโร เม ฉาโต’’ติ ตุริตตุริโต วิหารํ ปายาสิ. ตํ ทิวสํ สตฺถา ปาโตว นิกฺขมิตฺวา คนฺธกุฏิยํ นิสินฺโนว อาวชฺเชสิ – ‘‘อชฺช สุขสามเณโร อุปชฺฌายสฺส ปตฺตจีวรํ ทตฺวา ‘สมณธมฺมํ กริสฺสามี’ติ นิวตฺโต, นิปฺผนฺนํ นุ โข ตสฺส กิจฺจ’’นฺติ. โส ติณฺณํเยว มคฺคผลานํ ปตฺตภาวํ ทิสฺวา อุตฺตริปิ อุปธาเรนฺโต ‘‘สกฺขิสฺสตายํ อชฺช อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ, สาริปุตฺโต ปน ‘สามเณโร เม ฉาโต’ติ เวเคน ภตฺตํ อาทาย นิกฺขมติ, สเจ อิมสฺมึ อรหตฺตํ อปฺปตฺเต ภตฺตํ อาหริสฺสติ, อิมสฺส อนฺตราโย ภวิสฺสติ, มยา คนฺตฺวา ทฺวารโกฏฺฐเก อารกฺขํ คณฺหิตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา คนฺธกุฏิโต นิกฺขมิตฺวา ทฺวารโกฏฺฐเก ฐตฺวา อารกฺขํ คณฺหิ.
เถโรปิ ภตฺตํ อาหริ. อถ นํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว จตฺตาโร ปเญฺห ปุจฺฉิ. ปญฺหวิสฺสชฺชนาวสาเน สามเณโร อรหตฺตํ ปาปุณิ. สตฺถา เถรํ อามนฺเตตฺวา ‘‘คจฺฉ, สาริปุตฺต, สามเณรสฺส เต ภตฺตํ เทหี’’ติ อาห. เถโร คนฺตฺวา ทฺวารํ อาโกเฏสิ. สามเณโรปิ นิกฺขมิตฺวา อุปชฺฌายสฺส วตฺตํ กตฺวา ‘‘ภตฺตกิจฺจํ กโรหี’’ติ วุตฺเต เถรสฺส ภตฺเตน อนตฺถิกภาวํ ญตฺวา สตฺตวสฺสิกกุมาโร ตงฺขณญฺเญว อรหตฺตํ ปตฺโต นีจาสนฏฺฐานํ ปจฺจเวกฺขนฺโต ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา ปตฺตํ โธวิ. ตสฺมึ กาเล จตฺตาโร มหาราชาโน อารกฺขํ วิสฺสชฺเชสุํ. จนฺทิมสูริยาปิ วิมานานิ มุญฺจึสุ. สกฺโกปิ อาวิญฺฉนฏฺฐาเน อารกฺขํ วิสฺสชฺเชสิ. สูริโย นภมชฺฌํ อติกฺกนฺโตเยว ปญฺญายิ. ภิกฺขู ‘‘สายโนฺห ปญฺญายติ, สามเณเรน จ อิทาเนว ภตฺตกิจฺจํ กตํ, กึ นุ โข อชฺช ปุพฺพโณฺห พลวา ชาโต, สายโนฺห มนฺโท’’ติ วทึสุ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อชฺช ปุพฺพโณฺห พลวา ชาโต, สายโนฺห มนฺโท, สามเณเรน จ อิทาเนว ภตฺตกิจฺจํ กตํ, อถ จ ปน สูริโย นภมชฺฌํ อติกฺกนฺโตเยว ปญฺญายตี’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, เอวเมวํ โหติ ปุญฺญวนฺตานํ สมณธมฺมกรณกาเล. อชฺช หิ จตฺตาโร มหาราชาโน สามนฺตา อารกฺขํ คณฺหึสุ, จนฺทิมสูริยา วิมานานิ คเหตฺวา อฏฺฐํสุ, สกฺโก อาวิญฺฉนเก อารกฺขํ คณฺหิ, อหมฺปิ ทฺวารโกฏฺฐเก อารกฺขํ คณฺหึ, อชฺช สุขสามเณโร มาติกาย อุทกํ หรนฺเต, อุสุกาเร อุสุํ อุชุํ กโรนฺเต, ตจฺฉเก จกฺกาทีนิ กโรนฺเต ทิสฺวา อตฺตานํ ทเมตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๑๔๕. ‘‘อุทกญฺหิ นยนฺติ เนตฺติกา, อุสุการา นมยนฺติ เตชนํ;
ทารุํ นมยนฺติ ตจฺฉกา, อตฺตานํ ทมยนฺติ สุพฺพตา’’ติ.
ตตฺถ สุพฺพตาติ สุวทา, สุเขน โอวทิตพฺพา อนุสาสิตพฺพาติ อตฺโถ. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
สุขสามเณรวตฺถุ เอกาทสมํ.
ทณฺฑวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทสโม วคฺโค.