๒. พาหิยทารุจีริยตฺเถรวตฺถุ
สหสฺสมปิ เจ คาถาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ทารุจีริยตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.
เอกสฺมิญฺหิ กาเล พหู มนุสฺสา นาวาย มหาสมุทฺทํ ปกฺขนฺทิตฺวา อนฺโตมหาสมุทฺเท ภินฺนาย นาวาย มจฺฉกจฺฉปภกฺขา อเหสุํ. เอโกเวตฺถ เอกํ ผลกํ คเหตฺวา วายมนฺโต สุปฺปารกปฏฺฏนตีรํ โอกฺกมิ, ตสฺส นิวาสนปารุปนํ นตฺถิ. โส อญฺญํ กิญฺจิ อปสฺสนฺโต สุกฺขกฏฺฐทณฺฑเก วาเกหิ ปลิเวเฐตฺวา นิวาสนปารุปนํ กตฺวา เทวกุลโต กปาลํ คเหตฺวา สุปฺปารกปฏฺฏนํ อคมาสิ, มนุสฺสา ตํ ทิสฺวา ยาคุภตฺตาทีนิ ทตฺวา ‘‘อยํ เอโก อรหา’’ติ สมฺภาเวสุํ. โส วตฺเถสุ อุปนีเตสุ ‘‘สจาหํ นิวาเสสฺสามิ วา ปารุปิสฺสามิ วา, ลาภสกฺกาโร เม ปริหายิสฺสตี’’ติ ตานิ วตฺถานิ ปฏิกฺขิปิตฺวา ทารุจีราเนว ปริทหิ. อถสฺส พหูหิ ‘‘อรหา อรหา’’ติ วุจฺจมานสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ‘‘เย โข เกจิ โลเก อรหนฺโต วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺนา, อหํ เตสํ อญฺญตโร’’ติ. อถสฺส ปุราณสาโลหิตา เทวตา เอวํ จินฺเตสิ.
ปุราณสาโลหิตาติ ปุพฺเพ เอกโต กตสมณธมฺมา. ปุพฺเพ กิร กสฺสปทสพลสฺส สาสเน โอสกฺกมาเน สามเณราทีนํ วิปฺปการํ ทิสฺวา สตฺต ภิกฺขู สํเวคปฺปตฺตา ‘‘ยาว สาสนสฺส อนฺตรธานํ น โหติ, ตาว อตฺตโน ปติฏฺฐํ กริสฺสามา’’ติ สุวณฺณเจติยํ วนฺทิตฺวา อรญฺญํ ปวิฏฺฐา เอกํ ปพฺพตํ ทิสฺวา ‘‘ชีวิเต สาลยา นิวตฺตนฺตุ. นิราลยา อิมํ ปพฺพตํ อภิรุหนฺตู’’ติ วตฺวา นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา สพฺเพปิ ตํ อภิรุยฺห นิสฺเสณึ ปาเตตฺวา สมณธมฺมํ กรึสุ. เตสุ สงฺฆตฺเถโร เอกรตฺตาติกฺกเมเนว อรหตฺตํ ปาปุณิ. โส อโนตตฺตทเห นาคลตาทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตฺวา อุตฺตรกุรุโต ปิณฺฑปาตํ อาหริตฺวา เต ภิกฺขู อาห – ‘‘อาวุโส, อิมํ ทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตฺวา มุขํ โธวิตฺวา อิมํ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชถา’’ติ. กึ ปน, ภนฺเต, อเมฺหหิ เอวํ กติกา กตา ‘‘โย ปฐมํ อรหตฺตํ ปาปุณาติ, เตนาภตํ ปิณฺฑปาตํ อวเสสา ปริภุญฺชิสฺสนฺตี’’ติ? ‘‘โน เหตํ, อาวุโส’’ติ. ‘‘เตน หิ สเจ มยมฺปิ ตุเมฺห วิย วิเสสํ นิพฺพตฺเตสฺสาม, สยํ อาหริตฺวา ปริภุญฺชิสฺสามา’’ติ น อิจฺฉึสุ. ทุติยทิวเส ทุติยตฺเถโร อนาคามิผลํ ปาปุณิ. โสปิ ตเถว ปิณฺฑปาตํ อาหริตฺวา อิตเร นิมนฺเตสิ. เต เอวมาหํสุ – ‘‘กึ ปน, ภนฺเต, อเมฺหหิ เอวํ กติกา กตา ‘มหาเถเรน อาภตํ ปิณฺฑปาตํ อภุญฺชิตฺวา อนุเถเรน อาภตํ ภุญฺชิสฺสามา’’’ติ? ‘‘โน เหตํ, อาวุโส’’ติ. ‘‘เอวํ สนฺเต ตุเมฺห วิย มยมฺปิ วิเสสํ นิพฺพตฺเตตฺวา อตฺตโน ปุริสกาเรน ภุญฺชิตุํ สกฺโกนฺตา ภุญฺชิสฺสามา’’ติ น อิจฺฉึสุ. เตสุ อรหตฺตํ ปตฺโต ภิกฺขุ ปรินิพฺพายิ, อนาคามี พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติ. อิตเร ปญฺจ เถรา วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ อสกฺโกนฺตา สุสฺสิตฺวา สตฺตเม ทิวเส กาลํ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ตโต จวิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ กุลฆเรสุ นิพฺพตฺตึสุ. เตสุ เอโก ปุกฺกุสาติ ราชา (ม. นิ. ๓.๓๔๒) อโหสิ, เอโก กุมารกสฺสโป (ม. นิ. ๑.๒๔๙), เอโก ทารุจีริโย (อุทา. ๑๐), เอโก ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต (ปารา. ๓๘๐; อุทา. ๗๙) เอโก สภิโย ปริพฺพาชโกติ (สุ. นิ. สภิยสุตฺตํ). ตตฺถ โย พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต ภิกฺขุ ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ ‘‘ปุราณสาโลหิตา เทวตา’’ติ.
ตสฺส หิ พฺรหฺมุโน เอตทโหสิ – ‘‘อยํ มยา สทฺธึ นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา ปพฺพตํ อภิรุหิตฺวา สมณธมฺมํ อกาสิ, อิทานิ อิมํ ลทฺธึ คเหตฺวา วิจรนฺโต วินสฺเสยฺย, สํเวเชสฺสามิ น’’นฺติ. อถ นํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาห – ‘‘เนว โข ตฺวํ, พาหิย, อรหา, นปิ อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโน, สาปิ เต ปฏิปทา นตฺถิ, ยาย ตฺวํ อรหา วา อสฺส อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโน’’ติ. พาหิโย อากาเส ฐตฺวา กเถนฺตํ มหาพฺรหฺมานํ โอโลเกตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อโห ภาริยํ กมฺมํ กตํ, อหํ ‘อรหนฺโตมฺหี’ติ จินฺเตสึ, อยญฺจ มํ ‘น ตฺวํ อรหา, นปิ อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโนสี’ติ วทติ, อตฺถิ นุ โข โลเก อญฺโญ อรหา’’ติ. อถ นํ ปุจฺฉิ – ‘‘อตฺถิ นุ โข เอตรหิ เทวเต โลเก อรหา วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโน’’ติ. อถสฺส เทวตา อาจิกฺขิ – ‘‘อตฺถิ, พาหิย, อุตฺตเรสุ ชนปเทสุ สาวตฺถิ นาม นครํ, ตตฺถ โส ภควา เอตรหิ วิหรติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ. โส หิ, พาหิย, ภควา อรหา เจว อรหตฺตตฺถาย จ ธมฺมํ เทเสตี’’ติ.
พาหิโย รตฺติภาเค เทวตาย กถํ สุตฺวา สํวิคฺคมานโส ตํ ขณํเยว สุปฺปารกา นิกฺขมิตฺวา เอกรตฺติวาเสน สาวตฺถึ อคมาสิ, สพฺพํ วีสโยชนสติกํ มคฺคํ เอกรตฺติวาเสเนว อคมาสิ. คจฺฉนฺโต จ ปน เทวตานุภาเวน คโต. ‘‘พุทฺธานุภาเวนา’’ติปิ วทนฺติเยว. ตสฺมึ ปน ขเณ สตฺถา สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ โหติ. โส ภุตฺตปาตราเส กายอาลสิยวิโมจนตฺถํ อพฺโภกาเส จงฺกมนฺเต สมฺพหุเล ภิกฺขู ‘‘กหํ เอตรหิ สตฺถา’’ติ ปุจฺฉิ. ภิกฺขู ‘‘ภควา สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ’’ติ วตฺวา ตํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘ตฺวํ ปน กุโต อาคโตสี’’ติ? ‘‘สุปฺปารกา อาคโตมฺหี’’ติ. ‘‘กทา นิกฺขนฺโตสี’’ติ? ‘‘หิยฺโย สายํ นิกฺขนฺโตมฺหี’’ติ. ‘‘ทูรโตสิ อาคโต, นิสีท, ตว ปาเท โธวิตฺวา เตเลน มกฺเขตฺวา โถกํ วิสฺสมาหิ, อาคตกาเล สตฺถารํ ทกฺขิสฺสสี’’ติ. ‘‘อหํ, ภนฺเต, สตฺถุ วา อตฺตโน วา ชีวิตนฺตรายํ น ชานามิ, เอกรตฺเตเนวมฺหิ กตฺถจิ อฏฺฐตฺวา อนิสีทิตฺวา วีสโยชนสติกํ มคฺคํ อาคโต, สตฺถารํ ปสฺสิตฺวาว วิสฺสมิสฺสามี’’ติ. โส เอวํ วตฺวา ตรมานรูโป สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา ภควนฺตํ อโนปมาย พุทฺธสิริยา ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา ‘‘จิรสฺสํ วต เม โคตโม สมฺมาสมฺพุทฺโธ ทิฏฺโฐ’’ติ ทิฏฺฐฏฺฐานโต ปฏฺฐาย โอนตสรีโร คนฺตฺวา อนฺตรวีถิยเมว ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา โคปฺผเกสุ ทฬฺหํ คเหตฺวา เอวมาห – ‘‘เทเสตุ เม, ภนฺเต, ภควา ธมฺมํ, เทเสตุ สุคโต ธมฺมํ, ยํ มมสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ. อถ นํ สตฺถา ‘‘อกาโล โข ตาว, พาหิย, อนฺตรฆรํ ปวิฏฺฐมฺหา ปิณฺฑายา’’ติ ปฏิกฺขิปิ.
ตํ สุตฺวา พาหิโย, ภนฺเต, สํสาเร สํสรนฺเตน กพฬีการาหาโร น อลทฺธปุพฺโพ, ตุมฺหากํ วา มยฺหํ วา ชีวิตนฺตรายํ น ชานามิ, เทเสตุ เม ธมฺมนฺติ. สตฺถา ทุติยมฺปิ ปฏิกฺขิปิเยว. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อิมสฺส มํ ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย สกลสรีรํ ปีติยา นิรนฺตรํ อชฺโฌตฺถฏํ โหติ, พลวปีติเวโค ธมฺมํ สุตฺวาปิ น สกฺขิสฺสติ ปฏิวิชฺฌิตุํ, มชฺฌตฺตุเปกฺขาย ตาว ติฏฺฐตุ, เอกรตฺเตเนว วีสโยชนสติกํ มคฺคํ อาคตตฺตา ทรโถปิสฺส พลวา, โสปิ ตาว ปฏิปฺปสฺสมฺภตู’’ติ. ตสฺมา ทฺวิกฺขตฺตุํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ตติยํ ยาจิโต อนฺตรวีถิยํ ฐิโตว ‘‘ตสฺมาติห เต, พาหิย, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสตี’’’ติอาทินา (อุทา. ๑๐) นเยน ธมฺมํ เทเสสิ. โส สตฺถุ ธมฺมํ สุณนฺโตเยว สพฺพาสเว เขเปตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. ตาวเทว จ ปน ภควนฺตํ ปพฺพชฺชํ ยาจิ, ‘‘ปริปุณฺณํ เต ปตฺตจีวร’’นฺติ ปุฏฺโฐ ‘‘น ปริปุณฺณ’’นฺติ อาห. อถ นํ สตฺถา ‘‘เตน หิ ปตฺตจีวรํ ปริเยสาหี’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ.
‘‘โส กิร วีสติ วสฺสสหสฺสานิ สมณธมฺมํ กโรนฺโต ‘ภิกฺขุนา นาม อตฺตนา ปจฺจเย ลภิตฺวา อญฺญํ อโนโลเกตฺวา สยเมว ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตี’ติ เอกภิกฺขุสฺสาปิ ปตฺเตน วา จีวเรน วา สงฺคหํ น อกาสิ, เตนสฺส อิทฺธิมยปตฺตจีวรํ น อุปชฺชิสฺสตี’’ติ ญตฺวา เอหิภิกฺขุภาเวน ปพฺพชฺชํ น อทาสิ. ตมฺปิ ปตฺตจีวรํ ปริเยสมานเมว เอกา ยกฺขินี เธนุรูเปน อาคนฺตฺวา อุรมฺหิ ปหริตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปสิ. สตฺถา ปิณฺฑาย จริตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ นิกฺขนฺโต พาหิยสฺส สรีรํ สงฺการฏฺฐาเน ปติตํ ทิสฺวา ภิกฺขู อาณาเปสิ, ‘‘ภิกฺขเว, เอกสฺมึ เคหทฺวาเร ฐตฺวา มญฺจกํ อาหราเปตฺวา อิมํ สรีรํ นครโต นีหริตฺวา ฌาเปตฺวา ถูปํ กโรถา’’ติ. ภิกฺขู ตถา กรึสุ, กตฺวา จ ปน วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา อตฺตนา กตกิจฺจํ อาโรเจตฺวา ตสฺส อภิสมฺปรายํ ปุจฺฉึสุ. อถ เนสํ ภควา ตสฺส ปรินิพฺพุตภาวํ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ขิปฺปาภิญฺญานํ ยทิทํ พาหิโย ทารุจีริโย’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๑๖) เอตทคฺเค ฐเปสิ. อถ นํ ภิกฺขู ปุจฺฉึสุ – ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห ‘พาหิโย อรหตฺตํ ปตฺโต’ติ วเทถ, กทา โส อรหตฺตํ ปตฺโต’’ติ? ‘‘มม ธมฺมํ สุตกาเล, ภิกฺขเว’’ติ. ‘‘กทา ปนสฺส, ภนฺเต, ตุเมฺหหิ ธมฺโม กถิโต’’ติ? ‘‘ปิณฺฑาย จรนฺเตน อนฺตรวีถิยํ ฐตฺวา’’ติ. ‘‘อปฺปมตฺตโก หิ, ภนฺเต, ตุเมฺหหิ อนฺตรวีถิยํ ฐตฺวา กถิตธมฺโม กถํ โส ตาวตฺตเกน วิเสสํ นิพฺพตฺเตสี’’ติ, อถ เน สตฺถา ‘‘กึ, ภิกฺขเว, มม ธมฺมํ ‘อปฺปํ วา พหุํ วา’ติ มา ปมาณํ คณฺหถ. อเนกานิปิ หิ คาถาสหสฺสานิ อนตฺถนิสฺสิตานิ น เสยฺโย, อตฺถนิสฺสิตํ ปน เอกมฺปิ คาถาปทํ เสยฺโย’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –
๑๐๑. ‘‘สหสฺสมปิ เจ คาถา, อนตฺถปทสํหิตา;
เอกํ คาถาปทํ เสยฺโย, ยํ สุตฺวา อุปสมฺมตี’’ติ.
ตตฺถ เอกํ คาถาปทํ เสยฺโยติ ‘‘อปฺปมาโท อมตปทํ…เป… ยถา มยา’’ติ (ธ. ป. ๒๑) เอวรูปา เอกา คาถาปิ เสยฺโยติ อตฺโถ. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
พาหิยทารุจีริยตฺเถรวตฺถุ ทุติยํ.