๘. สหสฺสวคฺโค

๑. ตมฺพทาฐิกโจรฆาตกวตฺถุ

สหสฺสมปิ เจ วาจาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต ตมฺพทาฐิกโจรฆาตกํ อารพฺภ กเถสิ.

เอกูนปญฺจสตา กิร โจรา คามฆาตกาทีนิ กโรนฺตา ชีวิกํ กปฺเปสุํ. อเถโก ปุริโส นิพฺพิทฺธปิงฺคโล ตมฺพทาฐิโก เตสํ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘อหมฺปิ ตุเมฺหหิ สทฺธึ ชีวิสฺสามี’’ติ อาห. อถ นํ โจรเชฏฺฐกสฺส ทสฺเสตฺวา ‘‘อยมฺปิ อมฺหากํ สนฺติเก วสิตุํ อิจฺฉตี’’ติ อาหํสุ. อถ นํ โจรเชฏฺฐโก โอโลเกตฺวา ‘‘อยํ มาตุ ถนํ ฉินฺทิตฺวา ปิตุ วา คลโลหิตํ นีหริตฺวา ขาทนสมตฺโถ อติกกฺขโฬ’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘นตฺเถตสฺส อมฺหากํ สนฺติเก วสนกิจฺจ’’นฺติ ปฏิกฺขิปิ. โส เอวํ ปฏิกฺขิตฺโตปิ อาคนฺตฺวา เอกํ ตสฺเสว อนฺเตวาสิกํ อุปฏฺฐหนฺโต อาราเธสิ. โส ตํ อาทาย โจรเชฏฺฐกํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘สามิ, ภทฺทโก เอส, อมฺหากํ อุปการโก, สงฺคณฺหถ น’’นฺติ ยาจิตฺวา โจรเชฏฺฐกํ ปฏิจฺฉาเปสิ. อเถกทิวสํ นาครา ราชปุริเสหิ สทฺธึ เอกโต หุตฺวา เต โจเร คเหตฺวา วินิจฺฉยมหามจฺจานํ สนฺติกํ นยึสุ. อมจฺจา เตสํ ผรสุนา สีสจฺเฉทํ อาณาเปสุํ. ตโต ‘‘โก นุ โข อิเม มาเรสฺสตี’’ติ ปริเยสนฺตา เต มาเรตุํ อิจฺฉนฺตํ กญฺจิ อทิสฺวา โจรเชฏฺฐกํ อาหํสุ – ‘‘ตฺวํ อิเม มาเรตฺวา ชีวิตญฺเจว ลภิสฺสสิ สมฺมานญฺจ, มาเรหิ เน’’ติ. โสปิ อตฺตานํ นิสฺสาย วสิตตฺตา เต มาเรตุํ น อิจฺฉิ. เอเตนูปาเยน เอกูนปญฺจสเต ปุจฺฉึสุ, สพฺเพปิ น อิจฺฉึสุ. สพฺพปจฺฉา ตํ นิพฺพิทฺธปิงฺคลํ ตมฺพทาฐิกํ ปุจฺฉึสุ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เต สพฺเพปิ มาเรตฺวา ชีวิตญฺเจว สมฺมานญฺจ ลภิ. เอเตนูปาเยน นครสฺส ทกฺขิณโตปิ ปญฺจ โจรสตานิ อาเนตฺวา อมจฺจานํ ทสฺเสตฺวา เตหิ เตสมฺปิ สีสจฺเฉเท อาณตฺเต โจรเชฏฺฐกํ อาทึ กตฺวา ปุจฺฉนฺตา กญฺจิ มาเรตุํ อิจฺฉนฺตํ อทิสฺวา ‘‘ปุริมทิวเส เอโก ปุริโส ปญฺจสเต โจเร มาเรสิ, กหํ นุ โข โส’’ติ. ‘‘อสุกฏฺฐาเน อเมฺหติ ทิฏฺโฐ’’ติ วุตฺเต ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘อิเม มาเรหิ, สมฺมานํ ลจฺฉสี’’ติ อาณาเปสุํ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เต สพฺเพปิ มาเรตฺวา สมฺมานํ ลภิ. อถ นํ ‘‘ภทฺทโก อยํ ปุริโส, นิพทฺธํ โจรฆาตกเมว เอตํ กริสฺสามา’’ติ มนฺเตตฺวา ตสฺส ตํ ฐานนฺตรํ ทตฺวาว สมฺมานํ กรึสุ. โส ปจฺฉิมทิสโตปิ อุตฺตรทิสโตปิ อานีเต ปญฺจสเต ปญฺจสเต โจเร ฆาเตสิเยว. เอวํ จตูหิ ทิสาหิ อานีตานิ เทฺว สหสฺสานิ มาเรตฺวา ตโต ปฏฺฐาย เทวสิกํ เอกํ เทฺวติ อานีเต เต มนุสฺเส มาเรตฺวา ปญฺจปณฺณาส สํวจฺฉรานิ โจรฆาตกกมฺมํ อกาสิ.

โส มหลฺลกกาเล เอกปฺปหาเรเนว สีสํ ฉินฺทิตุํ น สกฺโกติ, เทฺว ตโย วาเร ปหรนฺโต มนุสฺเส กิลเมติ. นาครา จินฺตยึสุ – ‘‘อญฺโญปิ โจรฆาตโก อุปฺปชฺชิสฺสติ, อยํ อติวิย มนุสฺเส กิลเมติ, กึ อิมินา’’ติ ตสฺส ตํ ฐานนฺตรํ หรึสุ. โส ปุพฺเพ โจรฆาตกกมฺมํ กโรนฺโต ‘‘อหตสาฏเก นิวาเสตุํ, นวสปฺปินา สงฺขตํ ขีรยาคุํ ปิวิตุํ, สุมนปุปฺผานิ ปิลนฺธิตุํ, คนฺเธ วิลิมฺปิตุ’’นฺติ อิมานิ จตฺตาริ น ลภิ. โส ฐานา จาวิตทิวเส ‘‘ขีรยาคุํ เม ปจถา’’ติ วตฺวา อหตวตฺถสุมนมาลาวิเลปนานิ คาหาเปตฺวา นทึ คนฺตฺวา นฺหตฺวา อหตวตฺถานิ นิวาเสตฺวา มาลา ปิลนฺธิตฺวา คนฺเธหิ อนุลิตฺตคตฺโต เคหํ อาคนฺตฺวา นิสีทิ. อถสฺส นวสปฺปินา สงฺขตํ ขีรยาคุํ ปุรโต ฐเปตฺวา หตฺถโธวโนทกํ อาหรึสุ. ตสฺมึ ขเณ สาริปุตฺตตฺเถโร สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ‘‘กตฺถ นุ โข อชฺช มยา คนฺตพฺพ’’นฺติ อตฺตโน ภิกฺขาจารํ โอโลเกนฺโต ตสฺส เคเห ขีรยาคุํ ทิสฺวา ‘‘กริสฺสติ นุ โข เม ปุริโส สงฺคห’’นฺติ อุปธาเรนฺโต ‘‘มํ ทิสฺวา มม สงฺคหํ กริสฺสติ, กริตฺวา จ ปน มหาสมฺปตฺตึ ลภิสฺสติ อยํ กุลปุตฺโต’’ติ ญตฺวา จีวรํ ปารุปิตฺวา ปตฺตํ อาทาย ตสฺส เคหทฺวาเร ฐิตเมว อตฺตานํ ทสฺเสสิ.

โส เถรํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต จินฺเตสิ – ‘‘มยา จิรํ โจรฆาตกกมฺมํ กตํ, พหู มนุสฺสา มาริตา, อิทานิ เม เคเห ขีรยาคุ ปฏิยตฺตา, เถโร อาคนฺตฺวา มม เคหทฺวาเร ฐิโต, อิทานิ มยา อยฺยสฺส เทยฺยธมฺมํ ทาตุํ วฏฺฏตี’’ติ ปุรโต ฐปิตยาคุํ อปเนตฺวา เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา อนฺโตเคเห นิสีทาเปตฺวา ปตฺเต ขีรยาคุํ อากิริตฺวา นวสปฺปึ อาสิญฺจิตฺวา เถรํ พีชมาโน อฏฺฐาสิ. อถสฺส จ ทีฆรตฺตํ อลทฺธปุพฺพตาย ขีรยาคุํ ปาตุํ พลวอชฺฌาสโย อโหสิ. เถโร ตสฺส อชฺฌาสยํ ญตฺวา ‘‘ตฺวํ, อุปาสก, อตฺตโน ยาคุํ ปิวา’’ติ อาห. โส อญฺญสฺส หตฺเถ พีชนึ ทตฺวา ยาคุํ ปิวิ. เถโร พีชมานํ ปุริสํ ‘‘คจฺฉ, อุปาสกเมว พีชาหี’’ติ อาห. โส พีชิยมาโน กุจฺฉิปูรํ ยาคุํ ปิวิตฺวา อาคนฺตฺวา เถรํ พีชมาโน ฐตฺวา กตาหารกิจฺจสฺส เถรสฺส ปตฺตํ อคฺคเหสิ. เถโร ตสฺส อนุโมทนํ อารภิ. โส อตฺตโน จิตฺตํ เถรสฺส ธมฺมเทสนานุคํ กาตุํ นาสกฺขิ. เถโร สลฺลกฺเขตฺวา, ‘‘อุปาสก, กสฺมา จิตฺตํ เทสนานุคํ กาตุํ น สกฺโกสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ภนฺเต, มยา ทีฆรตฺตํ กกฺขฬกมฺมํ กตํ, พหู มนุสฺสา มาริตา, ตมหํ อตฺตโน กมฺมํ อนุสฺสรนฺโต จิตฺตํ อยฺยสฺส เทสนานุคํ กาตุํ นาสกฺขิ’’นฺติ. เถโร ‘‘วญฺเจสฺสามิ น’’นฺติ จินฺเตตฺวา ‘‘กึ ปน ตฺวํ อตฺตโน รุจิยา อกาสิ, อญฺเญหิ การิโตสี’’ติ? ‘‘ราชา มํ กาเรสิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ นุ โข เต, อุปาสก, เอวํ สนฺเต อกุสลํ โหตี’’ติ? มนฺทธาตุโก อุปาสโก เถเรเนวํ วุตฺเต ‘‘นตฺถิ มยฺหํ อกุสล’’นฺติ สญฺญี หุตฺวา เตน หิ, ‘‘ภนฺเต, ธมฺมํ กเถถา’’ติ. โส เถเร อนุโมทนํ กโรนฺเต เอกคฺคจิตฺโต หุตฺวา ธมฺมํ สุณนฺโต โสตาปตฺติมคฺคสฺส โอรโต อนุโลมิกํ ขนฺตึ นิพฺพตฺเตสิ. เถโรปิ อนุโมทนํ กตฺวา ปกฺกามิ.

อุปาสกํ เถรํ อนุคนฺตฺวา นิวตฺตมานํ เอกา ยกฺขินี เธนุเวเสน อาคนฺตฺวา อุเร ปหริตฺวา มาเรสิ. โส กาลํ กตฺวา ตุสิตปุเร นิพฺพตฺติ. ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘โจรฆาตโก ปญฺจปณฺณาส วสฺสานิ กกฺขฬกมฺมํ กตฺวา อชฺเชว ตโต มุตฺโต, อชฺเชว เถรสฺส ภิกฺขํ ทตฺวา อชฺเชว กาลํ กโต, กหํ นุ โข นิพฺพตฺโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, ตุสิตปุเร นิพฺพตฺโต’’ติ อาห. ‘‘กึ, ภนฺเต, วเทถ, เอตฺตกํ กาลํ เอตฺตเก มนุสฺเส ฆาเตตฺวา ตุสิตวิมาเน นิพฺพตฺโต’’ติ. ‘‘อาม, ภิกฺขเว, มหนฺโต เตน กลฺยาณมิตฺโต ลทฺโธ, โส สาริปุตฺตสฺส ธมฺมเทสนํ สุตฺวา อนุโลมญาณํ นิพฺพตฺเตตฺวา อิโต จุโต ตุสิตวิมาเน นิพฺพตฺโต’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

‘‘สุภาสิตํ สุณิตฺวาน, นคเร โจรฆาตโก;

อนุโลมขนฺตึ ลทฺธาน, โมทตี ติทิวํ คโต’’ติ.

‘‘ภนฺเต, อนุโมทนกถา นาม น พลวา, เตน กตํ อกุสลกมฺมํ มหนฺตํ, กถํ เอตฺตเกน วิเสสํ นิพฺพตฺเตสี’’ติ. สตฺถา ‘‘กึ, ภิกฺขเว, ‘มยา เทสิตธมฺมสฺส อปฺปํ วา พหุํ วา’ติ มา ปมาณํ คณฺหถ. เอกวาจาปิ หิ อตฺถนิสฺสิตา เสยฺยาวา’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๑๐๐. ‘‘สหสฺสมปิ เจ วาจา, อนตฺถปทสํหิตา;

เอกํ อตฺถปทํ เสยฺโย, ยํ สุตฺวา อุปสมฺมตี’’ติ.

ตตฺถ สหสฺสมปีติ ปริจฺเฉทวจนํ, เอกํ สหสฺสํ เทฺว สหสฺสานีติ เอวํ สหสฺเสน เจปิ ปริจฺฉินฺนวาจา โหนฺติ, ตา จ ปน อนตฺถปทสํหิตา อากาสวณฺณนาปพฺพตวณฺณนาวนวณฺณนาทีนิ ปกาสเกหิ อนิยฺยานทีปเกหิ อนตฺถเกหิ ปเทหิ สํหิตา ยาว พหุกา โหติ, ตาว ปาปิกา เอวาติ อตฺโถ. เอกํ อตฺถปทนฺติ ยํ ปน ‘‘อยํ กาโย, อยํ กายคตาสติ, ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺโต, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ เอวรูปํ เอกํ อตฺถปทํ สุตฺวา ราคาทิวูปสเมน อุปสมฺมติ, ตํ อตฺถสาธกํ นิพฺพานปฺปฏิสํยุตฺตํ ขนฺธธาตุอายตนอินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคสติปฏฺฐานปริทีปกํ เอกมฺปิ ปทํ เสยฺโยเยวาติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

ตมฺพทาฐิกโจรฆาตกวตฺถุ ปฐมํ.

๒. พาหิยทารุจีริยตฺเถรวตฺถุ

สหสฺสมปิ เจ คาถาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ทารุจีริยตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.

เอกสฺมิญฺหิ กาเล พหู มนุสฺสา นาวาย มหาสมุทฺทํ ปกฺขนฺทิตฺวา อนฺโตมหาสมุทฺเท ภินฺนาย นาวาย มจฺฉกจฺฉปภกฺขา อเหสุํ. เอโกเวตฺถ เอกํ ผลกํ คเหตฺวา วายมนฺโต สุปฺปารกปฏฺฏนตีรํ โอกฺกมิ, ตสฺส นิวาสนปารุปนํ นตฺถิ. โส อญฺญํ กิญฺจิ อปสฺสนฺโต สุกฺขกฏฺฐทณฺฑเก วาเกหิ ปลิเวเฐตฺวา นิวาสนปารุปนํ กตฺวา เทวกุลโต กปาลํ คเหตฺวา สุปฺปารกปฏฺฏนํ อคมาสิ, มนุสฺสา ตํ ทิสฺวา ยาคุภตฺตาทีนิ ทตฺวา ‘‘อยํ เอโก อรหา’’ติ สมฺภาเวสุํ. โส วตฺเถสุ อุปนีเตสุ ‘‘สจาหํ นิวาเสสฺสามิ วา ปารุปิสฺสามิ วา, ลาภสกฺกาโร เม ปริหายิสฺสตี’’ติ ตานิ วตฺถานิ ปฏิกฺขิปิตฺวา ทารุจีราเนว ปริทหิ. อถสฺส พหูหิ ‘‘อรหา อรหา’’ติ วุจฺจมานสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ‘‘เย โข เกจิ โลเก อรหนฺโต วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺนา, อหํ เตสํ อญฺญตโร’’ติ. อถสฺส ปุราณสาโลหิตา เทวตา เอวํ จินฺเตสิ.

ปุราณสาโลหิตาติ ปุพฺเพ เอกโต กตสมณธมฺมา. ปุพฺเพ กิร กสฺสปทสพลสฺส สาสเน โอสกฺกมาเน สามเณราทีนํ วิปฺปการํ ทิสฺวา สตฺต ภิกฺขู สํเวคปฺปตฺตา ‘‘ยาว สาสนสฺส อนฺตรธานํ น โหติ, ตาว อตฺตโน ปติฏฺฐํ กริสฺสามา’’ติ สุวณฺณเจติยํ วนฺทิตฺวา อรญฺญํ ปวิฏฺฐา เอกํ ปพฺพตํ ทิสฺวา ‘‘ชีวิเต สาลยา นิวตฺตนฺตุ. นิราลยา อิมํ ปพฺพตํ อภิรุหนฺตู’’ติ วตฺวา นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา สพฺเพปิ ตํ อภิรุยฺห นิสฺเสณึ ปาเตตฺวา สมณธมฺมํ กรึสุ. เตสุ สงฺฆตฺเถโร เอกรตฺตาติกฺกเมเนว อรหตฺตํ ปาปุณิ. โส อโนตตฺตทเห นาคลตาทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตฺวา อุตฺตรกุรุโต ปิณฺฑปาตํ อาหริตฺวา เต ภิกฺขู อาห – ‘‘อาวุโส, อิมํ ทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตฺวา มุขํ โธวิตฺวา อิมํ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชถา’’ติ. กึ ปน, ภนฺเต, อเมฺหหิ เอวํ กติกา กตา ‘‘โย ปฐมํ อรหตฺตํ ปาปุณาติ, เตนาภตํ ปิณฺฑปาตํ อวเสสา ปริภุญฺชิสฺสนฺตี’’ติ? ‘‘โน เหตํ, อาวุโส’’ติ. ‘‘เตน หิ สเจ มยมฺปิ ตุเมฺห วิย วิเสสํ นิพฺพตฺเตสฺสาม, สยํ อาหริตฺวา ปริภุญฺชิสฺสามา’’ติ น อิจฺฉึสุ. ทุติยทิวเส ทุติยตฺเถโร อนาคามิผลํ ปาปุณิ. โสปิ ตเถว ปิณฺฑปาตํ อาหริตฺวา อิตเร นิมนฺเตสิ. เต เอวมาหํสุ – ‘‘กึ ปน, ภนฺเต, อเมฺหหิ เอวํ กติกา กตา ‘มหาเถเรน อาภตํ ปิณฺฑปาตํ อภุญฺชิตฺวา อนุเถเรน อาภตํ ภุญฺชิสฺสามา’’’ติ? ‘‘โน เหตํ, อาวุโส’’ติ. ‘‘เอวํ สนฺเต ตุเมฺห วิย มยมฺปิ วิเสสํ นิพฺพตฺเตตฺวา อตฺตโน ปุริสกาเรน ภุญฺชิตุํ สกฺโกนฺตา ภุญฺชิสฺสามา’’ติ น อิจฺฉึสุ. เตสุ อรหตฺตํ ปตฺโต ภิกฺขุ ปรินิพฺพายิ, อนาคามี พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติ. อิตเร ปญฺจ เถรา วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ อสกฺโกนฺตา สุสฺสิตฺวา สตฺตเม ทิวเส กาลํ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ตโต จวิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ กุลฆเรสุ นิพฺพตฺตึสุ. เตสุ เอโก ปุกฺกุสาติ ราชา (ม. นิ. ๓.๓๔๒) อโหสิ, เอโก กุมารกสฺสโป (ม. นิ. ๑.๒๔๙), เอโก ทารุจีริโย (อุทา. ๑๐), เอโก ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต (ปารา. ๓๘๐; อุทา. ๗๙) เอโก สภิโย ปริพฺพาชโกติ (สุ. นิ. สภิยสุตฺตํ). ตตฺถ โย พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต ภิกฺขุ ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ ‘‘ปุราณสาโลหิตา เทวตา’’ติ.

ตสฺส หิ พฺรหฺมุโน เอตทโหสิ – ‘‘อยํ มยา สทฺธึ นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา ปพฺพตํ อภิรุหิตฺวา สมณธมฺมํ อกาสิ, อิทานิ อิมํ ลทฺธึ คเหตฺวา วิจรนฺโต วินสฺเสยฺย, สํเวเชสฺสามิ น’’นฺติ. อถ นํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาห – ‘‘เนว โข ตฺวํ, พาหิย, อรหา, นปิ อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโน, สาปิ เต ปฏิปทา นตฺถิ, ยาย ตฺวํ อรหา วา อสฺส อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโน’’ติ. พาหิโย อากาเส ฐตฺวา กเถนฺตํ มหาพฺรหฺมานํ โอโลเกตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อโห ภาริยํ กมฺมํ กตํ, อหํ ‘อรหนฺโตมฺหี’ติ จินฺเตสึ, อยญฺจ มํ ‘น ตฺวํ อรหา, นปิ อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโนสี’ติ วทติ, อตฺถิ นุ โข โลเก อญฺโญ อรหา’’ติ. อถ นํ ปุจฺฉิ – ‘‘อตฺถิ นุ โข เอตรหิ เทวเต โลเก อรหา วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโน’’ติ. อถสฺส เทวตา อาจิกฺขิ – ‘‘อตฺถิ, พาหิย, อุตฺตเรสุ ชนปเทสุ สาวตฺถิ นาม นครํ, ตตฺถ โส ภควา เอตรหิ วิหรติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ. โส หิ, พาหิย, ภควา อรหา เจว อรหตฺตตฺถาย จ ธมฺมํ เทเสตี’’ติ.

พาหิโย รตฺติภาเค เทวตาย กถํ สุตฺวา สํวิคฺคมานโส ตํ ขณํเยว สุปฺปารกา นิกฺขมิตฺวา เอกรตฺติวาเสน สาวตฺถึ อคมาสิ, สพฺพํ วีสโยชนสติกํ มคฺคํ เอกรตฺติวาเสเนว อคมาสิ. คจฺฉนฺโต จ ปน เทวตานุภาเวน คโต. ‘‘พุทฺธานุภาเวนา’’ติปิ วทนฺติเยว. ตสฺมึ ปน ขเณ สตฺถา สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ โหติ. โส ภุตฺตปาตราเส กายอาลสิยวิโมจนตฺถํ อพฺโภกาเส จงฺกมนฺเต สมฺพหุเล ภิกฺขู ‘‘กหํ เอตรหิ สตฺถา’’ติ ปุจฺฉิ. ภิกฺขู ‘‘ภควา สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ’’ติ วตฺวา ตํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘ตฺวํ ปน กุโต อาคโตสี’’ติ? ‘‘สุปฺปารกา อาคโตมฺหี’’ติ. ‘‘กทา นิกฺขนฺโตสี’’ติ? ‘‘หิยฺโย สายํ นิกฺขนฺโตมฺหี’’ติ. ‘‘ทูรโตสิ อาคโต, นิสีท, ตว ปาเท โธวิตฺวา เตเลน มกฺเขตฺวา โถกํ วิสฺสมาหิ, อาคตกาเล สตฺถารํ ทกฺขิสฺสสี’’ติ. ‘‘อหํ, ภนฺเต, สตฺถุ วา อตฺตโน วา ชีวิตนฺตรายํ น ชานามิ, เอกรตฺเตเนวมฺหิ กตฺถจิ อฏฺฐตฺวา อนิสีทิตฺวา วีสโยชนสติกํ มคฺคํ อาคโต, สตฺถารํ ปสฺสิตฺวาว วิสฺสมิสฺสามี’’ติ. โส เอวํ วตฺวา ตรมานรูโป สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา ภควนฺตํ อโนปมาย พุทฺธสิริยา ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา ‘‘จิรสฺสํ วต เม โคตโม สมฺมาสมฺพุทฺโธ ทิฏฺโฐ’’ติ ทิฏฺฐฏฺฐานโต ปฏฺฐาย โอนตสรีโร คนฺตฺวา อนฺตรวีถิยเมว ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา โคปฺผเกสุ ทฬฺหํ คเหตฺวา เอวมาห – ‘‘เทเสตุ เม, ภนฺเต, ภควา ธมฺมํ, เทเสตุ สุคโต ธมฺมํ, ยํ มมสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ. อถ นํ สตฺถา ‘‘อกาโล โข ตาว, พาหิย, อนฺตรฆรํ ปวิฏฺฐมฺหา ปิณฺฑายา’’ติ ปฏิกฺขิปิ.

ตํ สุตฺวา พาหิโย, ภนฺเต, สํสาเร สํสรนฺเตน กพฬีการาหาโร น อลทฺธปุพฺโพ, ตุมฺหากํ วา มยฺหํ วา ชีวิตนฺตรายํ น ชานามิ, เทเสตุ เม ธมฺมนฺติ. สตฺถา ทุติยมฺปิ ปฏิกฺขิปิเยว. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อิมสฺส มํ ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย สกลสรีรํ ปีติยา นิรนฺตรํ อชฺโฌตฺถฏํ โหติ, พลวปีติเวโค ธมฺมํ สุตฺวาปิ น สกฺขิสฺสติ ปฏิวิชฺฌิตุํ, มชฺฌตฺตุเปกฺขาย ตาว ติฏฺฐตุ, เอกรตฺเตเนว วีสโยชนสติกํ มคฺคํ อาคตตฺตา ทรโถปิสฺส พลวา, โสปิ ตาว ปฏิปฺปสฺสมฺภตู’’ติ. ตสฺมา ทฺวิกฺขตฺตุํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ตติยํ ยาจิโต อนฺตรวีถิยํ ฐิโตว ‘‘ตสฺมาติห เต, พาหิย, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสตี’’’ติอาทินา (อุทา. ๑๐) นเยน ธมฺมํ เทเสสิ. โส สตฺถุ ธมฺมํ สุณนฺโตเยว สพฺพาสเว เขเปตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. ตาวเทว จ ปน ภควนฺตํ ปพฺพชฺชํ ยาจิ, ‘‘ปริปุณฺณํ เต ปตฺตจีวร’’นฺติ ปุฏฺโฐ ‘‘น ปริปุณฺณ’’นฺติ อาห. อถ นํ สตฺถา ‘‘เตน หิ ปตฺตจีวรํ ปริเยสาหี’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ.

‘‘โส กิร วีสติ วสฺสสหสฺสานิ สมณธมฺมํ กโรนฺโต ‘ภิกฺขุนา นาม อตฺตนา ปจฺจเย ลภิตฺวา อญฺญํ อโนโลเกตฺวา สยเมว ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตี’ติ เอกภิกฺขุสฺสาปิ ปตฺเตน วา จีวเรน วา สงฺคหํ น อกาสิ, เตนสฺส อิทฺธิมยปตฺตจีวรํ น อุปชฺชิสฺสตี’’ติ ญตฺวา เอหิภิกฺขุภาเวน ปพฺพชฺชํ น อทาสิ. ตมฺปิ ปตฺตจีวรํ ปริเยสมานเมว เอกา ยกฺขินี เธนุรูเปน อาคนฺตฺวา อุรมฺหิ ปหริตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปสิ. สตฺถา ปิณฺฑาย จริตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ นิกฺขนฺโต พาหิยสฺส สรีรํ สงฺการฏฺฐาเน ปติตํ ทิสฺวา ภิกฺขู อาณาเปสิ, ‘‘ภิกฺขเว, เอกสฺมึ เคหทฺวาเร ฐตฺวา มญฺจกํ อาหราเปตฺวา อิมํ สรีรํ นครโต นีหริตฺวา ฌาเปตฺวา ถูปํ กโรถา’’ติ. ภิกฺขู ตถา กรึสุ, กตฺวา จ ปน วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา อตฺตนา กตกิจฺจํ อาโรเจตฺวา ตสฺส อภิสมฺปรายํ ปุจฺฉึสุ. อถ เนสํ ภควา ตสฺส ปรินิพฺพุตภาวํ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ขิปฺปาภิญฺญานํ ยทิทํ พาหิโย ทารุจีริโย’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๑๖) เอตทคฺเค ฐเปสิ. อถ นํ ภิกฺขู ปุจฺฉึสุ – ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห ‘พาหิโย อรหตฺตํ ปตฺโต’ติ วเทถ, กทา โส อรหตฺตํ ปตฺโต’’ติ? ‘‘มม ธมฺมํ สุตกาเล, ภิกฺขเว’’ติ. ‘‘กทา ปนสฺส, ภนฺเต, ตุเมฺหหิ ธมฺโม กถิโต’’ติ? ‘‘ปิณฺฑาย จรนฺเตน อนฺตรวีถิยํ ฐตฺวา’’ติ. ‘‘อปฺปมตฺตโก หิ, ภนฺเต, ตุเมฺหหิ อนฺตรวีถิยํ ฐตฺวา กถิตธมฺโม กถํ โส ตาวตฺตเกน วิเสสํ นิพฺพตฺเตสี’’ติ, อถ เน สตฺถา ‘‘กึ, ภิกฺขเว, มม ธมฺมํ ‘อปฺปํ วา พหุํ วา’ติ มา ปมาณํ คณฺหถ. อเนกานิปิ หิ คาถาสหสฺสานิ อนตฺถนิสฺสิตานิ น เสยฺโย, อตฺถนิสฺสิตํ ปน เอกมฺปิ คาถาปทํ เสยฺโย’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๑๐๑. ‘‘สหสฺสมปิ เจ คาถา, อนตฺถปทสํหิตา;

เอกํ คาถาปทํ เสยฺโย, ยํ สุตฺวา อุปสมฺมตี’’ติ.

ตตฺถ เอกํ คาถาปทํ เสยฺโยติ ‘‘อปฺปมาโท อมตปทํ…เป… ยถา มยา’’ติ (ธ. ป. ๒๑) เอวรูปา เอกา คาถาปิ เสยฺโยติ อตฺโถ. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

พาหิยทารุจีริยตฺเถรวตฺถุ ทุติยํ.

๓. กุณฺฑลเกสิตฺเถรีวตฺถุ

โย จ คาถาสตํ ภาเสติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต กุณฺฑลเกสึ อารพฺภ กเถสิ.

ราชคเห กิร เอกา เสฏฺฐิธีตา โสฬสวสฺสุทฺเทสิกา อภิรูปา อโหสิ ทสฺสนียา ปาสาทิกา. ตสฺมิญฺจ วเย ฐิตา นาริโย ปุริสชฺฌาสยา โหนฺติ ปุริสโลลา. อถ นํ มาตาปิตโร สตฺตภูมิกสฺส ปาสาทสฺส อุปริมตเล สิริคพฺเภ นิวาสาเปสุํ. เอกเมวสฺสา ทาสึ ปริจาริกํ อทํสุ. อเถกํ กุลปุตฺตํ โจรกมฺมํ กโรนฺตํ คเหตฺวา ปจฺฉาพาหํ พนฺธิตฺวา จตุกฺเก จตุกฺเก กสาหิ ปหริตฺวา อาฆาตนํ นยึสุ. เสฏฺฐิธีตา มหาชนสฺส สทฺทํ สุตฺวา ‘‘กึ นุ โข เอต’’นฺติ ปาสาทตเล ฐตฺวา โอโลเกนฺตี ตํ ทิสฺวา ปฏิพทฺธจิตฺตา หุตฺวา ตํ ปตฺถยมานา อาหารํ ปฏิกฺขิปิตฺวา มญฺจเก นิปชฺชิ. อถ นํ มาตา ปุจฺฉิ – ‘‘กึ อิทํ, อมฺมา’’ติ? ‘‘สเจ เอตํ ‘โจโร’ติ คเหตฺวา นิยฺยมานํ ปุริสํ ลภิสฺสามิ, ชีวิสฺสามิ. โน เจ ลภิสฺสามิ, ชีวิตํ เม นตฺถิ, อิเธว มริสฺสามี’’ติ. ‘‘อมฺม, มา เอวํ กริ, อมฺหากํ ชาติยา จ โคตฺเตน จ โภเคน จ สทิสํ อญฺญํ สามิกํ ลภิสฺสสี’’ติ. ‘‘มยฺหํ อญฺเญน กิจฺจํ นตฺถิ, อิมํ อลภมานา มริสฺสามี’’ติ. มาตา ธีตรํ สญฺญาเปตุํ อสกฺโกนฺตี ปิตุโน อาโรเจสิ. โสปิ นํ สญฺญาเปตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘กึ สกฺกา กาตุ’’นฺติ จินฺเตตฺวา ตํ โจรํ คเหตฺวา คจฺฉนฺตสฺส ราชปุริสสฺส สหสฺสภณฺฑิกํ เปเสสิ – ‘‘อิมํ คเหตฺวา เอตํ ปุริสํ มยฺหํ เทหี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ กหาปเณ คเหตฺวา ตํ มุญฺจิตฺวา อญฺญํ มาเรตฺวา ‘‘มาริโต, เทว, โจโร’’ติ รญฺโญ อาโรเจสิ. เสฏฺฐิปิ ตสฺส ธีตรํ อทาสิ.

สา ตโต ปฏฺฐาย ‘‘สามิกํ อาราเธสฺสามี’’ติ สพฺพาภรณปฏิมณฺฑิตา สยเมว ตสฺส ยาคุอาทีนิ สํวิทหติ, โจโร กติปาหจฺจเยน จินฺเตสิ – ‘‘กทา นุ โข อิมํ มาเรตฺวา เอติสฺสา อาภรณานิ คเหตฺวา เอกสฺมึ สุราเคเห วิกฺกิณิตฺวา ขาทิตุํ ลภิสฺสามี’’ติ? โส ‘‘อตฺเถโก อุปาโย’’ติ จินฺเตตฺวา อาหารํ ปฏิกฺขิปิตฺวา มญฺจเก นิปชฺชิ, อถ นํ สา อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘กึ เต, สามิ, รุชฺชตี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘น กิญฺจิ เม, ภทฺเทติ, กจฺจิ ปน เม มาตาปิตโร ตุยฺหํ กุทฺธา’’ติ? ‘‘น กุชฺฌนฺติ, ภทฺเท’’ติ. อถ ‘‘กึ นาเมต’’นฺติ? ‘‘ภทฺเท, อหํ ตํ ทิวสํ พนฺธิตฺวา นิยฺยมาโน โจรปปาเต อธิวตฺถาย เทวตาย พลิกมฺมํ ปฏิสฺสุณิตฺวา ชีวิตํ ลภึ, ตฺวมฺปิ มยา ตสฺสา เอว อานุภาเวน ลทฺธา, ‘ตํ เม เทวตาย พลิกมฺมํ ฐปิต’นฺติ จินฺเตมิ, ภทฺเท’’ติ. ‘‘สามิ, มา จินฺตยิ, กริสฺสามิ พลิกมฺมํ, วเทหิ, เกนตฺโถ’’ติ? ‘‘อปฺโปทกมธุปายเสน จ ลาชปญฺจมกปุปฺเผหิ จา’’ติ. ‘‘สาธุ, สามิ, อหํ ปฏิยาเทสฺสามี’’ติ สา สพฺพํ พลิกมฺมํ ปฏิยาเทตฺวา ‘‘เอหิ, สามิ, คจฺฉามา’’ติ อาห. ‘‘เตน หิ, ภทฺเท, ตว ญาตเก นิวตฺเตตฺวา มหคฺฆานิ วตฺถาภรณานิ คเหตฺวา อตฺตานํ อลงฺกโรหิ, หสนฺตา กีฬนฺตา สุขํ คมิสฺสามา’’ติ. สา ตถา อกาสิ.

อถ นํ โส ปพฺพตปาทํ คตกาเล อาห – ‘‘ภทฺเท, อิโต ปรํ อุโภว ชนา คมิสฺสาม, เสสชนํ ยานเกน สทฺธึ นิวตฺตาเปตฺวา พลิกมฺมภาชนํ สยํ อุกฺขิปิตฺวา คณฺหาหี’’ติ. สา ตถา อกาสิ. โจโร ตํ คเหตฺวา โจรปปาตปพฺพตํ อภิรุหิ. ตสฺส หิ เอเกน ปสฺเสน มนุสฺสา อภิรุหนฺติ, เอกํ ปสฺสํ ฉินฺนปปาตํ. ปพฺพตมตฺถเก ฐิตา เตน ปสฺเสน โจเร ปาเตนฺติ. เต ขณฺฑาขณฺฑํ หุตฺวา ภูมิยํ ปตนฺติ. ตสฺมา ‘‘โจรปปาโต’’ติ วุจฺจติ. สา ตสฺส ปพฺพตสฺส มตฺถเก ฐตฺวา ‘‘พลิกมฺมํ เต, สามิ, กโรหี’’ติ อาห. โส ตุณฺหี อโหสิ. ปุน ตาย ‘‘กสฺมา, สามิ, ตุณฺหีภูโตสี’’ติ วุตฺเต ตํ อาห – ‘‘น มยฺหํ พลิกมฺเมนตฺโถ, วญฺเจตฺวา ปน ตํ อาทาย อาคโตมฺหี’’ติ. ‘‘กึ การณา, สามี’’ติ? ‘‘ตํ มาเรตฺวา ตว อาภรณานิ คเหตฺวา ปลายนตฺถายา’’ติ. สา มรณภยตชฺชิตา อาห – ‘‘สามิ, อหญฺจ อาภรณานิ จ ตว สนฺตกาเนว, กสฺมา เอวํ วเทสี’’ติ? โส, ‘‘มา เอวํ กโรหี’’ติ, ปุนปฺปุนํ ยาจิยมาโนปิ ‘‘มาเรมิ เอวา’’ติ อาห. ‘‘เอวํ สนฺเต กึ เต มม มรเณน? อิมานิ อาภรณานิ คเหตฺวา มยฺหํ ชีวิตํ เทหิ, อิโต ปฏฺฐาย มํ ‘มตา’ติ ธาเรหิ, ทาสี วา เต หุตฺวา กมฺมํ กริสฺสามี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

‘‘อิทํ สุวณฺณเกยูรํ, มุตฺตา เวฬุริยา พหู;

สพฺพํ หรสฺสุ ภทฺทนฺเต, มํ จ ทาสีติ สาวยา’’ติ. (อป. เถรี ๒.๓.๒๗);

ตํ สุตฺวา โจโร ‘‘เอวํ กเต ตฺวํ คนฺตฺวา มาตาปิตูนํ อาจิกฺขิสฺสสิ, มาเรสฺสามิเยว, มา ตฺวํ พาฬฺหํ ปริเทวสี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

‘‘มา พาฬฺหํ ปริเทเวสิ, ขิปฺปํ พนฺธาหิ ภณฺฑิกํ;

น ตุยฺหํ ชีวิตํ อตฺถิ, สพฺพํ คณฺหามิ ภณฺฑก’’นฺติ. –

สา จินฺเตสิ – ‘‘อโห อิทํ กมฺมํ ภาริยํ. ปญฺญา นาม น ปจิตฺวา ขาทนตฺถาย กตา, อถ โข วิจารณตฺถาย กตา, ชานิสฺสามิสฺส กตฺตพฺพ’’นฺติ, อถ นํ อาห – ‘‘สามิ, ยทา ตฺวํ ‘โจโร’ติ คเหตฺวา นียสิ, ตทาหํ มาตาปิตูนํ อาจิกฺขึ, เต สหสฺสํ วิสฺสชฺเชตฺวา ตํ อาหราเปตฺวา เคเห กรึสุ. ตโต ปฏฺฐาย อหํ ตุยฺหํ อุปการิกา, อชฺช เม สุทิฏฺฐํ กตฺวา อตฺตานํ วนฺทิตุํ เทหี’’ติ. โส ‘‘สาธุ, ภทฺเท, สุทิฏฺฐํ กตฺวา วนฺทาหี’’ติ วตฺวา ปพฺพตนฺเต อฏฺฐาสิ. อถ นํ สา ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา จตูสุ ฐาเนสุ วนฺทิตฺวา, ‘‘สามิ, อิทํ เต ปจฺฉิมทสฺสนํ, อิทานิ ตุยฺหํ วา มม ทสฺสนํ, มยฺหํ วา ตว ทสฺสนํ นตฺถี’’ติ ปุรโต จ ปจฺฉโต จ อาลิงฺคิตฺวา ปมตฺตํ หุตฺวา ปพฺพตนฺเต ฐิตํ ปิฏฺฐิปสฺเส ฐตฺวา เอเกน หตฺเถน ขนฺเธ คเหตฺวา เอเกน ปิฏฺฐิกจฺฉาย คเหตฺวา ปพฺพตปปาเต ขิปิ. โส ปพฺพตกุจฺฉิยํ ปฏิหโต ขณฺฑาขณฺฑิกํ หุตฺวา ภูมิยํ ปติ. โจรปปาตมตฺถเก อธิวตฺถา เทวตา เตสํ ทฺวินฺนมฺปิ กิริยํ ทิสฺวา ตสฺสา อิตฺถิยา สาธุการํ ทตฺวา อิมํ คาถมาห –

‘‘น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ, ปุริโส โหติ ปณฺฑิโต;

อิตฺถีปิ ปณฺฑิตา โหติ, ตตฺถ ตตฺถ วิจกฺขณา’’ติ. (อป. เถรี ๒.๓.๓๑);

สาปิ โจรํ ปปาเต ขิปิตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘สจาหํ เคหํ คมิสฺสามิ, ‘สามิโก เต กุหิ’นฺติ ปุจฺฉิสฺสนฺติ, สจาหํ เอวํ ปุฏฺฐา ‘มาริโต เม’ติ วกฺขามิ, ‘ทุพฺพินีเต สหสฺสํ ทตฺวา ตํ อาหราเปตฺวา อิทานิ นํ มาเรสี’ติ มํ มุขสตฺตีหิ วิชฺฌิสฺสนฺติ, ‘อาภรณตฺถาย โส มํ มาเรตุกาโม อโหสี’ติ วุตฺเตปิ น สทฺทหิสฺสนฺติ, อลํ เม เคเหนา’’ติ ตตฺเถวาภรณานิ ฉฑฺเฑตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา อนุปุพฺเพน วิจรนฺตี เอกํ ปริพฺพาชกานํ อสฺสมํ ปตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘มยฺหํ, ภนฺเต, ตุมฺหากํ สนฺติเก ปพฺพชฺชํ เทถา’’ติ อาห. อถ นํ ปพฺพาเชสุํ. สา ปพฺพชิตฺวาว ปุจฺฉิ – ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ ปพฺพชฺชาย กึ อุตฺตม’’นฺติ? ‘‘ภทฺเท, ทสสุ วา กสิเณสุ ปริกมฺมํ กตฺวา ฌานํ นิพฺพตฺเตตพฺพํ, วาทสหสฺสํ วา อุคฺคณฺหิตพฺพํ, อยํ อมฺหากํ ปพฺพชฺชาย อุตฺตมตฺโถ’’ติ. ‘‘ฌานํ ตาว นิพฺพตฺเตตุํ อหํ น สกฺขิสฺสามิ, วาทสหสฺสํ ปน อุคฺคณฺหิสฺสามิ, อยฺยา’’ติ. อถ นํ เต วาทสหสฺสํ อุคฺคณฺหาเปตฺวา ‘‘อุคฺคหิตํ เต สิปฺปํ, อิทานิ ตฺวํ ชมฺพุทีปตเล วิจริตฺวา อตฺตนา สทฺธึ ปญฺหํ กเถตุํ สมตฺถํ โอโลเกหี’’ติ ตสฺส หตฺเถ ชมฺพุสาขํ ทตฺวา อุยฺโยเชสุํ – ‘‘คจฺฉ, ภทฺเท, สเจ โกจิ คิหิภูโต ตยา สทฺธึ ปญฺหํ กเถตุํ สกฺโกติ, ตสฺเสว ปาทปริจาริกา ภวาหิ, สเจ ปพฺพชิโต สกฺโกติ, ตสฺส สนฺติเก ปพฺพชาหี’’ติ.

สา นาเมน ชมฺพุปริพฺพาชิกา นาม หุตฺวา ตโต นิกฺขมิตฺวา ทิฏฺเฐ ทิฏฺเฐ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺตี วิจรติ. ตาย สทฺธึ กเถตุํ สมตฺโถ นาม นาโหสิ. ‘‘อิโต ชมฺพุปริพฺพาชิกา อาคจฺฉตี’’ติ สุตฺวาว มนุสฺสา ปลายนฺติ. สา คามํ วา นิคมํ วา ภิกฺขาย ปวิสนฺตี คามทฺวาเร วาลุกราสึ กตฺวา ตตฺถ ชมฺพุสาขํ ฐเปตฺวา ‘‘มยา สทฺธึ กเถตุํ สมตฺโถ ชมฺพุสาขํ มทฺทตู’’ติ วตฺวา คามํ ปาวิสิ. ตํ ฐานํ อุปสงฺกมิตุํ สมตฺโถ นาม นาโหสิ. สาปิ มิลาตาย ชมฺพุสาขาย อญฺญํ ชมฺพุสาขํ คณฺหาติ, อิมินา นีหาเรน วิจรนฺตี สาวตฺถึ ปตฺวา คามทฺวาเร วาลุกราสึ กตฺวา ชมฺพุสาขํ ฐเปตฺวา วุตฺตนเยเนว วตฺวา ภิกฺขาย ปาวิสิ. สมฺพหุลา คามทารกา ชมฺพุสาขํ ปริวาเรตฺวา อฏฺฐํสุ. ตทา สาริปุตฺตตฺเถโร ปิณฺฑาย จริตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ นครา นิกฺขนฺโต เต ทารเก ชมฺพุสาขํ ปริวาเรตฺวา ฐิเต ทิสฺวา ‘‘กึ อิท’’นฺติ ปุจฺฉิ. ทารกา เถรสฺส ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขึสุ. ‘‘เตน หิ ทารกา อิมํ สาขํ มทฺทถา’’ติ. ‘‘ภายาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อหํ ปญฺหํ กเถสฺสามิ, มทฺทถ ตุเมฺห’’ติ. เต เถรสฺส วจเนน สญฺชาตุสฺสาหา ตถา กตฺวา มทฺทนฺตา ชมฺพุสาขํ อุกฺขิปึสุ. ปริพฺพาชิกา อาคนฺตฺวา เต ปริภาสิตฺวา ‘‘ตุเมฺหหิ สทฺธึ มม ปเญฺหน กิจฺจํ นตฺถิ, กสฺมา เม สาขํ มทฺทถา’’ติ อาห. ‘‘อยฺเยนมฺหา มทฺทาปิตา’’ติ อาหํสุ. ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺหหิ เม สาขา มทฺทาปิตา’’ติ? ‘‘อาม, ภคินี’’ติ. ‘‘เตน หิ มยา สทฺธึ ปญฺหํ กเถถา’’ติ. ‘‘สาธุ กเถสฺสามี’’ติ.

สา วฑฺฒมานกจฺฉายาย ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ เถรสฺส สนฺติกํ อคมาสิ, สกลนครํ สงฺขุภิ. ‘‘ทฺวินฺนํ ปณฺฑิตานํ กถํ สุณิสฺสามา’’ติ นาครา ตาย สทฺธึเยว คนฺตฺวา เถรํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. ปริพฺพาชิกา เถรํ อาห – ‘‘ภนฺเต, ปุจฺฉามิ เต ปญฺห’’นฺติ. ‘‘ปุจฺฉ, ภคินี’’ติ. สา วาทสหสฺสํ ปุจฺฉิ, ปุจฺฉิตํ ปุจฺฉิตํ เถโร วิสฺสชฺเชสิ. อถ นํ เถโร อาห – ‘‘เอตฺตกา เอว เต ปญฺหา, อญฺเญปิ อตฺถี’’ติ? ‘‘เอตฺตกา เอว, ภนฺเต’’ติ. ‘‘ตยา พหู ปญฺหา ปุฏฺฐา, มยมฺปิ เอกํ ปุจฺฉาม, วิสฺสชฺชิสฺสสิ โน’’ติ? ‘‘ชานมานา วิสฺสชฺชิสฺสามิ ปุจฺฉถ, ภนฺเต’’ติ. เถโร ‘‘เอกํ นาม กิ’’นฺติ (ขุ. ปา. ๔.๑) ปญฺหํ ปุจฺฉิ. สา ‘‘เอวํ นาเมส วิสฺสชฺเชตพฺโพ’’ติ อชานนฺตี ‘‘กึ นาเมตํ, ภนฺเต’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘พุทฺธปโญฺห นาม, ภคินี’’ติ. ‘‘มยฺหมฺปิ ตํ เทถ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘สเจ มาทิสา ภวิสฺสสิ, ทสฺสามี’’ติ. ‘‘เตน หิ มํ ปพฺพาเชถา’’ติ. เถโร ภิกฺขุนีนํ อาจิกฺขิตฺวา ปพฺพาเชสิ. สา ปพฺพชิตฺวา ลทฺธูปสมฺปทา กุณฺฑลเกสิตฺเถรี นาม หุตฺวา กติปาหจฺจเยเนว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ.

ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘กุณฺฑลเกสิตฺเถริยา ธมฺมสฺสวนญฺจ พหุํ นตฺถิ, ปพฺพชิตกิจฺจญฺจสฺสา มตฺถกํ ปตฺตํ, เอเกน กิร โจเรน สทฺธึ มหาสงฺคามํ กตฺวา ชินิตฺวา อาคตา’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, มยา เทสิตธมฺมํ ‘อปฺปํ วา พหุํ วา’ติ ปมาณํ มา คณฺหถ, อนตฺถกํ ปทสตมฺปิ เสยฺโย น โหติ, ธมฺมปทํ ปน เอกมฺปิ เสยฺโยว. อวเสสโจเร ชินนฺตสฺส จ ชโย นาม น โหติ, อชฺฌตฺติกกิเลสโจเร ชินนฺตสฺเสว ปน ชโย นาม โหตี’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา คาถา อภาสิ –

๑๐๒. ‘‘โย จ คาถาสตํ ภาเส, อนตฺถปทสํหิตา;

เอกํ ธมฺมปทํ เสยฺโย, ยํ สุตฺวา อุปสมฺมติ.

๑๐๓. ‘‘โย สหสฺสํ สหสฺเสน, สงฺคาเม มานุเส ชิเน;

เอกญฺจ เชยฺยมตฺตานํ, ส เว สงฺคามชุตฺตโม’’ติ.

ตตฺถ คาถาสตนฺติ โย จ ปุคฺคโล สตปริจฺเฉทา พหูปิ คาถา ภาเสยฺยาติ อตฺโถ. อนตฺถปทสํหิตาติ อากาสวณฺณนาทิวเสน อนตฺถเกหิ ปเทหิ สํหิตา. ธมฺมปทนฺติ อตฺถสาธกํ ขนฺธาทิปฏิสํยุตฺตํ, ‘‘จตฺตาริมานิ ปริพฺพาชกา ธมฺมปทานิ. กตมานิ จตฺตาริ? อนภิชฺฌา ปริพฺพาชกา ธมฺมปทํ, อพฺยาปาโท ปริพฺพาชกา ธมฺมปทํ, สมฺมาสติ ปริพฺพาชกา ธมฺมปทํ, สมฺมาสมาธิ ปริพฺพาชกา ธมฺมปท’’นฺติ (อ. นิ. ๔.๓๐) เอวํ วุตฺเตสุ จตูสุ ธมฺมปเทสุ เอกมฺปิ ธมฺมปทํ เสยฺโย. โย สหสฺสํ สหสฺเสนาติ โย เอโก สงฺคามโยโธ สหสฺเสน คุณิตํ สหสฺสํ มานุเส เอกสฺมึ สงฺคาเม ชิเนยฺย, ทสมนุสฺสสตสหสฺสํ ชินิตฺวา ชยํ อาหเรยฺย, อยมฺปิ สงฺคามชินตํ อุตฺตโม ปวโร นาม น โหติ. เอกญฺจ เชยฺยมตฺตานนฺติ โย รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐาเนสุ อชฺฌตฺติกกมฺมฏฺฐานํ สมฺมสนฺโต อตฺตโน โลภาทิกิเลสชเยน อตฺตานํ ชิเนยฺย. ส เว สงฺคามชุตฺตโมติ โส สงฺคามชินานํ อุตฺตโม ปวโร สงฺคามสีสโยโธติ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

กุณฺฑลเกสิตฺเถรีวตฺถุ ตติยํ.

๔. อนตฺถปุจฺฉกพฺราหฺมณวตฺถุ

อตฺตา หเวติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อนตฺถปุจฺฉกํ พฺราหฺมณํ อารพฺภ กเถสิ.

โส กิร พฺราหฺมโณ ‘‘กึ นุ โข สมฺมาสมฺพุทฺโธ อตฺถเมว ชานาติ, อุทาหุ อนตฺถมฺปิ, ปุจฺฉิสฺสามิ น’’นฺติ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห อตฺถเมว ชานาถ มญฺเญ, โน อนตฺถ’’นฺติ? ‘‘อตฺถญฺจาหํ, พฺราหฺมณ, ชานามิ อนตฺถญฺจา’’ติ. ‘‘เตน หิ เม อนตฺถํ กเถถา’’ติ. อถสฺส สตฺถา อิมํ คาถมาห –

‘‘อุสฺสูรเสยฺยํ อาลสฺยํ, จณฺฑิกฺกํ ทีฆโสณฺฑิยํ;

เอกสฺสทฺธานคมนํ ปรทารูปเสวนํ;

เอตํ พฺราหฺมณ เสวสฺสุ, อนตฺถํ เต ภวิสฺสตี’’ติ.

ตํ สุตฺวา พฺราหฺมโณ สาธุการมทาสิ ‘‘สาธุ สาธุ, คณาจริย, คณเชฏฺฐก, ตุเมฺห อตฺถญฺจ ชานาถ อนตฺถญฺจา’’ติ. ‘‘เอวํ โข, พฺราหฺมณ, อตฺถานตฺถชานนโก นาม มยา สทิโส นตฺถี’’ติ. อถสฺส สตฺถา อชฺฌาสยํ อุปธาเรตฺวา, ‘‘พฺราหฺมณ, เกน กมฺเมน ชีวสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ชูตกมฺเมน, โภ โคตมา’’ติ. ‘‘กึ ปน เต ชโย โหติ ปราชโย’’ติ. ‘‘ชโยปิ โหติ ปราชโยปี’’ติ วุตฺเต, ‘‘พฺราหฺมณ, อปฺปมตฺตโก เอส, ปรํ ชินนฺตสฺส ชโย นาม น เสยฺโย. โย ปน กิเลสชเยน อตฺตานํ ชินาติ, ตสฺส ชโย เสยฺโย. น หิ ตํ ชยํ โกจิ อปชยํ กาตุํ สกฺโกตี’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา คาถา อภาสิ –

๑๐๔. ‘‘อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย, ยา จายํ อิตรา ปชา;

อตฺตทนฺตสฺส โปสสฺส, นิจฺจํ สญฺญตจาริโน.

๑๐๕. ‘‘เนว เทโว น คนฺธพฺโพ, น มาโร สห พฺรหฺมุนา;

ชิตํ อปชิตํ กยิรา, ตถารูปสฺส ชนฺตุโน’’ติ.

ตตฺถ หเวติ นิปาโต. ชิตนฺติ ลิงฺควิปลฺลาโส, อตฺตโน กิเลสชเยน อตฺตา ชิโต เสยฺโยติ อตฺโถ. ยา จายํ อิตรา ปชาติ ยา ปนายํ อวเสสา ปชา ชูเตน วา ธนหรเณน วา สงฺคาเมน วา พลาภิภเวน วา ชิตา ภเวยฺย, ตํ ชินนฺเตน ยํ ชิตํ, น ตํ เสยฺโยติ อตฺโถ. กสฺมา ปน ตเทว ชิตํ เสยฺโย, อิทํ น เสยฺโยติ? ยสฺมา อตฺตทนฺตสฺส…เป… ตถารูปสฺส ชนฺตุโนติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยสฺมา หิ ยฺวายํ นิกฺกิเลสตาย อตฺตทนฺโต โปโส, ตสฺส อตฺตทนฺตสฺส กายาทีหิ นิจฺจํ สญฺญตจาริโน เอวรูปสฺส อิเมหิ กายสญฺญมาทีหิ สญฺญตสฺส ชนฺตุโน เทโว วา คนฺธพฺโพ วา มาโร วา พฺรหฺมุนา สห อุฏฺฐหิตฺวา ‘‘อหมสฺส ชิตํ อปชิตํ กริสฺสามิ, มคฺคภาวนาย ปหีเน กิเลเส ปุน อุปฺปาเทสฺสามี’’ติ ฆเฏนฺโตปิ วายมนฺโตปิ ยถา ธนาทีหิ ปราชิโต ปกฺขนฺตโร หุตฺวา อิตเรน ชิตํ ปุน ชินนฺโต อปชิตํ กเรยฺย, ‘‘เอวํ อปชิตํ กาตุํ เนว สกฺกุเณยฺยา’’ติ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

อนตฺถปุจฺฉกพฺราหฺมณวตฺถุ จตุตฺถํ.

๕. สาริปุตฺตตฺเถรสฺส มาตุลพฺราหฺมณวตฺถุ

มาเส มาเสติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส มาตุลพฺราหฺมณํ อารพฺภ กเถสิ.

เถโร กิร ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อาห – ‘‘กึ นุ โข, พฺราหฺมณ, กิญฺจิเทว กุสลํ กโรสี’’ติ? ‘‘กโรมิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ กโรสี’’ติ? ‘‘มาเส มาเส สหสฺสปริจฺจาเคน ทานํ ทมฺมี’’ติ. ‘‘กสฺส เทสี’’ติ? ‘‘นิคณฺฐานํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ ปตฺถยนฺโต’’ติ? ‘‘พฺรหฺมโลกํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ ปน พฺรหฺมโลกสฺส อยํ มคฺโค’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘โก เอวมาหา’’ติ? ‘‘อาจริเยหิ เม กถิตํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘โน ตฺวํ พฺรหฺมโลกสฺส มคฺคํ ชานาสิ, นาปิ เต อาจริยา, สตฺถาว เอโก ชานาติ, เอหิ, พฺราหฺมณ, พฺรหฺมโลกสฺส เต มคฺคํ กถาเปสฺสามี’’ติ ตํ อาทาย สตฺถุ สนฺติกํ เนตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อยํ พฺราหฺมโณ เอวมาหา’’ติ, ‘‘ตํ ปวตฺตึ อาโรเจตฺวา สาธุ วตสฺส พฺรหฺมโลกสฺส มคฺคํ กเถถา’’ติ. สตฺถา ‘‘เอวํ กิร, พฺราหฺมณา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อาม, โภ โคตมา’’ติ วุตฺเต, ‘‘พฺราหฺมณ, ตยา เอวํ ททมาเนน วสฺสสตํ ทินฺนทานโตปิ มุหุตฺตมตฺตํ ปสนฺนจิตฺเตน มม สาวกสฺส โอโลกนํ วา กฏจฺฉุภิกฺขามตฺตทานํ วา มหปฺผลตร’’นฺติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๑๐๖. ‘‘มาเส มาเส สหสฺเสน, โย ยเชถ สตํ สมํ;

เอกญฺจ ภาวิตตฺตานํ, มุหุตฺตมปิ ปูชเย;

สาเยว ปูชนา เสยฺโย, ยญฺเจ วสฺสสตํ หุต’’นฺติ.

ตตฺถ สหสฺเสนาหิ สหสฺสปริจฺจาเคน. โย ยเชถ สตํ สมนฺติ โย วสฺสสตํ มาเส มาเส สหสฺสํ ปริจฺจชนฺโต โลกิยมหาชนสฺส ทานํ ทเทยฺย, เอกญฺจ ภาวิตตฺตานนฺติ โย ปน เอกํ สีลาทิคุณวิเสเสน วฑฺฒิตอตฺตานํ เหฏฺฐิมโกฏิยา โสตาปนฺนํ, อุปริมโกฏิยา ขีณาสวํ ฆรทฺวารํ สมฺปตฺตํ กฏจฺฉุภิกฺขาทานวเสน วา ยาปนมตฺตอาหารทานวเสน วา ถูลสาฏกทานมตฺเตน วา ปูเชยฺย. ยํ อิตเรน วสฺสสตํ หุตํ. ตโต สาเยว ปูชนา เสยฺโย. เสฏฺโฐ อุตฺตโมติ อตฺโถติ.

เทสนาวสาเน โส พฺราหฺมโณ โสตาปตฺติผลํ ปตฺโต, อญฺเญปิ พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

สาริปุตฺตตฺเถรสฺส มาตุลพฺราหฺมณวตฺถุ ปญฺจมํ.

๖. สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ภาคิเนยฺยวตฺถุ

โย จ วสฺสสตํ ชนฺตูติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ภาคิเนยฺยํ อารพฺภ กเถสิ.

ตมฺปิ หิ เถโร อุปสงฺกมิตฺวา อาห – ‘‘กึ, พฺราหฺมณ, กุสลํ กโรสี’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ กโรสี’’ติ? ‘‘มาเส มาเส เอกํ เอกํ ปสุํ ฆาเตตฺวา อคฺคึ ปริจรามี’’ติ. ‘‘กิมตฺถํ เอวํ กโรสี’’ติ? ‘‘พฺรหฺมโลกมคฺโค กิเรโส’’ติ. ‘‘เกเนวํ กถิต’’นฺติ? ‘‘อาจริเยหิ เม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เนว ตฺวํ พฺรหฺมโลกสฺส มคฺคํ ชานาสิ, นาปิ เต อาจริยา, เอหิ, สตฺถุ สนฺติกํ คมิสฺสามา’’ติ ตํ สตฺถุ สนฺติกํ เนตฺวา ตํ ปวตฺตึ อาโรเจตฺวา ‘‘อิมสฺส, ภนฺเต, พฺรหฺมโลกสฺส มคฺคํ กเถถา’’ติ อาห. สตฺถา ‘‘เอวํ กิรา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘เอวํ, โภ โคตมา’’ติ วุตฺเต, ‘‘พฺราหฺมณ, วสฺสสตมฺปิ เอวํ อคฺคึ ปริจรนฺตสฺส ตว อคฺคิปาริจริยา มม สาวกสฺส ตงฺขณมตฺตํ ปูชมฺปิ น ปาปุณาตี’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๑๐๗. ‘‘โย จ วสฺสสตํ ชนฺตุ, อคฺคึ ปริจเร วเน;

เอกญฺจ ภาวิตตฺตานํ, มุหุตฺตมปิ ปูชเย;

สาเยว ปูชนา เสยฺโย, ยญฺเจ วสฺสสตํ หุต’’นฺติ.

ตตฺถ ชนฺตูติ สตฺตาธิวจนเมตํ. อคฺคึ ปริจเร วเนติ นิปฺปปญฺจภาวปตฺถนาย วนํ ปวิสิตฺวาปิ ตตฺถ อคฺคึ ปริจเรยฺย. เสสํ ปุริมสทิสเมวาติ.

เทสนาวสาเน โส พฺราหฺมโณ โสตาปตฺติผลํ ปาปุณิ, อญฺเญปิ พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ภาคิเนยฺยวตฺถุ ฉฏฺฐํ.

๗. สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สหายกพฺราหฺมณวตฺถุ

ยํ กิญฺจิ ยิฏฺฐํ วาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สหายกพฺราหฺมณํ อารพฺภ กเถสิ.

ตมฺปิ หิ เถโร อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘กึ, พฺราหฺมณ, กิญฺจิ กุสลํ กโรสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ กโรสี’’ติ? ‘‘ยิฏฺฐยาคํ ยชามี’’ติ. ‘‘ตทา กิร ตํ ยาคํ มหาปริจฺจาเคน ยช’’นฺติ. อิโต ปรํ เถโร ปุริมนเยเนว ปุจฺฉิตฺวา ตํ สตฺถุ สนฺติกํ เนตฺวา ตํ ปวตฺตึ อาโรเจตฺวา ‘‘อิมสฺส, ภนฺเต, พฺรหฺมโลกสฺส มคฺคํ กเถถา’’ติ อาห. สตฺถา, ‘‘พฺราหฺมณ, เอวํ กิรา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘เอวํ, โภ โคตมา’’ติ วุตฺเต, ‘‘พฺราหฺมณ, ตยา สํวจฺฉรํ ยิฏฺฐยาคํ ยชนฺเตน โลกิยมหาชนสฺส ทินฺนทานํ ปสนฺนจิตฺเตน มม สาวกานํ วนฺทนฺตานํ อุปฺปนฺนกุสลเจตนาย จตุภาคมตฺตมฺปิ น อคฺฆตี’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๑๐๘. ‘‘ยํ กิญฺจิ ยิฏฺฐํ ว หุตํ ว โลเก,

สํวจฺฉรํ ยเชถ ปุญฺญเปกฺโข;

สพฺพมฺปิ ตํ น จตุภาคเมติ,

อภิวาทนา อุชฺชุคเตสุ เสยฺโย’’ติ.

ตตฺถ ยํ กิญฺจีติ อนวเสสปริยาทานวจนเมตํ. ยิฏฺฐนฺติ เยภุยฺเยน มงฺคลกิริยาทิวเสสุ ทินฺนทานํ. หุตนฺติ อภิสงฺขริตฺวา กตํ ปาหุนทานญฺเจว, กมฺมญฺจ ผลญฺจ สทฺทหิตฺวา กตทานญฺจ. สํวจฺฉรํ ยเชถาติ เอกสํวจฺฉรํ นิรนฺตรเมว วุตฺตปฺปการํ ทานํ สกลจกฺกวาเฬปิ โลกิยมหาชนสฺส ทเทยฺย. ปุญฺญเปกฺโขติ ปุญฺญํ อิจฺฉนฺโต. อุชฺชุคเตสูติ เหฏฺฐิมโกฏิยา โสตาปนฺเนสุ อุปริมโกฏิยา ขีณาสเวสุ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘เอวรูเปสุ ปสนฺนจิตฺเตน สรีรํ โอนมิตฺวา วนฺทนฺตสฺส กุสลเจตนาย ยํ ผลํ, ตโต จตุภาคมฺปิ สพฺพํ ตํ ทานํ น อคฺฆติ, ตสฺมา อุชุคเตสุ อภิวาทนเมว เสยฺโย’’ติ.

เทสนาวสาเน โส พฺราหฺมโณ โสตาปตฺติผลํ ปตฺโต, อญฺเญปิ พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สหายกพฺราหฺมณวตฺถุ สตฺตมํ.

๘. อายุวฑฺฒนกุมารวตฺถุ

อภิวาทนสีลิสฺสาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา ทีฆลงฺฆิกํ นิสฺสาย อรญฺญกุฏิยํ วิหรนฺโต ทีฆายุกุมารํ อารพฺภ กเถสิ.

ทีฆลงฺฆิกนครวาสิโน กิร เทฺว พฺราหฺมณา พาหิรกปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อฏฺฐจตฺตาลีส วสฺสานิ ตปจรณํ กรึสุ. เตสุ เอโก ‘‘ปเวณิ เม นสฺสิสฺสติ, วิพฺภมิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา อตฺตนา กตํ ตปํ ปเรสํ วิกฺกิณิตฺวา โคสเตน เจว กหาปณสเตน จ สทฺธึ ภริยํ ลภิตฺวา กุฏุมฺพํ สณฺฐเปสิ. อถสฺส ภริยา ปุตฺตํ วิชายิ. อิตโร ปนสฺส สหายโก ปวาสํ คนฺตฺวา ปุนเทว ตํ นครํ ปจฺจาคมิ. โส ตสฺส อาคตภาวํ สุตฺวา ปุตฺตทารํ อาทาย สหายกสฺส ทสฺสนตฺถาย อคมาสิ. คนฺตฺวา ปุตฺตํ มาตุ หตฺเถ ทตฺวา สยํ ตาว วนฺทิ, มาตาปิ ปุตฺตํ ปิตุ หตฺเถ ทตฺวา วนฺทิ. โส ‘‘ทีฆายุกา โหถา’’ติ อาห, ปุตฺเต ปน วนฺทาปิเต ตุณฺหี อโหสิ. อถ นํ ‘‘กสฺมา, ภนฺเต, อเมฺหหิ วนฺทิเต ‘ทีฆายุกา โหถา’ติ วตฺวา อิมสฺส วนฺทนกาเล กิญฺจิ น วเทถา’’ติ อาห. ‘‘อิมสฺเสโก อนฺตราโย อตฺถิ, พฺราหฺมณา’’ติ. ‘‘กิตฺตกํ ชีวิสฺสติ, ภนฺเต’’ติ? ‘‘สตฺตาหํ, พฺราหฺมณา’’ติ. ‘‘ปฏิพาหนการณํ อตฺถิ, ภนฺเต’’ติ? ‘‘นาหํ ปฏิพาหนการณํ ชานามี’’ติ. ‘‘โก ปน ชาเนยฺย, ภนฺเต’’ติ? ‘‘สมโณ โคตโม ชาเนยฺย, ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปุจฺฉาหี’’ติ. ‘‘ตตฺถ คจฺฉนฺโต ตปปริหานิโต ภายามี’’ติ. ‘‘สเจ เต ปุตฺตสิเนโห อตฺถิ, ตปปริหานึ อจินฺเตตฺวา ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปุจฺฉาหี’’ติ.

โส สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา สยํ ตาว วนฺทิ. สตฺถา ‘‘ทีฆายุโก โหหี’’ติ อาห, ปชาปติยา วนฺทนกาเลปิ ตสฺสา ตเถว วตฺวา ปุตฺตสฺส วนฺทาปนกาเล ตุณฺหี อโหสิ. โส ปุริมนเยเนว สตฺถารํ ปุจฺฉิ, สตฺถาปิ ตเถว พฺยากาสิ. โส กิร พฺราหฺมโณ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อปฏิวิชฺฌิตฺวาว อตฺตโน มนฺตํ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สํสนฺเทสิ, ปฏิพาหนูปายํ ปน น ชานาติ. พฺราหฺมโณ สตฺถารํ ปุจฺฉิ – ‘‘อตฺถิ ปน, ภนฺเต, ปฏิพาหนูปาโย’’ติ? ‘‘ภเวยฺย, พฺราหฺมณา’’ติ. ‘‘กึ ภเวยฺยา’’ติ? ‘‘สเจ ตฺวํ อตฺตโน เคหทฺวาเร มณฺฑปํ กาเรตฺวา ตสฺส มชฺเฌ ปีฐิกํ กาเรตฺวา ตํ ปริกฺขิปนฺโต อฏฺฐ วา โสฬส วา อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวา เตสุ มม สาวเก นิสีทาเปตฺวา สตฺตาหํ นิรนฺตรํ ปริตฺตํ กาตุํ สกฺกุเณยฺยาสิ, เอวมสฺส อนฺตราโย นสฺเสยฺยา’’ติ. ‘‘โภ โคตม, มยา มณฺฑปาทีนิ สกฺกา กาตุํ, ตุมฺหากํ ปน สาวเก กถํ ลจฺฉามี’’ติ? ‘‘ตยา เอตฺตเก กเต อหํ มม สาวเก ปหิณิสฺสามี’’ติ. ‘‘สาธุ, โภ โคตมา’’ติ โส อตฺตโน เคหทฺวาเร สพฺพํ กิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อคมาสิ. สตฺถา ภิกฺขู ปหิณิ, เต คนฺตฺวา ตตฺถ นิสีทึสุ, ทารกมฺปิ ปีฐิกายํ นิปชฺชาเปสุํ, ภิกฺขู สตฺตรตฺตินฺทิวํ นิรนฺตรํ ปริตฺตํ ภณึสุ, สตฺตเม ทิวเส สายํ สตฺถา อาคจฺฉิ. ตสฺมึ อาคเต สพฺพจกฺกวาฬเทวตา สนฺนิปตึสุ. เอโก ปน อวรุทฺธโก นาม ยกฺโข ทฺวาทส สํวจฺฉรานิ เวสฺสวณํ อุปฏฺฐหิตฺวา ตสฺส สนฺติกา วรํ ลภนฺโต ‘‘อิโต สตฺตเม ทิวเส อิมํ ทารกํ คเณฺหยฺยาสี’’ติ ลภิ. ตสฺมา โสปิ อาคนฺตฺวา อฏฺฐาสิ.

สตฺถริ ปน ตตฺถ คเต มเหสกฺขาสุ เทวตาสุ สนฺนิปติตาสุ อปฺเปสกฺขา เทวตา โอสกฺกิตฺวา โอสกฺกิตฺวา โอกาสํ อลภมานา ทฺวาทส โยชนานิ ปฏิกฺกมึสุ. อวรุทฺธโกปิ ตเถว ปฏิกฺกมิ, สตฺถาปิ สพฺพรตฺตึ ปริตฺตมกาสิ. สตฺตาเห วีติวตฺเต อวรุทฺธโก ทารกํ น ลภิ. อฏฺฐเม ปน ทิวเส อรุเณ อุคฺคตมตฺเต ทารกํ อาเนตฺวา สตฺถารํ วนฺทาเปสุํ. สตฺถา ‘‘ทีฆายุโก โหหี’’ติ อาห. ‘‘กีวจิรํ ปน, โภ โคตม, ทารโก ฐสฺสตี’’ติ? ‘‘วีสวสฺสสตํ, พฺราหฺมณา’’ติ. อถสฺส ‘‘อายุวฑฺฒนกุมาโร’’ติ นามํ กรึสุ. โส วุทฺธิมนฺวาย ปญฺจหิ อุปาสกสเตหิ ปริวุโต วิจริ. อเถกทิวสํ ธมฺมสภายํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘ปสฺสถาวุโส, อายุวฑฺฒนกุมาเรน กิร สตฺตเม ทิวเส มริตพฺพํ อภวิสฺส, โส อิทานิ วีสวสฺสสตฏฺฐายี หุตฺวา ปญฺจหิ อุปาสกสเตหิ ปริวุโต วิจรติ, อตฺถิ มญฺเญ อิเมสํ สตฺตานํ อายุวฑฺฒนการณ’’นฺติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, น เกวลํ อายุวฑฺฒนเมว, อิเม ปน สตฺตา คุณวนฺเต วนฺทนฺตา อภิวาเทนฺตา จตูหิ การเณหิ วฑฺฒนฺติ, ปริสฺสยโต มุจฺจนฺติ, ยาวตายุกเมว ติฏฺฐนฺตี’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๑๐๙. ‘‘อภิวาทนสีลิสฺส, นิจฺจํ วุฑฺฒาปจายิโน;

จตฺตาโร ธมฺมา วฑฺฒนฺติ, อายุ วณฺโณ สุขํ พล’’นฺติ.

ตตฺถ อภิวาทนสีลิสฺสาติ วนฺทนสีลิสฺส, อภิณฺหํ วนฺทนกิจฺจปสุตสฺสาติ อตฺโถ. วุฑฺฒาปจายิโนติ คิหิสฺส วา ตทหุปพฺพชิเต ทหรสามเณเรปิ, ปพฺพชิตสฺส วา ปน ปพฺพชฺชาย วา อุปสมฺปทาย วา วุฑฺฒตเร คุณวุฑฺเฒ อปจายมานสฺส, อภิวาทเนน วา นิจฺจํ ปูเชนฺตสฺสาติ อตฺโถ. จตฺตาโร ธมฺมา วฑฺฒนฺตีติ อายุมฺหิ วฑฺฒมาเน ยตฺตกํ กาลํ ตํ วฑฺฒติ, ตตฺตกํ อิตเรปิ วฑฺฒนฺติเยว. เยน หิ ปญฺญาสวสฺสอายุสํวตฺตนิกํ กุสลํ กตํ, ปญฺจวีสติวสฺสกาเล จสฺส ชีวิตนฺตราโย อุปฺปชฺเชยฺย, โส อภิวาทนสีลตาย ปฏิปฺปสฺสมฺภติ, โส ยาวตายุกเมว ติฏฺฐติ, วณฺณาทโยปิสฺส อายุนาว สทฺธึ วฑฺฒนฺติ. อิโต อุตฺตริปิ เอเสว นโย. อนนฺตราเยน ปวตฺตสฺสายุโน วฑฺฒนํ นาม นตฺถิ.

เทสนาวสาเน อายุวฑฺฒนกุมาโร ปญฺจหิ อุปาสกสเตหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ, อญฺเญปิ พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

อายุวฑฺฒนกุมารวตฺถุ อฏฺฐมํ.

๙. สํกิจฺจสามเณรวตฺถุ

โย จ วสฺสสตํ ชีเวติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สํกิจฺจสามเณรํ อารพฺภ กเถสิ.

สาวตฺถิยํ กิร ตึสมตฺตา กุลปุตฺตา สตฺถุ ธมฺมกถํ สุตฺวา สาสเน อุรํ ทตฺวา ปพฺพชึสุ. เต อุปสมฺปทาย ปญฺจวสฺสา หุตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา คนฺถธุรํ วิปสฺสนาธุรนฺติ เทฺว ธุรานีติ สุตฺวา ‘‘มยํ มหลฺลกกาเล ปพฺพชิตา’’ติ คนฺถธุเร อุสฺสาหํ อกตฺวา วิปสฺสนาธุรํ ปูเรตุกามา ยาว อรหตฺตา กมฺมฏฺฐานํ กถาเปตฺวา, ‘‘ภนฺเต, เอกํ อรญฺญายตนํ คมิสฺสามา’’ติ สตฺถารํ อาปุจฺฉึสุ. สตฺถา ‘‘กตรํ ฐานํ คมิสฺสถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อสุกํ นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘ตตฺถ เตสํ เอกํ วิฆาสาทํ นิสฺสาย ภยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตญฺจ ปน สํกิจฺจสามเณเร คเต วูปสมิสฺสติ, อถ เนสํ ปพฺพชิตกิจฺจํ ปาริปูรึ คมิสฺสตี’’ติ อญฺญาสิ.

สํกิจฺจสามเณโร นาม สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สามเณโร สตฺตวสฺสิโก ชาติยา. ตสฺส กิร มาตา สาวตฺถิยํ อฑฺฒกุลสฺส ธีตา. สา ตสฺมึ กุจฺฉิคเต เอเกน พฺยาธินา ตงฺขณญฺเญว กาลมกาสิ. ตสฺสา ฌาปิยมานาย ฐเปตฺวา คพฺภมํสํ เสสํ ฌายิ. อถสฺสา คพฺภมํสํ จิตกโต โอตาเรตฺวา ทฺวีสุ ตีสุ ฐาเนสุ สูเลหิ วิชฺฌึสุ. สูลโกฏิ ทารกสฺส อกฺขิโกฏึ ปหริ. เอวํ คพฺภมํสํ วิชฺฌิตฺวา องฺคารราสิมฺหิ ขิปิตฺวา องฺคาเรเหว ปฏิจฺฉาเทตฺวา ปกฺกมึสุ. คพฺภมํสํ ฌายิ, องฺคารมตฺถเก ปน สุวณฺณพิมฺพสทิโส ทารโก ปทุมคพฺเภ นิปนฺโน วิย อโหสิ. ปจฺฉิมภวิกสฺส สตฺตสฺส หิ สิเนรุนา โอตฺถริยมานสฺสปิ อรหตฺตํ อปฺปตฺวา ชีวิตกฺขโย นาม นตฺถิ. ปุนทิวเส ‘‘จิตกํ นิพฺพาเปสฺสามา’’ติ อาคตา ตถานิปนฺนํ ทารกํ ทิสฺวา อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาตา ‘‘กถญฺหิ นาม เอตฺตเกสุ ทารูสุ ขียมาเนสุ สกลสรีเร ฌาปิยมาเน ทารโก น ฌายิ, กึ นุ โข ภวิสฺสตี’’ติ ทารกํ อาทาย อนฺโตคามํ คนฺตฺวา เนมิตฺตเก ปุจฺฉึสุ. เนมิตฺตกา ‘‘สเจ อยํ ทารโก อคารํ อชฺฌาวสฺสิสฺสติ, ยาว สตฺตมา กุลปริวฏฺฏา ญาตกา ทุคฺคตา ภวิสฺสนฺติ? สเจ ปพฺพชิสฺสติ, ปญฺจหิ สมณสเตหิ ปริวุโต วิจริสฺสตี’’ติ อาหํสุ. ตสฺส สงฺกุนา อกฺขิโกฏิยา ภินฺนตฺตา สํกิจฺจนฺติ นามํ กรึสุ. โส อปเรน สมเยน สํกิจฺโจติ ปญฺญายิ. อถ นํ ญาตกา ‘‘โหตุ, วฑฺฒิตกาเล อมฺหากํ อยฺยสฺส สาริปุตฺตสฺส สนฺติเก ปพฺพาเชสฺสามา’’ติ โปสึสุ. โส สตฺตวสฺสิกกาเล ‘‘ตว มาตุกุจฺฉิยํ วสนกาเล มาตา เต กาลมกาสิ, ตสฺสา สรีเร ฌาปิยมาเนปิ ตฺวํ น ฌายี’’ติ กุมารกานํ กถํ สุตฺวา ‘‘อหํ กิร เอวรูปา ภยา มุตฺโต, กึ เม ฆราวาเสน, ปพฺพชิสฺสามี’’ติ ญาตกานํ อาโรเจสิ. เต ‘‘สาธุ, ตาตา’’ติ สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สนฺติกํ เนตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อิมํ ปพฺพาเชถา’’ติ อทํสุ. เถโร ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ ทตฺวา ปพฺพาเชสิ. โส ขุรคฺเคเยว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. อยํ สํกิจฺจสามเณโร นาม.

สตฺถา ‘‘เอตสฺมึ คเต ตํ ภยํ วูปสมิสฺสติ, อถ เนสํ ปพฺพชิตกิจฺจํ ปาริปูรึ คมิสฺสตี’’ติ ญตฺวา, ‘‘ภิกฺขเว, ตุมฺหากํ เชฏฺฐภาติกํ สาริปุตฺตตฺเถรํ โอโลเกตฺวา คจฺฉถา’’ติ อาห. เต ‘‘สาธู’’ติ วตฺวา เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘กึ, อาวุโส’’ติ วุตฺเต มยํ สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตุกามา หุตฺวา อาปุจฺฉิมฺหา, อถ โน สตฺถา เอวมาห – ‘‘ตุมฺหากํ เชฏฺฐภาติกํ โอโลเกตฺวา คจฺฉถา’’ติ? ‘‘เตนมฺหา อิธาคตา’’ติ. เถโร ‘‘สตฺถารา อิเม เอกํ การณํ ทิสฺวา อิธ ปหิตา ภวิสฺสนฺติ, กึ นุ โข เอต’’นฺติ อาวชฺเชนฺโต ตมตฺถํ ญตฺวา อาห – ‘‘อตฺถิ ปน โว, อาวุโส, สามเณโร’’ติ? ‘‘นตฺถิ, อาวุโส’’ติ. ‘‘สเจ นตฺถิ, อิมํ สํกิจฺจสามเณรํ คเหตฺวา คจฺฉถา’’ติ. ‘‘อลํ, อาวุโส, สามเณรํ นิสฺสาย โน ปลิโพโธ ภวิสฺสติ, กึ อรญฺเญ วสนฺตานํ สามเณเรนา’’ติ? ‘‘นาวุโส, อิมํ นิสฺสาย ตุมฺหากํ ปลิโพโธ, อปิจ โข ปน ตุเมฺห นิสฺสาย อิมสฺส ปลิโพโธ ภวิสฺสติ. สตฺถาปิ ตุเมฺห มม สนฺติกํ ปหิณนฺโต ตุเมฺหหิ สทฺธึ สามเณรสฺส ปหิณนํ ปจฺจาสีสนฺโต ปหิณิ, อิมํ คเหตฺวา คจฺฉถา’’ติ. เต ‘‘สาธู’’ติ อธิวาเสตฺวา สามเณเรน สทฺธึ เอกตึส ชนา เถรํ อปโลเกตฺวา วิหารา นิกฺขมฺม จาริกํ จรนฺตา วีสโยชนสตมตฺถเก เอกํ สหสฺสกุลํ คามํ ปาปุณึสุ.

มนุสฺสา เต ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺตา สกฺกจฺจํ ปริวิสิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, กตฺถ คมิสฺสถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ยถาผาสุกฏฺฐานํ, อาวุโส’’ติ วุตฺเต ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา ‘‘มยํ, ภนฺเต, อยฺเยสุ อิมํ ฐานํ นิสฺสาย อนฺโตวสฺสํ วสนฺเตสุ ปญฺจสีลํ สมาทาย อุโปสถกมฺมํ กริสฺสามา’’ติ ยาจึสุ. เถรา อธิวาเสสุํ. อถ เนสํ มนุสฺสา รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานจงฺกมนปณฺณสาลาโย สํวิทหิตฺวา ‘‘อชฺช มยํ, เสฺว มย’’นฺติ อุสฺสาหปฺปตฺตา อุปฏฺฐานมกํสุ. เถรา วสฺสูปนายิกทิวเส กติกวตฺตํ กรึสุ, ‘‘อาวุโส, อเมฺหหิ ธรมานกพุทฺธสฺส สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คหิตํ, น โข ปน สกฺกา อญฺญตฺร ปฏิปตฺติสมฺปทาย พุทฺเธ อาราเธตุํ, อมฺหากญฺจ อปายทฺวารานิ วิวฏาเนว, ตสฺมา อญฺญตฺร ปาโต ภิกฺขาจารเวลํ, สายํ เถรูปฏฺฐานเวลญฺจ เสสกาเล เทฺว เอกฏฺฐาเน น ภวิสฺสาม, ยสฺส อผาสุกํ ภวิสฺสติ, เตน ฆณฺฑิยา ปหฏาย ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา เภสชฺชํ กริสฺสาม, อิโต อญฺญสฺมึ รตฺติภาเค วา ทิวสภาเค วา อปฺปมตฺตา กมฺมฏฺฐานมนุยุญฺชิสฺสามา’’ติ.

เตสุ เอวํ กติกํ กตฺวา วิหรนฺเตสุ เอโก ทุคฺคตปุริโส ธีตรํ อุปนิสฺสาย ชีวนฺโต ตสฺมึ ฐาเน ทุพฺภิกฺเข อุปฺปนฺเน อปรํ ธีตรํ อุปนิสฺสาย ชีวิตุกาโม มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. เถราปิ คาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา วสนฏฺฐานํ อาคจฺฉนฺตา อนฺตรามคฺเค เอกิสฺสา นทิยา นฺหตฺวา วาลุกปุลิเน นิสีทิตฺวา ภตฺตกิจฺจํ กรึสุ. ตสฺมึ ขเณ โส ปุริโส ตํ ฐานํ ปตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อถ นํ เถรา ‘‘กหํ คจฺฉสี’’ติ ปุจฺฉึสุ. โส ตมตฺถํ อาโรเจสิ. เถรา ตสฺมึ การุญฺญํ อุปฺปาเทตฺวา, ‘‘อุปาสก, อติวิย ฉาโตสิ, คจฺฉ, ปณฺณํ อาหร, เอกเมกํ เต ภตฺตปิณฺฑํ ทสฺสามา’’ติ วตฺวา เตน ปณฺเณ อาหเฏ อตฺตนา อตฺตนา ภุญฺชนนิยาเมเนว สูปพฺยญฺชเนหิ สนฺนหิตฺวา เอกเมกํ ปิณฺฑํ อทํสุ. เอตเทว กิร วตฺตํ, ยํ โภชนกาเล อาคตสฺส ภตฺตํ ททมาเนน ภิกฺขุนา อคฺคภตฺตํ อทตฺวา อตฺตนา ภุญฺชนนิยาเมเนว โถกํ วา พหุํ วา ทาตพฺพํ. ตสฺมา เตปิ ตถา อทํสุ. โส กตภตฺตกิจฺโจ เถเร วนฺทิตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘กึ, ภนฺเต, อยฺยา, เกนจิ นิมนฺติตา’’ติ? ‘‘นตฺถิ, อุปาสก, นิมนฺตนํ, มนุสฺสา เทวสิกํ เอวรูปเมว อาหารํ เทนฺตี’’ติ. โส จินฺเตสิ – ‘‘มยํ นิจฺจกาลํ อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย กมฺมํ กโรนฺตาปิ เอวรูปํ อาหารํ ลทฺธุํ น สกฺโกม, กึ เม อญฺญตฺถ คเตน, อิเมสํ สนฺติเกเยว ชีวิสฺสามี’’ติ. อถ เน อาห – ‘‘อหํ วตฺตปฏิวตฺตํ กตฺวา อยฺยานํ สนฺติเก วสิตุํ อิจฺฉามี’’ติ. ‘‘สาธุ, อุปาสกา’’ติ. โส เตหิ สทฺธึ เตสํ วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา สาธุกํ วตฺตปฏิวตฺตํ กโรนฺโต ภิกฺขู อติวิย อาราเธตฺวา เทฺวมาสจฺจเยน ธีตรํ ทฏฺฐุกาโม หุตฺวา ‘‘สเจ, อยฺเย, อาปุจฺฉิสฺสามิ, น มํ วิสฺสชฺชิสฺสนฺติ, อนาปุจฺฉา คมิสฺสามี’’ติ เตสํ อนาจิกฺขิตฺวาว นิกฺขมิ. เอตฺตกเมว กิรสฺส โอฬาริกํ ขลิตํ อโหสิ, ยํ ภิกฺขูนํ อนาโรเจตฺวา ปกฺกามิ.

ตสฺส ปน คมนมคฺเค เอกา อฏวี อตฺถิ. ตตฺถ ปญฺจสตานํ โจรานํ ‘‘โย อิมํ อฏวึ ปวิสติ, ตํ มาเรตฺวา ตสฺส มํสโลหิเตน ตุยฺหํ พลิกมฺมํ กริสฺสามา’’ติ เทวตาย อายาจนํ กตฺวา วสนฺตานํ สตฺตโม ทิวโส โหติ. ตสฺมา สตฺตเม ทิวเส โจรเชฏฺฐโก รุกฺขํ อารุยฺห โอโลเกนฺโต ตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา โจรานํ สญฺญมทาสิ. เต ตสฺส อฏวิมชฺฌํ ปวิฏฺฐภาวํ ญตฺวา ปริกฺขิปิตฺวา ตํ คณฺหิตฺวา คาฬฺหพนฺธนํ กตฺวา อรณิสหิเตน อคฺคึ นิพฺพตฺเตตฺวา ทารูนิ สงฺกฑฺฒิตฺวา มหนฺตํ อคฺคิกฺขนฺธํ กตฺวา สูลานิ ตจฺฉึสุ. โส เตสํ ตํ กิริยํ ทิสฺวา, ‘‘สามิ, อิมสฺมึ ฐาเน เนว สูกรา, น มิคาทโย ทิสฺสนฺติ, กึ การณา อิทํ กโรถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ตํ มาเรตฺวา ตว มํสโลหิเตน เทวตาย พลิกมฺมํ กริสฺสามา’’ติ. โส มรณภยตชฺชิโต ภิกฺขูนํ ตํ อุปการํ อจินฺเตตฺวา เกวลํ อตฺตโน ชีวิตเมว รกฺขมาโน เอวมาห – ‘‘สามิ, อหํ วิฆาสาโท, อุจฺฉิฏฺฐภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา วฑฺฒิโต, วิฆาสาโท นาม กาฬกณฺณิโก, อยฺยา ปน ยโต ตโต นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิตาปิ ขตฺติยาว, อสุกสฺมึ ฐาเน เอกตึส ภิกฺขู วสนฺติ, เต มาเรตฺวา พลิกมฺมํ กโรถ, อติวิย โว เทวตา ตุสฺสิสฺสตี’’ติ. ตํ สุตฺวา โจรา ‘‘ภทฺทกํ เอส วเทติ, กึ อิมินา กาฬกณฺณินา, ขตฺติเย มาเรตฺวา พลิกมฺมํ กริสฺสามา’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘เอหิ, เนสํ วสนฏฺฐานํ ทสฺเสหี’’ติ ตเมว มคฺคเทสกํ กตฺวา ตํ ฐานํ ปตฺวา วิหารมชฺเฌ ภิกฺขู อทิสฺวา ‘‘กหํ ภิกฺขู’’ติ นํ ปุจฺฉึสุ. โส เทฺว มาเส วสิตตฺตา เตสํ กติกวตฺตํ ชานนฺโต เอวมาห – ‘‘อตฺตโน ทิวาฏฺฐานรตฺติฏฺฐาเนสุ นิสินฺนา, เอตํ ฆณฺฑึ ปหรถ, ฆณฺฑิสทฺเทน สนฺนิปติสฺสนฺตี’’ติ. โจรเชฏฺฐโก ฆณฺฑึ ปหริ.

ภิกฺขู ฆณฺฑิสทฺทํ สุตฺวา ‘‘อกาเล ฆณฺฑิ ปหฏา, กสฺสจิ อผาสุกํ ภวิสฺสตี’’ติ อาคนฺตฺวา วิหารมชฺเฌ ปฏิปาฏิยา ปญฺญตฺเตสุ ปาสาณผลเกสุ นิสีทึสุ. สงฺฆตฺเถโร โจเร โอโลเกตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘อุปาสกา เกนายํ ฆณฺฑิ ปหฏา’’ติ? โจรเชฏฺฐโก อาห – ‘‘มยา, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ การณา’’ติ? ‘‘อเมฺหหิ อฏวิเทวตาย อายาจิตํ อตฺถิ, ตสฺสา พลิกมฺมกรณตฺถาย เอกํ ภิกฺขุํ คเหตฺวา คมิสฺสามา’’ติ. ตํ สุตฺวา มหาเถโร ภิกฺขู อาห – ‘‘อาวุโส, ภาติกานํ อุปฺปนฺนกิจฺจํ นาม เชฏฺฐภาติเกน นิตฺถริตพฺพํ, อหํ อตฺตโน ชีวิตํ ตุมฺหากํ ปริจฺจชิตฺวา อิเมหิ สทฺธึ คมิสฺสามิ, มา สพฺเพสํ อนฺตราโย โหตุ, อปฺปมตฺตา สมณธมฺมํ กโรถา’’ติ. อนุเถโร อาห – ‘‘ภนฺเต, เชฏฺฐภาตุ กิจฺจํ นาม กนิฏฺฐสฺส ภาโร, อหํ คมิสฺสามิ, ตุเมฺห อปฺปมตฺตา โหถา’’ติ. อิมินา อุปาเยน ‘‘อหเมว อหเมวา’’ติ วตฺวา ปฏิปาฏิยา ตึสปิ ชนา อุฏฺฐหึสุ, เอวํ เต เนว เอกิสฺสา มาตุยา ปุตฺตา, น เอกสฺส ปิตุโน, นาปิ วีตราคา, อถ จ ปน อวเสสานํ อตฺถาย ปฏิปาฏิยา ชีวิตํ ปริจฺจชึสุ. เตสุ เอโกปิ ‘‘ตฺวํ ยาหี’’ติ วตฺตุํ สมตฺโถ นาม นาโหสิ.

สํกิจฺจสามเณโร เตสํ กถํ สุตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห ติฏฺฐถ, อหํ ตุมฺหากํ ชีวิตํ ปริจฺจชิตฺวา คมิสฺสามี’’ติ อาห. เต อาหํสุ – ‘‘อาวุโส, มยํ สพฺเพ เอกโต มาริยมานาปิ ตํ เอกกํ น วิสฺสชฺเชสฺสามา’’ติ. ‘‘กึ การณา, ภนฺเต’’ติ? ‘‘‘อาวุโส, ตฺวํ ธมฺมเสนาปติสาริปุตฺตตฺเถรสฺส สามเณโร, สเจ ตํ วิสฺสชฺเชสฺสาม, สามเณรํ เม อาทาย คนฺตฺวา โจรานํ นิยฺยาทึสู’ติ เถโร โน ครหิสฺสติ, ตํ นินฺทํ นิตฺถริตุํ น สกฺขิสฺสาม, เตน ตํ น วิสฺสชฺเชสฺสามา’’ติ. ‘‘ภนฺเต, สมฺมาสมฺพุทฺโธ ตุเมฺห มม อุปชฺฌายสฺส สนฺติกํ ปหิณนฺโตปิ, มม อุปชฺฌาโย มํ ตุเมฺหหิ สทฺธึ ปหิณนฺโตปิ อิทเมว การณํ ทิสฺวา ปหิณิ, ติฏฺฐถ ตุเมฺห, อหเมว คมิสฺสามี’’ติ โส ตึส ภิกฺขู วนฺทิตฺวา ‘‘สเจ, ภนฺเต, เม โทโส อตฺถิ, ขมถา’’ติ วตฺวา นิกฺขมิ. ตทา ภิกฺขูนํ มหาสํเวโค อุปฺปชฺชิ, อกฺขีนิ อสฺสุปุณฺณานิ หทยมํสํ ปเวธิ. มหาเถโร โจเร อาห – ‘‘อุปาสกา อยํ ทหรโก ตุเมฺห อคฺคึ กโรนฺเต, สูลานิ ตจฺฉนฺเต, ปณฺณานิ อตฺถรนฺเต ทิสฺวา ภายิสฺสติ, อิมํ เอกมนฺเต ฐเปตฺวา ตานิ กิจฺจานิ กเรยฺยาถา’’ติ. โจรา สามเณรํ อาทาย คนฺตฺวา เอกมนฺเต ฐเปตฺวา สพฺพกิจฺจานิ กรึสุ.

กิจฺจปริโยสาเน โจรเชฏฺฐโก อสึ อพฺพาหิตฺวา สามเณรํ อุปสงฺกมิ. สามเณโร นิสีทมาโน ฌานํ สมาปชฺชิตฺวาว นิสีทิ. โจรเชฏฺฐโก อสึ ปริวตฺเตตฺวา สามเณรสฺส ขนฺเธ ปาเตสิ, อสิ นมิตฺวา ธาราย ธารํ ปหริ, โส ‘‘น สมฺมา ปหริ’’นฺติ มญฺญมาโน ปุน ตํ อุชุกํ กตฺวา ปหริ. อสิ ตาลปณฺณํ วิย เวฐยมาโน ถรุมูลํ อคมาสิ. สามเณรญฺหิ ตสฺมึ กาเล สิเนรุนา อวตฺถรนฺโตปิ มาเรตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ, ปเคว อสินา. ตํ ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา โจรเชฏฺฐโก จินฺเตสิ – ‘‘ปุพฺเพ เม อสิ สิลาถมฺภํ วา ขทิรขาณุํ วา กฬีรํ วิย ฉินฺทติ, อิทานิ เอกวารํ นมิ, เอกวารํ ตาลปตฺตเวฐโก วิย ชาโต. อยํ นาม อสิ อเจตนา หุตฺวาปิ อิมสฺส คุณํ ชานาติ, อหํ สเจตโนปิ น ชานามี’’ติ. โส อสึ ภูมิยํ ขิปิตฺวา ตสฺส ปาทมูเล อุเรน นิปชฺชิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, มยํ ธนการณา อฏวึ ปวิฏฺฐามฺหา, อเมฺห ทูรโตว ทิสฺวา สหสฺสมตฺตาปิ มนุสฺสา ปเวธนฺติ, เทฺว ติสฺโส กถา กเถตุํ น สกฺโกนฺติ. ตว ปน สนฺตาสมตฺตมฺปิ นตฺถิ, อุกฺกามุเข สุวณฺณํ วิย สุปุปฺผิตกณิการํ วิย จ เต มุขํ วิโรจติ, กึ นุ โข การณ’’นฺติ ปุจฺฉนฺโต อิมํ คาถมาห –

‘‘ตสฺส เต นตฺถิ ภีตตฺตํ, ภิยฺโย วณฺโณ ปสีทติ;

กสฺมา น ปริเทเวสิ, เอวรูเป มหพฺภเย’’ติ. (เถรคา. ๗๐๖);

สามเณโร ฌานา วุฏฺฐาย ตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต, ‘‘อาวุโส คามณิ, ขีณาสวสฺส อตฺตภาโว นาม สีเส ฐปิตภาโร วิย โหติ, โส ตสฺมึ ภิชฺชนฺเต วา นสฺสนฺเต วา ตุสฺสเตว, น ภายตี’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –

‘‘นตฺถิ เจตสิกํ ทุกฺขํ, อนเปกฺขสฺส คามณิ;

อติกฺกนฺตา ภยา สพฺเพ, ขีณสํโยชนสฺส เว.

‘‘ขีณาย ภวเนตฺติยา, ทิฏฺเฐ ธมฺเม ยถาตเถ;

น ภยํ มรเณ โหติ, ภารนิกฺเขปเน ยถา’’ติ. (เถรคา. ๗๐๗-๗๐๘);

โส ตสฺส กถํ สุตฺวา ปญฺจ โจรสตานิ โอโลเกตฺวา อาห – ‘‘ตุเมฺห กึ กริสฺสถา’’ติ? ‘‘ตุเมฺห ปน, สามี’’ติ. ‘‘มม ตาว, โภ, ‘เอวรูปํ ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา อคารมชฺเฌ กมฺมํ นตฺถิ, อยฺยสฺส สนฺติเก ปพฺพชิสฺสามี’ติ. มยมฺปิ ตเถว กริสฺสามา’’ติ. ‘‘สาธุ, ตาตา’’ติ ตโต ปญฺจสตาปิ โจรา สามเณรํ วนฺทิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจึสุ. โส เตสํ อสิธาราหิ เอว เกเส เจว วตฺถทสา จ ฉินฺทิตฺวา ตมฺพมตฺติกาย รชิตฺวา ตานิ กาสายานิ อจฺฉาทาเปตฺวา ทสสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปตฺวา เต อาทาย คจฺฉนฺโต จินฺเตสิ – ‘‘สจาหํ เถเร อทิสฺวาว คมิสฺสามิ, เต สมณธมฺมํ กาตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ. โจรานญฺหิ มํ คเหตฺวา นิกฺขนฺตกาลโต ปฏฺฐาย เตสุ เอโกปิ อสฺสูนิ สนฺธาเรตุํ นาสกฺขิ, ‘มาริโต นุ โข สามเณโร, โน’ติ จินฺเตนฺตานํ กมฺมฏฺฐานํ อภิมุขํ น ภวิสฺสติ, ตสฺมา ทิสฺวาว เน คมิสฺสามี’’ติ. โส ปญฺจสตภิกฺขุปริวาโร ตตฺถ คนฺตฺวา อตฺตโน ทสฺสเนน ปฏิลทฺธอสฺสาเสหิ เตหิ ‘‘กึ, สปฺปุริส, สํกิจฺจ, ลทฺธํ เต ชีวิต’’นฺติ วุตฺเต, ‘‘อาม, ภนฺเต, อิเม มํ มาเรตุกามา หุตฺวา มาเรตุํ อสกฺโกนฺตา มม คุเณ ปสีทิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปพฺพชิตา, อหํ ‘ตุเมฺห ทิสฺวาว คมิสฺสามี’ติ อาคโต, อปฺปมตฺตา สมณธมฺมํ กโรถ, อหํ สตฺถุ สนฺติกํ คมิสฺสามี’’ติ เต ภิกฺขู วนฺทิตฺวา อิตเร อาทาย อุปชฺฌายสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘กึ สํกิจฺจ, อนฺเตวาสิกา เต ลทฺธา’’ติ วุตฺเต, ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. เถเรน ‘‘คจฺฉ สํกิจฺจ, สตฺถารํ ปสฺสาหี’’ติ วุตฺเต, ‘‘สาธู’’ติ เถรํ วนฺทิตฺวา เต อาทาย สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา สตฺถาราปิ ‘‘กึ สํกิจฺจ, อนฺเตวาสิกา เต ลทฺธา’’ติ วุตฺเต, ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘เอวํ กิร, ภิกฺขเว’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, ตุมฺหากํ โจรกมฺมํ กตฺวา ทุสฺสีเล ปติฏฺฐาย วสฺสสตํ ชีวนโต อิทานิ สีเล ปติฏฺฐาย เอกทิวสมฺปิ ชีวิตํ เสยฺโย’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๑๑๐. ‘‘โย จ วสฺสสตํ ชีเว, ทุสฺสีโล อสมาหิโต;

เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, สีลวนฺตสฺส ฌายิโน’’ติ.

ตตฺถ ทุสฺสีโลติ นิสฺสีโล. สีลวนฺตสฺสาติ ทุสฺสีลสฺส วสฺสสตํ ชีวนโต สีลวนฺตสฺส ทฺวีหิ ฌาเนหิ ฌายิโน เอกทิวสมฺปิ เอกมุหุตฺตมฺปิ ชีวิตํ เสยฺโย, อุตฺตมนฺติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน เต ปญฺจสตาปิ ภิกฺขู สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณึสุ, สมฺปตฺตมหาชนสฺสาปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.

อปเรน สมเยน สํกิจฺโจ อุปสมฺปทํ ลภิตฺวา ทสวสฺโส หุตฺวา สามเณรํ คณฺหิ. โส ปน ตสฺเสว ภาคิเนยฺโย อธิมุตฺตสามเณโร นาม. อถ นํ เถโร ปริปุณฺณวสฺสกาเล อามนฺเตตฺวา ‘‘อุปสมฺปทํ เต กริสฺสามิ, คจฺฉ, ญาตกานํ สนฺติเก วสฺสปริมาณํ ปุจฺฉิตฺวา เอหี’’ติ อุยฺโยเชสิ. โส มาตาปิตูนํ สนฺติกํ คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค ปญฺจสเตหิ โจเรหิ พลิกมฺมตฺถาย มาริยมาโน เตสํ ธมฺมํ เทเสตฺวา ปสนฺนจิตฺเตหิ เตหิ ‘‘น เต อิมสฺมึ ฐาเน อมฺหากํ อตฺถิภาโว กสฺสจิ อาโรเจตพฺโพ’’ติ วิสฺสฏฺโฐ ปฏิปเถ มาตาปิตโร อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวา ตเมว มคฺคํ ปฏิปชฺชนฺตานมฺปิ เตสํ สจฺจมนุรกฺขนฺโต นาโรเจสิ. เตสํ โจเรหิ วิเหฐิยมานานํ ‘‘ตฺวมฺปิ โจเรหิ สทฺธึ เอกโต หุตฺวา มญฺเญ, อมฺหากํ นาโรเจสี’’ติ ปริเทวนฺตานํ สทฺทํ สุตฺวา เต มาตาปิตูนมฺปิ อนาโรจิตภาวํ ญตฺวา ปสนฺนจิตฺตา ปพฺพชฺชํ ยาจึสุ. โสปิ สํกิจฺจสามเณโร วิย เต สพฺเพ ปพฺพาเชตฺวา อุปชฺฌายสฺส สนฺติกํ อาเนตฺวา เตน สตฺถุ สนฺติกํ เปสิโต คนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘เอวํ กิร, ภิกฺขเว’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ปุริมนเยเนว อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมเมว คาถมาห –

‘‘โย จ วสฺสสตํ ชีเว, ทุสฺสีโล อสมาหิโต;

เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, สีลวนฺตสฺส ฌายิโน’’ติ.

อิทมฺปิ อธิมุตฺตสามเณรวตฺถุ วุตฺตนยเมวาติ.

สํกิจฺจสามเณรวตฺถุ นวมํ.

๑๐. ขาณุโกณฺฑญฺญตฺเถรวตฺถุ

โย จ วสฺสสตํ ชีเวติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ขาณุโกณฺฑญฺญตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.

โส กิร เถโร สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺโต อรหตฺตํ ปตฺวา ‘‘สตฺถุ อาโรเจสฺสามี’’ติ ตโต อาคจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค กิลนฺโต มคฺคา โอกฺกมฺม เอกสฺมึ ปิฏฺฐิปาสาเณ นิสินฺโน ฌานํ สมาปชฺชิ. อเถกํ คามํ วิลุมฺปิตฺวา ปญฺจสตา โจรา อตฺตโน พลานุรูเปน ภณฺฑิกํ พนฺธิตฺวา สีเสนาทาย คจฺฉนฺตา ทูรํ คนฺตฺวา กิลนฺตรูปา ‘‘ทูรํ อาคตามฺห, อิมสฺมึ ปิฏฺฐิปาสาเณ วิสฺสมิสฺสามา’’ติ มคฺคา โอกฺกมฺม ปิฏฺฐิปาสาณสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา เถรํ ทิสฺวาปิ ‘‘ขาณุโก อย’’นฺติ สญฺญิโน อเหสุํ. อเถโก โจโร เถรสฺส สีเส ภณฺฑิกํ ฐเปสิ, อปโรปิ ตํ นิสฺสาย ภณฺฑิกํ ฐเปสิ. เอวํ ปญฺจสตาปิ โจรา ปญฺจหิ ภณฺฑิกสเตหิ เถรํ ปริกฺขิปิตฺวา สยมฺปิ นิสินฺนา นิทฺทายิตฺวา อรุณุคฺคมนกาเล ปพุชฺฌิตฺวา อตฺตโน อตฺตโน ภณฺฑิกํ คณฺหนฺตา เถรํ ทิสฺวา ‘‘อมนุสฺโส’’ติ สญฺญาย ปลายิตุํ อารภึสุ. อถ เน เถโร อาห – ‘‘มา ภายิตฺถ อุปาสกา, ปพฺพชิโต อห’’นฺติ. เต เถรสฺส ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา ‘‘ขมถ, ภนฺเต, มยํ ขาณุกสญฺญิโน อหุมฺหา’’ติ เถรํ ขมาเปตฺวา โจรเชฏฺฐเกน ‘‘อหํ อยฺยสฺส สนฺติเก ปพฺพชิสฺสามี’’ติ วุตฺเต เสสา ‘‘มยมฺปิ ปพฺพชิสฺสามา’’ติ วตฺวา สพฺเพปิ เอกจฺฉนฺทา หุตฺวา เถรํ ปพฺพชฺชํ ยาจึสุ. เถโร สํกิจฺจสามเณโร วิย สพฺเพปิ เต ปพฺพาเชสิ. ตโต ปฏฺฐาย ขาณุโกณฺฑญฺโญติ ปญฺญายิ. โส เตหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา สตฺถารา ‘‘กึ, โกณฺฑญฺญ, อนฺเตวาสิกา เต ลทฺธา’’ติ วุตฺเต ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘เอวํ กิร, ภิกฺขเว’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘อาม, ภนฺเต, น โน อญฺญสฺส เอวรูโป อานุภาโว ทิฏฺฐปุพฺโพ, เตนมฺหา ปพฺพชิตา’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, เอวรูเป ทุปฺปญฺญกมฺเม ปติฏฺฐาย วสฺสสตํ ชีวนโต อิทานิ โว ปญฺญาสมฺปทาย วตฺตมานานํ เอกาหมฺปิ ชีวิตํ เสยฺโย’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๑๑๑. ‘‘โย จ วสฺสสตํ ชีเว, ทุปฺปญฺโญ อสมาหิโต;

เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, ปญฺญวนฺตสฺส ฌายิโน’’ติ.

ตตฺถ ทุปฺปญฺโญ นิปฺปญฺโญ. ปญฺญวนฺตสฺสาติ สปฺปญฺญสฺส. เสสํ ปุริมสทิสเมวาติ.

เทสนาวสาเน ปญฺจสตาปิ เต ภิกฺขู สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. สมฺปตฺตมหาชนสฺสาปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.

ขาณุโกณฺฑญฺญตฺเถรวตฺถุ ทสมํ.

๑๑. สปฺปทาสตฺเถรวตฺถุ

โย จ วสฺสสตํ ชีเวติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สปฺปทาสตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.

สาวตฺถิยํ กิเรโก กุลปุตฺโต สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปพฺพชิตฺวา ลทฺธูปสมฺปโท อปเรน สมเยน อุกฺกณฺฐิตฺวา ‘‘มาทิสสฺส กุลปุตฺตสฺส คิหิภาโว นาม อยุตฺโต, ปพฺพชฺชาย ฐตฺวา มรณมฺหิ เม เสยฺโย’’ติ จินฺเตตฺวา อตฺตโน มรณูปายํ จินฺเตนฺโต วิจรติ. อเถกทิวสํ ปาโตว กตภตฺตกิจฺจา ภิกฺขู วิหารํ คนฺตฺวา อคฺคิสาลาย สปฺปํ ทิสฺวา ตํ เอกสฺมึ กุเฏ ปกฺขิปิตฺวา กุฏํ ปิทหิตฺวา อาทาย วิหารา นิกฺขมึสุ. อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุปิ ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา อาคจฺฉนฺโต เต ภิกฺขู ทิสฺวา ‘‘กึ อิทํ, อาวุโส’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สปฺโป, อาวุโส’’ติ วุตฺเต อิมินา ‘‘กึ กริสฺสถา’’ติ? ‘‘ฉฑฺเฑสฺสาม น’’นฺติ. เตสํ วจนํ สุตฺวา ‘‘อิมินา อตฺตานํ ฑํสาเปตฺวา มริสฺสามี’’ติ ‘‘อาหรถ, อหํ ตํ ฉฑฺเฑสฺสามี’’ติ เตสํ หตฺถโต กุฏํ คเหตฺวา เอกสฺมึ ฐาเน นิสินฺโน เตน สปฺเปน อตฺตานํ ฑํสาเปติ, สปฺโป ฑํสิตุํ น อิจฺฉติ. โส กุเฏ หตฺถํ โอตาเรตฺวา อิโต จิโต จ อาโลเลติ, โฆรสปฺปสฺส มุขํ วิวริตฺวา องฺคุลึ ปกฺขิปติ, เนว นํ สปฺโป ฑํสิ. โส ‘‘นายํ อาสีวิโส, ฆรสปฺโป เอโส’’ติ ตํ ปหาย วิหารํ อคมาสิ. อถ นํ ภิกฺขู ‘‘ฉฑฺฑิโต เต, อาวุโส, สปฺโป’’ติ อาหํสุ. ‘‘น โส, อาวุโส, โฆรสปฺโป, ฆรสปฺโป เอโส’’ติ. ‘‘โฆรสปฺโปเยวาวุโส, มหนฺตํ ผณํ กตฺวา สุสุยนฺโต ทุกฺเขน อเมฺหหิ คหิโต, กึ การณา เอวํ ตฺวํ วเทสี’’ติ อาหํสุ. ‘‘อหํ, อาวุโส, เตน อตฺตานํ ฑํสาเปนฺโตปิ มุเข องฺคุลึ ปกฺขิเปนฺโตปิ ตํ ฑํสาเปตุํ นาสกฺขิ’’นฺติ. ตํ สุตฺวา ภิกฺขู ตุณฺหี อเหสุํ.

อเถกทิวสํ นฺหาปิโต เทฺว ตโย ขุเร อาทาย วิหารํ คนฺตฺวา เอกํ ภูมิยํ ฐเปตฺวา เอเกน ภิกฺขูนํ เกเส โอหาเรติ. โส ภูมิยํ ฐปิตํ ขุรํ คเหตฺวา ‘‘อิมินา คีวํ ฉินฺทิตฺวา มริสฺสามี’’ติ เอกสฺมึ รุกฺเข คีวํ อุปนิธาย ขุรธารํ คลนาฬิยํ กตฺวา ฐิโต อุปสมฺปทามาฬโต ปฏฺฐาย อตฺตโน สีลํ อาวชฺเชนฺโต วิมลจนฺทมณฺฑลํ วิย สุโธตมณิขนฺธมิว จ นิมฺมลํ สีลํ อทฺทส. ตสฺส ตํ โอโลเกนฺตสฺส สกลสรีรํ ผรนฺตี ปีติ อุปฺปชฺชิ. โส ปีตึ วิกฺขมฺเภตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺโต สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺวา ขุรํ อาทาย วิหารมชฺฌํ ปาวิสิ. อถ นํ ภิกฺขู ‘‘กหํ คโตสิ, อาวุโส’’ติ ปุจฺฉึสุ. ‘‘‘อิมินา ขุเรน คลนาฬึ ฉินฺทิตฺวา มริสฺสามี’ติ คโตมฺหิ, อาวุโส’’ติ. อถ ‘‘กสฺมา น มโตสี’’ติ? อิทานิมฺหิ สตฺถํ อาหริตุํ อภพฺโพ ชาโต. อหญฺหิ ‘‘อิมินา ขุเรน คลนาฬึ ฉินฺทิสฺสามี’’ติ ญาณขุเรน สพฺพกิเลเส ฉินฺทินฺติ. ภิกฺขู ‘‘อยํ อภูเตน อญฺญํ พฺยากโรตี’’ติ ภควโต อาโรเจสุํ. ภควา เตสํ กถํ สุตฺวา อาห – ‘‘น, ภิกฺขเว, ขีณาสวา นาม สหตฺถา อตฺตานํ ชีวิตา โวโรเปนฺตี’’ติ. ภนฺเต, ตุเมฺห อิมํ ‘‘ขีณาสโว’’ติ วทถ, เอวํ อรหตฺตูปนิสฺสยสมฺปนฺโน ปนายํ กสฺมา อุกฺกณฺฐติ, กิมสฺส อรหตฺตูปนิสฺสยการณํ ‘‘กสฺมา โส สปฺโป เอตํ น ฑํสตี’’ติ? ‘‘ภิกฺขเว, โส ตาว สปฺโป อิมสฺส อิโต ตติเย อตฺตภาเว ทาโส อโหสิ, โส อตฺตโน สามิกสฺส สรีรํ ฑํสิตุํ น วิสหตี’’ติ. เอวํ ตาว เนสํ สตฺถา เอกํ การณํ อาจิกฺขิ. ตโต ปฏฺฐาย จ โส ภิกฺขุ สปฺปทาโส นาม ชาโต.

กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล กิเรโก กุลปุตฺโต สตฺถุ ธมฺมกถํ สุตฺวา อุปฺปนฺนสํเวโค ปพฺพชิตฺวา ลทฺธูปสมฺปโท อปเรน สมเยน อนภิรติยา อุปฺปนฺนาย เอกสฺส สหายกสฺส ภิกฺขุโน อาโรเจสิ. โส ตสฺส อภิณฺหํ คิหิภาเว อาทีนวํ กเถสิ. ตํ สุตฺวา อิตโร สาสเน อภิรมิตฺวา ปุพฺเพ อนภิรตกาเล มลคฺคหิเต สมณปริกฺขาเร เอกสฺมึ โสณฺฑิตีเร นิมฺมเล กโรนฺโต นิสีทิ. สหายโกปิสฺส สนฺติเกเยว นิสินฺโน. อถ นํ โส เอวมาห – ‘‘อหํ, อาวุโส, อุปฺปพฺพชนฺโต อิเม ปริกฺขาเร ตุยฺหํ ทาตุกาโม อโหสิ’’นฺติ. โส โลภํ อุปฺปาเทตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อิมินา มยฺหํ ปพฺพชิเตน วา อุปฺปพฺพชิเตน วา โก อตฺโถ, อิทานิ ปริกฺขาเร คณฺหิสฺสามี’’ติ. โส ตโต ปฏฺฐาย ‘‘กึ ทานาวุโส, อมฺหากํ ชีวิเตน, เย มยํ กปาลหตฺถา ปรกุเลสุ ภิกฺขาย จราม, ปุตฺตทาเรหิ สทฺธึ อาลาปสลฺลาปํ น กโรมา’’ติอาทีนิ วทนฺโต คิหิภาวสฺส คุณํ กเถสิ. โส ตสฺส กถํ สุตฺวา ปุน อุกฺกณฺฐิโต หุตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ มยา ‘อุกฺกณฺฐิโตมฺหี’ติ วุตฺเต ปฐมํ คิหิภาเว อาทีนวํ กเถตฺวา อิทานิ อภิณฺหํ คุณํ กเถติ, ‘กึ นุ โข การณ’’’นฺติ จินฺเตนฺโต ‘‘อิเมสุ สมณปริกฺขาเรสุ โลเภนา’’ติ ญตฺวา สยเมว อตฺตโน จิตฺตํ นิวตฺเตสิ. เอวมสฺส กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล เอกสฺส ภิกฺขุโน อุกฺกณฺฐาปิตตฺตา อิทานิ อนภิรติ อุปฺปนฺนา. โย ปน เตเนว ตทา วีสติ วสฺสสหสฺสานิ สมณธมฺโม กโต, สฺวสฺส เอตรหิ อรหตฺตูปนิสฺสโย ชาโตติ.

อิมมตฺถํ เต ภิกฺขู ภควโต สนฺติกา สุตฺวา อุตฺตรึ ปุจฺฉึสุ – ‘‘ภนฺเต, อยํ กิร ภิกฺขุ ขุรธารํ คลนาฬิยํ กตฺวา ฐิโตว อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อุปฺปชฺชิสฺสติ นุ โข เอตฺตเกน ขเณน อรหตฺตมคฺโค’’ติ. ‘‘อาม, ภิกฺขเว, อารทฺธวีริยสฺส ภิกฺขุโน ปาทํ อุกฺขิปิตฺวา ภูมิยํ ฐเปนฺตสฺส ปาเท ภูมิยํ อสมฺปตฺเตเยว อรหตฺตมคฺโค อุปฺปชฺชติ. กุสีตสฺส ปุคฺคลสฺส หิ วสฺสสตํ ชีวนโต อารทฺธวีริยสฺส ขณมตฺตมฺปิ ชีวิตํ เสยฺโย’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา อิมํ คาถมาห –

๑๑๒. ‘‘โย จ วสฺสสตํ ชีเว, กุสีโต หีนวีริโย;

เอกาหํ ชีวิกํ เสยฺโย, วีริยมารภโต ทฬฺห’’นฺติ.

ตตฺถ กุสีโตติ กามวิตกฺกาทีหิ ตีหิ วิตกฺเกหิ วีตินาเมนฺโต ปุคฺคโล. หีนวีริโยติ นิพฺพีริโย. วีริยมารภโต ทฬฺหนฺติ ทุวิธชฺฌานนิพฺพตฺตนสมตฺถํ ถิรํ วีริยํ อารภนฺตสฺส. เสสํ ปุริมสทิสเมว.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.