๑๓. กิสาโคตมีวตฺถุ
โย จ วสฺสสตํ ชีเวติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต กิสาโคตมึ อารพฺภ กเถสิ.
สาวตฺถิยํ กิเรกสฺส เสฏฺฐิสฺส เคเห จตฺตาลีสโกฏิธนํ องฺคารา เอว หุตฺวา อฏฺฐาสิ. เสฏฺฐิ ตํ ทิสฺวา อุปฺปนฺนโสโก อาหารํ ปฏิกฺขิปิตฺวา มญฺจเก นิปชฺชิ. ตสฺเสโก สหายโก เคหํ คนฺตฺวา, ‘‘สมฺม, กสฺมา โสจสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา, ‘‘สมฺม, มา โสจิ, อหํ เอกํ อุปายํ ชานามิ, ตํ กโรหี’’ติ. ‘‘กึ กโรมิ, สมฺมา’’ติ? อตฺตโน อาปเณ กิลญฺชํ ปสาเรตฺวา ตตฺถ เต องฺคาเร ราสึ กตฺวา วิกฺกิณนฺโต วิย นิสีท, อาคตาคเตสุ มนุสฺเสสุ เย เอวํ วทนฺติ – ‘‘เสสชนา วตฺถเตลมธุผาณิตาทีนิ วิกฺกิณนฺติ, ตฺวํ ปน องฺคาเร วิกฺกิณนฺโต นิสินฺโน’’ติ. เต วเทยฺยาสิ – ‘‘อตฺตโน สนฺตกํ อวิกฺกิณนฺโต กึ กโรมี’’ติ? โย ปน ตํ เอวํ วทติ ‘‘เสสชนา วตฺถเตลมธุผาณิตาทีนิ วิกฺกิณนฺติ, ตฺวํ ปน หิรญฺญสุวณฺณํ วิกฺกิณนฺโต นิสินฺโน’’ติ. ตํ วเทยฺยาสิ ‘‘กหํ หิรญฺญสุวณฺณ’’นฺติ. ‘‘อิท’’นฺติ จ วุตฺเต ‘‘อาหร, ตาว น’’นฺติ หตฺเถหิ ปฏิจฺเฉยฺยาสิ. เอวํ ทินฺนํ ตว หตฺเถ หิรญฺญสุวณฺณํ ภวิสฺสติ. สา ปน สเจ กุมาริกา โหติ, ตว เคเห ปุตฺตสฺส นํ อาหริตฺวา จตฺตาลีสโกฏิธนํ ตสฺสา นิยฺยาเทตฺวา ตาย ทินฺนํ วลญฺเชยฺยาสิ. สเจ กุมารโก โหติ, ตว เคเห วยปฺปตฺตํ ธีตรํ ตสฺส ทตฺวา จตฺตาลีสโกฏิธนํ นิยฺยาเทตฺวา เตน ทินฺนํ วลญฺเชยฺยาสีติ. โส ‘‘ภทฺทโก อุปาโย’’ติ อตฺตโน อาปเณ องฺคาเร ราสึ กตฺวา วิกฺกิณนฺโต วิย นิสีทิ. เย ปน นํ เอวมาหํสุ – ‘‘เสสชนา วตฺถเตลมธุผาณิตาทีนิ วิกฺกิณนฺติ, กึ ปน ตฺวํ องฺคาเร วิกฺกิณนฺโต นิสินฺโน’’ติ? เตสํ ‘‘อตฺตโน สนฺตกํ อวิกฺกิณนฺโต กึ กโรมี’’ติ ปฏิวจนํ อทาสิ. อเถกา โคตมี นาม กุมาริกา กิสสรีรตาย กิสาโคตมีติ ปญฺญายมานา ปริชิณฺณกุลสฺส ธีตา อตฺตโน เอเกน กิจฺเจน อาปณทฺวารํ คนฺตฺวา ตํ เสฏฺฐึ ทิสฺวา เอวมาห – ‘‘กึ, ตาต, เสสชนา วตฺถเตลมธุผาณิตาทีนิ วิกฺกิณนฺติ, ตฺวํ หิรญฺญสุวณฺณํ วิกฺกิณนฺโต นิสินฺโน’’ติ? ‘‘กหํ, อมฺม, หิรญฺญสุวณฺณ’’นฺติ? ‘‘นนุ ‘ตฺวํ ตเทว คเหตฺวา นิสินฺโนสี’ติ, อาหร, ตาว นํ, อมฺมา’’ติ. สา หตฺถปูรํ คเหตฺวา ตสฺส หตฺเถสุ ฐเปสิ, ตํ หิรญฺญสุวณฺณเมว อโหสิ.
อถ นํ เสฏฺฐิ ‘‘กตรํ เต, อมฺม, เคห’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อสุกํ นามา’’ติ วุตฺเต ตสฺสา อสฺสามิกภาวํ ญตฺวา ธนํ ปฏิสาเมตฺวา ตํ อตฺตโน ปุตฺตสฺส อาเนตฺวา จตฺตาลีสโกฏิธนํ ปฏิจฺฉาเปสิ. สพฺพํ หิรญฺญสุวณฺณเมว อโหสิ. ตสฺสา อปเรน สมเยน คพฺโภ ปติฏฺฐหิ. สา ทสมาสจฺจเยน ปุตฺตํ วิชายิ. โส ปทสา คมนกาเล กาลมกาสิ. สา อทิฏฺฐปุพฺพมรณตาย ตํ ฌาเปตุํ นีหรนฺเต วาเรตฺวา ‘‘ปุตฺตสฺส เม เภสชฺชํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ มตกเฬวรํ องฺเกนาทาย ‘‘อปิ นุ เม ปุตฺตสฺส เภสชฺชํ ชานาถา’’ติ ปุจฺฉนฺตี ฆรปฏิปาฏิยา วิจรติ. อถ นํ มนุสฺสา, ‘‘อมฺม, ตฺวํ อุมฺมตฺติกา ชาตา, มตกปุตฺตสฺส เภสชฺชํ ปุจฺฉนฺตี วิจรสี’’ติ วทนฺติ. สา ‘‘อวสฺสํ มม ปุตฺตสฺส เภสชฺชํ ชานนกํ ลภิสฺสามี’’ติ มญฺญมานา วิจรติ. อถ นํ เอโก ปณฺฑิตปุริโส ทิสฺวา, ‘‘อยํ มม ธีตา ปฐมํ ปุตฺตกํ วิชาตา ภวิสฺสติ อทิฏฺฐปุพฺพมรณา, มยา อิมิสฺสา อวสฺสเยน ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา อาห – ‘‘อมฺม, อหํ เภสชฺชํ น ชานามิ, เภสชฺชชานนกํ ปน ชานามี’’ติ. ‘‘โก ชานาติ, ตาตา’’ติ? ‘‘สตฺถา, อมฺม, ชานาติ, คจฺฉ, ตํ ปุจฺฉาหี’’ติ. สา ‘‘คมิสฺสามิ, ตาต, ปุจฺฉิสฺสามิ, ตาตา’’ติ วตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิตา ปุจฺฉิ – ‘‘ตุเมฺห กิร เม ปุตฺตสฺส เภสชฺชํ ชานาถ, ภนฺเต’’ติ? ‘‘อาม, ชานามี’’ติ. ‘‘กึ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ? ‘‘อจฺฉรคฺคหณมตฺเต สิทฺธตฺถเก ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ. ‘‘ลภิสฺสามิ, ภนฺเต’’. ‘‘กสฺส ปน เคเห ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ? ‘‘ยสฺส เคเห ปุตฺโต วา ธีตา วา น โกจิ มตปุพฺโพ’’ติ. สา ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ สตฺถารํ วนฺทิตฺวา มตปุตฺตกํ องฺเกนาทาย อนฺโตคามํ ปวิสิตฺวา ปฐมเคหสฺส ทฺวาเร ฐตฺวา ‘‘อตฺถิ นุ โข อิมสฺมึ เคเห สิทฺธตฺถโก, ปุตฺตสฺส กิร เม เภสชฺชํ เอต’’นฺติ วตฺวา ‘‘อตฺถี’’ติ วุตฺเต เตน หิ เทถาติ. เตหิ อาหริตฺวา สิทฺธตฺถเกสุ ทิยฺยมาเนสุ ‘‘อิมสฺมึ เคเห ปุตฺโต วา ธีตา วา มตปุพฺโพ โกจิ นตฺถิ, อมฺมา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘กึ วเทสิ, อมฺม? ชีวมานา หิ กติปยา, มตกา เอว พหุกา’’ติ วุตฺเต ‘‘เตน หิ คณฺหถ โว สิทฺธตฺถเก, เนตํ มม ปุตฺตสฺส เภสชฺช’’นฺติ ปฏิอทาสิ.
สา อิมินา นียาเมน อาทิโต ปฏฺฐาย นํ ปุจฺฉนฺตี วิจริ. สา เอกเคเหปิ สิทฺธตฺถเก อคเหตฺวา สายนฺหสมเย จินฺเตสิ – ‘‘อโห ภาริยํ กมฺมํ, อหํ ‘มเมว ปุตฺโต มโต’ติ สญฺญมกาสึ, สกลคาเมปิ ปน ชีวนฺเตหิ มตกาว พหุตรา’’ติ. ตสฺสา เอวํ จินฺตยมานาย ปุตฺตสิเนหํ มุทุกหทยํ ถทฺธภาวํ อคมาสิ. สา ปุตฺตํ อรญฺเญ ฉฑฺเฑตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อถ นํ สตฺถา ‘‘ลทฺธา เต เอกจฺฉรมตฺตา สิทฺธตฺถกา’’ติ อาห. ‘‘น ลทฺธา, ภนฺเต, สกลคาเม ชีวนฺเตหิ มตกาว พหุตรา’’ติ. อถ นํ สตฺถา ‘‘ตฺวํ ‘มเมว ปุตฺโต มโต’ติ สลฺลกฺเขสิ, ธุวธมฺโม เอส สตฺตานํ. มจฺจุราชา หิ สพฺพสตฺเต อปริปุณฺณชฺฌาสเย เอว มโหโฆ วิย ปริกฑฺฒมาโนเยว อปายสมุทฺเท ปกฺขิปตี’’ติ วตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –
‘‘ตํ ปุตฺตปสุสมฺมตฺตํ, พฺยาสตฺตมนสํ นรํ;
สุตฺตํ คามํ มโหโฆว, มจฺจุ อาทาย คจฺฉตี’’ติ. (ธ. ป. ๒๘๗);
คาถาปริโยสาเน กิสาโคตมี โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ, อญฺเญปิ พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
สา ปน สตฺถารํ ปพฺพชฺชํ ยาจิ, สตฺถา ตํ ภิกฺขุนีนํ สนฺติกํ เปเสตฺวา ปพฺพาเชสิ. สา ลทฺธูปสมฺปทา กิสาโคตมี เถรีติ ปญฺญายิ. สา เอกทิวสํ อุโปสถาคาเร วารํ ปตฺวา ทีปํ ชาเลตฺวา นิสินฺนา ทีปชาลา อุปฺปชฺชนฺติโย จ ภิชฺชนฺติโย จ ทิสฺวา ‘‘เอวเมว อิเม สตฺตา อุปฺปชฺชนฺติ เจว นิรุชฺฌนฺติ จ, นิพฺพานปฺปตฺตา เอว น ปญฺญายนฺตี’’ติ อารมฺมณํ อคฺคเหสิ. สตฺถา คนฺธกุฏิยํ นิสินฺโนว โอภาสํ ผริตฺวา ตสฺสา สมฺมุเข นิสีทิตฺวา กเถนฺโต วิย ‘‘เอวเมว, โคตมิ, อิเม สตฺตา ทีปชาลา วิย อุปฺปชฺชนฺติ เจว นิรุชฺฌนฺติ จ, นิพฺพานปฺปตฺตา เอว น ปญฺญายนฺติ, เอวํ นิพฺพานํ อปสฺสนฺตานํ วสฺสสตํ ชีวนโต นิพฺพานํ ปสฺสนฺตสฺส ขณมตฺตมฺปิ ชีวิตํ เสยฺโย’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –
๑๑๔. ‘‘โย จ วสฺสสตํ ชีเว, อปสฺสํ อมตํ ปทํ;
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, ปสฺสโต อมตํ ปท’’นฺติ.
ตตฺถ อมตํ ปทนฺติ มรณวิรหิตโกฏฺฐาสํ, อมตมหานิพฺพานนฺติ อตฺโถ. เสสํ ปุริมสทิสเมว.
เทสนาวสาเน กิสาโคตมี ยถานิสินฺนาว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺเต ปติฏฺฐหีติ.
กิสาโคตมีวตฺถุ เตรสมํ.