๑๐. อญฺญตรอิตฺถิวตฺถุ

รมณียานีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ อิตฺถึ อารพฺภ กเถสิ.

เอโก กิร ปิณฺฑปาติโก ภิกฺขุ สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา เอกํ ชิณฺณอุยฺยานํ ปวิสิตฺวา สมณธมฺมํ กโรติ. เอกา นครโสภินี อิตฺถี ปุริเสน สทฺธึ ‘‘อหํ อสุกฏฺฐานํ นาม คมิสฺสามิ, ตฺวํ ตตฺถ อาคจฺเฉยฺยาสี’’ติ สงฺเกตํ กตฺวา อคมาสิ. โส ปุริโส นาคจฺฉิ. สา ตสฺส อาคมนมคฺคํ โอโลเกนฺตี ตํ อทิสฺวา อุกฺกณฺฐิตฺวา อิโต จิโต จ วิจรมานา ตํ อุยฺยานํ ปวิสิตฺวา เถรํ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา นิสินฺนํ ทิสฺวา อิโต จิโต จ โอโลกยมานา อญฺญํ กญฺจิ อทิสฺวา ‘‘อยญฺจ ปุริโส เอว, อิมสฺส จิตฺตํ ปโมเหสฺสามี’’ติ ตสฺส ปุรโต ฐตฺวา ปุนปฺปุนํ นิวตฺถสาฏกํ โมเจตฺวา นิวาเสติ, เกเส มุญฺจิตฺวา พนฺธติ, ปาณึ ปหริตฺวา หสติ. เถรสฺส สํเวโค อุปฺปชฺชิตฺวา สกลสรีรํ ผริ. โส ‘‘กึ นุ โข อิท’’นฺติ จินฺเตสิ. สตฺถาปิ ‘‘มม สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ‘สมณธมฺมํ กริสฺสามี’ติ คตสฺส ภิกฺขุโน กา นุ โข ปวตฺตี’’ติ อุปธาเรนฺโต ตํ อิตฺถึ ทิสฺวา ตสฺสา อนาจารกิริยํ, เถรสฺส จ สํเวคุปฺปตฺตึ ญตฺวา คนฺธกุฏิยํ นิสินฺโนว เตน สทฺธึ กเถสิ – ‘‘ภิกฺขุ, กามคเวสกานํ อรมณฏฺฐานเมว วีตราคานํ รมณฏฺฐานํ โหตี’’ติ. เอวญฺจ ปน วตฺวา โอภาสํ ผริตฺวา ตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๙๙. ‘‘รมณียานิ อรญฺญานิ, ยตฺถ น รมตี ชโน;

วีตราคา รมิสฺสนฺติ, น เต กามคเวสิโน’’ติ.

ตตฺถ อรญฺญานีติ สุปุปฺผิตตรุวนสณฺฑปฏิมณฺฑิตานิ วิมลสลิลสมฺปนฺนานิ อรญฺญานิ นาม รมณียานิ. ยตฺถาติ เยสุ อรญฺเญสุ วิกสิเตสุ ปทุมวเนสุ คามมกฺขิกา วิย กามคเวสโก ชโน น รมติ. วีตราคาติ วิคตราคา ปน ขีณาสวา นาม ภมรมธุกรา วิย ปทุมวเนสุ ตถารูเปสุ อรญฺเญสุ รมิสฺสนฺติ. กึ การณา? น เต กามปเวสิโน, ยสฺมา เต กามคเวสิโน น โหนฺตีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน โส เถโร ยถานิสินฺโนว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิตฺวา อากาเสนาคนฺตฺวา ถุตึ กโรนฺโต ตถาคตสฺส ปาเท วนฺทิตฺวา อคมาสีติ.

อญฺญตรอิตฺถิวตฺถุ ทสมํ.

อรหนฺตวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สตฺตโม วคฺโค.