๘. ปญฺจสตภิกฺขุวตฺถุ
สพฺพตฺถ เว สปฺปุริสา จชนฺตีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปญฺจสเต ภิกฺขู อารพฺภ กเถสิ. เทสนา เวรญฺชายํ สมุฏฺฐิตา.
ปฐมโพธิยญฺหิ ภควา เวรญฺชํ คนฺตฺวา เวรญฺเชน พฺราหฺมเณน นิมนฺติโต ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ วสฺสํ อุปคญฺฉิ. เวรญฺโช พฺราหฺมโณ มาราวฏฺฏเนน อาวฏฺโฏ เอกทิวสมฺปิ สตฺถารํ อารพฺภ สตึ น อุปฺปาเทสิ. เวรญฺชาปิ ทุพฺภิกฺขา อโหสิ, ภิกฺขู สนฺตรพาหิรํ เวรญฺชํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปิณฺฑปาตํ อลภนฺตา กิลมึสุ. เตสํ อสฺสวาณิชกา ปตฺถปตฺถปุลกํ ภิกฺขํ ปญฺญาเปสุํ. เต กิลมนฺเต ทิสฺวา มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร ปถโวชํ โภเชตุกาโม, อุตฺตรกุรุญฺจ ปิณฺฑาย ปเวเสตุกาโม อโหสิ, สตฺถา ตํ ปฏิกฺขิปิ. ภิกฺขูนํ เอกทิวสมฺปิ ปิณฺฑปาตํ อารพฺภ ปริตฺตาโส นาโหสิ, อิจฺฉาจารํ วชฺเชตฺวา เอว วิหรึสุ. สตฺถา ตตฺถ เตมาสํ วสิตฺวา เวรญฺชํ พฺราหฺมณํ อปโลเกตฺวา เตน กตสกฺการสมฺมาโน ตํ สรเณสุ ปติฏฺฐาเปตฺวา ตโต นิกฺขนฺโต อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เอกสฺมึ สมเย สาวตฺถึ ปตฺวา เชตวเน วิหาสิ, สาวตฺถิวาสิโน สตฺถุ อาคนฺตุกภตฺตานิ กรึสุ. ตทา ปน ปญฺจสตมตฺตา วิฆาสาทา ภิกฺขู นิสฺสาย อนฺโตวิหาเรเยว วสนฺติ. เต ภิกฺขูนํ ภุตฺตาวเสสานิ ปณีตโภชนานิ ภุญฺชิตฺวา นิทฺทายิตฺวา อุฏฺฐาย นทีตีรํ คนฺตฺวา นทนฺตา วคฺคนฺตา มลฺลมุฏฺฐิยุทฺธํ ยุชฺฌนฺตา กีฬนฺตา อนฺโตวิหาเรปิ พหิวิหาเรปิ อนาจารเมว จรนฺตา วิจรนฺติ. ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘ปสฺสถาวุโส, อิเม วิฆาสาทา ทุพฺภิกฺขกาเล เวรญฺชายํ กญฺจิ วิการํ น ทสฺเสสุํ, อิทานิ ปน เอวรูปานิ ปณีตโภชนานิ ภุญฺชิตฺวา อเนกปฺปการํ วิการํ ทสฺเสนฺตา วิจรนฺติ. ภิกฺขู ปน เวรญฺชายมฺปิ อุปสนฺตรูปา วิหริตฺวา อิทานิปิ อุปสนฺตุปสนฺตาว วิหรนฺตี’’ติ. สตฺถา ธมฺมสภํ คนฺตฺวา, ‘‘ภิกฺขเว, กึ กเถถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิทํ นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘ปุพฺเพเปเต คทฺรภโยนิยํ นิพฺพตฺตา ปญฺจสตา คทฺรภา หุตฺวา ปญฺจสตานํ อาชานียสินฺธวานํ อลฺลรสมุทฺทิกปานกปีตาวเสสํ อุจฺฉิฏฺฐกสฏํ อุทเกน มทฺทิตฺวา มกจิปิโลติกาหิ ปริสฺสาวิตตฺตา ‘โวโลทก’นฺติ สงฺขฺยํ คตํ อปฺปรสํ นิหีนํ ปิวิตฺวา มธุมตฺตา วิย นทนฺตา วิจรึสูติ วตฺวา –
‘‘วาโลทกํ อปฺปรสํ นิหีนํ,
ปิตฺวา มโท ชายติ คทฺรภานํ;
อิมญฺจ ปิตฺวาน รสํ ปณีตํ,
มโท น สญฺชายติ สินฺธวานํ.
‘‘อปฺปํ ปิวิตฺวาน นิหีนชจฺโจ,
โส มชฺชตี เตน ชนินฺท ปุฏฺโฐ;
โธรยฺหสีลี จ กุลมฺหิ ชาโต,
น มชฺชตี อคฺครสํ ปิวิตฺวา’’ติ. (ชา. ๑.๒.๖๕);
อิทํ วาโลทกชาตกํ วิตฺถาเรน กเถตฺวา ‘‘เอวํ, ภิกฺขเว, สปฺปุริสา โลกธมฺมํ วิวชฺเชตฺวา สุขิตกาเลปิ ทุกฺขิตกาเลปิ นิพฺพิการาว โหนฺตี’’ติ อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –
๘๓. ‘‘สพฺพตฺถ เว สปฺปุริสา จชนฺติ,
น กามกามา ลปยนฺติ สนฺโต;
สุเขน ผุฏฺฐา อถ วา ทุเขน,
น อุจฺจาวจํ ปณฺฑิตา ทสฺสยนฺตี’’ติ.
ตตฺถ สพฺพตฺถาติ ปญฺจกฺขนฺธาทิเภเทสุ สพฺพธมฺเมสุ. สปฺปุริสาติ สุปุริสา. จชนฺตีติ อรหตฺตมคฺคญาเณน อปกฑฺฒนฺตา ฉนฺทราคํ วิชหนฺติ. กามกามาติ กาเม กามยนฺตา กามเหตุ กามการณา. น ลปยนฺติ สนฺโตติ พุทฺธาทโย สนฺโต กามเหตุ เนว อตฺตนา ลปยนฺติ, น ปรํ ลปาเปนฺติ. เย หิ ภิกฺขาย ปวิฏฺฐา อิจฺฉาจาเร ฐิตา ‘‘กึ, อุปาสก, สุขํ เต ปุตฺตทารสฺส, ราชโจราทีนํ วเสน ทฺวิปทจตุปฺปเทสุ นตฺถิ โกจิ อุปทฺทโว’’ติอาทีนิ วทนฺติ, ตาว เต ลปยนฺติ นาม. ตถา ปน วตฺวา ‘‘อาม, ภนฺเต, สพฺเพสํ โน สุขํ, นตฺถิ โกจิ อุปทฺทโว, อิทานิ โน เคหํ ปหูตอนฺนปานํ, อิเธว วสถา’’ติ อตฺตานํ นิมนฺตาเปนฺตา ลปาเปนฺติ นาม. สนฺโต ปน อิทํ อุภยมฺปิ น กโรนฺติ. สุเขน ผุฏฺฐา อถ วา ทุเขนาติ เทสนามตฺตเมตํ, อฏฺฐหิ ปน โลกธมฺเมหิ ผุฏฺฐา ตุฏฺฐิภาวมงฺกุภาววเสน วา วณฺณภณนอวณฺณภณนวเสน วา อุจฺจาวจํ อาการํ ปณฺฑิตา น ทสฺสยนฺตีติ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
ปญฺจสตภิกฺขุวตฺถุ อฏฺฐมํ.