๒. อสฺสชิปุนพฺพสุกวตฺถุ

โอวเทยฺยานุสาเสยฺยาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อสฺสชิปุนพฺพสุกภิกฺขู อารพฺภ กเถสิ. เทสนา ปน กีฏาคิริสฺมึ สมุฏฺฐิตา.

เต กิร เทฺว ภิกฺขู กิญฺจาปิ อคฺคสาวกานํ สทฺธิวิหาริกา, อลชฺชิโน ปน อเหสุํ ปาปภิกฺขู. เต ปาปเกหิ อตฺตโน ปริวาเรหิ ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ กีฏาคิริสฺมึ วิหรนฺตา ‘‘มาลาวจฺฉํ โรเปนฺติปิ โรปาเปนฺติปี’’ติอาทิกํ (ปารา. ๔๓๑; จูฬว. ๒๑) นานปฺปการํ อนาจารํ กโรนฺตา กุลทูสกกมฺมํ กตฺวา ตโต อุปฺปนฺเนหิ ปจฺจเยหิ ชีวิกํ กปฺเปนฺตา ตํ อาวาสํ เปสลานํ ภิกฺขูนํ อนาวาสํ อกํสุ. สตฺถา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา เตสํ ปพฺพาชนียกมฺมกรณตฺถาย สปริวาเร เทฺว อคฺคสาวเก อามนฺเตตฺวา ‘‘คจฺฉถ, สาริปุตฺตา, เตสุ เย ตุมฺหากํ วจนํ น กโรนฺติ, เตสํ ปพฺพาชนียกมฺมํ กโรถ, เย ปน กโรนฺติ, เต โอวทถ อนุสาสถ. โอวทนฺโต หิ อนุสาสนฺโต อปณฺฑิตานํเยว อปฺปิโย โหติ อมนาโป, ปณฺฑิตานํ ปน ปิโย โหติ มนาโป’’ติ อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๗๗. ‘‘โอวเทยฺยานุสาเสยฺย, อสพฺภา จ นิวารเย;

สตญฺหิ โส ปิโย โหติ, อสตํ โหติ อปฺปิโย’’ติ.

ตตฺถ โอวเทยฺยาติ อุปฺปนฺเน วตฺถุสฺมึ วทนฺโต โอวทติ นาม, อนุปฺปนฺเน วตฺถุสฺมึ ‘‘อยโสปิ เต สิยา’’ติอาทิวเสน อนาคตํ ทสฺเสนฺโต อนุสาสติ นาม. สมฺมุขา วทนฺโต โอวทติ นาม, ปรมฺมุขา ทูตํ วา สาสนํ วา เปเสนฺโต อนุสาสติ นาม. สกึ วทนฺโต โอวทติ นาม, ปุนปฺปุนํ วทนฺโต อนุสาสติ นาม. โอวทนฺโต เอว วา อนุสาสติ นามาติ เอวํ โอวเทยฺย อนุสาเสยฺย. อสพฺภา จาติ อกุสลธมฺมา จ นิวาเรยฺย, กุสลธมฺเม ปติฏฺฐาเปยฺยาติ อตฺโถ. สตญฺหิ โส ปิโย โหตีติ โส เอวรูโป ปุคฺคโล พุทฺธาทีนํ สปฺปุริสานํ ปิโย โหติ. เย ปน อทิฏฺฐธมฺมา อวิติณฺณปรโลกา อามิสจกฺขุกา ชีวิกตฺถาย ปพฺพชิตา, เตสํ อสตํ โส โอวาทโก อนุสาสโก, ‘‘‘น ตฺวํ อมฺหากํ อุปชฺฌาโย, น อาจริโย, กสฺมา อเมฺห โอวทสี’ติ เอวํ มุขสตฺตีหิ วิชฺฌนฺตานํ อปฺปิโย โหตี’’ติ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ. สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานาปิ ตตฺถ คนฺตฺวา เต ภิกฺขู โอวทึสุ อนุสาสึสุ. เตสุ เอกจฺเจ โอวาทํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สมฺมา วตฺตึสุ, เอกจฺเจ วิพฺภมึสุ, เอกจฺเจ ปพฺพาชนียกมฺมํ ปาปุณึสูติ.

อสฺสชิปุนพฺพสุกวตฺถุ ทุติยํ.