๓. ฉนฺนตฺเถรวตฺถุ

น ภเช ปาปเก มิตฺเตติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ฉนฺนตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.

โส กิร อายสฺมา ‘‘อหํ อมฺหากํ อยฺยปุตฺเตน สทฺธึ มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขนฺโต ตทา อญฺญํ เอกมฺปิ น ปสฺสามิ, อิทานิ ปน ‘อหํ สาริปุตฺโต นาม, อหํ โมคฺคลฺลาโน นาม, มยํ อคฺคสาวกมฺหา’ติ วตฺวา อิเม วิจรนฺตี’’ติ เทฺว อคฺคสาวเก อกฺโกสติ. สตฺถา ภิกฺขูนํ สนฺติกา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ฉนฺนตฺเถรํ ปกฺโกสาเปตฺวา โอวทติ. โส ตงฺขเณเยว ตุณฺหี หุตฺวา ปุน คนฺตฺวา เถเร อกฺโกสติเยว. เอวํ ยาวตติยํ อกฺโกสนฺตํ ปกฺโกสาเปตฺวา สตฺถา โอวทิตฺวา ‘‘ฉนฺน, เทฺว อคฺคสาวกา นาม ตุยฺหํ กลฺยาณมิตฺตา อุตฺตมปุริสา, เอวรูเป กลฺยาณมิตฺเต เสวสฺสุ ภชสฺสู’’ติ วตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๗๘. ‘‘น ภเช ปาปเก มิตฺเต, น ภเช ปุริสาธเม;

ภเชถ มิตฺเต กลฺยาเณ, ภเชถ ปุริสุตฺตเม’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – กายทุจฺจริตาทิอกุสลกมฺมาภิรตา ปาปมิตฺตา นาม. สนฺธิจฺเฉทนาทิเก วา เอกวีสติอเนสนาทิเภเท วา อฏฺฐาเน นิโยชกา ปุริสาธมา นาม. อุโภปิ วา เอเต ปาปมิตฺตา เจว ปุริสาธมา จ, เต น ภเชยฺย น ปยิรุปาเสยฺย, วิปรีตา ปน กลฺยาณมิตฺตา เจว สปฺปุริสา จ, เต ภเชถ ปยิรุปาเสถาติ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

ฉนฺนตฺเถโร ปน ตํ โอวาทํ สุตฺวาปิ ปุริมนเยเนว ภิกฺขู อกฺโกสติ ปริภาสติ. ปุนปิ สตฺถุ อาโรเจสุํ. สตฺถา, ‘‘ภิกฺขเว, มยิ ธรนฺเต ฉนฺนํ สิกฺขาเปตุํ น สกฺขิสฺสถ, มยิ ปน ปรินิพฺพุเต สกฺขิสฺสถา’’ติ วตฺวา ปรินิพฺพานกาเล อายสฺมตา อานนฺเทน, ‘‘ภนฺเต, กถํ ฉนฺนตฺเถเร อเมฺหหิ ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ วุตฺเต, ‘‘อานนฺท, ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมทณฺโฑ ทาตพฺโพ’’ติ อาณาเปสิ. โส สตฺถริ ปรินิพฺพุเต อานนฺทตฺเถเรน อาโรจิตํ พฺรหฺมทณฺฑํ สุตฺวา ทุกฺขี ทุมฺมโน ติกฺขตฺตุํ มุจฺฉิโต ปติตฺวา ‘‘มา มํ, ภนฺเต, นาสยิตฺถา’’ติ ยาจิตฺวา สมฺมา วตฺตํ ปูเรนฺโต น จิรสฺเสว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณีติ.

ฉนฺนตฺเถรวตฺถุ ตติยํ.