๑. ราธตฺเถรวตฺถุ

นิธีนํว ปวตฺตารนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อายสฺมนฺตํ ราธตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.

โส กิร คิหิกาเล สาวตฺถิยํ ทุคฺคตพฺราหฺมโณ อโหสิ. โส ‘‘ภิกฺขูนํ สนฺติเก ชีวิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา อปฺปหริตกํ กโรนฺโต ปริเวณํ สมฺมชฺชนฺโต มุขโธวนาทีนิ ททนฺโต อนฺโตวิหาเรเยว วสิ. ภิกฺขูปิ นํ สงฺคณฺหึสุ, ปพฺพาเชตุํ ปน น อิจฺฉนฺติ. โส ปพฺพชฺชํ อลภมาโน กิโส อโหสิ. อเถกทิวสํ สตฺถา ปจฺจูสกาเล โลกํ โวโลเกนฺโต ตํ พฺราหฺมณํ ทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข’’ติ อุปธาเรนฺโต ‘‘อรหา ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา สายนฺหสมเย วิหารจาริกํ จรนฺโต วิย พฺราหฺมณสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘พฺราหฺมณ, กึ กโรนฺโต วิจรสี’’ติ อาห. ‘‘ภิกฺขูนํ วตฺตปฏิวตฺตํ กโรนฺโต, ภนฺเต’’ติ. ‘‘ลภสิ เนสํ สนฺติกา สงฺคห’’นฺติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, อาหารมตฺตํ ลภามิ, น ปน มํ ปพฺพาเชนฺตี’’ติ. สตฺถา เอตสฺมึ นิทาเน ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ตมตฺถํ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘ภิกฺขเว, อตฺถิ โกจิ อิมสฺส พฺราหฺมณสฺส อธิการํ สรตี’’ติ ปุจฺฉิ. สาริปุตฺตตฺเถโร ‘‘อหํ, ภนฺเต, สรามิ, อยํ เม ราชคเห ปิณฺฑาย จรนฺตสฺส อตฺตโน อภิหฏํ กฏจฺฉุภิกฺขํ ทาเปสิ, อิมมสฺสาหํ อธิการํ สรามี’’ติ อาห. โส สตฺถารา ‘‘กึ ปน เต, สาริปุตฺต, เอวํ กตูปการํ ทุกฺขโต โมเจตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺเต, ‘‘สาธุ, ภนฺเต, ปพฺพาเชสฺสามี’’ติ ตํ พฺราหฺมณํ ปพฺพาเชสิ. ตสฺส ภตฺตคฺเค อาสนปริยนฺเต อาสนํ ปาปุณาติ, ยาคุภตฺตาทีหิปิ กิลมติ. เถโร ตํ อาทาย จาริกํ ปกฺกามิ, อภิกฺขณญฺจ นํ ‘‘อิทํ เต กตฺตพฺพํ, อิทํ เต น กตฺตพฺพ’’นฺติ โอวทิ อนุสาสิ. โส สุวโจ อโหสิ ปทกฺขิณคฺคาหี. ตสฺมา ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาโน กติปาเหเนว อรหตฺตํ ปาปุณิ.

เถโร ตํ อาทาย สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา นิสีทิ. อถ นํ สตฺถา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา อาห – ‘‘สุวโจ นุ โข, สาริปุตฺต, เต อนฺเตวาสิโก’’ติ. ‘‘อาม, ภนฺเต, อติวิย สุวโจ, กิสฺมิญฺจิ โทเส วุจฺจมาเน น กุทฺธปุพฺโพ’’ติ. ‘‘สาริปุตฺต, เอวรูเป สทฺธิวิหาริเก ลภนฺโต กิตฺตเก คเณฺหยฺยาสี’’ติ? ‘‘ภนฺเต, พหุเกปิ คเณฺหยฺยเมวา’’ติ. อเถกทิวสํ ธมฺมสภาย กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘สาริปุตฺตตฺเถโร กิร กตญฺญู กตเวที, กฏจฺฉุภิกฺขามตฺตํ อุปการํ สริตฺวา ทุคฺคตพฺราหฺมณํ ปพฺพาเชสิ. เถโรปิ โอวาทกฺขโม โอวาทกฺขมเมว ลภี’’ติ. สตฺถา เตสํ กถํ สุตฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ สาริปุตฺโต กตญฺญู กตเวทีเยวา’’ติ วตฺวา ตมตฺถํ ปกาเสตุํ –

‘‘อลีนจิตฺตํ นิสฺสาย, ปหฏฺฐา มหตี จมู;

โกสลํ เสนาสนฺตุฏฺฐํ, ชีวคฺคาหํ อคาหยิ.

‘‘เอวํ นิสฺสยสมฺปนฺโน, ภิกฺขุ อารทฺธวีริโย;

ภาวยํ กุสลํ ธมฺมํ, โยคกฺเขมสฺส ปตฺติยา;

ปาปุเณ อนุปุพฺเพน, สพฺพสํโยชนกฺขย’’นฺติ. (ชา. ๑.๒.๑๑-๑๒) –

อิมํ ทุกนิปาเต อลีนจิตฺตชาตกํ วิตฺถาเรตฺวา กเถสิ. ตทา กิร วฑฺฒกีหิ ปาทสฺส อโรคกรณภาเวน กหํ อตฺตโน อุปการํ ญตฺวา สพฺพเสตสฺส หตฺถิโปตกสฺส ทายโก เอกจาริโก หตฺถี สาริปุตฺตตฺเถโร อโหสีติ เอวํ เถรํ อารพฺภ ชาตกํ กเถตฺวา ราธตฺเถรํ อารพฺภ, ‘‘ภิกฺขเว, ภิกฺขุนา นาม ราเธน วิย สุวเจน ภวิตพฺพํ, โทสํ ทสฺเสตฺวา โอวทิยมาเนนปิ น กุชฺฌิตพฺพํ, โอวาททายโก ปน นิธิอาจิกฺขณโก วิย ทฏฺฐพฺโพ’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๗๖. ‘‘นิธีนํว ปวตฺตารํ, ยํ ปสฺเส วชฺชทสฺสินํ;

นิคฺคยฺหวาทึ เมธาวึ, ตาทิสํ ปณฺฑิตํ ภเช;

ตาทิสํ ภชมานสฺส, เสยฺโย โหติ น ปาปิโย’’ติ.

ตตฺถ นิธีนนฺติ ตตฺถ ตตฺถ นิทหิตฺวา ฐปิตานํ หิรญฺญสุวณฺณาทิปูรานํ นิธิกุมฺภีนํ. ปวตฺตารนฺติ กิจฺฉชีวิเก ทุคฺคตมนุสฺเส อนุกมฺปํ กตฺวา ‘‘เอหิ, สุเขน ชีวนูปายํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ นิธิฏฺฐานํ เนตฺวา หตฺถํ ปสาเรตฺวา ‘‘อิมํ คเหตฺวา สุเขน ชีวา’’ติ อาจิกฺขิตารํ วิย. วชฺชทสฺสินนฺติ เทฺว วชฺชทสฺสิโน ‘‘อิมินา นํ อสารุปฺเปน วา ขลิเตน วา สงฺฆมชฺเฌ นิคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ รนฺธคเวสโก จ, อญฺญาตํ ญาปนตฺถาย ญาตํ อนุคฺคหณตฺถาย สีลาทีนมสฺส วุทฺธิกามตาย ตํ ตํ วชฺชํ โอโลกเนน อุลฺลุมฺปนสภาวสณฺฐิโต จ. อยํ อิธ อธิปฺเปโต. ยถา หิ ทุคฺคตมนุสฺโส ‘‘อิมํ คณฺหาหี’’ติ ตชฺเชตฺวาปิ โปเถตฺวาปิ นิธึ ทสฺเสนฺเต โกปํ น กโรติ, ปมุทิโต เอว โหติ, เอวเมว เอวรูเป ปุคฺคเล อสารุปฺปํ วา ขลิตํ วา ทิสฺวา อาจิกฺขนฺเต โกโป น กาตพฺโพ, ตุฏฺเฐเนว ภวิตพฺพํ, ‘‘ภนฺเต, มหนฺตํ โว กมฺมํ กตํ, มยฺหํ อาจริยุปชฺฌายฏฺฐาเน ฐตฺวา โอวทนฺเตหิ ปุนปิ มํ วเทยฺยาถา’’ติ ปวาเรตพฺพเมว. นิคฺคยฺหวาทินฺติ เอกจฺโจ หิ สทฺธิวิหาริกาทีนํ อสารุปฺปํ วา ขลิตํ วา ทิสฺวา ‘‘อยํ เม มุโขทกทานาทีหิ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหติ, สเจ นํ วกฺขามิ, น มํ อุปฏฺฐหิสฺสติ, เอวํ เม ปริหานิ ภวิสฺสตี’’ติ วตฺถุํ อวิสหนฺโต น นิคฺคยฺหวาที นาม โหติ. โส อิมสฺมึ สาสเน กจวรํ อากิรติ. โย ปน ตถารูปํ วชฺชํ ทิสฺวา วชฺชานุรูปํ ตชฺเชนฺโต ปณาเมนฺโต ทณฺฑกมฺมํ กโรนฺโต วิหารา ตํ นีหรนฺโต สิกฺขาเปติ, อยํ นิคฺคยฺหวาที นาม เสยฺยถาปิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘นิคฺคยฺห นิคฺคยฺหาหํ, อานนฺท, วกฺขามิ, ปวยฺห ปวยฺห, อานนฺท, วกฺขามิ, โย สาโร โส ฐสฺสตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๙๖). เมธาวินฺติ ธมฺโมชปญฺญาย สมนฺนาคตํ. ตาทิสนฺติ เอวรูปํ ปณฺฑิตํ ภเชยฺย ปยิรุปาเสยฺย. ตาทิสญฺหิ อาจริยํ ภชมานสฺส อนฺเตวาสิกสฺส เสยฺโย โหติ, น ปาปิโย วฑฺฒิเยว โหติ, โน ปริหานีติ.

เทสนาปริโยสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

ราธตฺเถรวตฺถุ ปฐมํ.