๙. อานนฺทตฺเถรปญฺหาวตฺถุ
น ปุปฺผคนฺโธ ปฏิวาตเมตีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา สาวตฺถิยํ วิหรนฺโต อานนฺทตฺเถรสฺส ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺโต กเถสิ.
เถโร กิร สายนฺหสมเย ปฏิสลฺลีโน จินฺเตสิ – ‘‘ภควตา มูลคนฺโธ, สารคนฺโธ, ปุปฺผคนฺโธติ ตโย อุตฺตมคนฺธา วุตฺตา, เตสํ อนุวาตเมว คนฺโธ คจฺฉติ, โน ปฏิวาตํ. อตฺถิ นุ โข ตํ คนฺธชาตํ, ยสฺส ปฏิวาตมฺปิ คนฺโธ คจฺฉตี’’ติ. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘กึ มยฺหํ อตฺตนา วินิจฺฉิเตน, สตฺถารํเยว ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ. โส สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ. เตน วุตฺตํ –
‘‘อถ โข อายสฺมา อานนฺโท สายนฺหสมเย ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ, เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ –
‘‘ตีณิมานิ, ภนฺเต, คนฺธชาตานิ, เยสํ อนุวาตเมว คนฺโธ คจฺฉติ, โน ปฏิวาตํ. กตมานิ ตีณิ? มูลคนฺโธ, สารคนฺโธ, ปุปฺผคนฺโธ, อิมานิ โข, ภนฺเต, ตีณิ คนฺธชาตานิ. เยสํ อนุวาตเมว คนฺโธ คจฺฉติ, โน ปฏิวาตํ. อตฺถิ นุ โข, ภนฺเต, กิญฺจิ คนฺธชาตํ ยสฺส อนุวาตมฺปิ คนฺโธ คจฺฉติ, ปฏิวาตมฺปิ คนฺโธ คจฺฉติ, อนุวาตปฏิวาตมฺปิ คนฺโธ คจฺฉตี’’ติ? (อ. นิ. ๓.๘๐)
อถสฺส ภควา ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺโต –
‘‘อตฺถานนฺท, กิญฺจิ คนฺธชาตํ, ยสฺส อนุวาตมฺปิ คนฺโธ คจฺฉติ, ปฏิวาตมฺปิ คนฺโธ คจฺฉติ, อนุวาตปฏิวาตมฺปิ คนฺโธ คจฺฉตี’’ติ. ‘‘กตมํ ปน ตํ, ภนฺเต, คนฺธชาตํ’’? ‘‘ยสฺส อนุวาตมฺปิ คนฺโธ คจฺฉติ, ปฏิวาตมฺปิ คนฺโธ คจฺฉติ, อนุวาตปฏิวาตมฺปิ คนฺโธ คจฺฉตี’’ติ?
‘‘อิธานนฺท, ยสฺมึ คาเม วา นิคเม วา อิตฺถี วา ปุริโส วา พุทฺธํ สรณํ คโต โหติ, ธมฺมํ สรณํ คโต โหติ, สงฺฆํ สรณํ คโต โหติ, ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ, อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ, กาเมสุมิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ, มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรโต โหติ, สีลวา โหติ กลฺยาณธมฺโม, วิคตมลมจฺเฉเรน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสติ มุตฺตจาโค ปยตปาณิ โวสฺสคฺครโต ยาจโยโค ทานสํวิภาครโต.
‘‘ตสฺส ทิสาสุ สมณพฺราหฺมณา วณฺณํ ภาสนฺติ, ‘อมุกสฺมึ นาม คาเม วา นิคเม วา อิตฺถี วา ปุริโส วา พุทฺธํ สรณํ คโต โหติ, ธมฺมํ สรณํ คโต โหติ, สงฺฆํ สรณํ คโต โหติ…เป… ทานสํวิภาครโต’’’ติ.
‘‘เทวตาปิสฺส วณฺณํ ภาสนฺติ, ‘อมุกสฺมึ นาม คาเม วา นิคเม วา อิตฺถี วา ปุริโส วา พุทฺธํ สรณํ คโต โหติ, ธมฺมํ สรณํ คโต โหติ, สงฺฆํ สรณํ คโต โหติ…เป… ทานสํวิภาครโต’’’ติ. ‘‘อิทํ โข ตํ, อานนฺท, คนฺธชาตํ, ยสฺส อนุวาตมฺปิ คนฺโธ คจฺฉติ, ปฏิวาตมฺปิ คนฺโธ คจฺฉติ, อนุวาตปฏิวาตมฺปิ คนฺโธ คจฺฉตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๘๐) วตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –
๕๔. ‘‘น ปุปฺผคนฺโธ ปฏิวาตเมติ,
น จนฺทนํ ตครมลฺลิกา วา;
สตญฺจ คนฺโธ ปฏิวาตเมติ,
สพฺพา ทิสา สปฺปุริโส ปวายติ. (อ. นิ. ๓.๘๐);
๕๕. ‘‘จนฺทนํ ตครํ วาปิ, อุปฺปลํ อถ วสฺสิกี;
เอเตสํ คนฺธชาตานํ, สีลคนฺโธ อนุตฺตโร’’ติ.
ตตฺถ น ปุปฺผคนฺโธติ ตาวตึสภวเน ปริจฺฉตฺตกรุกฺโข อายามโต จ วิตฺถารโต จ โยชนสติโก, ตสฺส ปุปฺผานํ อาภา ปญฺญาส โยชนานิ คจฺฉติ, คนฺโธ โยชนสตํ, โสปิ อนุวาตเมว คจฺฉติ, ปฏิวาตํ ปน อฏฺฐงฺคุลมตฺตมฺปิ คนฺตุํ น สกฺโกติ, เอวรูโปปิ น ปุปฺผคนฺโธ ปฏิวาตเมติ. จนฺทนนฺติ จนฺทนคนฺโธ. ตครมลฺลิกา วาติ อิเมสมฺปิ คนฺโธ เอว อธิปฺเปโต. สารคนฺธานํ อคฺคสฺส หิ โลหิตจนฺทนสฺสาปิ ตครสฺสปิ มลฺลิกายปิ อนุวาตเมว วายติ, โน ปฏิวาตํ. สตญฺจ คนฺโธติ สปฺปุริสานํ ปน พุทฺธปจฺเจกพุทฺธสาวกานํ สีลคนฺโธ ปฏิวาตเมติ. กึ การณา? สพฺพา ทิสา สปฺปุริโส ปวายติ ยสฺมา ปน สปฺปุริโส สีลคนฺเธน สพฺพาปิ ทิสา อชฺโฌตฺถริตฺวาว คจฺฉติ, ตสฺมา ‘‘ตสฺส คนฺโธ น ปฏิวาตเมตี’’ติ น วตฺตพฺโพ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปฏิวาตเมตี’’ติ. วสฺสิกีติ ชาติสุมนา. เอเตสนฺติ อิเมสํ จนฺทนาทีนํ คนฺธชาตานํ คนฺธโต สีลวนฺตานํ สปฺปุริสานํ สีลคนฺโธว อนุตฺตโร อสทิโส อปฏิภาโคติ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปตฺตา. เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา ชาตาติ.
อานนฺทตฺเถรปญฺหาวตฺถุ นวมํ.