๔. ปุปฺผวคฺโค
๑. ปถวิกถาปสุตปญฺจสตภิกฺขุวตฺถุ
โก อิมํ ปถวึ วิเจสฺสตีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา สาวตฺถิยํ วิหรนฺโต ปถวิกถาปสุเต ปญฺจสเต ภิกฺขู อารพฺภ กเถสิ.
เต กิร ภควตา สทฺธึ ชนปทจาริกํ จริตฺวา เชตวนํ อาคนฺตฺวา สายนฺหสมเย อุปฏฺฐานสาลายํ สนฺนิสินฺนา อตฺตนา คตคตฏฺฐาเนสุ ‘‘อสุกคามโต อสุกคามคมนฏฺฐาเน สมํ วิสมํ กทฺทมพหุลํ สกฺขรพหุลํ กาฬมตฺติกํ ตมฺพมตฺติก’’นฺติ ปถวิกถํ กเถสุํ. สตฺถา อาคนฺตฺวา, ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อเมฺหหิ วิจริตฏฺฐาเน ปถวิกถายา’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, เอสา พาหิรปถวี นาม, ตุเมฺหหิ อชฺฌุตฺติกปถวิยํ ปริกมฺมํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วตฺวา อิมา เทฺว คาถา อภาสิ –
๔๔. ‘‘โก อิมํ ปถวึ วิเจสฺสติ,
ยมโลกญฺจ อิมํ สเทวกํ;
โก ธมฺมปทํ สุเทสิตํ,
กุสโล ปุปฺผมิว ปเจสฺสติ.
๔๕. ‘‘เสโข ปถวึ วิเจสฺสติ,
ยมโลกญฺจ อิมํ สเทวกํ;
เสโข ธมฺมปทํ สุเทสิตํ,
กุสโล ปุปฺผมิว ปเจสฺสตี’’ติ.
ตตฺถ โก อิมนฺติ โก อิมํ อตฺตภาวสงฺขาตํ ปถวึ. วิเจสฺสตีติ อตฺตโน ญาเณน วิจินิสฺสติ วิชานิสฺสติ, ปฏิวิชฺฌิสฺสติ, สจฺฉิกริสฺสตีติ อตฺโถ. ยมโลกญฺจาติ จตุพฺพิธํ อปายโลกญฺจ. อิมํ สเทวกนฺติ อิมํ มนุสฺสโลกญฺจ เทวโลเกน สทฺธึ โก วิเจสฺสติ วิจินิสฺสติ วิชานิสฺสติ ปฏิวิชฺฌิสฺสติ สจฺฉิกริสฺสตีติ ปุจฺฉิ. โกธมฺมปทํ สุเทสิตนฺติ ยถาสภาวโต กถิตตฺตา สุเทสิตํ สตฺตตึสโพธิปกฺขิยธมฺมสงฺขาตํ ธมฺมปทํ กุสโล มาลากาโร ปุปฺผํ วิจินนฺโต วิย โก ปเจสฺสติ วิจินิสฺสติ วิชานิสฺสติ อุปปริกฺขิสฺสติ ปฏิวิชฺฌิสฺสติ, สจฺฉิกริสฺสตีติ อตฺโถ. เสโขติ อธิสีลสิกฺขา, อธิจิตฺตสิกฺขา, อธิปญฺญาสิกฺขาติ อิมา ติสฺโส สิกฺขา สิกฺขนโต โสตาปตฺติมคฺคฏฺฐํ อาทึ กตฺวา ยาว อรหตฺตมคฺคฏฺฐา สตฺตวิโธ เสโข อิมํ อตฺตภาวสงฺขาตํ ปถวึ อรหตฺตมคฺเคน ตโต ฉนฺทราคํ อปกฑฺฒนฺโต วิเจสฺสติ วิจินิสฺสติ วิชานิสฺสติ ปฏิวิชฺฌิสฺสติ สจฺฉิกริสฺสติ. ยมโลกญฺจาติ ตํ ยถาวุตฺตปการํ ยมโลกญฺจ อิมํ มนุสฺสโลกญฺจ สห เทเวหิ สเทวกํ เสฺวว วิเจสฺสติ วิจินิสฺสติ วิชานิสฺสติ ปฏิวิชฺฌิสฺสติ สจฺฉิกริสฺสติ. เสโขติ เสฺวว สตฺตวิโธ เสโข, ยถา นาม กุสโล มาลากาโร ปุปฺผารามํ ปวิสิตฺวา ตรุณมกุฬานิ จ ปาณกวิทฺธานิ จ มิลาตานิ จ คณฺฐิกชาตานิ จ ปุปฺผานิ วชฺเชตฺวา โสภนานิ สุชาตสุชาตาเนว ปุปฺผานิ วิจินาติ, เอวเมว อิมํ สุกถิตํ สุนิทฺทิฏฺฐํ โพธิปกฺขิยธมฺมปทมฺปิ ปญฺญาย ปเจสฺสติ วิจินิสฺสติ อุปปริกฺขิสฺสติ ปฏิวิชฺฌิสฺสติ สจฺฉิกริสฺสตีติ สตฺถา สยเมว ปญฺหํ วิสฺสชฺเชสิ.
เทสนาวสาเน ปญฺจสตาปิ ภิกฺขู สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. สมฺปตฺตปริสายปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.
ปถวิกถาปสุตปญฺจสตภิกฺขุวตฺถุ ปฐมํ.
๒. มรีจิกมฺมฏฺฐานิกตฺเถรวตฺถุ
เผณูปมนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา สาวตฺถิยํ วิหรนฺโต อญฺญตรํ มรีจิกมฺมฏฺฐานิกํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ.
โส กิร ภิกฺขุ สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา, ‘‘สมณธมฺมํ กริสฺสามี’’ติ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ฆเฏตฺวา วายมิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘วิเสเสตฺวา กมฺมฏฺฐานํ กถาเปสฺสามี’’ติ สตฺถุ สนฺติกํ อาคจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค มรีจึ ทิสฺวา, ‘‘ยถา อยํ คิมฺหสมเย อุฏฺฐิตา มรีจิ ทูเร ฐิตานํ รูปคตา วิย ปญฺญายติ, สนฺติกํ อาคจฺฉนฺตานํ เนว ปญฺญายติ, อยํ อตฺตภาโวปิ อุปฺปาทวยฏฺเฐน เอวรูโป’’ติ มรีจิกมฺมฏฺฐานํ ภาเวนฺโต อาคนฺตฺวา มคฺคกิลนฺโต อจิรวติยํ นฺหายิตฺวา เอกสฺมึ จณฺฑโสตตีเร รุกฺขฉายาย นิสินฺโน อุทกเวคาภิฆาเตน อุฏฺฐหิตฺวา มหนฺเต มหนฺเต เผณปิณฺเฑ ภิชฺชมาเน ทิสฺวา, ‘‘อยํ อตฺตภาโวปิ อุปฺปชฺชิตฺวา ภิชฺชนฏฺเฐน เอวรูโปเยวา’’ติ อารมฺมณํ อคฺคเหสิ. สตฺถา คนฺธกุฏิยํ ฐิโตว ตํ เถรํ ทิสฺวา, ‘‘เอวเมว, ภิกฺขุ, เอวรูโปวายํ อตฺตภาโว เผณปิณฺโฑ วิย มรีจิ วิย อุปฺปชฺชนภิชฺชนสภาโวเยวา’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๔๖. ‘‘เผณูปมํ กายมิมํ วิทิตฺวา,
มรีจิธมฺมํ อภิสมฺพุธาโน;
เฉตฺวาน มารสฺส ปปุปฺผกานิ,
อทสฺสนํ มจฺจุราชสฺส คจฺเฉ’’ติ.
ตตฺถ เผณูปมนฺติ อิมํ เกสาทิสมูหสงฺขาตํ กายํ อพลทุพฺพลฏฺเฐน อนทฺธนิยตาวกาลิกฏฺเฐน เผณปิณฺฑสริกฺขโกติ วิทิตฺวา. มรีจิธมฺมนฺติ ยถา มรีจิ ทูเร ฐิตานํ รูปคตา วิย คยฺหูปคา วิย โหติ, สนฺติเก อุปคจฺฉนฺตานํ ริตฺตา ตุจฺฉา อคยฺหูปคา สมฺปชฺชติ, เอวเมว ขณิกอิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานฏฺเฐน อยํ กาโยปิ มรีจิธมฺโมติ อภิสมฺพุธาโน พุชฺฌนฺโต, ชานนฺโตติ อตฺโถ. มารสฺส ปปุปฺผกานีติ มารสฺส ปปุปฺผกสงฺขาตานิ เตภูมกานิ วฏฺฏานิ อริยมคฺเคน ฉินฺทิตฺวา ขีณาสโว ภิกฺขุ มจฺจุราชสฺส อทสฺสนํ อวิสยํ อมตมหานิพฺพานํ คจฺเฉยฺยาติ.
คาถาปริโยสาเน เถโร สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺวา สตฺถุ สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ โถเมนฺโต วณฺเณนฺโต วนฺทนฺโตว อาคโตติ.
มรีจิกมฺมฏฺฐานิกตฺเถรวตฺถุ ทุติยํ.
๓. วิฏฏูภวตฺถุ
ปุปฺผานิเหว ปจินนฺตนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา สาวตฺถิยํ วิหรนฺโต สปริสํ มโหเฆน อชฺโฌตฺถริตฺวา มาริตํ วิฏฏูภํ อารพฺภ กเถสิ.
ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – สาวตฺถิยญฺหิ มหาโกสลรญฺโญ ปุตฺโต ปเสนทิกุมาโร นาม. เวสาลิยํ ลิจฺฉวิรญฺโญ ปุตฺโต ลิจฺฉวิกุมาโร มหาลิ นาม, กุสินารายํ มลฺลราชปุตฺโต พนฺธุโล นามาติ อิเม ตโย ทิสาปาโมกฺขสฺสาจริยสฺส สนฺติเก สิปฺปุคฺคหณตฺถํ ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา พหินคเร สาลาย สมาคตา อญฺญมญฺญสฺส อาคตการณญฺจ กุลญฺจ นามญฺจ ปุจฺฉิตฺวา สหายกา หุตฺวา เอกโตว อาจริยํ อุปสงฺกมิตฺวา สิปฺปํ สิกฺขนฺตา น จิรสฺเสว อุคฺคหิตสิปฺปา อาจริยํ อาปุจฺฉิตฺวา เอกโตว นิกฺขมิตฺวา สกสกฏฺฐานานิ อคมํสุ. เตสุ ปเสนทิกุมาโร ปิตุ สิปฺปํ ทสฺเสตฺวา ปสนฺเนน ปิตรา รชฺเช อภิสิตฺโต. มหาลิกุมาโร ลิจฺฉวีนํ สิปฺปํ ทสฺเสนฺโต มหนฺเตน อุสฺสาเหน ทสฺเสสิ, ตสฺส อกฺขีนิ ภิชฺชิตฺวา อคมํสุ. ลิจฺฉวิราชาโน ‘‘อโห วต อมฺหากํ อาจริโย อกฺขิวินาสํ ปตฺโต, น นํ ปริจฺจชิสฺสาม, อุปฏฺฐหิสฺสาม น’’นฺติ ตสฺส สตสหสฺสุฏฺฐานกํ เอกํ ทฺวารํ อทํสุ. โส ตํ นิสฺสาย ปญฺจสเต ลิจฺฉวิราชปุตฺเต สิปฺปํ สิกฺขาเปนฺโต วสิ. พนฺธุลกุมาโร สฏฺฐึ สฏฺฐึ เวฬู คเหตฺวา มชฺเฌ อยสลากํ ปกฺขิปิตฺวา สฏฺฐิกลาเป อุสฺสาเปตฺวา ฐปิเต มลฺลราชกุเลหิ ‘‘อิเม กปฺเปตู’’ติ วุตฺโต อสีติหตฺถํ อากาสํ อุลฺลงฺฆิตฺวา อสินา กปฺเปนฺโต อคมาสิ. โส โอสานกลาเป อยสลากาย ‘‘กิรี’’ติ สทฺทํ สุตฺวา, ‘‘กึ เอต’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา สพฺพกลาเปสุ อยสลากานํ ฐปิตภาวํ ญตฺวา อสึ ฉฑฺเฑตฺวา โรทมาโน ‘‘มยฺหํ เอตฺตเกสุ ญาติสุหชฺเชสุ เอโกปิ สสิเนโห หุตฺวา อิมํ การณํ นาจิกฺขิ. สเจ หิ อหํ ชาเนยฺยํ, อยสลากาย สทฺทํ อนุฏฺฐาเปนฺโตว ฉินฺเทยฺย’’นฺติ วตฺวา, ‘‘สพฺเพปิเม มาเรตฺวา รชฺชํ กเรยฺย’’นฺติ มาตาปิตูนํ กเถสิ. เตหิ ‘‘ปเวณิรชฺชํ นาม, ตาต, อิทํ น ลพฺภา เอวํ กาตุ’’นฺติ นานปฺปกาเรน วาริโต ‘‘เตน หิ มม สหายกสฺส สนฺติกํ คมิสฺสามี’’ติ สาวตฺถึ อคมาสิ.
ปเสนทิ โกสโล ราชา ตสฺสาคมนํ สุตฺวา ปจฺจุคฺคนฺตฺวา มหนฺเตน สกฺกาเรน ตํ นครํ ปเวเสตฺวา เสนาปติฏฺฐาเน ฐเปสิ. โส มาตาปิตโร ปกฺโกสาเปตฺวา ตตฺเถว วาสํ กปฺเปสิ. อเถกทิวสํ ราชา อุปริปาสาเท ฐิโต อนฺตรวีถึ โอโลกยมาโน ‘‘อนาถปิณฺฑิกสฺส จูฬอนาถปิณฺฑิกสฺส วิสาขาย สุปฺปวาสายา’’ติ เอเตสํ เคเห นิจฺจํ ภตฺตกิจฺจตฺถาย คจฺฉนฺเต อเนกสหสฺเส ภิกฺขู ทิสฺวา, ‘‘กหํ, อยฺยา, คจฺฉนฺตี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘เทว, อนาถปิณฺฑิกสฺส เคเห นิจฺจภตฺตสลากภตฺตคิลานภตฺตาทีนํ อตฺถาย เทวสิกํ เทฺว ภิกฺขุสหสฺสานิ คจฺฉนฺติ, จูฬอนาถปิณฺฑิกสฺส เคเห ปญฺจสตานิ, ตถา วิสาขาย ตถา สุปฺปวาสายา’’ติ วุตฺเต สยมฺปิ ภิกฺขุสงฺฆํ อุปฏฺฐหิตุกาโม วิหารํ คนฺตฺวา ภิกฺขุสหสฺเสน สทฺธึ สตฺถารํ นิมนฺเตตฺวา สตฺตาหํ สหตฺถา ทานํ ทตฺวา สตฺตเม ทิวเส สตฺถารํ วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ปญฺจหิ เม ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ นิพทฺธํ ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ อาห. ‘‘มหาราช พุทฺธา นาม เอกฏฺฐาเน นิพทฺธํ ภิกฺขํ น คณฺหนฺติ, พหู ชนา พุทฺธานํ อาคมนํ ปจฺจาสีสนฺตี’’ติ. ‘‘เตน หิ เอกํ ภิกฺขุํ นิพทฺธํ เปเสถา’’ติ อาห. สตฺถา อานนฺทตฺเถรสฺส ภารํ อกาสิ. ราชา ภิกฺขุสงฺเฆ อาคเต ปตฺตํ คเหตฺวา, ‘‘อิเม นาม ปริวิสนฺตู’’ติ อวิจาเรตฺวาว สตฺตาหํ สยเมว ปริวิสิตฺวา อฏฺฐเม ทิวเส วิกฺขิตฺตจิตฺโต ปมชฺชมกาสิ. ราชกุเล นาม อนาณตฺตา อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวา ภิกฺขู นิสีทาเปตฺวา ปริวิสิตุํ น ลภนฺติ ‘‘น มยํ อิธ ฐาตุํ สกฺขิสฺสามา’’ติ พหู ภิกฺขู ปกฺกมึสุ. ราชา ทุติยทิวเสปิ ปมชฺชิ, ทุติยทิวเสปิ พหู ภิกฺขู ปกฺกมึสุ. ตติยทิวเสปิ ปมชฺชิ, ตทา อานนฺทตฺเถรํ เอกกเมว ฐเปตฺวา อวเสสา ปกฺกมึสุ. ปุญฺญวนฺตา นาม การณวสิกา โหนฺติ, กุลานํ ปสาทํ รกฺขนฺติ. ตถาคตสฺส จ สาริปุตฺตตฺเถโร มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโรติ เทฺว อคฺคสาวกา, เขมา อุปฺปลวณฺณาติ เทฺว อคฺคสาวิกา, อุปาสเกสุ จิตฺโต, คหปติ, หตฺถโก อาฬวโกติ เทฺว อคฺคอุปาสกา, อุปาสิกาสุ เวฬุกณฺฐกี นนฺทมาตา, ขุชฺชุตฺตราติ เทฺว อคฺคอุปาสิกา, อิติ อิเม อฏฺฐ ชเน อาทึ กตฺวา ฐานนฺตรปตฺตา สพฺเพปิ สาวกา เอกเทเสน ทสนฺนํ ปารมีนํ ปูริตตฺตา มหาปุญฺญา อภินีหารสมฺปนฺนา. อานนฺทตฺเถโรปิ กปฺปสตสหสฺสํ ปูริตปารมี อภินีหารสมฺปนฺโน มหาปุญฺโญ อตฺตโน การณวสิกตาย กุลสฺส ปสาทํ รกฺขนฺโต อฏฺฐาสิ. ตํ เอกกเมว นิสีทาเปตฺวา ปริวิสึสุ.
ราชา ภิกฺขูนํ คตกาเล อาคนฺตฺวา ขาทนียโภชนียานิ ตเถว ฐิตานิ ทิสฺวา, ‘‘กึ, อยฺยา, นาคมึสู’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘อานนฺทตฺเถโร เอกโกว อาคโต เทวา’’ติ สุตฺวา, ‘‘อทฺธา เอตฺตกํ เม ภตฺตจฺเฉทนมกํสู’’ติ ภิกฺขูนํ กุทฺโธ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘ภนฺเต, มยา ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ ภิกฺขา ปฏิยตฺตา, อานนฺทตฺเถโร กิร เอกโกวาคโต, ปฏิยตฺตา ภิกฺขา ตเถว ฐิตา, ปญฺจสตา ภิกฺขู มม เคเห สญฺญํ น กรึสุ, กึ นุ โข การณ’’นฺติ อาห. สตฺถา ภิกฺขูนํ โทสํ อวตฺวา, ‘‘มหาราช, มม สาวกานํ ตุเมฺหหิ สทฺธึ วิสฺสาโส นตฺถิ, เตน น คตา ภวิสฺสนฺตี’’ติ วตฺวา กุลานํ อนุปคมนการณญฺจ อุปคมนการณญฺจ ปกาเสนฺโต ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา อิมํ สุตฺตมาห –
‘‘นวหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคตํ กุลํ อนุปคนฺตฺวา วา นาลํ อุปคนฺตุํ, อุปคนฺตฺวา วา นาลํ อุปนิสีทิตุํ. กตเมหิ นวหิ? น มนาเปน ปจฺจุฏฺเฐนฺติ, น มนาเปน อภิวาเทนฺติ, น มนาเปน อาสนํ เทนฺติ, สนฺตมสฺส ปริคุหนฺติ, พหุกมฺปิ โถกํ เทนฺติ, ปณีตมฺปิ ลูขํ เทนฺติ, อสกฺกจฺจํ เทนฺติ โน สกฺกจฺจํ, น อุปนิสีทนฺติ ธมฺมสฺสวนาย, ภาสิตมสฺส น สุสฺสูสนฺติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, นวหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ กุลํ อนุปคนฺตฺวา วา นาลํ อุปคนฺตุํ, อุปคนฺตฺวา วา นาลํ อุปนิสีทิตุํ.
‘‘นวหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคตํ กุลํ อนุปคนฺตฺวา วา อลํ อุปคนฺตุํ, อุปคนฺตฺวา วา อลํ อุปนิสีทิตุํ. กตเมหิ นวหิ? มนาเปน ปจฺจุฏฺเฐนฺติ, มนาเปน อภิวาเทนฺติ, มนาเปน อาสนํ เทนฺติ, สนฺตมสฺส น ปริคุหนฺติ, พหุกมฺปิ พหุกํ เทนฺติ, ปณีตมฺปิ ปณีตํ เทนฺติ, สกฺกจฺจํ เทนฺติ โน อสกฺกจฺจํ, อุปนิสีทนฺติ ธมฺมสฺสวนาย, ภาสิตมสฺส สุสฺสูสนฺติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, นวหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ กุลํ อนุปคนฺตฺวา วา อลํ อุปคนฺตุํ, อุปคนฺตฺวา วา อลํ อุปนิสีทิตุ’’นฺติ (อ. นิ. ๙.๑๗).
อิติ โข, มหาราช, มม สาวกา ตุมฺหากํ สนฺติกา วิสฺสาสํ อลภนฺตา น คตา ภวิสฺสนฺตีติ. โปราณกปณฺฑิตาปิ หิ อวิสฺสาสิกฏฺฐาเน สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐิยมานาปิ มารณนฺติกํ เวทนํ ปตฺวา วิสฺสาสิกฏฺฐานเมว อคมึสูติ. ‘‘กทา, ภนฺเต’’ติ รญฺญา ปุฏฺโฐ อตีตํ อาหริ –
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต เกสโว นาม ราชา รชฺชํ ปหาย อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิ. ตํ ปญฺจ ปุริสสตานิ อนุปพฺพชึสุ. โส เกสวตาปโส นาม อโหสิ. ปสาธนกปฺปโก ปนสฺส อนุปพฺพชิตฺวา กปฺปโก นาม อนฺเตวาสิโก อโหสิ. เกสวตาปโส ปริสาย สทฺธึ อฏฺฐ มาเส หิมวนฺเต วสิตฺวา วสฺสารตฺตสมเย โลณมฺพิลเสวนตฺถาย พาราณสึ ปตฺวา ภิกฺขาย ปาวิสิ. อถ นํ ราชา ทิสฺวา ปสีทิตฺวา จตุมาสํ อตฺตโน สนฺติเก วสนตฺถาย ปฏิญฺญํ คเหตฺวา อุยฺยาเนว วสาเปนฺโต สยํ สายํปาตํ อสฺส อุปฏฺฐานํ คจฺฉติ. อวเสสา ตาปสา กติปาหํ วสิตฺวา หตฺถิสทฺทาทีหิ อุพฺพาฬฺหา หุตฺวา อุกฺกณฺฐิตฺวา, ‘‘อาจริย, อุกฺกณฺฐิตมฺหา, คจฺฉามา’’ติ อาหํสุ. ‘‘กหํ, ตาตา’’ติ? ‘‘หิมวนฺตํ, อาจริยา’’ติ. ราชา อมฺหากํ อาคตทิวเสเยว จตุมาสํ อิธ วสนตฺถาย ปฏิญฺญํ คณฺหิ. ‘‘กถํ คมิสฺสถ, ตาตา’’ติ? ‘‘ตุเมฺหหิ อมฺหากํ อนาจิกฺขิตฺวาว ปฏิญฺญา ทินฺนา, มยํ อิธ น สกฺโกม วสิตุํ, อิโต อวิทูเร ตุมฺหากํ ปวตฺติสฺสวนฏฺฐาเน วสิสฺสามา’’ติ วนฺทิตฺวา ปกฺกมึสุ. กปฺปนฺเตวาสิเกน สทฺธึ อาจริโย โอหียิ.
ราชา อุปฏฺฐานํ อาคโต, ‘‘กหํ, อยฺยา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘สพฺเพ อุกฺกณฺฐิตมฺหาติ วตฺวา หิมวนฺตํ คตา, มหาราชา’’ติ อาห. กปฺปโกปิ น จิรสฺเสว อุกฺกณฺฐิตฺวา อาจริเยน ปุนปฺปุนํ วาริยมาโนปิ ‘‘น สกฺโกมี’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ. อิตเรสํ ปน สนฺติกํ อคนฺตฺวา อาจริยสฺส ปวตฺตึ สุณนฺโต อวิทูเร ฐาเน วสิ. อปรภาเค อาจริยสฺส อนฺเตวาสิเก อนุสฺสรนฺตสฺส กุจฺฉิโรโค อุปฺปชฺชิ. ราชา เวชฺเชหิ ติกิจฺฉาเปสิ, โรโค น วูปสมฺมติ. ตาปโส อาห – ‘‘กึ, มหาราช, อิจฺฉสิ เม โรควูปสม’’นฺติ? ‘‘ภนฺเต, สจาหํ สกฺกุเณยฺยํ, อิทาเนว โว ผาสุกํ กเรยฺย’’นฺติ. ‘‘มหาราช, สเจ เม ผาสุกํ อิจฺฉสิ, มํ อนฺเตวาสิกานํ สนฺติกํ เปเสหี’’ติ. ราชา ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ ตํ มญฺจเก นิปชฺชาเปตฺวา นารทอมจฺจปฺปมุเข จตฺตาโร อมจฺเจ ‘‘มม อยฺยสฺส ปวตฺตึ ญตฺวา, มยฺหํ สาสนํ ปหิเณยฺยาถา’’ติ อุยฺโยเชสิ. กปฺปนฺเตวาสิโก อาจริยสฺส อาคมนํ สุตฺวา ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา อิตเร ‘‘กห’’นฺติ วุตฺเต, ‘‘อสุกฏฺฐาเน กิร วสนฺตี’’ติ อาห. เตปิ อาจริยสฺสาคมนภาวํ สุตฺวา ตตฺเถว สโมสริตฺวา อาจริยสฺส อุโณฺหทกํ ทตฺวา ผลาผลํ อทํสุ. ตํ ขณญฺเญว โรโค วูปสมฺมติ. โส กติปาเหเนว สุวณฺณวณฺโณ อโหสิ. อถ นํ นารโท ปุจฺฉิ –
‘‘มนุสฺสินฺทํ ชหิตฺวาน, สพฺพกามสมิทฺธินํ;
กถํ นุ ภควา เกสี, กปฺปสฺส รมติ อสฺสเม.
‘‘สาทูนิ รมณียานิ, สนฺติ วกฺขา มโนรมา;
สุภาสิตานิ กปฺปสฺส, นารท รมยนฺติ มํ.
‘‘สาลีนํ โอทนํ ภุญฺเช, สุจึ มํสูปเสจนํ;
กถํ สามากนีวารํ, อโลณํ ฉาทยนฺติ ตํ.
‘‘สาทุํ วา ยทิ วาสาทุํ, อปฺปํ วา ยทิ วา พหุํ;
วิสฺสตฺโถ ยตฺถ ภุญฺเชยฺย, วิสฺสาสปรมา รสา’’ติ. (ชา. ๑.๔.๑๘๑-๑๘๔);
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนนฺโต ‘‘ตทา ราชา โมคฺคลฺลาโน อโหสิ, นารโท สาริปุตฺโต, กปฺปนฺเตวาสิโก อานนฺโท, เกสวตาปโส อหเมวา’’ติ วตฺวา, ‘‘เอวํ, มหาราช, ปุพฺเพปิ ปณฺฑิตา มารณนฺติกํ เวทนํ ปตฺวา วิสฺสาสิกฏฺฐานํ คมึสุ, มม สาวกา ตุมฺหากํ สนฺติเก วิสฺสาสํ น ลภนฺติ มญฺเญ’’ติ อาห. ราชา ‘‘ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ มยา วิสฺสาสํ กาตุํ วฏฺฏติ, กถํ นุ โข กริสฺสามีติ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ญาติธีตรํ มม เคเห กาตุํ วฏฺฏติ, เอวํ สนฺเต ‘ทหรา จ สามเณรา จ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ญาติราชา’ติ มม สนฺติกํ วิสฺสตฺถา นิพทฺธํ อาคมิสฺสนฺตี’’ติ จินฺเตตฺวา – ‘‘เอกํ เม ธีตรํ เทนฺตู’’ติ สากิยานํ สนฺติกํ สาสนํ เปเสสิ. ‘‘กตรสฺส สกฺยสฺส ธีตา’’ติ จ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘ญตฺวา อาคจฺเฉยฺยาถา’’ติ วตฺวา ทูเต อาณาเปสิ. ทูตา คนฺตฺวา สากิเย ทาริกํ ยาจึสุ. เต สนฺนิปติตฺวา, ‘‘ปกฺขนฺตริโก ราชา, สเจ น ทสฺสาม, วินาเสสฺสติ โน, น โข ปน อเมฺหหิ กุเลน สทิโส, กึ นุ โข กาตพฺพ’’นฺติ มนฺตยึสุ. มหานาโม ‘‘มม ทาสิยา กุจฺฉิมฺหิ ชาตา วาสภขตฺติยา นาม ธีตา รูปโสภคฺคปฺปตฺตา อตฺถิ, ตํ ทสฺสามา’’ติ วตฺวา ทูเต อาห – ‘‘สาธุ, รญฺโญ ทาริกํ ทสฺสามา’’ติ. ‘‘สา กสฺส, ธีตา’’ติ? ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส จูฬปิตุปุตฺตสฺส มหานามสฺส สกฺกสฺส ธีตา วาสภขตฺติยา นามา’’ติ.
เต คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรจยึสุ. ราชา ‘‘ยทิ เอวํ, สาธุ, สีฆํ อาเนถ, ขตฺติยา จ นาม พหุมายา, ทาสิธีตรมฺปิ ปหิเณยฺยุํ, ปิตรา สทฺธึ เอกภาชเน ภุญฺชนฺตึ อาเนยฺยาถา’’ติ เปเสสิ. เต คนฺตฺวา, ‘‘เทว, ตุเมฺหหิ สทฺธึ เอกโต ภุญฺชนฺตึ ราชา อิจฺฉตี’’ติ อาหํสุ. มหานาโม ‘‘สาธุ, ตาตา’’ติ ตํ อลงฺการาเปตฺวา อตฺตโน โภชนกาเล ปกฺโกสาเปตฺวา ตาย สทฺธึ เอกโต ภุญฺชนาการํ ทสฺเสตฺวา ทูตานํ นิยฺยาเทสิ. เต ตํ อาทาย สาวตฺถึ คนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา ตุฏฺฐมานโส ตํ ปญฺจนฺนํ อิตฺถิสตานํ เชฏฺฐิกํ กตฺวา อคฺคมเหสิฏฺฐาเน อภิสิญฺจิ. สา น จิรสฺเสว สุวณฺณวณฺณํ ปุตฺตํ วิชายิ.
อถสฺส นามคฺคหณทิวเส ราชา ทารกสฺส อยฺยกสฺส สนฺติกํ เปเสสิ ‘‘สกฺยราชธีตา วาสภขตฺติยา ปุตฺตํ วิชาตา, กิมสฺส นามํ กโรมา’’ติ? ตํ ปน สาสนํ คเหตฺวา คโต อมจฺโจ โถกํ พธิรธาตุโก, โส คนฺตฺวา รญฺโญ อยฺยกสฺส อาโรเจสิ, โส ตํ สุตฺวา ‘‘วาสภขตฺติยา ปุตฺตํ อวิชายิตฺวาปิ สพฺพชนํ อภิภวิ, อิทานิ ปน รญฺโญ อติวิย วลฺลภา ภวิสฺสตี’’ติ อาห. พธิโร อมจฺโจ ‘‘วลฺลภา’’ติ วจนํ ทุสฺสุตํ สุตฺวา ‘‘วิฏฏูโภ’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา ราชานํ อุปคนฺตฺวา, ‘‘เทว, กุมารสฺส กิร ‘วิฏฏูโภ’ติ นามํ กโรถา’’ติ อาห. ราชา ‘‘โปราณกํ โน กุลสนฺตกํ นามํ ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา ตํ นามํ อกาสิ. อถสฺส ทหรกาเลเยว ราชา ‘‘สตฺถุ ปิยํ กโรมี’’ติ เสนาปติฏฺฐานํ อทาสิ.
โส กุมารปริหาเรน วฑฺฒนฺโต สตฺตวสฺสิกกาเล อญฺเญสํ กุมารานํ มาตามหกุลโต หตฺถิรูปกอสฺสรูปกาทีนิ อาหริยมานานิ ทิสฺวา มาตรํ ปุจฺฉิ – ‘‘อมฺม, อญฺเญสํ มาตามหกุลโต ปณฺณากาโร อาหรียติ, มยฺหํ โกจิ กิญฺจิ น เปเสสิ, กึ ตฺวํ นิมาตา นิปิตา’’ติ? อถ นํ สา, ‘‘ตาต, ตว สกฺยราชาโน มาตามหา ทูเร ปน วสนฺติ, เตน เต กิญฺจิ น เปเสนฺตี’’ติ วญฺเจสิ. โสฬสวสฺสิกกาเล, ‘‘อมฺม, ตว มาตามหกุลํ ปสฺสิตุกาโมมฺหี’’ติ วตฺวา, ‘‘อลํ, ตาต, กึ ตตฺถ คนฺตฺวา กริสฺสตี’’ติ วาริยมาโนปิ ปุนปฺปุนํ ยาจิ. อถสฺส มาตา ‘‘เตน หิ คจฺฉา’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. โส ปิตุ อาโรเจตฺวา มหนฺเตน ปริวาเรน นิกฺขมิ. วาสภขตฺติยา ปุเรตรํ ปณฺณํ เปเสสิ – ‘‘อหํ อิธ สุขํ วสามิ, มาสฺส กิญฺจิ สามิโน อนฺตรํ ทสฺสยึสู’’ติ. สากิยา วิฏฏูภสฺส อาคมนํ ญตฺวา, ‘‘วนฺทิตุํ น สกฺโกมา’’ติ ตสฺส ทหรทหเร กุมาเร ชนปทํ ปหิณิตฺวา ตสฺมึ กปิลปุรํ สมฺปตฺเต สนฺถาคาเร สนฺนิปตึสุ. กุมาโร ตตฺถ คนฺตฺวา อฏฺฐาสิ.
อถ นํ ‘‘อยํ เต, ตาต, มาตามโห, อยํ มาตุโล’’ติ วตฺวา วนฺทาเปสุํ. โส สพฺเพ วนฺทมาโน วิจริตฺวา เอกมฺปิ อตฺตานํ วนฺทนฺตํ อทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข มํ วนฺทนฺตา นตฺถี’’ติ ปุจฺฉิ. สากิยา, ‘‘ตาต, เต กนิฏฺฐกุมารา ชนปทํ คตา’’ติ วตฺวา ตสฺส มหนฺตํ สกฺการํ กรึสุ. โส กติปาหํ วสิตฺวา มหนฺเตน ปริวาเรน นิกฺขมิ. อเถกา ทาสี สนฺถาคาเร เตน นิสินฺนผลกํ ‘‘อิทํ วาสภขตฺติยาย ทาสิยา ปุตฺตสฺส นิสินฺนผลก’’นฺติ อกฺโกสิตฺวา ปริภาสิตฺวา ขีโรทเกน โธวิ. เอโก ปุริโส อตฺตโน อาวุธํ ปมุสฺสิตฺวา นิวตฺโต ตํ คณฺหนฺโต วิฏฏูภกุมารสฺส อกฺโกสนสทฺทํ สุตฺวา ตํ การณํ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘วาสภขตฺติยา ทาสิยา กุจฺฉิมฺหิ มหานามสกฺกํ ปฏิจฺจ ชาตา’’ติ ญตฺวา พลกายสฺส กเถสิ. ‘‘วาสภขตฺติยา กิร ทาสิธีตา’’ติ มหาโกลาหลํ อโหสิ. ตํ สุตฺวา วิฏฏูโภ ‘‘เอเต ตาว มม นิสินฺนผลกํ ขีโรทเกน โธวนฺตุ, อหํ ปน รชฺเช ปติฏฺฐิตกาเล เอเตสํ คลโลหิตํ คเหตฺวา มม นิสินฺนผลกํ โธวิสฺสามี’’ติ จิตฺตํ ปฏฺฐเปสิ. ตสฺมึ สาวตฺถึ คเต อมจฺจา ตํ ปวตฺตึ รญฺโญ อาโรจยึสุ. ราชา ‘‘มยฺหํ ทาสิธีตรํ อทํสู’’ติ สากิยานํ กุชฺฌิตฺวา วาสภขตฺติยาย จ ปุตฺตสฺส จ ทินฺนปริหารํ อจฺฉินฺทิตฺวา ทาสทาสีหิ ลทฺธพฺพมตฺตเมว ทาเปสิ.
ตโต กติปาหจฺจเยน สตฺถา ราชนิเวสนํ คนฺตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิ. ราชา อาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ กิร ญาตเกหิ ทาสิธีตา มยฺหํ ทินฺนา, เตนสฺสา อหํ สปุตฺตาย ปริหารํ อจฺฉินฺทิตฺวา ทาสทาสีหิ ลทฺธพฺพมตฺตเมว ทาเปสิ’’นฺติ อาห. สตฺถา ‘‘อยุตฺตํ, มหาราช, สากิเยหิ กตํ, ททนฺเตหิ นาม สมานชาติกา ทาตพฺพา อสฺส, ตํ ปน, มหาราช, วทามิ, วาสภขตฺติยา ขตฺติยราชธีตา ขตฺติยรญฺโญ เคเห อภิเสกํ ลภิ. วิฏฏูโภปิ ขตฺติยราชานเมว ปฏิจฺจ ชาโต, มาตุโคตฺตํ นาม กึ กริสฺสติ, ปิตุโคตฺตเมว ปมาณนฺติ. โปราณกปณฺฑิตา ทลิทฺทิตฺถิยา กฏฺฐหาริกาย อคฺคมเหสิฏฺฐานํ อทํสุ, ตสฺสา จ กุจฺฉิมฺหิ ชาตกุมาโร ทฺวาทสโยชนิกาย พาราณสิยา รชฺชํ ปตฺวา กฏฺฐวาหนราชา นาม ชาโต’’ติ กฏฺฐหาริชาตกํ (ชา. ๑.๑.๗) กเถสิ. ราชา ธมฺมกถํ สุตฺวา ‘‘ปิตุโคตฺตเมว กิร ปมาณ’’นฺติ ตุสฺสิตฺวา วาสภขตฺติยาย จ ปุตฺตสฺส จ ปกติปริหารเมว ทาเปสิ.
พนฺธุลเสนาปติสฺสปิ โข กุสินารายํ มลฺลราชธีตา มลฺลิกา นาม ภริยา ทีฆรตฺตํ ปุตฺตํ น วิชายิ. อถ นํ พนฺธุโล ‘‘อตฺตโน กุลฆรเมว คจฺฉา’’ติ อุยฺโยเชสิ. สา ‘‘สตฺถารํ ทิสฺวาว คมิสฺสามี’’ติ เชตวนํ ปวิสิตฺวา ตถาคตํ วนฺทิตฺวา ฐิตา, ‘‘กหํ คจฺฉสี’’ติ วุตฺตา ‘‘สามิโก มํ ภนฺเต, กุลฆรํ เปเสตี’’ อาห. ‘‘กึ การณา’’ติ? ‘‘วญฺฌา กิรสฺมิ อปุตฺติกา’’ติ. ‘‘ยทิ เอวํ, คมนกิจฺจํ นตฺถิ, นิวตฺตสฺสู’’ติ. สา ตุฏฺฐมานสา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา นิเวสนํ คนฺตฺวา ‘‘กสฺมา นิวตฺตาสี’’ติ วุตฺตา ‘‘ทสพเลน นิวตฺติตามฺหี’’ติ อาห พนฺธุโล ‘‘ทิฏฺฐํ ภวิสฺสติ ทีฆทสฺสินา การณ’’นฺติ สมฺปฏิจฺฉิ. สา น จิรสฺเสว คพฺภํ ปฏิลภิตฺวา อุปฺปนฺนทาหฬา ‘‘โทหโฬ เม อุปฺปนฺโน’’ติ อาโรเจสิ. ‘‘กึ โทหโฬ’’ติ? ‘‘เวสาลินคเร คณราชกุลานํ อภิเสกมงฺคลโปกฺขรณิยํ โอตริตฺวา นฺหตฺวา ปานียํ ปาตุกามามฺหิ, สามี’’ติ. พนฺธุโล ‘‘สาธู’’ติ วตฺวา สหสฺสถามธนุํ คเหตฺวา ตํ รถํ อาโรเปตฺวา สาวตฺถิโต นิกฺขมิตฺวา รถํ ปาเชนฺโต มหาลิลิจฺฉวิโน ทินฺนทฺวาเรน เวสาลึ ปาวิสิ. มหาลิลิจฺฉวิโน จ ทฺวารสมีเป เอว นิเวสนํ โหติ. โส รถสฺส อุมฺมาเร ปนิฆาตสทฺทํ สุตฺวาว ‘‘พนฺธุลสฺส รถสทฺโท เอโส, อชฺช ลิจฺฉวีนํ ภยํ อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ อาห.
โปกฺขรณิยา อนฺโต จ พหิ จ อารกฺขา พลวตี, อุปริ โลหชาลํ ปตฺถฏํ, สกุณานมฺปิ โอกาโส นตฺถิ. พนฺธุลเสนาปติ ปน รถา โอตริตฺวา อารกฺขเก มนุสฺเส เวตฺเตน ปหรนฺโต ปลาเปตฺวา โลหชาลํ ฉินฺทิตฺวา อนฺโตโปกฺขรณียํ ภริยํ นฺหาเปตฺวา สยมฺปิ นฺหตฺวา ปุน ตํ รถํ อาโรเปตฺวา นครา นิกฺขมิตฺวา อาคตมคฺเคเนว ปายาสิ. เต อารกฺขมนุสฺสา ลิจฺฉวิราชูนํ อาโรเจสุํ. ลิจฺฉวิราชาโน กุชฺฌิตฺวา ปญฺจ รถสตานิ อารุยฺห ‘‘พนฺธุลมลฺลํ คณฺหิสฺสามา’’ติ นิกฺขมึสุ. ตํ ปวตฺตึ มหาลิสฺส อาโรเจสุํ. มหาลิ, ‘‘มา คมิตฺถ, โส หิ โว สพฺเพ โฆเตสฺสตี’’ติ อาห. เตปิ ‘‘มยํ คมิสฺสาม เอวา’’ติ วทึสุ. ‘‘เตน หิ ตสฺส รถจกฺกสฺส ยาว นาภิโต ปถวึ ปวิฏฺฐฏฺฐานํ ทิสฺวา นิวตฺเตยฺยาถ, ตโต อนิวตฺตนฺตา ปุรโต อสนิสทฺทํ วิย สุณิสฺสถ, ตมฺหา ฐานา นิวตฺเตยฺยาถ. ตโต อนิวตฺตนฺตา ตุมฺหากํ รถธุเรสุ ฉิทฺทํ ปสฺสิสฺสถ, ตมฺหา ฐานา นิวตฺเตยฺยาถ, ปุรโต มา คมิตฺถา’’ติ. เต ตสฺส วจเนน อนิวตฺติตฺวา ตํ อนุพนฺธึสุ เอว. มลฺลิกา ทิสฺวา, ‘‘รถา, สามิ, ปญฺญายนฺตี’’ติ อาห. ‘‘เตน หิ เอกสฺเสว รถสฺส ปญฺญายนกาเล มํ อาโรเจยฺยาสี’’ติ. สา ยทา สพฺเพ รถา เอโก วิย หุตฺวา ปญฺญายึสุ, ตทา ‘‘เอกเมว, สามิ, รถสีสํ ปญฺญายตี’’ติ อาห. พนฺธุโล ‘‘เตน หิ อิมา รสฺมิโย คณฺหาหี’’ติ ตสฺสา รสฺมิโย ทตฺวา รเถ ฐิโตว ธนุํ อาโรเปสิ, รถจกฺกํ ยาว นาภิโต ปถวึ ปาวิสิ.
ลิจฺฉวิโน ตํ ฐานํ ทิสฺวาปิ น นิวตฺตึสุ. อิตโร โถกํ คนฺตฺวา ชิยํ โปเถสิ, อสนิสทฺโท วิย อโหสิ. เต ตโตปิ น นิวตฺตึสุ, อนุพนฺธนฺตา คจฺฉนฺเตว. พนฺธุโล รเถ ฐิตโกว เอกสรํ ขิปิ, โส ปญฺจนฺนํ รถสตานํ รถสีเส ฉิทฺทํ กตฺวา ปญฺจ ราชสตานิ ปริกรพนฺธนฏฺฐาเน วินิวิชฺฌิตฺวา ปถวึ ปาวิสิ. เต อตฺตโน ปวิทฺธภาวํ อชานิตฺวา, ‘‘ติฏฺฐ, เร, ติฏฺฐ, เร’’ติ วทนฺตา อนุพนฺธึสุ เอว. พนฺธุโล รถํ ฐเปตฺวา ‘‘ตุเมฺห มตกา, มตเกหิ สทฺธึ มยฺหํ ยุทฺธํ นาม นตฺถี’’ติ อาห. ‘‘มตกา นาม อมฺหาทิสา น โหนฺตี’’ติ. ‘‘เตน หิ สพฺพปจฺฉิมสฺส ปริกรํ โมเจถา’’ติ. เต โมจยึสุ. โส มุตฺตมตฺเต เอว มริตฺวา ปติโต. อถ เต สพฺเพปิ ‘‘ตุเมฺห เอวรูปา, อตฺตโน ฆรานิ คนฺตฺวา สํวิธาตพฺพํ สํวิทหิตฺวา ปุตฺตทารํ อนุสาสิตฺวา สนฺนาหํ โมเจถา’’ติ อาห. เต ตถา กตฺวา สพฺเพปิ ชีวิตกฺขยํ ปตฺตา. พนฺธุโลปิ มลฺลิกํ สาวตฺถึ อาเนสิ. สา โสฬสกฺขตฺตุํ ยมเก ยมเก ปุตฺเต วิชายิ. สพฺเพปิ สูรา ถามสมฺปนฺนา อเหสุํ, สพฺพสิปฺปานํ นิปฺผตฺตึ ปาปุณึสุ. เอเกกสฺส ปุริสสหสฺสํ ปริวาโร อโหสิ. ปิตรา สทฺธึ ราชนิเวสนํ คจฺฉนฺเตหิ เตเหว ราชงฺคณํ ปริปูริ.
อเถกทิวสํ วินิจฺฉเย กูฏฏฺฏปราชิตา มนุสฺสา พนฺธุลํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา มหาวิรวํ วิรวนฺตา วินิจฺฉยอมจฺจานํ กูฏฏฺฏกรณํ ตสฺส อาโรเจสุํ. โส วินิจฺฉยํ คนฺตฺวา ตํ อฏฺฏํ วิจาเรตฺวา สามิกเมว สามิกํ อกาสิ. มหาชโน มหาสทฺเทน สาธุการํ ปวตฺเตติ. ราชา ‘‘กึ อิท’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ตมตฺถํ สุตฺวา ตุสฺสิตฺวา สพฺเพปิ เต อมจฺเจ หาเรตฺวา พนฺธุลสฺเสว วินิจฺฉยํ นิยฺยาเทสิ. โส ตโต ปฏฺฐาย สมฺมา วินิจฺฉยิ. ตโต เต โปราณกวินิจฺฉยิกา อมจฺจา กิญฺจิ ลญฺชํ อลภนฺตา อปฺปลาภา หุตฺวา ‘‘พนฺธุโล รชฺชํ ปตฺเถตี’’ติ ราชกุเล ปริภินฺทึสุ. ราชา เตสํ กถํ สทฺทหิตฺวา จิตฺตํ นิคฺคเหตุํ นาสกฺขิ. ‘‘อิมสฺมึ อิเธว ฆาติยมาเน ครหา เม อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ ปุน จินฺเตตฺวา ปยุตฺตปุริเสหิ ปจฺจนฺตํ ปหาราเปตฺวา พนฺธุลํ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘ปจฺจนฺโต กิร กุปิโต, ตว ปุตฺเตหิ สทฺธึ คนฺตฺวา, โจเร คณฺหาหี’’ติ ปหิณิตฺวา, ‘‘เอตฺเถวสฺส ทฺวตฺตึสาย ปุตฺเตหิ สทฺธึ สีสํ ฉินฺทิตฺวา อาหรถา’’ติ เตหิ สทฺธึ อญฺเญปิ สมตฺเถ มหาโยเธ เปเสสิ. ตสฺมึ ปจฺจนฺตํ คจฺฉนฺเตเยว ‘‘เสนาปติ กิร อาคจฺฉตี’’ติ ปยุตฺตโจรา ปลายึสุ. โส ตํ ปเทสํ อาวาสาเปตฺวา สณฺฐาเปตฺวา นิวตฺติ.
อถสฺส นครโต อวิทูเร ฐาเน เต โยธา ปุตฺเตหิ สทฺธึ สีสํ ฉินฺทึสุ. ตํ ทิวสํ มลฺลิกาย ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ เทฺว อคฺคสาวกา นิมนฺติตา โหนฺติ. อถสฺสา ปุพฺพเณฺห เอว ‘‘สามิกสฺส เต สทฺธึ ปุตฺเตหิ สีสํ ฉินฺน’’นฺติ ปณฺณํ อาหริตฺวา อทํสุ. สา ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา กสฺสจิ กิญฺจิ อวตฺวา ปณฺณํ อุจฺฉงฺเค ฐเปตฺวา ภิกฺขุสงฺฆเมว ปริวิสิ. อถสฺสา ปริจาริกาโย ภิกฺขูนํ ภตฺตํ ทตฺวา สปฺปิจาฏึ อาหรนฺติโย เถรานํ ปุรโต สปฺปิจาฏึ ภินฺทึสุ. ธมฺมเสนาปติ ‘‘เภทนธมฺมํ ภินฺนํ, น จินฺติตพฺพ’’นฺติ อาห. สา อุจฺฉงฺคโต ปณฺณํ นีหริตฺวา ‘‘ทฺวตฺตึสาย ปุตฺเตหิ สทฺธึ ปิตุสีสํ ฉินฺนนฺติ เม อิมํ ปณฺณํ อาหรึสุ, อหํ อิทํ สุตฺวาปิ น จินฺเตมิ, สปฺปิจาฏิยา ภินฺนาย กึ จินฺตยิสฺสามิ, ภนฺเต’’ติ อาห. ธมฺมเสนาปติ ‘‘อนิมิตฺตมนญฺญาตํ, มจฺจานํ อิธ ชีวิต’’นฺติอาทีนิ (สุ. นิ. ๕๗๙) วตฺวา ธมฺมํ เทเสตฺวา อุฏฺฐายาสนา วิหารํ อคมาสิ. สาปิ ทฺวตฺตึส สุณิสาโย ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘ตุมฺหากํ สามิกา นิรปราธา อตฺตโน ปุริมกมฺมผลํ ลภึสุ, ตุเมฺห มา โสจยิตฺถ, มา ปริเทวิตฺถ, รญฺโญ อุปริ มโนปโทสํ มา กริตฺถา’’ติ โอวทิ.
รญฺโญ จรปุริสา ตํ กถํ สุตฺวา คนฺตฺวา เตสํ นิทฺโทสภาวํ รญฺโญ กถยึสุ. ราชา สํเวคปฺปตฺโต ตสฺสา นิเวสนํ คนฺตฺวา มลฺลิกญฺจ สุณิสาโย จสฺสา ขมาเปตฺวา มลฺลิกาย วรํ อทาสิ. สา ‘‘วโร คหิโต เม โหตู’’ติ วตฺวา ตสฺมึ คเต มตกภตฺตํ ทตฺวา นฺหตฺวา ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา, ‘‘เทว, ตุเมฺหหิ มยฺหํ วโร ทินฺโน, มยฺหญฺจ อญฺเญน อตฺโถ นตฺถิ, ทฺวตฺตึสาย เม สุณิสานํ มมญฺจ กุลฆรคมนํ อนุชานาถา’’ติ อาห. ราชา สมฺปฏิจฺฉิ. สา ทฺวตฺตึส สุณิสาโย ยถาสกานิ กุลานิ เปเสสิ, สยมฺปิ กุสินารานคเร อตฺตโน กุลฆรํ อคมาสิ.
ราชาปิ พนฺธุลเสนาปติโน ภาคิเนยฺยสฺส ทีฆการายนสฺส นาม เสนาปติฏฺฐานํ อทาสิ. โส ปน ‘‘มาตุโล เม อิมินา มาริโต’’ติ รญฺโญ โอตารํ คเวสนฺโต วิจรติ. ราชาปิ นิรปราธสฺส พนฺธุลสฺส มาริตกาลโต ปฏฺฐาย วิปฺปฏิสารี หุตฺวา จิตฺตสฺสาทํ น ลภติ, รชฺชสุขํ นานุโภติ. ตทา สตฺถา สกฺยานํ เมทาฬุปํ นาม นิคมํ อุปนิสฺสาย วิหรติ. ราชา ตตฺถ คนฺตฺวา อารามโต อวิทูเร ขนฺธาวารํ นิวาเสตฺวา, ‘‘มนฺเทน ปริวาเรน สตฺถารํ วนฺทิสฺสามี’’ติ วิหารํ คนฺตฺวา ปญฺจราชากกุธภณฺฑานิ ทีฆการายนสฺส ทตฺวา เอกโกว คนฺธกุฏึ ปาวิสิ. สพฺพํ ธมฺมเจติยสุตฺตนิยาเมน (ม. นิ. ๒.๓๖๔ อาทโย) ทีเปตพฺพํ. ตสฺมึ คนฺธกุฏึ ปวิฏฺเฐ ทีฆการายโน ตานิ ปญฺจ ราชกกุธภณฺฑานิ คเหตฺวา วิฏฏูภํ ราชานํ กตฺวา รญฺโญ เอกํ อสฺสํ เอกญฺจ อุปฏฺฐานการิกํ มาตุคามํ ฐเปตฺวา นิวตฺเตตฺวา สาวตฺถึ อคมาสิ.
ราชา สตฺถารา สทฺธึ ปิยกถํ กเถตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา นิกฺขนฺโต เสนํ อทิสฺวา ตํ มาตุคามํ ปุจฺฉิตฺวา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา, ‘‘อหํ ภาคิเนยฺยํ อาทาย คนฺตฺวา, วิฏฏูภํ คเหสฺสามี’’ติ ราชคหนครํ คจฺฉนฺโต วิกาเล ทฺวาเรสุ ปิทหิเตสุ นครํ ปตฺวา เอกิสฺสา สาลาย นิปชฺชิตฺวา วาตาตเปหิ กิลนฺโต รตฺติภาเค ตตฺเถว กาลมกาสิ. วิภาตาย รตฺติยา, ‘‘เทว, โกสลนรินฺท อนาโถ ชาโตสี’’ติ วิปฺปลปนฺติยา ตสฺสา อิตฺถิยา สทฺทํ สุตฺวา รญฺโญ อาโรเจสุํ. โส มาตุลสฺส มหนฺเตน สกฺกาเรน สรีรกิจฺจํ กาเรสิ.
วิฏฏูโภปิ รชฺชํ ลภิตฺวา ตํ เวรํ สริตฺวา ‘‘สพฺเพปิ สากิเย มาเรสฺสามี’’ติ มหติยา เสนาย นิกฺขมิ. ตํ ทิวสํ สตฺถา ปจฺจูสกาเล โลกํ โวโลเกนฺโต ญาติสงฺฆสฺส วินาสํ ทิสฺวา, ‘‘ญาติสงฺคหํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา ปุพฺพณฺหสมเย ปิณฺฑาย จริตฺวา, ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต คนฺธกุฏิยํ สีหเสยฺยํ กปฺเปตฺวา, สายนฺหสมเย อากาเสน คนฺตฺวา, กปิลวตฺถุสามนฺเต เอกสฺมึ กพรจฺฉาเย รุกฺขมูเล นิสีทิ. ตโต วิฏฏูภสฺส รชฺชสีมาย มหนฺโต สนฺทจฺฉาโย นิโคฺรโธ อตฺถิ. วิฏฏูโภ สตฺถารํ ทิสฺวา อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, กึ การณา เอวรูปาย อุณฺหเวลาย อิมสฺมึ กพรจฺฉาเย รุกฺขมูเล นิสีทถ, เอตสฺมึ สนฺทจฺฉาเย นิโคฺรธมูเล นิสีทถ, ภนฺเต’’ติ วตฺวา, ‘‘โหตุ, มหาราช, ญาตกานํ ฉายา นาม สีตลา’’ติ วุตฺเต, ‘‘ญาตกานุรกฺขนตฺถาย สตฺถา อาคโต ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา นิวตฺติตฺวา สาวตฺถึเยว ปจฺจาคมิ. สตฺถาปิ อุปฺปติตฺวา เชตวนเมว คโต.
ราชา สากิยานํ โทสํ สริตฺวา ทุติยมฺปิ นิกฺขมิตฺวา ตเถว สตฺถารํ ปสฺสิตฺวา ปุน นิวตฺติ. ตติยวาเรปิ นิกฺขมิตฺวา ตเถว สตฺถารํ ปสฺสิตฺวา ปุน นิวตฺติ. จตุตฺถวาเร ปน ตสฺมึ นิกฺขนฺเต สตฺถา สากิยานํ ปุพฺพกมฺมํ โอโลเกตฺวา เตสํ เอกทิวสํ นทิยํ วิสปกฺขิปนปาปกมฺมสฺส อปฺปฏิพาหิยภาวํ ญตฺวา จตุตฺถวาเร นาคมาสิ. วิฏฏูโภ ‘‘สากิเย ฆาเตสฺสามี’’ติ มหนฺเตน พลกาเยน นิกฺขมิ. สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปน ญาตกา อสตฺตฆาตกา นาม, อตฺตนา มรนฺตาปิ ปเรสํ ชีวิตํ น โวโรเปนฺติ. เต จินฺตยึสุ – ‘‘มยํ สุสิกฺขิตา กตหตฺถา กตูปาสนา มหิสฺสาสา, น โข ปน สกฺกา อเมฺหหิ ปรํ ชีวิตา โวโรเปตุํ, อตฺตโน กมฺมํ ทสฺเสตฺวา ปลาเปสฺสามา’’ติ เต กตสนฺนาหา นิกฺขมิตฺวา ยุทฺธํ อารภึสุ. เตหิ ขิตฺตา สรา วิฏฏูภสฺส ปุริสานํ อนฺตรนฺตเรน คจฺฉนฺติ, ผลกนฺตรกณฺณฉิทฺทนฺตราทีหิ นิกฺขมนฺติ. วิฏฏูโภ ทิสฺวา นนุ ภเณ ‘‘สากิยา อสตฺตฆาตกามฺหา’’ติ วทนฺติ, อถ จ ปน เม ปุริเส นาเสนฺตีติ.
อถ นํ เอโก ปุริโส อาห – ‘‘กึ สามิ, นิวตฺติตฺวา โอโลเกสี’’ติ? ‘‘สากิยา เม ปุริเส นาเสนฺตี’’ติ. ‘‘ตุมฺหากํ โกจิ ปุริโส มโต นาม นตฺถิ. อิงฺฆ เต คณาเปถา’’ติ. คณาเปนฺโต เอกสฺสปิ ขยํ น ปสฺสิ. โส ตโต นิวตฺติตฺวา ‘‘เย เย ปน ภเณ ‘สากิยมฺหา’ติ ภณนฺติ, สพฺเพ มาเรถ, มาตามหสฺส ปน มหานามสกฺกสฺส สนฺติเก ฐิตานํ ชีวิตํ เทถา’’ติ อาห. สากิยา คเหตพฺพคหณํ อปสฺสนฺตา เอกจฺเจ ติณํ ฑํสิตฺวา, เอกจฺเจ นฬํ คเหตฺวา อฏฺฐํสุ. ‘‘ตุเมฺห สากิยา, โน’’ติ ปุจฺฉิตา ยสฺมา เต มรนฺตาปิ มุสาวาทํ น ภณนฺติ, ตสฺมา ติณํ ฑํสิตฺวา ฐิตา ‘‘โน สาโก, ติณ’’นฺติ วทนฺติ. นฬํ คเหตฺวา ฐิตา ‘‘โน สาโก, นโฬ’’ติ วทนฺติ. เย จ มหานามสฺส สนฺติเก ฐิตา, เต จ ชีวิตํ ลภึสุ. เตสุ ติณํ ฑํสิตฺวา ฐิตา ติณสากิยา นาม, นฬํ คเหตฺวา ฐิตา นฬสากิยา นาม ชาตาติ, วิฏฏูโภ อวเสเส ขีรปเกปิ ทารเก อวิสฺสชฺเชตฺวา ฆาตาเปนฺโต โลหิตนทึ ปวตฺเตตฺวา เตสํ คลโลหิเตน ผลกํ โธวาเปสิ. เอวํ สากิยวํโส วิฏฏูเภน อุปจฺฉินฺโน.
โส มหานามสกฺกํ คาหาเปตฺวา นิวตฺโต ‘‘ปาตราสเวลาย ปาตราสํ กริสฺสามี’’ติ เอกสฺมึ ฐาเน โอตริตฺวา โภชเน อุปนีเต ‘‘เอกโตว ภุญฺชิสฺสามา’’ติ อยฺยกํ ปกฺโกสาเปสิ. ขตฺติยา ปน ชีวิตํ จชนฺตาปิ ทาสิปุตฺเตหิ สทฺธึ น ภุญฺชนฺติ. ตสฺมา มหานาโม เอกํ สรํ โอโลเกตฺวา ‘‘กิลิฏฺฐคตฺโตมฺหิ, นฺหายิสฺสามิ, ตาตา’’ติ อาห. ‘‘สาธุ, อยฺยก, นฺหายถา’’ติ. โส ‘‘อยํ มํ เอกโต อภุญฺชนฺตํ ฆาเตสฺสติ, สยเมว เม มตํ เสยฺโย’’ติ เกเส มุญฺจิตฺวา อคฺเค คณฺฐึ กตฺวา เกเสสุ ปาทงฺคุฏฺฐเก ปเวเสตฺวา อุทเก นิมุชฺชิ. ตสฺส คุณเตเชน นาคภวนํ อุณฺหาการํ ทสฺเสสิ. นาคราชา ‘‘กึ นุ โข’’ติ อุปธาเรนฺโต ตํ ญตฺวา ตสฺส สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ตํ อตฺตโน ผเณ นิสีทาเปตฺวา นาคภวนํ ปเวเสสิ. โส ทฺวาทสฺส วสฺสานิ ตตฺเถว วสิ. วิฏฏูโภปิ ‘‘มยฺหํ อยฺยโก อิทานิ อาคมิสฺสติ, อิทานิ อาคมิสฺสตี’’ติ อาคมยมาโนว นิสีทิ. ตสฺมึ อติจิรายนฺเต สรํ วิจินาเปตฺวา ทีปาโลเกน ปุริสพฺภนฺตรานิปิ โอโลเกตฺวา อทิสฺวา ‘‘คโต ภวิสฺสตี’’ติ ปกฺกามิ. โส รตฺติภาเค อจิรวตึ ปตฺวา ขนฺธาวารํ นิวาเสสิ. เอกจฺเจ อนฺโตนทิยํ วาลุกาปุลิเน นิปชฺชึสุ, เอกจฺเจ พหิถเล, อนฺโตนิปนฺเนสุปิ ปุพฺเพ อกตปาปกมฺมา อตฺถิ, พหินิปนฺเนสุปิ ปุพฺเพ กตปาปกมฺมา อตฺถิ, เตสํ นิปนฺนฏฺฐาเนสุ กิปิลฺลิกา อุฏฺฐหึสุ. เต ‘‘มยฺหํ นิปนฺนฏฺฐาเน กิปิลฺลิกา, มยฺหํ นิปนฺนฏฺฐาเน กิปิลฺลิกา’’ติ อุฏฺฐหิตฺวา อกตปาปกมฺมา อุตฺตริตฺวา ถเล นิปชฺชึสุ, กตปาปกมฺมา โอตริตฺวา วาลุกาปุลิเน นิปชฺชึสุ. ตสฺมึ ขเณ มหาเมโฆ อุฏฺฐหิตฺวา ฆนวสฺสํ วสฺสิ. นทิยา โอโฆ อาคนฺตฺวา วิฏฏูภํ สทฺธึ ปริสาย สมุทฺทเมว ปาเปสิ. สพฺเพ ตตฺถ มจฺฉกจฺฉปภกฺขา อเหสุํ.
มหาชโน กถํ สมุฏฺฐาเปสิ ‘‘สากิยานํ มรณํ อยุตฺตํ, ‘เอวํ นาม โกฏฺเฏตฺวา โกฏฺเฏตฺวา สากิยา มาเรตพฺพา’ติ อนนุจฺฉวิกเมต’’นฺติ. สตฺถา ตํ กถํ สุตฺวา, ‘‘ภิกฺขเว, อิมสฺมึ อตฺตภาเว กิญฺจาปิ สากิยานํ เอวํ มรณํ อยุตฺตํ, ปุพฺเพ กตปาปกมฺมวเสน ปน ยุตฺตเมเวเตหิ ลทฺธ’’นฺติ อาห. ‘‘กึ ปน, ภนฺเต, เอเต ปุพฺเพ อกํสู’’ติ? สพฺเพ เอกโต หุตฺวา นทิยํ วิสํ ปกฺขิปึสูติ. ปุเนกทิวสํ ธมฺมสภายํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘วิฏฏูโภ เอตฺตเก สากิเย มาเรตฺวา อาคจฺฉนฺโต อตฺตโน มโนรเถ มตฺถกํ อปฺปตฺเตเยว เอตฺตกํ ชนํ อาทาย มหาสมุทฺเท มจฺฉกจฺฉปภกฺโข ชาโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘อิเมสํ สตฺตานํ มโนรเถ มตฺถกํ อปฺปตฺเตเยว มจฺจุราชา สุตฺตํ คามํ อชฺโฌตฺถรนฺโต มโหโฆ วิย ชีวิตินฺทฺริยํ ฉินฺทิตฺวา จตูสุ อปายสมุทฺเทสุ นิมุชฺชาเปตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๔๗. ‘‘ปุปฺผานิ เหว ปจินนฺตํ, พฺยาสตฺตมนสํ นรํ;
สุตฺตํ คามํ มโหโฆว, มจฺจุ อาทาย คจฺฉตี’’ติ.
ตตฺถ พฺยาสตฺตมนสํ นรนฺติ สมฺปตฺเต วา อสมฺปตฺเต วา ลคฺคมานสํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา มาลากาโร ปุปฺผารามํ ปวิสิตฺวา ‘‘ปุปฺผานิ ปจินิสฺสามี’’ติ ตโต ปุปฺผานิ คเหตฺวา อญฺญมญฺญํ วา คจฺฉํ ปตฺเถนฺโต สกเล ปุปฺผาราเม มนํ เปเสติ, ‘‘อิโต จิโต จ ปุปฺผานิ ปจินิสฺสามี’’ติ ตโต ปุปฺผานิ อคฺคเหตฺวา อญฺญตฺถ มนํ เปเสสิ, ตเมว คจฺฉํ ปจินนฺโต ปมาทมาปชฺชติ, เอวเมว เอกจฺโจ ปุปฺผารามสทิสํ ปญฺจกามคุณมชฺฌํ โอตริตฺวา มโนรมํ รูปํ ลภิตฺวา มโนรมานํ สทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพานํ อญฺญตรํ ปตฺเถติ. อญฺโญ เตสุ วา อญฺญตรํ ลภิตฺวา อญฺญตรํ ปตฺเถติ, รูปเมว วา ลภิตฺวา อญฺญํ อปตฺเถนฺโต ตเมว อสฺสาเทติ, สทฺทาทีสุ วา อญฺญตรํ. เอเสว นโย โคมหึสทาสิทาสเขตฺตวตฺถุคามนิคมชนปทาทีสุ, ปพฺพชิตานมฺปิ ปริเวณวิหารปตฺตจีวราทีสูติ เอวํ ปญฺจกามคุณสงฺขาตานิ ปุปฺผานิ เอว ปจินนฺตํ สมฺปตฺเต วา อสมฺปตฺเต วา กามคุเณ พฺยาสตฺตมนสํ นรํ. สุตฺตํ คามนฺติ คามสฺส เคหภิตฺติอาทีนํ ปน สุปนวเสน สุปนํ นาม นตฺถิ, สตฺตานํ ปน สุตฺตปมตฺตตํ อุปาทาย สุตฺโต นาม โหติ. เอวํ สุตฺตํ คามํ เทฺว ตีณิ โยชนานิ อายตคมฺภีโร มโหโฆว มจฺจุ อาทาย คจฺฉติ. ยถา โส มโหโฆ อิตฺถิปุริสโคมหึสกุกฺกุฏาทีสุ กิญฺจิ อนวเสเสตฺวา สพฺพํ ตํ คามํ สมุทฺทํ ปาเปตฺวา มจฺฉกจฺฉปภกฺขํ กโรติ, เอวเมว พฺยาสตฺตมนสํ นรํ มจฺจุ อาทาย ชีวิตินฺทฺริยมสฺส ฉินฺทิตฺวา จตูสุ อปายสมุทฺเทสุ นิมุชฺชาเปตีติ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปตฺตา. มหาชนสฺส สาตฺถิกา เทสนา ชาตาติ.
วิฏฏูภวตฺถุ ตติยํ.
๔. ปติปูชิกกุมาริวตฺถุ
ปุปฺผานิ เหวาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา สาวตฺถิยํ วิหรนฺโต ปติปูชิกํ นาม กุมาริกํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ ตาวตึสเทวโลเก สมุฏฺฐิตํ.
ตตฺถ กิร มาลภารี นาม เทวปุตฺโต อจฺฉราสหสฺสปริวุโต อุยฺยานํ ปาวิสิ. ปญฺจสตา เทวธีตโร รุกฺขํ อารุยฺห ปุปฺผานิ ปาเตนฺติ, ปญฺจสตา ปติตานิ ปุปฺผานิ คเหตฺวา เทวปุตฺตํ อลงฺกโรนฺติ. ตาสุ เอกา เทวธีตา รุกฺขสาขายเมว จุตา, สรีรํ ทีปสิขา วิย นิพฺพายิ. สา สาวตฺถิยํ เอกสฺมึ กุลเคเห ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา ชาตกาเล ชาติสฺสรา หุตฺวา ‘‘มาลภารีเทวปุตฺตสฺส ภริยามฺหี’’ติ อนุสฺสรนฺตี วุฑฺฒิมนฺวาย คนฺธมาลาทีหิ ปูชํ กตฺวา สามิกสฺส สนฺติเก อภินิพฺพตฺตึ ปตฺเถสิ. สา โสฬสวสฺสกาเล ปรกุลํ คตาปิ สลากภตฺตปกฺขิกภตฺตวสฺสาวาสิกาทีนิ ทตฺวา, ‘‘อยํ เม สามิกสฺส สนฺติเก นิพฺพตฺตนตฺถาย ปจฺจโย โหตู’’ติ วทติ. อถสฺสา ภิกฺขู ‘‘อยํ กุมาริกา อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย ปติเมว ปตฺเถตีติ ปติปูชิกา’’ติ นามํ กรึสุ. สาปิ นิพทฺธํ อาสนสาลํ ปฏิชคฺคติ, ปานียํ อุปฏฺฐเปติ, อาสนานิ ปญฺญเปติ. อญฺเญปิ มนุสฺสา สลากภตฺตาทีนิ ทาตุกามา, ‘‘อมฺม, อิมานิปิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปฏิปาเทยฺยาสี’’ติ วตฺวา อาหริตฺวา เทนฺติ. สาปิ เอเตน นิยาเมน อาคจฺฉนฺตี คจฺฉนฺตี เอกปทวาเร ฉปญฺญาส กุสลธมฺเม (ธ. ส. ๑; ธ. ส. อฏฺฐ. ๑ เยวาปนกวณฺณนา) ปฏิลภติ. ตสฺสา กุจฺฉิยํ คพฺโภ ปติฏฺฐหิ. สา ทสมาสจฺจเยน ปุตฺตํ วิชายิ. ตสฺส ปทสา คมนกาเล อญฺญมฺปิ อญฺญมฺปีติ จตฺตาโร ปุตฺเต ปฏิลภิ.
สา เอกทิวสํ ทานํ ทตฺวา ปูชํ กตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา สิกฺขาปทานิ รกฺขิตฺวา ทิวสปริโยสาเน ตํ ขณํ นิพฺพตฺเตน เกนจิ โรเคน กาลํ กตฺวา อตฺตโน สามิกสฺเสว สนฺติเก นิพฺพตฺติ. อิตราปิ เอตฺตกํ กาลํ เทวปุตฺตํ อลงฺกโรนฺติ เอว. เทวปุตฺโต ตํ ทิสฺวา ‘‘ตฺวํ ปาโตว ปฏฺฐาย น ทิสฺสสิ, กุหึ คตาสี’’ติ อาห. ‘‘จุตามฺหิ สามี’’ติ. ‘‘กึ วเทสี’’ติ? ‘‘เอวเมตํ, สามี’’ติ. ‘‘กุหึ นิพฺพตฺตาสี’’ติ? ‘‘สาวตฺถิยํ กุลเคเห’’ติ. ‘‘กิตฺตกํ กาลํ ตตฺถ ฐิตาสี’’ติ? ‘‘ทสมาสจฺจเยน มาตุ กุจฺฉิโต นิกฺขมิตฺวา โสฬสวสฺสกาเล ปรกุลํ คนฺตฺวา จตฺตาโร ปุตฺเต วิชายิตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา ตุเมฺห ปตฺเถตฺวา อาคนฺตฺวา ตุมฺหากเมว สนฺติเก นิพฺพตฺตามฺหิ, สามี’’ติ. ‘‘มนุสฺสานํ กิตฺตกํ อายู’’ติ? ‘‘วสฺสสตมตฺต’’นฺติ. ‘‘เอตฺตกเมวา’’ติ? ‘‘อาม, สามี’’ติ. ‘‘เอตฺตกํ อายุํ คเหตฺวา นิพฺพตฺตมนุสฺสา กึ นุ โข สุตฺตปมตฺตา กาลํ อติกฺกาเมนฺติ, อุทาหุ ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กโรนฺตี’’ติ. ‘‘กึ วเทถ, สามิ’’? ‘‘อสงฺเขฺยยฺยํ อายุํ คเหตฺวา นิพฺพตฺตา วิย อชรามรา วิย จ นิจฺจํ ปมตฺตา, มนุสฺสา’’ติ. มาลภารีเทวปุตฺตสฺส มหาสํเวโค อุทปาทิ ‘‘วสฺสสตมตฺตมายุํ คเหตฺวา นิพฺพตฺตมนุสฺสา กิร ปมตฺตา นิปชฺชิตฺวา นิทฺทายนฺติ, กทา นุ โข ทุกฺขา มุจฺจิสฺสนฺตี’’ติ? มนุสฺสานํ ปน วสฺสสตํ ตาวตึสานํ เทวานํ เอโก รตฺตินฺทิโว, ตาย รตฺติยา ตึสรตฺติโย มาโส, เตน มาเสน ทฺวาทสมาสิโก สํวจฺฉโร, เตน สํวจฺฉเรน ทิพฺพวสฺสสหสฺสํ อายุปฺปมาณํ, ตํ มนุสฺสคณนาย ติสฺโส วสฺสโกฏิโย, สฏฺฐิ จ วสฺสสตสหสฺสานิ โหนฺติ. ตสฺมา ตสฺส เทวปุตฺตสฺส เอกทิวโสปิ นาติกฺกนฺโต มุหุตฺตสทิโสว กาโล อโหสิ. เอวํ อปฺปายุกมนุสฺสานํ ปมาโท นาม อติวิย อยุตฺโตติ.
ปุนทิวเส ภิกฺขู คามํ ปวิฏฺฐา อาสนสาลํ อปฏิชคฺคิตํ, อาสนานิ อปญฺญตฺตานิ, ปานียํ อนุฏฺฐปิตํ ทิสฺวา, ‘‘กหํ ปติปูชิกา’’ติ อาหํสุ. ‘‘ภนฺเต, กหํ ตุเมฺห ตํ ทกฺขิสฺสถ, หิยฺโย อยฺเยสุ ภุญฺชิตฺวา คเตสุ สายนฺหสมเย มตา’’ติ. ตํ สุตฺวา ปุถุชฺชนา ภิกฺขู ตสฺสา อุปการํ สรนฺตา อสฺสูนิ สนฺธาเรตุํ นาสกฺขึสุ. ขีณาสวานํ ธมฺมสํเวโค อุทปาทิ. เต ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปุจฺฉึสุ – ‘‘ภนฺเต, ปติปูชิกา นาม อุปาสิกา อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย นานปฺปการานิ ปุญฺญานิ กตฺวา สามิกเมว ปตฺเถสิ, สา อิทานิ มตา, กหํ นุ โข นิพฺพตฺตา’’ติ? ‘‘อตฺตโน สามิกสฺเสว สนฺติเก, ภิกฺขเว’’ติ. ‘‘นตฺถิ, ภนฺเต, สามิกสฺส สนฺติเก’’ติ. ‘‘น สา, ภิกฺขเว, เอตํ สามิกํ ปตฺเถติ, ตาวตึสภวเน ตสฺสา มาลภารีเทวปุตฺโต นาม สามิโก, สา ตสฺส ปุปฺผปิลนฺธนฏฺฐานโต จวิตฺวา ปุน คนฺตฺวา ตสฺเสว สนฺติเก นิพฺพตฺตา’’ติ. ‘‘เอวํ กิร, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อาม, ภิกฺขเว’’ติ. ‘‘อโห ปริตฺตํ, ภนฺเต, สตฺตานํ ชีวิตํ, ปาโตว อเมฺห ปริวิสิตฺวา สายํ อุปฺปนฺนพฺยาธินา มตา’’ติ. สตฺถา ‘‘อาม, ภิกฺขเว, ปริตฺตํ สตฺตานํ ชีวิตํ นาม, เตเนว อิเม สตฺเต วตฺถุกาเมหิ เจว กิเลสกาเมหิ จ อติตฺเต เอว อนฺตโก อตฺตโน วเส วตฺเตตฺวา กนฺทนฺเต ปริเทวนฺเต คเหตฺวา คจฺฉตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๔๘. ‘‘ปุปฺผานิ เหว ปจินนฺตํ, พฺยาสตฺตมนสํ นรํ;
อติตฺตํเยว กาเมสุ, อนฺตโก กุรุเต วส’’นฺติ.
ตตฺถ ปุปฺผานิ เหว ปจินนฺตนฺติ ปุปฺผาราเม มาลากาโร นานาปุปฺผานิ วิย อตฺตภาวปฏิพทฺธานิ เจว อุปกรณปฏิพทฺธานิ จ กามคุณปุปฺผานิ โอจินนฺตเมว. พฺยาสตฺตมนสํ นรนฺติ อสมฺปตฺเตสุ ปตฺถนาวเสน, สมฺปตฺเตสุ เคธวเสน วิวิเธนากาเรน อาสตฺตจิตฺตํ. อติตฺตํเยว กาเมสูติ วตฺถุกามกิเลสกาเมสุ ปริเยสเนนปิ ปฏิลาเภนปิ ปริโภเคนปิ นิธาเนนปิ อติตฺตํ เอว สมานํ. อนฺตโก กุรุเต วสนฺติ มรณสงฺขาโต อนฺตโก กนฺทนฺตํ ปริเทวนฺตํ คเหตฺวา คจฺฉนฺโต อตฺตโน วสํ ปาเปตีติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปตฺตา, เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา ชาตาติ.
ปติปูชิกกุมาริวตฺถุ จตุตฺถํ.
๕. มจฺฉริยโกสิยเสฏฺฐิวตฺถุ
ยถาปิ ภมโร ปุปฺผนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา สาวตฺถิยํ วิหรนฺโต มจฺฉริยโกสิยเสฏฺฐึ อารพฺภ กเถสิ. ตสฺส วตฺถุ ราชคเห สมุฏฺฐิตํ.
ราชคหนครสฺส กิร อวิทูเร สกฺการํ นาม นิคโม อโหสิ. ตตฺเถโก มจฺฉริยโกสิโย นาม เสฏฺฐิ อสีติโกฏิวิภโว ปฏิวสติ. โส ติณคฺเคน เตลพินฺทุมฺปิ ปเรสํ น เทติ, น อตฺตนา ปริภุญฺชติ. อิติสฺส ตํ วิภวชาตํ เนว ปุตฺตทาราทีนํ, น สมณพฺราหฺมณานํ อตฺถํ อนุโภติ, รกฺขสปริคฺคหิตา โปกฺขรณี วิย อปริโภคํ ติฏฺฐติ. สตฺถา เอกทิวสํ ปจฺจูสสมเย มหากรุณาสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย สกลโลกธาตุยํ โพธเนยฺยพนฺธเว โอโลเกนฺโต ปญฺจจตฺตาลีสโยชนมตฺถเก วสนฺตสฺส เสฏฺฐิโน สปชาปติกสฺส โสตาปตฺติผลสฺส อุปนิสฺสยํ อทฺทส. ตโต ปุริมทิวเส ปน โส ราชานํ อุปฏฺฐาตุํ ราชเคหํ คนฺตฺวา ราชูปฏฺฐานํ กตฺวา อาคจฺฉนฺโต เอกํ ฉาตชฺฌตฺตํ ชนปทมนุสฺสํ กุมฺมาสปูรํ กปลฺลกปูวํ ขาทนฺตํ ทิสฺวา ตตฺถ ปิปาสํ อุปฺปาเทตฺวา อตฺตโน ฆรํ คนฺตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘สจาหํ กปลฺลกปูวํ ขาทิตุกาโมมฺหีติ วกฺขามิ, พหู มนุสฺสา มยา สทฺธึ ขาทิตุกามา ภวิสฺสนฺติ, เอวํ เม พหูนิ ติลตณฺฑุลสปฺปิผาณิตาทีนิ ปริกฺขยํ คมิสฺสนฺติ, น กสฺสจิ กเถสฺสามี’’ติ ตณฺหํ อธิวาเสนฺโต จรติ. โส คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล อุปฺปณฺฑุปฺปณฺฑุกชาโต ธมนิสนฺถตคตฺโต ชาโต. ตโต ตณฺหํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต คพฺภํ ปวิสิตฺวา มญฺจเก อุปคูหิตฺวา นิปชฺชิ. เอวํ คโตปิ ธนหานิภเยน น กสฺสจิ กิญฺจิ กเถสิ.
อถ นํ ภริยา อุปสงฺกมิตฺวา ปิฏฺฐึ ปริมชฺชิตฺวา, ‘‘กึ เต, สามิ, อผาสุกํ ชาต’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘น เม กิญฺจิ อผาสุกํ อตฺถี’’ติ. ‘‘กึ นุ โข เต ราชา กุปิโต’’ติ? ‘‘ราชาปิ เม น กุปฺปตี’’ติ. ‘‘อถ กึ เต ปุตฺตธีตาหิ วา ทาสกมฺมกราทีหิ วา กิญฺจิ อมนาปํ กตํ อตฺถี’’ติ? ‘‘เอวรูปมฺปิ นตฺถี’’ติ. ‘‘กิสฺมิญฺจิ ปน เต ตณฺหา อตฺถี’’ติ? เอวํ วุตฺเตปิ ธนหานิภเยน กิญฺจิ อวตฺวา นิสฺสทฺโทว นิปชฺชิ, อถ นํ ภริยา ‘‘กเถหิ, สามิ กิสฺมิญฺจิ เต ตณฺหา อตฺถี’’ติ อาห. โส วจนํ ปริคิลนฺโต วิย ‘‘อตฺถิ เม ตณฺหา’’ติ อาห. ‘‘กึ ตณฺหา, สามี’’ติ? ‘‘กปลฺลกปูวํ ขาทิตุกาโมมฺหี’’ติ. ‘‘อถ กิมตฺถํ เม น กเถสิ, กึ ตฺวํ ทลิทฺโทสิ, อิทานิ สกลนิคมวาสีนํ ปโหนเก กปลฺลกปูเว ปจิสฺสามี’’ติ. ‘‘กึ เต เอเตหิ, อตฺตโน กมฺมํ กตฺวา ขาทิสฺสนฺตี’’ติ? ‘‘เตน หิ เอกรจฺฉวาสีนํ ปโหนเก ปจิสฺสามี’’ติ. ‘‘ชานามหํ ตว มหทฺธนภาว’’นฺติ. ‘‘อิมสฺมึ เคหสามนฺเต สพฺเพสํ ปโหนกํ กตฺวา ปจามี’’ติ. ‘‘ชานามหํ ตว มหชฺฌาสยภาว’’นฺติ. ‘‘เตน หิ เต ปุตฺตทารมตฺตสฺเสว ปโหนกํ กตฺวา ปจามี’’ติ. ‘‘กึ เต เอเตหี’’ติ? ‘‘กึ ปน ตุยฺหญฺจ มยฺหญฺจ ปโหนกํ กตฺวา ปจามี’’ติ? ‘‘ตฺวํ กึ กริสฺสสี’’ติ? ‘‘เตน หิ เอกกสฺเสว เต ปโหนกํ กตฺวา ปจามี’’ติ. ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน ปจมาเน พหู ปจฺจาสีสนฺติ. สกลตณฺฑุเล ฐเปตฺวา ภินฺนตณฺฑุเล จ อุทฺธนกปลฺลานิ จ อาทาย โถกํ ขีรสปฺปิมธุผาณิตญฺจ คเหตฺวา สตฺตภูมิกสฺส ปาสาทสฺส อุปริมตลํ อารุยฺห ปจ, ตตฺถาหํ เอกโกว นิสีทิตฺวา ขาทิสฺสามี’’ติ. สา ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา คเหตพฺพํ คาหาเปตฺวา ปาสาทํ อภิรุยฺห ทาสิโย วิสฺสชฺเชตฺวา เสฏฺฐึ ปกฺโกสาเปสิ, โส อาทิโต ปฏฺฐาย ทฺวารานิ ปิทหนฺโต สพฺพทฺวาเรสุ สูจิฆฏิกํ ทตฺวา สตฺตมตลํ อภิรุหิตฺวา ตตฺถปิ ทฺวารํ ปิทหิตฺวา นิสีทิ. ภริยาปิสฺส อุทฺธเน อคฺคึ ชาเลตฺวา กปลฺลํ อาโรเปตฺวา ปูเว ปจิตุํ อารภิ.
อถ สตฺถา ปาโตว มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรํ อามนฺเตสิ – ‘‘เอโส, โมคฺคลฺลาน, ราชคหสฺส อวิทูเร สกฺการนิคเม มจฺฉริยเสฏฺฐิ ‘กปลฺลกปูเว ขาทิสฺสามี’ติ อญฺเญสํ ทสฺสนภเยน สตฺตภูมิเก ปาสาเท กปลฺลกปูเว ปจาเปติ, ตฺวํ ตตฺถ คนฺตฺวา เสฏฺฐึ ทเมตฺวา นิพฺพิเสวนํ กตฺวา อุโภปิ ชายมฺปติเก ปูเว จ ขีรสปฺปิมธุผาณิตานิ จ คาหาเปตฺวา อตฺตโน พเลน เชตวนํ อาเนหิ, อชฺชาหํ ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ วิหาเร เอว นิสีทิสฺสามิ, ปูเวเหว ภตฺตกิจฺจํ กริสฺสามี’’ติ.
เถโร ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ สตฺถุ วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตาวเทว อิทฺธิพเลน ตํ นิคมํ คนฺตฺวา ตสฺส ปาสาทสฺส สีหปญฺชรทฺวาเร สุนิวตฺโถ สุปารุโต อากาเส เอว มณิรูปกํ วิย อฏฺฐาสิ. มหาเสฏฺฐิโน เถรํ ทิสฺวาว หทยมํสํ กมฺปิ. โส อหํ เอวรูปานํเยว ทสฺสนภเยน อิมํ ฐานมาคโต, อยญฺจ ภิกฺขุ อากาเสนาคนฺตฺวา วาตปานทฺวาเร ฐิโตติ. โส คเหตพฺพคหณํ อปสฺสนฺโต อคฺคิมฺหิ ปกฺขิตฺตโลณสกฺขรา วิย โทเสน ตฏตฏายนฺโต เอวมาห – ‘‘สมณ, อากาเส ฐตฺวาปิ กึ ลภิสฺสสิ, อากาเส อปเท ปทํ ทสฺเสตฺวา จงฺกมนฺโตปิ เนว ลภิสฺสสี’’ติ. เถโร ตสฺมึ เอว ฐาเน อปราปรํ จงฺกมิ. เสฏฺฐิ ‘‘จงฺกมนฺโต กึ ลภิสฺสสิ, อากาเส ปลฺลงฺเกน นิสีทนฺโตปิ น ลภิสฺสสิเยวา’’ติ อาห. เถโร ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา นิสีทิ. อถ นํ ‘‘อากาเส นิสินฺโน กึ ลภิสฺสสิ, อาคนฺตฺวา วาตปานสฺส อุมฺมาเร ฐิโตปิ น ลภิสฺสสี’’ติ อาห. เถโร อุมฺมาเร ฐิโต. ‘‘อุมฺมาเร ฐิโตปิ กึ ลภิสฺสสิ, ธูมายนฺโตปิ น ลภิสฺสสิ เอวา’’ติ อาห. เถโรปิ ธูมายิ. สกลปาสาโท เอกธูโม อโหสิ. เสฏฺฐิโน อกฺขีนํ สูจิยา วิชฺฌนกาโล วิย อโหสิ, เคหชฺฌายนภเยน ปน ‘‘ตฺวํ ปชฺชลนฺโตปิ น ลภิสฺสสี’’ติ อวตฺวา ‘‘อยํ สมโณ สุฏฺฐุ ลคฺโค, อลทฺธา น คมิสฺสติ, เอกมสฺส ปูวํ ทาเปสฺสามี’’ติ ภริยํ อาห – ‘‘ภทฺเท เอกํ ขุทฺทกปูวํ ปจิตฺวา สมณสฺส ทตฺวา อุยฺโยเชหิ น’’นฺติ. สา โถกํ เอว ปิฏฺฐํ กปลฺลปาติยํ ปกฺขิปิ, มหาปูโว หุตฺวา สกลปาตึ ปูเรตฺวา อุทฺธุมาโต หุตฺวา อฏฺฐาสิ.
เสฏฺฐิ ตํ ทิสฺวา ‘‘พหุํ ตยา ปิฏฺฐํ คหิตํ ภวิสฺสตี’’ติ สยเมว ทพฺพิกณฺเณน โถกํ ปิฏฺฐํ คเหตฺวา ปกฺขิปิ, ปูโว ปุริมปูวโต มหนฺตตโร ชาโต. เอวํ ยํ ยํ ปจติ, โส โส มหนฺตมหนฺโตว โหติ. โส นิพฺพินฺโน ภริยํ อาห – ‘‘ภทฺเท, อิมสฺส เอกํ ปูวํ เทหี’’ติ. ตสฺสา ปจฺฉิโต เอกํ ปูวํ คณฺหนฺติยา สพฺเพ เอกาพทฺธา อลฺลียึสุ. สา เสฏฺฐึ อาห – ‘‘สามิ, สพฺเพ ปูวา เอกโต ลคฺคา, วิสุํ กาตุํ น สกฺโกมี’’ติ. ‘‘อหํ กริสฺสามี’’ติ โสปิ กาตุํ นาสกฺขิ. อุโภปิ ชนา โกฏิยํ คเหตฺวา กฑฺฒนฺตาปิ วิโยเชตุํ นาสกฺขึสุ เอว. อถสฺส ปูเวหิ สทฺธึ วายมนฺตสฺเสว สรีรโต เสทา มุจฺจึสุ, ปิปาสา อุปจฺฉิชฺชิ. ตโต ภริยํ อาห – ‘‘ภทฺเท, น เม ปูเวหิ อตฺโถ, ปจฺฉิยา สทฺธึเยว อิมสฺส เทหี’’ติ. สา ปจฺฉึ อาทาย เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา อทาสิ. เถโร อุภินฺนมฺปิ ธมฺมํ เทเสสิ, ติณฺณํ รตนานํ คุณํ กเถสิ, ‘‘อตฺถิ ทินฺนํ, อตฺถิ ยิฏฺฐ’’นฺติ ทินฺนทานาทีนํ ผลํ คคนตเล ปุณฺณจนฺทํ วิย ทสฺเสสิ.
ตํ สุตฺวา ปสนฺนจิตฺโต หุตฺวา เสฏฺฐิ ‘‘ภนฺเต, อาคนฺตฺวา อิมสฺมึ ปลฺลงฺเก นิสีทิตฺวา ปริภุญฺชถา’’ติ อาห. เถโร, ‘‘มหาเสฏฺฐิ, สมฺมาสมฺพุทฺโธ ‘ปูเว ขาทิสฺสามี’ติ ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ วิหาเร นิสินฺโน, ตุมฺหากํ รุจิยา สติ อหํ โว เนสฺสามิ, เสฏฺฐิภริยํ ปูเว จ ขีราทีนิ จ คณฺหาเปถ, สตฺถุ สนฺติกํ คมิสฺสามา’’ติ อาห. ‘‘กหํ ปน, ภนฺเต, เอตรหิ สตฺถา’’ติ? ‘‘อิโต ปญฺจจตฺตาลีสโยชนมตฺถเก เชตวนวิหาเร, มหาเสฏฺฐี’’ติ. ‘‘ภนฺเต, กาลํ อนติกฺกมิตฺวา เอตฺตกํ อทฺธานํ กถํ คมิสฺสามา’’ติ. ‘‘มหาเสฏฺฐิ, ตุมฺหากํ รุจิยา สติ อหํ โว อตฺตโน อิทฺธิพเลน เนสฺสามิ, ตุมฺหากํ ปาสาเท โสปานสีสํ อตฺตโน ฐาเน เอว ภวิสฺสติ, โสปานปริโยสานํ ปน โว เชตวนทฺวารโกฏฺฐเก ภวิสฺสติ, อุปริปาสาทา เหฏฺฐาปาสาทํ โอตรณกาลมตฺเตเนว เชตวนํ เนสฺสามี’’ติ. โส ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ.
เถโร โสปานสีสํ ตตฺเถว กตฺวา ‘‘โสปานปาทมูลํ เชตวนทฺวารโกฏฺฐเก โหตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ. ตเถว อโหสิ. อิติ เถโร เสฏฺฐิญฺจ เสฏฺฐิภริยญฺจ อุปริปาสาทา เหฏฺฐาปาสาทํ โอตรณกาลโต ขิปฺปตรํ เชตวนํ สมฺปาเปสิ. เต อุโภปิ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา กาลํ อาโรเจสุํ. สตฺถา ภตฺตคฺคํ ปวิสิตฺวา ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสีทิ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน. มหาเสฏฺฐิ พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทกฺขิโณทกํ อทาสิ. ภริยาปิสฺส ตถาคตสฺส ปตฺเต ปูวํ ปติฏฺฐาเปสิ. สตฺถา อตฺตโน ยาปนมตฺตํ คณฺหิ, ปญฺจสตา ภิกฺขูปิ ยาปนมตฺตํ คณฺหึสุ. เสฏฺฐิ ขีรสปฺปิมธุสกฺขราทีนิ ททมาโน น ขยํ อคมาสิ. สตฺถา ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ ภตฺตกิจฺจํ นิฏฺฐาเปสิ. มหาเสฏฺฐิปิ สทฺธึ ภริยาย ยาวทตฺถํ ขาทิ. ปูวานํ ปริโยสานเมว น ปญฺญายติ. สกลวิหาเร ภิกฺขูนญฺจ วิฆาสาทานญฺจ ทินฺเนสุปิ ปริยนฺโต น ปญฺญายเตว. ‘‘ภนฺเต, ปูวา ปริกฺขยํ น คจฺฉนฺตี’’ติ ภควโต อาโรเจสุํ. ‘‘เตน หิ เชตวนทฺวารโกฏฺฐเก ฉฑฺเฑถา’’ติ. อถ เน ทฺวารโกฏฺฐกสฺส อวิทูเร ปพฺภารฏฺฐาเน ฉฑฺฑยึสุ. ยาวชฺชตนาปิ ตํ ฐานํ กปลฺลกปูวปพฺภารนฺเตว ปญฺญายติ. มหาเสฏฺฐิ สห ภริยาย ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. ภควา อนุโมทนมกาสิ. อนุโมทนาวสาเน อุโภปิ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ทฺวารโกฏฺฐเก โสปานํ อารุยฺห อตฺตโน ปาสาเทเยว ปติฏฺฐหึสุ.
ตโต ปฏฺฐาย เสฏฺฐิ อสีติโกฏิธนํ พุทฺธสาสเนเยว วิกฺกิริ. ปุนทิวเส สายนฺหสมเย ธมฺมสภายํ สนฺนิสินฺนา ภิกฺขู ‘‘ปสฺสถาวุโส, มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส อานุภาวํ, อนุปหจฺจ นาม สทฺธํ, อนุปหจฺจ โภเค มจฺฉริยเสฏฺฐึ มุหุตฺเตเนว ทเมตฺวา นิพฺพิเสวนํ กตฺวา ปูเว คาหาเปตฺวา เชตวนํ อาเนตฺวา สตฺถุ สมฺมุขํ กตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาเปสิ, อโห มหานุภาโว เถโร’’ติ เถรสฺส คุณํ กเถนฺตา นิสีทึสุ. สตฺถา ทิพฺพาย โสตธาตุยา กถํ สุตฺวา อาคนฺตฺวา, ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, กุลทมเกน นาม ภิกฺขุนา อนุปหจฺจ สทฺธํ, อนุปหจฺจ โภเค, กุลํ อกิลเมตฺวา อวิเหเฐตฺวา ปุปฺผโต เรณุํ คณฺหนฺเตน ภมเรน วิย อุปสงฺกมิตฺวา พุทฺธคุณํ ชานาเปตพฺพํ, ตาทิโส มม ปุตฺโต โมคฺคลฺลาโน’’ติ เถรํ ปสํสิตฺวา อิมํ คาถมาห –
๔๙. ‘‘ยถาปิ ภมโร ปุปฺผํ, วณฺณคนฺธมเหฐยํ;
ปเลติ รสมาทาย, เอวํ คาเม มุนี จเร’’ติ.
ตตฺถ ภมโรติ ยา กาจิ มธุกรชาติ. ปุปฺผนฺติ ปุปฺผาราเม จรนฺโต ปุปฺผญฺจ วณฺณญฺจ คนฺธญฺจ อเหฐยนฺโต อวินาเสนฺโต วิจรตีติ อตฺโถ. ปเลตีติ เอวํ จริตฺวา ยาวทตฺถํ รสํ ปิวิตฺวา อปรมฺปิ มธุกรณตฺถาย อาทาย ปเลติ, โส เอวํ วนคหนํ อชฺโฌคาเหตฺวา เอกสฺมึ รุกฺขสุสิเร ตํ รชมิสฺสกํ รสํ ฐเปตฺวา อนุปุพฺเพน มธุรรสํ มธุํ กโรติ, น ตสฺส ปุปฺผาราเม วิจริตปจฺจยา ปุปฺผํ วา วณฺณคนฺธํ วาสฺส วิคจฺฉติ, อถ โข สพฺพํ ปากติกเมว โหติ. เอวํ คาเม มุนี จเรติ เอวํ เสขาเสขเภโท อนาคาริยมุนิ กุลปฏิปาฏิยา คาเม ภิกฺขํ คณฺหนฺโต วิจรตีติ อตฺโถ. น หิ ตสฺส คาเม จรณปจฺจยา กุลานํ สทฺธาหานิ วา โภคหานิ วา โหนฺติ. สทฺธาปิ โภคาปิ ปากติกาว โหนฺติ. เอวํ จริตฺวา จ ปน นิกฺขมิตฺวา เสขมุนิ ตาว พหิคาเม อุทกผาสุกฏฺฐาเน สงฺฆาฏึ ปญฺญาเปตฺวา นิสินฺโน อกฺขภญฺชนวณปฏิจฺฉาทนปุตฺตมํสูปมาทิวเสน ปจฺจเวกฺขนฺโต ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา ตถารูปํ วนสณฺฑํ อนุปวิสิตฺวา อชฺฌตฺติกกมฺมฏฺฐานํ สมฺมสนฺโต จตฺตาโร มคฺเค, จตฺตาริ จ สามญฺญผลานิ หตฺถคตาเนว กโรติ. อเสขมุนิ ปน ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารมนุยุญฺชติ. อยมสฺส ภมเรน สทฺธึ มธุกรณสริกฺขตา เวทิตพฺพา. อิธ ปน ขีณาสโวว อธิปฺเปโต.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ วตฺวา อุตฺตริปิ เถรสฺส คุณํ ปกาเสตุํ ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว โมคฺคลฺลาเนน มจฺฉริยเสฏฺฐิ ทมิโต, ปุพฺเพปิ นํ ทเมตฺวา กมฺมผลสมฺพนฺธํ ชานาเปสิ เอวา’’ติ วตฺวา อิมมตฺถํ ปกาเสนฺโต อตีตํ อาหริตฺวา –
‘‘อุโภ ขญฺชา อุโภ กุณี, อุโภ วิสมจกฺขุกา;
อุภินฺนํ ปิฬกา ชาตา, นาหํ ปสฺสามิ อิลฺลิส’’นฺติ. (ชา. ๑.๑.๗๘) –
อิมํ อิลฺลิสชาตกํ กเถสีติ.
มจฺฉริยโกสิยเสฏฺฐิวตฺถุ ปญฺจมํ.
๖. ปาเวยฺยกาชีวกวตฺถุ
น ปเรสํ วิโลมานีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา สาวตฺถิยํ วิหรนฺโต ปาเวยฺยํ นาม อาชีวกํ อารพฺภ กเถสิ.
สาวตฺถิยํ กิเรกา คหปตานี ปุตฺตฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ปาเวยฺยํ นาม อาชีวกํ ปฏิชคฺคิ. ตสฺสานนฺตรฆเรสุ มนุสฺสา สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา อาคนฺตฺวา, ‘‘อโห อจฺฉริยา พุทฺธานํ ธมฺมเทสนา’’ติ นานปฺปกาเรหิ พุทฺธคุเณ วณฺเณนฺติ. สา พุทฺธานํ คุณกถํ สุตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา ธมฺมํ โสตุกามา อาชีวกสฺส เอตมตฺถํ กเถตฺวา, ‘‘คจฺฉิสฺสามิ อหํ พุทฺธสนฺติกํ, อยฺยา’’ติ อาห. โส ‘‘มา คจฺฉาหี’’ติ นิวาเรตฺวา ตํ ปุนปฺปุนํ ยาจมานมฺปิ นิวาเรสิ เอว. สา ‘‘อยํ มม วิหารํ คนฺตฺวา ธมฺมํ โสตุํ น เทติ, สตฺถารํ นิมนฺเตตฺวา อิเธว ธมฺมํ สุณิสฺสามี’’ติ สายนฺหสมเย ปุตฺตํ ปกฺโกสิตฺวา, ‘‘คจฺฉ, ตาต, สฺวาตนาย สตฺถารํ นิมนฺเตหี’’ติ เปเสสิ. โส คจฺฉนฺโต ปฐมตรํ อาชีวกสฺส วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ตํ วนฺทิตฺวา นิสีทิ. อถ นํ โส ‘‘กหํ คจฺฉสี’’ติ อาห. ‘‘มาตุ วจเนน สตฺถารํ นิมนฺเตตุํ คจฺฉามี’’ติ อาห. ‘‘มา ตสฺส สนฺติกํ คจฺฉาหี’’ติ. ‘‘อลํ, อยฺย, มม มาตุ ภายามิ, คจฺฉิสฺสามห’’นฺติ. ‘‘เอตสฺส กตสกฺการํ อุโภปิ ขาทิสฺสาม, มา คจฺฉาหี’’ติ. ‘‘อลํ, อยฺย, มาตา เม ตชฺเชสฺสตี’’ติ. เตน หิ คจฺฉ, คนฺตฺวา ปน นิมนฺเตตฺวา, ‘‘อมฺหากํ เคหํ อสุกฏฺฐาเน วา อสุกวีถิยํ วา อสุกมคฺเคน วา คนฺตพฺพ’’นฺติ มา อาจิกฺขิ. ‘‘สนฺติเก ฐิโต วิย อญฺเญน มคฺเคน คจฺฉนฺโต วิย ปลายิตฺวา เอหี’’ติ. โส อาชีวกสฺส วจนํ สุตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา นิมนฺเตตฺวา อาชีวเกน วุตฺตนิยาเมเนว สพฺพํ กตฺวา ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘กึ เต กต’’นฺติ ปุฏฺโฐ, ‘‘สพฺพํ กตํ, อยฺยา’’ติ อาห. ‘‘ภทฺทกํ เต กตํ, ตสฺส สกฺการํ อุโภปิ ขาทิสฺสามา’’ติ วตฺวา ปุนทิวเส อาชีวโก ปาโตว ตํ เคหํ อคมาสิ. ตํ คเหตฺวา ปจฺฉาคพฺเภ นิสีทาเปสุํ.
ปฏิวิสฺสกมนุสฺสา ตํ เคหํ อลฺลโคมเยน อุปลิมฺปิตฺวา ลาชปญฺจมานิ ปุปฺผานิ วิกิริตฺวา สตฺถุ นิสีทนตฺถาย มหารหํ อาสนํ ปญฺญาเปสุํ. พุทฺเธหิ สทฺธึ อปริจิตมนุสฺสา หิ อาสนปญฺญตฺตึ น ชานนฺติ, พุทฺธานญฺจ มคฺคเทสเกน กิจฺจํ นาม นตฺถิ, โพธิมูเล ทสสหสฺสิโสกธาตุํ กมฺเปตฺวา สมฺโพธึ ปตฺตทิวเสเยว หิ เนสํ ‘‘อยํ มคฺโค นิรยํ คจฺฉติ, อยํ ติรจฺฉานโยนึ, อยํ เปตฺติวิสยํ, อยํ มนุสฺสโลกํ, อยํ เทวโลกํ, อยํ อมตมหานิพฺพาน’’นฺติ สพฺเพ มคฺคา อาวิภูตา. คามนิคมาทีนํ ปน มคฺเค วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ตสฺมา สตฺถา ปาโตว ปตฺตจีวรมาทาย มหาอุปาสิกาย เคหทฺวารํ คโต. สา เคหา นิกฺขมิตฺวา สตฺถารํ ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา อนฺโตนิเวสนํ ปเวเสตฺวา อาสเน นิสีทาเปตฺวา ทกฺขิโณทกํ ทตฺวา ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน ปริวิสิ. อุปาสิกา กตภตฺตกิจฺจสฺส สตฺถุโน อนุโมทนํ กาเรตุกามา ปตฺตํ คณฺหิ. สตฺถา มธุรสฺสเรน อนุโมทนธมฺมกถํ อารภิ. อุปาสิกา ‘‘สาธุ, สาธู’’ติ สาธุการํ ททมานา ธมฺมํ สุณิ. อาชีวโกปิ ปจฺฉาคพฺเภ นิสินฺโนว ตสฺสา สาธุการํ ทตฺวา ธมฺมํ สุณนฺติยา สทฺทํ สุตฺวา สนฺธาเรตุํ นาสกฺขิ. ‘‘น อิทาเนสา มยฺห’’นฺติ นิกฺขมิตฺวา ‘‘นฏฺฐาสิ กาฬกณฺณิ, เอตสฺส เอวํ สกฺการํ กโรตี’’ติ นานปฺปกาเรน อุปาสิกญฺจ สตฺถารญฺจ อกฺโกสนฺโต ปลายิ. อุปาสิกา ตสฺส กถาย ลชฺชิตา อญฺญถตฺตํ คตํ จิตฺตํ เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตุํ นาสกฺขิ. อถ นํ สตฺถา ‘‘กึ อุปาสิเก จิตฺตํ เทสนานุคตํ กาตุํ น สกฺโกสี’’ติ? ‘‘ภนฺเต, เอตสฺส เม กถาย จิตฺตํ อญฺญถตฺตํ อุปคต’’นฺติ. สตฺถา ‘‘เอวรูปสฺส วิสภาคชนสฺส กถิตํ กถํ นาม อาวชฺชิตุํ น วฏฺฏติ, เอวรูปํ อสมนฺนาหริตฺวา อตฺตโน กตากตเมว โอโลเกตุํ วฏฺฏตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๕๐. ‘‘น ปเรสํ วิโลมานิ, น ปเรสํ กตากตํ;
อตฺตโนว อเวกฺเขยฺย, กตานิ อกตานิ จา’’ติ.
ตตฺถ น ปเรสํ วิโลมานีติ ปเรสํ วิโลมานิ ผรุสานิ มมฺมจฺเฉทกวจนานิ น มนสิกาตพฺพานิ. น ปเรสํ กตากตนฺติ ‘‘อสุโก อุปาสโก อสฺสทฺโธ อปฺปสนฺโน, นาปิสฺส เคเห กฏจฺฉุภิกฺขาทีนิ ทิยฺยนฺติ, น สลากภตฺตาทีนิ, น จีวราทิปจฺจยทานํ เอตสฺส อตฺถิ, ตถา อสุกา อุปาสิกา อสฺสทฺธา อปฺปสนฺนา, นาปิสฺสา เคเห กฏจฺฉุภิกฺขาทีนิ ทิยฺยนฺติ, น สลากภตฺตาทีนิ, น จีวราทิปจฺจยทานํ เอติสฺสา อตฺถิ, ตถา อสุโก ภิกฺขุ อสฺสทฺโธ อปฺปสนฺโน, นาปิ อุปชฺฌายวตฺตํ กโรติ, น อาจริยวตฺตํ, น อาคนฺตุกวตฺตํ, น คมิกวตฺตํ, น เจติยงฺคณวตฺตํ, น อุโปสถาคารวตฺตํ, น โภชนสาลาวตฺตํ, น ชนฺตาฆรวตฺตาทีนิ, นาปิสฺส กิญฺจิ ธุตงฺคํ อตฺถิ, น ภาวนารามตาย อุสฺสาหมตฺตมฺปี’’ติ เอวํ ปเรสํ กตากตํ นาม น โอโลเกตพฺพํ. อตฺตโนว อเวกฺเขยฺยาติ ‘‘กถํ ภูตสฺส เม รตฺตินฺทิวา วีติวตฺตนฺตีติ ปพฺพชิเตน อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพ’’นฺติ (อ. นิ. ๑๐.๔๘) อิมํ โอวาทํ อนุสฺสรนฺโต สทฺธาปพฺพชิโต กุลปุตฺโต ‘‘กึ นุ โข อหํ ‘อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา’ติ ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา โยเค กมฺมํ กาตุํ สกฺขึ, นาสกฺขิ’’นฺติ เอวํ อตฺตโน กตากตานิ โอโลเกยฺยาติ.
เทสนาวสาเน สา อุปาสิกา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิตา, เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา ชาตาติ.
ปาเวยฺยกาชีวกวตฺถุ ฉฏฺฐํ.
๗. ฉตฺตปาณิอุปาสกวตฺถุ
ยถาปิ รุจิรํ ปุปฺผนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา สาวตฺถิยํ วิหรนฺโต ฉตฺตปาณิอุปาสกํ อารพฺภ กเถสิ.
สาวตฺถิยญฺหิ ฉตฺตปาณิ นาม อุปาสโก ติปิฏกธโร อนาคามี. โส ปาโตว อุโปสถิโก หุตฺวา สตฺถุ อุปฏฺฐานํ อคมาสิ. อนาคามิอริยสาวกานญฺหิ สมาทานวเสน อุโปสถกมฺมํ นาม นตฺถิ, มคฺเคเนว เตสํ พฺรหฺมจริยญฺจ เอกภตฺติกญฺจ อาคตํ. เตเนวาห – ‘‘ฆฏิกาโร โข, มหาราช, กุมฺภกาโร เอกภตฺติโก พฺรหฺมจารี สีลวา กลฺยาณธมฺโม’’ติ (ม. นิ. ๒.๒๘๘). เอวํ อนาคามิโน ปกติยาว เอกภตฺติกา จ พฺรหฺมจาริโน จ โหนฺติ. โสปิ ตเถว อุโปสถิโก หุตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ธมฺมกถํ สุณนฺโต นิสีทิ. ตสฺมึ สมเย ราชา ปเสนทิ โกสโล สตฺถุ อุปฏฺฐานํ อคมาสิ. ฉตฺตปาณิ อุปาสโก ตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อุฏฺฐาตพฺพํ นุ โข, โน’’ติ จินฺเตตฺวา – ‘‘อหํ อคฺคราชสฺส สนฺติเก นิสินฺโน, ตสฺส เม ปเทสราชานํ ทิสฺวา อุฏฺฐาตุํ น ยุตฺตํ, ราชา โข ปน เม อนุฏฺฐหนฺตสฺส กุชฺฌิสฺสติ, เอตสฺมึ กุชฺฌนฺเตปิ เนว อุฏฺฐหิสฺสามิ. ราชานํ ทิสฺวา อุฏฺฐหนฺเตน หิ ราชา ครุกโต โหติ, โน สตฺถา, ตสฺมา เนว อุฏฺฐหิสฺสามี’’ติ น อุฏฺฐหิ. ปณฺฑิตปุริสา นาม ครุตรานํ สนฺติเก นิสีทิตฺวา อนุฏฺฐหนฺตํ ทิสฺวา น กุชฺฌนฺติ. ราชา ปน ตํ อนุฏฺฐหนฺตํ ทิสฺวา กุปิตมานโส สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. สตฺถา กุปิตภาวํ ญตฺวา, ‘‘มหาราช, อยํ ฉตฺตปาณิ อุปาสโก ปณฺฑิโต ทิฏฺฐธมฺโม ติปิฏกธโร อตฺถานตฺถกุสโล’’ติ อุปาสกสฺส คุณํ กเถสิ. รญฺโญ ตสฺส คุณกถํ สุณนฺตสฺเสว จิตฺตํ มุทุกํ ชาตํ.
อเถกทิวสํ ราชา อุปริปาสาเท ฐิโต ฉตฺตปาณึ อุปาสกํ กตภตฺตกิจฺจํ ฉตฺตมาทาย อุปาหนมารุยฺห ราชงฺคเณน คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปกฺโกสาเปสิ. โส ฉตฺตุปาหนํ อปเนตฺวา ราชานมุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อถ นํ ราชา อาห – ‘‘โภ อุปาสก, กินฺเต ฉตฺตุปาหนํ อปนีต’’นฺติ. ‘‘‘ราชา ปกฺโกสตี’ติ สุตฺวา อปเนตฺวา อาคโตมฺหี’’ติ. ‘‘อชฺช อมฺหากํ ราชภาโว ตุเมฺหหิ ญาโต ภวิสฺสตี’’ติ. ‘‘สทาปิ มยํ, เทว, ตุมฺหากํ ราชภาวํ ชานามา’’ติ. ‘‘ยทิ เอวํ กสฺมา ปุริมทิวเส สตฺถุ สนฺติเก นิสินฺโน มํ ทิสฺวา น อุฏฺฐหี’’ติ? ‘‘มหาราช, อหํ อคฺคราชสฺส สนฺติเก นิสินฺโน, ปเทสราชานํ ทิสฺวา อุฏฺฐหนฺโต สตฺถริ อคารวํ ปเวเทยฺยํ, ตสฺมา น อุฏฺฐหิ’’นฺติ. ‘‘โหตุ, โภ, ติฏฺฐเตตํ’’. ‘‘ตุเมฺห กิร ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกานํ อตฺถานตฺถานํ กุสลา ติปิฏกธรา อมฺหากํ อนฺเตปุเร ธมฺมํ วาเจถา’’ติ. ‘‘น สกฺโกมิ, เทวา’’ติ. ‘‘กึ การณา’’ติ? ‘‘ราชเคหํ นาม มหาสาวชฺชํ, ทุยุตฺตสุยุตฺตกานิ ครุกาเนตฺถ, เทวา’’ติ. ‘‘มา เอวํ วเทถ, ‘ปุริมทิวเส มํ ทิสฺวา น อุฏฺฐิโตมฺหี’ติ มา กุกฺกุจฺจํ กโรถา’’ติ. ‘‘เทว, คิหีนํ วิจรณฏฺฐานํ นาม มหาสาวชฺชํ, เอกํ ปพฺพชิตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ธมฺมํ วาจาเปถา’’ติ. ราชา ‘‘สาธุ, โภ, คจฺฉถ ตุเมฺห’’ติ ตํ อุยฺโยเชตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา สตฺถารํ ยาจิ, ‘‘ภนฺเต, มลฺลิกา จ เทวี วาสภขตฺติยา จ ธมฺมํ ปริยาปุณิสฺสามาติ วทนฺติ, ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ นิพทฺธํ มม เคหํ คนฺตฺวา ตาสํ ธมฺมํ อุทฺทิสถา’’ติ. ‘‘พุทฺธานํ นิพทฺธํ เอกฏฺฐานคมนํ นาม นตฺถิ, มหาราชา’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต, อญฺญํ เอกํ ภิกฺขุํ เทถา’’ติ. สตฺถา อานนฺทตฺเถรสฺส ภารมกาสิ. เถโร นิพทฺธํ คนฺตฺวา ตาสํ อุทฺเทสํ อุทฺทิสติ. ตาสุ มลฺลิกา สกฺกจฺจํ คเหตฺวา สชฺฌายิตฺวา อุทฺเทสํ ปฏิจฺฉาเปสิ. วาสภขตฺติยา ปน เนว สกฺกจฺจํ คณฺหาติ, น สชฺฌายติ, น อุทฺเทสํ ปฏิจฺฉาเปตุํ สกฺโกติ.
อเถกทิวสํ สตฺถา เถรํ ปุจฺฉิ – ‘‘กิมานนฺท, อุปาสิกา ธมฺมํ ปริยาปุณนฺตี’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กา สกฺกจฺจํ คณฺหาตี’’ติ? ‘‘มลฺลิกา, ภนฺเต, สกฺกจฺจํ คณฺหาติ, สกฺกจฺจํ สชฺฌายติ, สกฺกจฺจํ อุทฺเทสํ ปฏิจฺฉาเปตุํ สกฺโกติ. ตุมฺหากํ ปน ญาติธีตา เนว สกฺกจฺจํ คณฺหาติ, น สชฺฌายติ, น อุทฺเทสํ ปฏิจฺฉาเปตุํ สกฺโกตี’’ติ. สตฺถา เถรสฺส วจนํ สุตฺวา, ‘‘อานนฺท, มยา กถิตธมฺโม นาม สกฺกจฺจมสุณนฺตสฺส อคฺคณฺหนฺตสฺส อสชฺฌายนฺตสฺส อเทเสนฺตสฺส วณฺณสมฺปนฺนํ อคนฺธกปุปฺผํ วิย อผโล โหติ, สกฺกจฺจํ ปน สวนาทีนิ กโรนฺตสฺส มหปฺผโล โหติ มหานิสํโส’’ติ วตฺวา อิมา เทฺว คาถา อภาสิ –
๕๑. ‘‘ยถาปิ รุจิรํ ปุปฺผํ, วณฺณวนฺตํ อคนฺธกํ;
เอวํ สุภาสิตา วาจา, อผลา โหติ อกุพฺพโต.
๕๒. ‘‘ยถาปิ รุจิรํ ปุปฺผํ, วณฺณวนฺตํ สคนฺธกํ;
เอวํ สุภาสิตา วาจา, สผลา โหติ กุพฺพโต’’ติ.
ตตฺถ รุจิรนฺติ โสภนํ. วณฺณวนฺตนฺติ วณฺณสณฺฐานสมฺปนฺนํ, อคนฺธกนฺติ คนฺธวิรหิตํ ปาลิภทฺทกคิริกณฺณิกชยสุมนาทิเภทํ. เอวํ สุภาสิตา วาจาติ สุภาสิตา วาจา นาม เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ. ตํ วณฺณสณฺฐานสมฺปนฺนํ อคนฺธกปุปฺผสทิสํ. ยถา ปน อคนฺธกปุปฺผํ โย นํ ธาเรติ, ตสฺส สรีเร คนฺธํ น ผรติ, เอวํ เอตมฺปิ โย นํ สกฺกจฺจํ สวนาทีหิ น สมาจรติ, ตสฺส สกฺกจฺจํ อสมาจรนฺตสฺส ยํ ตตฺถ กตฺตพฺพํ, ตํ อกุพฺพโต สุตคนฺธญฺจ วาจาคนฺธญฺจ ปฏิปตฺติคนฺธญฺจ น อาวหติ อผลา โหติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เอวํ สุภาสิตา วาจา, อผลา โหติ อกุพฺพโต’’ติ. สคนฺธกนฺติ จมฺปกนีลุปฺปลาทิเภทํ. เอวนฺติ ยถา ตํ ปุปฺผํ ธาเรนฺตสฺส สรีเร คนฺโธ ผรติ, เอวํ เตปิฏกพุทฺธวจนสงฺขาตา สุภาสิตา วาจาปิ. กุพฺพโตติ โย สกฺกจฺจํ สวนาทีหิ ตตฺถ กตฺตพฺพํ กโรติ, สา อสฺส ปุคฺคลสฺส สผลา โหติ, สุตคนฺธวาจาคนฺธปฏิปตฺติคนฺธานํ อาวหนโต มหปฺผลา โหติ, มหานิสํสาติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปตฺตา. เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา ชาตาติ.
ฉตฺตปาณิอุปาสกวตฺถุ สตฺตมํ.
๘. วิสาขาวตฺถุ
ยถาปิ ปุปฺผราสิมฺหาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา สาวตฺถิยํ อุปนิสฺสาย ปุพฺพาราเม วิหรนฺโต วิสาขํ อุปาสิกํ อารพฺภ กเถสิ.
สา กิร องฺครฏฺเฐ ภทฺทิยนคเร เมณฺฑกเสฏฺฐิปุตฺตสฺส ธนญฺจยเสฏฺฐิโน อคฺคมเหสิยา สุมนเทวิยา กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺติ. ตสฺสา สตฺตวสฺสิกกาเล สตฺถา เสลพฺราหฺมณาทีนํ โพธเนยฺยพนฺธวานํ อุปนิสฺสยสมฺปทํ ทิสฺวา มหาภิกฺขุสงฺฆปริวาโร จาริกํ จรมาโน ตํ นครํ ปาปุณิ.
ตสฺมิญฺจ สมเย เมณฺฑโก, คหปติ, ตสฺมึ นคเร ปญฺจนฺนํ มหาปุญฺญานํ เชฏฺฐโก หุตฺวา เสฏฺฐิฏฺฐานํ กโรติ. ปญฺจ มหาปุญฺญา นาม เมณฺฑโก เสฏฺฐิ, จนฺทปทุมา นาม ตสฺเสว เชฏฺฐกภริยา, ตสฺเสว เชฏฺฐกปุตฺโต ธนญฺจโย นาม, ตสฺส ภริยา สุมนเทวี นาม, เมณฺฑกเสฏฺฐิโน ทาโส ปุณฺโณ นามาติ. น เกวลญฺจ เมณฺฑกเสฏฺฐิเยว, พิมฺพิสารรญฺโญ ปน วิชิเต ปญฺจ อมิตโภคา นาม อเหสุํ – โชติโก, ชฏิโล, เมณฺฑโก, ปุณฺณโก, กากวลิโยติ. เตสุ อยํ เมณฺฑกเสฏฺฐิ ทสพลสฺส อตฺตโน นครํ สมฺปตฺตภาวํ ญตฺวา ปุตฺตสฺส ธนญฺจยเสฏฺฐิโน ธีตรํ วิสาขํ ทาริกํ ปกฺโกสาเปตฺวา อาห – ‘‘อมฺม, ตุยฺหมฺปิ มงฺคลํ, อมฺหากมฺปิ มงฺคลํ, ตว ปริวาเรหิ ปญฺจหิ ทาริกาสเตหิ สทฺธึ ปญฺจ รถสตานิ อารุยฺห ปญฺจหิ ทาสิสเตหิ ปริวุตา ทสพลสฺส ปจฺจุคฺคมนํ กโรหี’’ติ. สา ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ตถา อกาสิ. การณาการเณสุ ปน กุสลตฺตา ยาวติกา ยานสฺส ภูมิ, ยาเนน คนฺตฺวา ยานา ปจฺโจโรหิตฺวา ปตฺติกาว สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อถสฺสา จริยาวเสน สตฺถา ธมฺมํ เทเสสิ. สา เทสนาวสาเน ปญฺจหิ ทาริกาสเตหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. เมณฺฑกเสฏฺฐิปิ โข สตฺถารมุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมกถํ สุตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย สฺวาตนาย นิมนฺเตตฺวา ปุนทิวเส อตฺตโน นิเวสเน ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริวิสิตฺวา เอเตเนว อุปาเยน อฑฺฒมาสํ มหาทานมทาสิ. สตฺถา ภทฺทิยนคเร ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา ปกฺกามิ.
เตน โข ปน สมเยน พิมฺพิสาโร จ ปเสนทิ โกสโล จ อญฺญมญฺญํ ภคินิปติกา โหนฺติ. อเถกทิวสํ โกสลราชา จินฺเตสิ – ‘‘พิมฺพิสารสฺส วิชิเต ปญฺจ อมิตโภคา มหาปุญฺญา วสนฺติ, มยฺหํ วิชิเต เอโกปิ ตาทิโส นตฺถิ, ยํนูนาหํ พิมฺพิสารสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา เอกํ มหาปุญฺญํ ยาเจยฺย’’นฺติ. โส ตตฺถ คนฺตฺวา รญฺญา กตปฏิสนฺถาโร ‘‘กึ การณา อาคโตสี’’ติ ปุฏฺโฐ ‘‘‘ตุมฺหากํ วิชิเต ปญฺจ อมิตโภคา มหาปุญฺญา วสนฺติ, ตโต เอกํ คเหตฺวา คมิสฺสามี’ติ อาคโตมฺหิ, เตสุ เม เอกํ เทถา’’ติ อาห. ‘‘มหากุลานิ อเมฺหหิ จาเลตุํ น สกฺกา’’ติ อาห. ‘‘อหํ อลทฺธา น คมิสฺสามี’’ติ อาห. ราชา อมจฺเจหิ สทฺธึ มนฺเตตฺวา ‘‘โชติกาทีนํ มหากุลานํ จาลนํ นาม มหาปถวิยา จาลนสทิสํ, เมณฺฑกมหาเสฏฺฐิสฺส ปุตฺโต ธนญฺจยเสฏฺฐิ นาม อตฺถิ, เตน สทฺธึ มนฺเตตฺวา ปฏิวจนํ เต ทสฺสามี’’ติ วตฺวา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา, ตาต, โกสลราชา ‘‘‘เอกํ ธนเสฏฺฐึ คเหตฺวา คมิสฺสามี’ติ วทติ, ตฺวํ เตน สทฺธึ คจฺฉาหี’’ติ. ‘‘ตุเมฺหสุ ปหิณนฺเตสุ คมิสฺสามิ, เทวา’’ติ. ‘‘เตน หิ ปริวจฺฉํ กตฺวา คจฺฉ, ตาตา’’ติ. โส อตฺตโน กตฺตพฺพยุตฺตกมกาสิ. ราชาปิสฺส มหนฺตํ สกฺการํ กตฺวา, ‘‘อิมํ อาทาย คจฺฉถา’’ติ ปเสนทิราชานํ อุยฺโยเชสิ. โส ตํ อาทาย สพฺพตฺถ เอกรตฺติวาเสน คจฺฉนฺโต เอกํ ผาสุกฏฺฐานํ ปตฺวา นิวาสํ คณฺหิ, อถ นํ ธนญฺจยเสฏฺฐิ ปุจฺฉิ – ‘‘อิทํ กสฺส วิชิต’’นฺติ? ‘‘มยฺหํ, เสฏฺฐี’’ติ. ‘‘กีว ทูโร อิโต สาวตฺถี’’ติ? ‘‘สตฺตโยชนมตฺถเก’’ติ. ‘‘อนฺโตนครํ สมฺพาธํ, อมฺหากํ ปริชโน มหนฺโต, สเจ โรเจถ, อิเธว วเสยฺยาม, เทวา’’ติ. ราชา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตสฺมึ ฐาเน นครํ มาเปตฺวา ตสฺส ทตฺวา อคมาสิ. ตสฺมึ ปเทเส สยํ วสนฏฺฐานสฺส คหิตตฺตา นครสฺส สาเกตนฺเตฺวว นามํ อโหสิ.
สาวตฺถิยมฺปิ โข มิคารเสฏฺฐิโน ปุตฺโต ปุณฺณวฑฺฒนกุมาโร นาม วยปฺปตฺโต อโหสิ. อถ นํ มาตาปิตโร วทึสุ – ‘‘ตาต, ตว รุจฺจนฏฺฐาเน เอกํ ทาริกํ อุปธาเรหี’’ติ. ‘‘‘มยฺหํ เอวรูปาย ภริยาย กิจฺจํ นตฺถี’ติ, ปุตฺต, มา เอวํ กริ, กุลํ นาม อปุตฺตกํ น ติฏฺฐตี’’ติ. โส ปุนปฺปุนํ วุจฺจมาโน ‘‘เตน หิ ปญฺจกลฺยาณสมนฺนาคตํ ทาริกํ ลภมาโน ตุมฺหากํ วจนํ กริสฺสามี’’ติ อาห. ‘‘กานิ ปเนตานิ ปญฺจ กลฺยาณานิ นาม, ตาตา’’ติ. เกสกลฺยาณํ, มํสกลฺยาณํ, อฏฺฐิกลฺยาณํ, ฉวิกลฺยาณํ, วยกลฺยาณนฺติ. มหาปุญฺญาย หิ อิตฺถิยา เกสา โมรกลาปสทิสา หุตฺวา มุญฺจิตฺวา วิสฺสฏฺฐา นิวาสนนฺตํ ปหริตฺวา นิวตฺติตฺวา อุทฺธคฺคา ติฏฺฐนฺติ, อิทํ เกสกลฺยาณํ นาม, ทนฺตาวรณํ พิมฺพผลสทิสํ วณฺณสมฺปนฺนํ สมํ สุผุสิตํ โหติ, อิทํ มํสกลฺยาณํ นาม, ทนฺตา สุกฺกา สมา อวิรฬา อุสฺสาเปตฺวา ฐปิตวชิรปนฺติ วิย สมจฺฉินฺนสงฺขปนฺติ วิย จ โสภนฺติ, อิทํ อฏฺฐิกลฺยาณํ นาม, กาฬิยา จุณฺณกาทีหิ อวิลิตฺโต เอว ฉวิวณฺโณ สินิทฺโธ นีลุปฺปลทามสทิโส โหติ, โอทาตาย จ กณิการปุปฺผทามสทิโส โหติ, อิทํ ฉวิกลฺยาณํ นาม, ทสกฺขตฺตุํ วิชาตาปิ โข ปน สกึ วิชาตา วิย อวิคตโยพฺพนาเยว โหติ, อิทํ วยกลฺยาณํ นาม โหติ. อถสฺส มาตาปิตโร อฏฺฐุตฺตรสตพฺราหฺมเณ นิมนฺเตตฺวา โภเชตฺวา ‘‘ปญฺจกลฺยาณสมนฺนาคตา อิตฺถิโย นาม โหนฺตี’’ติ ปุจฺฉึสุ. ‘‘อาม, โหนฺตี’’ติ. ‘‘เตน หิ เอวรูปํ ทาริกํ ปริเยสิตุํ อฏฺฐ ชนา คจฺฉนฺตู’’ติ พหุํ ธนํ ทตฺวา ‘‘อาคตกาเล โว กตฺตพฺพํ ชานิสฺสาม, คจฺฉถ, เอวรูปํ ทาริกํ ปริเยสถ, ทิฏฺฐกาเล จ อิมํ ปิลนฺธนํ ทเทยฺยาถา’’ติ สตสหสฺสคฺฆนิกํ สุวณฺณมาลํ ทตฺวา อุยฺโยเชสุํ.
เต มหนฺตมหนฺตานิ นครานิ คนฺตฺวา ปริเยสมานา ปญฺจกลฺยาณสมนฺนาคตํ ทาริกํ อทิสฺวา นิวตฺติตฺวา อาคจฺฉนฺตา วิวฏนกฺขตฺตทิวเส สาเกตํ อนุปฺปตฺตา – ‘‘อชฺช อมฺหากํ กมฺมํ นิปฺผชฺชิสฺสตี’’ติ จินฺตยึสุ. ตสฺมึ ปน นคเร อนุสํวจฺฉรํ วิวฏนกฺขตฺตํ นาม โหติ. ตทา พหิ อนิกฺขมนกุลานิปิ ปริวาเรน สทฺธึ เคหา นิกฺขมิตฺวา อปฺปฏิจฺฉนฺเนน สรีเรน ปทสาว นทีตีรํ คจฺฉนฺติ. ตสฺมึ ทิวเส ขตฺติยมหาสาลาทีนํ ปุตฺตาปิ ‘‘อตฺตโน สมานชาติกํ มนาปํ กุลทาริกํ ทิสฺวา มาลาคุเฬน ปริกฺขิปิสฺสามา’’ติ ตํ ตํ มคฺคํ นิสฺสาย ติฏฺฐนฺติ. เตปิ โข พฺราหฺมณา นทีตีเร เอกํ สาลํ ปวิสิตฺวา อฏฺฐํสุ. ‘‘ตสฺมึ ขเณ วิสาขา ปนฺนรสโสฬสวสฺสุทฺเทสิกา หุตฺวา สพฺพาภรณปฏิมณฺฑิตา ปญฺจหิ กุมาริกาสเตหิ ปริวุตา นทึ คนฺตฺวา นฺหายิสฺสามี’’ติ ตํ ปเทสํ ปตฺตา, อถ โข เมโฆ อุฏฺฐหิตฺวา ปาวสฺสิ. ปญฺจสตา กุมาริกาโย เวเคน คนฺตฺวา สาลํ ปวิสึสุ. พฺราหฺมณา โอโลเกนฺตา ตาสุ เอกมฺปิ ปญฺจกลฺยาณสมนฺนาคตํ น ปสฺสึสุ. อถ วิสาขา ปกติคมเนเนว สาลํ ปาวิสิ, วตฺถาภรณานิ เตมึสุ. พฺราหฺมณา ตสฺสา จตฺตาริ กลฺยาณานิ ทิสฺวา ทนฺเต ปสฺสิตุกามา ‘‘อลสชาติกา อมฺหากํ ธีตา, เอติสฺสา สามิโก กญฺชิกมตฺตมฺปิ น ลภิสฺสติ มญฺเญ’’ติ อญฺญมญฺญํ กถยึสุ. อถ เน วิสาขา อาห – ‘‘กํ วเทถ ตุเมฺห’’ติ? ‘‘ตํ กเถม, อมฺมา’’ติ. มธุโร หิ ตสฺสา สทฺโท กํสตาฬสโร วิย นิจฺฉรติ. อถ เน ปุน มธุรสทฺเทน ‘‘กึ การณา ภณถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ตว ปริวาริตฺถิโย วตฺถาลงฺกาเร อเตเมตฺวา เวเคน สาลํ ปวิฏฺฐา, ตุยฺหํ เอตฺตกํ ฐานํ เวเคน อาคมนมตฺตมฺปิ นตฺถิ, วตฺถาภรณานิ เตเมตฺวา อาคตาสิ. ตสฺมา กเถม, อมฺมา’’ติ.
‘‘ตาตา, เอวํ มา วเทถ, อหํ เอตาหิ พลวตรา, การณํ ปน สลฺลกฺเขตฺวา ชเวน นาคตามฺหี’’ติ. ‘‘กึ, อมฺมา’’ติ? ‘‘ตาตา, จตฺตาโร ชนา ชวมานา น โสภนฺติ, อปรมฺปิ การณํ อตฺถี’’ติ. ‘‘กตเม จตฺตาโร ชนา ชวมานา น โสภนฺติ, อมฺมา’’ติ? ตาตา, อภิสิตฺตราชา ตาว สพฺพาภรณปฏิมณฺฑิโต กจฺฉํ พนฺธิตฺวา ราชงฺคเณ ชวมาโน น โสภติ, ‘‘กึ อยํ ราชา คหปติโก วิย ธาวตี’’ติ อญฺญทตฺถุ ครหํ ลภติ, สณิกํ คจฺฉนฺโตว โสภติ. รญฺโญ มงฺคลหตฺถีปิ อลงฺกโต ชวมาโน น โสภติ, วารณลีฬาย คจฺฉนฺโตว โสภติ. ปพฺพชิโต ชวมาโน น โสภติ, ‘‘กึ อยํ สมโณ คิหี วิย ธาวตี’’ติ เกวลํ ครหเมว ลภติ, สมิตคมเนน ปน โสภติ. อิตฺถี ชวมานา น โสภติ, ‘‘กึ เอสา อิตฺถี ปุริโส วิย ธาวตี’’ติ ครหิตพฺพาว โหติ, ‘‘อิเม จตฺตาโร ชนา ชวมานา น โสภนฺติ, ตาตา’’ติ. ‘‘กตมํ ปน อปรํ การณํ, อมฺมา’’ติ? ‘‘ตาตา, มาตาปิตโร นาม ธีตรํ องฺคปจฺจงฺคานิ สณฺฐาเปตฺวา โปเสนฺติ. มยญฺหิ วิกฺกิเณยฺยภณฺฑํ นาม, อเมฺห ปรกุลเปสนตฺถาย โปเสนฺติ. สเจ ชวมานานํ นิวตฺถทุสฺสกณฺเณ วา อกฺกมิตฺวา ภูมิยํ วา ปกฺขลิตฺวา ปติตกาเล หตฺโถ วา ปาโท วา ภิชฺเชยฺย, กุลสฺเสว ภาโร ภเวยฺย, ปสาธนภณฺฑํ ปน เม เตเมตฺวา สุสฺสิสฺสติ. อิมํ การณํ สลฺลกฺเขตฺวา น ธาวิตามฺหิ, ตาตา’’ติ.
พฺราหฺมณา ตสฺสา กถนกาเล ทนฺตสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ‘‘เอวรูปา โน ทนฺตสมฺปตฺติ ทิฏฺฐปุพฺพา’’ติ ตสฺสา สาธุการํ ทตฺวา, ‘‘อมฺม, ตุยฺหเมเวสา อนุจฺฉวิกา’’ติ วตฺวา ตํ สุวณฺณมาลํ ปิลนฺธยึสุ. อถ เน ปุจฺฉิ – ‘‘กตรนครโต อาคตาตฺถ, ตาตา’’ติ? ‘‘สาวตฺถิโต, อมฺมา’’ติ. ‘‘เสฏฺฐิกุลํ กตรํ นามา’’ติ? ‘‘มิคารเสฏฺฐิ นาม, อมฺมา’’ติ. ‘‘อยฺยปุตฺโต โก นามา’’ติ? ‘‘ปุณฺณวฑฺฒนกุมาโร นาม, อมฺมา’’ติ. สา ‘‘สมานชาติกํ โน กุล’’นฺติ อธิวาเสตฺวา ปิตุ สาสนํ ปหิณิ ‘‘อมฺหากํ รถํ เปเสตู’’ติ. กิญฺจาปิ หิ สา อาคมนกาเล ปทสา อาคตา, สุวณฺณมาลาย ปน ปิลนฺธนกาลโต ปฏฺฐาย ตถา คนฺตุํ น ลภติ, อิสฺสรทาริกา รถาทีหิ คจฺฉนฺติ, อิตรา ปกติยานกํ วา อภิรุหนฺติ, ฉตฺตํ วา ตาลปณฺณํ วา อุปริ กโรนฺติ, ตสฺมิมฺปิ อสติ นิวตฺถสาฏกสฺส ทสนฺตํ อุกฺขิปิตฺวา อํเส ขิปนฺตา คจฺฉนฺติ เอว. ตสฺสา ปน ปิตา ปญฺจ รถสตานิ เปเสสิ. สา สปริวารา รถํ อารุยฺห คตา. พฺราหฺมณาปิ เอกโตว อคมํสุ. อถ เน เสฏฺฐิ ปุจฺฉิ – ‘‘กุโต อาคตาตฺถา’’ติ? ‘‘สาวตฺถิโต มหาเสฏฺฐี’’ติ. ‘‘เสฏฺฐิ กตโร นามา’’ติ? ‘‘มิคารเสฏฺฐิ นามา’’ติ. ‘‘ปุตฺโต โก นามา’’ติ? ‘‘ปุณฺณวฑฺฒนกุมาโร นาม มหาเสฏฺฐี’’ติ. ‘‘ธนํ กิตฺตก’’นฺติ? ‘‘จตฺตาลีสโกฏิโย มหาเสฏฺฐี’’ติ. ‘‘ธนํ ตาว อมฺหากํ ธนํ อุปาทาย กากณิกมตฺตํ, ทาริกาย ปน อารกฺขมตฺตาย ลทฺธกาลโต ปฏฺฐาย กึ อญฺเญน การเณนา’’ติ อธิวาเสสิ. โส เตสํ สกฺการํ กตฺวา เอกาหทฺวีหํ วสาเปตฺวา อุยฺโยเชสิ.
เต สาวตฺถึ คนฺตฺวา มิคารเสฏฺฐิสฺส ‘‘ลทฺธา โน ทาริกา’’ติ อาโรจยึสุ. ‘‘กสฺส ธีตา’’ติ? ‘‘ธนญฺจยเสฏฺฐิโน’’ติ. โส ‘‘มหากุลสฺส เม ทาริกา ลทฺธา, ขิปฺปเมว นํ อาเนตุํ วฏฺฏตี’’ติ ตตฺถ คมนตฺถํ รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ‘‘‘มหากุลํ เอตํ มยา พิมฺพิสารสฺส สนฺติกา อาเนตฺวา สาเกเต นิเวสิตํ, ตสฺส สมฺมานํ กาตุํ วฏฺฏตี’ติ อหมฺปิ อาคมิสฺสามี’’ติ อาห, โส ‘‘สาธุ, เทวา’’ติ วตฺวา ธนญฺจยเสฏฺฐิโน สาสนํ เปเสสิ – ‘‘มยิ อาคจฺฉนฺเต ราชาปิ อาคมิสฺสติ, มหนฺตํ ราชพลํ เอตฺตกสฺส ชนสฺส กตฺตพฺพยุตฺตกํ กาตุํ สกฺขิสฺสสิ, น สกฺขิสฺสสี’’ติ? อิตโรปิ ‘‘สเจปิ ทส ราชาโน อาคจฺฉนฺติ, อาคจฺฉนฺตู’’ติ ปฏิสาสนํ เปเสสิ. มิคารเสฏฺฐิ ตาว มหนฺเต นคเร เคหโคปกมตฺตํ ฐเปตฺวา เสสชนํ อาทาย คนฺตฺวา อฑฺฒโยชนมตฺเต ฐาเน ฐตฺวา ‘‘อาคตามฺหา’’ติ สาสนํ ปหิณิ. ธนญฺจยเสฏฺฐิ พหุปณฺณาการํ เปเสตฺวา ธีตรา สทฺธึ มนฺเตสิ, ‘‘อมฺม, สสุโร กิร เต โกสลรญฺญา สทฺธึ อาคโต, ตสฺส กตรํ เคหํ ปฏิชคฺคิตพฺพํ, รญฺโญ กตรํ, อุปราชาทีนํ กตรานี’’ติ? ปณฺฑิตา เสฏฺฐิธีตา วชิรคฺคติขิณญาณา กปฺปสตสหสฺสํ ปตฺถิตปตฺถนา อภินีหารสมฺปนฺนา ‘‘สสุรสฺส เม อสุกเคหํ ปฏิชคฺคถ, รญฺโญ อสุกเคหํ, อุปราชาทีนํ อสุกานี’’ติ สํวิทหิตฺวา ทาสกมฺมกเร ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘เอตฺตกา รญฺโญ กตฺตพฺพกิจฺจํ กโรถ, เอตฺตกา อุปราชาทีนํ, หตฺถิอสฺสาทโยปิ ตุเมฺหเยว ปฏิชคฺคถ, อสฺสพนฺธาทโยปิ อาคนฺตฺวา มงฺคลฉณํ อนุภวิสฺสนฺตี’’ติ สํวิทหิ. ‘‘กึ การณา’’? ‘‘‘มยํ วิสาขาย มงฺคลฏฺฐานํ คนฺตฺวา น กิญฺจิ ลภิมฺห, อสฺสรกฺขณาทีนิ กโรนฺตา สุขํ น วิจริมฺหา’ติ เกจิ วตฺตุํ มา ลภึสู’’ติ.
ตํ ทิวสเมว วิสาขาย ปิตา ปญฺจสเต สุวณฺณกาเร ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘ธีตุ เม มหาลตาปสาธนํ นาม กโรถา’’ติ รตฺตสุวณฺณสฺส นิกฺขสหสฺสํ, ตทนุรูปานิ จ รชตมณิมุตฺตาปวาฬวชิราทีนิ ทาเปสิ. ราชา กติปาหํ วสิตฺวาว ธนญฺจยเสฏฺฐิสฺส สาสนํ ปหิณิ ‘‘น สกฺกา เสฏฺฐินา อมฺหากํ จิรํ โปสนํ นาม กาตุํ, ทานิ ทาริกาย คมนกาลํ ชานาตู’’ติ. โสปิ รญฺโญ สาสนํ เปเสสิ – ‘‘อิทานิ วสฺสกาโล อาคโต, น สกฺกา จตุมาสํ วิจริตุํ, ตุมฺหากํ พลกายสฺส ยํ ยํ ลทฺธุํ วฏฺฏติ, สพฺพํ ตํ มม ภาโร, มยา เปสิตกาเล เทโว คมิสฺสตี’’ติ. ตโต ปฏฺฐาย สาเกตนครํ นิจฺจนกฺขตฺตํ วิย อโหสิ. ราชานํ อาทึ กตฺวา สพฺเพสํ มาลาคนฺธวตฺถาทีนิ ปฏิยตฺตาเนว โหนฺติ. ตโต เต ชนา จินฺตยึสุ – ‘‘เสฏฺฐิ อมฺหากเมว สกฺการํ กโรตี’’ติ, เอวํ ตโย มาสา อติกฺกนฺตา, ปสาธนํ ปน ตาว น นิฏฺฐาติ. กมฺมนฺตาธิฏฺฐายกา อาคนฺตฺวา เสฏฺฐิโน อาโรเจสุํ – ‘‘อญฺญํ อสนฺตํ นาม นตฺถิ, พลกายสฺส ปน ภตฺตปจนทารูนิ นปฺปโหนฺตี’’ติ. ‘‘คจฺฉถ, ตาตา, อิมสฺมึ นคเร ปริชิณฺณา หตฺถิสาลาทโย เจว ปริชิณฺณกานิ จ เคหานิ คเหตฺวา ปจถา’’ติ. เอวํ ปจนฺตานมฺปิ อฑฺฒมาโส อติกฺกนฺโต. ตโต ปุนปิ ‘‘ทารูนิ นตฺถี’’ติ อาโรจยึสุ. ‘‘อิมสฺมึ กาเล น สกฺกา ทารูนิ ลทฺธุํ, ทุสฺสโกฏฺฐาคารานิ วิวริตฺวา ถูลสาฏเกหิ วฏฺฏิโย กตฺวา เตลจาฏีสุ เตเมตฺวา ภตฺตํ ปจถา’’ติ. เต อฑฺฒมาสํ ตถา อกํสุ. เอวํ จตฺตาโร มาสา อติกฺกนฺตา, ปสาธนมฺปิ นิฏฺฐิตํ.
ตสฺมึ ปสาธเน จตสฺโส วชิรนาฬิโย อุปโยคํ อคมํสุ, มุตฺตานํ เอกาทส นาฬิโย, ปวาฬสฺส พาวีสติ นาฬิโย, มณีนํ เตตฺตึส นาฬิโย. อิติ เอเตหิ จ อญฺเญหิ จ รตเนหิ นิฏฺฐานํ อคมาสิ. อสุตฺตมยํ ปสาธนํ รชเตน สุตฺตกิจฺจํ กรึสุ. ตํ สีเส ปฏิมุกฺกํ ปาทปิฏฺฐึ คจฺฉติ. ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน มุทฺทิกา โยเชตฺวา กตา สุวณฺณมยา คณฺฐิกา โหนฺติ, รชตมยา ปาสกา, มตฺถกมชฺเฌ เอกา มุทฺทิกา, ทฺวีสุ กณฺณปิฏฺฐีสุ เทฺว, คลวาฏเก เอกา, ทฺวีสุ ชตฺตูสุ เทฺว, ทฺวีสุ กปฺปเรสุ เทฺว, ทฺวีสุ กฏิปสฺเสสุ เทฺวติ. ตสฺมึ โข ปน ปสาธเน เอกํ โมรํ กรึสุ, ตสฺส ทกฺขิณปกฺเข รตฺตสุวณฺณมยานิ ปญฺจ ปตฺตสตานิ อเหสุํ, วามปกฺเข ปญฺจ ปตฺตสตานิ, ตุณฺฑํ ปวาฬมยํ, อกฺขีนิ มณิมยานิ, ตถา คีวา จ ปิญฺฉานิ จ, ปตฺตนาฬิโย รชตมยา, ตถา ชงฺฆาโย. โส วิสาขาย มตฺถกมชฺเฌ ปพฺพตกูเฏ ฐตฺวา นจฺจนมยูโร วิย ขายติ. ปตฺตนาฬิสหสฺสสฺส สทฺโท ทิพฺพสงฺคีตํ วิย ปญฺจงฺคิกตูริยโฆโส วิย จ ปวตฺตติ. สนฺติกํ อุปคตาเยว ตสฺสา อโมรภาวํ ชานนฺติ. ปสาธนํ นวโกฏิอคฺฆนกํ อโหสิ, สตสหสฺสํ หตฺถกมฺมมูลํ ทียิตฺถ.
‘‘กิสฺส ปน นิสฺสนฺเทน ตาเยตํ ปสาธนํ ลทฺธ’’นฺติ? สา กิร กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล วีสติยา ภิกฺขุสหสฺสานํ จีวรสาฏกํ ทตฺวา สุตฺตมฺปิ สูจิโยปิ รชนมฺปิ อตฺตโน สนฺตกเมว อทาสิ. ตสฺส จีวรทานสฺส นิสฺสนฺเทน อิมํ มหาลตาปสาธนํ ลภิ. อิตฺถีนญฺหิ จีวรทานํ มหาลตาปสาธนภณฺเฑน มตฺถกํ ปปฺโปติ, ปุริสานํ อิทฺธิมยปตฺตจีวเรนาติ. เอวํ มหาเสฏฺฐิ จตูหิ มาเสหิ ธีตุ ปริวจฺฉํ กตฺวา ตสฺสา เทยฺยธมฺมํ ททมาโน กหาปณปูรานิ ปญฺจ สกฏสตานิ อทาสิ, สุวณฺณภาชนปูรานิ ปญฺจ, รชตภาชนปูรานิ ปญฺจ, ตมฺพภาชนปูรานิ ปญฺจ, ปตฺตุณฺณวตฺถโกเสยฺยวตฺถปูรานิ ปญฺจ, สปฺปิปูรานิ ปญฺจ, เตลปูรานิ ปญฺจ, สาลิตณฺฑุลปูรานิ ปญฺจ, นงฺคลผาลาทิอุปกรณปูรานิ ปญฺจสกฏสตานิ อทาสิ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘มม ธีตุ คตฏฺฐาเน ‘อสุเกน นาม เม อตฺโถ’ติ มา ปรสฺส เคหทฺวารํ ปหิณี’’ติ. ตสฺมา สพฺพูปกรณานิ ทาเปสิ. เอเกกสฺมึ รเถ สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตา ติสฺโส ติสฺโส วณฺณทาสิโย ฐเปตฺวา ปญฺจ รถสตานิ อทาสิ. ‘‘เอตํ นฺหาเปนฺติโย โภเชนฺติโย อลงฺกโรนฺติโย วิจรถา’’ติ ทิยฑฺฒสหสฺสปริจาริกาโย อทาสิ. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘มม ธีตุ คาโว ทสฺสามี’’ติ. โส ปุริเส อาณาเปสิ – ‘‘คจฺฉถ ภเณ จูฬวชสฺส ทฺวารํ วิวริตฺวา ตีสุ คาวุเตสุ ติสฺโส เภริโย คเหตฺวา ติฏฺฐถ, ปุถุลโต อุสภมตฺเต ฐาเน อุโภสุ ปสฺเสสุ ติฏฺฐถ. คาวีนํ ตโต ปรํ คนฺตุํ มา อทตฺถ. เอวํ ฐิตกาเล เภริสญฺญํ กเรยฺยาถา’’ติ. เต ตถา อกํสุ. เต คาวีนํ วชโต นิกฺขมิตฺวา คาวุตํ คตกาเล เภริสญฺญํ อกํสุ, ปุน อฑฺฒโยชนํ คตกาเล อกํสุ. ปุนปิ ติคาวุตํ คตกาเล เภริสญฺญํ อกํสุ, ปุถุลโต คมนญฺจ นิวาเรสุํ. เอวํ ทีฆโต ติคาวุเต, ปุถุลโต อุสภมตฺเต ฐาเน คาวิโย อญฺญมญฺญํ นิฆํสนฺติโย อฏฺฐํสุ.
มหาเสฏฺฐิ ‘‘มม ธีตุ เอตฺตกา คาโว อลํ, ทฺวารํ ปิทหถา’’ติ วชทฺวารํ ปิทหาเปสิ. ทฺวารสฺมึ ปิทหิเต วิสาขาย ปุญฺญพเลน พลวคาโว จ เธนุโย จ อุปฺปติตฺวา อุปฺปติตฺวา นิกฺขมึสุ. มนุสฺสานํ วาเรนฺตานํ วาเรนฺตานเมว สฏฺฐิสหสฺสา พลวคาโว จ สฏฺฐิสหสฺสา เธนุโย จ นิกฺขนฺตา, ตตฺตกา พลววจฺฉา ตาสํ เธนูนํ อุสภา อุปฺปติตฺวา อนุพนฺธา อเหสุํ. ‘‘กิสฺส ปน นิสฺสนฺเทน เอวํ คาโว คตา’’ติ? นิวาเรนฺตานํ นิวาเรนฺตานํ ทินฺนทานสฺส. สา กิร กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล กิกิสฺส รญฺโญ สตฺตนฺนํ ธีตานํ กนิฏฺฐา สงฺฆทาสี นาม หุตฺวา วีสติยา ภิกฺขุสหสฺสานํ ปญฺจโครสทานํ ททมานา เถรานญฺจ ทหรานญฺจ สามเณรานญฺจ ปตฺตํ ปิทหิตฺวา, ‘‘อลํ, อล’’นฺติ นิวาเรนฺตานมฺปิ ‘‘อิทํ มธุรํ, อิทํ มนาป’’นฺติ อทาสิ. เอวํ ตสฺส นิสฺสนฺเทน วาริยมานาปิ คาโว นิกฺขมึสุ. เสฏฺฐินา เอตฺตกสฺส ธนสฺส ทินฺนกาเล เสฏฺฐิภริยา อาห – ‘‘ตุเมฺหหิ มยฺหํ ธีตุ สพฺพํ สํวิทหิตํ, เวยฺยาวจฺจกรา ปน ทาสทาสิโย น สํวิทหิตา, กึ การณา’’ติ? ‘‘มม ธีตริ สสิเนหนิสฺสิเนหานํ ชานนตฺถํ. อหญฺหิ ตาย สทฺธึ อาคจฺฉมานเก คีวาย คเหตฺวา น ปหิณามิ, ยานํ อารุยฺห คมนกาเลเยว เอตาย สทฺธึ คนฺตุกามา คจฺฉนฺตุ, มา อคนฺตุกามาติ วกฺขามี’’ติ อาห.
อถ ‘‘เสฺว มม ธีตา คมิสฺสตี’’ติ คพฺเภ นิสินฺโน ธีตรํ สมีเป นิสีทาเปตฺวา, ‘‘อมฺม, ปติกุเล วสนฺติยา นาม อิมญฺจ อิมญฺจ อาจารํ รกฺขิตุํ วฏฺฏตี’’ติ โอวาทมทาสิ. อยมฺปิ มิคารเสฏฺฐิ อนนฺตรคพฺเภ นิสินฺโน ธนญฺจยเสฏฺฐิโน โอวาทํ อสฺโสสิ. โสปิ เสฏฺฐิ ธีตรํ เอวํ โอวทิ –
‘‘อมฺม, สสุรกุเล วสนฺติยา นาม อนฺโตอคฺคิ พหิ น นีหริตพฺโพ, พหิอคฺคิ อนฺโต น ปเวเสตพฺโพ, ททนฺตสฺเสว ทาตพฺพํ, อททนฺตสฺส น ทาตพฺพํ, ททนฺตสฺสาปิ อททนฺตสฺสาปิ ทาตพฺพํ, สุขํ นิสีทิตพฺพํ, สุขํ ภุญฺชิตพฺพํ, สุขํ นิปชฺชิตพฺพํ, อคฺคิ ปริจริตพฺโพ, อนฺโตเทวตา นมสฺสิตพฺพา’’ติ.
อิมํ ทสวิธํ โอวาทํ ทตฺวา ปุนทิวเส สพฺพา เสนิโย สนฺนิปาเตตฺวา ราชเสนาย มชฺเฌ อฏฺฐ กุฏุมฺพิเก ปาฏิโภเค คเหตฺวา, ‘‘สเจ เม คตฏฺฐาเน ธีตุ โทโส อุปฺปชฺชติ, ตุเมฺหหิ โสเธตพฺโพ’’ติ วตฺวา นวโกฏิอคฺฆนเกน มหาลตาปสาธเนน ธีตรํ ปสาเธตฺวา นฺหานจุณฺณมูลกํ จตุปณฺณาสโกฏิธนํ ทตฺวา ยานํ อาโรเปตฺวา สาเกตสฺส สามนฺตา อตฺตโน สนฺตเกสุ อนุราธปุรมตฺเตสุ จุทฺทสสุ ภตฺตคาเมสุ เภรึ จราเปสิ – ‘‘มม ธีตรา สทฺธึ คนฺตุกามา คจฺฉนฺตู’’ติ. เต สทฺทํ สุตฺวาว – ‘‘อมฺหากํ อยฺยาย คมนกาเล กึ อมฺหากํ อิธา’’ติ จุทฺทส คามกา กิญฺจิ อเสเสตฺวา นิกฺขมึสุ? ธนญฺจยเสฏฺฐิปิ รญฺโญ จ มิคารเสฏฺฐิโน จ สกฺการํ กตฺวา โถกํ อนุคนฺตฺวา เตหิ สทฺธึ ธีตรํ อุยฺโยเชสิ.
มิคารเสฏฺฐิปิ สพฺพปจฺฉโต ยานเก นิสีทิตฺวา คจฺฉนฺโต พลกายํ ทิสฺวา, ‘‘เก นาเมเต’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘สุณิสาย โว เวยฺยาวจฺจกรา ทาสิทาสา’’ติ. ‘‘เอตฺตเก โก โปเสสฺส’’ติ? ‘‘โปเถตฺวา เต ปลาเปถ, อปลายนฺเต อิโต ทณฺฑํ กโรถา’’ติ. วิสาขา ปน ‘‘อเปถ, มา วาเรถ, พลเมว พลสฺส ภตฺตํ ทสฺสตี’’ติ อาห. เสฏฺฐิ เอวํ วุตฺเตปิ, ‘‘อมฺม, นตฺถิ อมฺหากํ เอเตหิ อตฺโถ, โก เอเต โปเสสฺสตี’’ติ เลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ โปเถตฺวา ปลาเปตฺวา เสสเก ‘‘อลํ อมฺหากํ เอตฺตเกหี’’ติ คเหตฺวา ปายาสิ. อถ วิสาขา สาวตฺถินครทฺวารํ สมฺปตฺตกาเล จินฺเตสิ – ‘‘ปฏิจฺฉนฺนยานสฺมึ นุ โข นิสีทิตฺวา ปวิสิสฺสามิ, อุทาหุ รเถ ฐตฺวา’’ติ. อถสฺสา เอตทโหสิ – ‘‘ปฏิจฺฉนฺนยาเนน เม ปวิสนฺติยา มหาลตาปสาธนสฺส วิเสโส น ปญฺญายิสฺสตี’’ติ. สา สกลนครสฺส อตฺตานํ ทสฺเสนฺตี รเถ ฐตฺวา นครํ ปาวิสิ. สาวตฺถิวาสิโน วิสาขาย สมฺปตฺตึ ทิสฺวา, ‘‘เอสา กิร วิสาขา นาม, เอวรูปา อยํ สมฺปตฺติ เอติสฺสาว อนุจฺฉวิกา’’ติ อาหํสุ. อิติ สา มหาสมฺปตฺติยา เสฏฺฐิโน เคหํ ปาวิสิ. คตทิวเส จสฺสา สกลนครวาสิโน ‘‘อมฺหากํ ธนญฺจยเสฏฺฐิ อตฺตโน นครํ สมฺปตฺตานํ มหาสกฺการํ อกาสี’’ติ ยถาสตฺติ ยถาพลํ ปณฺณาการํ ปหิณึสุ. วิสาขา ปหิตปหิตํ ปณฺณาการํ ตสฺมึเยว นคเร อญฺญมญฺเญสุ กุเลสุ สพฺพตฺถกเมว ทาเปสิ. อิติ สา ‘‘อิทํ มยฺหํ มาตุ เทถ, อิทํ มยฺหํ ปิตุ เทถ, อิทํ มยฺหํ ภาตุ เทถ, อิทํ มยฺหํ ภคินิยา เทถา’’ติ เตสํ เตสํ วยานุรูปํ ปิยวจนํ วตฺวา ปณฺณาการํ เปเสนฺตี สกลนครวาสิโน ญาตเก วิย อกาสิ. อถสฺสา รตฺติภาคสมนนฺตเร อาชญฺญวฬวาย คพฺภวุฏฺฐานํ อโหสิ. สา ทาสีหิ ทณฺฑทีปิกา คาหาเปตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา วฬวํ อุโณฺหทเกน นฺหาเปตฺวา เตเลน มกฺขาเปตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว อคมาสิ.
มิคารเสฏฺฐิปิ ปุตฺตสฺส อาวาหมงฺคลํ กโรนฺโต ธุรวิหาเร วสนฺตมฺปิ ตถาคตํ อมนสิกริตฺวา ทีฆรตฺตํ นคฺคสมณเกสุ ปติฏฺฐิเตน เปเมน โจทิยมาโน ‘‘มยฺหํ อยฺยานมฺปิ สกฺการํ กริสฺสามี’’ติ เอกทิวสํ อเนกสเตสุ นวภาชเนสุ นิรุทกปายาสํ ปจาเปตฺวา ปญฺจสเต อเจลเก นิมนฺตาเปตฺวา อนฺโตเคหํ ปเวเสตฺวา, ‘‘อาคจฺฉตุ เม สุณิสา, อรหนฺเต วนฺทตู’’ติ วิสาขาย สาสนํ ปหิณิ. สา ‘‘อรหนฺโต’’ติ วจนํ สุตฺวา โสตาปนฺนา อริยสาวิกา หฏฺฐตุฏฺฐา หุตฺวา เตสํ โภชนฏฺฐานํ อาคนฺตฺวา เต โอโลเกตฺวา, ‘‘เอวรูปา หิโรตฺตปฺปวิรหิตา อรหนฺตา นาม น โหนฺติ, กสฺมา มํ สสุโร ปกฺโกสาเปสี’’ติ, ‘‘ธี, ธี’’ติ เสฏฺฐึ ครหิตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว คตา. อเจลกา ตํ ทิสฺวา สพฺเพ เอกปฺปหาเรเนว เสฏฺฐึ ครหึสุ – ‘‘กึ ตฺวํ, คหปติ, อญฺญํ นาลตฺถ, สมณสฺส โคตมสฺส สาวิกํ มหากาฬกณฺณึ อิธ ปเวเสสิ, เวเคน นํ อิมสฺมา เคหา นิกฺกฑฺฒาเปหี’’ติ. โส ‘‘น สกฺกา มยา อิเมสํ วจนมตฺเตเนว นิกฺกฑฺฒาเปตุํ, มหากุลสฺส สา ธีตา’’ติ จินฺเตตฺวา, ‘‘อยฺยา, ทหรา นาม ชานิตฺวา วา อชานิตฺวา วา กเรยฺยุํ, ตุเมฺห ตุณฺหี โหถา’’ติ เต อุยฺโยเชตฺวา สยํ มหารเห อาสเน นิสีทิตฺวา สุวณฺณปาติยํ นิรุทกํ มธุปายาสํ ปริภุญฺชิ.
ตสฺมึ สมเย เอโก ปิณฺฑปาติกตฺเถโร ปิณฺฑาย จรนฺโต ตํ นิเวสนํ ปาวิสิ. วิสาขา สสุรํ พีชยมานา ฐิตา ตํ ทิสฺวา ‘‘สสุรสฺส อาจิกฺขิตุํ อยุตฺต’’นฺติ ยถา โส เถรํ ปสฺสติ, เอวํ อปคนฺตฺวา อฏฺฐาสิ. โส ปน พาโล เถรํ ทิสฺวาปิ อปสฺสนฺโต วิย หุตฺวา อโธมุโข ภุญฺชเตว. วิสาขา ‘‘เถรํ ทิสฺวาปิ เม สสุโร สญฺญํ น กโรตี’’ติ ญตฺวา, ‘‘อติจฺฉถ, ภนฺเต, มยฺหํ สสุโร ปุราณํ ขาทตี’’ติ อาห. โส นิคณฺเฐหิ กถิตกาเล อธิวาเสตฺวาปิ ‘‘ปุราณํ ขาทตี’’ติ วุตฺตกฺขเณเยว หตฺถํ อปเนตฺวา, ‘‘อิมํ ปายาสํ อิโต นีหรถ, เอตํ อิมสฺมา เคหา นิกฺกฑฺฒถ, อยํ มํ เอวรูเป มงฺคลกาเล อสุจิขาทกํ นาม กโรตี’’ติ อาห. ตสฺมึ โข ปน นิเวสเน สพฺเพปิ ทาสกมฺมกรา วิสาขาย สนฺตกาว, โก นํ หตฺเถ วา ปาเท วา คณฺหิสฺสติ, มุเขน กเถตุํ สมตฺโถปิ นตฺถิ. วิสาขา สสุรสฺส กถํ สุตฺวา อาห – ‘‘ตาต, น เอตฺตเกเนว มยํ นิกฺขมาม, นาหํ ตุเมฺหหิ อุทกติตฺถโต กุมฺภทาสี วิย อานีตา, ธรมานกมาตาปิตูนํ ธีตโร นาม น เอตฺตเกเนว นิกฺขมนฺติ, เอเตเนว เม การเณน ปิตา อิธาคมนกาเล อฏฺฐ กุฏุมฺพิเก ปกฺโกสาเปตฺวา ‘สเจ เม ธีตุ โทโส อุปฺปชฺชติ, โสเธยฺยาถา’ติ วตฺวา มํ เตสํ หตฺเถ ฐเปสิ, เต ปกฺโกสาเปตฺวา มยฺหํ โทสาโทสํ โสธาเปถา’’ติ.
เสฏฺฐิ ‘‘กลฺยาณํ เอสา กเถตี’’ติ อฏฺฐ กุฏุมฺพิเก ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘อยํ ทาริกา มงฺคลกาเล นิสีทิตฺวา สุวณฺณปาติยํ นิรุทกปายาสํ ปริภุญฺชนฺตํ มํ ‘อสุจิขาทโก’ติ วทตี’’ติ อาห, ‘‘อิมิสฺสา โทสํ อาโรเปตฺวา อิมํ เคหโต นิกฺกฑฺฒถา’’ติ. ‘‘เอวํ กิร, อมฺมา’’ติ. นาหํ เอวํ วทามิ, เอกสฺมึ ปน ปิณฺฑปาติกตฺเถเร ฆรทฺวาเร ฐิเต สสุโร เม อปฺโปทกํ มธุปายาสํ ปริภุญฺชนฺโต ตํ น มนสิกโรติ, อหํ ‘‘มยฺหํ สสุโร อิมสฺมึ อตฺตภาเว ปุญฺญํ น กโรติ, ปุราณปุญฺญเมว ขาทตี’’ติ จินฺเตตฺวา, ‘‘อติจฺฉถ, ภนฺเต, มยฺหํ สสุโร ปุราณํ ขาทตี’’ติ อวจํ, ‘‘เอตฺถ เม โก โทโส’’ติ? ‘‘อยฺย, อิธ โทโส นตฺถิ, อมฺหากํ ธีตา ยุตฺตํ กเถติ, ตฺวํ กสฺมา กุชฺฌสี’’ติ? ‘‘อยฺยา, เอส ตาว โทโส มา โหตุ, อยํ ปน เอกทิวสํ มชฺฌิมยาเม ทาสีปริวุตา ปจฺฉาเคหํ อคมาสี’’ติ. ‘‘เอวํ กิร, อมฺมา’’ติ. ‘‘ตาตา, นาหํ อญฺเญน การเณน คตา, อิมสฺมึ ปน เคเห อาชาเนยฺยวฬวาย วิชาตาย สญฺญมฺปิ อกตฺวา นิสีทิตุํ นาม อยุตฺต’’นฺติ ทณฺฑทีปิกา คาหาเปตฺวา อุโณฺหทกาทีนิปิ คาหาเปตฺวา ทาสีหิ สทฺธึ คนฺตฺวา วฬวาย วิชาตปริหารํ การาเปสึ, ‘‘เอตฺถ เม โก โทโส’’ติ? ‘‘อยฺย, อิธ โทโส นตฺถิ, อมฺหากํ ธีตา ตว เคเห ทาสีหิปิ อกตฺตพฺพยุตฺตกํ กมฺมํ กโรติ, ตฺวํ กึ เอตฺถ โทสํ ปสฺสสี’’ติ?
อยฺยา, อิธาปิ ตาว โทโส มา โหตุ, อิมิสฺสา ปน ปิตา อิธาคมนกาเล อิมํ โอวทนฺโต คุเยฺห ปฏิจฺฉนฺเน ทส โอวาเท อทาสิ, เตสํ อตฺถํ น ชานามิ, เตสํ เม อตฺถํ กเถตุ. อิมิสฺสา ปน ปิตา ‘‘อนฺโตอคฺคิ พหิ น นีหริตพฺโพ’’ติ อาห, ‘‘สกฺกา นุ โข อเมฺหหิ อุภโต ปฏิวิสฺสกเคหานํ อคฺคึ อทตฺวา วสิตุ’’นฺติ? ‘‘เอวํ กิร, อมฺมา’’ติ. ‘‘ตาตา, มยฺหํ ปิตา น เอตํ สนฺธาย กเถสิ. อิทํ ปน สนฺธาย กเถสิ – ‘อมฺม, ตว สสฺสุสสุรสามิกานํ อคุณํ ทิสฺวา พหิ ตสฺมึ ตสฺมึ เคเห ฐตฺวา มา กเถสิ. เอวรูโป หิ อคฺคิสทิโส อคฺคิ นาม นตฺถี’’’ติ.
อยฺยา, เอตํ ตาว เอวํ โหตุ, อิมิสฺสา ปน ปิตา ‘‘พาหิรโต อคฺคิ น อนฺโต ปเวเสตพฺโพ’’ติ อาห, ‘‘กึ สกฺกา อเมฺหหิ อนฺโต อคฺคิมฺหิ นิพฺพุเต พาหิรโต อคฺคึ อนาหริตุ’’นฺติ? ‘‘เอวํ กิร, อมฺมา’’ติ. ตาตา, มยฺหํ ปิตา น เอตํ สนฺธาย กเถสิ, อิทํ ปน สนฺธาย กเถสิ – สเจ ปฏิวิสฺสกเคเหสุ อิตฺถิโย วา ปุริสา วา สสฺสุสสุรสามิกานํ อคุณํ กเถนฺติ, เตหิ กถิตํ อาหริตฺวา ‘‘อสุโก นาม ตุมฺหากํ เอวญฺจ เอวญฺจ อคุณํ กเถตี’’ติ ปุน มา กเถยฺยาสิ. ‘‘เอเตน หิ อคฺคินา สทิโส อคฺคิ นาม นตฺถี’’ติ. เอวํ อิมสฺมิมฺปิ การเณ สา นิทฺโทสาว อโหสิ. ยถา จ เอตฺถ, เอวํ เสเสสุปิ.
เตสุ ปน อยมธิปฺปาโย – ยมฺปิ หิ ตสฺสา ปิตรา ‘‘เย ททนฺติ, เตสํเยว ทาตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ตํ ‘‘ยาจิตกํ อุปกรณํ คเหตฺวา เย ปฏิเทนฺติ, เตสญฺเญว ทาตพฺพ’’นฺติ สนฺธาย วุตฺตํ.
‘‘เย น เทนฺติ, เตสํ น ทาตพฺพ’’นฺติ อิทมฺปิ เย ยาจิตกํ คเหตฺวา น ปฏิเทนฺติ, เตสํ น ทาตพฺพนฺติ สนฺธาย วุตฺตํ.
‘‘ททนฺตสฺสาปิ อททนฺตสฺสาปิ ทาตพฺพ’’นฺติ อิทํ ปน ทลิทฺเทสุ ญาติมิตฺเตสุ สมฺปตฺเตสุ เต ปฏิทาตุํ สกฺโกนฺตุ วา มา วา, เตสํ ทาตุเมว วฏฺฏตีติ สนฺธาย วุตฺตํ.
‘‘สุขํ นิสีทิตพฺพ’’นฺติ อิทมฺปิ สสฺสุสสุรสามิเก ทิสฺวา วุฏฺฐาตพฺพฏฺฐาเน นิสีทิตุํ น วฏฺฏตีติ สนฺธาย วุตฺตํ.
‘‘สุขํ ภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ อิทํ ปน สสฺสุสสุรสามิเกหิ ปุเรตรํ อภุญฺชิตฺวา เต ปริวิสิตฺวา สพฺเพหิ ลทฺธาลทฺธํ ญตฺวา ปจฺฉา สยํ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ สนฺธาย วุตฺตํ.
‘‘สุขํ นิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ อิทมฺปิ สสฺสุสสุรสามิเกหิ ปุเรตรํ สยนํ อารุยฺห น นิปชฺชิตพฺพํ, เตสํ กตฺตพฺพยุตฺตกํ วตฺตปฏิวตฺตํ กตฺวา ปจฺฉา สยํ นิปชฺชิตุํ ยุตฺตนฺติ สนฺธาย วุตฺตํ.
‘‘อคฺคิ ปริจริตพฺโพ’’ติ อิทํ ปน สสฺสุมฺปิ สสุรมฺปิ สามิกมฺปิ อคฺคิกฺขนฺธํ วิย อุรคราชานํ วิย จ กตฺวา ปสฺสิตุํ วฏฺฏตีติ สนฺธาย วุตฺตํ.
‘‘อนฺโตเทวตา นมสฺสิตพฺพา’’ติ อิทมฺปิ สสฺสุญฺจ สสุรญฺจ สามิกญฺจ เทวตา วิย กตฺวา ทฏฺฐุํ วฏฺฏตีติ สนฺธาย วุตฺตํ. เอวํ เสฏฺฐิ อิเมสํ ทสโอวาทานํ อตฺถํ สุตฺวา ปฏิวจนํ อปสฺสนฺโต อโธมุโข นิสีทิ.
อถ นํ กุฏุมฺพิกา ‘‘กึ เสฏฺฐิ อญฺโญปิ อมฺหากํ ธีตุ โทโส อตฺถี’’ติ ปุจฺฉึสุ. ‘‘นตฺถิ, อยฺยา’’ติ. ‘‘อถ กสฺมา นํ นิทฺโทสํ อการเณน เคหา นิกฺกฑฺฒาเปสี’’ติ เอวํ วุตฺเต วิสาขา อาห – ‘‘ตาตา, กิญฺจาปิ มยฺหํ สสุรสฺส วจเนน ปฐมเมว คมนํ น ยุตฺตํ, ปิตา ปน เม อาคมนกาเล มม โทสโสธนตฺถาย มํ ตุมฺหากํ หตฺเถ ฐเปสิ, ตุเมฺหหิ จ เม นิทฺโทสภาโว ญาโต, อิทานิ จ มยฺหํ คนฺตุํ ยุตฺต’’นฺติ ทาสิทาเส ‘‘ยานาทีหิ สชฺชาเปถา’’ติ อาณาเปสิ. อถ นํ เสฏฺฐิ กุฏุมฺพิเก คเหตฺวา ‘‘อมฺม, มยา อชานิตฺวาว กถิตํ, ขมาหิ เม’’ติ อาห. ‘‘ตาต, ตุมฺหากํ ขมิตพฺพํ ตาว ขมามิ, อหํ ปน พุทฺธสาสเน อเวจฺจปฺปสนฺนสฺส กุลสฺส ธีตา, น มยํ วินา ภิกฺขุสงฺเฆน วตฺตาม, สเจ มม รุจิยา ภิกฺขุสงฺฆํ ปฏิชคฺคิตุํ ลภามิ, วสิสฺสามี’’ติ. ‘‘อมฺม, ตฺวํ ยถารุจิยา ตว สมเณ ปฏิชคฺคา’’ติ อาห.
วิสาขา ทสพลํ นิมนฺตาเปตฺวา ปุนทิวเส นิเวสนํ ปเวเสสิ. นคฺคสมณาปิ สตฺถุ มิคารเสฏฺฐิโน เคหํ คมนภาวํ สุตฺวา คนฺตฺวา เคหํ ปริวาเรตฺวา นิสีทึสุ. วิสาขา ทกฺขิโณทกํ ทตฺวา ‘‘สพฺโพ สกฺกาโร ปฏิยาทิโต, สสุโร เม อาคนฺตฺวา ทสพลํ ปริวิสตู’’ติ สาสนํ เปเสสิ. อถ นํ คนฺตุกามํ อาชีวกา ‘‘มา โข ตฺวํ, คหปติ, สมณสฺส โคตมสฺส สนฺติกํ คจฺฉา’’ติ นิวาเรสุํ. โส ‘‘สุณฺหา เม สยเมว ปริวิสตู’’ติ สาสนํ ปหิณิ. สา พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริวิสิตฺวา นิฏฺฐิเต ภตฺตกิจฺเจ ปุน สาสนํ เปเสสิ – ‘‘สสุโร เม อาคนฺตฺวา ธมฺมกถํ สุณาตู’’ติ. อถ นํ ‘‘อิทานิ อคมนํ นาม อติวิย อยุตฺต’’นฺติ ธมฺมํ โสตุกามตาย คจฺฉนฺตํ ปุน เต อาหํสุ – ‘‘เตน หิ สมณสฺส โคตมสฺส ธมฺมํ สุณนฺโต พหิสาณิยา นิสีทิตฺวา สุณาหี’’ติ. ปุเรตรเมวสฺส คนฺตฺวา สาณึ ปริกฺขิปึสุ. โส คนฺตฺวา พหิสาณิยํ นิสีทิ. สตฺถา ‘‘ตฺวํ พหิสาณิยํ วา นิสีท, ปรกุฏฺเฏ วา ปรเสเล วา ปรจกฺกวาเฬ วา ปน นิสีท, อหํ พุทฺโธ นาม สกฺโกมิ ตํ มม สทฺทํ สาเวตุ’’นฺติ มหาชมฺพุํ ขนฺเธ คเหตฺวา จาเลนฺโต วิย อมตวสฺสํ วสฺเสนฺโต วิย จ ธมฺมํ เทเสตุํ อนุปุพฺพึ กถํ อารภิ.