๓. วิฏฏูภวตฺถุ
ปุปฺผานิเหว ปจินนฺตนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา สาวตฺถิยํ วิหรนฺโต สปริสํ มโหเฆน อชฺโฌตฺถริตฺวา มาริตํ วิฏฏูภํ อารพฺภ กเถสิ.
ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – สาวตฺถิยญฺหิ มหาโกสลรญฺโญ ปุตฺโต ปเสนทิกุมาโร นาม. เวสาลิยํ ลิจฺฉวิรญฺโญ ปุตฺโต ลิจฺฉวิกุมาโร มหาลิ นาม, กุสินารายํ มลฺลราชปุตฺโต พนฺธุโล นามาติ อิเม ตโย ทิสาปาโมกฺขสฺสาจริยสฺส สนฺติเก สิปฺปุคฺคหณตฺถํ ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา พหินคเร สาลาย สมาคตา อญฺญมญฺญสฺส อาคตการณญฺจ กุลญฺจ นามญฺจ ปุจฺฉิตฺวา สหายกา หุตฺวา เอกโตว อาจริยํ อุปสงฺกมิตฺวา สิปฺปํ สิกฺขนฺตา น จิรสฺเสว อุคฺคหิตสิปฺปา อาจริยํ อาปุจฺฉิตฺวา เอกโตว นิกฺขมิตฺวา สกสกฏฺฐานานิ อคมํสุ. เตสุ ปเสนทิกุมาโร ปิตุ สิปฺปํ ทสฺเสตฺวา ปสนฺเนน ปิตรา รชฺเช อภิสิตฺโต. มหาลิกุมาโร ลิจฺฉวีนํ สิปฺปํ ทสฺเสนฺโต มหนฺเตน อุสฺสาเหน ทสฺเสสิ, ตสฺส อกฺขีนิ ภิชฺชิตฺวา อคมํสุ. ลิจฺฉวิราชาโน ‘‘อโห วต อมฺหากํ อาจริโย อกฺขิวินาสํ ปตฺโต, น นํ ปริจฺจชิสฺสาม, อุปฏฺฐหิสฺสาม น’’นฺติ ตสฺส สตสหสฺสุฏฺฐานกํ เอกํ ทฺวารํ อทํสุ. โส ตํ นิสฺสาย ปญฺจสเต ลิจฺฉวิราชปุตฺเต สิปฺปํ สิกฺขาเปนฺโต วสิ. พนฺธุลกุมาโร สฏฺฐึ สฏฺฐึ เวฬู คเหตฺวา มชฺเฌ อยสลากํ ปกฺขิปิตฺวา สฏฺฐิกลาเป อุสฺสาเปตฺวา ฐปิเต มลฺลราชกุเลหิ ‘‘อิเม กปฺเปตู’’ติ วุตฺโต อสีติหตฺถํ อากาสํ อุลฺลงฺฆิตฺวา อสินา กปฺเปนฺโต อคมาสิ. โส โอสานกลาเป อยสลากาย ‘‘กิรี’’ติ สทฺทํ สุตฺวา, ‘‘กึ เอต’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา สพฺพกลาเปสุ อยสลากานํ ฐปิตภาวํ ญตฺวา อสึ ฉฑฺเฑตฺวา โรทมาโน ‘‘มยฺหํ เอตฺตเกสุ ญาติสุหชฺเชสุ เอโกปิ สสิเนโห หุตฺวา อิมํ การณํ นาจิกฺขิ. สเจ หิ อหํ ชาเนยฺยํ, อยสลากาย สทฺทํ อนุฏฺฐาเปนฺโตว ฉินฺเทยฺย’’นฺติ วตฺวา, ‘‘สพฺเพปิเม มาเรตฺวา รชฺชํ กเรยฺย’’นฺติ มาตาปิตูนํ กเถสิ. เตหิ ‘‘ปเวณิรชฺชํ นาม, ตาต, อิทํ น ลพฺภา เอวํ กาตุ’’นฺติ นานปฺปกาเรน วาริโต ‘‘เตน หิ มม สหายกสฺส สนฺติกํ คมิสฺสามี’’ติ สาวตฺถึ อคมาสิ.
ปเสนทิ โกสโล ราชา ตสฺสาคมนํ สุตฺวา ปจฺจุคฺคนฺตฺวา มหนฺเตน สกฺกาเรน ตํ นครํ ปเวเสตฺวา เสนาปติฏฺฐาเน ฐเปสิ. โส มาตาปิตโร ปกฺโกสาเปตฺวา ตตฺเถว วาสํ กปฺเปสิ. อเถกทิวสํ ราชา อุปริปาสาเท ฐิโต อนฺตรวีถึ โอโลกยมาโน ‘‘อนาถปิณฺฑิกสฺส จูฬอนาถปิณฺฑิกสฺส วิสาขาย สุปฺปวาสายา’’ติ เอเตสํ เคเห นิจฺจํ ภตฺตกิจฺจตฺถาย คจฺฉนฺเต อเนกสหสฺเส ภิกฺขู ทิสฺวา, ‘‘กหํ, อยฺยา, คจฺฉนฺตี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘เทว, อนาถปิณฺฑิกสฺส เคเห นิจฺจภตฺตสลากภตฺตคิลานภตฺตาทีนํ อตฺถาย เทวสิกํ เทฺว ภิกฺขุสหสฺสานิ คจฺฉนฺติ, จูฬอนาถปิณฺฑิกสฺส เคเห ปญฺจสตานิ, ตถา วิสาขาย ตถา สุปฺปวาสายา’’ติ วุตฺเต สยมฺปิ ภิกฺขุสงฺฆํ อุปฏฺฐหิตุกาโม วิหารํ คนฺตฺวา ภิกฺขุสหสฺเสน สทฺธึ สตฺถารํ นิมนฺเตตฺวา สตฺตาหํ สหตฺถา ทานํ ทตฺวา สตฺตเม ทิวเส สตฺถารํ วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ปญฺจหิ เม ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ นิพทฺธํ ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ อาห. ‘‘มหาราช พุทฺธา นาม เอกฏฺฐาเน นิพทฺธํ ภิกฺขํ น คณฺหนฺติ, พหู ชนา พุทฺธานํ อาคมนํ ปจฺจาสีสนฺตี’’ติ. ‘‘เตน หิ เอกํ ภิกฺขุํ นิพทฺธํ เปเสถา’’ติ อาห. สตฺถา อานนฺทตฺเถรสฺส ภารํ อกาสิ. ราชา ภิกฺขุสงฺเฆ อาคเต ปตฺตํ คเหตฺวา, ‘‘อิเม นาม ปริวิสนฺตู’’ติ อวิจาเรตฺวาว สตฺตาหํ สยเมว ปริวิสิตฺวา อฏฺฐเม ทิวเส วิกฺขิตฺตจิตฺโต ปมชฺชมกาสิ. ราชกุเล นาม อนาณตฺตา อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวา ภิกฺขู นิสีทาเปตฺวา ปริวิสิตุํ น ลภนฺติ ‘‘น มยํ อิธ ฐาตุํ สกฺขิสฺสามา’’ติ พหู ภิกฺขู ปกฺกมึสุ. ราชา ทุติยทิวเสปิ ปมชฺชิ, ทุติยทิวเสปิ พหู ภิกฺขู ปกฺกมึสุ. ตติยทิวเสปิ ปมชฺชิ, ตทา อานนฺทตฺเถรํ เอกกเมว ฐเปตฺวา อวเสสา ปกฺกมึสุ. ปุญฺญวนฺตา นาม การณวสิกา โหนฺติ, กุลานํ ปสาทํ รกฺขนฺติ. ตถาคตสฺส จ สาริปุตฺตตฺเถโร มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโรติ เทฺว อคฺคสาวกา, เขมา อุปฺปลวณฺณาติ เทฺว อคฺคสาวิกา, อุปาสเกสุ จิตฺโต, คหปติ, หตฺถโก อาฬวโกติ เทฺว อคฺคอุปาสกา, อุปาสิกาสุ เวฬุกณฺฐกี นนฺทมาตา, ขุชฺชุตฺตราติ เทฺว อคฺคอุปาสิกา, อิติ อิเม อฏฺฐ ชเน อาทึ กตฺวา ฐานนฺตรปตฺตา สพฺเพปิ สาวกา เอกเทเสน ทสนฺนํ ปารมีนํ ปูริตตฺตา มหาปุญฺญา อภินีหารสมฺปนฺนา. อานนฺทตฺเถโรปิ กปฺปสตสหสฺสํ ปูริตปารมี อภินีหารสมฺปนฺโน มหาปุญฺโญ อตฺตโน การณวสิกตาย กุลสฺส ปสาทํ รกฺขนฺโต อฏฺฐาสิ. ตํ เอกกเมว นิสีทาเปตฺวา ปริวิสึสุ.
ราชา ภิกฺขูนํ คตกาเล อาคนฺตฺวา ขาทนียโภชนียานิ ตเถว ฐิตานิ ทิสฺวา, ‘‘กึ, อยฺยา, นาคมึสู’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘อานนฺทตฺเถโร เอกโกว อาคโต เทวา’’ติ สุตฺวา, ‘‘อทฺธา เอตฺตกํ เม ภตฺตจฺเฉทนมกํสู’’ติ ภิกฺขูนํ กุทฺโธ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘ภนฺเต, มยา ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ ภิกฺขา ปฏิยตฺตา, อานนฺทตฺเถโร กิร เอกโกวาคโต, ปฏิยตฺตา ภิกฺขา ตเถว ฐิตา, ปญฺจสตา ภิกฺขู มม เคเห สญฺญํ น กรึสุ, กึ นุ โข การณ’’นฺติ อาห. สตฺถา ภิกฺขูนํ โทสํ อวตฺวา, ‘‘มหาราช, มม สาวกานํ ตุเมฺหหิ สทฺธึ วิสฺสาโส นตฺถิ, เตน น คตา ภวิสฺสนฺตี’’ติ วตฺวา กุลานํ อนุปคมนการณญฺจ อุปคมนการณญฺจ ปกาเสนฺโต ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา อิมํ สุตฺตมาห –
‘‘นวหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคตํ กุลํ อนุปคนฺตฺวา วา นาลํ อุปคนฺตุํ, อุปคนฺตฺวา วา นาลํ อุปนิสีทิตุํ. กตเมหิ นวหิ? น มนาเปน ปจฺจุฏฺเฐนฺติ, น มนาเปน อภิวาเทนฺติ, น มนาเปน อาสนํ เทนฺติ, สนฺตมสฺส ปริคุหนฺติ, พหุกมฺปิ โถกํ เทนฺติ, ปณีตมฺปิ ลูขํ เทนฺติ, อสกฺกจฺจํ เทนฺติ โน สกฺกจฺจํ, น อุปนิสีทนฺติ ธมฺมสฺสวนาย, ภาสิตมสฺส น สุสฺสูสนฺติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, นวหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ กุลํ อนุปคนฺตฺวา วา นาลํ อุปคนฺตุํ, อุปคนฺตฺวา วา นาลํ อุปนิสีทิตุํ.
‘‘นวหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคตํ กุลํ อนุปคนฺตฺวา วา อลํ อุปคนฺตุํ, อุปคนฺตฺวา วา อลํ อุปนิสีทิตุํ. กตเมหิ นวหิ? มนาเปน ปจฺจุฏฺเฐนฺติ, มนาเปน อภิวาเทนฺติ, มนาเปน อาสนํ เทนฺติ, สนฺตมสฺส น ปริคุหนฺติ, พหุกมฺปิ พหุกํ เทนฺติ, ปณีตมฺปิ ปณีตํ เทนฺติ, สกฺกจฺจํ เทนฺติ โน อสกฺกจฺจํ, อุปนิสีทนฺติ ธมฺมสฺสวนาย, ภาสิตมสฺส สุสฺสูสนฺติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, นวหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ กุลํ อนุปคนฺตฺวา วา อลํ อุปคนฺตุํ, อุปคนฺตฺวา วา อลํ อุปนิสีทิตุ’’นฺติ (อ. นิ. ๙.๑๗).
อิติ โข, มหาราช, มม สาวกา ตุมฺหากํ สนฺติกา วิสฺสาสํ อลภนฺตา น คตา ภวิสฺสนฺตีติ. โปราณกปณฺฑิตาปิ หิ อวิสฺสาสิกฏฺฐาเน สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐิยมานาปิ มารณนฺติกํ เวทนํ ปตฺวา วิสฺสาสิกฏฺฐานเมว อคมึสูติ. ‘‘กทา, ภนฺเต’’ติ รญฺญา ปุฏฺโฐ อตีตํ อาหริ –
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต เกสโว นาม ราชา รชฺชํ ปหาย อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิ. ตํ ปญฺจ ปุริสสตานิ อนุปพฺพชึสุ. โส เกสวตาปโส นาม อโหสิ. ปสาธนกปฺปโก ปนสฺส อนุปพฺพชิตฺวา กปฺปโก นาม อนฺเตวาสิโก อโหสิ. เกสวตาปโส ปริสาย สทฺธึ อฏฺฐ มาเส หิมวนฺเต วสิตฺวา วสฺสารตฺตสมเย โลณมฺพิลเสวนตฺถาย พาราณสึ ปตฺวา ภิกฺขาย ปาวิสิ. อถ นํ ราชา ทิสฺวา ปสีทิตฺวา จตุมาสํ อตฺตโน สนฺติเก วสนตฺถาย ปฏิญฺญํ คเหตฺวา อุยฺยาเนว วสาเปนฺโต สยํ สายํปาตํ อสฺส อุปฏฺฐานํ คจฺฉติ. อวเสสา ตาปสา กติปาหํ วสิตฺวา หตฺถิสทฺทาทีหิ อุพฺพาฬฺหา หุตฺวา อุกฺกณฺฐิตฺวา, ‘‘อาจริย, อุกฺกณฺฐิตมฺหา, คจฺฉามา’’ติ อาหํสุ. ‘‘กหํ, ตาตา’’ติ? ‘‘หิมวนฺตํ, อาจริยา’’ติ. ราชา อมฺหากํ อาคตทิวเสเยว จตุมาสํ อิธ วสนตฺถาย ปฏิญฺญํ คณฺหิ. ‘‘กถํ คมิสฺสถ, ตาตา’’ติ? ‘‘ตุเมฺหหิ อมฺหากํ อนาจิกฺขิตฺวาว ปฏิญฺญา ทินฺนา, มยํ อิธ น สกฺโกม วสิตุํ, อิโต อวิทูเร ตุมฺหากํ ปวตฺติสฺสวนฏฺฐาเน วสิสฺสามา’’ติ วนฺทิตฺวา ปกฺกมึสุ. กปฺปนฺเตวาสิเกน สทฺธึ อาจริโย โอหียิ.
ราชา อุปฏฺฐานํ อาคโต, ‘‘กหํ, อยฺยา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘สพฺเพ อุกฺกณฺฐิตมฺหาติ วตฺวา หิมวนฺตํ คตา, มหาราชา’’ติ อาห. กปฺปโกปิ น จิรสฺเสว อุกฺกณฺฐิตฺวา อาจริเยน ปุนปฺปุนํ วาริยมาโนปิ ‘‘น สกฺโกมี’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ. อิตเรสํ ปน สนฺติกํ อคนฺตฺวา อาจริยสฺส ปวตฺตึ สุณนฺโต อวิทูเร ฐาเน วสิ. อปรภาเค อาจริยสฺส อนฺเตวาสิเก อนุสฺสรนฺตสฺส กุจฺฉิโรโค อุปฺปชฺชิ. ราชา เวชฺเชหิ ติกิจฺฉาเปสิ, โรโค น วูปสมฺมติ. ตาปโส อาห – ‘‘กึ, มหาราช, อิจฺฉสิ เม โรควูปสม’’นฺติ? ‘‘ภนฺเต, สจาหํ สกฺกุเณยฺยํ, อิทาเนว โว ผาสุกํ กเรยฺย’’นฺติ. ‘‘มหาราช, สเจ เม ผาสุกํ อิจฺฉสิ, มํ อนฺเตวาสิกานํ สนฺติกํ เปเสหี’’ติ. ราชา ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ ตํ มญฺจเก นิปชฺชาเปตฺวา นารทอมจฺจปฺปมุเข จตฺตาโร อมจฺเจ ‘‘มม อยฺยสฺส ปวตฺตึ ญตฺวา, มยฺหํ สาสนํ ปหิเณยฺยาถา’’ติ อุยฺโยเชสิ. กปฺปนฺเตวาสิโก อาจริยสฺส อาคมนํ สุตฺวา ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา อิตเร ‘‘กห’’นฺติ วุตฺเต, ‘‘อสุกฏฺฐาเน กิร วสนฺตี’’ติ อาห. เตปิ อาจริยสฺสาคมนภาวํ สุตฺวา ตตฺเถว สโมสริตฺวา อาจริยสฺส อุโณฺหทกํ ทตฺวา ผลาผลํ อทํสุ. ตํ ขณญฺเญว โรโค วูปสมฺมติ. โส กติปาเหเนว สุวณฺณวณฺโณ อโหสิ. อถ นํ นารโท ปุจฺฉิ –
‘‘มนุสฺสินฺทํ ชหิตฺวาน, สพฺพกามสมิทฺธินํ;
กถํ นุ ภควา เกสี, กปฺปสฺส รมติ อสฺสเม.
‘‘สาทูนิ รมณียานิ, สนฺติ วกฺขา มโนรมา;
สุภาสิตานิ กปฺปสฺส, นารท รมยนฺติ มํ.
‘‘สาลีนํ โอทนํ ภุญฺเช, สุจึ มํสูปเสจนํ;
กถํ สามากนีวารํ, อโลณํ ฉาทยนฺติ ตํ.
‘‘สาทุํ วา ยทิ วาสาทุํ, อปฺปํ วา ยทิ วา พหุํ;
วิสฺสตฺโถ ยตฺถ ภุญฺเชยฺย, วิสฺสาสปรมา รสา’’ติ. (ชา. ๑.๔.๑๘๑-๑๘๔);
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนนฺโต ‘‘ตทา ราชา โมคฺคลฺลาโน อโหสิ, นารโท สาริปุตฺโต, กปฺปนฺเตวาสิโก อานนฺโท, เกสวตาปโส อหเมวา’’ติ วตฺวา, ‘‘เอวํ, มหาราช, ปุพฺเพปิ ปณฺฑิตา มารณนฺติกํ เวทนํ ปตฺวา วิสฺสาสิกฏฺฐานํ คมึสุ, มม สาวกา ตุมฺหากํ สนฺติเก วิสฺสาสํ น ลภนฺติ มญฺเญ’’ติ อาห. ราชา ‘‘ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ มยา วิสฺสาสํ กาตุํ วฏฺฏติ, กถํ นุ โข กริสฺสามีติ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ญาติธีตรํ มม เคเห กาตุํ วฏฺฏติ, เอวํ สนฺเต ‘ทหรา จ สามเณรา จ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ญาติราชา’ติ มม สนฺติกํ วิสฺสตฺถา นิพทฺธํ อาคมิสฺสนฺตี’’ติ จินฺเตตฺวา – ‘‘เอกํ เม ธีตรํ เทนฺตู’’ติ สากิยานํ สนฺติกํ สาสนํ เปเสสิ. ‘‘กตรสฺส สกฺยสฺส ธีตา’’ติ จ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘ญตฺวา อาคจฺเฉยฺยาถา’’ติ วตฺวา ทูเต อาณาเปสิ. ทูตา คนฺตฺวา สากิเย ทาริกํ ยาจึสุ. เต สนฺนิปติตฺวา, ‘‘ปกฺขนฺตริโก ราชา, สเจ น ทสฺสาม, วินาเสสฺสติ โน, น โข ปน อเมฺหหิ กุเลน สทิโส, กึ นุ โข กาตพฺพ’’นฺติ มนฺตยึสุ. มหานาโม ‘‘มม ทาสิยา กุจฺฉิมฺหิ ชาตา วาสภขตฺติยา นาม ธีตา รูปโสภคฺคปฺปตฺตา อตฺถิ, ตํ ทสฺสามา’’ติ วตฺวา ทูเต อาห – ‘‘สาธุ, รญฺโญ ทาริกํ ทสฺสามา’’ติ. ‘‘สา กสฺส, ธีตา’’ติ? ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส จูฬปิตุปุตฺตสฺส มหานามสฺส สกฺกสฺส ธีตา วาสภขตฺติยา นามา’’ติ.
เต คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรจยึสุ. ราชา ‘‘ยทิ เอวํ, สาธุ, สีฆํ อาเนถ, ขตฺติยา จ นาม พหุมายา, ทาสิธีตรมฺปิ ปหิเณยฺยุํ, ปิตรา สทฺธึ เอกภาชเน ภุญฺชนฺตึ อาเนยฺยาถา’’ติ เปเสสิ. เต คนฺตฺวา, ‘‘เทว, ตุเมฺหหิ สทฺธึ เอกโต ภุญฺชนฺตึ ราชา อิจฺฉตี’’ติ อาหํสุ. มหานาโม ‘‘สาธุ, ตาตา’’ติ ตํ อลงฺการาเปตฺวา อตฺตโน โภชนกาเล ปกฺโกสาเปตฺวา ตาย สทฺธึ เอกโต ภุญฺชนาการํ ทสฺเสตฺวา ทูตานํ นิยฺยาเทสิ. เต ตํ อาทาย สาวตฺถึ คนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา ตุฏฺฐมานโส ตํ ปญฺจนฺนํ อิตฺถิสตานํ เชฏฺฐิกํ กตฺวา อคฺคมเหสิฏฺฐาเน อภิสิญฺจิ. สา น จิรสฺเสว สุวณฺณวณฺณํ ปุตฺตํ วิชายิ.
อถสฺส นามคฺคหณทิวเส ราชา ทารกสฺส อยฺยกสฺส สนฺติกํ เปเสสิ ‘‘สกฺยราชธีตา วาสภขตฺติยา ปุตฺตํ วิชาตา, กิมสฺส นามํ กโรมา’’ติ? ตํ ปน สาสนํ คเหตฺวา คโต อมจฺโจ โถกํ พธิรธาตุโก, โส คนฺตฺวา รญฺโญ อยฺยกสฺส อาโรเจสิ, โส ตํ สุตฺวา ‘‘วาสภขตฺติยา ปุตฺตํ อวิชายิตฺวาปิ สพฺพชนํ อภิภวิ, อิทานิ ปน รญฺโญ อติวิย วลฺลภา ภวิสฺสตี’’ติ อาห. พธิโร อมจฺโจ ‘‘วลฺลภา’’ติ วจนํ ทุสฺสุตํ สุตฺวา ‘‘วิฏฏูโภ’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา ราชานํ อุปคนฺตฺวา, ‘‘เทว, กุมารสฺส กิร ‘วิฏฏูโภ’ติ นามํ กโรถา’’ติ อาห. ราชา ‘‘โปราณกํ โน กุลสนฺตกํ นามํ ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา ตํ นามํ อกาสิ. อถสฺส ทหรกาเลเยว ราชา ‘‘สตฺถุ ปิยํ กโรมี’’ติ เสนาปติฏฺฐานํ อทาสิ.
โส กุมารปริหาเรน วฑฺฒนฺโต สตฺตวสฺสิกกาเล อญฺเญสํ กุมารานํ มาตามหกุลโต หตฺถิรูปกอสฺสรูปกาทีนิ อาหริยมานานิ ทิสฺวา มาตรํ ปุจฺฉิ – ‘‘อมฺม, อญฺเญสํ มาตามหกุลโต ปณฺณากาโร อาหรียติ, มยฺหํ โกจิ กิญฺจิ น เปเสสิ, กึ ตฺวํ นิมาตา นิปิตา’’ติ? อถ นํ สา, ‘‘ตาต, ตว สกฺยราชาโน มาตามหา ทูเร ปน วสนฺติ, เตน เต กิญฺจิ น เปเสนฺตี’’ติ วญฺเจสิ. โสฬสวสฺสิกกาเล, ‘‘อมฺม, ตว มาตามหกุลํ ปสฺสิตุกาโมมฺหี’’ติ วตฺวา, ‘‘อลํ, ตาต, กึ ตตฺถ คนฺตฺวา กริสฺสตี’’ติ วาริยมาโนปิ ปุนปฺปุนํ ยาจิ. อถสฺส มาตา ‘‘เตน หิ คจฺฉา’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. โส ปิตุ อาโรเจตฺวา มหนฺเตน ปริวาเรน นิกฺขมิ. วาสภขตฺติยา ปุเรตรํ ปณฺณํ เปเสสิ – ‘‘อหํ อิธ สุขํ วสามิ, มาสฺส กิญฺจิ สามิโน อนฺตรํ ทสฺสยึสู’’ติ. สากิยา วิฏฏูภสฺส อาคมนํ ญตฺวา, ‘‘วนฺทิตุํ น สกฺโกมา’’ติ ตสฺส ทหรทหเร กุมาเร ชนปทํ ปหิณิตฺวา ตสฺมึ กปิลปุรํ สมฺปตฺเต สนฺถาคาเร สนฺนิปตึสุ. กุมาโร ตตฺถ คนฺตฺวา อฏฺฐาสิ.
อถ นํ ‘‘อยํ เต, ตาต, มาตามโห, อยํ มาตุโล’’ติ วตฺวา วนฺทาเปสุํ. โส สพฺเพ วนฺทมาโน วิจริตฺวา เอกมฺปิ อตฺตานํ วนฺทนฺตํ อทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข มํ วนฺทนฺตา นตฺถี’’ติ ปุจฺฉิ. สากิยา, ‘‘ตาต, เต กนิฏฺฐกุมารา ชนปทํ คตา’’ติ วตฺวา ตสฺส มหนฺตํ สกฺการํ กรึสุ. โส กติปาหํ วสิตฺวา มหนฺเตน ปริวาเรน นิกฺขมิ. อเถกา ทาสี สนฺถาคาเร เตน นิสินฺนผลกํ ‘‘อิทํ วาสภขตฺติยาย ทาสิยา ปุตฺตสฺส นิสินฺนผลก’’นฺติ อกฺโกสิตฺวา ปริภาสิตฺวา ขีโรทเกน โธวิ. เอโก ปุริโส อตฺตโน อาวุธํ ปมุสฺสิตฺวา นิวตฺโต ตํ คณฺหนฺโต วิฏฏูภกุมารสฺส อกฺโกสนสทฺทํ สุตฺวา ตํ การณํ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘วาสภขตฺติยา ทาสิยา กุจฺฉิมฺหิ มหานามสกฺกํ ปฏิจฺจ ชาตา’’ติ ญตฺวา พลกายสฺส กเถสิ. ‘‘วาสภขตฺติยา กิร ทาสิธีตา’’ติ มหาโกลาหลํ อโหสิ. ตํ สุตฺวา วิฏฏูโภ ‘‘เอเต ตาว มม นิสินฺนผลกํ ขีโรทเกน โธวนฺตุ, อหํ ปน รชฺเช ปติฏฺฐิตกาเล เอเตสํ คลโลหิตํ คเหตฺวา มม นิสินฺนผลกํ โธวิสฺสามี’’ติ จิตฺตํ ปฏฺฐเปสิ. ตสฺมึ สาวตฺถึ คเต อมจฺจา ตํ ปวตฺตึ รญฺโญ อาโรจยึสุ. ราชา ‘‘มยฺหํ ทาสิธีตรํ อทํสู’’ติ สากิยานํ กุชฺฌิตฺวา วาสภขตฺติยาย จ ปุตฺตสฺส จ ทินฺนปริหารํ อจฺฉินฺทิตฺวา ทาสทาสีหิ ลทฺธพฺพมตฺตเมว ทาเปสิ.
ตโต กติปาหจฺจเยน สตฺถา ราชนิเวสนํ คนฺตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิ. ราชา อาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ กิร ญาตเกหิ ทาสิธีตา มยฺหํ ทินฺนา, เตนสฺสา อหํ สปุตฺตาย ปริหารํ อจฺฉินฺทิตฺวา ทาสทาสีหิ ลทฺธพฺพมตฺตเมว ทาเปสิ’’นฺติ อาห. สตฺถา ‘‘อยุตฺตํ, มหาราช, สากิเยหิ กตํ, ททนฺเตหิ นาม สมานชาติกา ทาตพฺพา อสฺส, ตํ ปน, มหาราช, วทามิ, วาสภขตฺติยา ขตฺติยราชธีตา ขตฺติยรญฺโญ เคเห อภิเสกํ ลภิ. วิฏฏูโภปิ ขตฺติยราชานเมว ปฏิจฺจ ชาโต, มาตุโคตฺตํ นาม กึ กริสฺสติ, ปิตุโคตฺตเมว ปมาณนฺติ. โปราณกปณฺฑิตา ทลิทฺทิตฺถิยา กฏฺฐหาริกาย อคฺคมเหสิฏฺฐานํ อทํสุ, ตสฺสา จ กุจฺฉิมฺหิ ชาตกุมาโร ทฺวาทสโยชนิกาย พาราณสิยา รชฺชํ ปตฺวา กฏฺฐวาหนราชา นาม ชาโต’’ติ กฏฺฐหาริชาตกํ (ชา. ๑.๑.๗) กเถสิ. ราชา ธมฺมกถํ สุตฺวา ‘‘ปิตุโคตฺตเมว กิร ปมาณ’’นฺติ ตุสฺสิตฺวา วาสภขตฺติยาย จ ปุตฺตสฺส จ ปกติปริหารเมว ทาเปสิ.
พนฺธุลเสนาปติสฺสปิ โข กุสินารายํ มลฺลราชธีตา มลฺลิกา นาม ภริยา ทีฆรตฺตํ ปุตฺตํ น วิชายิ. อถ นํ พนฺธุโล ‘‘อตฺตโน กุลฆรเมว คจฺฉา’’ติ อุยฺโยเชสิ. สา ‘‘สตฺถารํ ทิสฺวาว คมิสฺสามี’’ติ เชตวนํ ปวิสิตฺวา ตถาคตํ วนฺทิตฺวา ฐิตา, ‘‘กหํ คจฺฉสี’’ติ วุตฺตา ‘‘สามิโก มํ ภนฺเต, กุลฆรํ เปเสตี’’ อาห. ‘‘กึ การณา’’ติ? ‘‘วญฺฌา กิรสฺมิ อปุตฺติกา’’ติ. ‘‘ยทิ เอวํ, คมนกิจฺจํ นตฺถิ, นิวตฺตสฺสู’’ติ. สา ตุฏฺฐมานสา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา นิเวสนํ คนฺตฺวา ‘‘กสฺมา นิวตฺตาสี’’ติ วุตฺตา ‘‘ทสพเลน นิวตฺติตามฺหี’’ติ อาห พนฺธุโล ‘‘ทิฏฺฐํ ภวิสฺสติ ทีฆทสฺสินา การณ’’นฺติ สมฺปฏิจฺฉิ. สา น จิรสฺเสว คพฺภํ ปฏิลภิตฺวา อุปฺปนฺนทาหฬา ‘‘โทหโฬ เม อุปฺปนฺโน’’ติ อาโรเจสิ. ‘‘กึ โทหโฬ’’ติ? ‘‘เวสาลินคเร คณราชกุลานํ อภิเสกมงฺคลโปกฺขรณิยํ โอตริตฺวา นฺหตฺวา ปานียํ ปาตุกามามฺหิ, สามี’’ติ. พนฺธุโล ‘‘สาธู’’ติ วตฺวา สหสฺสถามธนุํ คเหตฺวา ตํ รถํ อาโรเปตฺวา สาวตฺถิโต นิกฺขมิตฺวา รถํ ปาเชนฺโต มหาลิลิจฺฉวิโน ทินฺนทฺวาเรน เวสาลึ ปาวิสิ. มหาลิลิจฺฉวิโน จ ทฺวารสมีเป เอว นิเวสนํ โหติ. โส รถสฺส อุมฺมาเร ปนิฆาตสทฺทํ สุตฺวาว ‘‘พนฺธุลสฺส รถสทฺโท เอโส, อชฺช ลิจฺฉวีนํ ภยํ อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ อาห.
โปกฺขรณิยา อนฺโต จ พหิ จ อารกฺขา พลวตี, อุปริ โลหชาลํ ปตฺถฏํ, สกุณานมฺปิ โอกาโส นตฺถิ. พนฺธุลเสนาปติ ปน รถา โอตริตฺวา อารกฺขเก มนุสฺเส เวตฺเตน ปหรนฺโต ปลาเปตฺวา โลหชาลํ ฉินฺทิตฺวา อนฺโตโปกฺขรณียํ ภริยํ นฺหาเปตฺวา สยมฺปิ นฺหตฺวา ปุน ตํ รถํ อาโรเปตฺวา นครา นิกฺขมิตฺวา อาคตมคฺเคเนว ปายาสิ. เต อารกฺขมนุสฺสา ลิจฺฉวิราชูนํ อาโรเจสุํ. ลิจฺฉวิราชาโน กุชฺฌิตฺวา ปญฺจ รถสตานิ อารุยฺห ‘‘พนฺธุลมลฺลํ คณฺหิสฺสามา’’ติ นิกฺขมึสุ. ตํ ปวตฺตึ มหาลิสฺส อาโรเจสุํ. มหาลิ, ‘‘มา คมิตฺถ, โส หิ โว สพฺเพ โฆเตสฺสตี’’ติ อาห. เตปิ ‘‘มยํ คมิสฺสาม เอวา’’ติ วทึสุ. ‘‘เตน หิ ตสฺส รถจกฺกสฺส ยาว นาภิโต ปถวึ ปวิฏฺฐฏฺฐานํ ทิสฺวา นิวตฺเตยฺยาถ, ตโต อนิวตฺตนฺตา ปุรโต อสนิสทฺทํ วิย สุณิสฺสถ, ตมฺหา ฐานา นิวตฺเตยฺยาถ. ตโต อนิวตฺตนฺตา ตุมฺหากํ รถธุเรสุ ฉิทฺทํ ปสฺสิสฺสถ, ตมฺหา ฐานา นิวตฺเตยฺยาถ, ปุรโต มา คมิตฺถา’’ติ. เต ตสฺส วจเนน อนิวตฺติตฺวา ตํ อนุพนฺธึสุ เอว. มลฺลิกา ทิสฺวา, ‘‘รถา, สามิ, ปญฺญายนฺตี’’ติ อาห. ‘‘เตน หิ เอกสฺเสว รถสฺส ปญฺญายนกาเล มํ อาโรเจยฺยาสี’’ติ. สา ยทา สพฺเพ รถา เอโก วิย หุตฺวา ปญฺญายึสุ, ตทา ‘‘เอกเมว, สามิ, รถสีสํ ปญฺญายตี’’ติ อาห. พนฺธุโล ‘‘เตน หิ อิมา รสฺมิโย คณฺหาหี’’ติ ตสฺสา รสฺมิโย ทตฺวา รเถ ฐิโตว ธนุํ อาโรเปสิ, รถจกฺกํ ยาว นาภิโต ปถวึ ปาวิสิ.
ลิจฺฉวิโน ตํ ฐานํ ทิสฺวาปิ น นิวตฺตึสุ. อิตโร โถกํ คนฺตฺวา ชิยํ โปเถสิ, อสนิสทฺโท วิย อโหสิ. เต ตโตปิ น นิวตฺตึสุ, อนุพนฺธนฺตา คจฺฉนฺเตว. พนฺธุโล รเถ ฐิตโกว เอกสรํ ขิปิ, โส ปญฺจนฺนํ รถสตานํ รถสีเส ฉิทฺทํ กตฺวา ปญฺจ ราชสตานิ ปริกรพนฺธนฏฺฐาเน วินิวิชฺฌิตฺวา ปถวึ ปาวิสิ. เต อตฺตโน ปวิทฺธภาวํ อชานิตฺวา, ‘‘ติฏฺฐ, เร, ติฏฺฐ, เร’’ติ วทนฺตา อนุพนฺธึสุ เอว. พนฺธุโล รถํ ฐเปตฺวา ‘‘ตุเมฺห มตกา, มตเกหิ สทฺธึ มยฺหํ ยุทฺธํ นาม นตฺถี’’ติ อาห. ‘‘มตกา นาม อมฺหาทิสา น โหนฺตี’’ติ. ‘‘เตน หิ สพฺพปจฺฉิมสฺส ปริกรํ โมเจถา’’ติ. เต โมจยึสุ. โส มุตฺตมตฺเต เอว มริตฺวา ปติโต. อถ เต สพฺเพปิ ‘‘ตุเมฺห เอวรูปา, อตฺตโน ฆรานิ คนฺตฺวา สํวิธาตพฺพํ สํวิทหิตฺวา ปุตฺตทารํ อนุสาสิตฺวา สนฺนาหํ โมเจถา’’ติ อาห. เต ตถา กตฺวา สพฺเพปิ ชีวิตกฺขยํ ปตฺตา. พนฺธุโลปิ มลฺลิกํ สาวตฺถึ อาเนสิ. สา โสฬสกฺขตฺตุํ ยมเก ยมเก ปุตฺเต วิชายิ. สพฺเพปิ สูรา ถามสมฺปนฺนา อเหสุํ, สพฺพสิปฺปานํ นิปฺผตฺตึ ปาปุณึสุ. เอเกกสฺส ปุริสสหสฺสํ ปริวาโร อโหสิ. ปิตรา สทฺธึ ราชนิเวสนํ คจฺฉนฺเตหิ เตเหว ราชงฺคณํ ปริปูริ.
อเถกทิวสํ วินิจฺฉเย กูฏฏฺฏปราชิตา มนุสฺสา พนฺธุลํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา มหาวิรวํ วิรวนฺตา วินิจฺฉยอมจฺจานํ กูฏฏฺฏกรณํ ตสฺส อาโรเจสุํ. โส วินิจฺฉยํ คนฺตฺวา ตํ อฏฺฏํ วิจาเรตฺวา สามิกเมว สามิกํ อกาสิ. มหาชโน มหาสทฺเทน สาธุการํ ปวตฺเตติ. ราชา ‘‘กึ อิท’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ตมตฺถํ สุตฺวา ตุสฺสิตฺวา สพฺเพปิ เต อมจฺเจ หาเรตฺวา พนฺธุลสฺเสว วินิจฺฉยํ นิยฺยาเทสิ. โส ตโต ปฏฺฐาย สมฺมา วินิจฺฉยิ. ตโต เต โปราณกวินิจฺฉยิกา อมจฺจา กิญฺจิ ลญฺชํ อลภนฺตา อปฺปลาภา หุตฺวา ‘‘พนฺธุโล รชฺชํ ปตฺเถตี’’ติ ราชกุเล ปริภินฺทึสุ. ราชา เตสํ กถํ สทฺทหิตฺวา จิตฺตํ นิคฺคเหตุํ นาสกฺขิ. ‘‘อิมสฺมึ อิเธว ฆาติยมาเน ครหา เม อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ ปุน จินฺเตตฺวา ปยุตฺตปุริเสหิ ปจฺจนฺตํ ปหาราเปตฺวา พนฺธุลํ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘ปจฺจนฺโต กิร กุปิโต, ตว ปุตฺเตหิ สทฺธึ คนฺตฺวา, โจเร คณฺหาหี’’ติ ปหิณิตฺวา, ‘‘เอตฺเถวสฺส ทฺวตฺตึสาย ปุตฺเตหิ สทฺธึ สีสํ ฉินฺทิตฺวา อาหรถา’’ติ เตหิ สทฺธึ อญฺเญปิ สมตฺเถ มหาโยเธ เปเสสิ. ตสฺมึ ปจฺจนฺตํ คจฺฉนฺเตเยว ‘‘เสนาปติ กิร อาคจฺฉตี’’ติ ปยุตฺตโจรา ปลายึสุ. โส ตํ ปเทสํ อาวาสาเปตฺวา สณฺฐาเปตฺวา นิวตฺติ.
อถสฺส นครโต อวิทูเร ฐาเน เต โยธา ปุตฺเตหิ สทฺธึ สีสํ ฉินฺทึสุ. ตํ ทิวสํ มลฺลิกาย ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ เทฺว อคฺคสาวกา นิมนฺติตา โหนฺติ. อถสฺสา ปุพฺพเณฺห เอว ‘‘สามิกสฺส เต สทฺธึ ปุตฺเตหิ สีสํ ฉินฺน’’นฺติ ปณฺณํ อาหริตฺวา อทํสุ. สา ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา กสฺสจิ กิญฺจิ อวตฺวา ปณฺณํ อุจฺฉงฺเค ฐเปตฺวา ภิกฺขุสงฺฆเมว ปริวิสิ. อถสฺสา ปริจาริกาโย ภิกฺขูนํ ภตฺตํ ทตฺวา สปฺปิจาฏึ อาหรนฺติโย เถรานํ ปุรโต สปฺปิจาฏึ ภินฺทึสุ. ธมฺมเสนาปติ ‘‘เภทนธมฺมํ ภินฺนํ, น จินฺติตพฺพ’’นฺติ อาห. สา อุจฺฉงฺคโต ปณฺณํ นีหริตฺวา ‘‘ทฺวตฺตึสาย ปุตฺเตหิ สทฺธึ ปิตุสีสํ ฉินฺนนฺติ เม อิมํ ปณฺณํ อาหรึสุ, อหํ อิทํ สุตฺวาปิ น จินฺเตมิ, สปฺปิจาฏิยา ภินฺนาย กึ จินฺตยิสฺสามิ, ภนฺเต’’ติ อาห. ธมฺมเสนาปติ ‘‘อนิมิตฺตมนญฺญาตํ, มจฺจานํ อิธ ชีวิต’’นฺติอาทีนิ (สุ. นิ. ๕๗๙) วตฺวา ธมฺมํ เทเสตฺวา อุฏฺฐายาสนา วิหารํ อคมาสิ. สาปิ ทฺวตฺตึส สุณิสาโย ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘ตุมฺหากํ สามิกา นิรปราธา อตฺตโน ปุริมกมฺมผลํ ลภึสุ, ตุเมฺห มา โสจยิตฺถ, มา ปริเทวิตฺถ, รญฺโญ อุปริ มโนปโทสํ มา กริตฺถา’’ติ โอวทิ.
รญฺโญ จรปุริสา ตํ กถํ สุตฺวา คนฺตฺวา เตสํ นิทฺโทสภาวํ รญฺโญ กถยึสุ. ราชา สํเวคปฺปตฺโต ตสฺสา นิเวสนํ คนฺตฺวา มลฺลิกญฺจ สุณิสาโย จสฺสา ขมาเปตฺวา มลฺลิกาย วรํ อทาสิ. สา ‘‘วโร คหิโต เม โหตู’’ติ วตฺวา ตสฺมึ คเต มตกภตฺตํ ทตฺวา นฺหตฺวา ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา, ‘‘เทว, ตุเมฺหหิ มยฺหํ วโร ทินฺโน, มยฺหญฺจ อญฺเญน อตฺโถ นตฺถิ, ทฺวตฺตึสาย เม สุณิสานํ มมญฺจ กุลฆรคมนํ อนุชานาถา’’ติ อาห. ราชา สมฺปฏิจฺฉิ. สา ทฺวตฺตึส สุณิสาโย ยถาสกานิ กุลานิ เปเสสิ, สยมฺปิ กุสินารานคเร อตฺตโน กุลฆรํ อคมาสิ.
ราชาปิ พนฺธุลเสนาปติโน ภาคิเนยฺยสฺส ทีฆการายนสฺส นาม เสนาปติฏฺฐานํ อทาสิ. โส ปน ‘‘มาตุโล เม อิมินา มาริโต’’ติ รญฺโญ โอตารํ คเวสนฺโต วิจรติ. ราชาปิ นิรปราธสฺส พนฺธุลสฺส มาริตกาลโต ปฏฺฐาย วิปฺปฏิสารี หุตฺวา จิตฺตสฺสาทํ น ลภติ, รชฺชสุขํ นานุโภติ. ตทา สตฺถา สกฺยานํ เมทาฬุปํ นาม นิคมํ อุปนิสฺสาย วิหรติ. ราชา ตตฺถ คนฺตฺวา อารามโต อวิทูเร ขนฺธาวารํ นิวาเสตฺวา, ‘‘มนฺเทน ปริวาเรน สตฺถารํ วนฺทิสฺสามี’’ติ วิหารํ คนฺตฺวา ปญฺจราชากกุธภณฺฑานิ ทีฆการายนสฺส ทตฺวา เอกโกว คนฺธกุฏึ ปาวิสิ. สพฺพํ ธมฺมเจติยสุตฺตนิยาเมน (ม. นิ. ๒.๓๖๔ อาทโย) ทีเปตพฺพํ. ตสฺมึ คนฺธกุฏึ ปวิฏฺเฐ ทีฆการายโน ตานิ ปญฺจ ราชกกุธภณฺฑานิ คเหตฺวา วิฏฏูภํ ราชานํ กตฺวา รญฺโญ เอกํ อสฺสํ เอกญฺจ อุปฏฺฐานการิกํ มาตุคามํ ฐเปตฺวา นิวตฺเตตฺวา สาวตฺถึ อคมาสิ.
ราชา สตฺถารา สทฺธึ ปิยกถํ กเถตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา นิกฺขนฺโต เสนํ อทิสฺวา ตํ มาตุคามํ ปุจฺฉิตฺวา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา, ‘‘อหํ ภาคิเนยฺยํ อาทาย คนฺตฺวา, วิฏฏูภํ คเหสฺสามี’’ติ ราชคหนครํ คจฺฉนฺโต วิกาเล ทฺวาเรสุ ปิทหิเตสุ นครํ ปตฺวา เอกิสฺสา สาลาย นิปชฺชิตฺวา วาตาตเปหิ กิลนฺโต รตฺติภาเค ตตฺเถว กาลมกาสิ. วิภาตาย รตฺติยา, ‘‘เทว, โกสลนรินฺท อนาโถ ชาโตสี’’ติ วิปฺปลปนฺติยา ตสฺสา อิตฺถิยา สทฺทํ สุตฺวา รญฺโญ อาโรเจสุํ. โส มาตุลสฺส มหนฺเตน สกฺกาเรน สรีรกิจฺจํ กาเรสิ.
วิฏฏูโภปิ รชฺชํ ลภิตฺวา ตํ เวรํ สริตฺวา ‘‘สพฺเพปิ สากิเย มาเรสฺสามี’’ติ มหติยา เสนาย นิกฺขมิ. ตํ ทิวสํ สตฺถา ปจฺจูสกาเล โลกํ โวโลเกนฺโต ญาติสงฺฆสฺส วินาสํ ทิสฺวา, ‘‘ญาติสงฺคหํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา ปุพฺพณฺหสมเย ปิณฺฑาย จริตฺวา, ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต คนฺธกุฏิยํ สีหเสยฺยํ กปฺเปตฺวา, สายนฺหสมเย อากาเสน คนฺตฺวา, กปิลวตฺถุสามนฺเต เอกสฺมึ กพรจฺฉาเย รุกฺขมูเล นิสีทิ. ตโต วิฏฏูภสฺส รชฺชสีมาย มหนฺโต สนฺทจฺฉาโย นิโคฺรโธ อตฺถิ. วิฏฏูโภ สตฺถารํ ทิสฺวา อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, กึ การณา เอวรูปาย อุณฺหเวลาย อิมสฺมึ กพรจฺฉาเย รุกฺขมูเล นิสีทถ, เอตสฺมึ สนฺทจฺฉาเย นิโคฺรธมูเล นิสีทถ, ภนฺเต’’ติ วตฺวา, ‘‘โหตุ, มหาราช, ญาตกานํ ฉายา นาม สีตลา’’ติ วุตฺเต, ‘‘ญาตกานุรกฺขนตฺถาย สตฺถา อาคโต ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา นิวตฺติตฺวา สาวตฺถึเยว ปจฺจาคมิ. สตฺถาปิ อุปฺปติตฺวา เชตวนเมว คโต.
ราชา สากิยานํ โทสํ สริตฺวา ทุติยมฺปิ นิกฺขมิตฺวา ตเถว สตฺถารํ ปสฺสิตฺวา ปุน นิวตฺติ. ตติยวาเรปิ นิกฺขมิตฺวา ตเถว สตฺถารํ ปสฺสิตฺวา ปุน นิวตฺติ. จตุตฺถวาเร ปน ตสฺมึ นิกฺขนฺเต สตฺถา สากิยานํ ปุพฺพกมฺมํ โอโลเกตฺวา เตสํ เอกทิวสํ นทิยํ วิสปกฺขิปนปาปกมฺมสฺส อปฺปฏิพาหิยภาวํ ญตฺวา จตุตฺถวาเร นาคมาสิ. วิฏฏูโภ ‘‘สากิเย ฆาเตสฺสามี’’ติ มหนฺเตน พลกาเยน นิกฺขมิ. สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปน ญาตกา อสตฺตฆาตกา นาม, อตฺตนา มรนฺตาปิ ปเรสํ ชีวิตํ น โวโรเปนฺติ. เต จินฺตยึสุ – ‘‘มยํ สุสิกฺขิตา กตหตฺถา กตูปาสนา มหิสฺสาสา, น โข ปน สกฺกา อเมฺหหิ ปรํ ชีวิตา โวโรเปตุํ, อตฺตโน กมฺมํ ทสฺเสตฺวา ปลาเปสฺสามา’’ติ เต กตสนฺนาหา นิกฺขมิตฺวา ยุทฺธํ อารภึสุ. เตหิ ขิตฺตา สรา วิฏฏูภสฺส ปุริสานํ อนฺตรนฺตเรน คจฺฉนฺติ, ผลกนฺตรกณฺณฉิทฺทนฺตราทีหิ นิกฺขมนฺติ. วิฏฏูโภ ทิสฺวา นนุ ภเณ ‘‘สากิยา อสตฺตฆาตกามฺหา’’ติ วทนฺติ, อถ จ ปน เม ปุริเส นาเสนฺตีติ.
อถ นํ เอโก ปุริโส อาห – ‘‘กึ สามิ, นิวตฺติตฺวา โอโลเกสี’’ติ? ‘‘สากิยา เม ปุริเส นาเสนฺตี’’ติ. ‘‘ตุมฺหากํ โกจิ ปุริโส มโต นาม นตฺถิ. อิงฺฆ เต คณาเปถา’’ติ. คณาเปนฺโต เอกสฺสปิ ขยํ น ปสฺสิ. โส ตโต นิวตฺติตฺวา ‘‘เย เย ปน ภเณ ‘สากิยมฺหา’ติ ภณนฺติ, สพฺเพ มาเรถ, มาตามหสฺส ปน มหานามสกฺกสฺส สนฺติเก ฐิตานํ ชีวิตํ เทถา’’ติ อาห. สากิยา คเหตพฺพคหณํ อปสฺสนฺตา เอกจฺเจ ติณํ ฑํสิตฺวา, เอกจฺเจ นฬํ คเหตฺวา อฏฺฐํสุ. ‘‘ตุเมฺห สากิยา, โน’’ติ ปุจฺฉิตา ยสฺมา เต มรนฺตาปิ มุสาวาทํ น ภณนฺติ, ตสฺมา ติณํ ฑํสิตฺวา ฐิตา ‘‘โน สาโก, ติณ’’นฺติ วทนฺติ. นฬํ คเหตฺวา ฐิตา ‘‘โน สาโก, นโฬ’’ติ วทนฺติ. เย จ มหานามสฺส สนฺติเก ฐิตา, เต จ ชีวิตํ ลภึสุ. เตสุ ติณํ ฑํสิตฺวา ฐิตา ติณสากิยา นาม, นฬํ คเหตฺวา ฐิตา นฬสากิยา นาม ชาตาติ, วิฏฏูโภ อวเสเส ขีรปเกปิ ทารเก อวิสฺสชฺเชตฺวา ฆาตาเปนฺโต โลหิตนทึ ปวตฺเตตฺวา เตสํ คลโลหิเตน ผลกํ โธวาเปสิ. เอวํ สากิยวํโส วิฏฏูเภน อุปจฺฉินฺโน.
โส มหานามสกฺกํ คาหาเปตฺวา นิวตฺโต ‘‘ปาตราสเวลาย ปาตราสํ กริสฺสามี’’ติ เอกสฺมึ ฐาเน โอตริตฺวา โภชเน อุปนีเต ‘‘เอกโตว ภุญฺชิสฺสามา’’ติ อยฺยกํ ปกฺโกสาเปสิ. ขตฺติยา ปน ชีวิตํ จชนฺตาปิ ทาสิปุตฺเตหิ สทฺธึ น ภุญฺชนฺติ. ตสฺมา มหานาโม เอกํ สรํ โอโลเกตฺวา ‘‘กิลิฏฺฐคตฺโตมฺหิ, นฺหายิสฺสามิ, ตาตา’’ติ อาห. ‘‘สาธุ, อยฺยก, นฺหายถา’’ติ. โส ‘‘อยํ มํ เอกโต อภุญฺชนฺตํ ฆาเตสฺสติ, สยเมว เม มตํ เสยฺโย’’ติ เกเส มุญฺจิตฺวา อคฺเค คณฺฐึ กตฺวา เกเสสุ ปาทงฺคุฏฺฐเก ปเวเสตฺวา อุทเก นิมุชฺชิ. ตสฺส คุณเตเชน นาคภวนํ อุณฺหาการํ ทสฺเสสิ. นาคราชา ‘‘กึ นุ โข’’ติ อุปธาเรนฺโต ตํ ญตฺวา ตสฺส สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ตํ อตฺตโน ผเณ นิสีทาเปตฺวา นาคภวนํ ปเวเสสิ. โส ทฺวาทสฺส วสฺสานิ ตตฺเถว วสิ. วิฏฏูโภปิ ‘‘มยฺหํ อยฺยโก อิทานิ อาคมิสฺสติ, อิทานิ อาคมิสฺสตี’’ติ อาคมยมาโนว นิสีทิ. ตสฺมึ อติจิรายนฺเต สรํ วิจินาเปตฺวา ทีปาโลเกน ปุริสพฺภนฺตรานิปิ โอโลเกตฺวา อทิสฺวา ‘‘คโต ภวิสฺสตี’’ติ ปกฺกามิ. โส รตฺติภาเค อจิรวตึ ปตฺวา ขนฺธาวารํ นิวาเสสิ. เอกจฺเจ อนฺโตนทิยํ วาลุกาปุลิเน นิปชฺชึสุ, เอกจฺเจ พหิถเล, อนฺโตนิปนฺเนสุปิ ปุพฺเพ อกตปาปกมฺมา อตฺถิ, พหินิปนฺเนสุปิ ปุพฺเพ กตปาปกมฺมา อตฺถิ, เตสํ นิปนฺนฏฺฐาเนสุ กิปิลฺลิกา อุฏฺฐหึสุ. เต ‘‘มยฺหํ นิปนฺนฏฺฐาเน กิปิลฺลิกา, มยฺหํ นิปนฺนฏฺฐาเน กิปิลฺลิกา’’ติ อุฏฺฐหิตฺวา อกตปาปกมฺมา อุตฺตริตฺวา ถเล นิปชฺชึสุ, กตปาปกมฺมา โอตริตฺวา วาลุกาปุลิเน นิปชฺชึสุ. ตสฺมึ ขเณ มหาเมโฆ อุฏฺฐหิตฺวา ฆนวสฺสํ วสฺสิ. นทิยา โอโฆ อาคนฺตฺวา วิฏฏูภํ สทฺธึ ปริสาย สมุทฺทเมว ปาเปสิ. สพฺเพ ตตฺถ มจฺฉกจฺฉปภกฺขา อเหสุํ.
มหาชโน กถํ สมุฏฺฐาเปสิ ‘‘สากิยานํ มรณํ อยุตฺตํ, ‘เอวํ นาม โกฏฺเฏตฺวา โกฏฺเฏตฺวา สากิยา มาเรตพฺพา’ติ อนนุจฺฉวิกเมต’’นฺติ. สตฺถา ตํ กถํ สุตฺวา, ‘‘ภิกฺขเว, อิมสฺมึ อตฺตภาเว กิญฺจาปิ สากิยานํ เอวํ มรณํ อยุตฺตํ, ปุพฺเพ กตปาปกมฺมวเสน ปน ยุตฺตเมเวเตหิ ลทฺธ’’นฺติ อาห. ‘‘กึ ปน, ภนฺเต, เอเต ปุพฺเพ อกํสู’’ติ? สพฺเพ เอกโต หุตฺวา นทิยํ วิสํ ปกฺขิปึสูติ. ปุเนกทิวสํ ธมฺมสภายํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘วิฏฏูโภ เอตฺตเก สากิเย มาเรตฺวา อาคจฺฉนฺโต อตฺตโน มโนรเถ มตฺถกํ อปฺปตฺเตเยว เอตฺตกํ ชนํ อาทาย มหาสมุทฺเท มจฺฉกจฺฉปภกฺโข ชาโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘อิเมสํ สตฺตานํ มโนรเถ มตฺถกํ อปฺปตฺเตเยว มจฺจุราชา สุตฺตํ คามํ อชฺโฌตฺถรนฺโต มโหโฆ วิย ชีวิตินฺทฺริยํ ฉินฺทิตฺวา จตูสุ อปายสมุทฺเทสุ นิมุชฺชาเปตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๔๗. ‘‘ปุปฺผานิ เหว ปจินนฺตํ, พฺยาสตฺตมนสํ นรํ;
สุตฺตํ คามํ มโหโฆว, มจฺจุ อาทาย คจฺฉตี’’ติ.
ตตฺถ พฺยาสตฺตมนสํ นรนฺติ สมฺปตฺเต วา อสมฺปตฺเต วา ลคฺคมานสํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา มาลากาโร ปุปฺผารามํ ปวิสิตฺวา ‘‘ปุปฺผานิ ปจินิสฺสามี’’ติ ตโต ปุปฺผานิ คเหตฺวา อญฺญมญฺญํ วา คจฺฉํ ปตฺเถนฺโต สกเล ปุปฺผาราเม มนํ เปเสติ, ‘‘อิโต จิโต จ ปุปฺผานิ ปจินิสฺสามี’’ติ ตโต ปุปฺผานิ อคฺคเหตฺวา อญฺญตฺถ มนํ เปเสสิ, ตเมว คจฺฉํ ปจินนฺโต ปมาทมาปชฺชติ, เอวเมว เอกจฺโจ ปุปฺผารามสทิสํ ปญฺจกามคุณมชฺฌํ โอตริตฺวา มโนรมํ รูปํ ลภิตฺวา มโนรมานํ สทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพานํ อญฺญตรํ ปตฺเถติ. อญฺโญ เตสุ วา อญฺญตรํ ลภิตฺวา อญฺญตรํ ปตฺเถติ, รูปเมว วา ลภิตฺวา อญฺญํ อปตฺเถนฺโต ตเมว อสฺสาเทติ, สทฺทาทีสุ วา อญฺญตรํ. เอเสว นโย โคมหึสทาสิทาสเขตฺตวตฺถุคามนิคมชนปทาทีสุ, ปพฺพชิตานมฺปิ ปริเวณวิหารปตฺตจีวราทีสูติ เอวํ ปญฺจกามคุณสงฺขาตานิ ปุปฺผานิ เอว ปจินนฺตํ สมฺปตฺเต วา อสมฺปตฺเต วา กามคุเณ พฺยาสตฺตมนสํ นรํ. สุตฺตํ คามนฺติ คามสฺส เคหภิตฺติอาทีนํ ปน สุปนวเสน สุปนํ นาม นตฺถิ, สตฺตานํ ปน สุตฺตปมตฺตตํ อุปาทาย สุตฺโต นาม โหติ. เอวํ สุตฺตํ คามํ เทฺว ตีณิ โยชนานิ อายตคมฺภีโร มโหโฆว มจฺจุ อาทาย คจฺฉติ. ยถา โส มโหโฆ อิตฺถิปุริสโคมหึสกุกฺกุฏาทีสุ กิญฺจิ อนวเสเสตฺวา สพฺพํ ตํ คามํ สมุทฺทํ ปาเปตฺวา มจฺฉกจฺฉปภกฺขํ กโรติ, เอวเมว พฺยาสตฺตมนสํ นรํ มจฺจุ อาทาย ชีวิตินฺทฺริยมสฺส ฉินฺทิตฺวา จตูสุ อปายสมุทฺเทสุ นิมุชฺชาเปตีติ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปตฺตา. มหาชนสฺส สาตฺถิกา เทสนา ชาตาติ.
วิฏฏูภวตฺถุ ตติยํ.