๙. โสเรยฺยตฺเถรวตฺถุ
น ตํ มาตา ปิตา กยิราติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา สาวตฺถิยํ เชตวเน วิหรนฺโต โสเรยฺยตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.
วตฺถุ โสเรยฺยนคเร สมุฏฺฐิตํ, สาวตฺถิยํ นิฏฺฐาเปสิ. สมฺมาสมฺพุทฺเธ สาวตฺถิยํ วิหรนฺเต โสเรยฺยนคเร โสเรยฺยเสฏฺฐิปุตฺโต เอเกน สหายเกน สทฺธึ สุขยานเก นิสีทิตฺวา มหนฺเตน ปริวาเรน นฺหานตฺถาย นครา นิกฺขมิ. ตสฺมึ ขเณ มหากจฺจายนตฺเถโร โสเรยฺยนครํ ปิณฺฑาย ปวิสิตุกาโม หุตฺวา พหินคเร สงฺฆาฏึ ปารุปติ. เถรสฺส จ สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ. โสเรยฺยเสฏฺฐิปุตฺโต ตํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อโห วต อยํ วา เถโร มม ภริยา ภเวยฺย, มม วา ภริยาย สรีรวณฺโณ เอตสฺส สรีรวณฺโณ วิย ภเวยฺยา’’ติ. ตสฺส จินฺติตมตฺเตเยว ปุริสลิงฺคํ อนฺตรธายิ, อิตฺถิลิงฺคํ ปาตุรโหสิ. โส ลชฺชมาโน ยานกา โอรุยฺห ปลายิ. ปริชโน ตํ อสญฺชานนฺโต ‘‘กิเมต’’นฺติ อาห. สาปิ ตกฺกสิลมคฺคํ ปฏิปชฺชิ. สหายโกปิสฺสา อิโต จิโต จ วิจริตฺวาปิ นาทฺทส. สพฺเพ นฺหายิตฺวา เคหํ อคมึสุ. ‘‘กหํ เสฏฺฐิปุตฺโต’’ติ จ วุตฺเต, ‘‘นฺหตฺวา อาคโต ภวิสฺสตีติ มญฺญิมฺหา’’ติ วทึสุ. อถสฺส มาตาปิตโร ตตฺถ ตตฺถ ปริเยสิตฺวา อปสฺสนฺตา โรทิตฺวา ปริเทวิตฺวา, ‘‘มโต ภวิสฺสตี’’ติ มตกภตฺตํ อทํสุ. สา เอกํ ตกฺกสิลคามึ สตฺถวาหํ ทิสฺวา ยานกสฺส ปจฺฉโต ปจฺฉโต อนุพนฺธิ.
อถ นํ มนุสฺสา ทิสฺวา, ‘‘อมฺหากํ ยานกสฺส ปจฺฉโต ปจฺฉโต อนุคจฺฉติ, มยํ ‘กสฺเสสา ทาริกา’ติ ตํ น ชานามา’’ติ วทึสุ. สาปิ ‘‘ตุเมฺห อตฺตโน ยานกํ ปาเชถ, อหํ ปทสา คมิสฺสามี’’ติ คจฺฉนฺตี องฺคุลิมุทฺทิกํ ทตฺวา เอกสฺมึ ยานเก โอกาสํ กาเรสิ. มนุสฺสา จินฺตยึสุ – ‘‘ตกฺกสิลนคเร อมฺหากํ เสฏฺฐิปุตฺตสฺส ภริยา นตฺถิ, ตสฺส อาจิกฺขิสฺสาม, มหาปณฺณากาโร โน ภวิสฺสตี’’ติ. เต เคหํ คนฺตฺวา, ‘‘สามิ, อเมฺหหิ ตุมฺหากํ เอกํ อิตฺถิรตนํ อานีต’’นฺติ อาหํสุ. โส ตํ สุตฺวา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา อตฺตโน วยานุรูปํ อภิรูปํ ปาสาทิกํ ทิสฺวา อุปฺปนฺนสิเนโห เคเห อกาสิ. ปุริสา หิ อิตฺถิโย, อิตฺถิโย วา ปุริสา อภูตปุพฺพา นาม นตฺถิ. ปุริสา หิ ปรสฺส ทาเรสุ อติจริตฺวา กาลํ กตฺวา พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ นิรเย ปจฺจิตฺวา มนุสฺสชาตึ อาคจฺฉนฺตา อตฺตภาวสเต อิตฺถิภาวํ อาปชฺชนฺติ.
อานนฺทตฺเถโรปิ กปฺปสตสหสฺสํ ปูริตปารมี อริยสาวโก สํสาเร สํสรนฺโต เอกสฺมึ อตฺตภาเว กมฺมารกุเล นิพฺพตฺโต. ปรทารกมฺมํ กตฺวา นิรเย ปจฺจิตฺวา ปกฺกาวเสเสน จุทฺทสสุ อตฺตภาเวสุ ปุริสสฺส ปาทปริจาริกา อิตฺถี อโหสิ, สตฺตสุ อตฺตภาเวสุ พีชุทฺธรณํ ปาปุณิ. อิตฺถิโย ปน ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา อิตฺถิภาเว ฉนฺทํ วิราเชตฺวา, ‘‘อิทํ โน ปุญฺญํ ปุริสตฺตภาวปฏิลาภาย สํวตฺตตู’’ติ จิตฺตํ อธิฏฺฐหิตฺวา กาลํ กตฺวา ปุริสตฺตภาวํ ปฏิลภนฺติ, ปติเทวตา หุตฺวา สามิเก สมฺมาปฏิปตฺติวเสนาปิ ปุริสตฺตภาวํ ปฏิลภนฺเตว.
อยํ ปน เสฏฺฐิปุตฺโต เถเร อโยนิโส จิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว อิตฺถิภาวํ ปฏิลภิ. ตกฺกสิลายํ เสฏฺฐิปุตฺเตน สทฺธึ สํวาสมนฺวาย ปน ตสฺสา กุจฺฉิยํ คพฺโภ ปติฏฺฐาสิ. สา ทสมาสจฺจเยน ปุตฺตํ ลภิตฺวา ตสฺส ปทสา คมนกาเล อปรมฺปิ ปุตฺตํ ปฏิลภิ. เอวมสฺสา กุจฺฉิยํ วุตฺถา เทฺว, โสเรยฺยนคเร ตํ ปฏิจฺจ นิพฺพตฺตา เทฺวติ จตฺตาโร ปุตฺตา อเหสุํ. ตสฺมึ กาเล โสเรยฺยนครโต ตสฺสา สหายโก เสฏฺฐิปุตฺโต ปญฺจหิ สกฏสเตหิ ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา สุขยานเก นิสินฺโน นครํ ปาวิสิ. อถ นํ สา อุปริปาสาทตเล วาตปานํ วิวริตฺวา อนฺตรวีถึ โอโลกยมานา ฐิตา ทิสฺวา สญฺชานิตฺวา ทาสึ เปเสตฺวา ปกฺโกสาเปตฺวา มหาตเล นิสีทาเปตฺวา มหนฺตํ สกฺการสมฺมานํ อกาสิ. อถ นํ โส อาห – ‘‘ภทฺเท, ตฺวํ อิโต ปุพฺเพ อเมฺหหิ น ทิฏฺฐปุพฺพา, อถ จ ปน โน มหนฺตํ สกฺการํ กโรสิ, ชานาสิ ตฺวํ อเมฺห’’ติ. ‘‘อาม, สามิ, ชานามิ, นนุ ตุเมฺห โสเรยฺยนครวาสิโน’’ติ? ‘‘อาม, ภทฺเท’’ติ. สา มาตาปิตูนญฺจ ภริยาย จ ปุตฺตานญฺจ อโรคภาวํ ปุจฺฉิ. อิตโร ‘‘อาม, ภทฺเท, อโรคา’’ติ วตฺวา ‘‘ชานาสิ ตฺวํ เอเต’’ติ อาห. ‘‘อาม สามิ, ชานามิ. เตสํ เอโก ปุตฺโต อตฺถิ, โส กหํ, สามี’’ติ? ‘‘ภทฺเท, มา เอตํ กเถหิ, มยํ เตน สทฺธึ เอกทิวสํ สุขยานเก นิสีทิตฺวา นฺหายิตุํ นิกฺขนฺตา เนวสฺส คตึ ชานาม, อิโต จิโต จ วิจริตฺวา ตํ อทิสฺวา มาตาปิตูนํ อาโรจยิมฺหา, เตปิสฺส โรทิตฺวา กนฺทิตฺวา เปตกิจฺจํ กิรึสู’’ติ. ‘‘อหํ โส, สามี’’ติ. ‘‘อเปหิ, ภทฺเท, กึ กเถสิ มยฺหํ สหาโย เทวกุมาโร วิย เอโก ปุริโส’’ติ? ‘‘โหตุ, สามิ, อหํ โส’’ติ. ‘‘อถ อิทํ กึ นามา’’ติ? ‘‘ตํ ทิวสํ เต อยฺโย มหากจฺจายนตฺเถโร ทิฏฺโฐ’’ติ? ‘‘อาม, ทิฏฺโฐ’’ติ. อหํ อยฺยํ มหากจฺจายนตฺเถรํ โอโลเกตฺวา, ‘‘อโห วต อยํ วา เถโร มม ภริยา ภเวยฺย, เอตสฺส วา สรีรวณฺโณ วิย มม ภริยาย สรีรวณฺโณ ภเวยฺยา’’ติ จินฺเตสึ. จินฺติตกฺขเณเยว เม ปุริสลิงฺคํ อนฺตรธายิ, อิตฺถิลิงฺคํ ปาตุภวิ. อถาหํ ลชฺชมานา กสฺสจิ กิญฺจิ วตฺตุํ อสกฺกุณิตฺวา ตโต ปลายิตฺวา อิธาคตา, สามีติ.
‘‘อโห วต เต ภาริยํ กมฺมํ กตํ, กสฺมา มยฺหํ นาจิกฺขิ, อปิจ ปน เต เถโร ขมาปิโต’’ติ? ‘‘น ขมาปิโต, สามิ. ชานาสิ ปน ตฺวํ กหํ เถโร’’ติ? ‘‘อิมเมว นครํ อุปนิสฺสาย วิหรตี’’ติ. ‘‘สเจ ปิณฺฑาย จรนฺโต อิธาคจฺเฉยฺย, อหํ มม อยฺยสฺส ภิกฺขาหารํ ทเทยฺยํ, สามี’’ติ. ‘‘เตน หิ สีฆํ สกฺการํ กโรหิ, อมฺหากํ อยฺยํ ขมาเปสฺสามา’’ติ โส เถรสฺส วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน, ‘‘ภนฺเต, เสฺว มยฺหํ ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ อาห. ‘‘นนุ ตฺวํ, เสฏฺฐิปุตฺต, อาคนฺตุโกสี’’ติ. ‘‘ภนฺเต, มา อมฺหากํ อาคนฺตุกภาวํ ปุจฺฉถ, เสฺว เม ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ. เถโร อธิวาเสสิ, เคเหปิ เถรสฺส มหาสกฺกาโร ปฏิยตฺโต. เถโร ปุนทิวเส ตํ เคหทฺวารํ อคมาสิ. อถ นํ นิสีทาเปตฺวา ปณีเตนาหาเรน ปริวิสิตฺวา เสฏฺฐิปุตฺโต ตํ อิตฺถึ คเหตฺวา เถรสฺส ปาทมูเล นิปชฺชาเปตฺวา, ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ สหายิกาย ขมถา’’ติ อาห. ‘‘กิเมต’’นฺติ? ‘‘อยํ, ภนฺเต, ปุพฺเพ มยฺหํ ปิยสหายโก หุตฺวา ตุเมฺห โอโลเกตฺวา เอวํ นาม จินฺเตสิ, อถสฺส ปุริสลิงฺคํ อนฺตรธายิ, อิตฺถิลิงฺคํ ปาตุภวิ, ขมถ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เตน หิ อุฏฺฐหถ, ขมามิ โว อห’’นฺติ. เถเรน ‘‘ขมามี’’ติ วุตฺตมตฺเตเยว อิตฺถิลิงฺคํ อนฺตรธายิ, ปุริสลิงฺคํ ปาตุภวิ.
ปุริสลิงฺเค ปาตุภูตมตฺเตเยว ตํ ตกฺกสิลาย เสฏฺฐิปุตฺโต อาห – ‘‘สมฺม สหายก, อิเม เทฺว ทารกา ตว กุจฺฉิยํ วุตฺถตฺตา มํ ปฏิจฺจ นิพฺพตฺตตฺตา อุภินฺนมฺปิโน ปุตฺตา เอว, อิเธว วสิสฺสาม, มา อุกฺกณฺฐี’’ติ. ‘‘สมฺม, อหํ เอเกนตฺตภาเวน ปฐมํ ปุริโส หุตฺวา อิตฺถิภาวํ ปตฺวา ปุน ปุริโส ชาโตติ วิปฺปการปฺปตฺโต, ปฐมํ มํ ปฏิจฺจ เทฺว ปุตฺตา นิพฺพตฺตา, อิทานิ เม กุจฺฉิโต เทฺว ปุตฺตา นิกฺขนฺตา, สฺวาหํ เอเกนตฺตภาเวน วิปฺปการปฺปตฺโต, ปุน ‘เคเห วสิสฺสตี’ติ สญฺญํ มา กริ, อหํ มม อยฺยสฺส สนฺติเก ปพฺพชิสฺสามิ. อิเม เทฺว ทารกา ตว ภาราติ, อิเมสุ มา ปมชฺชี’’ติ วตฺวา ปุตฺเต สีเส ปริจุมฺพิตฺวา ปริมชฺชิตฺวา อุเร นิปชฺชาเปตฺวา ปิตุ นิยฺยาเทตฺวา นิกฺขมิตฺวา เถรสฺส สนฺติเก ปพฺพชฺชํ ยาจิ. เถโรปิ นํ ปพฺพาเชตฺวา อุปสมฺปาเทตฺวา คณฺหิตฺวาว จาริกํ จรมาโน อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ อคมาสิ. ตสฺส โสเรยฺยตฺเถโรติ นามํ อโหสิ. ชนปทวาสิโน ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา สงฺขุภิตฺวา โกตูหลชาตา ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉึสุ – ‘‘เอวํ กิร, ภนฺเต’’ติ? ‘‘อาม, อาวุโส’’ติ. ‘‘ภนฺเต, เอวรูปมฺปิ การณํ นาม โหติ’’? ‘‘ตุมฺหากํ กุจฺฉิยํ กิร เทฺว ปุตฺตา นิพฺพตฺตา, ตุเมฺห ปฏิจฺจ เทฺว ชาตา, เตสํ โว กตเรสุ พลวสิเนโห โหตี’’ติ? ‘‘กุจฺฉิยํ วุตฺถเกสุ, อาวุโส’’ติ. อาคตาคตา นิพทฺธํ ตเถว ปุจฺฉึสุ.
เถโร ‘‘กุจฺฉิยํ วุตฺตเกสุ เอว สิเนโห พลวา’’ติ ปุนปฺปุนํ กเถนฺโต หรายมาโน เอโกว นิสีทติ, เอโกว ติฏฺฐติ. โส เอวํ เอกตฺตูปคโต อตฺตภาเว ขยวยํ สมุฏฺฐาเปตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. อถ นํ อาคตาคตา ปุจฺฉนฺติ – ‘‘ภนฺเต, เอวํ กิร นาม อโหสี’’ติ? ‘‘อามาวุโส’’ติ. ‘‘กตเรสุ สิเนโห พลวา’’ติ? ‘‘มยฺหํ กตฺถจิ สิเนโห นาม นตฺถี’’ติ. ภิกฺขู ‘‘อยํ อภูตํ กเถสิ, ปุริมทิวเสสุ ‘กุจฺฉิยํ วุตฺถปุตฺเตสุ สิเนโห พลวา’ติ วตฺวา อิทานิ ‘มยฺหํ กตฺถจิ สิเนโห นตฺถี’ติ วทติ, อญฺญํ พฺยากโรติ, ภนฺเต’’ติ อาหํสุ. สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, มม ปุตฺโต อญฺญํ พฺยากโรติ, มม ปุตฺตสฺส สมฺมาปณิหิเตน จิตฺเตน มคฺคสฺส ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย น กตฺถจิ สิเนโห ชาโต, ยํ สมฺปตฺตึ เนว มาตา, น ปิตา กาตุํ สกฺโกติ, ตํ อิเมสํ สตฺตานํ อพฺภนฺตเร ปวตฺตํ สมฺมาปณิหิตํ จิตฺตเมว เทตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๔๓. ‘‘น ตํ มาตา ปิตา กยิรา, อญฺเญ วาปิ จ ญาตกา;
สมฺมาปณิหิตํ จิตฺตํ, เสยฺยโส นํ ตโต กเร’’ติ.
ตตฺถน ตนฺติ ตํ การณํ เนว มาตา กเรยฺย, น ปิตา, น อญฺเญ ญาตกา. สมฺมาปณิหิตนฺติ ทสสุ กุสลกมฺมปเถสุ สมฺมา ฐปิตํ. เสยฺยโส นํ ตโต กเรติ ตโต การณโต เสยฺยโส นํ วรตรํ อุตฺตริตรํ กเรยฺย, กโรตีติ อตฺโถ. มาตาปิตโร หิ ปุตฺตานํ ธนํ ททมานา เอกสฺมึเยว อตฺตภาเว กมฺมํ อกตฺวา สุเขน ชีวิกกปฺปนํ ธนํ ทาตุํ สกฺโกนฺติ. วิสาขาย มาตาปิตโรปิ ตาว มหทฺธนา มหาโภคา, ตสฺสา เอกสฺมึเยว อตฺตภาเว สุเขน ชีวิกกปฺปนํ ธนํ อทํสุ. จตูสุ ปน ทีเปสุ จกฺกวตฺติสิรึ ทาตุํ สมตฺถา มาตาปิตโรปิ นาม ปุตฺตานํ นตฺถิ, ปเคว ทิพฺพสมฺปตฺตึ วา ปฐมชฺฌานาทิสมฺปตฺตึ วา, โลกุตฺตรสมฺปตฺติทาเน กถาว นตฺถิ, สมฺมาปณิหิตํ ปน จิตฺตํ สพฺพมฺเปตํ สมฺปตฺตึ ทาตุํ สกฺโกติ. เตน วุตฺตํ ‘‘เสยฺยโส นํ ตโต กเร’’ติ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปตฺตา. เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา ชาตาติ.
โสเรยฺยตฺเถรวตฺถุ นวมํ.
จิตฺตวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ตติโย วคฺโค.