๙. นิคมวาสิติสฺสตฺเถรวตฺถุ
อปฺปมาทรโตติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต นิคมวาสิติสฺสตฺเถรํ นาม อารพฺภ กเถสิ.
เอกสฺมิญฺหิ สาวตฺถิโต อวิทูเร นิคมคาเม ชาตสํวฑฺโฒ เอโก กุลปุตฺโต สตฺถุ สาสเน ปพฺพชิตฺวา ลทฺธูปสมฺปโท ‘‘นิคมวาสิติสฺสตฺเถโร นาม อปฺปิจฺโฉ สนฺตุฏฺโฐ ปวิวิตฺโต อารทฺธวีริโย’’ติ ปญฺญายิ. โส นิพทฺธํ ญาติคาเมเยว ปิณฺฑาย วิจรติ. อนาถปิณฺฑิกาทีสุ มหาทานานิ กโรนฺเตสุ, ปเสนทิโกสเล อสทิสทานํ กโรนฺเตปิ สาวตฺถึ นาคจฺฉติ. ภิกฺขู ‘‘อยํ นิคมวาสิติสฺสตฺเถโร อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย ญาติสํสฏฺโฐ วิหรติ, อนาถปิณฺฑิกาทีสุ มหาทานาทีนิ กโรนฺเตสุ, ปเสนทิโกสเล อสทิสทานํ กโรนฺเตปิ เนว อาคจฺฉตี’’ติ กถํ สมุฏฺฐาเปตฺวา สตฺถุ อาโรจยึสุ. สตฺถา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, ภิกฺขุ, เอวํ กโรสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘นตฺถิ, ภนฺเต, มยฺหํ ญาติสํสคฺโค, อหํ เอเต มนุสฺเส นิสฺสาย อชฺโฌหรณียมตฺตํ อาหารํ ลภามิ ลูเข วา ปณีเต วา. ยาปนมตฺเต ลทฺเธ ปุน กึ อาหารปริเยสเนนาติ น คจฺฉามิ, ญาตีหิ ปน เม สํสคฺโค นาม นตฺถิ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต สตฺถา ปกติยาปิ ตสฺส อชฺฌาสยํ วิชานนฺโต – ‘‘สาธุ สาธุ, ภิกฺขู’’ติ ตสฺส สาธุการํ ทตฺวา, ‘‘อนจฺฉริยํ โข ปเนตํ ภิกฺขุ, ยํ ตฺวํ มาทิสํ อาจริยํ ลภิตฺวา อปฺปิจฺโฉ อโหสิ. อยญฺหิ อปฺปิจฺฉตา นาม มม ตนฺติ, มม ปเวณี’’ติ วตฺวา ภิกฺขูหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ –
อตีเต หิมวนฺเต คงฺคาตีเร เอกสฺมึ อุทุมฺพรวเน อเนกสหสฺสา สุวา วสึสุ. ตเตฺรโก สุวราชา อตฺตโน นิวาสรุกฺขสฺส ผเลสุ ขีเณสุ ยํ ยเทว อวสิฏฺฐํ โหติ องฺกุโร วา ปตฺตํ วา ตโจ วา, ตํ ตํ ขาทิตฺวา คงฺคายํ ปานียํ ปิวิตฺวา ปรมปฺปิจฺโฉ สนฺตุฏฺโฐ หุตฺวา อญฺญตฺถ น คจฺฉติ. ตสฺส อปฺปิจฺฉสนฺตุฏฺฐภาวคุเณน สกฺกสฺส ภวนํ กมฺปิ. สกฺโก อาวชฺชมาโน ตํ ทิสฺวา ตสฺส วีมํสนตฺถํ อตฺตโน อานุภาเวน ตํ รุกฺขํ สุกฺขาเปสิ. รุกฺโข โอภคฺโค ขาณุมตฺโต ฉิทฺทาวฉิทฺโทว หุตฺวา วาเต ปหรนฺเต อาโกฏิโต วิย สทฺทํ นิจฺฉาเรนฺโต อฏฺฐาสิ. ตสฺส ฉิทฺเทหิ จุณฺณานิ นิกฺขมนฺติ. สุวราชา ตานิ ขาทิตฺวา คงฺคายํ ปานียํ ปิวิตฺวา อญฺญตฺถ อคนฺตฺวา วาตาตปํ อคเณตฺวา อุทุมฺพรขาณุมตฺถเก นิสีทติ. สกฺโก ตสฺส ปรมปฺปิจฺฉภาวํ ญตฺวา, ‘‘มิตฺตธมฺมคุณํ กถาเปตฺวา วรมสฺส ทตฺวา อุทุมฺพรํ อมตผลํ กตฺวา อาคมิสฺสามี’’ติ เอโก หํสราชา หุตฺวา สุชํ อสุรกญฺญํ ปุรโต กตฺวา อุทุมฺพรวนํ คนฺตฺวา อวิทูเร เอกสฺส รุกฺขสฺส สาขาย นิสีทิตฺวา เตน สทฺธึ กเถนฺโต อิมํ คาถมาห –
‘‘สนฺติ รุกฺขา หริปตฺตา, ทุมาเนกผลา พหู;
กสฺมา นุ สุกฺเข โกฬาเป, สุวสฺส นิรโต มโน’’ติ. (ชา. ๑.๙.๓๐);
สพฺพํ สุวชาตกํ นวกนิปาเต อาคตนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ. อฏฺฐุปฺปตฺติเยว หิ ตตฺถ จ อิธ จ นานา, เสสํ ตาทิสเมว. สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา, ‘‘ตทา สกฺโก อานนฺโท อโหสิ, สุวราชา อหเมวา’’ติ วตฺวา, ‘‘เอวํ, ภิกฺขเว, อปฺปิจฺฉตา นาเมสา มม ตนฺติ, มม ปเวณี, อนจฺฉริยา มม ปุตฺตสฺส นิคมวาสิติสฺสสฺส มาทิสํ อาจริยํ ลภิตฺวา อปฺปิจฺฉตา, ภิกฺขุนา นาม นิคมวาสิติสฺเสน วิย อปฺปิจฺเฉเนว ภวิตพฺพํ. เอวรูโป หิ ภิกฺขุ อภพฺโพ สมถวิปสฺสนาธมฺเมหิ วา มคฺคผเลหิ วา ปริหานาย, อญฺญทตฺถุ นิพฺพานสฺเสว สนฺติเก โหตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๓๒. ‘‘อปฺปมาทรโต ภิกฺขุ, ปมาเท ภยทสฺสิ วา;
อภพฺโพ ปริหานาย, นิพฺพานสฺเสว สนฺติเก’’ติ.
ตตฺถ อภพฺโพ ปริหานายาติ โส เอวรูโป ภิกฺขุ สมถวิปสฺสนาธมฺเมหิ วา มคฺคผเลหิ วา ปริหานาย อภพฺโพ, นาปิ ปตฺเตหิ ปริหายติ, น อปฺปตฺตานิ น ปาปุณาติ. นิพฺพานสฺเสว สนฺติเกติ กิเลสปรินิพฺพานสฺสปิ อนุปาทาปรินิพฺพานสฺสาปิ สนฺติเกเยวาติ.
คาถาปริโยสาเน นิคมวาสิติสฺสตฺเถโร สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. อญฺเญปิ พหู โสตาปนฺนาทโย อเหสุํ. มหาชนสฺส สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา ชาตาติ.
นิคมวาสิติสฺสตฺเถรวตฺถุ นวมํ.
อปฺปมาทวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา. ทุติโย วคฺโค.