๒. อปฺปมาทวคฺโค
๑. สามาวตีวตฺถุ
อปฺปมาโท อมตปทนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา โกสมฺพึ อุปนิสฺสาย โฆสิตาราเม วิหรนฺโต สามาวติปฺปมุขานํ ปญฺจนฺนํ อิตฺถิสตานํ, มาคณฺฑิยปฺปมุขานญฺจ เอติสฺสา ปญฺจนฺนํ ญาติสตานํ มรณพฺยสนํ อารพฺภ กเถสิ.
ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – อตีเต อลฺลกปฺปรฏฺเฐ อลฺลกปฺปราชา นาม, เวฐทีปกรฏฺเฐ เวฐทีปกราชา นามาติ อิเม เทฺว ทหรกาลโต ปฏฺฐาย สหายกา หุตฺวา เอกาจริยกุเล สิปฺปํ อุคฺคณฺหิตฺวา อตฺตโน อตฺตโน ปิตูนํ อจฺจเยน ฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา อายาเมน ทสทสโยชนิเก รฏฺเฐ ราชาโน อเหสุํ. เต กาเลน กาลํ สมาคนฺตฺวา เอกโต ติฏฺฐนฺตา นิสีทนฺตา นิปชฺชนฺตา มหาชนํ ชายมานญฺจ ชียมานญฺจ มียมานญฺจ ทิสฺวา ‘‘ปรโลกํ คจฺฉนฺตํ อนุคจฺฉนฺโต นาม นตฺถิ, อนฺตมโส อตฺตโน สรีรมฺปิ นานุคจฺฉติ, สพฺพํ ปหาย คนฺตพฺพํ, กึ โน ฆราวาเสน, ปพฺพชิสฺสามา’’ติ มนฺเตตฺวา รชฺชานิ ปุตฺตทารานํ นิยฺยาเทตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา หิมวนฺตปฺปเทเส วสนฺตา มนฺตยึสุ – ‘‘มยํ รชฺชํ ปหาย ปพฺพชิตา, น ชีวิตุํ อสกฺโกนฺตา. เต มยํ เอกฏฺฐาเน วสนฺตา อปพฺพชิตสทิสาเยว โหม, ตสฺมา วิสุํ วสิสฺสาม. ตฺวํ เอตสฺมึ ปพฺพเต วส, อหํ อิมสฺมึ ปพฺพเต วสิสฺสามิ. อนฺวฑฺฒมาสํ ปน อุโปสถทิวเส เอกโต ภวิสฺสามา’’ติ. อถ โข เนสํ เอตทโหสิ – ‘‘เอวมฺปิ โน คณสงฺคณิกาว ภวิสฺสติ, ตฺวํ ปน ตว ปพฺพเต อคฺคึ ชาเลยฺยาสิ, อหํ มม ปพฺพเต อคฺคึ ชาเลสฺสามิ, ตาย สญฺญาย อตฺถิภาวํ ชานิสฺสามา’’ติ. เต ตถา กรึสุ.
อถ อปรภาเค เวฐทีปกตาปโส กาลํ กตฺวา มเหสกฺโข เทวราชา หุตฺวา นิพฺพตฺโต. ตโต อฑฺฒมาเส สมฺปตฺเต อคฺคึ อทิสฺวาว อิตโร ‘‘สหายโก เม กาลกโต’’ติ อญฺญาสิ. อิตโรปิ นิพฺพตฺตกฺขเณเยว อตฺตโน เทวสิรึ โอโลเกตฺวา กมฺมํ อุปธาเรนฺโต นิกฺขมนโต ปฏฺฐาย อตฺตโน ตปจริยํ ทิสฺวา ‘‘คนฺตฺวา มม สหายกํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ ตํ อตฺตภาวํ วิชหิตฺวา มคฺคิกปุริโส วิย ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อถ นํ โส อาห – ‘‘กุโต อาคโตสี’’ติ? ‘‘มคฺคิกปุริโส อหํ, ภนฺเต, ทูรโตว อาคโตมฺหิ. กึ ปน, ภนฺเต, อยฺโย อิมสฺมึ ฐาเน เอกโกว วสติ, อญฺโญปิ โกจิ อตฺถี’’ติ? ‘‘อตฺถิ เม เอโก สหายโก’’ติ. ‘‘กุหึ โส’’ติ? ‘‘เอตสฺมึ ปพฺพเต วสติ, อุโปสถทิวเส ปน อคฺคึ น ชาเลติ, มโต นูน ภวิสฺสตี’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ? ‘‘เอวมาวุโส’’ติ. ‘‘อหํ โส, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กุหึ นิพฺพตฺโตสี’’ติ? ‘‘เทวโลเก มเหสกฺโข เทวราชา หุตฺวา นิพฺพตฺโตสฺมิ, ภนฺเต, ‘อยฺยํ ปสฺสิสฺสามี’ติ ปุน อาคโตมฺหิ. อปิ นุ โข อยฺยานํ อิมสฺมึ ฐาเน วสนฺตานํ โกจิ อุปทฺทโว อตฺถี’’ติ? ‘‘อาม, อาวุโส, หตฺถี นิสฺสาย กิลมามี’’ติ. ‘‘กึ โว, ภนฺเต, หตฺถี กโรนฺตี’’ติ? ‘‘สมฺมชฺชนฏฺฐาเน ลณฺฑํ ปาเตนฺติ, ปาเทหิ ภูมิยํ ปหริตฺวา ปํสุํ อุทฺธรนฺติ, สฺวาหํ ลณฺฑํ ฉฑฺเฑนฺโต ปํสุํ สมํ กโรนฺโต กิลมามี’’ติ. ‘‘กึ ปน เตสํ อนาคมนํ อิจฺฉถา’’ติ? ‘‘อามาวุโส’’ติ. ‘‘เตน หิ เตสํ อนาคมนํ กริสฺสามี’’ติ ตาปสสฺส หตฺถิกนฺตวีณญฺเจว หตฺถิกนฺตมนฺตญฺจ อทาสิ. ททนฺโต จ ปน วีณาย ติสฺโส ตนฺติโย ทสฺเสตฺวา ตโย มนฺเต อุคฺคณฺหาเปตฺวา ‘‘อิมํ ตนฺตึ ปหริตฺวา อิมสฺมึ มนฺเต วุตฺเต นิวตฺติตฺวา โอโลเกตุมฺปิ อสกฺโกนฺตา หตฺถี ปลายนฺติ, อิมํ ตนฺตึ ปหริตฺวา อิมสฺมึ มนฺเต วุตฺเต นิวตฺติตฺวา ปจฺฉโต โอโลเกนฺตา โอโลเกนฺตา ปลายนฺติ, อิมํ ตนฺตึ ปหริตฺวา อิมสฺมึ มนฺเต วุตฺเต หตฺถิยูถปติ ปิฏฺฐึ อุปนาเมนฺโต อาคจฺฉตี’’ติ อาจิกฺขิตฺวา, ‘‘ยํ โว รุจฺจติ, ตํ กเรยฺยาถา’’ติ วตฺวา ตาปสํ วนฺทิตฺวา ปกฺกามิ. ตาปโส ปลายนมนฺตํ วตฺวา ปลายนตนฺตึ ปหริตฺวา หตฺถี ปลาเปตฺวา วสิ.
ตสฺมึ สมเย โกสมฺพิยํ ปูรนฺตปฺโป นาม ราชา โหติ. โส เอกทิวสํ คพฺภินิยา เทวิยา สทฺธึ พาลสูริยตปํ ตปฺปมาโน อพฺโภกาสตเล นิสีทิ. เทวี รญฺโญ ปารุปนํ สตสหสฺสคฺฆนิกํ รตฺตกมฺพลํ ปารุปิตฺวา นิสินฺนา รญฺญา สทฺธึ สมุลฺลปมานา รญฺโญ องฺคุลิโต สตสหสฺสคฺฆนิกํ ราชมุทฺทิกํ นีหริตฺวา อตฺตโน องฺคุลิยํ ปิลนฺธิ. ตสฺมึ สมเย หตฺถิลิงฺคสกุโณ อากาเสน คจฺฉนฺโต ทูรโต รตฺตกมฺพลปารุปนํ เทวึ ทิสฺวา ‘‘มํสเปสี’’ติ สญฺญาย ปกฺเข วิสฺสชฺเชตฺวา โอตริ. ราชา ตสฺส โอตรณสทฺเทน ภีโต อุฏฺฐาย อนฺโตนิเวสนํ ปาวิสิ. เทวี ครุคพฺภตาย เจว ภีรุกชาติกตาย จ เวเคน คนฺตุํ นาสกฺขิ. อถ นํ โส สกุโณ อชฺฌปฺปตฺโต นขปญฺชเร นิสีทาเปตฺวา อากาสํ ปกฺขนฺทิ. เต กิร สกุณา ปญฺจนฺนํ หตฺถีนํ พลํ ธาเรนฺติ. ตสฺมา อากาเสน เนตฺวา ยถารุจิตฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา มํสํ ขาทนฺติ. สาปิ เตน นียมานา มรณภยภีตา จินฺเตสิ – ‘‘สจาหํ วิรวิสฺสามิ, มนุสฺสสทฺโท นาม ติรจฺฉานคตานํ อุพฺเพชนีโย, ตํ สุตฺวา มํ ฉฑฺเฑสฺสติ. เอวํ สนฺเต สห คพฺเภน ชีวิตกฺขยํ ปาปุณิสฺสามิ, ยสฺมึ ปน ฐาเน นิสีทิตฺวา มํ ขาทิตุํ อารภิสฺสติ, ตตฺร นํ สทฺทํ กตฺวา ปลาเปสฺสามี’’ติ. สา อตฺตโน ปณฺฑิตตาย อธิวาเสสิ.
ตทา จ หิมวนฺตปเทเส โถกํ วฑฺฒิตฺวา มณฺฑปากาเรน ฐิโต เอโก มหานิโคฺรโธ โหติ. โส สกุโณ มิครูปาทีนิ ตตฺถ เนตฺวา ขาทติ, ตสฺมา ตมฺปิ ตตฺเถว เนตฺวา วิฏปพฺภนฺตเร ฐเปตฺวา อาคตมคฺคํ โอโลเกสิ. อาคตมคฺโคโลกนํ กิร เตสํ ธมฺมตา. ตสฺมึ ขเณ เทวี, ‘‘อิทานิ อิมํ ปลาเปตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา อุโภ หตฺเถ อุกฺขิปิตฺวา ปาณิสทฺทญฺเจว มุขสทฺทญฺจ กตฺวา ตํ ปลาเปสิ. อถสฺสา สูริยตฺถงฺคมนกาเล คพฺเภ กมฺมชวาตา จลึสุ. สพฺพทิสาสุ คชฺชนฺโต มหาเมโฆ อุฏฺฐหิ. สุเขธิตาย ราชมเหสิยา ‘‘มา ภายิ, อยฺเย’’ติ วจนมตฺตมฺปิ อลภมานาย ทุกฺขปเรตาย สพฺพรตฺตึ นิทฺทา นาม นาโหสิ. วิภาตาย ปน รตฺติยา วลาหกวิคโม จ อรุณุคฺคมนญฺจ ตสฺสา คพฺภวุฏฺฐานญฺจ เอกกฺขเณเยว อโหสิ. สา เมฆอุตุญฺจ ปพฺพตอุตุญฺจ อรุณอุตุญฺจ คเหตฺวา ชาตตฺตา ปุตฺตสฺส อุเตโนติ นามํ อกาสิ.
อลฺลกปฺปตาปสสฺสปิ โข ตโต อวิทูเร วสนฏฺฐานํ โหติ. โส ปกติยาว วสฺสทิวเส สีตภเยน ผลาผลตฺถาย วนํ น ปวิสติ, ตํ รุกฺขมูลํ คนฺตฺวา สกุเณหิ ขาทิตมํสานํ อฏฺฐึ อาหริตฺวา โกฏฺเฏตฺวา รสํ กตฺวา ปิวติ. ตสฺมา ตํ ทิวสํ ‘‘อฏฺฐึ อาหริสฺสามี’’ติ ตตฺถ คนฺตฺวา รุกฺขมูเล อฏฺฐึ ปริเยเสนฺโต อุปริ ทารกสทฺทํ สุตฺวา อุลฺโลเกนฺโต เทวึ ทิสฺวา ‘‘กาสิ ตฺว’’นฺติ วตฺวา ‘‘มานุสิตฺถิมฺหี’’ติ. ‘‘กถํ อาคตาสี’’ติ? ‘‘หตฺถิลิงฺคสกุเณนานีตามฺหี’’ติ วุตฺเต ‘‘โอตราหี’’ติ อาห. ‘‘ชาติสมฺเภทโต ภายามิ, อยฺยา’’ติ. ‘‘กาสิ ตฺว’’นฺติ? ‘‘ขตฺติยามฺหี’’ติ. ‘‘อหมฺปิ ขตฺติโยเยวา’’ติ. ‘‘เตน หิ ขตฺติยมายํ กเถหี’’ติ. โส ขตฺติยมายํ กเถสิ. ‘‘เตน หิ อารุยฺห ปุตฺตํ เม โอตาเรหี’’ติ. โส เอเกน ปสฺเสน อภิรุหนมคฺคํ กตฺวา อภิรุหิตฺวา ทารกํ คณฺหิ. ‘‘มา มํ หตฺเถน ฉุปี’’ติ จ วุตฺเต ตํ อฉุปิตฺวาว ทารกํ โอตาเรสิ. เทวีปิ โอตริ. อถ นํ อสฺสมปทํ เนตฺวา สีลเภทํ อกตฺวาว อนุกมฺปาย ปฏิชคฺคิ, นิมฺมกฺขิกมธุํ อาหริตฺวา สยํชาตสาลึ อาหริตฺวา ยาคุํ ปจิตฺวา อทาสิ. เอวํ ตสฺมึ ปฏิชคฺคนฺเต สา อปรภาเค จินฺเตสิ – ‘‘อหํ เนว อาคตมคฺคํ ชานามิ, น คมนมคฺคํ ชานามิ, อิมินาปิ เม สทฺธึ วิสฺสาสมตฺตมฺปิ นตฺถิ. สเจ ปนายํ อเมฺห ปหาย กตฺถจิ คมิสฺสติ, อุโภปิ อิเธว มรณํ ปาปุณิสฺสาม, ยํกิญฺจิ กตฺวา อิมสฺส สีลํ ภินฺทิตฺวา ยถา มํ น มุญฺจติ, ตถา ตํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. อถ นํ ทุนฺนิวตฺถทุปฺปารุตทสฺสเนน ปโลเภตฺวา สีลวินาสํ ปาเปสิ. ตโต ปฏฺฐาย เทฺวปิ สมคฺควาสํ วสึสุ.
อเถกทิวสํ ตาปโส นกฺขตฺตโยคํ อุลฺโลเกนฺโต ปูรนฺตปฺปสฺส นกฺขตฺตมิลายนํ ทิสฺวา ‘‘ภทฺเท โกสมฺพิยํ ปูรนฺตปฺปราชา มโต’’ติ อาห. ‘‘กสฺมา, อยฺย, เอวํ วเทสิ? กึ เต เตน สทฺธึ อาฆาโต อตฺถี’’ติ? ‘‘นตฺถิ, ภทฺเท, นกฺขตฺตมิลายนมสฺส ทิสฺวา เอวํ วทามี’’ติ, สา ปโรทิ. อถ นํ ‘‘กสฺมา โรทสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตาย ตสฺส อตฺตโน สามิกภาเว อกฺขาเต อาห – ‘‘มา, ภทฺเท, โรทิ, ชาตสฺส นาม นิยโต มจฺจู’’ติ. ‘‘ชานามิ, อยฺยา’’ติ วุตฺเต ‘‘อถ กสฺมา โรทสี’’ติ? ‘‘ปุตฺโต เม กุลสนฺตกสฺส รชฺชสฺส อนุจฺฉวิโก, ‘สเจ ตตฺร อภวิสฺส, เสตจฺฉตฺตํ อุสฺสาปยิสฺส. อิทานิ มหาชานิโก วต ชาโต’ติ โสเกน โรทามิ, อยฺยา’’ติ. ‘‘โหตุ, ภทฺเท, มา จินฺตยิ, สจสฺส รชฺชํ ปตฺเถสิ, อหมสฺส รชฺชลภนาการํ กริสฺสามี’’ติ. อถสฺส หตฺถิกนฺตวีณญฺเจว หตฺถิกนฺตมนฺเต จ อทาสิ. ตทา อเนกานิ หตฺถิสหสฺสานิ อาคนฺตฺวา วฏรุกฺขมูเล นิสีทนฺติ. อถ นํ อาห – ‘‘หตฺถีสุ อนาคเตสุเยว รุกฺขํ อภิรุหิตฺวา เตสุ อาคเตสุ อิมํ มนฺตํ วตฺวา อิมํ ตนฺตึ ปหร, สพฺเพ นิวตฺติตฺวา โอโลเกตุมฺปิ อสกฺโกนฺตา ปลายิสฺสนฺติ, อถ โอตริตฺวา อาคจฺเฉยฺยาสี’’ติ. โส ตถา กตฺวา อาคนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. อถ นํ ทุติยทิวเส อาห – ‘‘อชฺช อิมํ มนฺตํ วตฺวา อิมํ ตนฺตึ ปหเรยฺยาสิ, สพฺเพ นิวตฺติตฺวา โอโลเกนฺตา ปลายิสฺสนฺตี’’ติ. ตทาปิ ตถา กตฺวา อาคนฺตฺวา อาโรเจสิ. อถ นํ ตติยทิวเส อาห – ‘‘อชฺช อิมํ มนฺตํ วตฺวา อิมํ ตนฺตึ ปหเรยฺยาสิ, ยูถปติ ปิฏฺฐึ อุปนาเมนฺโต อาคมิสฺสตี’’ติ. ตทาปิ ตถา กตฺวา อาโรเจสิ.
อถสฺส มาตรํ อามนฺเตตฺวา, ‘‘ภทฺเท, ปุตฺตสฺส เต สาสนํ วเทหิ, เอตฺโตว คนฺตฺวา ราชา ภวิสฺสตี’’ติ อาห. สา ปุตฺตํ อามนฺเตตฺวา, ‘‘ตาต, ตฺวํ โกสมฺพิยํ ปูรนฺตปฺปรญฺโญ ปุตฺโต, มํ สคพฺภํ หตฺถิลิงฺคสกุโณ อาเนสี’’ติ วตฺวา เสนาปติอาทีนํ นามานิ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘อสทฺทหนฺตานํ อิมํ ปิตุ ปารุปนกมฺพลญฺเจว ปิลนฺธนมุทฺทิกญฺจ ทสฺเสยฺยาสี’’ติ วตฺวา อุยฺโยเชสิ. กุมาโร ตาปสํ ‘‘อิทานิ กึ กโรมี’’ติ อาห. ‘‘รุกฺขสฺส เหฏฺฐิมสาขาย นิสีทิตฺวา อิมํ มนฺตํ วตฺวา อิมํ ตนฺตึ ปหร, เชฏฺฐกหตฺถี เต ปิฏฺฐึ อุปนาเปตฺวา อุปสงฺกมิสฺสติ, ตสฺส ปิฏฺฐิยํ นิสินฺโนว รฏฺฐํ คนฺตฺวา รชฺชํ คณฺหาหี’’ติ. โส มาตาปิตโร วนฺทิตฺวา ตถา กตฺวา อาคตสฺส หตฺถิโน ปิฏฺฐิยํ นิสีทิตฺวา กณฺเณ มนฺตยิ – ‘‘อหํ โกสมฺพิยํ ปูรนฺตปฺปรญฺโญ ปุตฺโต, เปตฺติกํ เม รชฺชํ คณฺหิตฺวา เทหิ สามี’’ติ. โส ตํ สุตฺวา ‘‘อเนกานิ หตฺถิสหสฺสานิ สนฺนิปตนฺตู’’ติ หตฺถิรวํ รวิ, อเนกานิ หตฺถิสหสฺสานิ สนฺนิปตึสุ. ปุน ‘‘ชิณฺณา หตฺถี ปฏิกฺกมนฺตู’’ติ หตฺถิรวํ รวิ, ชิณฺณา หตฺถี ปฏิกฺกมึสุ. ปุน ‘‘อติตรุณา หตฺถี นิวตฺตนฺตู’’ติ หตฺถิรวํ รวิ, เตปิ นิวตฺตึสุ. โส อเนเกหิ ยูถหตฺถิสหสฺเสเหว ปริวุโต ปจฺจนฺตคามํ ปตฺวา ‘‘อหํ รญฺโญ ปุตฺโต, สมฺปตฺตึ ปตฺถยมานา มยา สทฺธึ อาคจฺฉนฺตู’’ติ อาห. ‘‘ตโต ปฏฺฐาย มนุสฺสานํ สงฺคหํ กโรนฺโต คนฺตฺวา นครํ ปริวาเรตฺวา ‘ยุทฺธํ วา เม เทตุ, รชฺชํ วา’’’ติ สาสนํ เปเสสิ. นาครา อาหํสุ – ‘‘มยํ เทฺวปิ น ทสฺสาม. อมฺหากญฺหิ เทวี ครุคพฺภา หตฺถิลิงฺคสกุเณน นีตา, ตสฺสา อตฺถิภาวํ วา นตฺถิภาวํ วา มยํ น ชานาม. ยาว ตสฺสา ปวตฺตึ น สุณาม. ตาว เนว ยุทฺธํ ทสฺสาม, น รชฺช’’นฺติ. ตทา กิร ตํ ปเวณิรชฺชํ อโหสิ. ตโต กุมาโร ‘‘อหํ ตสฺสา ปุตฺโต’’ติ วตฺวา เสนาปติอาทีนํ นามานิ กเถตฺวา ตถาปิ อสทฺทหนฺตานํ กมฺพลญฺจ มุทฺทิกญฺจ ทสฺเสสิ. เต กมฺพลญฺจ มุทฺทิกญฺจ สญฺชานิตฺวา นิกฺกงฺขา หุตฺวา ทฺวารํ วิวริตฺวา ตํ รชฺเช อภิสิญฺจึสุ. อยํ ตาว อุเตนสฺส อุปฺปตฺติ.
อลฺลกปฺปรฏฺเฐ ปน ทุพฺภิกฺเข ชีวิตุํ อสกฺโกนฺโต เอโก โกตุหลิโก นาม มนุสฺโส กาปึ นาม ตรุณปุตฺตญฺจ กาฬึ นาม ภริยญฺจ อาทาย ‘‘โกสมฺพึ คนฺตฺวา ชีวิสฺสามี’’ติ ปาเถยฺยํ คเหตฺวา นิกฺขมิ. ‘‘อหิวาตโรเคน มหาชเน มรนฺเต ทิสฺวา นิกฺขมี’’ติปิ วทนฺติเยว. เต คจฺฉนฺตา ปาเถยฺเย ปริกฺขีเณ ขุทาภิภูตา ทารกํ วหิตุํ นาสกฺขึสุ. อถ สามิโก ปชาปตึ อาห – ‘‘ภทฺเท, มยํ ชีวนฺตา ปุน ปุตฺตํ ลภิสฺสาม, ฉฑฺเฑตฺวา นํ คจฺฉามา’’ติ. มาตุ หทยํ นาม มุทุกํ โหติ. ตสฺมา สา อาห – ‘‘นาหํ ชีวนฺตเมว ปุตฺตํ ฉฑฺเฑตุํ สกฺขิสฺสามี’’ติ. ‘‘อถ กึ กโรมา’’ติ? ‘‘วาเรน นํ วหามา’’ติ. มาตา อตฺตโน วาเร ปุปฺผทามํ วิย นํ อุกฺขิปิตฺวา อุเร นิปชฺชาเปตฺวา องฺเกน วหิตฺวา ปิตุโน เทติ. ตสฺส ตํ คเหตฺวา คมนกาเล ฉาตกโตปิ พลวตรา เวทนา อุปฺปชฺชิ. โส ปุนปฺปุนํ อาห – ‘‘ภทฺเท, มยํ ชีวนฺตา ปุตฺตํ ลภิสฺสาม, ฉฑฺเฑม น’’นฺติ. สาปิ ปุนปฺปุนํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ปฏิวจนํ นาทาสิ. ทารโก วาเรน ปริวตฺติยมาโน กิลนฺโต ปิตุ หตฺเถ นิทฺทายิ. โส ตสฺส นิทฺทายนภาวํ ญตฺวา มาตรํ ปุรโต กตฺวา เอกสฺส คจฺฉสฺส เหฏฺฐา ปณฺณสนฺถเร ตํ นิปชฺชาเปตฺวา ปายาสิ. มาตา นิวตฺติตฺวา โอโลเกนฺตี ปุตฺตํ อทิสฺวา, ‘‘สามิ, กุหึ เม ปุตฺโต’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘เอกสฺส เม คจฺฉสฺส เหฏฺฐา นิปชฺชาปิโต’’ติ. ‘‘สามิ, มา มํ นาสยิ, ปุตฺตํ วินา ชีวิตุํ น สกฺขิสฺสามิ, อาเนหิ เม ปุตฺต’’นฺติ อุรํ ปหริตฺวา ปริเทวิ. อถ นํ นิวตฺติตฺวา อาเนสิ. ปุตฺโตปิ อนฺตรามคฺเค มโต โหติ. อิติ โส เอตฺตเก ฐาเน ปุตฺตํ ฉฑฺเฑตฺวา ตสฺส นิสฺสนฺเทน ภวนฺตเร สตฺต วาเร ฉฑฺฑิโต. ‘‘ปาปกมฺมํ นาเมตํ อปฺปก’’นฺติ น อวมญฺญิตพฺพํ.
เต คจฺฉนฺตา เอกํ โคปาลกุลํ ปาปุณึสุ. ตํ ทิวสญฺจ โคปาลกสฺส เธนุมงฺคลํ โหติ. โคปาลกสฺส เคเห นิพทฺธํ เอโก ปจฺเจกพุทฺโธ ภุญฺชติ. โส ตํ โภเชตฺวา มงฺคลมกาสิ. พหุ ปายาโส ปฏิยตฺโต โหติ. โคปาลโก เต อาคเต ทิสฺวา, ‘‘กุโต อาคตตฺถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา สพฺพํ ปวตฺตึ สุตฺวา มุทุชาติโก กุลปุตฺโต เตสุ อนุกมฺปํ กตฺวา พหุเกน สปฺปินา ปายาสํ ทาเปสิ. ภริยา ‘‘สามิ, ตยิ ชีวนฺเต อหมฺปิ ชีวามิ นาม, ทีฆรตฺตํ อูโนทโรสิ, ยาวทตฺถํ ภุญฺชาหี’’ติ สปฺปิญฺจ ทธิญฺจ ตทภิมุขญฺเญว กตฺวา อตฺตนา มนฺทสปฺปินา โถกเมว ภุญฺชิ. อิตโร พหุํ ภุญฺชิตฺวา สตฺตฏฺฐทิวเส ฉาตตาย อาหารตณฺหํ ฉินฺทิตุํ นาสกฺขิ. โคปาลโก เตสํ ปายาสํ ทาเปตฺวา สยํ ภุญฺชิตุํ อารภิ. โกตุหลิโก ตํ โอโลเกนฺโต นิสีทิตฺวา เหฏฺฐาปีเฐ นิปนฺนาย สุนขิยา โคปาลเกน วฑฺเฒตฺวา ทิยฺยมานํ ปายาสปิณฺฑํ ทิสฺวา ‘‘ปุญฺญา วตายํ สุนขี, นิพทฺธํ เอวรูปํ โภชนํ ลภตี’’ติ จินฺเตสิ. โส รตฺติภาเค ตํ ปายาสํ ชีราเปตุํ อสกฺโกนฺโต กาลํ กตฺวา ตสฺสา สุนขิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ.
อถสฺส ภริยา สรีรกิจฺจํ กตฺวา ตสฺมึเยว เคเห ภตึ กตฺวา ตณฺฑุลนาฬึ ลภิตฺวา ปจิตฺวา ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปตฺเต ปติฏฺฐาเปตฺวา, ‘‘ทาสสฺส โว ปาปุณาตู’’ติ วตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘มยา อิเธว วสิตุํ วฏฺฏติ, นิพทฺธํ, อยฺโย, อิธาคจฺฉติ, เทยฺยธมฺโม โหตุ วา, มา วา, เทวสิกํ วนฺทนฺตี เวยฺยาวจฺจํ กโรนฺตี จิตฺตํ ปสาเทนฺตี พหุํ ปุญฺญํ ปสวิสฺสามี’’ติ. สา ตตฺเถว ภตึ กโรนฺตี วสิ. สาปิ สุนขี ฉฏฺเฐ วา สตฺตเม วา มาเส เอกเมว กุกฺกุรํ วิชายิ. โคปาลโก ตสฺส เอกเธนุยา ขีรํ ทาเปสิ. โส น จิรสฺเสว วฑฺฒิ. อถสฺส ปจฺเจกพุทฺโธ ภุญฺชนฺโต นิพทฺธํ เอกํ ภตฺตปิณฺฑํ เทติ. โส ภตฺตปิณฺฑํ นิสฺสาย ปจฺเจกพุทฺเธ สิเนหมกาสิ. โคปาลโกปิ นิพทฺธํ เทฺว วาเร ปจฺเจกพุทฺธสฺสุปฏฺฐานํ ยาติ. คจฺฉนฺโตปิ อนฺตรามคฺเค วาฬมิคฏฺฐาเน ทณฺเฑน คจฺเฉ จ ภูมิญฺจ ปหริตฺวา ‘‘สุสู’’ติ ติกฺขตฺตุํ สทฺทํ กตฺวา วาฬมิเค ปลาเปติ. สุนโขปิ เตน สทฺธึ คจฺฉติ.
โส เอกทิวสํ ปจฺเจกพุทฺธํ อาห – ‘‘ภนฺเต, ยทา เม โอกาโส น ภวิสฺสติ, ตทา อิมํ สุนขํ เปเสสฺสามิ, เตน สญฺญาเณน อาคจฺเฉยฺยาถา’’ติ. ตโต ปฏฺฐาย อโนกาสทิวเส, ‘‘คจฺฉ, ตาต, อยฺยํ อาเนหี’’ติ สุนขํ เปเสสิ. โส เอกวจเนเนว ปกฺขนฺทิตฺวา สามิกสฺส คจฺฉโปถนภูมิโปถนฏฺฐาเน ติกฺขตฺตุํ ภุสฺสิตฺวา เตน สทฺเทน วาฬมิคานํ ปลาตภาวํ ญตฺวา ปาโตว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา นิสินฺนสฺส ปจฺเจกพุทฺธสฺส วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ปณฺณสาลทฺวาเร ติกฺขตฺตุํ ภุสฺสิตฺวา อตฺตโน อาคตภาวํ ชานาเปตฺวา เอกมนฺเต นิปชฺชติ, ปจฺเจกพุทฺเธ เวลํ สลฺลกฺเขตฺวา นิกฺขนฺเต ภุสฺสนฺโต ปุรโต คจฺฉติ. อนฺตรนฺตรา ปจฺเจกพุทฺโธ ตํ วีมํสนฺโต อญฺญํ มคฺคํ ปฏิปชฺชติ. อถสฺส ปุรโต ติริยํ ฐตฺวา ภุสฺสิตฺวา อิตรมคฺคเมว นํ อาโรเปติ. อเถกทิวสํ อญฺญํ มคฺคํ ปฏิปชฺชิตฺวา เตน ปุรโต ติริยํ ฐตฺวา วาริยมาโนปิ อนิวตฺติตฺวา สุนขํ ปาเทน ปหริตฺวา ปายาสิ. สุนโข ตสฺส อนิวตฺตนภาวํ ญตฺวา นิวาสนกณฺเณ ฑํสิตฺวา อากฑฺฒนฺโต อิตรมคฺคเมว นํ อาโรเปสิ. เอวํ โส ตสฺมึ พลวสิเนหํ อุปฺปาเทสิ.
ตโต อปรภาเค ปจฺเจกพุทฺธสฺส จีวรํ ชีริ. อถสฺส โคปาลโก จีวรวตฺถานิ อทาสิ. ตเมนํ ปจฺเจกพุทฺโธ อาห – ‘‘อาวุโส, จีวรํ นาม เอกเกน กาตุํ ทุกฺกรํ, ผาสุกฏฺฐานํ คนฺตฺวา กาเรสฺสามี’’ติ. ‘‘อิเธว, ภนฺเต, กโรถา’’ติ. ‘‘น สกฺกา, อาวุโส’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต, มา จิรํ พหิ วสิตฺถา’’ติ. สุนโข เตสํ กถํ สุณนฺโตว อฏฺฐาสิ, ปจฺเจกพุทฺโธปิ ‘‘ติฏฺฐ, อุปาสกา’’ติ โคปาลกํ นิวตฺตาเปตฺวา เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา คนฺธมาทนาภิมุโข ปายาสิ. สุนขสฺส ตํ อากาเสน คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ภุกฺกริตฺวา ฐิตสฺส ตสฺมึ จกฺขุปถํ วิชหนฺเต หทยํ ผลิตฺวา มโต. ติรจฺฉานา กิร นาเมเต อุชุชาติกา โหนฺติ อกุฏิลา. มนุสฺสา ปน อญฺญํ หทเยน จินฺเตนฺติ, อญฺญํ มุเขน กเถนฺติ. เตเนวาห – ‘‘คหนเญฺหตํ, ภนฺเต, ยทิทํ มนุสฺสา, อุตฺตานกเญฺหตํ, ภนฺเต, ยทิทํ ปสโว’’ติ (ม. นิ. ๒.๓).
อิติ โส ตาย อุชุจิตฺตตาย อกุฏิลตาย กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺโต อจฺฉราสหสฺสปริวุโต มหาสมฺปตฺตึ อนุโภสิ. ตสฺส กณฺณมูเล มนฺตยนฺตสฺส สทฺโท โสฬสโยชนฏฺฐานํ ผรติ, ปกติกถาสทฺโท ปน สกลํ ทสโยชนสหสฺสํ เทวนครํ ฉาเทติ. เตเนวสฺส ‘‘โฆสกเทวปุตฺโต’’ติ นามํ อโหสิ. ‘‘กิสฺส ปเนส นิสฺสนฺโท’’ติ. ปจฺเจกพุทฺเธ เปเมน ภุกฺกรณสฺส นิสฺสนฺโท. โส ตตฺถ น จิรํ ฐตฺวา จวิ. เทวโลกโต หิ เทวปุตฺตา อายุกฺขเยน ปุญฺญกฺขเยน อาหารกฺขเยน โกเปนาติ จตูหิ การเณหิ จวนฺติ.
ตตฺถ เยน พหุํ ปุญฺญกมฺมํ กตํ โหติ, โส เทวโลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ยาวตายุกํ ฐตฺวา อุปรูปริ นิพฺพตฺตติ. เอวํ อายุกฺขเยน จวติ นาม. เยน ปริตฺตํ ปุญฺญํ กตํ โหติ, ตสฺส ราชโกฏฺฐาคาเร ปกฺขิตฺตํ ติจตุนาฬิมตฺตํ ธญฺญํ วิย อนฺตราว ตํ ปุญฺญํขียติ, อนฺตราว กาลํ กโรติ. เอวํ ปุญฺญกฺขเยน จวติ นาม. อปโรปิ กามคุเณ ปริภุญฺชมาโน สติสมฺโมเสน อาหารํ อปริภุญฺชิตฺวา กิลนฺตกาโย กาลํ กโรติ. เอวํ อาหารกฺขเยน จวติ นาม. อปโรปิ ปรสฺส สมฺปตฺตึ อสหนฺโต กุชฺฌิตฺวา กาลํ กโรติ. เอวํ โกเปน จวติ นาม.
อยํ ปน กามคุเณ ปริภุญฺชนฺโต มุฏฺฐสฺสติ หุตฺวา อาหารกฺขเยน จวิ, จวิตฺวา จ ปน โกสมฺพิยํ นครโสภินิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. สาปิ ชาตทิวเส ‘‘กึ เอต’’นฺติ ทาสึ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘ปุตฺโต, อยฺเย’’ติ วุตฺเต – ‘‘หนฺท, เช, อิมํ ทารกํ กตฺตรสุปฺเป อาโรเปตฺวา สงฺการกูเฏ ฉฑฺเฑหี’’ติ ฉฑฺฑาเปสิ. นครโสภินิโย หิ ธีตรํ ปฏิชคฺคนฺติ, น ปุตฺตํ. ธีตรา หิ ตาสํ ปเวณี ฆฏียติ. ทารกํ กากาปิ สุนขาปิ ปริวาเรตฺวา นิสีทึสุ. ปจฺเจกพุทฺเธ สิเนหปฺปภวสฺส ภุกฺกรณสฺส นิสฺสนฺเทน เอโกปิ อุปคนฺตุํ น วิสหิ. ตสฺมึ ขเณ เอโก มนุสฺโส พหิ นิกฺขนฺโต ตํ กากสุนขสนฺนิปาตํ ทิสฺวา, ‘‘กึ นุ โข เอต’’นฺติ คนฺตฺวา ทารกํ ทิสฺวา ปุตฺตสิเนหํ ปฏิลภิตฺวา ‘‘ปุตฺโต เม ลทฺโธ’’ติ เคหํ เนสิ. ตทา โกสมฺพกเสฏฺฐิ ราชกุลํ คจฺฉนฺโต ราชนิเวสนโต อาคจฺฉนฺตํ ปุโรหิตํ ทิสฺวา, ‘‘กึ, อาจริย, อชฺช เต ติถิกรณนกฺขตฺตโยโค โอโลกิโต’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาม, มหาเสฏฺฐิ, อมฺหากํ กึ อญฺญํ กิจฺจนฺติ? ชนปทสฺส กึ ภวิสฺสตี’’ติ? ‘‘อญฺญํ นตฺถิ, อิมสฺมึ ปน นคเร อชฺช ชาตทารโก เชฏฺฐกเสฏฺฐิ ภวิสฺสตี’’ติ. ตทา เสฏฺฐิโน ภริยา ครุคพฺภา โหติ. ตสฺมา โส สีฆํ เคหํ ปุริสํ เปเสสิ – ‘‘คจฺฉ ภเณ, ชานาหิ นํ วิชาตา วา, โน วา’’ติ. ‘‘น วิชายตี’’ติ สุตฺวา ราชานํ ทิสฺวาว เวเคน เคหํ คนฺตฺวา กาฬึ นาม ทาสึ ปกฺโกสิตฺวา สหสฺสํ ทตฺวา, ‘‘คจฺฉ เช, อิมสฺมึ นคเร อุปธาเรตฺวา สหสฺสํ ทตฺวา อชฺช ชาตทารกํ คณฺหิตฺวา เอหี’’ติ. สา อุปธาเรนฺตี ตํ เคหํ คนฺตฺวา ทารกํ ทิสฺวา, ‘‘อยํ ทารโก กทา ชาโต’’ติ คหปตานึ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อชฺช ชาโต’’ติ วุตฺเต, ‘‘อิมํ มยฺหํ เทหี’’ติ เอกกหาปณํ อาทึ กตฺวา มูลํ วฑฺเฒนฺตี สหสฺสํ ทตฺวา ตํ อาเนตฺวา เสฏฺฐิโน ทสฺเสสิ. เสฏฺฐิ ‘‘สเจ เม ธีตา วิชายิสฺสติ, ตาย นํ สทฺธึ นิเวเสตฺวา เสฏฺฐิฏฺฐานสฺส สามิกํ กริสฺสามิ. สเจ เม ปุตฺโต วิชายิสฺสติ, มาเรสฺสามิ น’’นฺติ จินฺเตตฺวา ตํ เคเห กาเรสิ.
อถสฺส ภริยา กติปาหจฺจเยน ปุตฺตํ วิชายิ. เสฏฺฐิ ‘‘อิมสฺมึ อสติ มม ปุตฺโตว เสฏฺฐิฏฺฐานํ ลภิสฺสติ, อิทาเนว ตํ มาเรตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา กาฬึ อามนฺเตตฺวา, ‘‘คจฺฉ, เช, วชโต คุนฺนํ นิกฺขมนเวลาย วชทฺวารมชฺเฌ อิมํ ติริยํ นิปชฺชาเปหิ, คาวิโย นํ มทฺทิตฺวา มาเรสฺสนฺติ, มทฺทิตามทฺทิตภาวํ ปนสฺส ญตฺวา เอหี’’ติ อาห. สา คนฺตฺวา โคปาลเกน วชทฺวาเร วิวฏมตฺเตเยว ตํ ตถา นิปชฺชาเปสิ. โคคณเชฏฺฐโก อุสโภ อญฺญสฺมึ กาเล สพฺพปจฺฉา นิกฺขมนฺโตปิ ตํ ทิวสํ สพฺพปฐมํ นิกฺขมิตฺวา ทารกํ จตุนฺนํ ปาทานํ อนฺตเร กตฺวา อฏฺฐาสิ. อเนกสตคาวิโย อุสภสฺส เทฺว ปสฺสานิ ฆํสนฺติโย นิกฺขมึสุ. โคปาลโกปิ ‘‘อยํ อุสโภ ปุพฺเพ สพฺพปจฺฉา นิกฺขมติ, อชฺช ปน สพฺพปฐมํ นิกฺขมิตฺวา วชทฺวารมชฺเฌ นิจฺจโลว ฐิโต, กึ นุ โข เอต’’นฺติ จินฺเตตฺวา คนฺตฺวา ตสฺส เหฏฺฐา นิปนฺนํ ทารกํ ทิสฺวา ปุตฺตสิเนหํ ปฏิลภิตฺวา, ‘‘ปุตฺโต เม ลทฺโธ’’ติ เคหํ เนสิ.
กาฬี คนฺตฺวา เสฏฺฐินา ปุจฺฉิตา ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา, ‘‘คจฺฉ, นํ ปุน สหสฺสํ ทตฺวา อาเนหี’’ติ วุตฺตา สหสฺสํ ทตฺวา ปุน อาเนตฺวา อทาสิ. อถ นํ อาห – ‘‘อมฺม, กาฬิ อิมสฺมึ นคเร ปญฺจ สกฏสตานิ ปจฺจูสกาเล อุฏฺฐาย วาณิชฺชาย คจฺฉนฺติ, ตฺวํ อิมํ เนตฺวา จกฺกมคฺเค นิปชฺชาเปหิ, โคณา วา นํ มทฺทิสฺสนฺติ, จกฺกา วา ฉินฺทิสฺสนฺติ, ปวตฺตึ จสฺส ญตฺวาว อาคจฺเฉยฺยาสี’’ติ. สา ตํ เนตฺวา จกฺกมคฺเค นิปชฺชาเปสิ. ตทา สากฏิกเชฏฺฐโก ปุรโต อโหสิ. อถสฺส โคณา ตํ ฐานํ ปตฺวา ธุรํ ฉฑฺเฑสุํ, ปุนปฺปุนํ อาโรเปตฺวา ปาชิยมานาปิ ปุรโต น คจฺฉึสุ. เอวํ ตสฺส เตหิ สทฺธึ วายมนฺตสฺเสว อรุณํ อุฏฺฐหิ. โส ‘‘กึ นาเมตํ โคณา กรึสู’’ติ มคฺคํ โอโลเกนฺโต ทารกํ ทิสฺวา, ‘‘ภาริยํ วต เม กมฺม’’นฺติ จินฺเตตฺวา, ‘‘ปุตฺโต เม ลทฺโธ’’ติ ตุฏฺฐมานโส ตํ เคหํ เนสิ.
กาฬี คนฺตฺวา เสฏฺฐินา ปุจฺฉิตา ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิตฺวา, ‘‘คจฺฉ, นํ ปุน สหสฺสํ ทตฺวา อาเนหี’’ติ วุตฺตา ตถา อกาสิ. อถ นํ โส อาห – ‘‘อิทานิ นํ อามกสุสานํ เนตฺวา คจฺฉนฺตเร นิปชฺชาเปหิ, ตตฺถ สุนขาทีหิ วา ขาทิโต, อมนุสฺเสหิ วา ปหโฏ มริสฺสติ, มาตามตภาวญฺจสฺส ชานิตฺวาว อาคจฺเฉยฺยาสี’’ติ. สา ตํ เนตฺวา ตตฺถ นิปชฺชาเปตฺวา เอกมนฺเต อฏฺฐาสิ. ตํ สุนโข วา กาโก วา อมนุสฺโส วา อุปสงฺกมิตุํ นาสกฺขิ. ‘‘นนุ จสฺส เนว มาตา น ปิตา น ภาติกาทีสุ โกจิ รกฺขิตา นาม อตฺถิ, โก ตํ รกฺขตี’’ติ? สุนขกาเล ปจฺเจกพุทฺเธ สิเนเหน ปวตฺติตภุกฺกรณมตฺตเมว ตํ รกฺขติ. อเถโก อชปาลโก อเนกสหสฺสา อชา โคจรํ เนนฺโต สุสานปสฺเสน คจฺฉติ. เอกา อชา ปณฺณานิ ขาทมานา คจฺฉนฺตรํ ปวิฏฺฐา ทารกํ ทิสฺวา ชณฺณุเกหิ ฐตฺวา ทารกสฺส ถนํ อทาสิ, อชปาลเกน ‘‘เห เห’’ติ สทฺเท กเตปิ น นิกฺขมิ. โส ‘‘ยฏฺฐิยา นํ ปหริตฺวา นีหริสฺสามี’’ติ คจฺฉนฺตรํ ปวิฏฺโฐ ชณฺณุเกหิ ฐตฺวา ทารกํ ขีรํ ปายนฺตึ อชึ ทิสฺวา ทารเก ปุตฺตสิเนหํ ปฏิลภิตฺวา, ‘‘ปุตฺโต เม ลทฺโธ’’ติ อาทาย ปกฺกามิ.
กาฬี คนฺตฺวา เสฏฺฐินา ปุจฺฉิตา ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิตฺวา, ‘‘คจฺฉ, ตํ ปุน สหสฺสํ ทตฺวา อาเนหี’’ติ วุตฺตา ตถา อกาสิ. อถ นํ อาห – ‘‘อมฺม กาฬิ, อิมํ อาทาย โจรปปาตปพฺพตํ อภิรุหิตฺวา ปปาเต ขิป, ปพฺพตกุจฺฉิยํ ปฏิหญฺญมาโน ขณฺฑาขณฺฑิโก หุตฺวา ภูมิยํ ปติสฺสติ, มตามตภาวญฺจสฺส ญตฺวาว อาคจฺเฉยฺยาสี’’ติ. สา ตํ ตตฺถ เนตฺวา ปพฺพตมตฺถเก ฐตฺวา ขิปิ. ตํ โข ปน ปพฺพตกุจฺฉึ นิสฺสาย มหาเวฬุคุมฺโพ ปพฺพตานุสาเรเนว วฑฺฒิ, ตสฺส มตฺถกํ ฆนชาโต ชิญฺชุกคุมฺโพ อวตฺถริ. ทารโก ปตนฺโต โกชวเก วิย ตสฺมึ ปติ. ตํ ทิวสญฺจ นฬการเชฏฺฐกสฺส เวฬุพลิ ปตฺโต โหติ. โส ปุตฺเตน สทฺธึ คนฺตฺวา ตํ เวฬุคุมฺพํ ฉินฺทิตุํ อารภิ. ตสฺมึ จลนฺเต ทารโก สทฺทมกาสิ. โส ‘‘ทารกสทฺโท วิยา’’ติ เอเกน ปสฺเสน อภิรุหิตฺวา ตํ ทิสฺวา, ‘‘ปุตฺโต เม ลทฺโธ’’ติ ตุฏฺฐจิตฺโต อาทาย คโต.
กาฬี เสฏฺฐิสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา เตน ปุจฺฉิตา ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิตฺวา, ‘‘คจฺฉ, นํ ปุน สหสฺสํ ทตฺวา อาเนหี’’ติ วุตฺตา ตถา อกาสิ. เสฏฺฐิโน อิทญฺจิทญฺจ กโรนฺตสฺเสว ทารโก วฑฺฒิโต ‘‘โฆสโก’’เตฺววสฺส นามํ อโหสิ. โส เสฏฺฐิโน อกฺขิมฺหิ กณฺฏโก วิย ขายิ, อุชุกํ ตํ โอโลเกตุมฺปิ น วิสติ. อถสฺส มารณูปายํ จินฺเตนฺโต อตฺตโน สหายกสฺส กุมฺภการสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘กทา ตฺวํ อาวาปํ อาลิมฺเปสฺสสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา – ‘‘เสฺว’’ติ วุตฺเต, ‘‘เตน หิ อิทํ สหสฺสํ คเหตฺวา มม เอกํ กมฺมํ กโรหี’’ติ อาห. ‘‘กึ, สามี’’ติ? ‘‘เอโก เม อวชาตปุตฺโต อตฺถิ, ตํ ตว สนฺติกํ เปเสสฺสามิ, อถ นํ คเหตฺวา คพฺภํ ปเวเสตฺวา ติขิณาย วาสิยา ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉินฺทิตฺวา จาฏิยํ ปกฺขิปิตฺวา อาวาเป ปเจยฺยาสิ, อิทํ เต สหสฺสํ สจฺจการสทิสํ. อุตฺตรึ ปน เต กตฺตพฺพยุตฺตกํ ปจฺฉา กริสฺสามี’’ติ. กุมฺภกาโร ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. เสฏฺฐิ ปุนทิวเส โฆสกํ ปกฺโกสิตฺวา, ‘‘หิยฺโย มยา กุมฺภกาโร เอกํ กมฺมํ อาณตฺโต, เอหิ, ตฺวํ ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา เอวํ วเทหิ – ‘หิยฺโย กิร เม ปิตรา อาณตฺตํ กมฺมํ นิปฺผาเทหี’’’ติ ปหิณิ. โส ‘‘สาธู’’ติ อคมาสิ. ตํ ตตฺถ คจฺฉนฺตํ อิตโร เสฏฺฐิโน ปุตฺโต ทารเกหิ สทฺธึ คุฬํ กีฬนฺโต ทิสฺวา ตํ ปกฺโกสิตฺวา, ‘‘กุหึ คจฺฉสิ ภาติกา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ปิตุ สาสนํ คเหตฺวา กุมฺภการสฺส สนฺติก’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อหํ ตตฺถ คมิสฺสามิ. อิเม มํ ทารกา พหุํ ลกฺขํ ชินึสุ, ตํ เม ปฏิชินิตฺวา เทหี’’ติ อาห. ‘‘อหํ ปิตุ ภายามี’’ติ. ‘‘มา ภายิ, ภาติก, อหํ ตํ สาสนํ หริสฺสามิ. พหูหิ ชิโต, ยาวาหํ อาคจฺฉามิ, ตาว เม ลกฺขํ ปฏิชินา’’ติ.
โฆสโก กิร คุฬกีฬาย เฉโก, เตน นํ เอวํ นิพนฺธิ. โสปิ ตํ ‘‘เตน หิ คนฺตฺวา กุมฺภการํ วเทหิ – ‘ปิตรา กิร เม หิยฺโย เอกํ กมฺมํ อาณตฺตํ, ตํ นิปฺผาเทหี’’’ติ วตฺวา อุยฺโยเชสิ. โส ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ตถา อวจ. อถ นํ กุมฺภกาโร เสฏฺฐินา วุตฺตนิยาเมเนว มาเรตฺวา อาวาเป ขิปิ. โฆสโกปิ ทิวสภาคํ กีฬิตฺวา สายนฺหสมเย เคหํ คนฺตฺวา ‘‘กึ, ตาต, น คโตสี’’ติ วุตฺเต อตฺตโน อคตการณญฺจ กนิฏฺฐสฺส คตการณญฺจ อาโรเจสิ. ตํ สุตฺวา เสฏฺฐิ ‘‘อหํ ธี’’ติ มหาวิรวํ วิรวิตฺวา สกลสรีเร ปกฺกุถิตโลหิโต วิย หุตฺวา, ‘‘อมฺโภ, กุมฺภการ, มา มํ นาสยิ, มา มํ นาสยี’’ติ พาหา ปคฺคยฺห กนฺทนฺโต ตสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. กุมฺภกาโร ตํ ตถา อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา, ‘‘สามิ, มา สทฺทํ กริ, กมฺมํ เต นิปฺผนฺน’’นฺติ อาห. โส ปพฺพเตน วิย มหนฺเตน โสเกน อวตฺถโฏ หุตฺวา อนปฺปกํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวเทสิ. ยถา ตํ อปฺปทุฏฺฐสฺส ปทุสฺสมาโน. เตนาห ภควา –
‘‘โย ทณฺเฑน อทณฺเฑสุ, อปฺปทุฏฺเฐสุ ทุสฺสติ;
ทสนฺนมญฺญตรํ ฐานํ, ขิปฺปเมว นิคจฺฉติ.
‘‘เวทนํ ผรุสํ ชานึ, สรีรสฺส จ เภทนํ;
ครุกํ วาปิ อาพาธํ, จิตฺตกฺเขปญฺจ ปาปุเณ.
‘‘ราชโต วา อุปสคฺคํ, อพฺภกฺขานญฺจ ทารุณํ;
ปริกฺขยญฺจ ญาตีนํ, โภคานญฺจ ปภงฺคุรํ.
‘‘อถ วาสฺส อคารานิ, อคฺคิ ฑหติ ปาวโก;
กายสฺส เภทา ทุปฺปญฺโญ, นิรยํ โสปปชฺชตี’’ติ. (ธ. ป. ๑๓๗-๑๔๐);
เอวํ สนฺเตปิ ปุน นํ เสฏฺฐิ อุชุกํ โอโลเกตุํ น สกฺโกติ. ‘‘กินฺติ นํ มาเรยฺย’’นฺติ จินฺเตนฺโต, ‘‘มม คามสเต อายุตฺตกสฺส สนฺติกํ เปเสตฺวา มาเรสฺสามี’’ติ อุปายํ ทิสฺวา, ‘‘อยํ เม อวชาตปุตฺโต, อิมํ มาเรตฺวา วจฺจกูเป ขิปตุ, เอวํ กเต อหํ มาตุลสฺส กตฺตพฺพยุตฺตกํ ปจฺฉา ชานิสฺสามี’’ติ ตสฺส ปณฺณํ ลิขิตฺวา, ‘‘ตาต โฆสก, อมฺหากํ คามสเต อายุตฺตโก อตฺถิ, อิมํ ปณฺณํ หริตฺวา ตสฺส เทหี’’ติ วตฺวา ปณฺณํ ตสฺส ทุสฺสนฺเต พนฺธิ. โส ปน อกฺขรสมยํ น ชานาติ. ทหรกาลโต ปฏฺฐาย หิ นํ มาราเปนฺโตว เสฏฺฐิ มาเรตุํ นาสกฺขิ, กึ อกฺขรสมยํ สิกฺขาเปสฺสติ? อิติ โส อตฺตโน มาราปนปณฺณเมว ทุสฺสนฺเต พนฺธิตฺวา นิกฺขมนฺโต อาห – ‘‘ปาเถยฺยํ เม, ตาต, นตฺถี’’ติ. ‘‘ปาเถยฺเยน เต กมฺมํ นตฺถิ, อนฺตรามคฺเค ‘อสุกคาเม นาม มมสหายโก เสฏฺฐิ อตฺถิ, ตสฺส ฆเร ปาตราสํ กตฺวา ปุรโต คจฺฉาหี’’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ ปิตรํ วนฺทิตฺวา นิกฺขนฺโต ตํ คามํ ปตฺวา เสฏฺฐิสฺส ฆรํ ปุจฺฉิตฺวา คนฺตฺวา เสฏฺฐิชายํ ปสฺสิ. ‘‘ตฺวํ กุโต อาคโตสี’’ติ จ วุตฺเต, ‘‘อนฺโตนครโต’’ติ อาห. ‘‘กสฺส ปุตฺโตสี’’ติ? ‘‘ตุมฺหากํ สหายกเสฏฺฐิโน, อมฺมา’’ติ. ‘‘ตฺวํสิ โฆสโก นามา’’ติ? ‘‘อาม, อมฺมา’’ติ. ตสฺสา สห ทสฺสเนเนว ตสฺมึ ปุตฺตสิเนโห อุปฺปชฺชิ. เสฏฺฐิโน ปเนกา ธีตา อตฺถิ ปนฺนรสโสฬสวสฺสุทฺเทสิกา อภิรูปา ปาสาทิกา, ตํ รกฺขิตุํ เอกเมว เปสนการิกํ ทาสึ ทตฺวา สตฺตภูมิกสฺส ปาสาทสฺส อุปริมตเล สิริคพฺเภ วสาเปนฺติ. เสฏฺฐิธีตา ตสฺมึ ขเณ ตํ ทาสึ อนฺตราปณํ เปเสสิ. อถ นํ เสฏฺฐิชายา ทิสฺวา, ‘‘กุหึ คจฺฉสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘อยฺยธีตาย เปสเนนา’’ติ วุตฺเต ‘‘อิโต ตาว เอหิ, ติฏฺฐตุ เปสนํ, ปุตฺตสฺส เม ปีฐกํ อตฺถริตฺวา ปาเท โธวิตฺวา เตลํ มกฺขิตฺวา สยนํ อตฺถริตฺวา เทหิ, ปจฺฉา เปสนํ กริสฺสสี’’ติ อาห. สา ตถา อกาสิ.
อถ นํ จิเรนาคตํ เสฏฺฐิธีตา สนฺตชฺเชสิ. อถ นํ สา อาห – ‘‘มา เม กุชฺฌิ, เสฏฺฐิปุตฺโต โฆสโก อาคโต, ตสฺส อิทญฺจิทญฺจ กตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา อาคตามฺหี’’ติ. เสฏฺฐิธีตาย ‘‘เสฏฺฐิปุตฺโต โฆสโก’’ติ นามํ สุตฺวาว เปมํ ฉวิยาทีนิ ฉินฺทิตฺวา อฏฺฐิมิญฺชํ อาหจฺจ ฐิตํ. โกตุหลกาลสฺมิญฺหิ สา ตสฺส ปชาปตี หุตฺวา นาฬิโกทนํ ปจฺเจกพุทฺธสฺส อทาสิ, ตสฺสานุภาเวนาคนฺตฺวา อิมสฺมึ เสฏฺฐิกุเล นิพฺพตฺตา. อิติ ตํ โส ปุพฺพสิเนโห อวตฺถริตฺวา คณฺหิ. เตนาห ภควา –
‘‘ปุพฺเพว สนฺนิวาเสน, ปจฺจุปฺปนฺนหิเตน วา;
เอวํ ตํ ชายเต เปมํ, อุปฺปลํว ยโถทเก’’ติ. (ชา. ๑.๒.๑๗๔);
อถ นํ ปุจฺฉิ – ‘‘กุหึ โส, อมฺมา’’ติ? ‘‘สยเน นิปนฺโน นิทฺทายตี’’ติ. ‘‘อตฺถิ ปนสฺส หตฺเถ กิญฺจี’’ติ? ‘‘ทุสฺสนฺเต ปณฺณํ อตฺถี’’ติ. สา ‘‘กึ ปณฺณํ นุ โข เอต’’นฺติ ตสฺมึ นิทฺทายนฺเต มาตาปิตูนํ อญฺญวิหิตตาย อปสฺสนฺตานํ โอตริตฺวา สมีปํ คนฺตฺวา ตํ ปณฺณํ โมเจตฺวา อาทาย อตฺตโน คพฺภํ ปวิสิตฺวา ทฺวารํ ปิธาย วาตปานํ วิวริตฺวา อกฺขรสมเย กุสลตาย ปณฺณํ วาเจตฺวา, ‘‘อโห วต พาโล, อตฺตโน มรณปณฺณํ ทุสฺสนฺเต พนฺธิตฺวา วิจรติ, สเจ มยา น ทิฏฺฐํ อสฺส, นตฺถิสฺส ชีวิต’’นฺติ ตํ ปณฺณํ ผาเลตฺวา เสฏฺฐิสฺส วจเนน อปรํ ปณฺณํ ลิขิ – ‘‘อยํ มม ปุตฺโต โฆสโก นาม, คามสตโต ปณฺณาการํ อาหราเปตฺวา อิมสฺส ชนปทเสฏฺฐิโน ธีตรา สทฺธึ มงฺคลํ กตฺวา อตฺตโน วสนคามสฺส มชฺเฌ ทฺวิภูมกํ เคหํ กาเรตฺวา ปาการปริกฺเขเปน เจว ปุริสคุตฺติยา จ สุสํวิหิตารกฺขํ กโรตุ, มยฺหญฺจ ‘อิทญฺจิทญฺจ มยา กต’นฺติ สาสนํ เปเสตุ, เอวํ กเต อหํ มาตุลสฺส กตฺตพฺพยุตฺตกํ ปจฺฉา ชานิสฺสามี’’ติ, ลิขิตฺวา จ ปน สงฺฆริตฺวา โอตริตฺวา ทุสฺสนฺเตเยวสฺส พนฺธิ.
โส ทิวสภาคํ นิทฺทายิตฺวา อุฏฺฐาย ภุญฺชิตฺวา ปกฺกามิ. ปุนทิวเส ปาโตว ตํ คามํ คนฺตฺวา อายุตฺตกํ คามกิจฺจํ กโรนฺตํเยว ปสฺสิ. โส ตํ ทิสฺวา, ‘‘กึ, ตาตา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ปิตรา เม ตุมฺหากํ ปณฺณํ เปสิต’’นฺติ. ‘‘กึ ปณฺณํ, ตาต, อาหรา’’ติ ปณฺณํ คเหตฺวา วาเจตฺวา ตุฏฺฐมานโส ‘‘ปสฺสถ, โภ, มม สามิโน มยิ สิเนหํ กตฺวา เชฏฺฐปุตฺตสฺส เม มงฺคลํ กโรตู’’ติ มม สนฺติกํ ปหิณิ. ‘‘สีฆํ ทารุอาทีนิ อาหรถา’’ติ คหปติเก วตฺวา คามมชฺเฌ วุตฺตปการํ เคหํ การาเปตฺวา คามสตโต ปณฺณาการํ อาหราเปตฺวา ชนปทเสฏฺฐิโน สนฺติกา ธีตรํ อาเนตฺวา มงฺคลํ กตฺวา เสฏฺฐิสฺส สาสนํ ปหิณิ ‘‘อิทญฺจิทญฺจ มยา กต’’นฺติ.
ตํ สุตฺวา เสฏฺฐิโน ‘‘ยํ กาเรมิ, ตํ น โหติ; ยํ น กาเรมิ, ตเทว โหตี’’ติ มหนฺตํ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชิ. ปุตฺตโสเกน สทฺธึ โส โสโก เอกโต หุตฺวา กุจฺฉิฑาหํ อุปฺปาเทตฺวา อติสารํ ชเนสิ. เสฏฺฐิธีตาปิ ‘‘สเจ โกจิ เสฏฺฐิโน สนฺติกา อาคจฺฉติ, มม อกเถตฺวา เสฏฺฐิปุตฺตสฺส ปฐมตรํ มา กถยิตฺถา’’ติ ชเน อาณาเปสิ. เสฏฺฐิปิ โข ‘‘ทานิ ตํ ทุฏฺฐปุตฺตํ มม สาปเตยฺยสฺส สามิกํ น กริสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา เอกํ อายุตฺตกํ อาห – ‘‘มาตุล, ปุตฺตํ เม ทฏฺฐุกาโมมฺหิ, เอกํ ปาทมูลิกํ เปเสตฺวา มม ปุตฺตํ ปกฺโกสาเปหี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ วตฺวา ปณฺณํ ทตฺวา เอกํ ปุริสํ เปเสสิ. เสฏฺฐิธีตาปิ ตสฺส อาคนฺตฺวา ทฺวาเร ฐิตภาวํ สุตฺวา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘กึ, ตาตา’’ติ ปุจฺฉิ. โส อาห – ‘‘เสฏฺฐิ คิลาโน, ปุตฺตํ ปสฺสิตุํ ปกฺโกสาเปสิ, อยฺเย’’ติ. ‘‘กึ, ตาต, พลวา, ทุพฺพโล’’ติ? ‘‘พลวา ตาว, อาหารํ ภุญฺชติเยว, อยฺเย’’ติ. สา เสฏฺฐิปุตฺตํ อชานาเปตฺวาว ตสฺส นิเวสนญฺจ ปริพฺพยญฺจ ทาเปตฺวา ‘‘มยา เปสิตกาเล คมิสฺสสิ, อจฺฉสฺสุ ตาวา’’ติ อาห. เสฏฺฐิ ปุน อายุตฺตกํ อวจ, ‘‘กึ, มาตุล, น เต มม ปุตฺตสฺส สนฺติกํ ปหิต’’นฺติ? ‘‘ปหิตํ, สามิ, คตปุริโส น ตาว เอตี’’ติ. ‘‘เตน หิ ปุน อปรํ เปเสหี’’ติ. โส เปเสสิ. เสฏฺฐิธีตา ตสฺมิมฺปิ ตเถว ปฏิปชฺชิ. อถ เสฏฺฐิโน โรโค พลวา ชาโต, เอกํ ภาชนํ ปวิสติ, เอกํ นิกฺขมติ. ปุน เสฏฺฐิ อายุตฺตกํ ปุจฺฉิ – ‘‘กึ, มาตุล, น เต มม ปุตฺตสฺส สนฺติกํ ปหิต’’นฺติ? ‘‘ปหิตํ, สามิ, คตปุริโส น ตาว เอตี’’ติ. ‘‘เตน หิ ปุน อปรํ เปเสหี’’ติ. โส เปเสสิ. เสฏฺฐิธีตา ตติยวาเร อาคตมฺปิ ตํ ปวตฺตึ ปุจฺฉิ. โส ‘‘พาฬฺหคิลาโน, อยฺเย, เสฏฺฐิ อาหารํ ปจฺฉินฺทิตฺวา มจฺจุปรายโณ ชาโต, เอกํ ภาชนํ นิกฺขมติ, เอกํ ปวิสตี’’ติ อาห. เสฏฺฐิธีตา ‘‘อิทานิ คนฺตุํ กาโล’’ติ เสฏฺฐิปุตฺตสฺส ‘‘ปิตา เต กิร คิลาโน’’ติ อาโรเจตฺวา ‘‘กึ วเทสิ ภทฺเท’’ติ วุตฺเต ‘‘อผาสุกมสฺส, สามี’’ติ อาห. ‘‘อิทานิ กึ กาตพฺพ’’นฺติ. สามิ? ‘‘คามสตโต วุฏฺฐานกปณฺณาการํ อาทาย คนฺตฺวา ปสฺสิสฺสาม น’’นฺติ. โส ‘‘สาธู’’ติ ปณฺณาการํ อาหราเปตฺวา สกเฏหิ อาทาย ปกฺกามิ.
อถ นํ สา ‘‘ปิตา เต ทุพฺพโล, เอตฺตกํ ปณฺณาการํ คเหตฺวา คจฺฉนฺตานํ ปปญฺโจ ภวิสฺสติ, เอตํ นิวตฺตาเปหี’’ติ วตฺวา ตํ สพฺพํ อตฺตโน กุลเคหํ เปเสตฺวา ปุน ตํ อาห – ‘‘สามิ, ตฺวํ อตฺตโน ปิตุ ปาทปสฺเส ติฏฺเฐยฺยาสิ, อหํ อุสฺสีสกปสฺเส ฐสฺสามี’’ติ. เคหํ ปวิสมานาเยว จ ‘‘เคหสฺส ปุรโต จ ปจฺฉโต จ อารกฺขํ คณฺหถา’’ติ อตฺตโน ปุริเส อาณาเปสิ. ปวิฏฺฐกาเล ปน เสฏฺฐิปุตฺโต ปิตุ ปาทปสฺเส อฏฺฐาสิ, อิตรา อุสฺสีสกปสฺเส.
ตสฺมึ ขเณ เสฏฺฐิ อุตฺตานโก นิปนฺโน โหติ. อายุตฺตโก ปน ตสฺส ปาเท ปริมชฺชนฺโต ‘‘ปุตฺโต เต, สามิ, อาคโต’’ติ อาห. ‘‘กุหึ โส’’ติ? ‘‘เอส ปาทมูเล ฐิโต’’ติ. อถ นํ ทิสฺวา อายกมฺมิกํ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘มม เคเห กิตฺตกํ ธน’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘สามิ, ธนสฺเสว จตฺตาลีสโกฏิโย, อุปโภคปริโภคภณฺฑานํ ปน วนคามกฺเขตฺตทฺวิปทจตุปฺปทยานวาหนานญฺจ อยญฺจ อยญฺจ ปริจฺเฉโท’’ติ วุตฺเต, ‘‘อหํ เอตฺตกํ ธนํ มม ปุตฺตสฺส โฆสกสฺส น เทมี’’ติ วตฺตุกาโม ‘‘เทมี’’ติ อาห. ตํ สุตฺวา เสฏฺฐิธีตา ‘‘อยํ ปุน กเถนฺโต อญฺญํ กิญฺจิ กเถยฺยา’’ติ จินฺเตตฺวา โสกาตุรา วิย เกเส วิกิริตฺวา โรทมานา ‘‘กึ นาเมตํ, ตาต, วเทถ, อิทมฺปิ นาม โว วจนํ สุโณม, อลกฺขิกา วตมฺหา’’ติ วตฺวา มตฺถเกน นํ อุรมชฺเฌ ปหรนฺตี ปติตฺวา ยถา ปุน วตฺตุํ น สกฺโกติ, ตถาสฺส อุรมชฺเฌ มตฺถเกน ฆํเสนฺตี อาโรทนํ ทสฺเสสิ. เสฏฺฐิ ตํขณญฺเญว กาลมกาสิ. ‘‘เสฏฺฐิ มโต’’ติ คนฺตฺวา อุเตนสฺส รญฺโญ อาโรจยึสุ. ราชา ตสฺส สรีรกิจฺจํ การาเปตฺวา, ‘‘อตฺถิ ปนสฺส ปุตฺโต วา ธีตา วา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อตฺถิ, เทว, โฆสโก นาม ตสฺส ปุตฺโต, สพฺพํ สาปเตยฺยํ ตสฺส นิยฺยาเทตฺวาว มโต, เทวา’’ติ.
ราชา อปรภาเค เสฏฺฐิปุตฺตํ ปกฺโกสาเปสิ. ตสฺมิญฺจ ทิวเส เทโว วสฺสิ. ราชงฺคเณ ตตฺถ ตตฺถ อุทกํ สณฺฐาติ. เสฏฺฐิปุตฺโต ‘‘ราชานํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ ปายาสิ. ราชา วาตปานํ วิวริตฺวา ตํ อาคจฺฉนฺตํ โอโลเกนฺโต ราชงฺคเณ อุทกํ ลงฺฆิตฺวา อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา อาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ฐิตํ ‘‘ตฺวํ โฆสโก นาม, ตาตา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อาม, เทวา’’ติ วุตฺเต ‘‘ปิตา เม มโตติ มา โสจิ, ตว เปตฺติกํ เสฏฺฐิฏฺฐานํ ตุยฺหเมว ทสฺสามี’’ติ ตํ สมสฺสาเสตฺวา ‘‘คจฺฉ, ตาตา’’ติ อุยฺโยเชสิ. ราชา คจฺฉนฺตญฺจ นํ โอโลเกนฺโตว อฏฺฐาสิ. โส อาคมนกาเล ลงฺฆิตํ อุทกํ คมนกาเล โอตริตฺวา สณิกํ อคมาสิ. อถ นํ ราชา ตโตว ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘กึ นุ โข, ตาต, ตฺวํ มม สนฺติกํ อาคจฺฉนฺโต อุทกํ ลงฺฆิตฺวา อาคมฺม คจฺฉนฺโต โอตริตฺวา สณิกํ คจฺฉสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาม, เทว, อหํ ตสฺมึ ขเณ กุมารโก, กีฬนกาโล นาม, โส อิทานิ ปน เม เทเวน ฐานนฺตรํ ปฏิสฺสุตํ. ตสฺมา ยถา ปุเร อจริตฺวา อิทานิ สนฺนิสินฺเนน หุตฺวา จริตุํ วฏฺฏตี’’ติ. ตํ สุตฺวา ราชา ‘‘ธิติมายํ ปุริโส, อิทาเนวสฺส ฐานนฺตรํ ทสฺสามี’’ติ ปิตรา ภุตฺตํ โภคํ ทตฺวา สพฺพสเตน เสฏฺฐิฏฺฐานํ อทาสิ.
โส รเถ ฐตฺวา นครํ ปทกฺขิณํ อกาสิ. โอโลกิโตโลกิตฏฺฐานํ กมฺปติ. เสฏฺฐิธีตา กาฬิทาสิยา สทฺธึ มนฺตยมานา นิสินฺนา ‘‘อมฺม กาฬิ, ปุตฺตสฺส เต เอตฺติกา สมฺปตฺติ มํ นิสฺสาย อุปฺปนฺนา’’ติ อาห. ‘‘กึ การณา, อมฺมา’’ติ? ‘‘อยญฺหิ อตฺตโน มรณปณฺณํ ทุสฺสนฺเต พนฺธิตฺวา อมฺหากํ ฆรํ อาคโต, อถสฺส มยา ตํ ปณฺณํ ผาเลตฺวา มยา สทฺธึ มงฺคลกรณตฺถาย อญฺญํ ปณฺณํ ลิขิตฺวา เอตฺตกํ กาลํ ตตฺถ อารกฺโข กโต’’ติ. ‘‘อมฺม, ตฺวํ เอตฺตกํ ปสฺสสิ, อิมํ ปน เสฏฺฐิ ทหรกาลโต ปฏฺฐาย มาเรตุกาโม มาเรตุํ นาสกฺขิ, เกวลํ อิมํ นิสฺสาย พหุํ ธนํ ขียี’’ติ. ‘‘อมฺม, อติภาริยํ วต เสฏฺฐินา กต’’นฺติ. นครํ ปทกฺขิณํ กตฺวา เคหํ ปวิสนฺตํ ปน นํ ทิสฺวา, ‘‘อยํ เอตฺติกา สมฺปตฺติ มํ นิสฺสาย อุปฺปนฺนา’’ติ หสิตํ อกาสิ. อถ นํ เสฏฺฐิปุตฺโต ทิสฺวา, ‘‘กึ การณา หสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘เอกํ การณํ นิสฺสายา’’ติ. ‘‘กเถหิ น’’นฺติ? ‘‘สา น กเถสิ’’. โส ‘‘สเจ น กเถสฺสสิ, ทฺวิธา ตํ ฉินฺทิสฺสามี’’ติ ตชฺเชตฺวา อสึ นิกฺกฑฺฒิ. สา ‘‘อยํ เอตฺติกา สมฺปตฺติ ตยา มํ นิสฺสาย ลทฺธาติ จินฺเตตฺวา หสิต’’นฺติ อาห. ‘‘ยทิ มม ปิตรา อตฺตโน สนฺตกํ มยฺหํ นิยฺยาทิตํ, ตฺวํ เอตฺถ กึ โหสี’’ติ? โส กิร เอตฺตกํ กาลํ กิญฺจิ น ชานาติ, เตนสฺสา วจนํ น สทฺทหิ. อถสฺส สา ‘‘ตุมฺหากํ ปิตรา มรณปณฺณํ ทตฺวา เปสิตา, ตุเมฺห มยา อิทญฺจิทญฺจ กตฺวา รกฺขิตา’’ติ สพฺพํ กเถสิ. ‘‘ตฺวํ อภูตํ กเถสี’’ติ อสทฺทหนฺโต ‘‘มาตรํ กาฬึ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘เอวํ กิร, อมฺมา’’ติ. ‘‘อาม, ตาต, ทหรกาลโต ปฏฺฐาย ตํ มาเรตุกาโม มาเรตุํ อสกฺโกนฺโต ตํ นิสฺสาย พหุํ ธนํ ขียิ, สตฺตสุ ฐาเนสุ ตฺวํ มรณโต มุตฺโต, อิทานิ โภคคามโต อาคมฺม สพฺพสเตน สทฺธึ เสฏฺฐิฏฺฐานํ ปตฺโต’’ติ. โส ตํ สุตฺวา ‘‘ภาริยํ วต กมฺมํ, เอวรูปา โข ปน มรณา มุตฺตสฺส มม ปมาทชีวิตํ ชีวิตุํ อยุตฺตํ, อปฺปมตฺโต ภวิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา เทวสิกํ สหสฺสํ วิสฺสชฺเชตฺวา อทฺธิกกปณาทีนํ ทานํ ปฏฺฐเปสิ. มิตฺโต นามสฺส กุฏุมฺพิโก ทานพฺยาวโฏ อโหสิ. อยํ โฆสกเสฏฺฐิโน อุปฺปตฺติ.
ตสฺมึ ปน กาเล ภทฺทวตีนคเร ภทฺทวติยเสฏฺฐิ นาม โฆสกเสฏฺฐิโน อทิฏฺฐปุพฺพสหายโก อโหสิ. ภทฺทวตีนครโต อาคตานํ วาณิชานํ สนฺติเก โฆสกเสฏฺฐิ ภทฺทวติยเสฏฺฐิโน สมฺปตฺติญฺจ วยปฺปเทสญฺจ สุตฺวา เตน สทฺธึ สหายกภาวํ อิจฺฉนฺโต ปณฺณาการํ เปเสสิ. ภทฺทวติยเสฏฺฐิปิ โกสมฺพิโต อาคตานํ วาณิชานํ สนฺติเก โฆสกเสฏฺฐิโน สมฺปตฺติญฺจ วยปฺปเทสญฺจ สุตฺวา เตน สทฺธึ สหายกภาวํ อิจฺฉนฺโต ปณฺณาการํ เปเสสิ. เอวํ เต อญฺญมญฺญํ อทิฏฺฐปุพฺพสหายกา หุตฺวา วสึสุ. อปรภาเค ภทฺทวติยเสฏฺฐิโน เคเห อหิวาตโรโค ปติโต. ตสฺมึ ปติเต ปฐมํ มกฺขิกา มรนฺติ, ตโต อนุกฺกเมเนว กีฏา มูสิกา กุกฺกุฏา สูกรา คาโว ทาสี ทาสา สพฺพปจฺฉา ฆรมานุสกาปิ มรนฺติ. เตสุ เย ภิตฺตึ ภินฺทิตฺวา ปลายนฺติ, เต ชีวิตํ ลภนฺติ, ตทา ปน เสฏฺฐิ จ ภริยา จ ธีตา จสฺส ตถา ปลายิตฺวา โฆสกเสฏฺฐึ ปสฺสิตุํ ปตฺเถนฺตา โกสมฺพิมคฺคํ ปฏิปชฺชึสุ. เต อนฺตรามคฺเคเยว ขีณปาเถยฺยา วาตาตเปน เจว ขุปฺปิปาสาหิ จ กิลนฺตสรีรา กิจฺเฉน โกสมฺพึ ปตฺวา อุทกผาสุกฏฺฐาเน ฐตฺวา นฺหตฺวา นครทฺวาเร เอกํ สาลํ ปวิสึสุ.
ตโต เสฏฺฐิ ภริยํ อาห – ‘‘ภทฺเท, อิมินา นีหาเรน คจฺฉนฺตา วิชาตมาตุยาปิ อมนาปา โหนฺติ, สหายโก กิร เม อทฺธิกกปณาทีนํ เทวสิกํ สหสฺสํ วิสฺสชฺเชตฺวา ทานํ ทาเปสิ. ตตฺถ ธีตรํ เปเสตฺวา อาหารํ อาหราเปตฺวา เอกาหํ ทฺวีหํ อิเธว สรีรํ สนฺตปฺเปตฺวา สหายกํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ. สา ‘‘สาธุ, สามี’’ติ. เต สาลายเมว วสึสุ. ปุนทิวเส กาเล อาโรจิเต กปณทฺธิกาทีสุ อาหารตฺถาย คจฺฉนฺเตสุ มาตาปิตโร, ‘‘อมฺม, คนฺตฺวา อมฺหากํ อาหารํ อาหรา’’ติ ธีตรํ เปสยึสุ. มหาโภคกุลสฺส ธีตา วิปตฺติยา อจฺฉินฺนลชฺชิตาย อลชฺชมานา ปาตึ คเหตฺวา กปณชเนน สทฺธึ อาหารตฺถาย คนฺตฺวา ‘‘กติ ปฏิวีเส คณฺหิสฺสสิ, อมฺมา’’ติ ปุฏฺฐา จ ปน ‘‘ตโย’’ติ อาห. อถสฺสา ตโย ปฏิวีเส อทาสิ. ตาย ภตฺเต อาหเฏ ตโยปิ เอกโต ภุญฺชิตุํ นิสีทึสุ.
อถ มาตาธีตโร เสฏฺฐึ อาหํสุ – ‘‘สามิ, วิปตฺติ นาม มหากุลานมฺปิ อุปฺปชฺชติ, มา อเมฺห โอโลเกตฺวา ภุญฺช, มา จินฺตยี’’ติ. อิติ นํ นานปฺปกาเรหิ ยาจิตฺวา โภเชสุํ. โส ภุญฺชิตฺวา อาหารํ ชีราเปตุํ อสกฺโกนฺโต อรุเณ อุคฺคจฺฉนฺเต กาลมกาสิ. มาตาธีตโร นานปฺปกาเรหิ ปริเทวิตฺวา โรทึสุ. กุมาริกา ปุนทิวเส โรทมานา อาหารตฺถาย คนฺตฺวา, ‘‘กติ ปฏิวีเส คณฺหิสฺสสี’’ติ วุตฺตา, ‘‘เทฺว’’ติ วตฺวา อาหารํ อาหริตฺวา มาตรํ ยาจิตฺวา โภเชสิ. สาปิ ตาย ยาจิยมานา ภุญฺชิตฺวา อาหารํ ชีราเปตุํ อสกฺโกนฺตี ตํ ทิวสเมว กาลมกาสิ. กุมาริกา เอกิกาว โรทิตฺวา ปริเทวิตฺวา ตาย ทุกฺขุปฺปตฺติยา อติวิย สญฺชาตฉาตกทุกฺขา ปุนทิวเส ยาจเกหิ สทฺธึ โรทนฺตี อาหารตฺถาย คนฺตฺวา, ‘‘กติ ปฏิวีเส คณฺหิสฺสสิ, อมฺมา’’ติ วุตฺตา ‘‘เอก’’นฺติ อาห. มิตฺตกุฏุมฺพิโก ตํ ตโย ทิวเส ภตฺตํ คณฺหนฺตึ สญฺชานาติ, เตน ตํ ‘‘อเปหิ นสฺส, วสลิ, อชฺช ตว กุจฺฉิปฺปมาณํ อญฺญาสี’’ติ อาห. หิโรตฺตปฺปสมฺปนฺนา กุลธีตา ปจฺโจรสฺมึ สตฺติปหารํ วิย วเณ ขาโรทกเสจนกํ วิย จ ปตฺวา ‘‘กึ, สามี’’ติ อาห. ‘‘ตยา ปุเร ตโย โกฏฺฐาสา คหิตา, หิยฺโย เทฺว, อชฺช เอกํ คณฺหาสิ. อชฺช เต อตฺตโน กุจฺฉิปฺปมาณํ ญาต’’นฺติ. ‘‘มา มํ, สามิ, ‘อตฺตโนว อตฺถาย คณฺหี’ติ มญฺญิตฺถา’’ติ. ‘‘อถ กสฺมา เอวํ คณฺหี’’ติ? ‘‘ปุเร ตโย ชนา อหุมฺห, สามิ, หิยฺโย เทฺว, อชฺช เอกิกาว ชาตามฺหี’’ติ. โส ‘‘เกน การเณนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา อาทิโต ปฏฺฐาย ตาย กถิตํ สพฺพํ ปวตฺตึ สุตฺวา อสฺสูนิ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต สญฺชาตพลวโทมนสฺโส หุตฺวา, ‘‘อมฺม, เอวํ สนฺเต มา จินฺตยิ, ตฺวํ ภทฺทวติยเสฏฺฐิโน ธีตา อชฺชกาลโต ปฏฺฐาย มม ธีตาเยว นามา’’ติ วตฺวา สีเส จุมฺพิตฺวา ฆรํ เนตฺวา อตฺตโน เชฏฺฐธีตุฏฺฐาเน ฐเปสิ.
สา ทานคฺเค อุจฺจาสทฺทํ มหาสทฺทํ สุตฺวา, ‘‘ตาต, กสฺมา เอตํ ชนํ นิสฺสทฺทํ กตฺวา ทานํ น เทถา’’ติ อาห. ‘‘น สกฺกา กาตุํ, อมฺมา’’ติ. ‘‘สกฺกา, ตาตา’’ติ. ‘‘กถํ สกฺกา, อมฺมา’’ติ? ‘‘ตาต ทานคฺคํ ปริกฺขิปิตฺวา เอเกกสฺเสว ปเวสนปฺปมาเณน เทฺว ทฺวารานิ โยเชตฺวา, ‘เอเกน ทฺวาเรน ปวิสิตฺวา เอเกน นิกฺขมถา’ติ วเทถ, เอวํ นิสฺสทฺทา หุตฺวาว คณฺหิสฺสนฺตี’’ติ. โส ตํ สุตฺวา, ‘‘ภทฺทโกว, อมฺม, อุปาโย’’ติ ตถา กาเรสิ. สาปิ ปุพฺเพ สามา นาม. วติยา ปน การิตตฺตา สามาวตี นาม ชาตา. ตโต ปฏฺฐาย ทานคฺเค โกลาหลํ ปจฺฉินฺที. โฆสกเสฏฺฐิ ปุพฺเพ ตํ สทฺทํ สุณนฺโต ‘‘มยฺหํ ทานคฺเค สทฺโท’’ติ ตุสฺสติ. ทฺวีหตีหํ ปน สทฺทํ อสุณนฺโต มิตฺตกุฏุมฺพิกํ อตฺตโน อุปฏฺฐานํ อาคตํ ปุจฺฉิ – ‘‘ทิยฺยติ กปณทฺธิกาทีนํ ทาน’’นฺติ? ‘‘อาม, สามี’’ติ. ‘‘อถ กึ ทฺวีหตีหํ สทฺโท น สุยฺยตี’’ติ? ‘‘ยถา นิสฺสทฺทา หุตฺวา คณฺหนฺติ, ตถา เม อุปาโย กโต’’ติ. ‘‘อถ ปุพฺเพว กสฺมา นากาสี’’ติ? ‘‘อชานนตาย, สามี’’ติ. ‘‘อิทานิ กถํ เต ญาโต’’ติ? ‘‘ธีตรา เม อกฺขาโต, สามี’’ติ. มยฺหํ อวิทิตา ‘‘ตว ธีตา นาม อตฺถี’’ติ. โส อหิวาตโรคุปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย สพฺพํ ภทฺทวติยเสฏฺฐิโน ปวตฺตึ อาจิกฺขิตฺวา ตสฺสา อตฺตโน เชฏฺฐธีตุฏฺฐาเน ฐปิตภาวํ อาโรเจสิ. อถ นํ เสฏฺฐิ ‘‘เอวํ สนฺเต มม กสฺมา น กเถสิ, มม สหายกสฺส ธีตา มม ธีตา นามา’’ติ ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘อมฺม, เสฏฺฐิโน ธีตาสี’’ติ? ‘‘อาม, ตาตา’’ติ. ‘‘เตน หิ มา จินฺตยิ, ตฺวํ มม ธีตาสี’’ติ ตํ สีเส จุมฺพิตฺวา ปริวารตฺถาย ตสฺสา ปญฺจ อิตฺถิสตานิ ทตฺวา ตํ อตฺตโน เชฏฺฐธีตุฏฺฐาเน ฐเปสิ.
อเถกทิวสํ ตสฺมึ นคเร นกฺขตฺตํ สงฺฆุฏฺฐํ โหติ. ตสฺมึ ปน นกฺขตฺเต พหิ อนิกฺขมนกา กุลธีตโรปิ อตฺตโน ปริวาเรน สทฺธึ ปทสาว นทึ คนฺตฺวา นฺหายนฺติ. ตสฺมา ตํ ทิวสํ สามาวตีปิ ปญฺจหิ อิตฺถิสเตหิ ปริวาริตา ราชงฺคเณเนว นฺหายิตุํ อคมาสิ. อุเตโน สีหปญฺชเร ฐิโต ตํ ทิสฺวา ‘‘กสฺสิมา นาฏกิตฺถิโย’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘น กสฺสจิ นาฏกิตฺถิโย, เทวา’’ติ. ‘‘อถ กสฺส ธีตโร’’ติ? ‘‘โฆสกเสฏฺฐิโน ธีตา เทว, สามาวตี นาเมสา’’ติ. โส ทิสฺวาว อุปฺปนฺนสิเนโห เสฏฺฐิโน สาสนํ ปาเหสิ – ‘‘ธีตรํ กิร เม เปเสตู’’ติ. ‘‘น เปเสมิ, เทวา’’ติ. ‘‘มา กิร เอวํ กโรตุ, เปเสตุเยวา’’ติ. ‘‘มยํ คหปติกา นาม กุมาริกานํ โปเถตฺวา วิเหเฐตฺวา กฑฺฒนภเยน น เทม, เทวา’’ติ. ราชา กุชฺฌิตฺวา เคหํ ลญฺฉาเปตฺวา เสฏฺฐิญฺจ ภริยญฺจ หตฺเถ คเหตฺวา พหิ การาเปสิ. สามาวตี, นฺหายิตฺวา อาคนฺตฺวา เคหํ ปวิสิตุํ โอกาสํ อลภนฺตี, ‘‘กึ เอตํ, ตาตา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อมฺม, ราชา ตว การณา ปหิณิ. อถ ‘น มยํ ทสฺสามา’ติ วุตฺเต ฆรํ ลญฺฉาเปตฺวา อเมฺห พหิ การาเปสี’’ติ. ‘‘ตาต, ภาริยํ โว กมฺมํ กตํ, รญฺญา นาม ปหิเต ‘น, เทมา’ติ อวตฺวา ‘สเจ เม ธีตรํ สปริวารํ คณฺหถ, เทมา’ติ วตฺตพฺพํ ภเวยฺย, ตาตา’’ติ. ‘‘สาธุ, อมฺม, ตว รุจิยา สติ เอวํ กริสฺสามี’’ติ รญฺโญ ตถา สาสนํ ปาเหสิ. ราชา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตํ สปริวารํ อาเนตฺวา อภิสิญฺจิตฺวา อคฺคมเหสิฏฺฐาเน ฐเปสิ. เสสา ตสฺสาเยว ปริวาริตฺถิโย อเหสุํ. อยํ สามาวติยา อุปฺปตฺติ.
อุเตนสฺส ปน อปราปิ วาสุลทตฺตา นาม เทวี อโหสิ จณฺฑปชฺโชตสฺส ธีตา. อุชฺเชนิยญฺหิ จณฺฑปชฺโชโต นาม ราชา อโหสิ. โส เอกทิวสํ อุยฺยานโต อาคจฺฉนฺโต อตฺตโน สมฺปตฺตึ โอโลเกตฺวา, ‘‘อตฺถิ นุ โข อญฺญสฺสปิ กสฺสจิ เอวรูปา สมฺปตฺตี’’ติ วตฺวา ตํ สุตฺวา มนุสฺเสหิ ‘‘กึ สมฺปตฺติ นาเมสา, โกสมฺพิยํ อุเตนสฺส รญฺโญ อติมหตี สมฺปตี’’ติ วุตฺเต ราชา อาห – ‘‘เตน หิ คณฺหิสฺสาม น’’นฺติ? ‘‘น สกฺกา โส คเหตุ’’นฺติ. ‘‘กิญฺจิ กตฺวา คณฺหิสฺสามเยวา’’ติ? ‘‘น สกฺกา เทวา’’ติ. ‘‘กึ การณา’’ติ? ‘‘โส หตฺถิกนฺตํ นาม สิปฺปํ ชานาติ, มนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา หตฺถิกนฺตวีณํ วาเทนฺโต นาเค ปลาเปติปิ คณฺหาติปิ. หตฺถิวาหนสมฺปนฺโน เตน สทิโส นาม นตฺถี’’ติ. ‘‘น สกฺกา มยา โส คเหตุ’’นฺติ. ‘‘สเจ เต, เทว, เอกนฺเตน อยํ นิจฺฉโย, เตน หิ ทารุหตฺถึ กาเรตฺวา ตสฺสาสนฺนฏฺฐานํ เปเสหิ. โส หตฺถิวาหนํ วา อสฺสวาหนํ วา สุตฺวา ทูรมฺปิ คจฺฉติ. ตตฺถ นํ อาคตํ คเหตุํ สกฺกา ภวิสฺสตี’’ติ.
ราชา ‘‘อตฺเถโส อุปาโย’’ติ ทารุมยํ ยนฺตหตฺถึ การาเปตฺวา พหิ ปิโลติกาหิ เวเฐตฺวา กตจิตฺตกมฺมํ กตฺวา ตสฺส วิชิเต อาสนฺนฏฺฐาเน เอกสฺมึ สรตีเร วิสฺสชฺชาเปสิ. หตฺถิโน อนฺโตกุจฺฉิยํ สฏฺฐิ ปุริสา อปราปรํ จงฺกมนฺติ, หตฺถิลณฺฑํ อาหริตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ฉฑฺเฑสุํ. เอโก วนจรโก หตฺถึ ทิสฺวา, ‘‘อมฺหากํ รญฺโญ อนุจฺฉวิโก’’ติ จินฺเตตฺวา, คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ – ‘‘เทว, มยา สพฺพเสโต เกลาสกูฏปฏิภาโค ตุมฺหากญฺเญว อนุจฺฉวิโก วรวารโณ ทิฏฺโฐ’’ติ. อุเตโน ตเมว มคฺคเทสกํ กตฺวา หตฺถึ อภิรุยฺห สปริวาโร นิกฺขมิ. ตสฺส อาคมนํ ญตฺวา จรปุริสา คนฺตฺวา จณฺฑปชฺโชตสฺส อาโรเจสุํ. โส อาคนฺตฺวา มชฺเฌ ตุจฺฉํ กตฺวา อุโภสุ ปสฺเสสุ พลกายํ ปโยเชสิ. อุเตโน ตสฺสาคมนํ อชานนฺโต หตฺถึ อนุพนฺธิ. อนฺโต ฐิตมนุสฺสา เวเคน ปลาเปสุํ. กฏฺฐหตฺถี รญฺโญ มนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา วีณํ วาเทนฺตสฺส ตนฺติสทฺทํ อสุณนฺโต วิย ปลายติเยว. ราชา หตฺถินาคํ ปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺโต อสฺสํ อารุยฺห อนุพนฺธิ. ตสฺมึ เวเคน อนุพนฺธนฺเต พลกาโย โอหียิ. ราชา เอกโกว อโหสิ. อถ นํ อุโภสุ ปสฺเสสุ ปยุตฺตา จณฺฑปชฺโชตสฺส ปุริสา คณฺหิตฺวา อตฺตโน รญฺโญ อทํสุ. อถสฺส พลกาโย อมิตฺตวสํ คตภาวํ ญตฺวา พหินคเรว ขนฺธาวารํ นิเวเสตฺวา อจฺฉิ.
จณฺฑปชฺโชโตปิ อุเตนํ ชีวคฺคาหเมว คาหาเปตฺวา เอกสฺมึ โจรเคเห ปกฺขิปิตฺวา ทฺวารํ ปิทหาเปตฺวา ตโย ทิวเส ชยปานํ ปิวิ. อุเตโน ตติยทิวเส อารกฺขเก ปุจฺฉิ – ‘‘กหํ โว, ตาต, ราชา’’ติ? ‘‘‘ปจฺจามิตฺโต เม คหิโต’ติ ชยปานํ ปิวตี’’ติ. ‘‘กา นาเมสา มาตุคามสฺส วิย ตุมฺหากํ รญฺโญ กิริยา, นนุ ปฏิราชูนํ คเหตฺวา วิสฺสชฺเชตุํ วา มาเรตุํ วา วฏฺฏติ, อเมฺห ทุกฺขํ นิสีทาเปตฺวา ชยปานํ กิร ปิวตี’’ติ. เต คนฺตฺวา ตมตฺถํ รญฺโญ อาโรเจสุํ. โส อาคนฺตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ เอวํ วทสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาม, มหาราชา’’ติ. ‘‘สาธุ ตํ วิสฺสชฺเชสฺสามิ, เอวรูโป กิร เต มนฺโต อตฺถิ, ตํ มยฺหํ ทสฺสสี’’ติ. ‘‘สาธุ ทสฺสามิ, คหณสมเย มํ วนฺทิตฺวา ตํ คณฺหาหิ. กึ ปน ตฺวํ วนฺทิสฺสสี’’ติ? ‘‘กฺยาหํ ตํ วนฺทิสฺสามิ, น วนฺทิสฺสามี’’ติ? ‘‘อหมฺปิ เต น ทสฺสามี’’ติ. ‘‘เอวํ สนฺเต ราชาณํ เต กริสฺสามี’’ติ. ‘‘กโรหิ, สรีรสฺส เม อิสฺสโร, น ปน จิตฺตสฺสา’’ติ. ราชา ตสฺส สูรคชฺชิตํ สุตฺวา, ‘‘กถํ นุ โข อิมํ มนฺตํ คณฺหิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา, ‘‘อิมํ มนฺตํ อญฺญํ ชานาเปตุํ น สกฺกา, มม ธีตรํ เอตสฺส สนฺติเก อุคฺคณฺหาเปตฺวา อหํ ตสฺสา สนฺติเก คณฺหิสฺสามี’’ติ. อถ นํ อาห – ‘‘อญฺญสฺส วนฺทิตฺวา คณฺหนฺตสฺส ทสฺสสี’’ติ. ‘‘อาม, มหาราชา’’ติ. ‘‘เตน หิ อมฺหากํ ฆเร เอกา ขุชฺชา อตฺถิ ตสฺสา อนฺโตสาณิยํ วนฺทิตฺวา นิสินฺนาย ตฺวํ พหิสาณิยํ ฐิโตว มนฺตํ วาเจหี’’ติ. ‘‘สาธุ, มหาราช, ขุชฺชา วา โหตุ ปีฐสปฺปิ วา, วนฺทนฺติยา ทสฺสามี’’ติ. ตโต ราชา คนฺตฺวา ธีตรํ วาสุลทตฺตํ อาห – ‘‘อมฺม, เอโก สงฺขกุฏฺฐี อนคฺฆมนฺตํ ชานาติ, ตํ อญฺญํ ชานาเปตุํ น สกฺกา. ตฺวํ อนฺโตสาณิยํ นิสีทิตฺวา ตํ วนฺทิตฺวา มนฺตํ คณฺห, โส พหิสาณิยํ ฐตฺวา ตุยฺหํ วาเจสฺสติ. ตว สนฺติกา อหํ ตํ คณฺหิสฺสามี’’ติ.
เอวํ โส เตสํ อญฺญมญฺญํ สนฺถวกรณภเยน ธีตรํ ขุชฺชํ, อิตรํ สงฺขกุฏฺฐึ กตฺวา กเถสิ. โส ตสฺสา อนฺโตสาณิยํ วนฺทิตฺวา นิสินฺนาย พหิ ฐิโต มนฺตํ วาเจสิ. อถ นํ เอกทิวสํ ปุนปฺปุนํ วุจฺจมานมฺปิ มนฺตปทํ วตฺตุํ อสกฺโกนฺตึ ‘‘อเร ขุชฺเช อติพหโลฏฺฐกโปลํ เต มุขํ, เอวํ นาม วเทหี’’ติ อาห. ‘‘สา กุชฺฌิตฺวา อเร ทุฏฺฐสงฺขกุฏฺฐิ กึ วเทสิ, กึ มาทิสา ขุชฺชา นาม โหตี’’ติ? สาณิกณฺณํ อุกฺขิปิตฺวา ‘‘กาสิ ตฺว’’นฺติ วุตฺเต, ‘‘รญฺโญ ธีตา วาสุลทตฺตา นามาห’’นฺติ อาห. ‘‘ปิตา เต ตํ มยฺหํ กเถนฺโต ‘ขุชฺชา’ติ กเถสี’’ติ. ‘‘มยฺหมฺปิ กเถนฺโต ตํ สงฺขกุฏฺฐึ กตฺวา กเถสี’’ติ. เต อุโภปิ ‘‘เตน หิ อมฺหากํ สนฺถวกรณภเยน กถิตํ ภวิสฺสตี’’ติ อนฺโตสาณิยญฺเญว สนฺถวํ กรึสุ.
ตโต ปฏฺฐาย มนฺตคฺคหณํ วา สิปฺปคฺคหณํ วา นตฺถิ. ราชาปิ ธีตรํ นิจฺจํ ปุจฺฉติ – ‘‘สิปฺปํ คณฺหสิ, อมฺมา’’ติ? ‘‘คณฺหามิ, ตาตา’’ติ. อถ นํ เอกทิวสํ อุเตโน อาห – ‘‘ภทฺเท, สามิเกน กตฺตพฺพํ นาม เนว มาตาปิตโร น ภาตุภคินิโย กาตุํ สกฺโกนฺติ, สเจ มยฺหํ ชีวิตํ ทสฺสสิ, ปญฺจ เต อิตฺถิสตานิ ปริวารํ ทตฺวา อคฺคมเหสิฏฺฐานํ ทสฺสามี’’ติ. ‘‘สเจ อิมสฺมึ วจเน ปติฏฺฐาตุํ สกฺขิสฺสถ, ทสฺสามิ โว ชีวิต’’นฺติ. ‘‘สกฺขิสฺสามิ, ภทฺเท’’ติ. สา ‘‘สาธุ, สามี’’ติ ปิตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อถ นํ โส ปุจฺฉิ – ‘‘อมฺม, นิฏฺฐิตํ สิปฺป’’นฺติ? ‘‘น ตาว นิฏฺฐิตํ, ตาต, สิปฺป’’นฺติ. อถ นํ โส ปุจฺฉิ – ‘‘กึ, อมฺมา’’ติ? ‘‘อมฺหากํ เอกํ ทฺวารญฺจ เอกํ วาหนญฺจ ลทฺธุํ วฏฺฏติ, ตาตา’’ติ. ‘‘อิทํ กึ, อมฺมา’’ติ? ‘‘ตาต, รตฺตึ กิร ตารกสญฺญาย มนฺตสฺส อุปจารตฺถาย เอกํ โอสธํ คเหตพฺพํ อตฺถิ. ตสฺมา อมฺหากํ เวลาย วา อเวลาย วา นิกฺขมนกาเล เอกํ ทฺวารญฺเจว เอกํ วาหนญฺจ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ. ราชา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. เต อตฺตโน อภิรุจิตํ เอกํ ทฺวารํ หตฺถคตํ กรึสุ. รญฺโญ ปน ปญฺจ วาหนานิ อเหสุํ. ภทฺทวตี นาม กเรณุกา เอกทิวสํ ปญฺญาส โยชนานิ คจฺฉติ, กาโก นาม ทาโส สฏฺฐิ โยชนานิ คจฺฉติ, เจลกฏฺฐิ จ มุญฺจเกสี จาติ เทฺว อสฺสา โยชนสตํ คจฺฉนฺติ, นาฬาคิริ หตฺถี วีสติ โยชนสตนฺติ.
โส กิร ราชา อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ เอกสฺส อิสฺสรสฺส อุปฏฺฐาโก อโหสิ. อเถกทิวสํ อิสฺสเร พหินครํ คนฺตฺวา นฺหตฺวา อาคจฺฉนฺเต เอโก ปจฺเจกพุทฺโธ นครํ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา สกลนครวาสีนํ มาเรน อาวฏฺฏิตตฺตา เอกํ ภิกฺขามฺปิ อลภิตฺวา ยถาโธเตน ปตฺเตน นิกฺขมิ. อถ นํ นครทฺวารํ ปตฺตกาเล มาโร อญฺญาตกเวเสน อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘อปิ, ภนฺเต, โว กิญฺจิ ลทฺธ’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘กึ ปน เม ตฺวํ อลภนาการํ กรี’’ติ? ‘‘เตน หิ นิวตฺติตฺวา ปุน ปวิสถ, อิทานิ น กริสฺสามี’’ติ. ‘‘นาหํ ปุน นิวตฺติสฺสามี’’ติ. สเจ หิ นิวตฺเตยฺย, ปุน โส สกลนครวาสีนํ สรีเร อธิมุญฺจิตฺวา ปาณึ ปหริตฺวา หสนเกฬึ กเรยฺย. ปจฺเจกพุทฺเธ อนิวตฺติตฺวา คเต มาโร ตตฺเถว อนฺตรธายิ. อถ โส อิสฺสโร ยถาโธเตเนว ปตฺเตน อาคจฺฉนฺตํ ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวา วนฺทิตฺวา, ‘‘อปิ, ภนฺเต, กิญฺจิ ลทฺธ’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘จริตฺวา นิกฺขนฺตมฺหาวุโส’’ติ. โส จินฺเตสิ – ‘‘อยฺโย, มยา ปุจฺฉิตํ อกเถตฺวา อญฺญํ วทติ, น กิญฺจิ ลทฺธํ ภวิสฺสตี’’ติ. อถสฺส ปตฺตํ โอโลเกนฺโต ตุจฺฉํ ทิสฺวา เคเห ภตฺตสฺส นิฏฺฐิตานิฏฺฐิตภาวํ อชานนตาย สูโร หุตฺวา ปตฺตํ คเหตุํ อวิสหนฺโต ‘‘โถกํ, ภนฺเต, อธิวาเสถา’’ติ วตฺวา เวเคน ฆรํ คนฺตฺวา ‘‘อมฺหากํ ภตฺตํ นิฏฺฐิต’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘นิฏฺฐิต’’นฺติ วุตฺเต ตํ อุปฏฺฐากํ อาห – ‘‘ตาต, อญฺโญ ตยา สมฺปนฺนเวคตโร นาม นตฺถิ, สีเฆน ชเวน ภทนฺตํ ปตฺวา ‘ปตฺตํ เม, ภนฺเต, เทถา’ติ วตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา เวเคน เอหี’’ติ. โส เอกวจเนเนว ปกฺขนฺทิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา อาหริ. อิสฺสโรปิ อตฺตโน โภชนสฺส ปตฺตํ ปูเรตฺวา ‘‘อิมํ สีฆํ คนฺตฺวา อยฺยสฺส สมฺปาเทหิ, อหํ เต อิโต ปตฺตึ ทมฺมี’’ติ อาห.
โสปิ ตํ คเหตฺวา ชเวน คนฺตฺวา ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปตฺตํ ทตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ‘เวลา อุปกฏฺฐา’ติ อหํ อติสีเฆน ชเวน อาคโต จ คโต จ, เอตสฺส เม ชวสฺส ผเลน โยชนานํ ปณฺณาสสฏฺฐิสตวีสสตคมนสมตฺถานิ ปญฺจ วาหนานิ นิพฺพตฺตนฺตุ, อาคจฺฉนฺตสฺส จ เม คจฺฉนฺตสฺส จ สรีรํ สูริยเตเชน ตตฺถํ, ตสฺส เม ผเลน นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน อาณา สูริยเตชสทิสา โหตุ, อิมสฺมึ เม ปิณฺฑปาเต สามินา ปตฺติ ทินฺนา, ตสฺสา เม นิสฺสนฺเทน ตุเมฺหหิ ทิฏฺฐธมฺมสฺส ภาคี โหมี’’ติ อาห. ปจฺเจกพุทฺโธ ‘‘เอวํ โหตู’’ติ วตฺวา –
‘‘อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ ตุยฺหํ, สพฺพเมว สมิชฺฌตุ;
สพฺเพ ปูเรนฺตุ สงฺกปฺปา, จนฺโท ปนฺนรโส ยถา. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๙๕ ปุพฺพูปนิสฺสยสมฺปตฺติกถา; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑. ๑๙๒);
‘‘อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ ตุยฺหํ, ขิปฺปเมว สมิชฺฌตุ;
สพฺเพ ปูเรนฺตุ สงฺกปฺปา, มณิโชติรโส ยถา’’ติ. –
อนุโมทนํ อกาสิ. ปจฺเจกพุทฺธานํ กิร อิธาว เทฺว คาถา อนุโมทนคาถา นาม โหนฺติ. ตตฺถ โชติรโสติ สพฺพกามททํ มณิรตนํ วุจฺจติ. อิทํ ตสฺส ปุพฺพจริตํ. โส เอตรหิ จณฺฑปชฺโชโต อโหสิ. ตสฺส จ กมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน อิมานิ ปญฺจ วาหนานิ นิพฺพตฺตึสุ. อเถกทิวสํ ราชา อุยฺยานกีฬาย นิกฺขมิ. อุเตโน ‘‘อชฺช ปลายิตพฺพ’’นฺติ มหนฺตามหนฺเต จมฺมปสิพฺพเก หิรญฺญสุวณฺณสฺส ปูเรตฺวา กเรณุกาปิฏฺเฐ ฐเปตฺวา วาสุลทตฺตํ อาทาย ปลายิ. อนฺเตปุรปาลกา ปลายนฺตํ ตํ ทิสฺวา คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา ‘‘สีฆํ คจฺฉถา’’ติ พลํ ปหิณิ. อุเตโน พลสฺส ปกฺขนฺทภาวํ ญตฺวา กหาปณปสิพฺพกํ โมเจตฺวา ปาเตสิ, มนุสฺสา กหาปเณ อุจฺจินิตฺวา ปุน ปกฺขนฺทึสุ. อิตโร สุวณฺณปสิพฺพกํ โมเจตฺวา ปาเตตฺวา เนสํ สุวณฺณโลเภน ปปญฺเจนฺตานญฺเญว พหิ นิวุฏฺฐํ อตฺตโน ขนฺธาวารํ ปาปุณิ. อถ นํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาว อตฺตโน พลกาโย ปริวาเรตฺวา นครํ ปเวเสสิ. โส ปตฺวาว วาสุลทตฺตํ อภิสิญฺจิตฺวา อคฺคมเหสิฏฺฐาเน ฐเปสีติ. อยํ วาสุลทตฺตาย อุปฺปตฺติ.
อปรา ปน มาคณฺฑิยา นาม รญฺโญ สนฺติกา อคฺคมเหสิฏฺฐานํ ลภิ. สา กิร กุรุรฏฺเฐ มาคณฺฑิยพฺราหฺมณสฺส ธีตา. มาตาปิสฺสา มาคณฺฑิยาเยว นามํ. จูฬปิตาปิสฺสา มาคณฺฑิโยว, สา อภิรูปา อโหสิ เทวจฺฉรปฏิภาคา. ปิตา ปนสฺสา อนุจฺฉวิกํ สามิกํ อลภนฺโต มหนฺเตหิ มหนฺเตหิ กุเลหิ ยาจิโตปิ ‘‘น มยฺหํ ธีตุ ตุเมฺห อนุจฺฉวิกา’’ติ ตชฺเชตฺวา อุยฺโยเชสิ. อเถกทิวสํ สตฺถา ปจฺจูสสมเย โลกํ โวโลเกนฺโต มาคณฺฑิยพฺราหฺมณสฺส สปชาปติกสฺส อนาคามิผลูปนิสฺสยํ ทิสฺวา อตฺตโน ปตฺตจีวรมาทาย ตสฺส พหินิคเม อคฺคิปริจรณฏฺฐานํ อคมาสิ. โส ตถาคตสฺส รูปโสภคฺคปฺปตฺตํ อตฺตภาวํ โอโลเกตฺวา, ‘‘อิมสฺมึ โลเก อิมินา ปุริเสน สทิโส อญฺโญ ปุริโส นาม นตฺถิ, อยํ มยฺหํ ธีตุ อนุจฺฉวิโก, อิมสฺส โปสาปนตฺถาย ธีตรํ ทสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา, ‘‘สมณ, เอกา เม ธีตา อตฺถิ, อหํ เอตฺตกํ กาลํ ตสฺสา อนุจฺฉวิกํ ปุริสํ น ปสฺสามิ, ตุเมฺห ตสฺสา อนุจฺฉวิกา, สา จ ตุมฺหากญฺเญว อนุจฺฉวิกา. ตุมฺหากญฺหิ ปาทปริจาริกา, ตสฺสา จ ภตฺตา ลทฺธุํ วฏฺฏติ, ตํ โว อหํ ทสฺสามิ, ยาว มมาคมนา อิเธว ติฏฺฐถา’’ติ อาห. สตฺถา กิญฺจิ อวตฺวา ตุณฺหี อโหสิ. พฺราหฺมโณ เวเคน ฆรํ คนฺตฺวา, ‘‘โภติ, โภติ ธีตุ เม อนุจฺฉวิโก ปุริโส ทิฏฺโฐ, สีฆํ สีฆํ นํ อลงฺกโรหี’’ติ ตํ อลงฺการาเปตฺวา สทฺธึ พฺราหฺมณิยา อาทาย สตฺถุ สนฺติกํ ปายาสิ. สกลนครํ สงฺขุภิ. อยํ ‘‘เอตฺตกํ กาลํ มยฺหํ ธีตุ อนุจฺฉวิโก นตฺถี’’ติ กสฺสจิ อทตฺวา ‘‘อชฺช เม ธีตุ อนุจฺฉวิโก ทิฏฺโฐ’’ติ กิร วเทติ, ‘‘กีทิโส นุ โข โส ปุริโส, ปสฺสิสฺสาม น’’นฺติ มหาชโน เตเนว สทฺธึ นิกฺขมิ.
ตสฺมึ ธีตรํ คเหตฺวา อาคจฺฉนฺเต สตฺถา เตน วุตฺตฏฺฐาเน อฏฺฐตฺวา ตตฺถ ปทเจติยํ ทสฺเสตฺวา คนฺตฺวา อญฺญสฺมึ ฐาเน อฏฺฐาสิ. พุทฺธานญฺหิ ปทเจติยํ อธิฏฺฐหิตฺวา อกฺกนฺตฏฺฐาเนเยว ปญฺญายติ, น อญฺญตฺถ. เยสญฺจตฺถาย อธิฏฺฐิตํ โหติ, เตเยว นํ ปสฺสนฺติ. เตสํ ปน อทสฺสนกรณตฺถํ หตฺถิอาทโย วา อกฺกมนฺตุ, มหาเมโฆ วา ปวสฺสตุ, เวรมฺภวาตา วา ปหรนฺตุ, น ตํ โกจิ มกฺเขตุํ สกฺโกติ. อถ พฺราหฺมณี พฺราหฺมณํ อาห – ‘‘กุหึ โส ปุริโส’’ติ. ‘‘‘อิมสฺมึ ฐาเน ติฏฺฐาหี’ติ นํ อวจํ, กุหึ นุ โข โส คโต’’ติ อิโต จิโต โอโลเกนฺโต ปทเจติยํ ทิสฺวา ‘‘อยมสฺส ปทวลญฺโช’’ติ อาห. พฺราหฺมณี สลกฺขณมนฺตานํ ติณฺณํ เวทานํ ปคุณตาย ลกฺขณมนฺเต ปริวตฺเตตฺวา ปทลกฺขณํ อุปธาเรตฺวา, ‘‘นยิทํ, พฺราหฺมณ, ปญฺจกามคุณเสวิโน ปท’’นฺติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
‘‘รตฺตสฺส หิ อุกฺกุฏิกํ ปทํ ภเว,
ทุฏฺฐสฺส โหติ สหสานุปีฬิตํ;
มูฬฺหสฺส โหติ อวกฑฺฒิตํ ปทํ,
วิวฏฺฏจฺฉทสฺส อิทมีทิสํ ปท’’นฺติ. (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๖๐-๒๖๑; วิสุทฺธิ. ๑.๔๕);
อถ นํ พฺราหฺมโณ เอวมาห – ‘‘โภติ ตฺวํ อุทกปาติยํ กุมฺภีลํ, เคหมชฺเฌ จ ปน โจรํ วิย มนฺเต ปสฺสนสีลา, ตุณฺหี โหหี’’ติ. พฺราหฺมณ, ยํ อิจฺฉสิ, ตํ วเทหิ, นยิทํ ปญฺจกามคุณเสวิโน ปทนฺติ. ตโต อิโต จิโต จ โอโลเกนฺโต สตฺถารํ ทิสฺวา, ‘‘อยํ โส ปุริโส’’ติ วตฺวา พฺราหฺมโณ คนฺตฺวา, ‘‘สมณ, ธีตรํ เม ตว โปสาปนตฺถาย เทมี’’ติ อาห. สตฺถา ‘‘ธีตรา เต มยฺหํ อตฺโถ อตฺถิ วา นตฺถิ วา’’ติ อวตฺวาว, ‘‘พฺราหฺมณ, เอกํ เต การณํ กเถมี’’ติ วตฺวา, ‘‘กเถหิ สมณา’’ติ วุตฺเต มหาภินิกฺขมนโต ปฏฺฐาย ยาว อชปาลนิโคฺรธมูลา มาเรน อนุพทฺธภาวํ อชปาลนิโคฺรธมูเล จ ปน ‘‘อตีโต ทานิ เม เอส วิสย’’นฺติ ตสฺส โสกาตุรสฺส โสกวูปสมนตฺถํ อาคตาหิ มารธีตาหิ กุมาริกวณฺณาทิวเสน ปโยชิตํ ปโลภนํ อาจิกฺขิตฺวา, ‘‘ตทาปิ มยฺหํ ฉนฺโท นาโหสี’’ติ วตฺวา –
‘‘ทิสฺวาน ตณฺหํ อรตึ รคญฺจ,
นาโหสิ ฉนฺโท อปิ เมถุนสฺมึ;
กิเมวิทํ มุตฺตกรีสปุณฺณํ,
ปาทาปิ นํ สมฺผุสิตุํ น อิจฺเฉ’’ติ. (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๖๐-๒๖๑; สุ. นิ. ๘๔๑) –
อิมํ คาถมาห. คาถาปริโยสาเน พฺราหฺมโณ จ พฺราหฺมณี จ อนาคามิผเล ปติฏฺฐหึสุ. มาคณฺฑิยาปิ โข ‘‘สจสฺส มยา อตฺโถ นตฺถิ, อนตฺถิกภาโวว วตฺตพฺโพ, อยํ ปน มํ มุตฺตกรีสปุณฺณํ กโรติ, ปาทาปิ นํ สมฺผุสิตุํ น อิจฺเฉติ, โหตุ, อตฺตโน ชาติกุลปเทสโภคยสวยสมฺปตฺตึ อาคมฺม ตถารูปํ ภตฺตารํ ลภิตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส กตฺตพฺพยุตฺตกํ ชานิสฺสามี’’ติ สตฺถริ อาฆาตํ พนฺธิ. ‘‘กึ ปน สตฺถา ตาย อตฺตนิ อาฆาตุปฺปตฺตึ ชานาติ, โน’’ติ? ‘‘ชานาติเยว. ชานนฺโต กสฺมา คาถมาหา’’ติ? อิตเรสํ ทฺวินฺนํ วเสน. พุทฺธา หิ อาฆาตํ อคเณตฺวา มคฺคผลาธิคมารหานํ วเสน ธมฺมํ เทเสนฺติเยว. มาตาปิตโร ตํ เนตฺวา จูฬมาคณฺฑิยํ กนิฏฺฐํ ปฏิจฺฉาเปตฺวา ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. จูฬมาคณฺฑิโยปิ จินฺเตสิ – ‘‘มม ธีตา โอมกสตฺตสฺส น อนุจฺฉวิกา, เอกสฺส รญฺโญว อนุจฺฉวิกา’’ติ. ตํ อาทาย โกสมฺพึ คนฺตฺวา สพฺพาลงฺกาเรหิ อลงฺกริตฺวา, ‘‘อิมํ อิตฺถิรตนํ เทวสฺส อนุจฺฉวิก’’นฺติ อุเตนสฺส รญฺโญ อทาสิ. โส ตํ ทิสฺวาว อุปฺปนฺนพลวสิเนโห อภิเสกํ กตฺวา ปญฺจสตมาตุคามปริวารํ ทตฺวา อคฺคมเหสิฏฺฐาเน ฐเปสิ. อยํ มาคณฺฑิยาย อุปฺปตฺติ.
เอวมสฺส ทิยฑฺฒสหสฺสนาฏกิตฺถิปริวารา ติสฺโส อคฺคมเหสิโย อเหสุํ. ตสฺมึ โข ปน สมเย โฆสกเสฏฺฐิ กุกฺกุฏเสฏฺฐิ ปาวาริกเสฏฺฐีติ โกสมฺพิยํ ตโย เสฏฺฐิโน โหนฺติ. เต อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย ปญฺจสตตาปเส หิมวนฺตโต อาคนฺตฺวา นคเร ภิกฺขาย จรนฺเต ทิสฺวา ปสีทิตฺวา นิสีทาเปตฺวา โภเชตฺวา ปฏิญฺญํ คเหตฺวา จตฺตาโร มาเส อตฺตโน สนฺติเก วสาเปตฺวา ปุน วสฺสารตฺเต อาคมนตฺถาย ปฏิชานาเปตฺวา อุยฺโยเชสุํ. ตาปสาปิ ตโต ปฏฺฐาย อฏฺฐ มาเส หิมวนฺเต วสิตฺวา จตฺตาโร มาเส เตสํ สนฺติเก วสึสุ. เต อปรภาเค หิมวนฺตโต อาคจฺฉนฺตา อรญฺญายตเน เอกํ มหานิโคฺรธํ ทิสฺวา ตสฺส มูเล นิสีทึสุ. เตสุ เชฏฺฐกตาปโส จินฺเตสิ – ‘‘อิมสฺมึ รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา โอรมตฺติกา น ภวิสฺสติ, มเหสกฺเขเนเวตฺถ เทวราเชน ภวิตพฺพํ, สาธุ วต สจายํ อิสิคณสฺส ปานียํ ทเทยฺยา’’ติ. โสปิ ปานียํ อทาสิ. ตาปโส นฺหาโนทกํ จินฺเตสิ, ตมฺปิ อทาสิ. ตโต โภชนํ จินฺเตสิ, ตมฺปิ อทาสิ. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อยํ เทวราชา อเมฺหหิ จินฺติตํ จินฺติตํ สพฺพํ เทติ, อโห วต นํ ปสฺเสยฺยามา’’ติ. โส รุกฺขกฺขนฺธํ ปทาเลตฺวา อตฺตานํ ทสฺเสสิ. อถ นํ ตาปสา, ‘‘เทวราช, มหตี เต สมฺปตฺติ, กึ นุ โข กตฺวา อยํ เต ลทฺธา’’ติ ปุจฺฉึสุ. ‘‘มา ปุจฺฉถ, อยฺยา’’ติ. ‘‘อาจิกฺข, เทวราชา’’ติ. โส อตฺตนา กตกมฺมสฺส ปริตฺตกตฺตา ลชฺชมาโน กเถตุํ น วิสหิ. เตหิ ปุนปฺปุนํ นิปฺปีฬิยมาโน ปน ‘‘เตน หิ สุณาถา’’ติ วตฺวา กเถสิ.
โส กิเรโก ทุคฺคตมนุสฺโส หุตฺวา ภตึ ปริเยสนฺโต อนาถปิณฺฑิกสฺส สนฺติเก ภติกมฺมํ ลภิตฺวา ตํ นิสฺสาย ชีวิกํ กปฺเปสิ. อเถกสฺมึ อุโปสถทิวเส สมฺปตฺเต อนาถปิณฺฑิโก วิหารโต อาคนฺตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘ตสฺส ภติกสฺส อชฺชุโปสถทิวสภาโว เกนจิ กถิโต’’ติ? ‘‘น กถิโต, สามี’’ติ. ‘‘เตน หิสฺส สายมาสํ ปจถา’’ติ. อถสฺส ปตฺโถทนํ ปจึสุ. โส ทิวสํ อรญฺเญ กมฺมํ กตฺวา สายํ อาคนฺตฺวา ภตฺเต วฑฺเฒตฺวา ทินฺเน ‘‘ฉาโตมฺหี’’ติ สหสา อภุญฺชิตฺวาว ‘‘อญฺเญสุ ทิวเสสุ อิมสฺมึ เคเห ‘ภตฺตํ เทถ, สูปํ เทถ, พฺยญฺชนํ เทถา’ติ มหาโกลาหลํ อโหสิ, อชฺช เต สพฺเพ นิสฺสทฺทา นิปชฺชึสุ, มยฺหเมว เอกสฺสาหารํ วฑฺฒยึสุ, กึ นุ โข เอต’’นฺติ จินฺเตตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘อวเสสา ภุญฺชึสุ, น ภุญฺชึสู’’ติ? ‘‘น ภุญฺชึสุ, ตาตา’’ติ. ‘‘กึ การณา’’ติ? อิมสฺมึ เคเห อุโปสถทิวเสสุ สายมาสํ น ภุญฺชนฺติ, สพฺเพว อุโปสถิกา โหนฺติ. อนฺตมโส ถนปายิโนปิ ทารเก มุขํ วิกฺขาลาเปตฺวา จตุมธุรํ มุเข ปกฺขิปาเปตฺวา มหาเสฏฺฐิ อุโปสถิเก กาเรติ. คนฺธเตลปฺปทีเป ชาลนฺเต ขุทฺทกมหลฺลกทารกา สยนคตา ทฺวตฺตึสาการํ สชฺฌายนฺติ. ตุยฺหํ ปน อุโปสถทิวสภาวํ กเถตุํ สตึ น กริมฺหา. ตสฺมา ตเวว ภตฺตํ ปกฺกํ, นํ ภุญฺชสฺสูติ. สเจ อิทานิ อุโปสถิเกน ภวิตุํ วฏฺฏติ, อหมฺปิ ภเวยฺยนฺติ. ‘‘อิทํ เสฏฺฐิ ชานาตี’’ติ. ‘‘เตน หิ นํ ปุจฺฉถา’’ติ. เต คนฺตฺวา เสฏฺฐึ ปุจฺฉึสุ. โส เอวมาห – ‘‘อิทานิ ปน อภุญฺชิตฺวา มุขํ วิกฺขาเลตฺวา อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐหนฺโต อุปฑฺฒํ อุโปสถกมฺมํ ลภิสฺสตี’’ติ. อิตโร ตํ สุตฺวา ตถา อกาสิ.
ตสฺส สกลทิวสํ กมฺมํ กตฺวา ฉาตสฺส สรีเร วาตา กุปฺปึสุ. โส โยตฺเตน อุรํ พนฺธิตฺวา โยตฺตโกฏิยํ คเหตฺวา ปริวตฺตติ. เสฏฺฐิ ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา อุกฺกาหิ ธาริยมานาหิ จตุมธุรํ คาหาเปตฺวา ตสฺส สนฺติกํ อาคนฺตฺวา, ‘‘กึ, ตาตา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘สามิ, วาตา เม กุปฺปิตา’’ติ. ‘‘เตน หิ อุฏฺฐาย อิทํ เภสชฺชํ ขาทาหี’’ติ. ‘‘ตุเมฺหปิ ขาทถ, สามี’’ติ. ‘‘อมฺหากํ อผาสุกํ นตฺถิ, ตฺวํ ขาทาหี’’ติ. ‘‘สามิ, อหํ อุโปสถกมฺมํ กโรนฺโต สกลํ กาตุํ นาสกฺขึ, อุปฑฺฒกมฺมมฺปิ เม วิกลํ มา อโหสี’’ติ น อิจฺฉิ. ‘‘มา เอวํ กริ, ตาตา’’ติ วุจฺจมาโนปิ อนิจฺฉิตฺวา อรุเณ อุฏฺฐหนฺเต มิลาตมาลา วิย กาลํ กตฺวา ตสฺมึ นิโคฺรธรุกฺเข เทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตสฺมา อิมมตฺถํ กเถตฺวา ‘‘โส เสฏฺฐิ พุทฺธมามโก, ธมฺมมามโก, สงฺฆมามโก, ตํ นิสฺสาย กตสฺส อุปฑฺฒุโปสถกมฺมสฺส นิสฺสนฺเทเนสา สมฺปตฺติ มยา ลทฺธา’’ติ อาห.
‘‘พุทฺโธ’’ติ วจนํ สุตฺวาว ปญฺจสตา ตาปสา อุฏฺฐาย เทวตาย อญฺชลึ ปคฺคยฺห ‘‘พุทฺโธติ วเทสิ, พุทฺโธติ วเทสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘พุทฺโธติ วทามิ, พุทฺโธติ วทามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ ปฏิชานาเปตฺวา ‘‘โฆโสปิ โข เอโส ทุลฺลโภ โลกสฺมิ’’นฺติ อุทานํ อุทาเนตฺวา ‘‘เทวเต อเนเกสุ กปฺปสตสหสฺเสสุ อสุตปุพฺพํ สทฺทํ ตยา สุณาปิตมฺหา’’ติ อาหํสุ. อถ อนฺเตวาสิโน อาจริยํ เอตทโวจุํ – ‘‘เตน หิ สตฺถุ สนฺติกํ คจฺฉามา’’ติ. ‘‘ตาตา, ตโย เสฏฺฐิโน อมฺหากํ พหูปการา, เสฺว เตสํ นิเวสเน ภิกฺขํ คณฺหิตฺวา เตสมฺปิ อาจิกฺขิตฺวา คมิสฺสาม, อธิวาเสถ, ตาตา’’ติ. เต อธิวาสยึสุ. ปุนทิวเส เสฏฺฐิโน ยาคุภตฺตํ สมฺปาเทตฺวา อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวา ‘‘อชฺช โน อยฺยานํ อาคมนทิวโส’’ติ ญตฺวา ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา เต อาทาย นิเวสนํ คนฺตฺวา นิสีทาเปตฺวา ภิกฺขํ อทํสุ. เต กตภตฺตกิจฺจา มหาเสฏฺฐิโน ‘‘มยํ คมิสฺสามา’’ติ วทึสุ. ‘‘นนุ, ภนฺเต, ตุเมฺหหิ จตฺตาโร วสฺสิเก มาเส อมฺหากํ คหิตาว ปฏิญฺญา, อิทานิ กุหึ คจฺฉถา’’ติ? ‘‘โลเก กิร พุทฺโธ อุปฺปนฺโน, ธมฺโม อุปฺปนฺโน, สงฺโฆ อุปฺปนฺโน, ตสฺมา สตฺถุ สนฺติกํ คมิสฺสามา’’ติ. ‘‘กึ ปน ตสฺส สตฺถุโน สนฺติกํ ตุมฺหากญฺเญว คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ? ‘‘อญฺเญสมฺปิ อวาริตํ, อาวุโส’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต, อาคเมถ, มยมฺปิ คมนปริวจฺฉํ กตฺวา คจฺฉามา’’ติ. ‘‘ตุเมฺหสุ ปริวจฺฉํ กโรนฺเตสุ อมฺหากํ ปปญฺโจ โหติ, มยํ ปุรโต คจฺฉาม, ตุเมฺห ปจฺฉา อาคจฺเฉยฺยาถา’’ติ วตฺวา เต ปุเรตรํ คนฺตฺวา สมฺมาสมฺพุทฺธํ ทิสฺวา อภิตฺถวิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. อถ เนสํ สตฺถา อนุปุพฺพึ กถํ กเถตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน สพฺเพปิ สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิตฺวา ‘‘เอถ, ภิกฺขโว’’ติ วจนสมนนฺตรํเยว อิทฺธิมยปตฺตจีวรธรา เอหิภิกฺขู อเหสุํ.
เตปิ โข ตโย เสฏฺฐิโน ปญฺจหิ ปญฺจหิ สกฏสเตหิ ภตฺตจฺฉาทนสปฺปิมธุผาณิตาทีนิ ทานูปกรณานิ อาทาย สาวตฺถึ ปตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ธมฺมกถํ สุตฺวา กถาปริโยสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย อทฺธมาสมตฺตมฺปิ ทานํ ททมานา สตฺถุ สนฺติเก วสิตฺวา โกสมฺพึ อาคมนตฺถาย สตฺถารํ ยาจิตฺวา สตฺถารา ปฏิญฺญํ ททนฺเตน ‘‘สุญฺญาคาเร โข คหปตโย ตถาคตา อภิรมนฺตี’’ติ วุตฺเต, ‘‘อญฺญาตํ, ภนฺเต, อเมฺหหิ ปหิตสาสเนน อาคนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ วตฺวา โกสมฺพึ คนฺตฺวา โฆสกเสฏฺฐิ โฆสิตารามํ, กุกฺกุฏเสฏฺฐิ กุกฺกุฏารามํ, ปาวาริกเสฏฺฐิ ปาวาริการามนฺติ ตโย มหาวิหาเร กาเรตฺวา สตฺถุ อาคมนตฺถาย สาสนํ ปหิณึสุ. สตฺถา เตสํ สาสนํ สุตฺวา ตตฺถ อคมาสิ. เต ปจฺจุคฺคนฺตฺวา สตฺถารํ วิหารํ ปเวเสตฺวา วาเรน วาเรน ปฏิชคฺคนฺติ. สตฺถา เทวสิกํ เอเกกสฺมึ วิหาเร วสติ. ยสฺส วิหาเร วุฏฺโฐ โหติ, ตสฺเสว ฆรทฺวาเร ปิณฺฑาย จรติ. เตสํ ปน ติณฺณํ เสฏฺฐีนํ อุปฏฺฐาโก สุมโน นาม มาลากาโร อโหสิ. โส เต เสฏฺฐิโน เอวมาห – ‘‘อหํ ตุมฺหากํ ทีฆรตฺตํ อุปการโก, สตฺถารํ โภเชตุกาโมมฺหิ, มยฺหมฺปิ เอกทิวสํ สตฺถารํ เทถา’’ติ. ‘‘เตน หิ ภเณ เสฺว โภเชหี’’ติ. ‘‘สาธุ, สามี’’ติ โส สตฺถารํ นิมนฺเตตฺวา สกฺการํ ปฏิยาเทสิ.
ตทา ราชา สามาวติยา เทวสิกํ ปุปฺผมูเล อฏฺฐ กหาปเณ เทติ. ตสฺสา ขุชฺชุตฺตรา นาม ทาสี สุมนมาลาการสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา นิพทฺธํ ปุปฺผานิ คณฺหาติ. อถ นํ ตสฺมึ ทิวเส อาคตํ มาลากาโร อาห – ‘‘มยา สตฺถา นิมนฺติโต, อชฺช ปุปฺเผหิ สตฺถารํ ปูเชสฺสามิ, ติฏฺฐ ตาว, ตฺวํ ปริเวสนาย สหายิกา หุตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา อวเสสานิ ปุปฺผานิ คเหตฺวา คมิสฺสสี’’ติ. สา ‘‘สาธู’’ติ อธิวาเสสิ. สุมโน พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริวิสิตฺวา อนุโมทนกรณตฺถาย ปตฺตํ อคฺคเหสิ. สตฺถา อนุโมทนธมฺมเทสนํ อารภิ. ขุชฺชุตฺตราปิ สตฺถุ ธมฺมกถํ สุณนฺตีเยว โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. สา อญฺเญสุ ทิวเสสุ จตฺตาโร กหาปเณ อตฺตโน คเหตฺวา จตูหิ ปุปฺผานิ คเหตฺวา คจฺฉติ, ตํ ทิวสํ อฏฺฐหิปิ ปุปฺผานิ คเหตฺวา คตา. อถ นํ สามาวตี อาห – ‘‘กึ นุ โข, อมฺม, อชฺช อมฺหากํ รญฺญา ทฺวิคุณํ ปุปฺผมูลํ ทินฺน’’นฺติ? ‘‘โน, อยฺเย’’ติ. ‘‘อถ กสฺมา พหูนิ ปุปฺผานี’’ติ? ‘‘อญฺเญสุ ทิวเสสุ อหํ จตฺตาโร กหาปเณ อตฺตโน คเหตฺวา จตูหิ ปุปฺผานิ อาหรามี’’ติ. ‘‘อชฺช กสฺมา น คณฺหี’’ติ? ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ธมฺมกถํ สุตฺวา ธมฺมสฺส อธิคตตฺตา’’ติ. อถ นํ ‘‘อเร, ทุฏฺฐทาสิ เอตฺตกํ กาลํ ตยา คหิตกหาปเณ เม เทหี’’ติ อตชฺเชตฺวา, ‘‘อมฺม, ตยา ปิวิตํ อมตํ อเมฺหปิ ปาเยหี’’ติ วตฺวา ‘‘เตน หิ มํ นฺหาเปหี’’ติ วุตฺเต โสฬสหิ คนฺโธทกฆเฏหิ นฺหาเปตฺวา เทฺว มฏฺฐสาฏเก ทาเปสิ. สา เอกํ นิวาเสตฺวา เอกํ เอกํสํ ปารุปิตฺวา อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา เอกํ พีชนึ อาหราเปตฺวา อาสเน นิสีทิตฺวา จิตฺรพีชนึ อาทาย ปญฺจ มาตุคามสตานิ อามนฺเตตฺวา ตาสํ สตฺถารา เทสิตนิยาเมเนว ธมฺมํ เทเสสิ. ตสฺสา ธมฺมกถํ สุตฺวา ตา สพฺพาปิ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ.
ตา สพฺพาปิ ขุชฺชุตฺตรํ วนฺทิตฺวา, ‘‘อมฺม, อชฺชโต ปฏฺฐาย ตฺวํ กิลิฏฺฐกมฺมํ มา กริ, อมฺหากํ มาตุฏฺฐาเน จ อาจริยฏฺฐาเน จ ฐตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา สตฺถารา เทสิตํ ธมฺมํ สุตฺวา อมฺหากํ กเถหี’’ติ วทึสุ. สา ตถา กโรนฺตี อปรภาเค ติปิฏกธรา ชาตา. อถ นํ สตฺถา ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวิกานํ อุปาสิกานํ พหุสฺสุตานํ ธมฺมกถิกานํ ยทิทํ ขุชฺชุตฺตรา’’ติ เอตทคฺเค ฐเปสิ. ตาปิ โข ปญฺจสตา อิตฺถิโย ตํ เอวมาหํสุ – ‘‘อมฺม, สตฺถารํ ทฏฺฐุกามามฺหา, ตํ โน ทสฺเสหิ, คนฺธมาลาทีหิ ตํ ปูเชสฺสามา’’ติ. ‘‘อยฺเย, ราชกุลํ นาม ภาริยํ, ตุเมฺห คเหตฺวา พหิ คนฺตุํ น สกฺกา’’ติ. ‘‘อมฺม, โน มา นาเสหิ, ทสฺเสเหว อมฺหากํ สตฺถาร’’นฺติ. ‘‘เตน หิ ตุมฺหากํ วสนคพฺภานํ ภิตฺตีสุ ยตฺตเกน โอโลเกตุํ สกฺกา โหติ, ตตฺตกํ ฉิทฺทํ กตฺวา คนฺธมาลาทีนิ อาหราเปตฺวา สตฺถารํ ติณฺณํ เสฏฺฐีนํ ฆรทฺวารํ คจฺฉนฺตํ ตุเมฺห เตสุ เตสุ ฐาเนสุ ฐตฺวา โอโลเกถ เจว, หตฺเถ จ ปสาเรตฺวา วนฺทถ, ปูเชถ จา’’ติ. ตา ตถา กตฺวา สตฺถารํ คจฺฉนฺตญฺจ อาคจฺฉนฺตญฺจ โอโลเกตฺวา วนฺทึสุ เจว ปูเชสุญฺจ.
อเถกทิวสํ มาคณฺฑิยา อตฺตโน ปาสาทตลโต นิกฺขมิตฺวา จงฺกมมานา ตาสํ วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา คพฺเภสุ ฉิทฺทํ ทิสฺวา, ‘‘อิทํ กิ’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา, ตาหิ ตสฺสา สตฺถริ อาฆาตพทฺธภาวํ อชานนฺตีหิ ‘‘สตฺถา อิมํ นครํ อาคโต, มยํ เอตฺถ ฐตฺวา สตฺถารํ วนฺทาม เจว ปูเชม จา’’ติ วุตฺเต, ‘‘อาคโต นาม อิมํ นครํ สมโณ โคตโม, อิทานิสฺส กตฺตพฺพํ ชานิสฺสามิ, อิมาปิ ตสฺส อุปฏฺฐายิกา, อิมาสมฺปิ กตฺตพฺพํ ชานิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ – ‘‘มหาราช, สามาวติมิสฺสิกานํ พหิทฺธา ปตฺถนา อตฺถิ, กติปาเหเนว เต ชีวิตํ มาเรสฺสนฺตี’’ติ. ราชา ‘‘น ตา เอวรูปํ กริสฺสนฺตี’’ติ น สทฺทหิ. ปุนปฺปุนํ วุตฺเตปิ น สทฺทหิ เอว. อถ นํ เอวํ ติกฺขตฺตุํ วุตฺเตปิ อสทฺทหนฺตํ ‘‘สเจ เม น สทฺทหสิ, ตาสํ วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา อุปจาเรหิ, มหาราชา’’ติ อาห. ราชา คนฺตฺวา คพฺเภสุ ฉิทฺทํ ทิสฺวา, ‘‘อิทํ กิ’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา, ตสฺมึ อตฺเถ อาโรจิเต ตาสํ อกุชฺฌิตฺวา, กิญฺจิ อวตฺวาว ฉิทฺทานิ ปิทหาเปตฺวา สพฺพคพฺเภสุ อุทฺธจฺฉิทฺทกวาตปานานิ กาเรสิ. อุทฺธจฺฉิทฺทกวาตปานานิ กิร ตสฺมึ กาเล อุปฺปนฺนานิ. มาคณฺฑิยา ตาสํ กิญฺจิ กาตุํ อสกฺกุณิตฺวา, ‘‘สมณสฺส โคตมสฺเสว กตฺตพฺพํ กริสฺสามี’’ติ นาครานํ ลญฺชํ ทตฺวา, ‘‘สมณํ โคตมํ อนฺโตนครํ ปวิสิตฺวา วิจรนฺตํ ทาสกมฺมกรโปริเสหิ อกฺโกเสตฺวา ปริภาเสตฺวา ปลาเปถา’’ติ อาณาเปสิ. มิจฺฉาทิฏฺฐิกา ตีสุ รตเนสุ อปฺปสนฺนา อนฺโตนครํ ปวิฏฺฐํ สตฺถารํ อนุพนฺธิตฺวา, ‘‘โจโรสิ, พาโลสิ, มูโฬฺหสิ, โอฏฺโฐสิ, โคโณสิ, คทฺรโภสิ, เนรยิโกสิ, ติรจฺฉานคโตสิ, นตฺถิ ตุยฺหํ สุคติ, ทุคฺคติเยว ตุยฺหํ ปาฏิกงฺขา’’ติ ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสนฺติ ปริภาสนฺติ.
ตํ สุตฺวา อายสฺมา อานนฺโท สตฺถารํ เอตทโวจ – ‘‘ภนฺเต, อิเม นาครา อเมฺห อกฺโกสนฺติ ปริภาสนฺติ, อิโต อญฺญตฺถ คจฺฉามา’’ติ. ‘‘กุหึ, อานนฺโทติ’’? ‘‘อญฺญํ นครํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘ตตฺถ มนุสฺเสสุ อกฺโกสนฺเตสุ ปุน กตฺถ คมิสฺสาม, อานนฺโท’’ติ? ‘‘ตโตปิ อญฺญํ นครํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘ตตฺถาปิ มนุสฺเสสุ อกฺโกสนฺเตสุ กุหึ คมิสฺสามา’’ติ? ‘‘ตโตปิ อญฺญํ นครํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อานนฺท, เอวํ กาตุํ น วฏฺฏติ. ยตฺถ อธิกรณํ อุปฺปนฺนํ, ตตฺเถว ตสฺมึ วูปสนฺเต อญฺญตฺถ คนฺตุํ วฏฺฏติ. เก ปน เต, อานนฺท, อกฺโกสนฺตี’’ติ? ‘‘ภนฺเต, ทาสกมฺมกเร อุปาทาย สพฺเพ อกฺโกสนฺตี’’ติ. ‘‘อหํ, อานนฺท, สงฺคามํ โอติณฺณหตฺถิสทิโส, สงฺคามํ โอติณฺณหตฺถิโน หิ จตูหิ ทิสาหิ อาคเต สเร สหิตุํ ภาโร, ตเถว พหูหิ ทุสฺสีเลหิ กถิตกถานํ สหนํ นาม มยฺหํ ภาโร’’ติ วตฺวา อตฺตานํ อารพฺภ ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา นาควคฺเค ติสฺโส คาถา อภาสิ –
‘‘อหํ นาโคว สงฺคาเม, จาปโต ปติตํ สรํ;
อติวากฺยํ ติติกฺขิสฺสํ, ทุสฺสีโล หิ พหุชฺชโน.
‘‘ทนฺตํ นยนฺติ สมิตึ, ทนฺตํ ราชาภิรูหติ;
ทนฺโต เสฏฺโฐ มนุสฺเสสุ, โยติวากฺยํ ติติกฺขติ.
‘‘วรมสฺสตรา ทนฺตา, อาชานียา จ สินฺธวา;
กุญฺชรา จ มหานาคา, อตฺตทนฺโต ตโต วร’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๒๐-๓๒๒);
ธมฺมกถา สมฺปตฺตมหาชนสฺส สาตฺถิกา อโหสิ. เอวํ ธมฺมํ เทเสตฺวา มา จินฺตยิ, อานนฺท, เอเต สตฺตาหมตฺตเมว อกฺโกสิสฺสนฺติ, อฏฺฐเม ทิวเส ตุณฺหี ภวิสฺสนฺติ, พุทฺธานญฺหิ อุปฺปนฺนํ อธิกรณํ สตฺตาหโต อุตฺตริ น คจฺฉติ. มาคณฺฑิยา สตฺถารํ อกฺโกสาเปตฺวา ปลาเปตุํ อสกฺโกนฺตี, ‘‘กึ นุ โข กริสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา, ‘‘อิมา เอตสฺส อุปตฺถมฺภภูตา, เอตาสมฺปิ พฺยสนํ กริสฺสามี’’ติ เอกทิวสํ รญฺโญ สุราปานฏฺฐาเน อุปฏฺฐานํ กโรนฺตี จูฬปิตุ สาสนํ ปหิณิ ‘‘อตฺโถ เม กิร กุกฺกุเฏหิ, อฏฺฐ มตกุกฺกุเฏ, อฏฺฐ สชีวกุกฺกุเฏ จ คเหตฺวา อาคจฺฉตุ, อาคนฺตฺวา จ โสปานมตฺถเก ฐตฺวา อาคตภาวํ นิเวเทตฺวา ‘ปวิสตู’ติ วุตฺเตปิ อปวิสิตฺวา ปฐมํ อฏฺฐ สชีวกุกฺกุเฏ ปหิณตุ, ‘ปจฺฉา อิตเร’’’ติ. จูฬาปฏฺฐากสฺส จ ‘‘มม วจนํ กเรยฺยาสี’’ติ ลญฺชํ อทาสิ. มาคณฺฑิโย อาคนฺตฺวา, รญฺโญ นิเวทาเปตฺวา, ‘‘ปวิสตู’’ติ วุตฺเต, ‘‘รญฺโญ อาปานภูมึ น ปวิสิสฺสามี’’ติ อาห. อิตรา จูฬุปฏฺฐากํ ปหิณิ – ‘‘คจฺฉ, ตาต, มม จูฬปิตุ สนฺติก’’นฺติ. โส คนฺตฺวา เตน ทินฺเน อฏฺฐ สชีวกุกฺกุเฏ อาเนตฺวา, ‘‘เทว, ปุโรหิเตน ปณฺณากาโร ปหิโต’’ติ อาห. ราชา ‘‘ภทฺทโก วต โน อุตฺตริภงฺโค อุปฺปนฺโน, โก นุ โข ปเจยฺยา’’ติ อาห. มาคณฺฑิยา, ‘‘มหาราช, สามาวติปฺปมุขา ปญฺจสตา อิตฺถิโย นิกฺกมฺมิกา วิจรนฺติ, ตาสํ เปเสหิ, ตา ปจิตฺวา อาหริสฺสนฺตี’’ติ อาห. ราชา ‘‘คจฺฉ, ตาสํ ทตฺวา อญฺญสฺส กิร หตฺเถ อทตฺวา สยเมว มาเรตฺวา ปจนฺตู’’ติ เปเสสิ. จูฬุปฏฺฐาโก ‘‘สาธุ เทวา’’ติ คนฺตฺวา ตถา วตฺวา ตาหิ ‘‘มยํ ปาณาติปาตํ น กโรมา’’ติ ปฏิกฺขิตฺโต อาคนฺตฺวา ตมตฺถํ รญฺโญ อาโรเจสิ. มาคณฺฑิยา ‘‘ทิฏฺฐํ เต, มหาราช, อิทานิ ตาสํ ปาณาติปาตสฺส กรณํ วา อกรณํ วา ชานิสฺสสิ, ‘สมณสฺส โคตมสฺส ปจิตฺวา เปเสนฺตู’ติ วเทหิ เทวา’’ติ อาห. ราชา ตถา วตฺวา เปเสสิ. อิตโร เต คเหตฺวา คจฺฉนฺโต วิย หุตฺวา คนฺตฺวา เต กุกฺกุเฏ ปุโรหิตสฺส ทตฺวา มตกุกฺกุเฏ ตาสํ สนฺติกํ เนตฺวา, ‘‘อิเม กิร กุกฺกุเฏ ปจิตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ ปหิณถา’’ติ อาห. ตา, ‘‘สามิ, อาหร, อิทํ นาม อมฺหากํ กิจฺจ’’นฺติ ปจฺจุคฺคนฺตฺวา คณฺหึสุ. โส รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘กึ, ตาตา’’ติ ปุฏฺโฐ, ‘‘สมณสฺส โคตมสฺส ปจิตฺวา เปเสถาติ วุตฺตมตฺเตเยว ปฏิมคฺคํ อาคนฺตฺวา คณฺหึสู’’ติ อาจิกฺขิ. มาคณฺฑิยา ‘‘ปสฺส, มหาราช, น ตา ตุมฺหาทิสานํ กโรนฺติ, พหิทฺธา ปตฺถนา ตาสํ อตฺถีติ วุตฺเต น สทฺทหสี’’ติ อาห. ราชา ตํ สุตฺวาปิ อธิวาเสตฺวา ตุณฺหีเยว อโหสิ. มาคณฺฑิยา ‘‘กึ นุ โข กริสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ.
ตทา ปน ราชา ‘‘สามาวติยา วาสุลทตฺตาย มาคณฺฑิยาย จา’’ติ ติสฺสนฺนมฺปิ เอตาสํ ปาสาทตเล วาเรน วาเรน สตฺตาหํ สตฺตาหํ วีตินาเมติ. อถ นํ ‘‘เสฺว วา ปรสุเว วา สามาวติยา ปาสาทตลํ คมิสฺสตี’’ติ ญตฺวา มาคณฺฑิยา จูฬปิตุ สาสนํ ปหิณิ – ‘‘อคเทน กิร ทาฐา โธวิตฺวา เอกํ สปฺปํ เปเสตู’’ติ. โส ตถา กตฺวา เปเสสิ. ราชา อตฺตโน คมนฏฺฐานํ หตฺถิกนฺตวีณํ อาทายเยว คจฺฉติ, ตสฺสา โปกฺขเร เอกํ ฉิทฺทํ อตฺถิ. มาคณฺฑิยา เตน ฉิทฺเทน สปฺปํ ปเวเสตฺวา ฉิทฺทํ มาลาคุเฬน ถเกสิ. สปฺโป ทฺวีหตีหํ อนฺโตวีณายเมว อโหสิ. มาคณฺฑิยา รญฺโญ คมนทิวเส ‘‘อชฺช กตริสฺสิตฺถิยา ปาสาทํ คมิสฺสสิ เทวา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สามาวติยา’’ติ วุตฺเต, ‘‘อชฺช มยา, มหาราช, อมนาโป สุปิโน ทิฏฺโฐ. น สกฺกา ตตฺถ คนฺตุํ, เทวา’’ติ? ‘‘คจฺฉาเมวา’’ติ. สา ยาว ตติยํ วาเรตฺวา, ‘‘เอวํ สนฺเต อหมฺปิ ตุเมฺหหิ สทฺธึ คมิสฺสามิ, เทวา’’ติ วตฺวา นิวตฺติยมานาปิ อนิวตฺติตฺวา, ‘‘น ชานามิ, กึ ภวิสฺสติ เทวา’’ติ รญฺญา สทฺธึเยว อคมาสิ.
ราชา สามาวติมิสฺสิกาหิ ทินฺนานิ วตฺถปุปฺผคนฺธาภรณานิ ธาเรตฺวา สุโภชนํ ภุญฺชิตฺวา วีณํ อุสฺสีสเก ฐเปตฺวา สยเน นิปชฺชิ. มาคณฺฑิยา อปราปรํ วิจรนฺตี วิย หุตฺวา วีณาฉิทฺทโต ปุปฺผคุฬํ อปเนสิ. สปฺโป ทฺวีหตีหํ นิราหาโร เตน ฉิทฺเทน นิกฺขมิตฺวา ปสฺสสนฺโต ผณํ กตฺวา สยนปิฏฺเฐ นิปชฺชิ. มาคณฺฑิยา ตํ ทิสฺวา, ‘‘ธี ธี, เทว, สปฺโป’’ติ มหาสทฺทํ กตฺวา ราชานญฺจ ตา จ อกฺโกสนฺตี, ‘‘อยํ อนฺธพาลราชา อลกฺขิโก มยฺหํ วจนํ น สุณาติ, อิมาปิ นิสฺสิรีกา ทุพฺพินีตา, กึ นาม รญฺโญ สนฺติกา น ลภนฺติ, กึ นุ ตุเมฺห อิมสฺมึ มเตเยว สุขํ ชีวิสฺสถ, ชีวนฺเต ทุกฺขํ ชีวถ, ‘อชฺช มยา ปาปสุปิโน ทิฏฺโฐ, สามาวติยา ปาสาทํ คนฺตุํ น วฏฺฏตี’ติ วาเรนฺติยาปิ เม วจนํ น สุณสิ, เทวา’’ติ อาห. ราชา สปฺปํ ทิสฺวา มรณภยตชฺชิโต ‘‘เอวรูปมฺปิ นาม อิมา กริสฺสนฺติ, อโห ปาปา, อหํ อิมาสํ ปาปภาวํ อาจิกฺขนฺติยาปิ อิมิสฺสา วจนํ น สทฺทหึ, ปฐมํ อตฺตโน คพฺเภสุ ฉิทฺทานิ กตฺวา นิสินฺนา, ปุน มยา เปสิเต กุกฺกุเฏ ปฏิปหิณึสุ, อชฺช สยเน สปฺปํ วิสฺสชฺชึสู’’ติ โกเธน สมฺปชฺชลิโต วิย อโหสิ.
สามาวตีปิ ปญฺจนฺนํ อิตฺถิสตานํ โอวาทํ อทาสิ – ‘‘อมฺมา, อมฺหากํ อญฺญํ ปฏิสรณํ นตฺถิ, นรินฺเท จ เทวิยา จ อตฺตนิ จ สมเมว เมตฺตจิตฺตํ ปวตฺเตถ, มา กสฺสจิ โกปํ กริตฺถา’’ติ. ราชา สหสฺสถามํ สิงฺคธนุํ อาทาย ชิยํ โปเถตฺวา วิสปีตํ สรํ สนฺนยฺหิตฺวา สามาวตึ ธุเร กตฺวา สพฺพา ตา ปฏิปาฏิยา ฐปาเปตฺวา สามาวติยา อุเร สรํ วิสฺสชฺเชสิ. โส ตสฺสา เมตฺตานุภาเวน ปฏินิวตฺติตฺวา อาคตมคฺคาภิมุโขว หุตฺวา รญฺโญ หทยํ ปวิสนฺโต วิย อฏฺฐาสิ. ราชา จินฺเตสิ – ‘‘มยา ขิตฺโต สโร สิลมฺปิ วินิวิชฺฌิตฺวา คจฺฉติ, อากาเส ปฏิหนนกฏฺฐานํ นตฺถิ, อถ จ ปเนส นิวตฺติตฺวา มม หทยาภิมุโข ชาโต, อยญฺหิ นาม นิสฺสตฺโต นิชฺชีโว สโรปิ เอติสฺสา คุณํ ชานาติ, อหํ มนุสฺสภูโตปิ น ชานามี’’ติ, โส ธนุํ ฉฑฺเฑตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห สามาวติยา ปาทมูเล อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อิมํ คาถมาห –
‘‘สมฺมุยฺหามิ ปมุยฺหามิ, สพฺพา มุยฺหนฺติ เม ทิสา;
สามาวติ มํ ตายสฺสุ, ตฺวญฺจ เม สรณํ ภวา’’ติ.
สา ตสฺส วจนํ สุตฺวา, ‘‘สาธุ, เทว, มํ สรณํ คจฺฉา’’ติ อวตฺวา, ‘‘ยมหํ, มหาราช, สรณํ คตา, ตเมว ตฺวมฺปิ สรณํ คจฺฉาหี’’ติ อิทํ วตฺวา สามาวตี สมฺมาสมฺพุทฺธสาวิกา –
‘‘มา มํ ตฺวํ สรณํ คจฺฉ, ยมหํ สรณํ คตา;
เอส พุทฺโธ มหาราช, เอส พุทฺโธ อนุตฺตโร;
สรณํ คจฺฉ ตํ พุทฺธํ, ตฺวญฺจ เม สรณํ ภวา’’ติ. –
อาห. ราชา ตสฺส วจนํ สุตฺวา, ‘‘อิทานาหํ อติเรกตรํ ภายามี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
‘‘เอส ภิยฺโย ปมุยฺหามิ, สพฺพา มุยฺหนฺติ เม ทิสา;
สามาวติ มํ ตายสฺสุ, ตฺวญฺจ เม สรณํ ภวา’’ติ.
อถ นํ สา ปุริมนเยเนว ปุน ปฏิกฺขิปิตฺวา, ‘‘เตน หิ ตฺวญฺจ สรณํ คจฺฉามิ, สตฺถารญฺจ สรณํ คจฺฉามิ, วรญฺจ เต ทมฺมี’’ติ วุตฺเต, ‘‘วโร คหิโต โหตุ, มหาราชา’’ติ อาห. โส สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา สรณํ คนฺตฺวา นิมนฺเตตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส สตฺตาหํ มหาทานํ ทตฺวา สามาวตึ อามนฺเตตฺวา, ‘‘อุฏฺเฐหิ, วรํ คณฺหา’’ติ อาห. ‘‘มหาราช, มยฺหํ หิรญฺญาทีหิ อตฺโถ นตฺถิ, อิมํ ปน เม วรํ เทหิ, ตถา กโรหิ, ยถา สตฺถา นิพทฺธํ ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ อิธาคจฺฉติ, ธมฺมํ สุณิสฺสามี’’ติ. ราชา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ นิพทฺธํ อิธาคจฺฉถ, สามาวติมิสฺสิกา ‘ธมฺมํ สุณิสฺสามา’ติ วทนฺตี’’ติ อาห. ‘‘มหาราช, พุทฺธานํ นาม เอกสฺมึ ฐาเน นิพทฺธํ คนฺตุํ น วฏฺฏติ, มหาชโน สตฺถารํ อาคมนตฺถาย ปจฺจาสีสตี’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต, เอกํ ภิกฺขุํ อาณาเปถา’’ติ. สตฺถา อานนฺทตฺเถรํ อาณาเปสิ. โส ตโต ปฏฺฐาย ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ อาทาย นิพทฺธํ ราชกุลํ คจฺฉติ. ตาปิ เทวิโย นิพทฺธํ เถรํ สปริวารํ โภเชนฺติ, ธมฺมํ สุณนฺติ. ตา เอกทิวสํ เถรสฺส ธมฺมกถํ สุตฺวา ปสีทิตฺวา, ปญฺจหิ อุตฺตราสงฺคสเตหิ ธมฺมปูชํ อกํสุ. เอเกโก อุตฺตราสงฺโค ปญฺจ สตานิ ปญฺจ สตานิ อคฺฆติ.
ตา เอกวตฺถา ทิสฺวา ราชา ปุจฺฉิ – ‘‘กุหึ โว อุตฺตราสงฺโค’’ติ. ‘‘อยฺยสฺส โน ทินฺนา’’ติ. ‘‘เตน สพฺเพ คหิตา’’ติ? ‘‘อาม, คหิตา’’ติ. ราชา เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ตาหิ อุตฺตราสงฺคานํ ทินฺนภาวํ ปุจฺฉิตฺวา ตาหิ ทินฺนภาวญฺจ เถเรน คหิตภาวญฺจ สุตฺวา, ‘‘นนุ, ภนฺเต, อติพหูนิ วตฺถานิ, เอตฺตเกหิ กึ กริสฺสถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อมฺหากํ ปโหนกานิ วตฺถานิ คณฺหิตฺวา เสสานิ ชิณฺณจีวริกานํ ภิกฺขูนํ ทสฺสามิ, มหาราชา’’ติ. ‘‘เต อตฺตโน ชิณฺณจีวรานิ กึ กริสฺสนฺตี’’ติ? ‘‘ชิณฺณตรจีวริกานํ ทสฺสนฺตี’’ติ. ‘‘เต อตฺตโน ชิณฺณตรจีวรานิ กึ กริสฺสนฺตี’’ติ? ‘‘ปจฺจตฺถรณานิ กริสฺสนฺตี’’ติ. ‘‘ปุราณปจฺจตฺถรณานิ กึ กริสฺสนฺตี’’ติ? ‘‘ภูมตฺถรณานิ กริสฺสนฺตี’’ติ. ‘‘ปุราณภูมตฺถรณานิ กึ กริสฺสนฺตี’’ติ? ‘‘ปาทปุญฺฉนานิ กริสฺสนฺติ, มหาราชา’’ติ. ‘‘ปุราณปาทปุญฺฉนานิ กึ กริสฺสนฺตี’’ติ? ‘‘ขณฺฑาขณฺฑิกํ โกฏฺเฏตฺวา มตฺติกาย มทฺทิตฺวา ภิตฺตึ ลิมฺปิสฺสนฺตี’’ติ. ‘‘ภนฺเต, เอตฺตกานิ กตฺวาปิ อยฺยานํ ทินฺนานิ น นสฺสนฺตี’’ติ? ‘‘อาม, มหาราชา’’ติ. ราชา ปสนฺโน อปรานิปิ ปญฺจ วตฺถสตานิ อาหราเปตฺวา เถรสฺส ปาทมูเล ฐปาเปสิ. เถโร กิร ปญฺจสตคฺฆนกาเนว วตฺถานิ ปญฺจสตภาเคน ปาทมูเล ฐเปตฺวา ทินฺนานิ ปญฺจสตกฺขตฺตุํ ลภิ, สหสฺสคฺฆนกานิ สหสฺสภาเคน ปาทมูเล ฐเปตฺวา ทินฺนานิ สหสฺสกฺขตฺตุํ ลภิ, สตสหสฺสคฺฆนกานิ สตสหสฺสภาเคน ปาทมูเล ฐเปตฺวา ทินฺนานิ สตสหสฺสกฺขตฺตุํ ลภิ. เอกํ เทฺว ตีณิ จตฺตาริ ปญฺจ ทสาติอาทินา นเยน ลทฺธานํ ปน คณนา นาม นตฺถิ. ตถาคเต กิร ปรินิพฺพุเต เถโร สกลชมฺพุทีปํ วิจริตฺวา สพฺพวิหาเรสุ ภิกฺขูนํ อตฺตโน สนฺตกาเนว ปตฺตจีวรานิ อทาสิ.
ตทา มาคณฺฑิยาปิ ‘‘ยมหํ กโรมิ. ตํ ตถา อหุตฺวา อญฺญถาว โหติ, อิทานิ กึ นุ โข กริสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา, ‘‘อตฺเถโส อุปาโย’’ติ รญฺเญ อุยฺยานกีฬํ คจฺฉนฺเต จูฬปิตุ สาสนํ ปหิณิ – ‘‘สามาวติยา ปาสาทํ คนฺตฺวา, ทุสฺสโกฏฺฐาคารานิ จ เตลโกฏฺฐาคารานิ จ วิวราเปตฺวา, ทุสฺสานิ เตลจาฏีสุ เตเมตฺวา เตเมตฺวา ถมฺเภ เวเฐตฺวา ตา สพฺพาปิ เอกโต กตฺวา ทฺวารํ ปิทหิตฺวา พหิ ยนฺตกํ ทตฺวา ทณฺฑทีปิกาหิ เคเห อคฺคึ ททมาโน โอตริตฺวา คจฺฉตู’’ติ. โส ปาสาทํ อภิรุยฺห โกฏฺฐาคารานิ วิวริตฺวา วตฺถานิ เตลจาฏีสุ เตเมตฺวา เตเมตฺวา ถมฺเภ เวเฐตุํ อารภิ. อถ นํ สามาวติปฺปมุขา อิตฺถิโย ‘‘กึ เอตํ จูฬปิตา’’ติ วทนฺติโย อุปสงฺกมึสุ. ‘‘อมฺมา, ราชา ทฬฺหิกมฺมตฺถาย อิเม ถมฺเภ เตลปิโลติกาหิ เวฐาเปติ, ราชเคเห นาม สุยุตฺตํ ทุยุตฺตํ ทุชฺชานํ, มา เม สนฺติเก โหถ, อมฺมา’’ติ เอวํ วตฺวา ตา อาคตา คพฺเภ ปเวเสตฺวา ทฺวารานิ ปิทหิตฺวา พหิ ยนฺตกํ ทตฺวา อาทิโต ปฏฺฐาย อคฺคึ เทนฺโต โอตริ. สามาวตี ตาสํ โอวาทํ อทาสิ – ‘‘อมฺหากํ อนมตคฺเค สํสาเร วิจรนฺตีนํ เอวเมว อคฺคินา ฌายมานานํ อตฺตภาวานํ ปริจฺเฉโท พุทฺธญาเณนปิ น สุกโร, อปฺปมตฺตา โหถา’’ติ. ตา เคเห ฌายนฺเต เวทนาปริคฺคหกมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺติโย กาจิ ทุติยผลํ, กาจิ ตติยผลํ ปาปุณึสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ, เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘อิธ, ภนฺเต, รญฺโญ อุเตนสฺส อุยฺยานคตสฺส อนฺเตปุรํ ทฑฺฒํ, ปญฺจ จ อิตฺถิสตานิ กาลกตานิ สามาวติปฺปมุขานิ. ตาสํ, ภนฺเต, อุปาสิกานํ กา คติ, โก อภิสมฺปราโย’ติ? สนฺเตตฺถ, ภิกฺขเว, อุปาสิกาโย โสตาปนฺนา, สนฺติ สกทาคามิโย, สนฺติ อนาคามิโย, สพฺพา ตา, ภิกฺขเว, อุปาสิกาโย อนิปฺผลา กาลกตา’’ติ. อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘โมหสมฺพนฺธโน โลโก, ภพฺพรูโปว ทิสฺสติ;
อุปธีพนฺธโน พาโล, ตมสา ปริวาริโต;
สสฺสโตริว ขายติ, ปสฺสโต นตฺถิ กิญฺจน’’นฺติ. (อุทา. ๗๐);
เอวญฺจ ปน วตฺวา, ‘‘ภิกฺขเว, สตฺตา นาม วฏฺเฏ วิจรนฺตา นิจฺจกาลํ อปฺปมตฺตา หุตฺวา ปุญฺญกมฺมเมว น กโรนฺติ, ปมาทิโน หุตฺวา ปาปกมฺมมฺปิ กโรนฺติ. ตสฺมา วฏฺเฏ วิจรนฺตา สุขมฺปิ ทุกฺขมฺปิ อนุภวนฺตี’’ติ ธมฺมํ เทเสสิ.
ราชา ‘‘สามาวติยา เคหํ กิร ฌายตี’’ติ สุตฺวา เวเคนาคจฺฉนฺโตปิ อทฑฺเฒ สมฺปาปุณิตุํ นาสกฺขิ. อาคนฺตฺวา ปน เคหํ นิพฺพาเปนฺโต อุปฺปนฺนพลวโทมนสฺโส อมจฺจคณปริวุโต นิสีทิตฺวา สามาวติยา คุเณ อนุสฺสรนฺโต, ‘‘กสฺส นุ โข อิทํ กมฺม’’นฺติ จินฺเตตฺวา – ‘‘มาคณฺฑิยาย การิตํ ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา, ‘‘ตาเสตฺวา ปุจฺฉิยมานา น กเถสฺสติ, สณิกํ อุปาเยน ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา อมจฺเจ อาห – ‘‘อมฺโภ, อหํ อิโต ปุพฺเพ อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย อาสงฺกิตปริสงฺกิโตว โหมิ, สามาวตี เม นิจฺจํ โอตารเมว คเวสติ, อิทานิ ปน เม จิตฺตํ นิพฺพุตํ ภวิสฺสติ, สุเขน จ วสิตุํ ลภิสฺสามี’’ติ, เต ‘‘เกน นุ โข, เทว, อิทํ กต’’นฺติ อาหํสุ. ‘‘มยิ สิเนเหน เกนจิ กตํ ภวิสฺสตี’’ติ. มาคณฺฑิยาปิ สมีเป ฐิตา ตํ สุตฺวา, ‘‘นาญฺโญ โกจิ กาตุํ สกฺขิสฺสติ, มยา กตํ, เทว, อหํ จูฬปิตรํ อาณาเปตฺวา กาเรสิ’’นฺติ อาห. ‘‘ตํ ฐเปตฺวา อญฺโญ มยิ สิเนโห สตฺโต นาม นตฺถิ, ปสนฺโนสฺมิ, วรํ เต ทมฺมิ, อตฺตโน ญาติคณํ ปกฺโกสาเปหี’’ติ. สา ญาตกานํ สาสนํ ปหิณิ – ‘‘ราชา เม ปสนฺโน วรํ เทติ, สีฆํ อาคจฺฉนฺตู’’ติ. ราชา อาคตาคตานํ มหนฺตํ สกฺการํ กาเรสิ. ตํ ทิสฺวา ตสฺสา อญฺญาตกาปิ ลญฺชํ ทตฺวา ‘‘มยํ มาคณฺฑิยาย ญาตกา’’ติ อาคจฺฉึสุ. ราชา เต สพฺเพ คาหาเปตฺวา ราชงฺคเณ นาภิปฺปมาเณ อาวาเฏ ขณาเปตฺวา เต ตตฺถ นิสีทาเปตฺวา ปํสูหิ ปูเรตฺวา อุปริ ปลาเล วิกิราเปตฺวา อคฺคึ ทาเปสิ. จมฺมสฺส ทฑฺฒกาเล อยนงฺคเลน กสาเปตฺวา ขณฺฑาขณฺฑํ หีราหีรํ กาเรสิ. มาคณฺฑิยาย สรีรโตปิ ติขิเณน สตฺเถน ฆนฆนฏฺฐาเนสุ มํสํ อุปฺปาเฏตฺวา เตลกปาลํ อุทฺธนํ อาโรเปตฺวา ปูเว วิย ปจาเปตฺวา ตเมว ขาทาเปสิ.
ธมฺมสภายมฺปิ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ, ‘‘อนนุจฺฉวิกํ วต, อาวุโส, เอวรูปาย สทฺธาย ปสนฺนาย อุปาสิกาย เอวรูปํ มรณ’’นฺติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา, ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘ภิกฺขเว, อิมสฺมึ อตฺตภาเว สามาวติปฺปมุขานํ อิตฺถีนํ เอตํ อยุตฺตํ สมฺปตฺตํ. ปุพฺเพ กตกมฺมสฺส ปน ยุตฺตเมว เอตาหิ ลทฺธ’’นฺติ วตฺวา, ‘‘กึ, ภนฺเต, เอตาหิ ปุพฺเพ กตํ, ตํ อาจิกฺขถา’’ติ เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ –
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต ราชเคเห นิพทฺธํ อฏฺฐ ปจฺเจกพุทฺธา ภุญฺชนฺติ. ปญฺจสตา อิตฺถิโย เต อุปฏฺฐหนฺติ. เตสุ สตฺต ปจฺเจกพุทฺธา หิมวนฺตํ คจฺฉนฺติ, เอโก นทีตีเร เอกํ ติณคหนํ อตฺถิ, ตตฺถ ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา นิสีทิ. อเถกทิวสํ ราชา ปจฺเจกพุทฺเธสุ คเตสุ ตา อิตฺถิโย อาทาย นทิยํ อุทกกีฬํ กีฬิตุํ คโต. ตตฺถ ตา อิตฺถิโย ทิวสภาคํ อุทเก กีฬิตฺวา อุตฺตริตฺวา สีตปีฬิตา อคฺคึ วิสิพฺเพตุกามา ‘‘อมฺหากํ อคฺคิกรณฏฺฐานํ โอโลเกถา’’ติ อปราปรํ วิจรนฺติโย ตํ ติณคหนํ ทิสฺวา, ‘‘ติณราสี’’ติ สญฺญาย ตํ ปริวาเรตฺวา ฐิตา อคฺคึ อทํสุ. ติเณสุ ฌายิตฺวา ปตนฺเตสุ ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวา, ‘‘นฏฺฐามฺหา, อมฺหากํ รญฺโญ ปจฺเจกพุทฺโธ ฌายติ, ราชา ญตฺวา อเมฺห นาเสสฺสติ, สุทฑฺฒํ นํ กริสฺสามา’’ติ สพฺพา ตา อิตฺถิโย อิโต จิโต จ ทารูนิ อาหริตฺวา ตสฺส อุปริ ทารุราสึ กรึสุ. มหาทารุราสิ อโหสิ. อถ นํ อาลิมฺเปตฺวา, ‘‘อิทานิ ฌายิสฺสตี’’ติ ปกฺกมึสุ. ตา ปฐมํ อสญฺเจตนิกา หุตฺวา กมฺมุนา น พชฺฌึสุ, อิทานิ ปจฺฉา สญฺเจตนาย กมฺมุนา พชฺฌึสุ. ปจฺเจกพุทฺธํ ปน อนฺโตสมาปตฺติยํ สกฏสหสฺเสหิ ทารูนิ อาหริตฺวา อาลิมฺเปนฺตาปิ อุสฺมาการมตฺตมฺปิ คเหตุํ น สกฺโกนฺติ. ตสฺมา โส สตฺตเม ทิวเส อุฏฺฐาย ยถาสุขํ อคมาสิ. ตา ตสฺส กมฺมสฺส กตตฺตา พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ นิรเย ปจฺจิตฺวา ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสน อตฺตภาวสเต อิมินาว นิยาเมน เคเห ฌายมาเน ฌายึสุ. อิทํ เอตาสํ ปุพฺพกมฺมนฺติ.
เอวํ วุตฺเต ภิกฺขู สตฺถารํ ปฏิปุจฺฉึสุ – ‘‘ขุชฺชุตฺตรา ปน, ภนฺเต, เกน กมฺเมน ขุชฺชา ชาตา, เกน กมฺเมน มหาปญฺญา, เกน กมฺเมน โสตาปตฺติผลํ อธิคตา, เกน กมฺเมน ปเรสํ เปสนการิตา ชาตา’’ติ? ภิกฺขเว, ตสฺเสว รญฺโญ พาราณสิยํ รชฺชํ กรณกาเล เสฺวว ปจฺเจกพุทฺโธ โถกํ ขุชฺชธาตุโก อโหสิ. อเถกา อุปฏฺฐายิกา อิตฺถี กมฺพลํ ปารุปิตฺวา สุวณฺณสรณํ คเหตฺวา, ‘‘อมฺหากํ ปจฺเจกพุทฺโธ เอวญฺจ เอวญฺจ วิจรตี’’ติ ขุชฺชา หุตฺวา ตสฺส วิจรณาการํ ทสฺเสสิ. ตสฺส นิสฺสนฺเทน ขุชฺชา ชาตา. เต ปน ปจฺเจกพุทฺเธ ปฐมทิวเส ราชเคเห นิสีทาเปตฺวา ปตฺเต คาหาเปตฺวา ปายาสสฺส ปูเรตฺวา ทาเปสิ. อุณฺหปายาสสฺส ปูเร ปตฺเต ปจฺเจกพุทฺธา ปริวตฺเตตฺวา ปริวตฺเตตฺวา คณฺหนฺติ. สา อิตฺถี เต ตถา กโรนฺเต ทิสฺวา อตฺตโน สนฺตกานิ อฏฺฐ ทนฺตวลยานิ ทตฺวา, ‘‘อิธ ฐเปตฺวา คณฺหถา’’ติ อาห. เตสุ ตถา กตฺวา ตํ โอโลเกตฺวา ฐิเตสุ เตสํ อธิปฺปายํ ญตฺวา, ‘‘นตฺถิ, ภนฺเต, อมฺหากํ เอเตหิ อตฺโถ. ตุมฺหากญฺเญว เอตานิ ปริจฺจตฺตานิ, คเหตฺวา คจฺฉถา’’ติ อาห. เต คเหตฺวา นนฺทมูลกปพฺภารํ อคมํสุ. อชฺชตนาปิ ตานิ วลยานิ อโรคาเนว. สา ตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน อิทานิ ติปิฏกธรา มหาปญฺญา ชาตา. ปจฺเจกพุทฺธานํ กตอุปฏฺฐานสฺส นิสฺสนฺเทน ปน โสตาปตฺติผลํ ปตฺตา. อิทมสฺสา พุทฺธนฺตเร ปุพฺพกมฺมํ.
กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล ปน เอกา พาราณสิเสฏฺฐิโน ธีตา วฑฺฒมานกจฺฉายาย อาทาสํ คเหตฺวา อตฺตานํ อลงฺกโรนฺตี นิสีทิ. อถสฺสา วิสฺสาสิกา เอกา ขีณาสวา ภิกฺขุนี ตํ ทฏฺฐุํ อคมาสิ. ภิกฺขุนิโย หิ ขีณาสวาปิ สายนฺหสมเย อุปฏฺฐากกุลานิ ทฏฺฐุกามา โหนฺติ. ตสฺมึ ปน ขเณ เสฏฺฐิธีตาย สนฺติเก กาจิ เปสนการิกา นตฺถิ, สา ‘‘วนฺทามิ, อยฺเย, เอตํ ตาว เม ปสาธนเปฬกํ คเหตฺวา เทถา’’ติ อาห. เถรี จินฺเตสิ – ‘‘สจสฺสา อิมํ คณฺหิตฺวา น ทสฺสามิ, มยิ อาฆาตํ กตฺวา นิรเย นิพฺพตฺติสฺสติ. สเจ ปน ทสฺสามิ, ปรสฺส เปสนการิกา หุตฺวา นิพฺพตฺติสฺสติ. นิรยสนฺตาปโต โข ปน ปรสฺส เปสนภาโวว เสยฺโย’’ติ. ‘‘สา อนุทยํ ปฏิจฺจ ตํ คเหตฺวา ตสฺสา อทาสิ. ตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน ปเรสํ เปสนการิกา ชาตา’’ติ.
อถ ปุเนกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘สามาวติปฺปมุขา ปญฺจสตา อิตฺถิโย เคเห อคฺคินา ฌายึสุ, มาคณฺฑิยาย ญาตกา อุปริ ปลาลคฺคึ ทตฺวา อยนงฺคเลหิ ภินฺนา, มาคณฺฑิยา ปกฺกุถิตเตเล ปกฺกา, เก นุ โข เอตฺถ ชีวนฺติ นาม, เก มตา นามา’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา, ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, เย เกจิ ปมตฺตา, เต วสฺสสตํ ชีวนฺตาปิ มตาเยว นาม. เย อปฺปมตฺตา, เต มตาปิ ชีวนฺติเยว. ตสฺมา มาคณฺฑิยา ชีวนฺตีปิ มตาเยว นาม, สามาวติปฺปมุขา ปญฺจสตา อิตฺถิโย มตาปิ ชีวนฺติเยว นาม. น หิ, ภิกฺขเว, อปฺปมตฺตา มรนฺติ นามา’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –
๒๑. ‘‘อปฺปมาโท อมตปทํ, ปมาโท มจฺจุโน ปทํ;
อปฺปมตฺตา น มียนฺติ, เย ปมตฺตา ยถา มตา.
๒๒. ‘‘เอวํ วิเสสโต ญตฺวา, อปฺปมาทมฺหิ ปณฺฑิตา;
อปฺปมาเท ปโมทนฺติ, อริยานํ โคจเร รตา.
๒๓. ‘‘เต ฌายิโน สาตติกา, นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมา;
ผุสนฺติ ธีรา นิพฺพานํ, โยคกฺเขมํ อนุตฺตร’’นฺติ.
ตตฺถ อปฺปมาโทติ ปทํ มหนฺตํ อตฺถํ ทีเปติ, มหนฺตํ อตฺถํ คเหตฺวา ติฏฺฐติ. สกลมฺปิ หิ เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ อาหริตฺวา กถิยมานํ อปฺปมาทปทเมว โอตรติ. เตน วุตฺตํ –
‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ยานิ กานิจิ ชงฺคลานํ ปาณานํ ปทชาตานิ, สพฺพานิ ตานิ หตฺถิปเท สโมธานํ คจฺฉนฺติ, หตฺถิปทํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ ยทิทํ มหนฺตตฺเตน. เอวเมว โข, ภิกฺขเว, เย เกจิ กุสลา ธมฺมา, สพฺเพเต อปฺปมาทมูลกา อปฺปมาทสโมสรณา, อปฺปมาโท เตสํ ธมฺมานํ อคฺคมกฺขายตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๔๐).
โส ปเนส อตฺถโต สติยา อวิปฺปวาโส นาม. นิจฺจํ อุปฏฺฐิตาย สติยา เจตํ นามํ. อมตปทนฺติ อมตํ วุจฺจติ นิพฺพานํ. ตญฺหิ อชาตตฺตา นุ ชียติ น มียติ, ตสฺมา อมตนฺติ วุจฺจติ. ปชฺชนฺติ อิมินาติ ปทํ, อมตํ ปาปุณนฺตีติ อตฺโถ. อมตสฺส ปทํ อมตปทํ, อมตสฺส อธิคมูปาโยติ วุตฺตํ โหติ, ปมาโทติ ปมชฺชนภาโว, มุฏฺฐสฺสติสงฺขาตสฺส สติยา โวสคฺคสฺเสตํ นามํ. มจฺจุโนติ มรณสฺส. ปทนฺติ อุปาโย มคฺโค. ปมตฺโต หิ ชาตึ นาติวตฺตติ, ชาโต ชียติ เจว มียติ จาติ ปมาโท มจฺจุโน ปทํ นาม โหติ, มรณํ อุเปติ. อปฺปมตฺตา น มียนฺตีติ สติยา สมนฺนาคตา หิ อปฺปมตฺตา น มรนฺติ. อชรา อมรา โหนฺตีติ น สลฺลกฺเขตพฺพํ. น หิ โกจิ สตฺโต อชโร อมโร นาม อตฺถิ, ปมตฺตสฺส ปน วฏฺฏํ นาม อปริจฺฉินฺนํ, อปฺปมตฺตสฺส ปริจฺฉินฺนํ. ตสฺมา ปมตฺตา ชาติอาทีหิ อปริมุตฺตตฺตา ชีวนฺตาปิ มตาเยว นาม. อปฺปมตฺตา ปน อปฺปมาทลกฺขณํ วฑฺเฒตฺวา ขิปฺปํ มคฺคผลานิ สจฺฉิกตฺวา ทุติยตติยอตฺตภาเวสุ น นิพฺพตฺตนฺติ. ตสฺมา เต ชีวนฺตาปิ มตาปิ น มียนฺติเยว นาม. เย ปมตฺตา ยถา มตาติ เย ปน สตฺตา ปมตฺตา, เต ปมาทมรเณน มตตฺตา, ยถา หิ ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉเทน มตา ทารุกฺขนฺธสทิสา อปคตวิญฺญาณา, ตเถว โหนฺติ. เตสมฺปิ หิ มตานํ วิย คหฏฺฐานํ ตาว ‘‘ทานํ ทสฺสาม, สีลํ รกฺขิสฺสาม, อุโปสถกมฺมํ กริสฺสามา’’ติ เอกจิตฺตมฺปิ น อุปฺปชฺชติ, ปพฺพชิตานมฺปิ ‘‘อาจริยุปชฺฌายวตฺตาทีนิ ปูเรสฺสาม, ธุตงฺคานิ สมาทิยิสฺสาม, ภาวนํ วฑฺเฒสฺสามา’’ติ น อุปฺปชฺชตีติ มเตน เต กึ นานากรณาว โหนฺติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เย ปมตฺตา ยถา มตา’’ติ.
เอวํ วิเสสโต ญตฺวาติ ปมตฺตสฺส วฏฺฏโต นิสฺสรณํ นตฺถิ, อปฺปมตฺตสฺส อตฺถีติ เอวํ วิเสสโตว ชานิตฺวา. เก ปเนตํ วิเสสํ ชานนฺตีติ? อปฺปมาทมฺหิ ปณฺฑิตาติ เย ปณฺฑิตา เมธาวิโน สปฺปญฺญา อตฺตโน อปฺปมาเท ฐตฺวา อปฺปมาทํ วฑฺเฒนฺติ, เต เอวํ วิเสสการณํ ชานนฺติ. อปฺปมาเท ปโมทนฺตีติ เต เอวํ ญตฺวา ตสฺมึ อตฺตโน อปฺปมาเท ปโมทนฺติ, ปหํสิตมุขา ตุฏฺฐปหฏฺฐา โหนฺติ. อริยานํ โคจเร รตาติ เต เอวํ อปฺปมาเท ปโมทนฺตา ตํ อปฺปมาทํ วฑฺเฒตฺวา อริยานํ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธพุทฺธสาวกานํ โคจรสงฺขาเต จตุสติปฏฺฐานาทิเภเท สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺเม นววิธโลกุตฺตรธมฺเม จ รตา นิรตา, อภิรตา โหนฺตีติ อตฺโถ.
เต ฌายิโนติ เต อปฺปมตฺตา ปณฺฑิตา อฏฺฐสมาปตฺติสงฺขาเตน อารมฺมณูปนิชฺฌาเนน วิปสฺสนามคฺคผลสงฺขาเตน ลกฺขณูปนิชฺฌาเนน จาติ ทุวิเธนปิ ฌาเนน ฌายิโน. สาตติกาติ อภินิกฺขมนกาลโต ปฏฺฐาย ยาว อรหตฺตมคฺคา สตตํ ปวตฺตกายิกเจตสิกวีริยา. นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมาติ ยํ ตํ ปุริสถาเมน ปุริสวีริเยน ปุริสปรกฺกเมน ปตฺตพฺพํ, น ตํ อปาปุณิตฺวา วีริยสฺส สณฺฐานํ ภวิสฺสตีติ เอวรูเปน วีริเยน อนฺตรา อโนสกฺกิตฺวา นิจฺจปฺปวตฺเตน ทฬฺหปรกฺกเมน สมนฺนาคตา. ผุสนฺตีติ เอตฺถ เทฺว ผุสนา ญาณผุสนา จ, วิปากผุสนา จ. ตตฺถ จตฺตาโร มคฺคา ญาณผุสนา นาม, จตฺตาริ ผลานิ วิปากผุสนา นาม. เตสุ อิธ วิปากผุสนา อธิปฺเปตา. อริยผเลน นิพฺพานํ สจฺฉิกโรนฺโต ธีรา ปณฺฑิตา ตาย วิปากผุสนาย ผุสนฺติ, นิพฺพานํ สจฺฉิกโรนฺติ. โยคกฺเขมํ อนุตฺตรนฺติ เย จตฺตาโร โยคา มหาชนํ วฏฺเฏ โอสีทาเปนฺติ, เตหิ เขมํ นิพฺภยํ สพฺเพหิ โลกิยโลกุตฺตรธมฺเมหิ เสฏฺฐตฺตา อนุตฺตรนฺติ.
เทสนาปริโยสาเน พหู โสตาปนฺนาทโย อเหสุํ. เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา ชาตาติ.
สามาวตีวตฺถุ ปฐมํ.
๒. กุมฺภโฆสกเสฏฺฐิวตฺถุ
อุฏฺฐานวโตติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต กุมฺภโฆสกํ อารพฺภ กเถสิ. ราชคหนครสฺมิญฺหิ ราชคหเสฏฺฐิโน เคเห อหิวาตโรโค อุปฺปชฺชิ, ตสฺมึ อุปฺปนฺเน มกฺขิกา อาทึ กตฺวา ยาว คาวา ปฐมํ ติรจฺฉานคตา มรนฺติ, ตโต ทาสกมฺมกโร, สพฺพปจฺฉา เคหสามิกา, ตสฺมา โส โรโค สพฺพปจฺฉา เสฏฺฐิญฺจ ชายญฺจ คณฺหิ. เต โรเคน ผุฏฺฐา ปุตฺตํ สนฺติเก ฐิตํ โอโลเกตฺวา อสฺสุปุณฺเณหิ เนตฺเตหิ ตํ อาหํสุ – ‘‘ตาต, อิมสฺมึ กิร โรเค อุปฺปนฺเน ภิตฺตึ ภินฺทิตฺวา ปลายนฺตาว ชีวิตํ ลภนฺติ, ตฺวํ อเมฺห อโนโลเกตฺวา ปลายิตฺวา ชีวนฺโต ปุนาคนฺตฺวา อมฺหากํ อสุกฏฺฐาเน นาม จตฺตาลีส ธนโกฏิโย นิทหิตฺวา ฐปิตา, ตา อุทฺธริตฺวา ชีวิกํ กปฺเปยฺยาสี’’ติ. โส เตสํ วจนํ สุตฺวา รุทมาโน มาตาปิตโร วนฺทิตฺวา มรณภยภีโต ภิตฺตึ ภินฺทิตฺวา ปลายิตฺวา ปพฺพตคหนํ คนฺตฺวา ทฺวาทส วสฺสานิ ตตฺถ วสิตฺวา มาตาปิตุวสนฏฺฐานํ ปจฺจาคญฺฉิ.
อถ นํ ทหรกาเล คนฺตฺวา ปรูฬฺหเกสมสฺสุกาเล อาคตตฺตา น โกจิ สญฺชานิ. โส มาตาปิตูหิ ทินฺนสญฺญาวเสน ธนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ธนสฺส อโรคภาวํ ญตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘มํ น โกจิ สญฺชานาติ, สจาหํ ธนํ อุทฺธริตฺวา วลญฺชิสฺสามิ, ‘เอเกน ทุคฺคเตน นิธิ อุทฺธโฏ’ติ มํ คเหตฺวา วิเหเฐยฺยุํ, ยํนูนาหํ ภตึ กตฺวา ชีเวยฺย’’นฺติ. อเถกํ ปิโลติกํ นิวาเสตฺวา, ‘‘อตฺถิ โกจิ ภตเกน อตฺถิโก’’ติ ปุจฺฉนฺโต ภตกวีถึ ปาปุณิ. อถ นํ ภตกา ทิสฺวา, ‘‘สเจ อมฺหากํ เอกํ กมฺมํ กริสฺสสิ, ภตฺตเวตนํ เต ทสฺสามา’’ติ อาหํสุ. ‘‘กึ กมฺมํ นามา’’ติ? ‘‘ปโพธนโจทนกมฺมํ. สเจ อุสฺสหสิ, ปาโตว อุฏฺฐาย ‘ตาตา, อุฏฺฐหถ, สกฏานิ สนฺนยฺหถ, โคเณ โยเชถ, หตฺถิอสฺสานํ ติณตฺถาย คมนเวลา; อมฺมา, ตุเมฺหปิ อุฏฺฐหถ, ยาคุํ ปจถ, ภตฺตํ ปจถา’ติ วิจริตฺวา อาโรเจหี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. อถสฺส วสนตฺถาย เอกํ ฆรํ อทํสุ. โส เทวสิกํ ตํ กมฺมํ อกาสิ.
อถสฺส เอกทิวสํ ราชา พิมฺพิสาโร สทฺทมสฺโสสิ. โส ปน สพฺพรวญฺญู อโหสิ. ตสฺมา ‘‘มหาธนสฺส ปุริสสฺเสส สทฺโท’’ติ อาห. อถสฺส สนฺติเก ฐิตา เอกา ปริจาริกา ‘‘ราชา ยํ วา ตํ วา น กเถสฺสติ, อิทํ มยา ญาตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา – ‘‘คจฺฉ, ตาต, เอตํ ชานาหี’’ติ เอกํ ปุริสํ ปหิณิ. โส เวเคน คนฺตฺวา ตํ ทิสฺวา อาคนฺตฺวา, ‘‘เอโก ภตกานํ ภติการโก กปณมนุสฺโส เอโส’’ติ อาโรเจสิ. ราชา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ตุณฺหี หุตฺวา ทุติยทิวเสปิ ตติยทิวเสปิ ตํ ตสฺส สทฺทํ สุตฺวา ตเถว อาห. สาปิ ปริจาริกา ตเถว จินฺเตตฺวา ปุนปฺปุนํ เปเสตฺวา, ‘‘กปณมนุสฺโส เอโส’’ติ วุตฺเต จินฺเตสิ – ‘‘ราชา ‘กปณมนุสฺโส เอโส’ติ วจนํ สุตฺวาปิ น สทฺทหติ, ปุนปฺปุนํ ‘มหาธนสฺส ปุริสสฺเสส สทฺโท’ติ วทติ, ภวิตพฺพเมตฺถ การเณน, ยถาสภาวโต เอตํ ญาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. สา ราชานํ อาห, ‘‘เทว, อหํ สหสฺสํ ลภมานา ธีตรํ อาทาย คนฺตฺวา เอตํ ธนํ ราชกุลํ ปเวเสสฺสามี’’ติ. ราชา ตสฺสา สหสฺสํ ทาเปสิ.
สา ตํ คเหตฺวา ธีตรํ เอกํ มลินธาตุกํ วตฺถํ นิวาสาเปตฺวา ตาย สทฺธึ ราชเคหโต นิกฺขมิตฺวา มคฺคปฏิปนฺนา วิย ภตกวีถึ คนฺตฺวา เอกํ ฆรํ ปวิสิตฺวา, ‘‘อมฺม, มยํ มคฺคปฏิปนฺนา, เอกาหทฺวีหํ อิธ วิสฺสมิตฺวา คมิสฺสามา’’ติ อาห. ‘‘อมฺม, พหูนิ ฆรมานุสกานิ, น สกฺกา อิธ วสิตุํ, เอตํ กุมฺภโฆสกสฺส เคหํ ตุจฺฉํ, ตตฺถ คจฺฉถา’’ติ. สา ตตฺถ คนฺตฺวา, ‘‘สามิ, มยํ มคฺคปฏิปนฺนกา, เอกาหทฺวีหํ อิธ วสิสฺสามา’’ติ วตฺวา เตน ปุนปฺปุนํ ปฏิกฺขิตฺตาปิ, ‘‘สามิ, อชฺเชกทิวสมตฺตํ วสิตฺวา ปาโตว คมิสฺสามา’’ติ นิกฺขมิตุํ น อิจฺฉิ. สา ตตฺเถว วสิตฺวา ปุนทิวเส ตสฺส อรญฺญคมนเวลาย, ‘‘สามิ, ตว นิวาปํ ทตฺวา ยาหิ, อาหารํ เต ปจิสฺสามี’’ติ วตฺวา, ‘‘อลํ, อมฺม, อหเมว ปจิตฺวา ภุญฺชิสฺสามี’’ติ วุตฺเต ปุนปฺปุนํ นิพนฺธิตฺวา เตน ทินฺเน คหิตมตฺตเกเยว กตฺวา อนฺตราปณโต ภาชนานิ เจว ปริสุทฺธตณฺฑุลาทีนิ จ อาหราเปตฺวา ราชกุเล ปจนนิยาเมน สุปริสุทฺธํ โอทนํ, สาธุรสานิ จ เทฺว ตีณิ สูปพฺยญฺชนานิ ปจิตฺวา ตสฺส อรญฺญโต อาคตสฺส อทาสิ. อถ นํ ภุญฺชิตฺวา มุทุจิตฺตตํ อาปนฺนํ ญตฺวา, ‘‘สามิ, กิลนฺตมฺห, เอกาหทฺวีหํ อิเธว โหมา’’ติ อาห. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ.
อถสฺส สายมฺปิ ปุนทิวเสปิ มธุรภตฺตํ ปจิตฺวา อทาสิ. อถ มุทุจิตฺตตํ ตสฺส ญตฺวา ‘‘สามิ, กติปาหํ อิเธว วสิสฺสามา’’ติ. ตตฺถ วสมานา ติขิเณน สตฺเถน ตสฺส มญฺจวาณํ เหฏฺฐาอฏนิยํ ตหํ ตหํ ฉินฺทิ. มญฺโจ ตสฺมึ อาคนฺตฺวา นิสินฺนมตฺเตเยว เหฏฺฐา โอลมฺพิ. โส ‘‘กสฺมา อยํ มญฺโจ เอวํ ฉิชฺชิตฺวา คโต’’ติ อาห. ‘‘สามิ, ทหรทารเก วาเรตุํ น สกฺโกมิ, เอตฺเถว สนฺนิปตนฺตี’’ติ. ‘‘อมฺม, อิทํ เม ทุกฺขํ ตุเมฺห นิสฺสาย ชาตํ. อหญฺหิ ปุพฺเพ กตฺถจิ คจฺฉนฺโต ทฺวารํ ปิทหิตฺวา คจฺฉามี’’ติ. ‘‘กึ กโรมิ, ตาต, วาเรตุํ น สกฺโกมี’’ติ. สา อิมินาว นิยาเมน เทฺว ตโย ทิวเส ฉินฺทิตฺวา เตน อุชฺฌายิตฺวา ขียิตฺวา วุจฺจมานาปิ ตเถว วตฺวา ปุน เอกํ เทฺว รชฺชุเก ฐเปตฺวา เสเส ฉินฺทิ. ตํ ทิวสํ ตสฺมึ นิสินฺนมตฺเตเยว สพฺพํ วาณํ ภูมิยํ ปติ, สีสํ ชณฺณุเกหิ สทฺธึ เอกโต อโหสิ, โส อุฏฺฐาย, ‘‘กึ กโรมิ, อิทานิ กุหึ คมิสฺสามิ, นิปชฺชนมญฺจสฺสปิ ตุเมฺหหิ อสามิโก วิย กโตมฺหี’’ติ อาห. ‘‘ตาต, กึ กโรมิ, ปฏิวิสฺสกทารเก วาเรตุํ น สกฺโกมิ, โหตุ, มา จินฺตยิ, อิมาย นาม เวลาย กุหึ คมิสฺสสี’’ติ ธีตรํ อามนฺเตตฺวา, ‘‘อมฺม, ตว ภาติกสฺส นิปชฺชโนกาสํ กโรหี’’ติ อาห. สา เอกปสฺเส สยิตฺวา ‘‘อิธาคจฺฉ, สามี’’ติ อาห. อิตโรปิ นํ ‘‘คจฺฉ, ตาต, ภคินิยา สทฺธึ นิปชฺชา’’ติ วเทสิ. โส ตาย สทฺธึ เอกมญฺเจ นิปชฺชิตฺวา ตํ ทิวสญฺเญว สนฺถวํ อกาสิ, กุมาริกา ปโรทิ. อถ นํ มาตา ปุจฺฉิ – ‘‘กึ, อมฺม, โรทสี’’ติ? ‘‘อมฺม, อิทํ นาม ชาต’’นฺติ. ‘‘โหตุ, อมฺม, กึ สกฺกา กาตุํ, ตยาปิ เอกํ ภตฺตารํ อิมินาเปกํ ปาทปริจาริกํ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ ตํ ชามาตรํ อกาสิ. เต สมคฺควาสํ วสึสุ.
สา กติปาหจฺจเยน รญฺโญ สาสนํ เปเสสิ – ‘‘ภตกวีถิยํ ฉณํ กโรนฺตุ. ยสฺส ปน ฆเร ฉโณ น กรียติ, ตสฺส เอตฺตโก นาม ทณฺโฑติ โฆสนํ กาเรตู’’ติ. ราชา ตถา กาเรสิ. อถ นํ สสฺสุ อาห – ‘‘ตาต, ภตกวีถิยํ ราชาณาย ฉโณ กตฺตพฺโพ ชาโต, กึ กโรมา’’ติ? ‘‘อมฺม, อหํ ภตึ กโรนฺโตปิ ชีวิตุํ น สกฺโกมิ, กึ กริสฺสามี’’ติ? ‘‘ตาต, ฆราวาสํ วสนฺตา นาม อิณมฺปิ คณฺหนฺติ, รญฺโญ อาณา อกาตุํ น ลพฺภา. อิณโต นาม เยน เกนจิ อุปาเยน มุจฺจิตุํ สกฺกา, คจฺฉ, กุโตจิ เอกํ วา เทฺว วา กหาปเณ อาหรา’’ติ อาห. โส อุชฺฌายนฺโต ขียนฺโต คนฺตฺวา จตฺตาลีสโกฏิธนฏฺฐานโต เอกเมว กหาปณํ อาหริ. สา ตํ กหาปณํ รญฺโญ เปเสตฺวา อตฺตโน กหาปเณน ฉณํ กตฺวา ปุน กติปาหจฺจเยน ตเถว สาสนํ ปหิณิ. ปุน ราชา ตเถว ‘‘ฉณํ กโรนฺตุ, อกโรนฺตานํ เอตฺตโก ทณฺโฑ’’ติ อาณาเปสิ. ปุนปิ โส ตาย ตเถว วตฺวา นิปฺปีฬิยมาโน คนฺตฺวา ตโย กหาปเณ อาหริ. สา เตปิ กหาปเณ รญฺโญ เปเสตฺวา ปุน กติปาหจฺจเยน ตเถว สาสนํ ปหิณิ – ‘‘อิทานิ ปุริเส เปเสตฺวา อิมํ ปกฺโกสาเปตู’’ติ. ราชา เปเสสิ. ปุริสา คนฺตฺวา, ‘‘กุมฺภโฆสโก นาม กตโร’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ปริเยสนฺตา ตํ ทิสฺวา ‘‘เอหิ, โภ ราชา, ตํ ปกฺโกสตี’’ติ อาหํสุ. โส ภีโต ‘‘น มํ ราชา ชานาตี’’ติอาทีนิ วตฺวา คนฺตุํ น อิจฺฉิ. อถ นํ พลกฺกาเรน หตฺถาทีสุ คเหตฺวา อากฑฺฒึสุ. สา อิตฺถี เต ทิสฺวา, ‘‘อเร, ทุพฺพินีตา, ตุเมฺห มม ชามาตรํ หตฺถาทีสุ คเหตุํ อนนุจฺฉวิกา’’ติ ตชฺเชตฺวา, ‘‘เอหิ, ตาต, มา ภายิ, ราชานํ ทิสฺวา ตว หตฺถาทิคาหกานํ หตฺเถเยว ฉินฺทาเปสฺสามี’’ติ ธีตรํ อาทาย ปุรโต หุตฺวา ราชเคหํ ปตฺวา เวสํ ปริวตฺเตตฺวา สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อิตรมฺปิ ปริกฑฺฒิตฺวา อานยึสุเยว.
อถ นํ วนฺทิตฺวา ฐิตํ ราชา อาห – ‘‘ตฺวํ กุมฺภโฆสโก นามา’’ติ? ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘กึ การณา มหาธนํ วญฺเจตฺวา ขาทสี’’ติ? ‘‘กุโต เม, เทว, ธนํ ภตึ กตฺวา ชีวนฺตสฺสา’’ติ? ‘‘มา เอวํ กริ, กึ อเมฺห วญฺเจสี’’ติ? ‘‘น วญฺเจมิ, เทว, นตฺถิ เม ธน’’นฺติ. อถสฺส ราชา เต กหาปเณ ทสฺเสตฺวา, ‘‘อิเม กสฺส กหาปณา’’ติ อาห. โส สญฺชานิตฺวา, ‘‘อโห พาโลมฺหิ, กถํ นุ โข อิเม รญฺโญ หตฺถํ ปตฺตา’’ติ อิโต จิโต จ โอโลเกนฺโต ตา เทฺวปิ ปฏิมณฺฑิตปสาธนา คพฺภทฺวารมูเล ฐิตา ทิสฺวา, ‘‘ภาริยํ วติทํ กมฺมํ, อิมาหิ รญฺญา ปโยชิตาหิ ภวิตพฺพ’’นฺติ จินฺเตสิ. อถ นํ ราชา ‘‘วเทหิ, โภ, กสฺมา เอวํ กโรสี’’ติ อาห. ‘‘นิสฺสโย เม นตฺถิ, เทวา’’ติ. ‘‘มาทิโส นิสฺสโย ภวิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ. ‘‘กลฺยาณํ, เทว, สเจ เม เทโว อวสฺสโย โหตี’’ติ. ‘‘โหมิ, โภ, กิตฺตกํ เต ธน’’นฺติ? ‘‘จตฺตาลีสโกฏิโย, เทวา’’ติ. ‘‘กึ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ? ‘‘สกฏานิ เทวา’’ติ? ราชา อเนกสตานิ สกฏานิ โยชาเปตฺวา ปหิณิตฺวา ตํ ธนํ อาหราเปตฺวา ราชงฺคเณ ราสึ การาเปตฺวา ราชคหวาสิโน สนฺนิปาตาเปตฺวา, ‘‘อตฺถิ กสฺสจิ อิมสฺมึ นคเร ‘‘เอตฺตกํ ธน’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘นตฺถิ, เทวา’’ติ. ‘‘กึ ปนสฺส กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ? ‘‘สกฺการํ, เทวา’’ติ วุตฺเต มหนฺเตน สกฺกาเรน ตํ เสฏฺฐิฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ธีตรํ ตสฺเสว ทตฺวา เตน สทฺธึ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, ปสฺสถิมํ ปุริสํ, เอวรูโป ธิติมา นาม นตฺถิ, จตฺตาลีสโกฏิวิภโว โหนฺโตปิ อุปฺปิลาวิตาการํ วา อสฺมิมานมตฺตํ วา น กโรติ, กปโณ วิย ปิโลติกํ นิวาเสตฺวา ภตกวีถิยํ ภตึ กตฺวา ชีวนฺโต มยา อิมินา นาม อุปาเยน ญาโต. ชานิตฺวา จ ปน ปกฺโกสาเปตฺวา สธนภาวํ สมฺปฏิจฺฉาเปตฺวา ตํ ธนํ อาหราเปตฺวา เสฏฺฐิฏฺฐาเน ฐปิโต, ธีตา จสฺส มยา ทินฺนา. ภนฺเต, มยา จ เอวรูโป ธิติมา น ทิฏฺฐปุพฺโพ’’ติ อาห.
ตํ สุตฺวา สตฺถา ‘‘เอวํ ชีวนฺตสฺส ชีวิกํ ธมฺมิกชีวิกํ นาม, มหาราช, โจริกาทิกมฺมํ ปน อิธโลเก เจว ปีเฬติ หึเสติ, ปรโลเก จ, ตโตนิทานํ สุขํ นาม นตฺถิ. ปุริสสฺส หิ ธนปาริชุญฺญกาเล กสึ วา ภตึ วา กตฺวา ชีวิกเมว ธมฺมิกชีวิกํ นาม. เอวรูปสฺส หิ วีริยสมฺปนฺนสฺส สติสมฺปนฺนสฺส กายวาจาหิ ปริสุทฺธกมฺมสฺส ปญฺญาย นิสมฺมการิโน กายาทีหิ สญฺญตสฺส ธมฺมชีวิกํ ชีวนฺตสฺส สติอวิปฺปวาเส ฐิตสฺส อิสฺสริยํ วฑฺฒติเยวา’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๒๔. ‘‘อุฏฺฐานวโต สตีมโต,
สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโน;
สญฺญตสฺส ธมฺมชีวิโน,
อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒตี’’ติ.
ตตฺถ อุฏฺฐานวโตติ อุฏฺฐานวีริยวนฺตสฺส. สติมโตติ สติสมฺปนฺนสฺส. สุจิกมฺมสฺสาติ นิทฺโทเสหิ นิรปราเธหิ กายกมฺมาทีหิ สมนฺนาคตสฺส. นิสมฺมการิโนติ เอวญฺเจ ภวิสฺสติ, เอวํ กริสฺสามีติ วา, อิมสฺมึ กมฺเม เอวํ กเต อิทํ นาม ภวิสฺสตีติ วา เอวํ นิทานํ สลฺลกฺเขตฺวา โรคติกิจฺฉนํ วิย สพฺพกมฺมานิ นิสาเมตฺวา อุปธาเรตฺวา กโรนฺตสฺส. สญฺญตสฺสาติ กายาทีหิ สญฺญตสฺส นิจฺฉิทฺทสฺส. ธมฺมชีวิโนติ อคาริกสฺส ตุลากูฏาทีนิ วชฺเชตฺวา กสิโครกฺขาทีหิ, อนคาริกสฺส เวชฺชกมฺมทูตกมฺมาทีนิ วชฺเชตฺวา ธมฺเมน สเมน ภิกฺขาจริยาย ชีวิกํ กปฺเปนฺตสฺส. อปฺปมตฺตสฺสาติ อวิปฺปวุตฺถสติโน. ยโสภิวฑฺฒตีติ อิสฺสริยโภคสมฺปนฺนสงฺขาโต เจว กิตฺติวณฺณภณนสงฺขาโต จ ยโส อภิวฑฺฒตีติ.
คาถาปริโยสาเน กุมฺภโฆสโก โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. อญฺเญปิ พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสุ. เอวํ มหาชนสฺส สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา ชาตาติ.
กุมฺภโฆสกเสฏฺฐิวตฺถุ ทุติยํ.
๓. จูฬปนฺถกตฺเถรวตฺถุ
อุฏฺฐาเนนปฺปมาเทนาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต จูฬปนฺถกตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.
ราชคเห กิร ธนเสฏฺฐิกุลสฺส ธีตา วยปฺปตฺตกาเล มาตาปิตูหิ สตฺตภูมิกสฺส ปาสาทสฺส อุปริมตเล อติวิย รกฺขิยมานา โยพฺพนมทมตฺตตาย ปุริสโลลา หุตฺวา อตฺตโน ทาเสเนว สทฺธึ สนฺถวํ กตฺวา, ‘‘อญฺเญปิ เม อิทํ กมฺมํ ชาเนยฺยุ’’นฺติ ภีตา เอวมาห – ‘‘อเมฺหหิ อิมสฺมึ ฐาเน น สกฺกา วสิตุํ. สเจ เม มาตาปิตโร อิมํ โทสํ ชานิสฺสนฺติ, ขณฺฑาขณฺฑิกํ มํ กริสฺสนฺติ. วิเทสํ คนฺตฺวา วสิสฺสามา’’ติ. เต หตฺถสารํ คเหตฺวา อคฺคทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา, ‘‘ยตฺถ วา ตตฺถ วา อญฺเญหิ อชานนฏฺฐานํ คนฺตฺวา วสิสฺสามา’’ติ อุโภปิ อคมํสุ. เตสํ เอกสฺมึ ฐาเน วสนฺตานํ สํวาสมนฺวาย ตสฺสา กุจฺฉิสฺมึ คพฺโภ ปติฏฺฐาสิ. สา คพฺภปริปากํ อาคมฺม เตน สทฺธึ มนฺเตสิ, ‘‘คพฺโภ เม ปริปากํ คโต, ญาติพนฺธุวิรหิเต ฐาเน คพฺภวุฏฺฐานํ นาม อุภินฺนมฺปิ อมฺหากํ ทุกฺขาวหํ, กุลเคหเมว คจฺฉามา’’ติ. โส ‘‘สจาหํ ตตฺถ คมิสฺสามิ, ชีวิตํ เม นตฺถี’’ติ ภเยน ‘‘อชฺช คจฺฉาม, เสฺว คจฺฉามา’’ติ ทิวเส อติกฺกาเมสิ. สา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ พาโล อตฺตโน โทสมหนฺตตาย คนฺตุํ น อุสฺสหติ, มาตาปิตโร นาม เอกนฺตหิตาว, อยํ คจฺฉตุ วา, มา วา, อหํ คมิสฺสามี’’ติ. สา ตสฺมึ เคหา นิกฺขนฺเต เคหปริกฺขารํ ปฏิสาเมตฺวา อตฺตโน กุลฆรํ คตภาวํ อนนฺตรเคหวาสีนํ อาโรเจตฺวา มคฺคํ ปฏิปชฺชิ.
โสปิ ฆรํ อาคนฺตฺวา ตํ อทิสฺวา ปฏิวิสฺสเก ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘สา กุลฆรํ คตา’’ติ สุตฺวา เวเคน อนุพนฺธิตฺวา อนฺตรามคฺเค สมฺปาปุณิ. ตสฺสาปิ ตตฺเถว คพฺภวุฏฺฐานํ อโหสิ. โส ‘‘กึ อิทํ, ภทฺเท’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘สามิ, เม เอโก ปุตฺโต ชาโต’’ติ. ‘‘อิทานิ กึ กริสฺสามา’’ติ? ‘‘ยสฺสตฺถาย มยํ กุลฆรํ คจฺเฉยฺยาม, ตํ กมฺมํ อนฺตรามคฺเคว นิปฺผนฺนํ, ตตฺถ คนฺตฺวา กึ กริสฺสาม, นิวตฺติสฺสามา’’ติ เทฺวปิ เอกจิตฺตา หุตฺวา นิวตฺตึสุ. ตสฺส จ ทารกสฺส ปนฺเถ ชาตตฺตา ปนฺถโกติ นามํ กรึสุ. ตสฺสา นจิรสฺเสว อปโรปิ คพฺโภ ปติฏฺฐหิ. สพฺพํ ปุริมนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ. ตสฺสปิ ทารกสฺส ปนฺเถ ชาตตฺตา ปฐมชาตสฺส มหาปนฺถโกติ นามํ กตฺวา อิตรสฺส จูฬปนฺถโกติ นามํ กรึสุ. เต เทฺวปิ ทารเก คเหตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว คตา. เตสํ ตตฺถ วสนฺตานํ มหาปนฺถกทารโก อญฺเญ ทารเก ‘‘จูฬปิตา มหาปิตาติ, อยฺยโก อยฺยิกา’’ติ จ วทนฺเต สุตฺวา มาตรํ ปุจฺฉิ – ‘‘อมฺม, อญฺเญ ทารกา ‘อยฺยโก อยฺยิกา’ติปิ, ‘มหาปิตา จูฬปิตา’ติปิ วทนฺติ, กจฺจิ อมฺหากญฺเญว ญาตกา นตฺถี’’ติ? ‘‘อาม, ตาต, อมฺหากํ เอตฺถ ญาตกา นตฺถิ. ราชคหนคเร ปน โว ธนเสฏฺฐิ นาม อยฺยโก, ตตฺถ อมฺหากํ พหู ญาตกา’’ติ. ‘‘กสฺมา ตตฺถ น คจฺฉถ, อมฺมา’’ติ? สา อตฺตโน อคมนการณํ ปุตฺตสฺส อกเถตฺวา ปุตฺเตสุ ปุนปฺปุนํ กเถนฺเตสุ สามิกํ อาห – ‘‘อิเม ทารกา มํ อติวิย กิลเมนฺติ, กึ โน มาตาปิตโร ทิสฺวา มํสํ ขาทิสฺสนฺติ, เอหิ, ทารกานํ อยฺยกกุลํ ทสฺเสสฺสามา’’ติ? ‘‘อหํ สมฺมุขา ภวิตุํ น สกฺขิสฺสามิ, เต ปน นยิสฺสามี’’ติ. ‘‘สาธุ เยน เกนจิ อุปาเยน ทารกานํ อยฺยกกุลเมว ทฏฺฐุํ วฏฺฏตี’’ติ. เทฺวปิ ชนา ทารเก อาทาย อนุปุพฺเพน ราชคหํ ปตฺวา นครทฺวาเร เอกิสฺสา สาลาย ปวิสิตฺวา ทารกมาตา เทฺว ทารเก คเหตฺวา อตฺตโน อาคตภาวํ มาตาปิตูนํ อาโรจาเปสิ. เต ตํ สาสนํ สุตฺวา, ‘‘สํสาเร วิจรนฺตานํ น ปุตฺโต น ธีตา ภูตปุพฺพา นาม นตฺถิ, เต อมฺหากํ มหาปราธิกา, น สกฺกา เตหิ อมฺหากํ จกฺขุปเถ ฐาตุํ, เอตฺตกํ นาม ธนํ คเหตฺวา เทฺวปิ ชนา ผาสุกฏฺฐานํ คนฺตฺวา ชีวนฺตุ, ทารเก ปน อิธ เปเสนฺตู’’ติ ธนํ ทตฺวา ทูตํ ปาเหสุํ.
เตหิ เปสิตํ ธนํ คเหตฺวา ทารเก อาคตทูตานญฺเญว หตฺเถ ทตฺวา ปหิณึสุ. ทารกา อยฺยกกุเล วฑฺฒนฺติ. เตสุ จูฬปนฺถโก อติทหโร, มหาปนฺถโก ปน อยฺยเกน สทฺธึ ทสพลสฺส ธมฺมกถํ โสตุํ คจฺฉติ. ตสฺส นิจฺจํ สตฺถุ สนฺติกํ คจฺฉนฺตสฺส ปพฺพชฺชาย จิตฺตํ นมิ. โส อยฺยกํ อาห – ‘‘สเจ มํ อนุชาเนยฺยาถ, อหํ ปพฺพเชยฺย’’นฺติ. ‘‘กึ วเทสิ, ตาต, สกลสฺส โลกสฺสปิ เม ปพฺพชฺชาโต ตว ปพฺพชฺชา ภทฺทิกา. สเจ สกฺโกสิ ปพฺพชาหี’’ติ. ตํ สตฺถุ สนฺติกํ เนตฺวา, ‘‘กึ, คหปติ, ทารโก เต ลทฺโธ’’ติ วุตฺเต, ‘‘อาม, ภนฺเต, อยํ เม นตฺตา ตุมฺหากํ สนฺติเก ปพฺพชิตุกาโม’’ติ อาห. สตฺถา อญฺญตรํ ปิณฺฑปาตจาริกํ ภิกฺขุํ ‘‘อิมํ ทารกํ ปพฺพาเชหี’’ติ อาณาเปสิ. เถโร ตสฺส ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิตฺวา ปพฺพาเชสิ. โส พหุํ พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา ปริปุณฺณวสฺโส อุปสมฺปทํ ลภิตฺวา โยนิโสมนสิกาเรน กมฺมฏฺฐานํ กโรนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณิ. โส ฌานสุเขน ผลสุเขน วีตินาเมนฺโต จินฺเตสิ – ‘‘สกฺกา นุ โข อิทํ สุขํ จูฬปนฺถกสฺส ทาตุ’’นฺติ! ตโต อยฺยกเสฏฺฐิสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา เอวมาห – ‘‘มหาเสฏฺฐิ, สเจ อนุชาเนยฺยาถ, อหํ จูฬปนฺถกํ ปพฺพาเชยฺย’’นฺติ. ‘‘ปพฺพาเชถ, ภนฺเต’’ติ. เสฏฺฐิ กิร สาสเน จ สุปฺปสนฺโน, ‘‘กตรธีตาย โว เอเต ปุตฺตา’’ติ ปุจฺฉิยมาโน จ ‘‘ปลาตธีตายา’’ติ วตฺตุํ ลชฺชติ, ตสฺมา สุเขเนว เตสํ ปพฺพชฺชํ อนุชานิ. เถโร จูฬปนฺถกํ ปพฺพาเชตฺวา สีเลสุ ปติฏฺฐาเปสิ. โส ปพฺพชิตฺวาว ทนฺโธ อโหสิ.
‘‘ปทฺมํ ยถา โกกนทํ สุคนฺธํ,
ปาโต สิยา ผุลฺลมวีตคนฺธํ;
องฺคีรสํ ปสฺส วิโรจมานํ,