๓. จูฬปนฺถกตฺเถรวตฺถุ
อุฏฺฐาเนนปฺปมาเทนาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต จูฬปนฺถกตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.
ราชคเห กิร ธนเสฏฺฐิกุลสฺส ธีตา วยปฺปตฺตกาเล มาตาปิตูหิ สตฺตภูมิกสฺส ปาสาทสฺส อุปริมตเล อติวิย รกฺขิยมานา โยพฺพนมทมตฺตตาย ปุริสโลลา หุตฺวา อตฺตโน ทาเสเนว สทฺธึ สนฺถวํ กตฺวา, ‘‘อญฺเญปิ เม อิทํ กมฺมํ ชาเนยฺยุ’’นฺติ ภีตา เอวมาห – ‘‘อเมฺหหิ อิมสฺมึ ฐาเน น สกฺกา วสิตุํ. สเจ เม มาตาปิตโร อิมํ โทสํ ชานิสฺสนฺติ, ขณฺฑาขณฺฑิกํ มํ กริสฺสนฺติ. วิเทสํ คนฺตฺวา วสิสฺสามา’’ติ. เต หตฺถสารํ คเหตฺวา อคฺคทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา, ‘‘ยตฺถ วา ตตฺถ วา อญฺเญหิ อชานนฏฺฐานํ คนฺตฺวา วสิสฺสามา’’ติ อุโภปิ อคมํสุ. เตสํ เอกสฺมึ ฐาเน วสนฺตานํ สํวาสมนฺวาย ตสฺสา กุจฺฉิสฺมึ คพฺโภ ปติฏฺฐาสิ. สา คพฺภปริปากํ อาคมฺม เตน สทฺธึ มนฺเตสิ, ‘‘คพฺโภ เม ปริปากํ คโต, ญาติพนฺธุวิรหิเต ฐาเน คพฺภวุฏฺฐานํ นาม อุภินฺนมฺปิ อมฺหากํ ทุกฺขาวหํ, กุลเคหเมว คจฺฉามา’’ติ. โส ‘‘สจาหํ ตตฺถ คมิสฺสามิ, ชีวิตํ เม นตฺถี’’ติ ภเยน ‘‘อชฺช คจฺฉาม, เสฺว คจฺฉามา’’ติ ทิวเส อติกฺกาเมสิ. สา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ พาโล อตฺตโน โทสมหนฺตตาย คนฺตุํ น อุสฺสหติ, มาตาปิตโร นาม เอกนฺตหิตาว, อยํ คจฺฉตุ วา, มา วา, อหํ คมิสฺสามี’’ติ. สา ตสฺมึ เคหา นิกฺขนฺเต เคหปริกฺขารํ ปฏิสาเมตฺวา อตฺตโน กุลฆรํ คตภาวํ อนนฺตรเคหวาสีนํ อาโรเจตฺวา มคฺคํ ปฏิปชฺชิ.
โสปิ ฆรํ อาคนฺตฺวา ตํ อทิสฺวา ปฏิวิสฺสเก ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘สา กุลฆรํ คตา’’ติ สุตฺวา เวเคน อนุพนฺธิตฺวา อนฺตรามคฺเค สมฺปาปุณิ. ตสฺสาปิ ตตฺเถว คพฺภวุฏฺฐานํ อโหสิ. โส ‘‘กึ อิทํ, ภทฺเท’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘สามิ, เม เอโก ปุตฺโต ชาโต’’ติ. ‘‘อิทานิ กึ กริสฺสามา’’ติ? ‘‘ยสฺสตฺถาย มยํ กุลฆรํ คจฺเฉยฺยาม, ตํ กมฺมํ อนฺตรามคฺเคว นิปฺผนฺนํ, ตตฺถ คนฺตฺวา กึ กริสฺสาม, นิวตฺติสฺสามา’’ติ เทฺวปิ เอกจิตฺตา หุตฺวา นิวตฺตึสุ. ตสฺส จ ทารกสฺส ปนฺเถ ชาตตฺตา ปนฺถโกติ นามํ กรึสุ. ตสฺสา นจิรสฺเสว อปโรปิ คพฺโภ ปติฏฺฐหิ. สพฺพํ ปุริมนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ. ตสฺสปิ ทารกสฺส ปนฺเถ ชาตตฺตา ปฐมชาตสฺส มหาปนฺถโกติ นามํ กตฺวา อิตรสฺส จูฬปนฺถโกติ นามํ กรึสุ. เต เทฺวปิ ทารเก คเหตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว คตา. เตสํ ตตฺถ วสนฺตานํ มหาปนฺถกทารโก อญฺเญ ทารเก ‘‘จูฬปิตา มหาปิตาติ, อยฺยโก อยฺยิกา’’ติ จ วทนฺเต สุตฺวา มาตรํ ปุจฺฉิ – ‘‘อมฺม, อญฺเญ ทารกา ‘อยฺยโก อยฺยิกา’ติปิ, ‘มหาปิตา จูฬปิตา’ติปิ วทนฺติ, กจฺจิ อมฺหากญฺเญว ญาตกา นตฺถี’’ติ? ‘‘อาม, ตาต, อมฺหากํ เอตฺถ ญาตกา นตฺถิ. ราชคหนคเร ปน โว ธนเสฏฺฐิ นาม อยฺยโก, ตตฺถ อมฺหากํ พหู ญาตกา’’ติ. ‘‘กสฺมา ตตฺถ น คจฺฉถ, อมฺมา’’ติ? สา อตฺตโน อคมนการณํ ปุตฺตสฺส อกเถตฺวา ปุตฺเตสุ ปุนปฺปุนํ กเถนฺเตสุ สามิกํ อาห – ‘‘อิเม ทารกา มํ อติวิย กิลเมนฺติ, กึ โน มาตาปิตโร ทิสฺวา มํสํ ขาทิสฺสนฺติ, เอหิ, ทารกานํ อยฺยกกุลํ ทสฺเสสฺสามา’’ติ? ‘‘อหํ สมฺมุขา ภวิตุํ น สกฺขิสฺสามิ, เต ปน นยิสฺสามี’’ติ. ‘‘สาธุ เยน เกนจิ อุปาเยน ทารกานํ อยฺยกกุลเมว ทฏฺฐุํ วฏฺฏตี’’ติ. เทฺวปิ ชนา ทารเก อาทาย อนุปุพฺเพน ราชคหํ ปตฺวา นครทฺวาเร เอกิสฺสา สาลาย ปวิสิตฺวา ทารกมาตา เทฺว ทารเก คเหตฺวา อตฺตโน อาคตภาวํ มาตาปิตูนํ อาโรจาเปสิ. เต ตํ สาสนํ สุตฺวา, ‘‘สํสาเร วิจรนฺตานํ น ปุตฺโต น ธีตา ภูตปุพฺพา นาม นตฺถิ, เต อมฺหากํ มหาปราธิกา, น สกฺกา เตหิ อมฺหากํ จกฺขุปเถ ฐาตุํ, เอตฺตกํ นาม ธนํ คเหตฺวา เทฺวปิ ชนา ผาสุกฏฺฐานํ คนฺตฺวา ชีวนฺตุ, ทารเก ปน อิธ เปเสนฺตู’’ติ ธนํ ทตฺวา ทูตํ ปาเหสุํ.
เตหิ เปสิตํ ธนํ คเหตฺวา ทารเก อาคตทูตานญฺเญว หตฺเถ ทตฺวา ปหิณึสุ. ทารกา อยฺยกกุเล วฑฺฒนฺติ. เตสุ จูฬปนฺถโก อติทหโร, มหาปนฺถโก ปน อยฺยเกน สทฺธึ ทสพลสฺส ธมฺมกถํ โสตุํ คจฺฉติ. ตสฺส นิจฺจํ สตฺถุ สนฺติกํ คจฺฉนฺตสฺส ปพฺพชฺชาย จิตฺตํ นมิ. โส อยฺยกํ อาห – ‘‘สเจ มํ อนุชาเนยฺยาถ, อหํ ปพฺพเชยฺย’’นฺติ. ‘‘กึ วเทสิ, ตาต, สกลสฺส โลกสฺสปิ เม ปพฺพชฺชาโต ตว ปพฺพชฺชา ภทฺทิกา. สเจ สกฺโกสิ ปพฺพชาหี’’ติ. ตํ สตฺถุ สนฺติกํ เนตฺวา, ‘‘กึ, คหปติ, ทารโก เต ลทฺโธ’’ติ วุตฺเต, ‘‘อาม, ภนฺเต, อยํ เม นตฺตา ตุมฺหากํ สนฺติเก ปพฺพชิตุกาโม’’ติ อาห. สตฺถา อญฺญตรํ ปิณฺฑปาตจาริกํ ภิกฺขุํ ‘‘อิมํ ทารกํ ปพฺพาเชหี’’ติ อาณาเปสิ. เถโร ตสฺส ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิตฺวา ปพฺพาเชสิ. โส พหุํ พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา ปริปุณฺณวสฺโส อุปสมฺปทํ ลภิตฺวา โยนิโสมนสิกาเรน กมฺมฏฺฐานํ กโรนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณิ. โส ฌานสุเขน ผลสุเขน วีตินาเมนฺโต จินฺเตสิ – ‘‘สกฺกา นุ โข อิทํ สุขํ จูฬปนฺถกสฺส ทาตุ’’นฺติ! ตโต อยฺยกเสฏฺฐิสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา เอวมาห – ‘‘มหาเสฏฺฐิ, สเจ อนุชาเนยฺยาถ, อหํ จูฬปนฺถกํ ปพฺพาเชยฺย’’นฺติ. ‘‘ปพฺพาเชถ, ภนฺเต’’ติ. เสฏฺฐิ กิร สาสเน จ สุปฺปสนฺโน, ‘‘กตรธีตาย โว เอเต ปุตฺตา’’ติ ปุจฺฉิยมาโน จ ‘‘ปลาตธีตายา’’ติ วตฺตุํ ลชฺชติ, ตสฺมา สุเขเนว เตสํ ปพฺพชฺชํ อนุชานิ. เถโร จูฬปนฺถกํ ปพฺพาเชตฺวา สีเลสุ ปติฏฺฐาเปสิ. โส ปพฺพชิตฺวาว ทนฺโธ อโหสิ.
‘‘ปทฺมํ ยถา โกกนทํ สุคนฺธํ,
ปาโต สิยา ผุลฺลมวีตคนฺธํ;
องฺคีรสํ ปสฺส วิโรจมานํ,
ตปนฺตมาทิจฺจมิวนฺตลิกฺเข’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๒๓; อ. นิ. ๕.๑๙๕) –
อิมํ เอกํ คาถํ จตูหิ มาเสหิ อุคฺคณฺหิตุํ นาสกฺขิ. โส กิร กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล ปพฺพชิตฺวา ปญฺญวา หุตฺวา อญฺญตรสฺส ทนฺธภิกฺขุโน อุทฺเทสคฺคหณกาเล ปริหาสเกฬึ อกาสิ. โส ภิกฺขุ เตน ปริหาเสน ลชฺชิโต เนว อุทฺเทสํ คณฺหิ, น สชฺฌายมกาสิ. เตน กมฺเมน อยํ ปพฺพชิตฺวาว ทนฺโธ ชาโต, คหิตคหิตํ ปทํ อุปรูปริปทํ คณฺหนฺตสฺส นสฺสติ. ตสฺส อิมเมว คาถํ อุคฺคเหตุํ วายมนฺตสฺส จตฺตาโร มาสา อติกฺกนฺตา. อถ นํ มหาปนฺถโก, ‘‘จูฬปนฺถก, ตฺวํ อิมสฺมึ สาสเน อภพฺโพ, จตูหิ มาเสหิ เอกํ คาถมฺปิ คณฺหิตุํ น สกฺโกสิ, ปพฺพชิตกิจฺจํ ปน กถํ มตฺถกํ ปาเปสฺสสิ, นิกฺขม อิโต’’ติ วิหารา นิกฺกฑฺฒิ. จูฬปนฺถโก พุทฺธสาสเน สิเนเหน คิหิภาวํ น ปตฺเถติ.
ตสฺมิญฺจ กาเล มหาปนฺถโก ภตฺตุทฺเทสโก อโหสิ. ชีวโก โกมารภจฺโจ พหุํ มาลาคนฺธวิเลปนํ อาทาย อตฺตโน อมฺพวนํ คนฺตฺวา สตฺถารํ ปูเชตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา อุฏฺฐายาสนา ทสพลํ วนฺทิตฺวา มหาปนฺถกํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘กิตฺตกา, ภนฺเต, สตฺถุ สนฺติเก ภิกฺขู’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ปญฺจมตฺตานิ ภิกฺขุสตานี’’ติ. ‘‘เสฺว, ภนฺเต, พุทฺธปฺปมุขานิ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ อาทาย อมฺหากํ นิเวสเน ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ. ‘‘อุปาสก, จูฬปนฺถโก นาม ภิกฺขุ ทนฺโธ อวิรุฬฺหิธมฺโม, ตํ ฐเปตฺวา เสสานํ นิมนฺตนํ สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ เถโร อาห. ตํ สุตฺวา จูฬปนฺถโก จินฺเตสิ – ‘‘เถโร เอตฺตกานํ ภิกฺขูนํ นิมนฺตนํ สมฺปฏิจฺฉนฺโต มํ พาหิรํ กตฺวา สมฺปฏิจฺฉติ, นิสฺสํสยํ มยฺหํ ภาติกสฺส มยิ จิตฺตํ ภินฺนํ ภวิสฺสติ, กึ ทานิ มยฺหํ อิมินา สาสเนน, คิหี หุตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กโรนฺโต ชีวิสฺสามี’’ติ? โส ปุนทิวเส ปาโตว วิพฺภมิตุํ ปายาสิ.
สตฺถา ปจฺจูสกาเลเยว โลกํ โวโลเกนฺโต อิมํ การณํ ทิสฺวา ปฐมตรํ คนฺตฺวา จูฬปนฺถกสฺส คมนมคฺเค ทฺวารโกฏฺฐเก จงฺกมนฺโต อฏฺฐาสิ. จูฬปนฺถโก คจฺฉนฺโต สตฺถารํ ทิสฺวา อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. อถ นํ สตฺถา ‘‘กุหึ ปน ตฺวํ, จูฬปนฺถก, อิมาย เวลาย คจฺฉสี’’ติ อาห. ‘‘ภาตา มํ, ภนฺเต, นิกฺกฑฺฒติ, เตนาหํ วิพฺภมิตุํ คจฺฉามี’’ติ. ‘‘จูฬปนฺถก, ตว ปพฺพชฺชา นาม มม สนฺตกา, ภาตรา นิกฺกฑฺฒิโต กสฺมา มม สนฺติกํ นาคญฺฉิ, เอหิ, กึ เต คิหิภาเวน, มม สนฺติเก ภวิสฺสสี’’ติ จกฺกงฺกิตตเลน ปาณินา ตํ สิรสิ ปรามสิตฺวา อาทาย คนฺตฺวา คนฺธกุฏิปฺปมุเข นิสีทาเปตฺวา, ‘‘จูฬปนฺถก, ปุรตฺถาภิมุโข หุตฺวา อิมํ ปิโลติกํ ‘รโชหรณํ รโชหรณ’นฺติ ปริมชฺชนฺโต อิเธว โหหี’’ติ อิทฺธิยา อภิสงฺขตํ ปริสุทฺธํ ปิโลติกํ ทตฺวา กาเล อาโรจิเต ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ชีวกสฺส เคหํ คนฺตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิ. จูฬปนฺถโกปิ สูริยํ โอโลเกนฺโต ตํ ปิโลติกํ ‘‘รโชหรณํ รโชหรณ’’นฺติ ปริมชฺชนฺโต นิสีทิ. ตสฺส ตํ ปิโลติกขณฺฑํ ปริมชฺชนฺตสฺส กิลิฏฺฐํ อโหสิ. ตโต จินฺเตสิ – ‘‘อิทํ ปิโลติกขณฺฑํ อติวิย ปริสุทฺธํ, อิมํ ปน อตฺตภาวํ นิสฺสาย ปุริมปกตึ วิชหิตฺวา เอวํ กิลิฏฺฐํ ชาตํ, อนิจฺจา วต สงฺขารา’’ติ ขยวยํ ปฏฺฐเปนฺโต วิปสฺสนํ วฑฺเฒสิ. สตฺถา ‘‘จูฬปนฺถกสฺส จิตฺตํ วิปสฺสนํ อารุฬฺห’’นฺติ ญตฺวา, ‘‘จูฬปนฺถก, ตฺวํ ปิโลติกขณฺฑเมว สํกิลิฏฺฐํ ‘รชํ รช’นฺติ มา สญฺญํ กริ, อพฺภนฺตเร ปน เต ราครชาทโย อตฺถิ, เต หราหี’’ติ วตฺวา โอภาสํ วิสฺสชฺเชตฺวา ปุรโต นิสินฺโน วิย ปญฺญายมานรูโป หุตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –
‘‘ราโค รโช น จ ปน เรณุ วุจฺจติ,
ราคสฺเสตํ อธิวจนํ รโชติ;
เอตํ รชฺชํ วิปฺปชหิตฺว ภิกฺขโว,
วิหรนฺติ เต วิคตรชสฺส สาสเน.
‘‘โทโส รโช น จ ปน เรณุ วุจฺจติ,
โทสสฺเสตํ อธิวจนํ รโชติ;
เอตํ รชํ วิปฺปชหิตฺว ภิกฺขโว,
วิหรนฺติ เต วิคตรชสฺส สาสเน.
‘‘โมโห รโช น จ ปน เรณุ วุจฺจติ,
โมหสฺเสตํ อธิวจนํ รโชติ;
เอตํ รชํ วิปฺปชหิตฺว ภิกฺขโว,
วิหรนฺติ เต วิคตรชสฺส สาสเน’’ติ. (มหานิ. ๒๐๙);
คาถาปริโยสาเน จูฬปนฺถโก สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. สห ปฏิสมฺภิทาหิเยวสฺส ตีณิ ปิฏกานิ อาคมึสุ.
โส กิร ปุพฺเพ ราชา หุตฺวา นครํ ปทกฺขิณํ กโรนฺโต นลาฏโต เสเท มุจฺจนฺเต ปริสุทฺเธน สาฏเกน นลาฏนฺตํ ปุญฺฉิ, สาฏโก กิลิฏฺโฐ อโหสิ. โส ‘‘อิมํ สรีรํ นิสฺสาย เอวรูโป ปริสุทฺโธ สาฏโก ปกตึ ชหิตฺวา กิลิฏฺโฐ ชาโต, อนิจฺจา วต สงฺขารา’’ติ อนิจฺจสญฺญํ ปฏิลภิ. เต การเณนสฺส รโชหรณเมว ปจฺจโย ชาโต.
ชีวโกปิ โข โกมารภจฺโจ ทสพลสฺส ทกฺขิโณทกํ อุปนาเมสิ. สตฺถา ‘‘นนุ, ชีวก, วิหาเร ภิกฺขู อตฺถี’’ติ หตฺเถน ปตฺตํ ปิทหิ. มหาปนฺถโก ‘‘นนุ, ภนฺเต, วิหาเร ภิกฺขู นตฺถี’’ติ อาห. สตฺถา ‘‘อตฺถิ, ชีวกา’’ติ อาห. ชีวโก ‘‘เตน หิ ภเณ คจฺฉ, วิหาเร ภิกฺขูนํ อตฺถิภาวํ วา นตฺถิภาวํ วา ตฺวญฺเญว ชานาหี’’ติ ปุริสํ เปเสสิ. ตสฺมึ ขเณ จูฬปนฺถโก ‘‘มยฺหํ ภาติโก ‘วิหาเร ภิกฺขู นตฺถี’ติ ภณติ, วิหาเร ภิกฺขูนํ อตฺถิภาวมสฺส ปกาเสสฺสามี’’ติ สกลํ อมฺพวนํ ภิกฺขูนญฺเญว ปูเรสิ. เอกจฺเจ ภิกฺขู จีวรกมฺมํ กโรนฺติ, เอกจฺเจ รชนกมฺมํ กโรนฺติ, เอกจฺเจ สชฺฌายํ กโรนฺติ. เอวํ อญฺญมญฺญอสทิสํ ภิกฺขุสหสฺสํ มาเปสิ. โส ปุริโส วิหาเร พหู ภิกฺขู ทิสฺวา นิวตฺติตฺวา, ‘‘อยฺย, สกลํ อมฺพวนํ ภิกฺขูหิ ปริปุณฺณ’’นฺติ ชีวกสฺส อาโรเจสิ. เถโรปิ โข ตตฺเถว –
‘‘สหสฺสกฺขตฺตุมตฺตานํ, นิมฺมินิตฺวาน ปนฺถโก;
นิสีทมฺพวเน รมฺเม, ยาว กาลปฺปเวทนา’’ติ.
อถ สตฺถา ตํ ปุริสํ อาห – ‘‘วิหารํ คนฺตฺวา ‘สตฺถา จูฬปนฺถกํ นาม ปกฺโกสตี’ติ วเทหี’’ติ. เตน คนฺตฺวา ตถา วุตฺเต, ‘‘อหํ จูฬปนฺถโก, อหํ จูฬปนฺถโก’’ติ มุขสหสฺสํ อุฏฺฐหิ. โส ปุริโส ปุน คนฺตฺวา, ‘‘สพฺเพปิ กิร, ภนฺเต, จูฬปนฺถกาเยว นามา’’ติ อาห. ‘‘เตน หิ คนฺตฺวา โย ‘อหํ จูฬปนฺถโก’ติ ปฐมํ วทติ, ตํ หตฺเถ คณฺห, อวเสสา อนฺตรธายิสฺสนฺตี’’ติ. โส ตถา อกาสิ. ตาวเทว สหสฺสมตฺตา ภิกฺขู อนฺตรธายึสุ. เถโรปิ เตน ปุริเสน สทฺธึ อคมาสิ. สตฺถา ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน ชีวกํ อามนฺเตสิ – ‘‘ชีวก, จูฬปนฺถกสฺส ปตฺตํ คณฺหาหิ, อยํ เต อนุโมทนํ กริสฺสตี’’ติ. ชีวโก ตถา อกาสิ. เถโร สีหนาทํ นทนฺโต ตรุณสีโห วิย ตีหิ ปิฏเกหิ สงฺโขเภตฺวา อนุโมทนมกาสิ. สตฺถา อุฏฺฐายาสนา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต วิหารํ คนฺตฺวา ภิกฺขูหิ วตฺเต ทสฺสิเต คนฺธกุฏิปฺปมุเข ฐตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส สุคโตวาทํ ทตฺวา กมฺมฏฺฐานํ กเถตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ อุยฺโยเชตฺวา สุรภิคนฺธวาสิตํ คนฺธกุฏึ ปวิสิตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน สีหเสยฺยํ อุปคโต. อถ สายนฺหสมเย ภิกฺขู อิโต จิโต จ สโมสริตฺวา รตฺตกมฺพลสาณิยา ปริกฺขิตฺตา วิย นิสีทิตฺวา สตฺถุ คุณกถํ อารภึสุ, ‘‘อาวุโส, มหาปนฺถโก จูฬปนฺถกสฺส อชฺฌาสยํ อชานนฺโต จตูหิ มาเสหิ เอกํ คาถํ อุคฺคณฺหาเปตุํ น สกฺโกติ, ‘ทนฺโธ อย’นฺติ วิหารา นิกฺกฑฺฒิ, สมฺมาสมฺพุทฺโธ ปน อตฺตโน อนุตฺตรธมฺมราชตาย เอกสฺมึเยวสฺส อนฺตรภตฺเต สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ อทาสิ, ตีณิ ปิฏกานิ สห ปฏิสมฺภิทาหิเยว อาคตานิ, อโห พุทฺธานํ พลํ นาม มหนฺต’’นฺติ.
อถ ภควา ธมฺมสภายํ อิมํ กถาปวตฺตึ ญตฺวา, ‘‘อชฺช มยา คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ พุทฺธเสยฺยาย อุฏฺฐาย สุรตฺตทุปฏฺฏํ นิวาเสตฺวา วิชฺชุลตํ วิย กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา รตฺตกมฺพลสทิสํ สุคตมหาจีวรํ ปารุปิตฺวา สุรภิคนฺธกุฏิโต นิกฺขมฺม มตฺตวรวารณสีหวิชมฺภิตวิลาเสน อนนฺตาย พุทฺธลีฬาย ธมฺมสภํ คนฺตฺวา อลงฺกตมณฺฑลมาฬมชฺเฌ สุปญฺญตฺตวรพุทฺธาสนํ อภิรุยฺห ฉพฺพณฺณพุทฺธรํสิโย วิสฺสชฺเชนฺโต อณฺณวกุจฺฉึ โขภยมาโน ยุคนฺธรมตฺถเก พาลสูริโย วิย อาสนมชฺเฌ นิสีทิ. สมฺมาสมฺพุทฺเธ ปน อาคตมตฺเต ภิกฺขุสงฺโฆ กถํ ปจฺฉินฺทิตฺวา ตุณฺหี อโหสิ. สตฺถา มุทุเกน เมตฺตจิตฺเตน ปริสํ โอโลเกตฺวา, ‘‘อยํ ปริสา อติวิย โสภติ, เอกสฺสปิ หตฺถกุกฺกุจฺจํ วา ปาทกุกฺกุจฺจํ วา อุกฺกาสิตสทฺโท วา ขิปิตสทฺโท วา นตฺถิ, สพฺเพปิ อิเม พุทฺธคารเวน สคารวา, พุทฺธเตเชน ตชฺชิตา. มยิ อายุกปฺปมฺปิ อกเถตฺวา นิสินฺเน ปฐมํ กถํ สมุฏฺฐาเปตฺวา น กเถสฺสนฺติ. กถาสมุฏฺฐาปนวตฺตํ นาม มยาว ชานิตพฺพํ, อหเมว ปฐมํ กเถสฺสามี’’ติ มธุเรน พฺรหฺมสฺสเรน ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา, ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา, กา จ ปน โว อนฺตรากถา วิปฺปกตา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘น, ภิกฺขเว, จูฬปนฺถโก อิทาเนว ทนฺโธ, ปุพฺเพปิ ทนฺโธเยว. น เกวลญฺจสฺสาหํ อิทาเนว อวสฺสโย ชาโต, ปุพฺเพปิ อวสฺสโย อโหสิเมว. ปุพฺเพ ปนาหํ อิมํ โลกิยกุฏุมฺพสฺส สามิกํ อกาสึ, อิทานิ โลกุตฺตรกุฏุมฺพสฺสา’’ติ วตฺวา ตมตฺถํ วิตฺถารโต โสตุกาเมหิ ภิกฺขูหิ อายาจิโต อตีตํ อาหริ –
‘‘อตีเต, ภิกฺขเว, พาราณสินครวาสี เอโก มาณโว ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา สิปฺปุคฺคหณตฺถาย ทิสาปาโมกฺขสฺส อาจริยสฺส ธมฺมนฺเตวาสิโก หุตฺวา ปญฺจนฺนํ มาณวกสตานํ อนฺตเร อติวิย อาจริยสฺส อุปการโก อโหสิ, ปาทปริกมฺมาทีนิ สพฺพกิจฺจานิ กโรติ. ทนฺธตาย ปน กิญฺจิ อุคฺคณฺหิตุํ น สกฺโก’’ติ. อาจริโย ‘‘อยํ มม พหูปกาโร, สิกฺขาเปสฺสามิ น’’นฺติ วายมนฺโตปิ กิญฺจิ สิกฺขาเปตุํ น สกฺโกติ. โส จิรํ วสิตฺวา เอกคาถมฺปิ อุคฺคณฺหิตุํ อสกฺโกนฺโต อุกฺกณฺฐิตฺวา ‘‘คมิสฺสามี’’ติ อาจริยํ อาปุจฺฉิ. อาจริโย จินฺเตสิ – ‘‘อยํ มยฺหํ อุปการโก, ปณฺฑิตภาวมสฺส ปจฺจาสีสามิ, น นํ กาตุํ สกฺโกมิ, อวสฺสํ มยา อิมสฺส ปจฺจุปกาโร กาตพฺโพ, เอกมสฺส มนฺตํ พนฺธิตฺวา ทสฺสามี’’ติ โส ตํ อรญฺญํ เนตฺวา ‘‘ฆฏฺเฏสิ ฆฏฺเฏสิ, กึ การณา ฆฏฺเฏสิ? อหมฺปิ ตํ ชานามิ ชานามี’’ติ อิมํ มนฺตํ พนฺธิตฺวา อุคฺคณฺหาเปนฺโต อเนกสตกฺขตฺตุํ ปริวตฺตาเปตฺวา, ‘‘ปญฺญายติ เต’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘อาม, ปญฺญายตี’’ติ วุตฺเต ‘‘ทนฺเธน นาม วายามํ กตฺวา ปคุณํ กตํ สิปฺปํ น ปลายตี’’ติ จินฺเตตฺวา มคฺคปริพฺพยํ ทตฺวา, ‘‘คจฺฉ, อิมํ มนฺตํ นิสฺสาย ชีวิสฺสสิ, อปลายนตฺถาย ปนสฺส นิจฺจํ สชฺฌายํ กเรยฺยาสี’’ติ วตฺวา ตํ อุยฺโยเชสิ. อถสฺส มาตา พาราณสิยํ สมฺปตฺตกาเล ‘‘ปุตฺโต เม สิปฺปํ สิกฺขิตฺวา อาคโต’’ติ มหาสกฺการสมฺมานํ อกาสิ.
ตทา พาราณสิราชา ‘‘อตฺถิ นุ โข เม กายกมฺมาทีสุ โกจิ โทโส’’ติ ปจฺจเวกฺขนฺโต อตฺตโน อรุจฺจนกํ กิญฺจิ กมฺมํ อทิสฺวา ‘‘อตฺตโน วชฺชํ นาม อตฺตโน น ปญฺญายติ, ปเรสํ ปญฺญายติ, นาครานํ ปริคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา สายํ อญฺญาตกเวเสน นิกฺขมิตฺวา, ‘‘สายมาสํ ภุญฺชิตฺวา นิสินฺนมนุสฺสานํ กถาสลฺลาโป นาม นานปฺปการโก โหติ, ‘สจาหํ อธมฺเมน รชฺชํ กาเรมิ, ปาเปน อธมฺมิเกน รญฺญา ทณฺฑพลิอาทีหิ หตมฺหา’ติ วกฺขนฺติ. ‘สเจ ธมฺเมน รชฺชํ กาเรมิ, ทีฆายุโก โหตุ โน ราชา’ติอาทีนิ วตฺวา มม คุณํ กเถสฺสนฺตี’’ติ เตสํ เตสํ เคหานํ ภิตฺติอนุสาเรเนว วิจรติ.
ตสฺมึ ขเณ อุมงฺคโจรา ทฺวินฺนํ เคหานํ อนฺตเร อุมงฺคํ ภินฺทนฺติ เอกอุมงฺเคเนว เทฺว เคหานิ ปวิสนตฺถาย. ราชา เต ทิสฺวา เคหจฺฉายาย อฏฺฐาสิ. เตสํ อุมงฺคํ ภินฺทิตฺวา เคหํ ปวิสิตฺวา ภณฺฑกํ โอโลกิตกาเล มาณโว ปพุชฺฌิตฺวา ตํ มนฺตํ สชฺฌายนฺโต ‘‘ฆฏฺเฏสิ ฆฏฺเฏสิ, กึ การณา ฆฏฺเฏสิ? อหมฺปิ ตํ ชานามิ ชานามี’’ติ อาห. เต ตํ สุตฺวา, ‘‘อิมินา กิรมฺหา ญาตา, อิทานิ โน นาเสสฺสตี’’ติ นิวตฺถวตฺถานิปิ ฉฑฺเฑตฺวา ภีตา สมฺมุขสมฺมุขฏฺฐาเนเนว ปลายึสุ. ราชา เต ปลายนฺเต ทิสฺวา อิตรสฺส จ มนฺตสชฺฌายนสทฺทํ สุตฺวา เคหญฺเญว ววตฺถเปตฺวา นาครานํ ปริคฺคณฺหิตฺวา นิเวสนํ ปาวิสิ. โส วิภาตาย ปน รตฺติยา ปาโตเวกํ ปุริสํ ปกฺโกสิตฺวา อาห – ‘‘คจฺฉ ภเณ, อสุกวีถิยํ นาม ยสฺมึ เคเห อุมงฺโค ภินฺโน, ตตฺถ ตกฺกสิลโต สิปฺปํ อุคฺคณฺหิตฺวา อาคตมาณโว อตฺถิ, ตํ อาเนหี’’ติ. โส คนฺตฺวา ‘‘ราชา ตํ ปกฺโกสตี’’ติ วตฺวา มาณวํ อาเนสิ. อถ นํ ราชา อาห – ‘‘ตฺวํ, ตาต, ตกฺกสิลโต สิปฺปํ อุคฺคณฺหิตฺวา อาคตมาณโว’’ติ? ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘อมฺหากมฺปิ ตํ สิปฺปํ เทหี’’ติ. ‘‘สาธุ, เทว, สมานาสเน นิสีทิตฺวา คณฺหาหี’’ติ. ราชาปิ ตถา กตฺวา มนฺตํ คเหตฺวา ‘‘อยํ เต อาจริยภาโค’’ติ สหสฺสํ อทาสิ.
ตทา เสนาปติ รญฺโญ กปฺปกํ อาห – ‘‘กทา รญฺโญ มสฺสุํ กริสฺสสี’’ติ? ‘‘เสฺว วา ปรสุเว วา’’ติ. โส ตสฺส สหสฺสํ ทตฺวา ‘‘กิจฺจํ เม อตฺถี’’ติ วตฺวา, ‘‘กึ, สามี’’ติ วุตฺเต ‘‘รญฺโญ มสฺสุกมฺมํ กโรนฺโต วิย หุตฺวา ขุรํ อติวิย ปหํสิตฺวา คลนาฬึ ฉินฺท, ตฺวํ เสนาปติ ภวิสฺสสิ, อหํ ราชา’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา รญฺโญ มสฺสุกมฺมกรณทิวเส คนฺโธทเกน มสฺสุํ เตเมตฺวา ขุรํ ปหํสิตฺวา นลาฏนฺเต คเหตฺวา, ‘‘ขุโร โถกํ กุณฺฐธาโร, เอกปฺปหาเรเนว คลนาฬึ ฉินฺทิตุํ วฏฺฏตี’’ติ ปุน เอกมนฺตํ ฐตฺวา ขุรํ ปหํสิ. ตสฺมึ ขเณ ราชา อตฺตโน มนฺตํ สริตฺวา สชฺฌายํ กโรนฺโต ‘‘ฆฏฺเฏสิ ฆฏฺเฏสิ, กึ การณา ฆฏฺเฏสิ? อหมฺปิ ตํ ชานามิ ชานามี’’ติ อาห. นฺหาปิตสฺส นลาฏโต เสทา มุจฺจึสุ. โส ‘‘ชานาติ มม การณํ ราชา’’ติ ภีโต ขุรํ ภูมิยํ ขิปิตฺวา ปาทมูเล อุเรน นิปชฺชิ. ราชาโน นาม เฉกา โหนฺติ, เตน ตํ เอวมาห – ‘‘อเร, ทุฏฺฐ, นฺหาปิต, ‘น มํ ราชา ชานาตี’ติ สญฺญํ กโรสี’’ติ. ‘‘อภยํ เม เทหิ, เทวา’’ติ. ‘‘โหตุ, มา ภายิ, กเถหี’’ติ. เสนาปติ เม, เทว, สหสฺสํ ทตฺวา, ‘‘รญฺโญ มสฺสุํ กโรนฺโต วิย คลนาฬึ ฉินฺท, อหํ ราชา หุตฺวา ตํ เสนาปตึ กริสฺสามี’’ติ อาหาติ. ราชา ตํ สุตฺวา ‘‘อาจริยํ เม นิสฺสาย ชีวิตํ ลทฺธ’’นฺติ จินฺเตตฺวา เสนาปตึ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘อมฺโภ, เสนาปติ, กึ นาม ตยา มม สนฺติกา น ลทฺธํ, อิทานิ ตํ ทฏฺฐุํ น สกฺโกมิ, มม รฏฺฐา นิกฺขมาหี’’ติ ตํ รฏฺฐา ปพฺพาเชตฺวา อาจริยํ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘อาจริย, ตํ นิสฺสาย มยา ชีวิตํ ลทฺธ’’นฺติ วตฺวา มหนฺตํ สกฺการํ กริตฺวา ตสฺส เสนาปติฏฺฐานํ อทาสิ. ‘‘โส ตทา จูฬปนฺถโก อโหสิ, สตฺถา ทิสาปาโมกฺโข อาจริโย’’ติ.
สตฺถา อิมํ อตีตํ อาหริตฺวา, ‘‘เอวํ, ภิกฺขเว, ปุพฺเพปิ จูฬปนฺถโก ทนฺโธเยว อโหสิ, ตทาปิสฺสาหํ อวสฺสโย หุตฺวา ตํ โลกิยกุฏุมฺเพ ปติฏฺฐาเปสิ’’นฺติ วตฺวา ปุน เอกทิวสํ ‘‘อโห สตฺถา จูฬปนฺถกสฺส อวสฺสโย ชาโต’’ติ กถาย สมุฏฺฐิตาย จูฬเสฏฺฐิชาตเก อตีตวตฺถุํ กเถตฺวา –
‘‘อปฺปเกนาปิ เมธาวี, ปาภเตน วิจกฺขโณ;
สมุฏฺฐาเปติ อตฺตานํ, อณุํ อคฺคึว สนฺธม’’นฺติ. (ชา. ๑.๑.๔) –
คาถํ วตฺวา, ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนวาหํ อิมสฺส อวสฺสโย ชาโต, ปุพฺเพปิ อวสฺสโย อโหสิเมว. ปุพฺเพ ปนาหํ อิมํ โลกิยกุฏุมฺพสฺส สามิกํ อกาสึ, อิทานิ โลกุตฺตรกุฏุมฺพสฺส. ตทา หิ จูฬนฺเตวาสิโก จูฬปนฺถโก อโหสิ, จูฬเสฏฺฐิ ปน ปณฺฑิโต พฺยตฺโต นกฺขตฺตโกวิโท อหเมวา’’ติ ชาตกํ สโมธาเนสิ.
ปุเนกทิวสํ ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ, ‘‘อาวุโส, จูฬปนฺถโก จตูหิ มาเสหิ จตุปฺปทํ คาถํ คเหตุํ อสกฺโกนฺโตปิ วีริยํ อโนสฺสชฺชิตฺวาว อรหตฺเต ปติฏฺฐิโต, อิทานิ โลกุตฺตรธมฺมกุฏุมฺพสฺส สามิโก ชาโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา, ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, มม สาสเน อารทฺธวีริโย ภิกฺขุ โลกุตฺตรธมฺมสฺส สามิโก โหติเยวา’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๒๕. ‘‘อุฏฺฐาเนนปฺปมาเทน, สํยเมน ทเมน จ;
ทีปํ กยิราถ เมธาวี, ยํ โอโฆ นาภิกีรตี’’ติ.
ตตฺถ ทีปํ กยิราถาติ วีริยสงฺขาเตน อุฏฺฐาเนน, สติยา อวิปฺปวาสาการสงฺขาเตน อปฺปมาเทน, จตุปาริสุทฺธิสีลสงฺขาเตน สํยเมน, อินฺทฺริยทเมน จาติ อิเมหิ การณภูเตหิ จตูหิ ธมฺเมหิ ธมฺโมชปญฺญาย สมนฺนาคโต เมธาวี อิมสฺมึ อติวิย ทุลฺลภปติฏฺฐตาย อติคมฺภีเร สํสารสาคเร อตฺตโน ปติฏฺฐานภูตํ อรหตฺตผลํ ทีปํ กยิราถ กเรยฺย, กาตุํ สกฺกุเณยฺยาติ อตฺโถ. กีทิสํ? ยํ โอโฆ นาภิกีรตีติ ยํ จตุพฺพิโธปิ กิเลโสโฆ อภิกิริตุํ วิทฺธํเสตุํ น สกฺโกติ. น หิ สกฺกา อรหตฺตํ โอเฆน อภิกิริตุนฺติ.
คาถาปริโยสาเน พหู โสตาปนฺนาทโย อเหสุํ. เอวํ เทสนา สมฺปตฺตปริสาย สาตฺถิกา ชาตาติ.
จูฬปนฺถกตฺเถรวตฺถุ ตติยํ.