๕. โกสมฺพกวตฺถุ

ปเร จ น วิชานนฺตีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โกสมฺพเก ภิกฺขู อารพฺภ กเถสิ.

โกสมฺพิยญฺหิ โฆสิตาราเม ปญฺจสตปญฺจสตปริวารา เทฺว ภิกฺขู วิหรึสุ วินยธโร จ ธมฺมกถิโก จ. เตสุ ธมฺมกถิโก เอกทิวสํ สรีรวลญฺชํ กตฺวา อุทกโกฏฺฐเก อาจมนอุทกาวเสสํ ภาชเน ฐเปตฺวาว นิกฺขมิ. ปจฺฉา วินยธโร ตตฺถ ปวิฏฺโฐ ตํ อุทกํ ทิสฺวา นิกฺขมิตฺวา อิตรํ ปุจฺฉิ, ‘‘อาวุโส, ตยา อุทกํ ฐปิต’’นฺติ? ‘‘อาม, อาวุโส’’ติ. ‘‘กึ ปเนตฺถ อาปตฺติภาวํ น ชานาสี’’ติ? ‘‘อาม, น ชานามี’’ติ. ‘‘โหติ, อาวุโส, เอตฺถ อาปตฺตี’’ติ. ‘‘เตน หิ ปฏิกริสฺสามิ น’’นฺติ. ‘‘สเจ ปน เต, อาวุโส, อสญฺจิจฺจ อสฺสติยา กตํ, นตฺถิ อาปตฺตี’’ติ. โส ตสฺสา อาปตฺติยา อนาปตฺติทิฏฺฐิ อโหสิ. วินยธโรปิ อตฺตโน นิสฺสิตกานํ ‘‘อยํ ธมฺมกถิโก อาปตฺตึ อาปชฺชมาโนปิ น ชานาตี’’ติ อาโรเจสิ. เต ตสฺส นิสฺสิตเก ทิสฺวา ‘‘ตุมฺหากํ อุปชฺฌาโย อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวาปิ อาปตฺติภาวํ น ชานาตี’’ติ อาหํสุ. เต คนฺตฺวา อตฺตโน อุปชฺฌายสฺส อาโรเจสุํ. โส เอวมาห – ‘‘อยํ วินยธโร ปุพฺเพ อนาปตฺตีติ วตฺวา อิทานิ อาปตฺตีติ วทติ, มุสาวาที เอโส’’ติ. เต คนฺตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ อุปชฺฌาโย มุสาวาที’’ติ อาหํสุ. เต เอวํ อญฺญมญฺญํ กลหํ วฑฺฒยึสุ. กโต วินยธโร โอกาสํ ลภิตฺวา ธมฺมกถิกสฺส อาปตฺติยา อทสฺสเน อุกฺเขปนียกมฺมมกาสิ. ตโต ปฏฺฐาย เตสํ ปจฺจยทายกา อุปฏฺฐากาปิ เทฺว โกฏฺฐาสา อเหสุํ, โอวาทปฏิคฺคาหกา ภิกฺขุนิโยปิ อารกฺขเทวตาปิ ตาสํ สนฺทิฏฺฐสมฺภตฺตา อากาสฏฺฐเทวตาปีติ ยาว พฺรหฺมโลกา สพฺเพปิ ปุถุชฺชนา เทฺว ปกฺขา อเหสุํ. จาตุมหาราชิกํ อาทึ กตฺวา ยาว อกนิฏฺฐภาวนา ปน เอกนินฺนาทํ โกลาหลํ อคมาสิ.

อเถโก อญฺญตโร ภิกฺขุ ตถาคตมุปสงฺกมิตฺวา อุกฺเขปกานํ วินยธรอนฺเตวาสิกานํ ‘‘ธมฺมิเกเนวายํ วินยกมฺเมน อุกฺขิตฺโต’’ติ ลทฺธิญฺจ, อุกฺขิตฺตานุวตฺตกานํ ธมฺมกถิกอนฺเตวาสิกานํ ปน ‘‘อธมฺมิเกเนว กมฺเมน อุกฺขิตฺโต’’ติ ลทฺธิญฺจ, อุกฺเขปเกหิ วาริยมานานมฺปิ จ เตสํ ตํ อนุปริวาเรตฺวา วิจรณภาวญฺจ อาโรเจสิ ภควา ‘‘สมคฺคา กิร โหนฺตู’’ติ เทฺว วาเร เปเสตฺวา ‘‘น อิจฺฉนฺติ, ภนฺเต, สมคฺคา ภวิตุ’’นฺติ สุตฺวา ตติยวาเร ‘‘ภินฺโน ภิกฺขุสงฺโฆ, ภินฺโน ภิกฺขุสงฺโฆ’’ติ เตสํ สนฺติกํ คนฺตฺวา อุกฺเขปกานํ อุกฺเขปเน, อิตเรสญฺจ อาปตฺติยา อทสฺสเน อาทีนวํ กเถตฺวา ปุน เตสํ ตตฺเถว เอกสีมายํ อุโปสถาทีนิ อนุชานิตฺวา ภตฺตคฺคาทีสุ ภณฺฑนชาตานํ ‘‘อาสนนฺตริกาย นิสีทิตพฺพ’’นฺติ (มหาว. ๔๕๖) ภตฺตคฺเค วตฺตํ ปญฺญาเปตฺวา ‘‘อิทานิปิ ภณฺฑนชาตาว วิหรนฺตี’’ติ สุตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา ‘‘อลํ, ภิกฺขเว, มา ภณฺฑน’’นฺติอาทีนิ วตฺวา, ‘‘ภิกฺขเว, ภณฺฑนกลหวิคฺคหวิวาทา นาเมเต อนตฺถการกา. กลหํ นิสฺสาย หิ ลฏุกิกาปิ สกุณิกา หตฺถินาคํ ชีวิตกฺขยํ ปาเปสี’’ติ ลฏุกิกชาตกํ (ชา. ๑.๕.๓๙ อาทโย) กเถตฺวา, ‘‘ภิกฺขเว, สมคฺคา โหถ, มา วิวทถ. วิวาทํ นิสฺสาย หิ อเนกสตสหสฺสา วฏฺฏกาปิ ชีวิตกฺขยํ ปตฺตา’’ติ วฏฺฏกชาตกํ (ชา. ๑.๑.๑๑๘) กเถสิ. เอวมฺปิ เตสุ ภควโต วจนํ อนาทิยนฺเตสุ อญฺญตเรน ธมฺมวาทินา ตถาคตสฺส วิเหสํ อนิจฺฉนฺเตน ‘‘อาคเมตุ, ภนฺเต ภควา, ธมฺมสามิ, อปฺโปสฺสุกฺโก, ภนฺเต ภควา, ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารมนุยุตฺโต วิหรตุ, มยเมว เตน ภณฺฑเนน กลเหน วิคฺคเหน วิวาเทน ปญฺญายิสฺสามา’’ติ (มหาว. ๔๕๗; ม. นิ. ๓.๒๓๖) วุตฺเต อตีตํ อาหริ –

ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺโต นาม กาสิราชา อโหสิ. พฺรหฺมทตฺเตน ทีฆีติสฺส โกสลรญฺโญ รชฺชํ อจฺฉินฺทิตฺวา อญฺญาตกเวเสน วสนฺตสฺส ปิตุโน มาริตภาวญฺเจว ทีฆาวุกุมาเรน อตฺตโน ชีวิเต ทินฺเน ตโต ปฏฺฐาย เตสํ สมคฺคภาวญฺจ กเถตฺวา ‘‘เตสญฺหิ นาม, ภิกฺขเว, ราชูนํ อาทินฺนทณฺฑานํ อาทินฺนสตฺถานํ เอวรูปํ ขนฺติโสรจฺจํ ภวิสฺสติ. อิธ โข ตํ, ภิกฺขเว, โสเภถ, ยํ ตุเมฺห เอวํ สฺวาขาเต ธมฺมวินเย ปพฺพชิตา สมานา ขมา จ ภเวยฺยาถ โสรตา จา’’ติ โอวทิตฺวาปิ เนว เต สมคฺเค กาตุํ อสกฺขิ. โส ตาย อากิณฺณวิหารตาย อุกฺกณฺฐิโต ‘‘อหํ โข อิทานิ อากิณฺโณ ทุกฺขํ วิหรามิ, อิเม จ ภิกฺขู มม วจนํ น กโรนฺติ. ยํนูนาหํ เอกโกว คณมฺหา วูปกฏฺโฐ วิหเรยฺย’’นฺติ จินฺเตตฺวา โกสมฺพิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา อนปโลเกตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ เอกโกว อตฺตโน ปตฺตจีวรมาทาย พาลกโลณกคามํ คนฺตฺวา ตตฺถ ภคุตฺเถรสฺส เอกจาริกวตฺตํ กเถตฺวา ปาจินวํสมิคทาเย ติณฺณํ กุลปุตฺตานํ สามคฺคิยานิสํสํ กเถตฺวา เยน ปาลิเลยฺยกํ อตฺถิ, ตทวสริ. ตตฺร สุทํ ภควา ปาลิเลยฺยกํ อุปนิสฺสาย รกฺขิตวนสณฺเฑ ภทฺทสาลมูเล ปาลิเลยฺยเกน หตฺถินา อุปฏฺฐิยมาโน ผาสุกํ วสฺสาวาสํ วสิ.

โกสมฺพิวาสิโนปิ โข อุปาสกา วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถารํ อปสฺสนฺตา ‘‘กุหึ, ภนฺเต, สตฺถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ปาลิเลยฺยกวนสณฺฑํ คโต’’ติ. ‘‘กึ การณา’’ติ? ‘‘อเมฺห สมคฺเค กาตุํ วายมิ, มยํ ปน น สมคฺคา อหุมฺหา’’ติ. ‘‘กึ, ภนฺเต, ตุเมฺห สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ตสฺมึ สามคฺคึ กโรนฺเต สมคฺคา นาหุวตฺถา’’ติ? ‘‘เอวมาวุโส’’ติ. ‘‘มนุสฺสา อิเม สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ตสฺมึ สามคฺคึ กโรนฺเตปิ สมคฺคา น ชาตา, มยํ อิเม นิสฺสาย สตฺถารํ ทฏฺฐุํ น ลภิมฺหา, อิเมสํ เนว อาสนํ ทสฺสาม, น อภิวาทนาทีนิ กริสฺสามา’’ติ ตโต ปฏฺฐาย เตสํ สามีจิมตฺตมฺปิ น กรึสุ. เต อปฺปาหารตาย สุสฺสมานา กติปาเหเนว อุชุกา หุตฺวา อญฺญมญฺญํ อจฺจยํ เทเสตฺวา ขมาเปตฺวา ‘‘อุปาสกา มยํ สมคฺคา ชาตา, ตุเมฺหปิ โน ปุริมสทิสา โหถา’’ติ อาหํสุ. ‘‘ขมาปิโต ปน โว, ภนฺเต, สตฺถา’’ติ. ‘‘น ขมาปิโต, อาวุโส’’ติ. ‘‘เตน หิ สตฺถารํ ขมาเปถ, สตฺถุ ขมาปิตกาเล มยมฺปิ ตุมฺหากํ ปุริมสทิสา ภวิสฺสามา’’ติ. เต อนฺโตวสฺสภาเวน สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตุํ อวิสหนฺตา ทุกฺเขน ตํ อนฺโตวสฺสํ วีตินาเมสุํ. สตฺถา ปน เตน หตฺถินา อุปฏฺฐิยมาโน สุขํ วสิ. โสปิ หิ หตฺถินาโค คณํ ปหาย ผาสุวิหารตฺถาเยว ตํ วนสณฺฑํ ปาวิสิ.

ยถาห – ‘‘อหํ โข อากิณฺโณ วิหรามิ หตฺถีหิ หตฺถีนีหิ หตฺถิกลเภหิ หตฺถิจฺฉาเปหิ, ฉินฺนคฺคานิ เจว ติณานิ ขาทามิ, โอภคฺโคภคฺคญฺจ เม สาขาภงฺคํ ขาทนฺติ, อาวิลานิ จ ปานียานิ ปิวามิ, โอคาหา จสฺส เม อุตฺติณฺณสฺส หตฺถินิโย กายํ อุปนิฆํสนฺติโย คจฺฉนฺติ, ยํนูนาหํ เอโกว คณมฺหา วูปกฏฺโฐ วิหเรยฺย’’นฺติ (มหาว. ๔๖๗; อุทา. ๓๕). อถ โข โส หตฺถินาโค ยูถา อปกฺกมฺม เยน ปาลิเลยฺยกํ รกฺขิตวนสณฺฑํ ภทฺทสาลมูลํ, เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ปน ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา โอโลเกนฺโต อญฺญํ กิญฺจิ อทิสฺวา ภทฺทสาลมูลํ ปาเทเนว ปหรนฺโต ตจฺเฉตฺวา โสณฺฑาย สาขํ คเหตฺวา สมฺมชฺชิ. ตโต ปฏฺฐาย โสณฺฑาย ฆฏํ คเหตฺวา ปานียํ ปริโภชนียํ อุปฏฺฐาเปติ, อุโณฺหทเกน อตฺเถ สติ อุโณฺหทกํ ปฏิยาเทติ. กถํ? หตฺเถน กฏฺฐานิ ฆํสิตฺวา อคฺคึ สมฺปาเทติ, ตตฺถ ทารูนิ ปกฺขิปนฺโต อคฺคึ ชาเลตฺวา ตตฺถ ปาสาเณ ปกฺขิปิตฺวา ปจิตฺวา ทารุทณฺฑเกน ปวฏฺเฏตฺวา ปริจฺฉินฺนาย ขุทฺทกโสณฺฑิกาย ขิปติ, ตโต หตฺถํ โอตาเรตฺวา อุทกสฺส ตตฺตภาวํ ชานิตฺวา คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทติ. สตฺถา ‘‘อุทกํ เต ตาปิตํ ปาลิเลยฺยกา’’ติ วตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา นฺหายติ. อถสฺส นานาวิธานิ ผลานิ อาหริตฺวา เทติ. ยทา ปน สตฺถา คามํ ปิณฺฑาย ปวิสติ, ตทา สตฺถุ ปตฺตจีวรมาทาย กุมฺเภ ปติฏฺฐเปตฺวา สตฺถารา สทฺธึเยว คจฺฉติ. สตฺถา คามูปจารํ ปตฺวา ‘‘ปาลิเลยฺยก อิโต ปฏฺฐาย ตยา คนฺตุํ น สกฺกา, อาหาร เม ปตฺตจีวร’’นฺติ อาหราเปตฺวา คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. โสปิ ยาว สตฺถุ นิกฺขมนา ตตฺเถว ฐตฺวา อาคมนกาเล ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา ปุริมนเยเนว ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา วสนฏฺฐาเน โอตาเรตฺวา วตฺตํ ทสฺเสตฺวา สาขาย พีชติ, รตฺตึ วาฬมิคปริปนฺถนิวารณตฺถํ มหนฺตํ ทณฺฑํ โสณฺฑาย คเหตฺวา ‘‘สตฺถารํ รกฺขิสฺสามี’’ติ ยาว อรุณุคฺคมนา วนสณฺฑสฺส อนฺตรนฺตเรน วิจรติ, ตโต ปฏฺฐายเยว กิร โส วนสณฺโฑ ปาลิเลยฺยกรกฺขิตวนสณฺโฑ นาม ชาโต. อรุเณ อุคฺคเต มุโขทกทานํ อาทึ กตฺวา เตเนวูปาเยน สพฺพวตฺตานิ กโรติ.

อเถโก มกฺกโฏ ตํ หตฺถึ อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย ทิวเส ทิวเส ตถาคตสฺส อาภิสมาจาริกํ กโรนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อหมฺปิ กิญฺจิเทว กริสฺสามี’’ติ วิจรนฺโต เอกทิวสํ นิมฺมกฺขิกํ ทณฺฑกมธุํ ทิสฺวา ทณฺฑกํ ภญฺชิตฺวา ทณฺฑเกเนว สทฺธึ มธุปฏลํ สตฺถุ สนฺติกํ อาหริตฺวา กทลิปตฺตํ ฉินฺทิตฺวา ตตฺถ ฐเปตฺวา อทาสิ. สตฺถา คณฺหิ. มกฺกโฏ ‘‘กริสฺสติ นุ โข ปริโภคํ น กริสฺสตี’’ติ โอโลเกนฺโต คเหตฺวา นิสินฺนํ ทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข’’ติ จินฺเตตฺวา ทณฺฑโกฏิยํ คเหตฺวา ปริวตฺเตตฺวา อุปธาเรนฺโต อณฺฑกานิ ทิสฺวา ตานิ สณิกํ อปเนตฺวา ปุน อทาสิ. สตฺถา ปริโภคมกาสิ. โส ตุฏฺฐมานโส ตํ ตํ สาขํ คเหตฺวา นจฺจนฺโตว อฏฺฐาสิ. อถสฺส คหิตสาขาปิ อกฺกนฺตสาขาปิ ภิชฺชึสุ. โส เอกสฺมึ ขาณุมตฺถเก ปติตฺวา นิวิฏฺฐคตฺโต สตฺถริ ปสนฺเนเนว จิตฺเตน กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน ตึสโยชนิเก กนกวิมาเน นิพฺพตฺติ, อจฺฉราสหสฺสปริวาโร มกฺกฏเทวปุตฺโต นาม อโหสิ.

ตถาคตสฺส ตตฺถ หตฺถินาเคน อุปฏฺฐิยมานสฺส วสนภาโว สกลชมฺพุทีเป ปากโฏ อโหสิ. สาวตฺถินครโต ‘‘อนาถปิณฺฑิโก วิสาขา จ มหาอุปาสิกา’’ติเอวมาทีนิ มหากุลานิ อานนฺทตฺเถรสฺส สาสนํ ปหิณึสุ ‘‘สตฺถารํ โน, ภนฺเต, ทสฺเสถา’’ติ. ทิสาวาสิโนปิ ปญฺจสตา ภิกฺขู วุฏฺฐวสฺสา อานนฺทตฺเถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘จิรสฺสุตา โน, อาวุโส อานนฺท, ภควโต สมฺมุขา ธมฺมี กถา, สาธุ มยํ, อาวุโส อานนฺท, ลเภยฺยาม ภควโต สมฺมุขา ธมฺมึ กถํ สวนายา’’ติ ยาจึสุ. เถโร เต ภิกฺขู อาทาย ตตฺถ คนฺตฺวา ‘‘เตมาสํ เอกวิหาริโน ตถาคตสฺส สนฺติกํ เอตฺตเกหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ อุปสงฺกมิตุํ อยุตฺต’’นฺติ จินฺเตตฺวา เต ภิกฺขู พหิ ฐเปตฺวา เอกโกว สตฺถารํ อุปสงฺกมิ. ปาลิเลยฺยโก ตํ ทิสฺวา ทณฺฑมาทาย ปกฺขนฺทิ. สตฺถา โอโลเกตฺวา อเปหิ ‘‘อเปหิ ปาลิเลยฺยก, มา นิวารยิ, พุทฺธุปฏฺฐาโก เอโส’’ติ อาห. โส ตตฺเถว ทณฺฑํ ฉฑฺเฑตฺวา ปตฺตจีวรปฏิคฺคหณํ อาปุจฺฉิ. เถโร นาทาสิ. นาโค ‘‘สเจ อุคฺคหิตวตฺโต ภวิสฺสติ, สตฺถุ นิสีทนปาสาณผลเก อตฺตโน ปริกฺขารํ น ฐเปสฺสตี’’ติ จินฺเตสิ. เถโร ปตฺตจีวรํ ภูมิยํ ฐเปสิ. วตฺตสมฺปนฺนา หิ ครูนํ อาสเน วา สยเน วา อตฺตโน ปริกฺขารํ น ฐเปนฺติ.

เถโร สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. สตฺถา ‘‘อานนฺท, เอโกว อาคโตสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ปญฺจสเตหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ อาคตภาวํ สุตฺวา ‘‘กหํ ปเนเต’’ติ วตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ จิตฺตํ อชานนฺโต พหิ ฐเปตฺวา อาคโตมฺหี’’ติ วุตฺเต ‘‘ปกฺโกสาหิ เน’’ติ อาห. เถโร ตถา อกาสิ. เต ภิกฺขู อาคนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. สตฺถา เตหิ สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา เตหิ ภิกฺขูหิ, ‘‘ภนฺเต ภควา, หิ พุทฺธสุขุมาโล เจว ขตฺติยสุขุมาโล จ, ตุเมฺหหิ เตมาสํ เอกเกหิ ติฏฺฐนฺเตหิ นิสีทนฺเตหิ จ ทุกฺกรํ กตํ, วตฺตปฏิวตฺตการโกปิ มุโขทกาทิทายโกปิ นาโหสิ มญฺเญ’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, ปาลิเลยฺยกหตฺถินา มม สพฺพกิจฺจานิ กตานิ. เอวรูปญฺหิ สหายํ ลภนฺเตน เอกโตว วสิตุํ ยุตฺตํ, อลภนฺตสฺส เอกจาริกภาโวว เสยฺโย’’ติ วตฺวา อิมา นาควคฺเค ติสฺโส คาถา อภาสิ –

‘‘สเจ ลเภถ นิปกํ สหายํ,

สทฺธึจรํ สาธุวิหาริ ธีรํ;

อภิภุยฺย สพฺพานิ ปริสฺสยานิ,

จเรยฺย เตนตฺตมโน สตีมา.

‘‘โน เจ ลเภถ นิปกํ สหายํ,

สทฺธึจรํ สาธุวิหาริ ธีรํ;

ราชาว รฏฺฐํ วิชิตํ ปหาย,

เอโก จเร มาตงฺครญฺเญว นาโค.

‘‘เอกสฺส จริตํ เสยฺโย,

นตฺถิ พาเล สหายตา;

เอโก จเร น จ ปาปานิ กยิรา,

อปฺโปสฺสุกฺโก มาตงฺครญฺเญว นาโค’’ติ. (มหาว. ๔๖๔; ม. นิ. ๓.๒๓๗; ธ. ป. ๓๒๘-๓๓๐; สุ. นิ. ๔๕-๔๖);

คาถาปริโยสาเน ปญฺจสตาปิ เต ภิกฺขู อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสุ. อานนฺทตฺเถโรปิ อนาถปิณฺฑิกาทีหิ เปสิตสาสนํ อาโรเจตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อนาถปิณฺฑิกปฺปมุขา เต ปญฺจ อริยสาวกโกฏิโย ตุมฺหากํ อาคมนํ ปจฺจาสีสนฺตี’’ติ อาห. สตฺถา ‘‘เตน หิ คณฺหาหิ ปตฺตจีวร’’นฺติ ปตฺตจีวรํ คาหาเปตฺวา นิกฺขมิ. นาโค คนฺตฺวา คตมคฺเค ติริยํ อฏฺฐาสิ. ‘‘กึ กโรติ, ภนฺเต, นาโค’’ติ? ‘‘ตุมฺหากํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขํ ทาตุํ ปจฺจาสีสติ, ทีฆรตฺตํ โข ปนายํ มยฺหํ อุปการโก, นาสฺส จิตฺตํ โกเปตุํ วฏฺฏติ, นิวตฺตถ, ภิกฺขเว’’ติ สตฺถา ภิกฺขู คเหตฺวา นิวตฺติ. หตฺถีปิ วนสณฺฑํ ปวิสิตฺวา ปนสกทลิผลาทีนิ นานาผลานิ สํหริตฺวา ราสึ กตฺวา ปุนทิวเส ภิกฺขูนํ อทาสิ. ปญฺจสตา ภิกฺขู สพฺพานิ เขเปตุํ นาสกฺขึสุ. ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน สตฺถา ปตฺตจีวรํ คาเหตฺวา นิกฺขมิ. นาโค ภิกฺขูนํ อนฺตรนฺตเรน คนฺตฺวา สตฺถุ ปุรโต ติริยํ อฏฺฐาสิ. ‘‘กึ กโรติ, ภนฺเต, นาโค’’ติ? ‘‘อยญฺหิ ภิกฺขเว, ตุเมฺห เปเสตฺวา มํ นิวตฺเตตุกาโม’’ติ. อถ นํ สตฺถา ‘‘ปาลิเลยฺยก, อิทํ ปน มม อนิวตฺตคมนํ, ตว อิมินา อตฺตภาเวน ฌานํ วา วิปสฺสนํ วา มคฺคผลํ วา นตฺถิ, ติฏฺฐ ตฺว’’นฺติ อาห. ตํ สุตฺวา นาโค มุเข โสณฺฑํ ปกฺขิปิตฺวา โรทนฺโต ปจฺฉโต ปจฺฉโต อคมาสิ. โส หิ สตฺถารํ นิวตฺเตตุํ ลภนฺโต เตเนว นิยาเมน ยาวชีวํ ปฏิชคฺเคยฺย, สตฺถา ปน ตํ คามูปจารํ ปตฺวา ‘‘ปาลิเลยฺยก อิโต ปฏฺฐาย ตว อภูมิ, มนุสฺสาวาโส สปริปนฺโถ, ติฏฺฐ ตฺว’’นฺติ อาห. โส โรทมาโน ตตฺเถว ฐตฺวา สตฺถริ จกฺขุปถํ วิชหนฺเต หทเยน ผลิเตน กาลํ กตฺวา สตฺถริ ปสาเทน ตาวตึสภวเน ตึสโยชนิเก กนกวิมาเน อจฺฉราสหสฺสมชฺเฌ นิพฺพตฺติ, ปาลิเลยฺยกเทวปุตฺโตเยวสฺส นามํ อโหสิ.

สตฺถาปิ อนุปุพฺเพน เชตวนํ อคมาสิ. โกสมฺพกา ภิกฺขู ‘‘สตฺถา กิร สาวตฺถึ อาคโต’’ติ สุตฺวา สตฺถารํ ขมาเปตุํ ตตฺถ อคมํสุ. โกสลราชา ‘‘เต กิร โกสมฺพกา ภณฺฑนการกา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺตี’’ติ สุตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อหํ, ภนฺเต, เตสํ มม วิชิตํ ปวิสิตุํ น ทสฺสามี’’ติ อาห. ‘‘มหาราช, สีลวนฺตา เอเต ภิกฺขู, เกวลํ อญฺญมญฺญํ วิวาเทน มม วจนํ น คณฺหึสุ, อิทานิ มํ ขมาเปตุํ อาคจฺฉนฺติ, อาคจฺฉนฺตุ มหาราชา’’ติ. อนาถปิณฺฑิโกปิ ‘‘อหํ, ภนฺเต, เตสํ วิหารํ ปวิสิตุํ น ทสฺสามี’’ติ วตฺวา ตเถว ภควตา ปฏิกฺขิตฺโต ตุณฺหี อโหสิ. สาวตฺถิยํ อนุปฺปตฺตานํ ปน เตสํ ภควา เอกมนฺเต วิวิตฺตํ การาเปตฺวา เสนาสนํ ทาเปสิ. อญฺเญ ภิกฺขู เตหิ สทฺธึ เนว เอกโต นิสีทนฺติ, น ติฏฺฐนฺติ, อาคตาคตา สตฺถารํ ปุจฺฉนฺติ – ‘‘กตเมเต, ภนฺเต, ภณฺฑนการกา โกสมฺพกา ภิกฺขู’’ติ? สตฺถา ‘‘เอเต’’ติ ทสฺเสติ. ‘‘เอเต กิร เต, เอเต กิร เต’’ติ อาคตาคเตหิ องฺคุลิกา ทสฺสิยมานา ลชฺชาย สีสํ อุกฺขิปิตุํ อสกฺโกนฺตา ภควโต ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา ภควนฺตํ ขมาเปสุํ. สตฺถา ‘‘ภาริยํ โว, ภิกฺขเว, กตํ, ตุเมฺห หิ นาม มาทิสสฺส พุทฺธสฺส สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา มยิ สามคฺคึ กโรนฺเต มม วจนํ น กริตฺถ, โปราณกปณฺฑิตาปิ วชฺฌปฺปตฺตานํ มาตาปิตูนํ โอวาทํ สุตฺวา เตสุ ชีวิตา โวโรปิยมาเนสุปิ ตํ อนติกฺกมิตฺวา ปจฺฉา ทฺวีสุ รฏฺเฐสุ รชฺชํ การยึสู’’ติ วตฺวา ปุนเทว โกสมฺพิกชาตกํ (ชา. ๑.๙.๑๐ อาทโย) กเถตฺวา ‘‘เอวํ, ภิกฺขเว, ทีฆาวุกุมาโร มาตาปิตูสุ ชีวิตา โวโรปิยมาเนสุปิ เตสํ โอวาทํ อนติกฺกมิตฺวา ปจฺฉา พฺรหฺมทตฺตสฺส ธีตรํ ลภิตฺวา ทฺวีสุ กาสิโกสลรฏฺเฐสุ รชฺชํ กาเรสิ, ตุเมฺหหิ ปน มม วจนํ อกโรนฺเตหิ ภาริยํ กต’’นฺติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๖. ‘‘ปเร จ น วิชานนฺติ, มยเมตฺถ ยมามเส;

เย จ ตตฺถ วิชานนฺติ, ตโต สมฺมนฺติ เมธคา’’ติ.

ตตฺถ ปเรติ ปณฺฑิเต ฐเปตฺวา ตโต อญฺเญ ภณฺฑนการกา ปเร นาม. เต ตตฺถ สงฺฆมชฺเฌ โกลาหลํ กโรนฺตา ‘‘มยํ ยมามเส อุปรมาม วินสฺสาม สตตํ สมิตํ มจฺจุสนฺติกํ คจฺฉามา’’ติ น วิชานนฺติ. เย จ ตตฺถ วิชานนฺตีติ เย ตตฺถ ปณฺฑิตา ‘‘มยํ มจฺจุสนฺติกํ คจฺฉามา’’ติ วิชานนฺติ. ตโต สมฺมนฺติ เมธคาติ เอวญฺหิ เต ชานนฺตา โยนิโสมนสิการํ อุปฺปาเทตฺวา เมธคานํ กลหานํ วูปสมาย ปฏิปชฺชนฺติ. อถ เนสํ ตาย ปฏิปตฺติยา เต เมธคา สมฺมนฺตีติ. อถ วา ปเร จาติ ปุพฺเพ มยา ‘‘มา, ภิกฺขเว, ภณฺฑน’’นฺติอาทีนิ วตฺวา โอวทิยมานาปิ มม โอวาทสฺส อปฏิคฺคหเณน อติกฺกมเนน อมามกา ปเร นาม. ‘‘มยํ ฉนฺทาทิวเสน มิจฺฉาคาหํ คเหตฺวา เอตฺถ สงฺฆมชฺเฌ ยมามเส ภณฺฑนาทีนํ วุทฺธิยา วายมามา’’ติ น วิชานนฺติ. อิทานิ ปน โยนิโส ปจฺจเวกฺขมานา ตตฺถ ตุมฺหากํ อนฺตเร เย จ ปณฺฑิตปุริสา ‘‘ปุพฺเพ มยํ ฉนฺทาทิวเสน วายมนฺตา อโยนิโส ปฏิปนฺนา’’ติ วิชานนฺติ, ตโต เตสํ สนฺติกา เต ปณฺฑิตปุริเส นิสฺสาย อิเม ทานิ กลหสงฺขาตา เมธคา สมฺมนฺตีติ อยเมตฺถ อตฺโถติ.

คาถาปริโยสาเน สมฺปตฺตภิกฺขู โสตาปตฺติผลาทีสุ ปติฏฺฐหึสูติ.

โกสมฺพกวตฺถุ ปญฺจมํ.