๖. มหากาฬตฺเถรวตฺถุ

สุภานุปสฺสินฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เสตพฺยนครํ อุปนิสฺสาย สึสปาวเน วิหรนฺโต จูฬกาฬมหากาเฬ อารพฺภ กเถสิ.

เสตพฺยนครวาสิโน หิ จูฬกาโฬ, มชฺฌิมกาโฬ, มหากาโฬติ ตโย ภาตโร กุฏุมฺพิกา. เตสุ เชฏฺฐกนิฏฺฐา ทิสาสุ วิจริตฺวา ปญฺจหิ สกฏสเตหิ ภณฺฑํ อาหรนฺติ, มชฺฌิมกาโฬ อาภตํ วิกฺกิณาติ. อเถกสฺมึ สมเย เต อุโภปิ ภาตโร ปญฺจหิ สกฏสเตหิ นานาภณฺฑํ คเหตฺวา สาวตฺถึ คนฺตฺวา สาวตฺถิยา จ เชตวนสฺส จ อนฺตเร สกฏานิ โมจยึสุ. เตสุ มหากาโฬ สายนฺหสมเย มาลาคนฺธาทิหตฺเถ สาวตฺถิวาสิโน อริยสาวเก ธมฺมสฺสวนาย คจฺฉนฺเต ทิสฺวา ‘‘กุหึ อิเม คจฺฉนฺตี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตมตฺถํ สุตฺวา ‘‘อหมฺปิ คมิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา กนิฏฺฐํ อามนฺเตตฺวา, ‘‘ตาต, เตสุ สกเฏสุ อปฺปมตฺโต โหหิ, อหํ ธมฺมํ โสตุํ คจฺฉามี’’ติ วตฺวา คนฺตฺวา ตถาคตํ วนฺทิตฺวา ปริสปริยนฺเต นิสีทิ. สตฺถา ตํ ทิสฺวา ตสฺส อชฺฌาสยวเสน อนุปุพฺพึ กถํ กเถนฺโต ทุกฺขกฺขนฺธสุตฺตาทิวเสน (ม. นิ. ๑.๑๖๓ อาทโย) อเนกปริยาเยน กามานํ อาทีนวํ โอการํ สํกิเลสญฺจ กเถสิ. ตํ สุตฺวา มหากาโฬ ‘‘สพฺพํ กิร ปหาย คนฺตพฺพํ, ปรโลกํ คจฺฉนฺตํ เนว โภคา, น ญาตกา จ อนุคจฺฉนฺติ, กึ เม ฆราวาเสน ปพฺพชิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา มหาชเน สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปกฺกนฺเต สตฺถารํ ปพฺพชฺชํ ยาจิตฺวา สตฺถารา ‘‘นตฺถิ เต โกจิ อปโลเกตพฺโพ’’ติ วุตฺเต, ‘‘กนิฏฺโฐ เม, ภนฺเต, อตฺถี’’ติ วตฺวา เตน หิ ‘‘อปโลเกหิ น’’นฺติ วุตฺเต, ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ วตฺวา คนฺตฺวา กนิฏฺฐํ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘ตาต, อิมํ สพฺพํ สาปเตยฺยํ ปฏิปชฺชาหี’’ติ อาห. ‘‘ตุเมฺห ปน กึ กริสฺสถ ภาติกา’’ติ? ‘‘อหํ สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิสฺสามี’’ติ. โส ตํ นานปฺปกาเรหิ ยาจิตฺวา นิวตฺเตตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘สาธุ, สามิ, ยถา อชฺฌาสยํ กโรถา’’ติ อาห. มหากาโฬ คนฺตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิ. ‘‘อหํ ภาติกํ คเหตฺวาว อุปฺปพฺพชิสฺสามี’’ติ จูฬกาโฬปิ ปพฺพชิ. อปรภาเค มหากาโฬ อุปสมฺปทํ ลภิตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา สาสเน ธุรานิ ปุจฺฉิตฺวา สตฺถารา ทฺวีสุ ธุเรสุ กถิเตสุ ‘‘อหํ, ภนฺเต, มหลฺลกกาเล ปพฺพชิตตฺตา คนฺถธุรํ ปูเรตุํ น สกฺขิสฺสามิ, วิปสฺสนาธุรํ ปน ปูเรสฺสามี’’ติ ยาว อรหตฺตา กมฺมฏฺฐานํ กถาเปตฺวา โสสานิกธุตงฺคํ สมาทาย ปฐมยามาติกฺกนฺเต สพฺเพสุ นิทฺทํ โอกฺกนฺเตสุ สุสานํ คนฺตฺวา ปจฺจูสกาเล สพฺเพสุ อนุฏฺฐิเตสุเยว วิหารํ อาคจฺฉติ.

อเถกา สุสานโคปิกา กาลี นาม ฉวฑาหิกา เถรสฺส ฐิตฏฺฐานํ นิสินฺนฏฺฐานํ จงฺกมิตฏฺฐานญฺจ ทิสฺวา ‘‘โก นุ โข อิธาคจฺฉติ, ปริคฺคณฺหิสฺสามิ น’’นฺติ ปริคฺคณฺหิตุํ อสกฺโกนฺตี เอกทิวสํ สุสานกุฏิกายเมว ทีปํ ชาเลตฺวา ปุตฺตธีตโร อาทาย คนฺตฺวา เอกมนฺเต นิลียมานา มชฺฌิมยาเม เถรํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา, ‘‘อยฺโย, โน, ภนฺเต, อิมสฺมึ ฐาเน วิหรตี’’ติ อาห. ‘‘อาม, อุปาสิเก’’ติ. ‘‘ภนฺเต, สุสาเน วิหรนฺเตหิ นาม วตฺตํ อุคฺคณฺหิตุํ วฏฺฏตี’’ติ. เถโร ‘‘กึ ปน มยํ ตยา กถิตวตฺเต วตฺติสฺสามา’’ติ อวตฺวา ‘‘กึ กาตุํ วฏฺฏติ อุปาสิเก’’ติ อาห. ‘‘ภนฺเต, โสสานิเกหิ นาม สุสาเน วสนภาโว สุสานโคปกานญฺจ วิหาเร มหาเถรสฺส จ คามโภชกสฺส จ กเถตุํ วฏฺฏตี’’ติ. ‘‘เถโร กึ การณา’’ติ? ‘‘กตกมฺมา โจรา ธนสามิเกหิ ปทานุปทํ อนุพทฺธา สุสาเน ภณฺฑกํ ฉฑฺเฑตฺวา ปลายนฺติ, อถ มนุสฺสา โสสานิกานํ ปริปนฺถํ กโรนฺติ, เอเตสํ ปน กถิเต ‘มยํ อิมสฺส ภทฺทนฺตสฺส เอตฺตกํ นาม กาลํ เอตฺถ วสนภาวํ ชานาม, อโจโร เอโส’ติ อุปทฺทวํ นิวาเรนฺติ. ตสฺมา เอเตสํ กเถตุํ วฏฺฏตี’’ติ.

‘‘เถโร อญฺญํ กึ กาตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ภนฺเต, สุสาเน วสนฺเตน นาม อยฺเยน มจฺฉมํสติลปิฏฺฐเตลคุฬาทีนิ วชฺเชตพฺพานิ, ทิวา น นิทฺทายิตพฺพํ, กุสีเตน น ภวิตพฺพํ, อารทฺธวีริเยน ภวิตพฺพํ, อสเฐน อมายาวินา หุตฺวา กลฺยาณชฺฌาสเยน ภวิตพฺพํ, สายํ สพฺเพสุ สุตฺเตสุ วิหารโต อาคนฺตพฺพํ, ปจฺจูสกาเล สพฺเพสุ อนุฏฺฐิเตสุเยว วิหารํ คนฺตพฺพํ. สเจ, ภนฺเต, อยฺโย อิมสฺมึ ฐาเน เอวํ วิหรนฺโต ปพฺพชิตกิจฺจํ มตฺถกํ ปาเปตุํ สกฺขิสฺสติ, สเจ มตสรีรํ อาเนตฺวา ฉฑฺเฑนฺติ, อหํ กมฺพลกูฏาคารํ อาโรเปตฺวา คนฺธมาลาทีหิ สกฺการํ กตฺวา สรีรกิจฺจํ กริสฺสามิ. โน เจ สกฺขิสฺสติ, จิตกํ อาโรเปตฺวา อคฺคึ ชาเลตฺวา สงฺกุนา อากฑฺฒิตฺวา พหิ ขิปิตฺวา ผรสุนา โกฏฺเฏตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉินฺทิตฺวา อคฺคิมฺหิ ปกฺขิปิตฺวา ฌาเปสฺสามี’’ติ อาห. อถ นํ เถโร ‘‘สาธุ ภทฺเท, เอกํ ปน รูปารมฺมณํ ทิสฺวา มยฺหํ กเถยฺยาสี’’ติ อาห. สา ‘‘สาธู’’ติ ปจฺจสฺโสสิ. เถโร ยถาชฺฌาสเยน สุสาเน สมณธมฺมํ กโรติ. จูฬกาฬตฺเถโร ปน อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย ฆราวาสํ จินฺเตติ, ปุตฺตทารํ อนุสฺสรติ. ‘‘ภาติโก เม อติภาริยํ กมฺมํ กโรตี’’ติ จินฺเตติ.

อเถกา กุลธีตา ตํมุหุตฺตสมุฏฺฐิเตน พฺยาธินา สายนฺหสมเย อมิลาตา อกิลนฺตา กาลมกาสิ. ตเมนํ ญาตกาทโย ทารุเตลาทีหิ สทฺธึ สายํ สุสานํ เนตฺวา สุสานโคปิกาย ‘‘อิมํ ฌาเปหี’’ติ ภตึ ทตฺวา นิยฺยาเทตฺวา ปกฺกมึสุ. สา ตสฺสา ปารุตวตฺถํ อปเนตฺวา ตํมุหุตฺตมตํ ปีณิตปีณิตํ สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ ทิสฺวา, ‘‘อิมํ อยฺยสฺส ทสฺเสตุํ ปติรูปํ อารมฺมณ’’นฺติ จินฺเตตฺวา คนฺตฺวา เถรํ วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, เอวรูปํ นาม อารมฺมณํ อตฺถิ, โอโลเกถ อยฺยา’’ติ อาห. เถโร ‘‘สาธู’’ติ วตฺวา ปารุปนํ นีหราเปตฺวา ปาทตลโต ยาว เกสคฺคา โอโลเกตฺวา ‘‘อติปีณิตเมตํ รูปํ สุวณฺณวณฺณํ อคฺคิมฺหิ นํ ปกฺขิปิตฺวา มหาชาลาหิ คหิตมตฺตกาเล มยฺหํ อาโรเจยฺยาสี’’ติ วตฺวา สกฏฺฐานเมว คนฺตฺวา นิสีทิ. สา ตถา กตฺวา เถรสฺส อาโรเจสิ. เถโร คนฺตฺวา โอโลเกสิ. ชาลาย ปหฏปหฏฏฺฐานํ กพรคาวิยา วิย สรีรวณฺณํ อโหสิ, ปาทา นมิตฺวา โอลมฺพึสุ, หตฺถา ปฏิกุฏึสุ, อูรุนลาฏํ นิจฺจมฺมํ อโหสิ. เถโร ‘‘อิทํ สรีรํ อิทาเนว โอโลเกนฺตานํ อปริยนฺตกรํ หุตฺวา อิทาเนว ขยํ ปตฺตํ วยํ ปตฺต’’นฺติ รตฺติฏฺฐานํ คนฺตฺวา นิสีทิตฺวา ขยวยํ สมฺปสฺสมาโน –

‘‘อนิจฺจา วต สงฺขารา, อุปฺปาทวยธมฺมิโน;

อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ, เตสํ วูปสโม สุโข’’ติ. (ที. นิ. ๒.๒๒๑, ๒๗๒; สํ. นิ. ๑.๑๘๖; ๒.๑๔๓; ชา. ๑.๑.๙๕) –

คาถํ วตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ.

ตสฺมึ อรหตฺตํ ปตฺเต สตฺถา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต จาริกํ จรมาโน เสตพฺยํ คนฺตฺวา สึสปาวนํ ปาวิสิ. จูฬกาฬสฺส ภริยาโย ‘‘สตฺถา กิร อนุปฺปตฺโต สึสปาวน’’นฺติ สุตฺวา ‘‘อมฺหากํ สามิกํ คณฺหิสฺสามา’’ติ เปเสตฺวา สตฺถารํ นิมนฺตาเปสุํ. พุทฺธานํ ปน อปริจิณฺณฏฺฐาเน อาสนปญฺญตฺตึ อาจิกฺขนฺเตน เอเกน ภิกฺขุนา ปฐมตรํ คนฺตุํ วฏฺฏติ. พุทฺธานญฺหิ มชฺฌิมฏฺฐาเน อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ตสฺส ทกฺขิณโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส, วามโต มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส, ตโต ปฏฺฐาย อุโภสุ ปสฺเสสุ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อาสนํ ปญฺญาเปตพฺพํ โหติ. ตสฺมา มหากาฬตฺเถโร จีวรปารุปนฏฺฐาเน ฐตฺวา, ‘‘จูฬกาฬ, ตฺวํ ปุรโต คนฺตฺวา อาสนปญฺญตฺตึ อาจิกฺขา’’ติ จูฬกาฬํ เปเสสิ. ตสฺส ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย เคหชนา เตน สทฺธึ ปริหาสํ กโรนฺตา นีจาสนานิ สงฺฆตฺเถรสฺส โกฏิยํ อตฺถรนฺติ, อุจฺจาสนานิ สงฺฆนวกสฺส โกฏิยํ. อิตโร ‘‘มา เอวํ กโรถ, นีจาสนานิ อุปริ มา ปญฺญาเปถ, อุจฺจาสนานิ อุปริ ปญฺญาเปถ, นีจาสนานิ เหฏฺฐา’’ติ อาห. อิตฺถิโย ตสฺส วจนํ อสุณนฺติโย วิย ‘‘ตฺวํ กึ กโรนฺโต วิจรสิ, กึ ตว อาสนานิ ปญฺญาเปตุํ น วฏฺฏติ, ตฺวํ กํ อาปุจฺฉิตฺวา ปพฺพชิโต, เกน ปพฺพชิโตสิ, กสฺมา อิธาคโตสี’’ติ วตฺวา นิวาสนปารุปนํ อจฺฉินฺทิตฺวา เสตกานิ นิวาเสตฺวา สีเส จ มาลาจุมฺพุฏกํ ฐเปตฺวา, ‘‘คจฺฉ สตฺถารํ อาเนหิ, มยํ อาสนานิ ปญฺญาเปสฺสามา’’ติ ปหิณึสุ. น จิรํ ภิกฺขุภาเว ฐตฺวา อวสฺสิโกว อุปฺปพฺพชิตตฺตา ลชฺชิตุํ น ชานาติ, ตสฺมา โส เตน อากปฺเปน นิราสงฺโกว คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ อาทาย อาคโต. ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปน ภตฺตกิจฺจาวสาเน มหากาฬสฺส ภริยาโย ‘‘อิมาหิ อตฺตโน สามิโก คหิโต, มยมฺปิ อมฺหากํ สามิกํ คณฺหิสฺสามา’’ติ จินฺเตตฺวา ปุนทิวเส สตฺถารํ นิมนฺตยึสุ. ตทา ปน อาสนปญฺญาปนตฺถํ อญฺโญ ภิกฺขุ อคมาสิ. ตา ตสฺมึ ขเณ โอกาสํ อลภิตฺวา พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ นิสีทาเปตฺวา ภิกฺขํ อทํสุ. จูฬกาฬสฺส ปน เทฺว ภริยาโย, มชฺฌิมกาฬสฺส จตสฺโส, มหากาฬสฺส ปน อฏฺฐ. ภิกฺขูปิ ภตฺตกิจฺจํ กาตุกามา นิสีทิตฺวา ภตฺตกิจฺจมกํสุ, พหิ คนฺตุกามา อุฏฺฐาย อคมํสุ. สตฺถา ปน นิสีทิตฺวา ภตฺตกิจฺจํ กริ. ตสฺส ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน ตา อิตฺถิโย, ‘‘ภนฺเต, มหากาโฬ อมฺหากํ อนุโมทนํ กตฺวา อาคจฺฉิสฺสติ, ตุเมฺห ปุรโต คจฺฉถา’’ติ วทึสุ. สตฺถา ‘‘สาธู’’ติ วตฺวา ปุรโต อคมาสิ. คามทฺวารํ ปตฺวา ภิกฺขู อุชฺฌายึสุ ‘‘กึ นาเมตํ สตฺถารา กตํ, ญตฺวา นุ โข กตํ, อุทาหุ อชานิตฺวา. หิยฺโย จูฬกาฬสฺส ปุรโต คตตฺตา ปพฺพชฺชนฺตราโย ชาโต, อชฺช อญฺญสฺส ปุรโต คตตฺตา อนฺตราโย นาโหสิ. อิทานิ มหากาฬํ ฐเปตฺวา อาคโต, สีลวา โข ปน ภิกฺขุ อาจารสมฺปนฺโน, กริสฺสติ นุ โข ตสฺส ปพฺพชฺชนฺตราย’’นฺติ. สตฺถา เตสํ วจนํ สุตฺวา นิวตฺติตฺวา ฐิโต ‘‘กึ กเถถ, ภิกฺขเว’’ติ ปุจฺฉิ. เต ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘กึ ปน ตุเมฺห, ภิกฺขเว, จูฬกาฬํ วิย มหากาฬํ สลฺลกฺเขถา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’. ตสฺส หิ เทฺว ปชาปติโย, อิมสฺส อฏฺฐ. ‘‘อฏฺฐหิ ปริกฺขิปิตฺวา คหิโต กึ กริสฺสติ, ภนฺเต’’ติ? สตฺถา ‘‘มา, ภิกฺขเว, เอวํ อวจุตฺถ, จูฬกาโฬ อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย สุภารมฺมณพหุโล วิหรติ, ปปาเต ฐิโต ทุพฺพลรุกฺขสทิโส. มยฺหํ ปน ปุตฺโต มหากาโฬ อสุภานุปสฺสี วิหรติ, ฆนเสลปพฺพโต วิย อจโล’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –

๗. ‘‘สุภานุปสฺสึ วิหรนฺตํ, อินฺทฺริเยสุ อสํวุตํ;

โภชนมฺหิ จามตฺตญฺญุํ, กุสีตํ หีนวีริยํ;

ตํ เว ปสหติ มาโร, วาโต รุกฺขํว ทุพฺพลํ.

๘. ‘‘อสุภานุปสฺสึ วิหรนฺตํ, อินฺทฺริเยสุ สุสํวุตํ;

โภชนมฺหิ จ มตฺตญฺญุํ, สทฺธํ อารทฺธวีริยํ;

ตํ เว นปฺปสหตี มาโร, วาโต เสลํว ปพฺพต’’นฺติ.

ตตฺถ สุภานุปสฺสึ วิหรนฺตนฺติ สุตํ อนุปสฺสนฺตํ, อิฏฺฐารมฺมเณ มานสํ วิสฺสชฺเชตฺวา วิหรนฺตนฺติ อตฺโถ. โย หิ ปุคฺคโล นิมิตฺตคฺคาหํ อนุพฺยญฺชนคฺคาหํ คณฺหนฺโต ‘‘นขา โสภนา’’ติ คณฺหาติ, ‘‘องฺคุลิโย โสภนา’’ติ คณฺหาติ, ‘‘หตฺถปาทา, ชงฺฆา, อูรุ, กฏิ, อุทรํ, ถนา, คีวา, โอฏฺฐา, ทนฺตา, มุขํ, นาสา, อกฺขีนิ, กณฺณา, ภมุกา, นลาฏํ, เกสา, โสภนา’’ติ คณฺหาติ, ‘‘เกสา, โลมา, นขา, ทนฺตา, ตโจ, โสภนา’’ติ คณฺหาติ, วณฺโณ สุโภ, สณฺฐานํ สุภนฺติ, อยํ สุภานุปสฺสี นาม. เอวํ ตํ สุภานุปสฺสึ วิหรนฺตํ. อินฺทฺริเยสูติ จกฺขาทีสุ ฉสุ อินฺทฺริเยสุ. อสํวุตนฺติ จกฺขุทฺวาราทีนิ อรกฺขนฺตํ. ปริเยสนมตฺตา ปฏิคฺคหณมตฺตา ปริโภคมตฺตาติ อิมิสฺสา มตฺตาย อชานนโต โภชนมฺหิ จามตฺตญฺญุํ. อปิจ ปจฺจเวกฺขณมตฺตา วิสฺสชฺชนมตฺตาติ อิมิสฺสาปิ มตฺตาย อชานนโต อมตฺตญฺญุํ, อิทํ โภชนํ ธมฺมิกํ, อิทํ อธมฺมิกนฺติปิ อชานนฺตํ. กามจฺฉนฺทพฺยาปาทวิหึสาวิตกฺกวสิตาย กุสีตํ. หีนวีริยนฺติ นิพฺพีริยํ จตูสุ อิริยาปเถสุ วีริยกรณรหิตํ. ปสหตีติ อภิภวติ อชฺโฌตฺถรติ. วาโต รุกฺขํว ทุพฺพลนฺติ พลววาโต ฉินฺนปปาเต ชาตํ ทุพฺพลรุกฺขํ วิย. ยถา หิ โส วาโต ตสฺส ทุพฺพลรุกฺขสฺส ปุปฺผผลปลฺลวาทีนิปิ ปาเตติ, ขุทฺทกสาขาปิ ภญฺชติ, มหาสาขาปิ ภญฺชติ, สมูลกมฺปิ ตํ รุกฺขํ อุปฺปาเฏตฺวา อุทฺธํมูลํ อโธสาขํ กตฺวา คจฺฉติ, เอวเมว เอวรูปํ ปุคฺคลํ อนฺโต อุปฺปนฺโน กิเลสมาโร ปสหติ, พลววาโต ทุพฺพลรุกฺขสฺส ปุปฺผผลปลฺลวาทิปาตนํ วิย ขุทฺทานุขุทฺทกาปตฺติอาปชฺชนมฺปิ กโรติ, ขุทฺทกสาขาภญฺชนํ วิย นิสฺสคฺคิยาทิอาปตฺติอาปชฺชนมฺปิ กโรติ, มหาสาขาภญฺชนํ วิย เตรสสงฺฆาทิเสสาปตฺติอาปชฺชนมฺปิ กโรติ, อุปฺปาเฏตฺวา อุทฺธํ, มูลกํ เหฏฺฐาสาขํ กตฺวา ปาตนํ วิย ปาราชิกาปตฺติอาปชฺชนมฺปิ กโรติ, สฺวากฺขาตสาสนา นีหริตฺวา กติปาเหเนว คิหิภาวํ ปาเปตีติ เอวํ เอวรูปํ ปุคฺคลํ กิเลสมาโร อตฺตโน วเส วตฺเตตีติ อตฺโถ.

อสุภานุปสฺสินฺติ ทสสุ อสุเภสุ อญฺญตรํ อสุภํ ปสฺสนฺตํ ปฏิกูลมนสิกาเร ยุตฺตํ เกเส อสุภโต ปสฺสนฺตํ โลเม นเข ทนฺเต ตจํ วณฺณํ สณฺฐานํ อสุภโต ปสฺสนฺตํ. อินฺทฺริเยสูติ ฉสุ อินฺทฺริเยสุ. สุสํวุตนฺติ นิมิตฺตาทิคฺคาหรหิตํ ปิหิตทฺวารํ. อมตฺตญฺญุตาปฏิกฺเขเปน โภชนมฺหิ จ มตฺตญฺญุํ. สทฺธนฺติ กมฺมสฺส เจว ผลสฺส จ สทฺทหนลกฺขณาย โลกิกาย สทฺธาย เจว ตีสุ วตฺถูสุ อเวจฺจปฺปสาทสงฺขาตาย โลกุตฺตรสทฺธาย จ สมนฺนาคตํ. อารทฺธวีริยนฺติ ปคฺคหิตวีริยํ ปริปุณฺณวีริยํ. ตํ เวติ เอวรูปํ ตํ ปุคฺคลํ ยถา ทุพฺพลวาโต สณิกํ ปหรนฺโต เอกคฺฆนํ เสลํ จาเลตุํ น สกฺโกติ, ตถา อพฺภนฺตเร อุปฺปชฺชมาโนปิ ทุพฺพลกิเลสมาโร นปฺปสหติ, โขเภตุํ วา จาเลตุํ วา น สกฺโกตีติ อตฺโถ.

ตาปิ โข ตสฺส ปุราณทุติยิกาโย เถรํ ปริวาเรตฺวา ‘‘ตฺวํ กํ อาปุจฺฉิตฺวา ปพฺพชิโต, อิทานิ คิหี ภวิสฺสสิ น ภวิสฺสสี’’ติอาทีนิ วตฺวา กาสาวํ นีหริตุกามา อเหสุํ. เถโร ตาสํ อาการํ สลฺลกฺเขตฺวา นิสินฺนาสนา วุฏฺฐาย อิทฺธิยา อุปฺปตฺติตฺวา กูฏาคารกณฺณิกํ ทฺวิธา ภินฺทิตฺวา อากาเสนาคนฺตฺวา สตฺถริ คาถา ปริโยสาเปนฺเตเยว สตฺถุ สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ อภิตฺถวนฺโต อากาสโต โอตริตฺวา ตถาคตสฺส ปาเท วนฺทิ.

คาถาปริโยสาเน สมฺปตฺตภิกฺขู โสตาปตฺติผลาทีสุ ปติฏฺฐหึสูติ.

มหากาฬตฺเถรวตฺถุ ฉฏฺฐํ.