๑๐. จุนฺทสูกริกวตฺถุ

อิธ โสเจตีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต จุนฺทสูกริกํ นาม ปุริสํ อารพฺภ กเถสิ.

โส กิร ปญฺจปณฺณาส วสฺสานิ สูกเร วธิตฺวา ขาทนฺโต จ วิกฺกิณนฺโต จ ชีวิกํ กปฺเปสิ. ฉาตกาเล สกเฏน วีหึ อาทาย ชนปทํ คนฺตฺวา เอกนาฬิเทฺวนาฬิมตฺเตน คามสูกรโปตเก กิณิตฺวา สกฏํ ปูเรตฺวา อาคนฺตฺวา ปจฺฉานิเวสเน วชํ วิย เอกํ ฐานํ ปริกฺขิปิตฺวา ตตฺเถว เตสํ นิวาปํ โรเปตฺวา, เตสุ นานาคจฺเฉ จ สรีรมลญฺจ ขาทิตฺวา วฑฺฒิเตสุ ยํ ยํ มาเรตุกาโม โหติ, ตํ ตํ อาฬาเน นิจฺจลํ พนฺธิตฺวา สรีรมํสสฺส อุทฺธุมายิตฺวา พหลภาวตฺถํ จตุรสฺสมุคฺคเรน โปเถตฺวา, ‘‘พหลมํโส ชาโต’’ติ ญตฺวา มุขํ วิวริตฺวา อนฺตเร ทณฺฑกํ ทตฺวา โลหถาลิยา ปกฺกุถิตํ อุโณฺหทกํ มุเข อาสิญฺจติ. ตํ กุจฺฉึ ปวิสิตฺวา ปกฺกุถิตํ กรีสํ อาทาย อโธภาเคน นิกฺขมติ, ยาว โถกมฺปิ กรีสํ อตฺถิ, ตาว อาวิลํ หุตฺวา นิกฺขมติ, สุทฺเธ อุทเร อจฺฉํ อนาวิลํ หุตฺวา นิกฺขมติ. อถสฺส อวเสสํ อุทกํ ปิฏฺฐิยํ อาสิญฺจติ. ตํ กาฬจมฺมํ อุปฺปาเฏตฺวา คจฺฉติ. ตโต ติณุกฺกาย โลมานิ ฌาเปตฺวา ติขิเณน อสินา สีสํ ฉินฺทติ. ปคฺฆรณตํ โลหิตํ ภาชเนน ปฏิคฺคเหตฺวา มํสํ โลหิเตน มทฺทิตฺวา ปจิตฺวา ปุตฺตทารมชฺเฌ นิสินฺโน ขาทิตฺวา เสสํ วิกฺกิณาติ. ตสฺส อิมินาว นิยาเมน ชีวิกํ กปฺเปนฺตสฺส ปญฺจปณฺณาส วสฺสานิ อติกฺกนฺตานิ. ตถาคเต ธุรวิหาเร วสนฺเต เอกทิวสมฺปิ ปุปฺผมุฏฺฐิมตฺเตน ปูชา วา กฏจฺฉุมตฺตํ ภิกฺขทานํ วา อญฺญํ วา กิญฺจิ ปุญฺญํ นาม นาโหสิ. อถสฺส สรีเร โรโค อุปฺปชฺชิ, ชีวนฺตสฺเสว อวีจิมหานิรยสนฺตาโป อุปฏฺฐหิ. อวีจิสนฺตาโป นาม โยชนสเต ฐตฺวา โอโลเกนฺตสฺส อกฺขีนํ ภิชฺชนสมตฺโถ ปริฬาโห โหติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘ตสฺส อโยมยา ภูมิ, ชลิตา เตชสายุตา;

สมนฺตา โยชนสตํ, ผริตฺวา ติฏฺฐติ สพฺพทา’’ติ. (ม. นิ. ๓.๒๖๗; อ. นิ. ๓.๓๖);

นาคเสนตฺเถเรน ปนสฺส ปากติกคฺคิสนฺตาปโต อธิมตฺตตาย อยํ อุปมา วุตฺตา – ‘‘ยถา, มหาราช, กูฏาคารมตฺโต ปาสาโณปิ เนรยิกคฺคิมฺหิ ปกฺขิตฺโต ขเณน วิลยํ คจฺฉติ, นิพฺพตฺตสตฺตา ปเนตฺถ กมฺมพเลน มาตุกุจฺฉิคตา วิย น วิลียนฺตี’’ติ (มิ. ป. ๒.๔.๖). ตสฺส ตสฺมึ สนฺตาเป อุปฏฺฐิเต กมฺมสริกฺขโก อากาโร อุปฺปชฺชิ. เคหมชฺเฌเยว สูกรรวํ รวิตฺวา ชณฺณุเกหิ วิจรนฺโต ปุรตฺถิมวตฺถุมฺปิ ปจฺฉิมวตฺถุมฺปิ คจฺฉติ. อถสฺส เคหมานุสกา ตํ ทฬฺหํ คเหตฺวา มุขํ ปิทหนฺติ. กมฺมวิปาโก นาม น สกฺกา เกนจิ ปฏิพาหิตุํ. โส วิรวนฺโตว อิโต จิโต จ วิจรติ. สมนฺตา สตฺตสุ ฆเรสุ มนุสฺสา นิทฺทํ น ลภนฺติ. มรณภเยน ตชฺชิตสฺส ปน พหินิกฺขมนํ นิวาเรตุํ อสกฺโกนฺโต สพฺโพ เคหชโน ยถา อนฺโตฐิโต พหิ วิจริตุํ น สกฺโกติ, ตถา เคหทฺวารานิ ถเกตฺวา พหิเคหํ ปริวาเรตฺวา รกฺขนฺโต อจฺฉติ. อิตโร อนฺโตเคเหเยว นิรยสนฺตาเปน วิรวนฺโต อิโต จิโต จ วิจรติ. เอวํ สตฺตทิวสานิ วิจริตฺวา อฏฺฐเม ทิวเส กาลํ กตฺวา อวีจิมหานิรเย นิพฺพตฺติ. อวีจิมหานิรโย เทวทูตสุตฺเตน (ม. นิ. ๓.๒๖๑ อาทโย; อ. นิ. ๓.๓๖) วณฺเณตพฺโพติ.

ภิกฺขู ตสฺส ฆรทฺวาเรน คจฺฉนฺตา ตํ สทฺทํ สุตฺวา, ‘‘สูกรสทฺโท’’ติ สญฺญิโน หุตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถุ สนฺติเก นิสินฺนา เอวมาหํสุ – ‘‘ภนฺเต, จุนฺทสูกริตสฺส เคหทฺวารํ ปิทหิตฺวา สูกรานํ มาริยมานานํ อชฺช สตฺตโม ทิวโส, เคเห กาจิ มงฺคลกิริยา ภวิสฺสติ มญฺเญ. เอตฺตเก นาม, ภนฺเต, สูกเร มาเรนฺตสฺส เอกมฺปิ เมตฺตจิตฺตํ วา การุญฺญํ วา นตฺถิ, น วต โน เอวรูโป กกฺขโฬ ผรุโส สตฺโต ทิฏฺฐปุพฺโพ’’ติ. สตฺถา – ‘‘น, ภิกฺขเว, โส อิเม สตฺตทิวเส สูกเร มาเรติ, กมฺมสริกฺขกํ ปนสฺส วิปากํ อุทปาทิ, ชีวนฺตสฺเสว อวีจิมหานิรยสนฺตาโป อุปฏฺฐาสิ. โส เตน สนฺตาเปน สตฺต ทิวสานิ สูกรรวํ รวนฺโต อนฺโตนิเวสเน วิจริตฺวา อชฺช กาลํ กตฺวา อวีจิมฺหิ นิพฺพตฺโต’’ติ วตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อิธ โลเก เอวํ โสจิตฺวา ปุน คนฺตฺวา โสจนฏฺฐาเนเยว นิพฺพตฺโต’’ติ วุตฺเต, ‘‘อาม, ภิกฺขเว, ปมตฺตา นาม คหฏฺฐา วา โหนฺตุ ปพฺพชิตา วา, อุภยตฺถ โสจนฺติเยวา’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๑๕. ‘‘อิธ โสจติ เปจฺจ โสจติ,

ปาปการี อุภยตฺถ โสจติ;

โส โสจติ โส วิหญฺญติ;

ทิสฺวา กมฺมกิลิฏฺฐมตฺตโน’’ติ.

ตตฺถ ปาปการีติ นานปฺปการสฺส ปาปกมฺมสฺส การโก ปุคฺคโล ‘‘อกตํ วต เม กลฺยาณํ, กตํ ปาป’’นฺติ เอกํเสเนว มรณสมเย อิธ โสจติ, อิทมสฺส กมฺมโสจนํ. วิปากํ อนุภวนฺโต ปน เปจฺจ โสจติ. อิทมสฺส ปรโลเก วิปากโสจนํ. เอวํ โส อุภยตฺถ โสจติเยว. เตเนว การเณน ชีวมาโนเยว โส จุนฺทสูกริโกปิ โสจติ. ทิสฺวา กมฺมกิลิฏฺฐนฺติ อตฺตโน กิลิฏฺฐกมฺมํ ปสฺสิตฺวา นานปฺปการกํ วิลปนฺโต วิหญฺญตีติ.

คาถาปริโยสาเน พหู โสตาปนฺนาทโย อเหสุํ. มหาชนสฺส สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา ชาตาติ.

จุนฺทสูกริกวตฺถุ ทสมํ.