๑๕. มหาโลมหํสจริยาวณฺณนา

๑๑๙. ปนฺนรสเม ‘‘สุสาเน เสยฺยํ กปฺเปมี’’ติ เอตฺถายํ อนุปุพฺพิกถา –

มหาสตฺโต หิ ตทา มหติ อุฬารโภเค กุเล นิพฺพตฺติตฺวา วุทฺธิมนฺวาย ทิสาปาโมกฺขสฺส อาจริยสฺส สนฺติเก ครุวาสํ วสนฺโต สพฺพสิปฺปานํ นิปฺผตฺตึ ปตฺวา กุลฆรํ อาคนฺตฺวา มาตาปิตูนํ อจฺจเยน ญาตเกหิ ‘‘กุฏุมฺพํ สณฺฐเปหี’’ติ ยาจิยมาโนปิ อนิจฺจตามนสิการมุเขน สพฺพภเวสุ อภิวฑฺฒมานสํเวโค กาเย จ อสุภสญฺญํ ปฏิลภิตฺวา ฆราวาสปลิโพธาธิภูตํ กิเลสคหนํ อโนคาเหตฺวาว จิรกาลสมฺปริจิตํ เนกฺขมฺมชฺฌาสยํ อุปพฺรูหยมาโน มหนฺตํ โภคกฺขนฺธํ ปหาย ปพฺพชิตุกาโม หุตฺวา ปุน จินฺเตสิ – ‘‘สจาหํ ปพฺพชิสฺสามิ, คุณสมฺภาวนาปากโฏ ภวิสฺสามี’’ติ.

โส ลาภสกฺการํ ชิคุจฺฉนฺโต ปพฺพชฺชํ อนุปคนฺตฺวา ‘‘ปโหมิ จาหํ ลาภาลาภาทีสุ นิพฺพิกาโร โหตุ’’นฺติ อตฺตานํ ตกฺเกนฺโต ‘‘วิเสสโต ปรปริภวสหนาทิปฏิปทํ ปูเรนฺโต อุเปกฺขาปารมึ มตฺถกํ ปาเปสฺสามี’’ติ นิวตฺถวตฺเถเนว เคหโต นิกฺขมิตฺวา ปรมสลฺเลขวุตฺติโกปิ อพลพโล อมนฺทมนฺโท วิย ปเรสํ อจิตฺตกรูเปน หีฬิตปริภูโต หุตฺวา คามนิคมราชธานีสุ เอกรตฺติวาเสเนว วิจรติ. ยตฺถ ปน มหนฺตํ ปริภวํ ปฏิลภติ, ตตฺถ จิรมฺปิ วสติ. โส นิวตฺถวตฺเถ ชิณฺเณ ปิโลติกขณฺเฑน ตสฺมิมฺปิ ชิณฺเณ เกนจิ ทินฺนํ อคฺคณฺหนฺโต หิริโกปีนปฏิจฺฉาทนมตฺเตเนว จรติ. เอวํ คจฺฉนฺเต กาเล เอกํ นิคมคามํ อคมาสิ.

ตตฺถ คามทารกา ธุตฺตชาติกา เวธเวรา เกจิ ราชวลฺลภานํ ปุตฺตนตฺตุทาสาทโย จ อุทฺธตา อุนฺนฬา จปลา มุขรา วิกิณฺณวาจา กาเลน กาลํ กีฬาพหุลา วิจรนฺติ. ทุคฺคเต มหลฺลเก ปุริเส จ อิตฺถิโย จ คจฺฉนฺเต ทิสฺวา ภสฺมปุเฏน ปิฏฺฐิยํ อากิรนฺติ, เกตกีปณฺณํ กจฺฉนฺตเร โอลมฺเพนฺติ, เตน วิปฺปกาเรน ปริวตฺเตตฺวา โอโลเกนฺเต ยถาวชฺชกีฬิตํ ทสฺเสตฺวา อุปหสนฺติ. มหาปุริโส ตสฺมึ นิคเม เต เอวํ วิจรนฺเต ธุตฺตทารเก ทิสฺวา ‘‘ลทฺโธ วต ทานิ เม อุเปกฺขาปารมิยา ปริปูรณูปาโย’’ติ จินฺเตตฺวา ตตฺถ วิหาสิ. ตํ เต ธุตฺตทารกา ปสฺสิตฺวา วิปฺปการํ กาตุํ อารภนฺติ.

มหาสตฺโต ตํ อสหนฺโต วิย จ เตหิ ภายนฺโต วิย จ อุฏฺฐหิตฺวา คจฺฉติ. เต ตํ อนุพนฺธนฺติ. โส เตหิ อนุพนฺธิยมาโน ‘‘เอตฺถ นตฺถิ โกจิ ปฏิวตฺตา’’ติ สุสานํ คนฺตฺวา อฏฺฐิกํ สีสูปธานํ กตฺวา สยติ. ธุตฺตทารกาปิ ตตฺถ คนฺตฺวา โอฏฺฐุภนาทิกํ นานปฺปการํ วิปฺปการํ กตฺวา ปกฺกมนฺติ. เอวํ เต ทิวเส ทิวเส กโรนฺติ เอว. เย ปน วิญฺญู ปุริสา, เต เอวํ กโรนฺเต ปสฺสนฺติ. เต เต ปฏิพาหิตฺวา ‘‘อยํ มหานุภาโว ตปสฺสี มหาโยคี’’ติ จ ญตฺวา อุฬารํ สกฺการสมฺมานํ กโรนฺติ. มหาสตฺโต ปน สพฺพตฺถ เอกสทิโสว โหติ มชฺฌตฺตภูโต. เตน วุตฺตํ ‘‘สุสาเน เสยฺยํ กปฺเปมี’’ติอาทิ.

ตตฺถ สุสาเน เสยฺยํ กปฺเปมิ, ฉวฏฺฐิกํ อุปนิธายาติ อามกสุสาเน ฉฑฺฑิตกเฬวรโต โสณสิงฺคาลาทีหิ ตหึ ตหึ วิกฺขิตฺเตสุ อฏฺฐิเกสุ เอกํ อฏฺฐิกํ สีสูปธานํ กตฺวา สุจิมฺหิ จ อสุจิมฺหิ จ สมานจิตฺตตาย ตสฺมึ สุสาเน เสยฺยํ กปฺเปมิ, สยามีติ อตฺโถ. คามณฺฑลาติ คามทารกา. รูปํ ทสฺเสนฺตินปฺปกนฺติ ยถาวชฺชกีฬิตาย โอฏฺฐุภนอุปหสนอุมฺมิหนาทีหิ กณฺณโสเต สลากปฺปเวสนาทีหิ จ อติกกฺขฬํ อนปฺปกํ นานปฺปการํ รูปํ วิการํ กโรนฺติ.

๑๒๐. อปเรติ เตสุ เอว คามทารเกสุ เอกจฺเจ. อุปายนานูปเนนฺตีติ ‘‘อยํ อิเมสุ ปริภววเสน เอวรูปํ วิปฺปการํ กโรนฺเตสุ น กิญฺจิ วิการํ ทสฺเสติ, สมฺมานเน นุ โข กีทิโส’’ติ ปริคฺคณฺหนฺตา วิวิธํ พหุํ คนฺธมาลํ โภชนํ อญฺญานิ จ อุปายนานิ ปณฺณาการานิ อุปเนนฺติ อุปหรนฺติ. อปเรหิ วา เตหิ อนาจารคามทารเกหิ อญฺเญ วิญฺญู มนุสฺสา ‘‘อยํ อิเมสํ เอวํ วิวิธมฺปิ วิปฺปการํ กโรนฺตานํ น กุปฺปติ, อญฺญทตฺถุ ขนฺติเมตฺตานุทฺทยํเยว เตสุ อุปฏฺฐเปติ, อโห อจฺฉริยปุริโส’’ติ หฏฺฐา ‘‘พหุ วติเมหิ เอตสฺมึ วิปฺปฏิปชฺชนฺเตหิ อปุญฺญํ ปสุต’’นฺติ สํวิคฺคมานสาว หุตฺวา พหุํ คนฺธมาลํ วิวิธํ โภชนํ อญฺญานิ จ อุปายนานิ อุปเนนฺติ อุปหรนฺติ.

๑๒๑. เย เม ทุกฺขํ อุปหรนฺตีติ เย คามทารกา มยฺหํ สรีรทุกฺขํ อุปหรนฺติ อุปเนนฺติ. ‘‘อุปทหนฺตี’’ติปิ ปาโฐ, อุปฺปาเทนฺตีติ อตฺโถ. เย จ เทนฺติ สุขํ มมาติ เย จ วิญฺญู มนุสฺสา มม มยฺหํ สุขํ เทนฺติ, มาลาคนฺธโภชนาทิสุขูปกรเณหิ มม สุขํ อุปหรนฺติ. สพฺเพสํ สมโก โหมีติ กตฺถจิปิ วิการานุปฺปตฺติยา สมานจิตฺตตาย วิวิธานมฺปิ เตสํ ชนานํ สมโก เอกสทิโส โหมิ ภวามิ. ทยา โกโป น วิชฺชตีติ ยสฺมา มยฺหํ อุปการเก เมตฺตจิตฺตตาสงฺขาตา ทยา, อปการเก มโนปโทสสงฺขาโต โกโปปิ น วิชฺชติ, ตสฺมา สพฺเพสํ สมโก โหมีติ ทสฺเสติ.

๑๒๒. อิทานิ ภควา ตทา อุปการีสุ อปการีสุ จ สตฺเตสุ สมุปจิตญาณสมฺภารสฺส อตฺตโน สมานจิตฺตตา วิการาภาโว ยา จ โลกธมฺเมสุ อนุปลิตฺตตา อโหสิ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สุขทุกฺเข ตุลาภูโต’’ติ โอสานคาถมาห.

ตตฺถ สุขทุกฺเขติ สุเข จ ทุกฺเข จ. ตุลาภูโตติ สมกํ คหิตตุลา วิย โอนติอุนฺนติอปนตึ วชฺเชตฺวา มชฺฌตฺตภูโต, สุขทุกฺขคฺคหเณเนว เจตฺถ ตํนิมิตฺตภาวโต ลาภาลาภาปิ คหิตาติ เวทิตพฺพํ. ยเสสูติ กิตฺตีสุ. อยเสสูติ นินฺทาสุ. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ สุขาทีสุ โลกธมฺเมสุ. อิติ ภควา ตทา สพฺพสตฺเตสุ สพฺพโลกธมฺเมสุ จ อนญฺญสาธารณํ อตฺตโน มชฺฌตฺตภาวํ กิตฺเตตฺวา เตน ตสฺมึ อตฺตภาเว อตฺตโน อุเปกฺขาปารมิยา สิขาปฺปตฺตภาวํ วิภาเวนฺโต ‘‘เอสา เม อุเปกฺขาปารมี’’ติ เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ.

อิธาปิ มหาสตฺตสฺส ปฐมํ ทานปารมี นาม วิเสสโต สพฺพวิภวปริจฺจาโค ‘‘เย เกจิ อิมํ สรีรํ คเหตฺวา ยํกิญฺจิ อตฺตโน อิจฺฉิตํ กโรนฺตู’’ติ อนเปกฺขภาเวน อตฺตโน อตฺตภาวปริจฺจาโค จ ทานปารมี, หีนาทิกสฺส สพฺพสฺส อกตฺตพฺพสฺส อกรณํ สีลปารมี, กามสฺสาทวิมุขสฺส เคหโต นิกฺขนฺตสฺส สโต กาเย อสุภสญฺญานุพฺรูหนา เนกฺขมฺมปารมี, สมฺโพธิสมฺภารานํ อุปการธมฺมปริคฺคหเณ ตปฺปฏิปกฺขปฺปหาเน จ โกสลฺลํ อวิปรีตโต ธมฺมสภาวจินฺตนา จ ปญฺญาปารมี, กามวิตกฺกาทิวิโนทนํ ทุกฺขาธิวาสนวีริยญฺจ วีริยปารมี, สพฺพาปิ อธิวาสนขนฺติ ขนฺติปารมี, วจีสจฺจํ สมาทานาวิสํวาทเนน วิรติสจฺจญฺจ สจฺจปารมี, อนวชฺชธมฺเม อจลสมาทานาธิฏฺฐานํ อธิฏฺฐานปารมี, อโนธิโส สพฺพสตฺเตสุ เมตฺตานุทฺทยภาโว เมตฺตาปารมี, อุเปกฺขาปารมี ปนสฺส ยถาวุตฺตวเสเนว เวทิตพฺพาติ ทส ปารมิโย ลพฺภนฺติ. อุเปกฺขาปารมี เจตฺถ อติสยวตีติ กตฺวา สาเยว เทสนํ อารุฬฺหา. ตถา อิธ มหาสตฺตสฺส มหนฺตํ โภคกฺขนฺธํ มหนฺตญฺจ ญาติปริวฏฺฏํ ปหาย มหาภินิกฺขมนสทิสํ เคหโต นิกฺขมนํ, ตถา นิกฺขมิตฺวา ลาภสกฺการํ ชิคุจฺฉโต ปเรสํ สมฺภาวนํ ปริหริตุกามสฺส ปพฺพชฺชาลิงฺคํ อคฺคเหตฺวา จิตฺเตเนว อนวเสสํ ปพฺพชฺชาคุเณ อธิฏฺฐหิตฺวา ปรมสุขวิหาโร, ปรมปฺปิจฺฉตา, ปวิเวกาภิรติ, อุเปกฺขณาธิปฺปาเยน อตฺตโน กายชีวิตนิรเปกฺขา, ปเรหิ อตฺตโน อุปริ กตวิปฺปการาธิวาสนํ, อุกฺกํสคตสลฺเลขวุตฺติ, โพธิสมฺภารปฏิปกฺขานํ กิเลสานํ ตนุภาเวน ขีณาสวานํ วิย ปเรสํ อุปการาปกาเรสุ นิพฺพิการภาวเหตุภูเตน สพฺพตฺถ มชฺฌตฺตภาเวน สมุฏฺฐาปิโต โลกธมฺเมหิ อนุปเลโป, สพฺพปารมีนํ มุทฺธภูตาย อุเปกฺขาปารมิยา สิขาปฺปตฺตีติ เอวมาทโย คุณานุภาวา วิภาเวตพฺพาติ.

มหาโลมหํสจริยาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อุเปกฺขาปารมี นิฏฺฐิตา.

ตติยวคฺคสฺส อตฺถวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อุทฺทานคาถาวณฺณนา

‘‘ยุธญฺชโย’’ติอาทิกา อุทฺทานคาถา. ตตฺถ ภิเสนาติ ภิสาปเทเสน มหากญฺจนจริยํ (จริยา. ๓.๓๔ อาทโย) ทสฺเสติ. โสณนนฺโทติ อิมินา โสณปณฺฑิตจริยํ (จริยา. ๓.๔๒ อาทโย ) ทสฺเสติ. ตถา มูคปกฺโขติ มูคปกฺขาปเทเสน เตมิยปณฺฑิตจริยํ (จริยา. ๓.๔๘ อาทโย) ทสฺเสติ. อุเปกฺขาปารมิสีเสน มหาโลมหํสจริยํ (จริยา. ๓.๑๑๙ อาทโย) ทสฺเสติ. อาสิ อิติ วุฏฺฐํ มเหสินาติ ยถา, สาริปุตฺต, ตุยฺหํ เอตรหิ เทสิตํ, อิติ เอวํ อิมินา วิธาเนน มหนฺตานํ ทานปารมิอาทีนํ โพธิสมฺภารานํ เอสนโต มเหสินา ตทา โพธิสตฺตภูเตน มยา วุฏฺฐํ จิณฺณํ จริตํ ปฏิปนฺนํ อาสิ อโหสีติ อตฺโถ. อิทานิ ปารมิปริปูรณวเสน จิรกาลปฺปวตฺติตํ อิธ วุตฺตํ อวุตฺตญฺจ อตฺตโน ทุกฺกรกิริยํ เอกชฺฌํ กตฺวา ยทตฺถํ สา ปวตฺติตา, ตญฺจ สงฺเขเปเนว ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํ พหุพฺพิธ’’นฺติ คาถมาห.

ตตฺถ เอวนฺติ อิมินา วุตฺตนเยน. พหุพฺพิธํ ทุกฺขนฺติ อกิตฺติปณฺฑิตาทิกาเล การปณฺณาทิอาหารตาย ตญฺจ ยาจกสฺส ทตฺวา อาหารูปจฺเฉทาทินา จ พหุวิธํ นานปฺปการํ ทุกฺขํ. ตถา กุรุราชาทิกาเล สกฺกสมฺปตฺติสทิสา สมฺปตฺตี จ พหุพฺพิธา. ภวาภเวติ ขุทฺทเก เจว มหนฺเต จ ภเว. ภวาภเว วา วุทฺธิหานิโย อนุภวิตฺวา พหุวิเธหิ ทุกฺเขหิ อวิหญฺญมาโน พหุวิธาหิ จ สมฺปตฺตีหิ อนากฑฺฒิยมาโน ปารมิปริปูรณปสุโต เอว หุตฺวา ตทนุรูปํ ปฏิปตฺตึ ปฏิปนฺโน อุตฺตมํ อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต, อธิคโตสฺมีติ อตฺโถ.

อิทานิ ยาสํ ปารมีนํ ปริปูรณตฺถํ เอสา ทุกฺกรจริยา จิรํ ปวตฺติตา, ตาสํ อนวเสสโต ปริปุณฺณภาวํ เตน จ ปตฺตพฺพผลสฺส อตฺตนา อธิคตภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ทตฺวา ทาตพฺพกํ ทานํ, สีลํ ปูเรตฺวา อเสสโต’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ตตฺถ ทตฺวา ทาตพฺพกํ ทานนฺติ ตทา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌิตุํ อคฺคยานปฏิปทํ ปฏิปนฺเนน มหาโพธิสตฺเตน ทาตพฺพํ เทยฺยธมฺมํ พาหิรํ รชฺชาทึ อพฺภนฺตรํ อตฺตปริจฺจาโคติ ปญฺจ มหาปริจฺจาคปริโยสานํ ทานปารมิทานอุปปารมิทานปรมตฺถปารมิปฺปเภทํ ทานํ อนวเสสโต สมฺปาเทตฺวาติ อตฺโถ. ตตฺถ อกิตฺติพฺราหฺมณกาเล (จริยา. ๑.๑ อาทโย; ชา. ๑.๑๓.๘๓ อาทโย) สงฺขพฺราหฺมณกาเลติ (จริยา. ๑.๑๑ อาทโย; ชา. ๑.๑๐.๓๙ อาทโย) เอวมาทีสุ อิธ อาคเตสุ อนาคเตสุ จ วิสยฺหเสฏฺฐิกาเล (ชา. ๑.๔.๑๕๗ อาทโย) เวลามกาเลติ (อ. นิ. ๙.๒๐) เอวมาทีสุปิ ทานปารมิยา มหาปุริสสฺส ปูริตตฺตภาวานํ ปริมาณํ นาม นตฺถิ. เอกนฺเตน ปนสฺส สสปณฺฑิตกาเล –

‘‘ภิกฺขาย อุปคตํ ทิสฺวา, สกตฺตานํ ปริจฺจชึ;

ทาเนน เม สโม นตฺถิ, เอสา เม ทานปารมี’’ติ. (จริยา. ๑. ตสฺสุทฺทาน) –

เอวํ อตฺตปริจฺจาคํ กโรนฺตสฺส ทานปารมี ปรมตฺถปารมี นาม ชาตา. อิตเรสุ ปน ยถารหํ ปารมิอุปปารมิโย เวทิตพฺพา.

สีลํ ปูเรตฺวา อเสสโตติ ตถา อนวเสสโต กายิโก สํวโร, วาจสิโก สํวโร, กายิกวาจสิโก สํวโร, อินฺทฺริยสํวโร, โภชเน มตฺตญฺญุตา, สุวิสุทฺธาชีวตาติ เอวมาทิกํ โพธิสตฺตสีลํ สมฺปาเทนฺเตน สีลปารมิสีลอุปปารมิสีลปรมตฺถปารมิปฺปเภทํ ปูเรตพฺพํ สพฺพํ สีลํ ปูเรตฺวา สมฺมเทว สมฺปาเทตฺวา. อิธาปิ สีลวนาคราชกาเล (จริยา. ๒.๑ อาทโย; ชา. ๑.๑.๗๒) จมฺเปยฺยนาคราชกาเลติ (จริยา. ๒.๒๐ อาทโย; ชา. ๑.๑๕.๒๔๐ อาทโย) เอวมาทีสุ อิธ อาคเตสุ, อนาคเตสุ จ มหากปิกาเล (จริยา. ๓.๖๗ อาทโย; ชา. ๑.๗.๘๓ อาทโย; ๑.๑๖.๑๗๘ อาทโย) ฉทฺทนฺตกาเลติ (ชา. ๑.๑๖.๙๗ อาทโย) เอวมาทีสุ มหาสตฺตสฺส สีลปารมิยา ปูริตตฺตภาวานํ ปริมาณํ นาม นตฺถิ. เอกนฺเตน ปนสฺส สงฺขปาลกาเล –

‘‘สูเลหิ วินิวิชฺฌนฺเต, โกฏฺฏยนฺเตปิ สตฺติภิ;

โภชปุตฺเต น กุปฺปามิ, เอสา เม สีลปารมี’’ติ. (จริยา. ๒.๙๑) –

เอวํ อตฺตปริจฺจาคํ กโรนฺตสฺส สีลปารมี ปรมตฺถปารมี นาม ชาตา. อิตเรสุ ปน ยถารหํ ปารมิอุปปารมิโย เวทิตพฺพา.

เนกฺขมฺเม ปารมึ คนฺตฺวาติ ตถา ติวิเธปิ มหาภินิกฺขมเน ปารมึ ปรมุกฺกํสํ คนฺตฺวา. ตตฺถ ยุธญฺชยกาเล (จริยา. ๓.๑ อาทโย; ชา. ๑.๑๑.๗๓ อาทโย) โสมนสฺสกุมารกาเลติ (จริยา. ๓.๗ อาทโย; ชา. ๑.๑๕.๒๑๑ อาทโย) เอวมาทีสุ อิธ อาคเตสุ, อนาคเตสุ จ หตฺถิปาลกุมารกาเล (ชา. ๑.๑๕.๓๓๗ อาทโย) มฆเทวกาเลติ (ม. นิ. ๒.๓๐๘ อาทโย; ชา. ๑.๑.๙) เอวมาทีสุ มหารชฺชํ ปหาย เนกฺขมฺมปารมิยา ปูริตตฺตภาวานํ ปริมาณํ นาม นตฺถิ. เอกนฺเตน ปนสฺส จูฬสุตโสมกาเล –

‘‘มหารชฺชํ หตฺถคตํ, เขฬปิณฺฑํว ฉฑฺฑยึ;

จชโต น โหติ ลคฺคนํ, เอสา เม เนกฺขมฺมปารมี’’ติ. (ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา; ชา. อฏฺฐ. ๑.ทูเรนิทานกถา; อป. อฏฺฐ. ๑.ทูเรนิทานกถา);

เอวํ นิสฺสงฺคตาย รชฺชํ ฉฑฺเฑตฺวา นิกฺขมนฺตสฺส เนกฺขมฺมปารมี ปรมตฺถปารมี นาม ชาตา. อิตเรสุ ปน ยถารหํ ปารมิอุปปารมิโย เวทิตพฺพา.

ปณฺฑิเต ปริปุจฺฉิตฺวาติ กึ กุสลํ กึ อกุสลํ กึ สาวชฺชํ กึ อนวชฺชนฺติอาทินา กุสลาทิธมฺมวิภาคํ กมฺมกมฺมผลวิภาคํ สตฺตานํ อุปการาวหํ อนวชฺชกมฺมายตนสิปฺปายตนวิชฺชาฏฺฐานาทึ ปณฺฑิเต สปฺปญฺเญ ปริปุจฺฉิตฺวา. เอเตน ปญฺญาปารมึ ทสฺเสติ. ตตฺถ วิธุรปณฺฑิตกาเล (ชา. ๒.๒๒.๑๓๔๖ อาทโย) มหาโควินฺทปณฺฑิตกาเล (ที. นิ. ๒.๒๙๓ อาทโย; จริยา ๑.๓๗ อาทโย) กุทาลปณฺฑิตกาเล (ชา. ๑.๑.๗๐) อรกปณฺฑิตกาเล (ชา. ๑.๒.๓๗ อาทโย) โพธิปริพฺพาชกกาเล มโหสธปณฺฑิตกาเลติ (ชา. ๒.๒๒.๕๙๐ อาทโย) เอวมาทีสุ ปญฺญาปารมิยา ปูริตตฺตภาวานํ ปริมาณํ นาม นตฺถิ. เอกนฺเตน ปนสฺส เสนกปณฺฑิตกาเล –

‘‘ปญฺญาย วิจินนฺโตหํ, พฺราหฺมณํ โมจยึ ทุขา;

ปญฺญาย เม สโม นตฺถิ, เอสา เม ปญฺญาปารมี’’ติ. (ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา; ชา. อฏฺฐ. ๑.ทูเรนิทานกถา; อป. อฏฺฐ. ๑.ทูเรนิทานกฺกถา) –

อนฺโตภสฺตคตํ สปฺปํ ทสฺเสนฺตสฺส ปญฺญาปารมี ปรมตฺถปารมี นาม ชาตา. วีริยํ กตฺวาน อุตฺตมนฺติ สมฺมาสมฺโพธึ ปาเปตุํ สมตฺถตาย อุตฺตมํ ปธานํ วีริยนฺติ วิวิธมฺปิ วีริยปารมึ กตฺวา อุปฺปาเทตฺวา. ตตฺถ มหาสีลวราชกาเล (ชา. ๑.๑.๕๑) ปญฺจาวุธกุมารกาเล (ชา. ๑.๑.๕๕) มหาวานรินฺทกาเลติ (ชา. ๑.๑.๕๗) เอวมาทีสุ วีริยปารมิยา ปูริตตฺตภาวานํ ปริมาณํ นาม นตฺถิ. เอกนฺเตน ปนสฺส มหาชนกกาเล –

‘‘อตีรทสฺสี ชลมชฺเฌ, หตา สพฺเพว มานุสา;

จิตฺตสฺส อญฺญถา นตฺถิ, เอสา เม วีริยปารมี’’ติ. (ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา; ชา. อฏฺฐ. ๑.ทูเรนิทานกถา; อป. อฏฺฐ. ๑.ทูเรนิทานกถา) –

เอวํ มหาสมุทฺทํ ตรนฺตสฺส วีริยปารมี ปรมตฺถปารมี นาม ชาตา.

ขนฺติยา ปารมึ คนฺตฺวาติ อธิวาสนขนฺติอาทิ ขนฺติปรมุกฺกํสภาวํ ปาเปนฺโต ขนฺติยา ปารมึ ปรมโกฏึ คนฺตฺวา, ขนฺติปารมึ สมฺปาเทตฺวาติ อตฺโถ. ตตฺถ มหากปิกาเล (จริยา. ๓.๖๗ อาทโย; ชา. ๑.๗.๘๓ อาทโย) มหึสราชกาเล (ชา. ๑.๓.๘๒ อาทโย) รุรุมิคราชกาเล (ชา. ๑.๑๓.๑๑๗ อาทโย) ธมฺมเทวปุตฺตกาเลติ (ชา. ๑.๑๑.๒๖ อาทโย) เอวมาทีสุ ขนฺติปารมิยา ปูริตตฺตภาวานํ ปริมาณํ นาม นตฺถิ. เอกนฺเตน ปนสฺส ขนฺติวาทิกาเล –

‘‘อเจตนํ ว โกฏฺเฏนฺเต, ติเณฺหน ผรสุนา มมํ;

กาสิราเช น กุปฺปามิ, เอสา เม ขนฺติปารมี’’ติ. (ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา; ชา. อฏฺฐ. ๑.ทูเรนิทานกถา; อป. อฏฺฐ. ๑.ทูเรนิทานกถา) –

เอวํ อเจตนภาเวน วิย มหาทุกฺขํ อนุภวนฺตสฺส ขนฺติปารมี ปรมตฺถปารมี นาม ชาตา.

กตฺวา ทฬฺหมธิฏฺฐานนฺติ กุสลสมาทานาธิฏฺฐานํ ตสฺส ตสฺส ปารมิสมาทานสฺส ตทุปการกสมาทานสฺส จ อธิฏฺฐานํ ทฬฺหตรํ อสิถิลํ กตฺวา, ตํ ตํ วตสมาทานํ อนิวตฺติภาเวน อธิฏฺฐหิตฺวาติ อตฺโถ. ตตฺถ โชติปาลกาเล (ม. นิ. ๒.๒๘๒ อาทโย) สรภงฺคกาเล (ชา. ๒.๑๗.๕๐ อาทโย) เนมิกาเลติ (จริยา. ๑.๔๐ อาทโย; ชา.๒.๒๒.๔๒๑ อาทโย) เอวมาทีสุ อธิฏฺฐานปารมิยา ปูริตตฺตภาวานํ ปริมาณํ นาม นตฺถิ. เอกนฺเตน ปนสฺส เตมิยกุมารกาเล –

‘‘มาตาปิตา น เม เทสฺสา, อตฺตา เม น จ เทสฺสิโย;

สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ, ตสฺมา วตมธิฏฺฐหิ’’นฺติ. (จริยา. ๓.๖๕) –

เอวํ ชีวิตํ ปริจฺจชิตฺวา วตํ อธิฏฺฐหนฺตสฺส อธิฏฺฐานปารมี ปรมตฺถปารมี นาม ชาตา.

สจฺจวาจานุรกฺขิยาติ สจฺจวาจํ อนุรกฺขิตฺวา ชีวิตนฺตราเยปิ อนริยโวหารํ คูถํ วิย ชิคุจฺฉนฺโต ปริหริตฺวา สพฺพโส อวิสํวาทิภาวํ รกฺขิตฺวา. ตตฺถ กปิราชกาเล (จริยา. ๓.๖๗ อาทโย) สจฺจตาปสกาเล มจฺฉราชกาเลติ เอวมาทีสุ สจฺจปารมิยา ปูริตตฺตภาวานํ ปริมาณํ นาม นตฺถิ. เอกนฺเตน ปนสฺส มหาสุตโสมกาเล –

‘‘สจฺจวาจํ อนุรกฺขนฺโต, จชิตฺวา มม ชีวิตํ;

โมเจสึ เอกสตํ ขตฺติเย, เอสา เม สจฺจปารมี’’ติ. (ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา; ชา. อฏฺฐ. ๑.ทูเรนิทานกถา; อป. อฏฺฐ. ๑.ทูเรนิทานกถา) –

เอวํ ชีวิตํ จชิตฺวา สจฺจํ อนุรกฺขนฺตสฺส สจฺจปารมี ปรมตฺถปารมี นาม ชาตา.

เมตฺตาย ปารมึ คนฺตฺวาติ สพฺพสตฺเตสุ อโนธิโส หิตูปสํหารลกฺขณาย เมตฺตาย ปารมึ ปรมุกฺกํสตํ ปตฺวา. ตตฺถ จูฬธมฺมปาลกาเล (ชา. ๑.๕.๔๔ อาทโย) มหาสีลวราชกาเล (ชา. ๑.๑.๕๑) สามปณฺฑิตกาเลติ (จริยา. ๓.๑๑๑ อาทโย; ชา. ๒.๒๒.๒๙๖ อาทโย) เอวมาทีสุ เมตฺตาปารมิยา ปูริตตฺตภาวานํ ปริมาณํ นาม นตฺถิ. เอกนฺเตน ปนสฺส สุวณฺณสามกาเล –

‘‘น มํ โกจิ อุตฺตสติ, นปิหํ ภายามิ กสฺสจิ;

เมตฺตาพเลนุปตฺถทฺโธ, รมามิ ปวเน ตทา’’ติ. (จริยา. ๓.๑๑๓) –

เอวํ ชีวิตมฺปิ อโนโลเกตฺวา เมตฺตายนฺตสฺส เมตฺตาปารมี ปรมตฺถปารมี นาม ชาตา.

สมฺมานนาวมานเนติ สกฺกจฺจํ ปูชาสกฺการาทินา สมฺมานเน โอฏฺฐุภนาทินา อวมานเน จ สพฺพตฺถ โลกธมฺเม สมโก สมจิตฺโต นิพฺพิกาโร หุตฺวา อุตฺตมํ อนุตฺตรํ ลพฺพญฺญุตํ อธิคโตสฺมีติ อตฺโถ. ตตฺถ มหาวานรินฺทกาเล (ชา. ๑.๑.๕๗) กาสิราชกาเล เขมพฺราหฺมณกาเล อฏฺฐิเสนปริพฺพาชกกาเลติ (ชา. ๑.๗.๕๔ อาทโย) เอวมาทีสุ อุเปกฺขาปารมิยา ปูริตตฺตภาวานํ ปริมาณํ นาม นตฺถิ. เอกนฺเตน ปนสฺส มหาโลมหํสกาเล –

‘‘สุสาเน เสยฺยํ กปฺเปมิ, ฉวฏฺฐิกํ อุปนิธายหํ;

คามณฺฑลา อุปาคนฺตฺวา, รูปํ ทสฺเสนฺตินปฺปก’’นฺติ. (จริยา. ๓.๑๑๙) –

เอวํ คามทารเกสุ โอฏฺฐุภนาทีหิ เจว มาลาคนฺธูปหาราทีหิ จ สุขทุกฺขํ อุปฺปาเทนฺเตสุปิ อุเปกฺขํ อนติวตฺตนฺตสฺส อุเปกฺขาปารมี ปรมตฺถปารมี นาม ชาตา. อิติ ภควา –

‘‘เอวํ พหุพฺพิธํ ทุกฺขํ, สมฺปตฺตี จ พหุพฺพิธา;

ภวาภเว อนุภวิตฺวา, ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตม’’นฺติ. –

สมฺมาสมฺโพธึ อธิคนฺตุํ อิมสฺมึ ภทฺทกปฺเป อตฺตนา กตํ ทุกฺกรจริยํ สงฺเขเปเนว วตฺวา ปุน –

‘‘ทตฺวา ทาตพฺพกํ ทานํ, สีลํ ปูเรตฺวา อเสสโต;

เนกฺขมฺเม ปารมึ คนฺตฺวา, ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ.

‘‘ปณฺฑิเต ปริปุจฺฉิตฺวา, วีริยํ กตฺวาน มุตฺตมํ;

ขนฺติยา ปารมึ คนฺตฺวา, ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ.

‘‘กตฺวา ทฬฺหมธิฏฺฐานํ, สจฺจวาจานุรกฺขิย;

เมตฺตาย ปารมึ คนฺตฺวา, ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ.

‘‘ลาภาลาเภ ยสายเส, สมฺมานนาวมานเน;

สพฺพตฺถ สมโก หุตฺวา, ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตม’’นฺติ. –

อตฺตนา สมฺมเทว ปริปูริตา ทส ปารมิโย ทสฺเสติ.

ปกิณฺณกกถา

อิมสฺมึ ปน ฐาเน ฐตฺวา มหาโพธิยานปฏิปตฺติยํ อุสฺสาหชาตานํ กุลปุตฺตานํ โพธิสมฺภาเรสุ นานปฺปการโกสลฺลตฺถํ สพฺพปารมีสุ ปกิณฺณกกถา กเถตพฺพา.

ตตฺริทํ ปญฺหกมฺมํ – กา ปเนตา ปารมิโย? เกนฏฺเฐน ปารมิโย? กติวิธา เจตา? โก ตาสํ กโม? กานิ ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานิ? โก ปจฺจโย? โก สํกิเลโส? กึ โวทานํ? โก ปฏิปกฺโข? กา ปฏิปตฺติ? โก วิภาโค? โก สงฺคโห? โก สมฺปาทนูปาโย? กิตฺตเกน กาเลน สมฺปาทนํ? โก อานิสํโส? กึ เจตาสํ ผลนฺติ?

ตตฺริทํ วิสฺสชฺชนํ – กา ปเนตา ปารมิโยติ? ตณฺหามานทิฏฺฐีหิ อนุปหตา กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตา ทานาทโย คุณา ปารมิโย.

เกนฏฺเฐน ปารมิโยติ? ทานสีลาทิคุณวิเสสโยเคน สตฺตุตฺตมตาย ปรมา มหาสตฺตา โพธิสตฺตา, เตสํ ภาโว กมฺมํ วา ปารมี, ทานาทิกิริยา. อถ วา ปรตีติ ปรโม, ทานาทิคุณานํ ปูรโก ปาลโก จาติ โพธิสตฺโต, ปรมสฺส อยํ, ปรมสฺส วา ภาโว, กมฺมํ วา ปารมี, ทานาทิกิริยาว. อถ วา ปรํ สตฺตํ อตฺตนิ มวติ พนฺธติ คุณวิเสสโยเคน, ปรํ วา อธิกตรํ มชฺชติ สุชฺฌติ สํกิเลสมลโต, ปรํ วา เสฏฺฐํ นิพฺพานํ วิเสเสน มยติ คจฺฉติ, ปรํ วา โลกํ ปมาณภูเตน ญาณวิเสเสน อิธโลกํ วิย มุนาติ ปริจฺฉินฺทติ, ปรํ วา อติวิย สีลาทิคุณคณํ อตฺตโน สนฺตาเน มิโนติ ปกฺขิปติ, ปรํ วา อตฺตภูตโต ธมฺมกายโต อญฺญํ ปฏิปกฺขํ วา ตทนตฺถกรํ กิเลสโจรคณํ มินาติ หึสตีติ ปรโม, มหาสตฺโต. ปรมสฺส อยนฺติอาทิ วุตฺตนเยน โยเชตพฺพํ. ปาเร วา นิพฺพาเน มชฺชติ สุชฺฌติ สตฺเต จ โสเธติ, ตตฺถ วา สตฺเต มวติ พนฺธติ โยเชติ, ตํ วา มยติ คจฺฉติ คเมติ จ, มุนาติ วา ตํ ยาถาวโต, ตตฺถ วา สตฺเต มิโนติ ปกฺขิปติ, กิเลสารโย วา สตฺตานํ ตตฺถ มินาติ หึสตีติ ปารมี, มหาปุริโส. ตสฺส ภาโว กมฺมํ วา ปารมิตา, ทานาทิกิริยาว. อิมินา นเยน ปารมีสทฺทตฺโถ เวทิตพฺโพ.

กติวิธาติ? สงฺเขปโต ทสวิธา. ตา ปน ปาฬิยํ สรูปโต อาคตาเยว. ยถาห –

‘‘วิจินนฺโต ตทา ทกฺขึ, ปฐมํ ทานปารมึ;

ปุพฺพเกหิ มเหสีหิ, อนุจิณฺณํ มหาปถ’’นฺติ. (พุ. วํ. ๒.๑๑๖) –

อาทิ. ยถา จาห – ‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, พุทฺธการกา ธมฺมา? ทส โข, สาริปุตฺต, พุทฺธการกา ธมฺมา. กตเม ทส? ทานํ โข, สาริปุตฺต, พุทฺธการโก ธมฺโม, สีลํ, เนกฺขมฺมํ, ปญฺญา, วีริยํ, ขนฺติ, สจฺจํ, อธิฏฺฐานํ, เมตฺตา, อุเปกฺขา พุทฺธการโก ธมฺโม. อิเม โข, สาริปุตฺต, ทส พุทฺธการกา ธมฺมา’’ติ. อิทมโวจ ภควา, อิทํ วตฺวา สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –

‘‘ทานํ สีลญฺจ เนกฺขมฺมํ, ปญฺญา วีริเยน ปญฺจมํ;

ขนฺติ สจฺจมธิฏฺฐานํ, เมตฺตุเปกฺขาติ เต ทสา’’ติ. (พุ. วํ. ๑.๗๖ โถกํ วิสทิสํ);

เกจิ ปน ‘‘ฉพฺพิธา’’ติ วทนฺติ. ตํ เอตาสํ สงฺคหวเสน วุตฺตํ. โส ปน สงฺคโห ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ.

โก ตาสํ กโมติ? เอตฺถ กโมติ เทสนากฺกโม, โส จ ปฐมสมาทานเหตุโก, สมาทานํ ปวิจยเหตุกํ, อิติ ยถา อาทิมฺหิ ปวิจิตา สมาทินฺนา จ, ตถา เทสิตา. ตตฺถ ทานํ สีลสฺส พหูปการํ สุกรญฺจาติ ตํ อาทิมฺหิ วุตฺตํ. ทานํ สีลปริคฺคหิตํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสนฺติ ทานานนฺตรํ สีลํ วุตฺตํ. สีลํ เนกฺขมฺมปริคฺคหิตํ, เนกฺขมฺมํ ปญฺญาปริคฺคหิตํ, ปญฺญา วีริยปริคฺคหิตา, วีริยํ ขนฺติปริคฺคหิตํ, ขนฺติ สจฺจปริคฺคหิตา, สจฺจํ อธิฏฺฐานปริคฺคหิตํ, อธิฏฺฐานํ เมตฺตาปริคฺคหิตํ, เมตฺตา อุเปกฺขาปริคฺคหิตา มหปฺผลา โหติ มหานิสํสาติ เมตฺตานนฺตรมุเปกฺขา วุตฺตา. อุเปกฺขา ปน กรุณาปริคฺคหิตา กรุณา จ อุเปกฺขาปริคฺคหิตาติ เวทิตพฺพา. ‘‘กถํ ปน มหาการุณิกา โพธิสตฺตา สตฺเตสุ อุเปกฺขกา โหนฺตี’’ติ? ‘‘อุเปกฺขิตพฺพยุตฺเตสุ กญฺจิ กาลํ อุเปกฺขกา โหนฺติ, น ปน สพฺพตฺถ สพฺพทา จา’’ติ เกจิ. อปเร ปน – ‘‘น สตฺเตสุ อุเปกฺขกา, สตฺตกเตสุ ปน วิปฺปกาเรสุ อุเปกฺขกา โหนฺตี’’ติ.

อปโร นโย – ปจุรชเนสุปิ ปวตฺติยา สพฺพสตฺตสาธารณตฺตา อปฺปผลตฺตา สุกรตฺตา จ อาทิมฺหิ ทานํ วุตฺตํ. สีเลน ทายกปฏิคฺคาหกสุทฺธิโต ปรานุคฺคหํ วตฺวา ปรปีฬานิวตฺติวจนโต กิริยธมฺมํ วตฺวา อกิริยธมฺมวจนโต โภคสมฺปตฺติเหตุํ วตฺวา ภวสมฺปตฺติเหตุวจนโต จ ทานสฺส อนนฺตรํ สีลํ วุตฺตํ. เนกฺขมฺเมน สีลสมฺปตฺติสิทฺธิโต กายวจีสุจริตํ วตฺวา มโนสุจริตวจนโต วิสุทฺธสีลสฺส สุเขเนว ฌานสมิชฺฌนโต กมฺมาปราธปฺปหาเนน ปโยคสุทฺธึ วตฺวา กิเลสาปราธปฺปหาเนน อาสยสุทฺธิวจนโต วีติกฺกมปฺปหาเนน จิตฺตสฺส ปริยุฏฺฐานปฺปหานวจนโต จ สีลสฺส อนนฺตรํ เนกฺขมฺมํ วุตฺตํ. ปญฺญาย เนกฺขมฺมสฺส สิทฺธิปริสุทฺธิโต ฌานาภาเวน ปญฺญาภาววจนโต ‘‘สมาธิปทฏฺฐานา หิ ปญฺญา, ปญฺญาปจฺจุปฏฺฐาโน จ สมาธิ’’. สมถนิมิตฺตํ วตฺวา อุเปกฺขานิมิตฺตวจนโต ปรหิตชฺฌาเนน ปรหิตกรณูปายโกสลฺลวจนโต จ เนกฺขมฺมสฺส อนนฺตรํ ปญฺญา วุตฺตา. วีริยารมฺเภน ปญฺญากิจฺจสิทฺธิโต สตฺตสุญฺญตาธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺตึ วตฺวา สตฺตหิตาย อารมฺภสฺส อจฺฉริยตาวจนโต อุเปกฺขานิมิตฺตํ วตฺวา ปคฺคหนิมิตฺตวจนโต นิสมฺมการิตํ วตฺวา อุฏฺฐานวจนโต จ ‘‘นิสมฺมการิโน หิ อุฏฺฐานํ ผลวิเสสมาวหตี’’ติ ปญฺญาย อนนฺตรํ วีริยํ วุตฺตํ.

วีริเยน ติติกฺขาสิทฺธิโต ‘‘วีริยวา หิ อารทฺธวีริยตฺตา สตฺตสงฺขาเรหิ อุปนีตํ ทุกฺขํ อภิภุยฺย วิหรติ’’. วีริยสฺส ติติกฺขาลงฺการภาวโต ‘‘วีริยวโต หิ ติติกฺขา โสภติ’’. ปคฺคหนิมิตฺตํ วตฺวา สมถนิมิตฺตวจนโต อจฺจารมฺเภน อุทฺธจฺจโทสปฺปหานวจนโต ‘‘ธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺติยา หิ อุทฺธจฺจโทโส ปหียติ’’. วีริยวโต สาตจฺจกรณวจนโต ‘‘ขนฺติพหุโล หิ อนุทฺธโต สาตจฺจการี โหติ’’. อปฺปมาทวโต ปรหิตกิริยารมฺเภ ปจฺจุปการตณฺหาภาววจนโต ‘‘ยาถาวโต ธมฺมนิชฺฌาเน หิ สติ ตณฺหา น โหติ’’. ปรหิตารมฺเภ ปรเมปิ ปรกตทุกฺขสหนตาวจนโต จ วีริยสฺส อนนฺตรํ ขนฺติ วุตฺตา. สจฺเจน ขนฺติยา จิราธิฏฺฐานโต อปการิโน อปการขนฺตึ วตฺวา ตทุปการกรเณ อวิสํวาทวจนโต ขนฺติยา อปวาทวาจาวิกมฺปเนน ภูตวาทิตาย อวิชหนวจนโต สตฺตสุญฺญตาธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺตึ วตฺวา ตทุปพฺรูหิตญาณสจฺจวจนโต จ ขนฺติยา อนนฺตรํ สจฺจํ วุตฺตํ.

อธิฏฺฐาเนน สจฺจสิทฺธิโต ‘‘อจลาธิฏฺฐานสฺส หิ วิรติ สิชฺฌติ’’. อวิสํวาทิตํ วตฺวา ตตฺถ อจลภาววจนโต ‘‘สจฺจสนฺโธ หิ ทานาทีสุ ปฏิญฺญานุรูปํ นิจฺจโลว ปวตฺตติ’’. ญาณสจฺจํ วตฺวา สมฺภาเรสุ ปวตฺตินิฏฺฐาปนวจนโต ‘‘ยถาภูตญาณวา หิ โพธิสมฺภาเร อธิฏฺฐาติ, เต จ นิฏฺฐาเปติ ปฏิปกฺเขหิ อกมฺปิยภาวโต’’ติ สจฺจสฺส อนนฺตรํ อธิฏฺฐานํ วุตฺตํ. เมตฺตาย ปรหิตกรณสมาทานาธิฏฺฐานสิทฺธิโต อธิฏฺฐานํ วตฺวา หิตูปสํหารวจนโต ‘‘โพธิสมฺภาเร หิ อธิติฏฺฐมาโน เมตฺตาวิหารี โหติ’’. อจลาธิฏฺฐานสฺส สมาทานาวิโกปเนน สมาทานสมฺภวโต จ อธิฏฺฐานสฺส อนนฺตรํ เมตฺตา วุตฺตา. อุเปกฺขาย เมตฺตาวิสุทฺธิโต สตฺเตสุ หิตูปสํหารํ วตฺวา ตทปราเธสุ อุทาสีนตาวจนโต เมตฺตาภาวนํ วตฺวา ตนฺนิสฺสนฺทภาวนาวจนโต หิตกามสตฺเตปิ อุเปกฺขโกติ อจฺฉริยคุณตาวจนโต จ เมตฺตาย อนนฺตรํ อุเปกฺขา วุตฺตาติ เอวเมตาสํ กโม เวทิตพฺโพ.

กานิ ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานีติ เอตฺถ อวิเสเสน ตาว สพฺพาปิ ปารมิโย ปรานุคฺคหลกฺขณา, ปเรสํ อุปการกรณรสา, อวิกมฺปนรสา วา, หิเตสิตาปจฺจุปฏฺฐานา, พุทฺธตฺตปจฺจุปฏฺฐานา วา, มหากรุณาปทฏฺฐานา, กรุณูปายโกสลฺลปทฏฺฐานา วา.

วิเสเสน ปน ยสฺมา กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตา อตฺตูปกรณปริจฺจาคเจตนา ทานปารมิตา, กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตํ กายวจีสุจริตํ อตฺถโต อกตฺตพฺพวิรติกตฺตพฺพกรณเจตนาทโย จ สีลปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต อาทีนวทสฺสนปุพฺพงฺคโม กามภเวหิ นิกฺขมนจิตฺตุปฺปาโท เนกฺขมฺมปารมิตา, กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต ธมฺมานํ สามญฺญวิเสสลกฺขณาวโพโธ ปญฺญาปารมิตา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต กายจิตฺเตหิ ปรหิตารมฺโภ วีริยปารมิตา, กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตํ สตฺตสงฺขาราปราธสหนํ อโทสปฺปธาโน ตทาการปฺปวตฺตจิตฺตุปฺปาโท ขนฺติปารมิตา, กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตํ วิรติเจตนาทิเภทํ อวิสํวาทนํ สจฺจปารมิตา, กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตํ อจลสมาทานาธิฏฺฐานํ ตทาการปฺปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท อธิฏฺฐานปารมิตา, กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิโต โลกสฺส หิตสุขูปสํหาโร อตฺถโต อพฺยาปาโท เมตฺตาปารมิตา, กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตา อนุนยปฏิฆวิทฺธํสนี อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ สตฺตสงฺขาเรสุ สมปฺปวตฺติ อุเปกฺขาปารมิตา.

ตสฺมา ปริจฺจาคลกฺขณา ทานปารมี, เทยฺยธมฺเม โลภวิทฺธํสนรสา, อนาสตฺติปจฺจุปฏฺฐานา, ภววิภวสมฺปตฺติปจฺจุปฏฺฐานา วา, ปริจฺจชิตพฺพวตฺถุปทฏฺฐานา. สีลนลกฺขณา สีลปารมี, สมาธานลกฺขณา ปติฏฺฐานลกฺขณา จาติ วุตฺตํ โหติ. ทุสฺสีลฺยวิทฺธํสนรสา, อนวชฺชรสา วา, โสเจยฺยปจฺจุปฏฺฐานา, หิโรตฺตปฺปปทฏฺฐานา. กามโต จ ภวโต จ นิกฺขมนลกฺขณา เนกฺขมฺมปารมี, ตทาทีนววิภาวนรสา, ตโต เอว วิมุขภาวปจฺจุปฏฺฐานา, สํเวคปทฏฺฐานา. ยถาสภาวปฏิเวธลกฺขณา ปญฺญาปารมี, อกฺขลิตปฏิเวธลกฺขณา วา กุสลิสฺสาสขิตฺตอุสุปฏิเวโธ วิย, วิสโยภาสนรสา ปทีโป วิย, อสมฺโมหปจฺจุปฏฺฐานา อรญฺญคตสุเทสิโก วิย, สมาธิปทฏฺฐานา, จตุสจฺจปทฏฺฐานา วา. อุสฺสาหลกฺขณา วีริยปารมี, อุปตฺถมฺภนรสา, อสํสีทนปจฺจุปฏฺฐานา, วีริยารมฺภวตฺถุปทฏฺฐานา, สํเวคปทฏฺฐานา วา. ขมนลกฺขณา ขนฺติปารมี, อิฏฺฐานิฏฺฐสหนรสา, อธิวาสนปจฺจุปฏฺฐานา, อวิโรธปจฺจุปฏฺฐานา วา, ยถาภูตทสฺสนปทฏฺฐานา. อวิสํวาทนลกฺขณา สจฺจปารมี, ยถาสภาววิภาวนรสา, สาธุตาปจฺจุปฏฺฐานา, โสรจฺจปทฏฺฐานา. โพธิสมฺภาเรสุ อธิฏฺฐานลกฺขณา อธิฏฺฐานปารมี, เตสํ ปฏิปกฺขาภิภวนรสา, ตตฺถ อจลตาปจฺจุปฏฺฐานา, โพธิสมฺภารปทฏฺฐานา. หิตาการปฺปวตฺติลกฺขณา เมตฺตาปารมี, หิตูปสํหารรสา, อาฆาตวินยนรสา วา, โสมฺมภาวปจฺจุปฏฺฐานา, สตฺตานํ มนาปภาวทสฺสนปทฏฺฐานา. มชฺฌตฺตาการปฺปวตฺติลกฺขณา อุเปกฺขาปารมี, สมภาวทสฺสนรสา, ปฏิฆานุนยวูปสมปจฺจุปฏฺฐานา, กมฺมสฺสกตาปจฺจเวกฺขณปทฏฺฐานา.

เอตฺถ จ กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตตา ทานาทีนํ ปริจฺจาคาทิลกฺขณสฺส วิเสสนภาเวน วตฺตพฺพา. กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตานิ หิ ทานาทีนิ โพธิสตฺตสนฺตาเน ปวตฺตานิ ทานาทิปารมิโย นาม โหนฺติ.

โก ปจฺจโยติ? อภินีหาโร ตาว ปารมีนํ ปจฺจโย. โย หิ อยํ –

‘‘มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺติ, เหตุ สตฺถารทสฺสนํ;

ปพฺพชฺชา คุณสมฺปตฺติ, อธิกาโร จ ฉนฺทตา;

อฏฺฐธมฺมสโมธานา, อภินีหาโร สมิชฺฌตี’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๕๙) –

เอวํ วุตฺโต อฏฺฐธมฺมสโมธานสมฺปาทิโต ‘‘ติณฺโณ ตาเรยฺยํ มุตฺโต โมเจยฺยํ ทนฺโต ทเมยฺยํ สนฺโต สเมยฺยํ อสฺสตฺโถ อสฺสาเสยฺยํ ปรินิพฺพุโต ปรินิพฺพาเปยฺยํ สุทฺโธ โสเธยฺยํ พุทฺโธ โพเธยฺย’’นฺติอาทินยปฺปวตฺโต อภินีหาโร. โส อวิเสเสน สพฺพปารมีนํ ปจฺจโย. ตปฺปวตฺติยา หิ อุทฺธํ ปารมีนํ ปวิจยุปฏฺฐานสมาทานาธิฏฺฐานนิปฺผตฺติโย มหาปุริสานํ สมฺภวนฺติ.

ตตฺถ มนุสฺสตฺตนฺติ มนุสฺสตฺตภาโว. มนุสฺสตฺตภาเวเยว หิ ฐตฺวา พุทฺธตฺตํ ปตฺเถนฺตสฺส ปตฺถนา สมิชฺฌติ, น นาคสุปณฺณาทิชาตีสุ ฐิตสฺส. กสฺมาติ เจ? พุทฺธภาวสฺส อนนุจฺฉวิกภาวโต.

ลิงฺคสมฺปตฺตีติ มนุสฺสตฺตภาเว ฐิตสฺสาปิ ปุริสสฺเสว ปตฺถนา สมิชฺฌติ, น อิตฺถิยา น ปณฺฑกนปุํสกอุภโตพฺยญฺชนกานํ วา สมิชฺฌติ. กสฺมาติ เจ? ยถาวุตฺตการณโต ลกฺขณปาริปูริยา อภาวโต จ. วุตฺตญฺเจตํ – ‘‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ อิตฺถี อรหํ อสฺส สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๗๙; วิภ. ๘๐๙) วิตฺถาโร. ตสฺมา มนุสฺสชาติกสฺสาปิ อิตฺถิลิงฺเค ฐิตสฺส ปณฺฑกาทีนํ วา ปตฺถนา น สมิชฺฌติ.

เหตูติ อุปนิสฺสยสมฺปตฺติ. มนุสฺสปุริสสฺสาปิ หิ อุปนิสฺสยสมฺปนฺนสฺเสว เหตุสมฺปตฺติยา ปตฺถนา สมิชฺฌติ, น อิตรสฺส.

สตฺถารทสฺสนนฺติ สตฺถุสมฺมุขีภาโว. ธรมานกพุทฺธสฺเสว หิ สนฺติเก ปตฺเถนฺตสฺส ปตฺถนา สมิชฺฌติ, ปรินิพฺพุเต ปน ภควติ เจติยสฺส สนฺติเก วา โพธิมูเล วา ปฏิมาย วา ปจฺเจกพุทฺธพุทฺธสาวกานํ วา สนฺติเก ปตฺถนา น สมิชฺฌติ. กสฺมา? อธิการสฺส พลวภาวาภาวโต. พุทฺธานํ เอว ปน สนฺติเก ปตฺถนา สมิชฺฌติ, อชฺฌาสยสฺส อุฬารภาเวน ตทธิการสฺส พลวภาวาปตฺติโต.

ปพฺพชฺชาติ พุทฺธสฺส ภควโต สนฺติเก ปตฺเถนฺตสฺสาปิ กมฺมกิริยวาทีสุ ตาปเสสุ วา ภิกฺขูสุ วา ปพฺพชิตสฺเสว ปตฺถนา สมิชฺฌติ, โน คิหิลิงฺเค ฐิตสฺส. กสฺมา? พุทฺธภาวสฺส อนนุจฺฉวิกภาวโต. ปพฺพชิตา เอว หิ มหาโพธิสตฺตา สมฺมาสมฺโพธึ อธิคจฺฉนฺติ, น คหฏฺฐภูตา, ตสฺมา ปณิธานกาเล จ ปพฺพชฺชาลิงฺคํ เอว หิ ยุตฺตรูปํ กิญฺจ คุณสมฺปตฺติอธิฏฺฐานภาวโต.

คุณสมฺปตฺตีติ อภิญฺญาทิคุณสมฺปทา. ปพฺพชิตสฺสาปิ หิ อฏฺฐสมาปตฺติลาภิโน ปญฺจาภิญฺญสฺเสว ปตฺถนา สมิชฺฌติ, น ยถาวุตฺตคุณสมฺปตฺติยา วิรหิตสฺส. กสฺมา? ปารมิปวิจยสฺส อสมตฺถภาวโต, อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา อภิญฺญาสมฺปตฺติยา จ สมนฺนาคตตฺตา มหาปุริสา กตาภินีหารา สยเมว ปารมี ปวิเจตุํ สมตฺถา โหนฺติ.

อธิกาโรติ อธิโก อุปกาโร. ยถาวุตฺตคุณสมฺปนฺโนปิ หิ โย อตฺตโน ชีวิตมฺปิ พุทฺธานํ ปริจฺจชิตฺวา ตสฺมึ กาเล อธิกํ อุปการํ กโรติ, ตสฺเสว อภินีหาโร สมิชฺฌติ, น อิตรสฺส.

ฉนฺทตาติ กตฺตุกามตากุสลจฺฉนฺโท. ยสฺส หิ ยถาวุตฺตธมฺมสมนฺนาคตสฺส พุทฺธการกธมฺมานํ อตฺถาย มหนฺโต ฉนฺโท มหตี ปตฺถนา มหตี กตฺตุกามตา อตฺถิ, ตสฺเสว สมิชฺฌติ, น อิตรสฺส.

ตตฺริทํ ฉนฺทมหนฺตตาย โอปมฺมํ – โย สกลจกฺกวาฬคพฺภํ เอโกทกีภูตํ อตฺตโน พาหุพเลเนว อุตฺตริตฺวา ปารํ คนฺตุํ สมตฺโถ, โส พุทฺธตฺตํ ปาปุณาตีติ สุตฺวา ตํ ทุกฺกรโต อทหนฺโต ‘‘อหํ ตํ อุตฺตริตฺวา ปารํ คมิสฺสามี’’ติ ฉนฺทชาโต โหติ, น ตตฺถ สงฺโกจํ อาปชฺชติ. ตถา โย สกลจกฺกวาฬํ วีตจฺจิกานํ วิคตธูมานํ องฺคารานํ ปูรํ ปาเทหิ อกฺกมนฺโต อติกฺกมิตฺวา ปรภาคํ ปาปุณิตุํ สมตฺโถ…เป… น ตตฺถ สงฺโกจํ อาปชฺชติ. ตถา โย สกลจกฺกวาฬํ สตฺติสูเลหิ สุนิสิตผเลหิ นิรนฺตรํ อากิณฺณํ ปาเทหิ อกฺกมนฺโต อติกฺกมิตฺวา…เป… น ตตฺถ สงฺโกจํ อาปชฺชติ. ตถา โย สกลจกฺกวาฬํ นิรนฺตรํ ฆนเวฬุคุมฺพสญฺฉนฺนํ กณฺฏกลตาวนคหนํ วินิวิชฺฌิตฺวา ปรภาคํ คนฺตุํ สมตฺโถ…เป… น ตตฺถ สงฺโกจํ อาปชฺชติ. ตถา โย ‘‘จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ สตสหสฺสญฺจ กปฺเป นิรเย ปจฺจิตฺวา พุทฺธตฺตํ ปตฺตพฺพ’’นฺติ สุตฺวา ตํ ทุกฺกรโต อทหนฺโต ‘‘อหํ ตตฺถ ปจฺจิตฺวา พุทฺธตฺตํ ปาปุณิสฺสามี’’ติ ฉนฺทชาโต โหติ, น ตตฺถ สงฺโกจํ อาปชฺชตีติ เอวมาทินา นเยน เอตฺถ ฉนฺทสฺส มหนฺตภาโว เวทิตพฺโพ.

เอวํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคโต ปนายํ อภินีหาโร อตฺถโต เตสํ อฏฺฐนฺนํ องฺคานํ สโมธาเนน ตถาปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโทติ เวทิตพฺโพ. โส สมฺมเทว สมฺมาสมฺโพธิยา ปณิธานลกฺขโณ. ‘‘อโห วตาหํ อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺเฌยฺยํ, สพฺพสตฺตานํ หิตสุขํ นิปฺผาเทยฺย’’นฺติ เอวมาทิปตฺถนารโส, โพธิสมฺภารเหตุภาวปจฺจุปฏฺฐาโน, มหากรุณาปทฏฺฐาโน, อุปนิสฺสยสมฺปตฺติปทฏฺฐาโน วา. อจินฺเตยฺยํ พุทฺธภูมึ อปริมาณํ สตฺตโลกหิตญฺจ อารพฺภ ปวตฺติยา สพฺพพุทฺธการกธมฺมมูลภูโต ปรมภทฺทโก ปรมกลฺยาโณ อปริเมยฺยปฺปภาโว ปุญฺญวิเสโสติ ทฏฺฐพฺโพ.

ยสฺส จ อุปฺปตฺติยา สเหว มหาปุริโส มหาโพธิยานปฏิปตฺตึ โอติณฺโณ นาม โหติ นิยตภาวสมธิคมนโต ตโต อนิวตฺตนสภาวตฺตา โพธิสตฺโตติ สมญฺญํ ปฏิลภติ, สพฺพภาเวน สมฺมาสมฺโพธิยํ สมาสตฺตมานสตา โพธิสมฺภารสิกฺขาสมตฺถตา จสฺส สนฺติฏฺฐติ. ยถาวุตฺตาภินีหารสมิชฺฌเนน หิ มหาปุริสา สพฺพญฺญุตญฺญาณาธิคมนปุพฺพลิงฺเคน สยมฺภุญาเณน สมฺมเทว สพฺพปารมิโย ปวิจินิตฺวา สมาทาย อนุกฺกเมน ปริปูเรนฺติ. ตถา กตมหาภินีหาโร หิ สุเมธปณฺฑิโต ปฏิปชฺชิ. ยถาห –

‘‘หนฺท พุทฺธกเร ธมฺเม, วิจินามิ อิโต จิโต;

อุทฺธํ อโธ ทส ทิสา, ยาวตา ธมฺมธาตุยา;

วิจินนฺโต ตทา ทกฺขึ, ปฐมํ ทานปารมิ’’นฺติ. (พุ. วํ. ๒.๑๑๕-๑๑๖) –

วิตฺถาโร. ตสฺส จ อภินีหารสฺส จตฺตาโร ปจฺจยา จตฺตาโร เหตู จตฺตาริ จ พลานิ เวทิตพฺพานิ.

ตตฺถ กตเม จตฺตาโร ปจฺจยา? อิธ มหาปุริโส ปสฺสติ ตถาคตํ มหตา พุทฺธานุภาเวน อจฺฉริยพฺภุตํ ปาฏิหาริยํ กโรนฺตํ. ตสฺส ตํ นิสฺสาย ตํ อารมฺมณํ กตฺวา มหาโพธิยํ จิตฺตํ สนฺติฏฺฐติ – ‘‘มหานุภาวา วตายํ ธมฺมธาตุ, ยสฺสา สุปฺปฏิวิทฺธตฺตา ภควา เอวํ อจฺฉริยพฺภุตธมฺโม อจินฺเตยฺยานุภาโว จา’’ติ. โส ตเมว มหานุภาวทสฺสนํ นิสฺสาย ตํ ปจฺจยํ กตฺวา สมฺโพธิยํ อธิมุจฺจนฺโต ตตฺถ จิตฺตํ ฐเปติ. อยํ ปฐโม ปจฺจโย มหาภินีหาราย.

น เหว โข ปสฺสติ ตถาคตสฺส ยถาวุตฺตํ มหานุภาวตํ, อปิ จ โข สุณาติ ‘‘เอทิโส จ เอทิโส จ ภควา’’ติ. โส ตํ นิสฺสาย ตํ ปจฺจยํ กตฺวา สมฺโพธิยํ อธิมุจฺจนฺโต ตตฺถ จิตฺตํ ฐเปติ. อยํ ทุติโย ปจฺจโย มหาภินีหาราย.

น เหว โข ปสฺสติ ตถาคตสฺส ยถาวุตฺตํ มหานุภาวตํ, นปิ ตํ ปรโต สุณาติ, อปิ จ โข ตถาคตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺตสฺส ‘‘ทสพลสมนฺนาคโต, ภิกฺขเว, ตถาคโต’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๒๑-๒๒) พุทฺธานุภาวปฏิสํยุตฺตํ ธมฺมํ สุณาติ. โส ตํ นิสฺสาย ตํ ปจฺจยํ กตฺวา สมฺโพธิยํ อธิมุจฺจนฺโต ตตฺถ จิตฺตํ ฐเปติ. อยํ ตติโย ปจฺจโย มหาภินีหาราย.

น เหว โข ปสฺสติ ตถาคตสฺส ยถาวุตฺตํ มหานุภาวตํ, นปิ ตํ ปรโต สุณาติ, นปิ ตถาคตสฺส ธมฺมํ สุณาติ, อปิ จ โข อุฬารชฺฌาสโย กลฺยาณาธิมุตฺติโก ‘‘อหเมตํ พุทฺธวํสํ พุทฺธตนฺตึ พุทฺธปเวณึ พุทฺธธมฺมตํ ปริปาเลสฺสามี’’ติ ยาวเทว ธมฺมํ เอว สกฺกโรนฺโต ครุกโรนฺโต มาเนนฺโต ปูเชนฺโต ธมฺมํ อปจายมาโน ตํ นิสฺสาย ตํ ปจฺจยํ กตฺวา สมฺโพธิยํ อธิมุจฺจนฺโต ตตฺถ จิตฺตํ ฐเปติ. อยํ จตุตฺโถ ปจฺจโย มหาภินีหาราย.

ตตฺถ กตเม จตฺตาโร เหตู มหาภินีหาราย? อิธ มหาปุริโส ปกติยา อุปนิสฺสยสมฺปนฺโนว โหติ ปุริมเกสุ พุทฺเธสุ กตาธิกาโร. อยํ ปฐโม เหตุ มหาภินีหาราย. ปุน จปรํ มหาปุริโส ปกติยา กรุณาชฺฌาสโย โหติ กรุณาธิมุตฺโต สตฺตานํ ทุกฺขํ อปเนตุกาโม อปิ จ อตฺตโน กายชีวิตํ ปริจฺจชิตฺวา. อยํ ทุติโย เหตุ มหาภินีหาราย. ปุน จปรํ มหาปุริโส สกลโตปิ วฏฺฏทุกฺขโต สตฺตหิตาย จ ทุกฺกรจริยโต สุจิรมฺปิ กาลํ ฆเฏนฺโต วายมนฺโต อนิพฺพินฺโน โหติ อนุตฺราสี ยาว อิจฺฉิตตฺถนิปฺผตฺติ. อยํ ตติโย เหตุ มหาภินีหาราย. ปุน จปรํ มหาปุริโส กลฺยาณมิตฺตสนฺนิสฺสิโต โหติ, โย อหิตโต นิวาเรติ, หิเต ปติฏฺฐเปติ. อยํ จตุตฺโถ เหตุ มหาภินีหาราย.

ตตฺรายํ มหาปุริสสฺส อุปนิสฺสยสมฺปทา – เอกนฺเตเนวสฺส ยถา อชฺฌาสโย สมฺโพธินินฺโน โหติ สมฺโพธิโปโณ สมฺโพธิปพฺภาโร, ตถา สตฺตานํ หิตจริยา. ยโต จาเนน ปุริมพุทฺธานํ สนฺติเก สมฺโพธิยา ปณิธานํ กตํ โหติ มนสา วาจาย จ ‘‘อหมฺปิ เอทิโส สมฺมาสมฺพุทฺโธ หุตฺวา สมฺมเทว สตฺตานํ หิตสุขํ นิปฺผาเทยฺย’’นฺติ. เอวํ สมฺปนฺนูปนิสฺสยสฺส ปนสฺส อิมานิ อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา ลิงฺคานิ ภวนฺติ เยหิ สมนฺนาคตสฺส สาวกโพธิสตฺเตหิ จ ปจฺเจกโพธิสตฺเตหิ จ มหาวิเสโส มหนฺตํ นานากรณํ ปญฺญายติ อินฺทฺริยโต ปฏิปตฺติโต โกสลฺลโต จ. อิธ อุปนิสฺสยสมฺปนฺโน มหาปุริโส ยถา วิสทินฺทฺริโย โหติ วิสทญาโณ, น ตถา อิตเร. ปรหิตาย ปฏิปนฺโน โหติ, น อตฺตหิตาย. ตถา หิ โส ยถา พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ ปฏิปชฺชติ, น ตถา อิตเร. ตตฺถ จ โกสลฺลํ อาวหติ ฐานุปฺปตฺติกปฏิภาเนน ฐานาฐานกุสลตาย จ.

ตถา มหาปุริโส ปกติยา ทานชฺฌาสโย โหติ ทานาภิรโต, สติ เทยฺยธมฺเม เทติ เอว, น ทานโต สงฺโกจํ อาปชฺชติ, สตตํ สมิตํ สํวิภาคสีโล โหติ, ปมุทิโตว เทติ อาทรชาโต, น อุทาสีนจิตฺโต, มหนฺตมฺปิ ทานํ ทตฺวา น จ ทาเนน สนฺตุฏฺโฐ โหติ, ปเคว อปฺปํ, ปเรสญฺจ อุสฺสาหํ ชเนนฺโต ทาเน วณฺณํ ภาสติ, ทานปฏิสํยุตฺตํ ธมฺมกถํ กโรติ, อญฺเญ จ ปเรสํ เทนฺเต ทิสฺวา อตฺตมโน โหติ, ภยฏฺฐาเนสุ จ ปเรสํ อภยํ เทตีติ เอวมาทีนิ ทานชฺฌาสยสฺส มหาปุริสสฺส ทานปารมิยา ลิงฺคานิ.

ตถา ปาณาติปาตาทีหิ ปาปธมฺเมหิ หิรียติ โอตฺตปฺปติ, สตฺตานํ อวิเหฐนชาติโก โหติ โสรโต สุขสีโล อสโฐ อมายาวี อุชุชาติโก สุวโจ โสวจสฺสกรณีเยหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มุทุชาติโก อตฺถทฺโธ อนติมานี, ปรสนฺตกํ นาทิยติ อนฺตมโส ติณสลากํ อุปาทาย, อตฺตโน หตฺเถ นิกฺขิตฺตํ อิณํ วา คเหตฺวา ปรํ น วิสํวาเทติ, ปรสฺมึ วา อตฺตโน สนฺตเก พฺยามูเฬฺห วิสฺสริเต วา ตํ สญฺญาเปตฺวา ปฏิปาเทติ ยถา ตํ น ปรหตฺถคตํ โหติ, อโลลุปฺโป โหติ, ปรปริคฺคเหสุ ปาปกํ จิตฺตมฺปิ น อุปฺปาเทติ, อิตฺถิพฺยสนาทีนิ ทูรโต ปริวชฺเชติ, สจฺจวาที สจฺจสนฺโธ ภินฺนานํ สนฺธาตา สหิตานํ อนุปฺปทาตา, ปิยวาที มิหิตปุพฺพงฺคโม ปุพฺพภาสี อตฺถวาที ธมฺมวาที อนภิชฺฌาลุ อพฺยาปนฺนจิตฺโต อวิปรีตทสฺสโน, กมฺมสฺสกตญาเณน สจฺจานุโลมิกญาเณน กตญฺญู กตเวที วุทฺธาปจายี สุวิสุทฺธาชีโว ธมฺมกาโม ปเรปิ ธมฺเม สมาทเปตา สพฺเพน สพฺพํ อกิจฺจโต สตฺเต นิวาเรตา กิจฺเจสุ ปติฏฺฐเปตา อตฺตนา จ ตตฺถ กิจฺเจ โยคํ อาปชฺชิตา, กตฺวา วา ปน สยํ อกตฺตพฺพํ สีฆญฺเญว ตโต ปฏิวิรโต โหตีติ เอวมาทีนิ สีลชฺฌาสยสฺส มหาปุริสสฺส สีลปารมิยา ลิงฺคานิ.

ตถา มนฺทกิเลโส โหติ มนฺทนีวรโณ, ปวิเวกชฺฌาสโย อวิกฺเขปพหุโล, น ตสฺส ปาปกา วิตกฺกา จิตฺตํ อนฺวาสฺสวนฺติ, วิเวกคตสฺส จสฺส อปฺปกสิเรเนว จิตฺตํ สมาธิยติ, อมิตฺตปกฺเขปิ ตุวฏํ เมตฺตจิตฺตตา สนฺติฏฺฐติ, ปเคว อิตรสฺมึ, สติมา จ โหติ จิรกตมฺปิ จิรภาสิตมฺปิ สริตา อนุสฺสริตา, เมธาวี จ โหติ ธมฺโมชปญฺญาย สมนฺนาคโต, นิปโก จ โหติ ตาสุ ตาสุ อิติกตฺตพฺพตาสุ, อารทฺธวีริโย จ โหติ สตฺตานํ หิตกิริยาสุ, ขนฺติพลสมนฺนาคโต จ โหติ สพฺพสโห, อจลาธิฏฺฐาโน จ โหติ ทฬฺหสมาทาโน, อชฺฌุเปกฺขโก จ โหติ อุเปกฺขาฐานีเยสุ ธมฺเมสูติ เอวมาทีนิ มหาปุริสสฺส เนกฺขมฺมชฺฌาสยาทีนํ วเสน เนกฺขมฺมปารมิอาทีนํ ลิงฺคานิ เวทิตพฺพานิ.

เอวเมเตหิ โพธิสมฺภารลิงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส มหาปุริสสฺส ยํ วุตฺตํ ‘‘มหาภินีหาราย กลฺยาณมิตฺตสนฺนิสฺสโย เหตู’’ติ. ตตฺริทํ สงฺเขปโต กลฺยาณมิตฺตลกฺขณํ – อิธ กลฺยาณมิตฺโต สทฺธาสมฺปนฺโน โหติ สีลสมฺปนฺโน สุตสมฺปนฺโน จาคสมฺปนฺโน วีริยสมฺปนฺโน สติสมฺปนฺโน สมาธิสมฺปนฺโน ปญฺญาสมฺปนฺโน. ตตฺถ สทฺธาสมฺปตฺติยา สทฺทหติ ตถาคตสฺส โพธึ กมฺมผลญฺจ, เตน สมฺมาสมฺโพธิยา เหตุภูตํ สตฺเตสุ หิเตสิตํ น ปริจฺจชติ, สีลสมฺปตฺติยา สตฺตานํ ปิโย โหติ มนาโป ครุ ภาวนีโย โจทโก ปาปครหี วตฺตา วจนกฺขโม, สุตสมฺปตฺติยา สตฺตานํ หิตสุขาวหํ คมฺภีรํ ธมฺมกถํ กตฺตา โหติ, จาคสมฺปตฺติยา อปฺปิจฺโฉ โหติ สนฺตุฏฺโฐ ปวิวิตฺโต อสํสฏฺโฐ, วีริยสมฺปตฺติยา อารทฺธวีริโย โหติ สตฺตานํ หิตปฏิปตฺติยํ, สติสมฺปตฺติยา อุปฏฺฐิตสติ โหติ อนวชฺชธมฺเมสุ, สมาธิสมฺปตฺติยา อวิกฺขิตฺโต โหติ สมาหิตจิตฺโต, ปญฺญาสมฺปตฺติยา อวิปรีตํ ปชานาติ, โส สติยา กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ คติโย สมเนฺวสมาโน ปญฺญาย สตฺตานํ หิตาหิตํ ยถาภูตํ ชานิตฺวา สมาธินา ตตฺถ เอกคฺคจิตฺโต หุตฺวา วีริเยน อหิตา สตฺเต นิเสเธตฺวา หิเต นิโยเชติ. เตนาห –

‘‘ปิโย ครุ ภาวนีโย, วตฺตา จ วจนกฺขโม;

คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา, โน จฏฺฐาเน นิโยชโก’’ติ. (อ. นิ. ๗.๓๗; เนตฺติ. ๑๑๓) –

เอวํ คุณสมนฺนาคตญฺจ กลฺยาณมิตฺตํ อุปนิสฺสาย มหาปุริโส อตฺตโน อุปนิสฺสยสมฺปตฺตึ สมฺมเทว ปริโยทเปติ. สุวิสุทฺธาสยปโยโค จ หุตฺวา จตูหิ พเลหิ สมนฺนาคโต น จิเรเนว อฏฺฐงฺเค สโมธาเนตฺวา มหาภินีหารํ กโรนฺโต โพธิสตฺตภาเว ปติฏฺฐหติ อนิวตฺติธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโน.

ตสฺสิมานิ จตฺตาริ พลานิ. อชฺฌตฺติกพลํ ยา สมฺมาสมฺโพธิยํ อตฺตสนฺนิสฺสยา ธมฺมคารเวน อภิรุจิ เอกนฺตนินฺนชฺฌาสยตา, ยาย มหาปุริโส อตฺตาธิปติ ลชฺชาปสฺสโย อภินีหารสมฺปนฺโน จ หุตฺวา ปารมิโย ปูเรตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ ปาปุณาติ. พาหิรพลํ ยา สมฺมาสมฺโพธิยํ ปรสนฺนิสฺสยา อภิรุจิ เอกนฺตนินฺนชฺฌาสยตา, ยาย มหาปุริโส โลกาธิปติ มานาปสฺสโย อภินีหารสมฺปนฺโน จ หุตฺวา ปารมิโย ปูเรตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ ปาปุณาติ. อุปนิสฺสยพลํ ยา สมฺมาสมฺโพธิยํ อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา อภิรุจิ เอกนฺตนินฺนชฺฌาสยตา, ยาย มหาปุริโส ติกฺขินฺทฺริโย วิสทธาตุโก สติสนฺนิสฺสโย อภินีหารสมฺปนฺโน จ หุตฺวา ปารมิโย ปูเรตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ ปาปุณาติ. ปโยคพลํ ยา สมฺมาสมฺโพธิยํ ตชฺชา ปโยคสมฺปทา สกฺกจฺจการิตา สาตจฺจการิตา, ยาย มหาปุริโส วิสุทฺธปโยโค นิรนฺตรการี อภินีหารสมฺปนฺโน จ หุตฺวา ปารมิโย ปูเรตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ ปาปุณาติ.

เอวมยํ จตูหิ ปจฺจเยหิ จตูหิ เหตูหิ จตูหิ จ พเลหิ สมฺปนฺนสมุทาคโม อฏฺฐงฺคสโมธานสมฺปาทิโต อภินีหาโร ปารมีนํ ปจฺจโย มูลการณภาวโต. ยสฺส จ ปวตฺติยา มหาปุริเส จตฺตาโร อจฺฉริยา อพฺภุตา ธมฺมา ปติฏฺฐหนฺติ, สพฺพสตฺตนิกายํ อตฺตโน โอรสปุตฺตํ วิย ปิยจิตฺเตน ปริคฺคณฺหาติ. น จสฺส จิตฺตํ ปุตฺตสํกิเลสวเสน สํกิลิสฺสติ. สตฺตานํ หิตสุขาวโห จสฺส อชฺฌาสโย ปโยโค จ โหติ. อตฺตโน จ พุทฺธการกธมฺมา อุปรูปริ วฑฺฒนฺติ ปริปจฺจนฺติ จ. ยโต จ มหาปุริโส อุฬารตเมน ปุญฺญาภิสนฺเทน กุสลาภิสนฺเทน ปวตฺติยา ปจฺจเยน สุขสฺสาหาเรน สมนฺนาคโต สตฺตานํ ทกฺขิเณยฺโย อุตฺตมคารวฏฺฐานํ อสทิสํ ปุญฺญกฺเขตฺตญฺจ โหติ. เอวมเนกคุโณ อเนกานิสํโส มหาภินีหาโร ปารมีนํ ปจฺจโยติ เวทิตพฺโพ.

ยถา จ อภินีหาโร, เอวํ มหากรุณา อุปายโกสลฺลญฺจ. ตตฺถ อุปายโกสลฺลํ นาม ทานาทีนํ โพธิสมฺภารภาวสฺส นิมิตฺตภูตา ปญฺญา, ยาหิ มหากรุณูปายโกสลฺลตาหิ มหาปุริสานํ อตฺตสุขนิรเปกฺขตา นิรนฺตรํ ปรหิตกรณปสุตตา สุทุกฺกเรหิปิ มหาโพธิสตฺตจริเตหิ วิสาทาภาโว ปสาทสมฺพุทฺธิทสฺสนสวนานุสฺสรณกาเลสุปิ สตฺตานํ หิตสุขปฺปฏิลาภเหตุภาโว จ สมฺปชฺชติ. ตถา หิสฺส ปญฺญาย พุทฺธภาวสิทฺธิ, กรุณาย พุทฺธกมฺมสิทฺธิ, ปญฺญาย สยํ ตรติ, กรุณาย ปเร ตาเรติ, ปญฺญาย ปรทุกฺขํ ปริชานาติ, กรุณาย ปรทุกฺขปติการํ อารภติ, ปญฺญาย จ ทุกฺเข นิพฺพินฺทติ, กรุณาย ทุกฺขํ สมฺปฏิจฺฉติ, ตถา ปญฺญาย นิพฺพานาภิมุโข โหติ, กรุณาย วฏฺฏํ ปาปุณาติ, ตถา กรุณาย สํสาราภิมุโข โหติ, ปญฺญาย ตตฺร นาภิรมติ, ปญฺญาย จ สพฺพตฺถ วิรชฺชติ, กรุณานุคตตฺตา น จ น สพฺเพสํ อนุคฺคหาย ปวตฺโต, กรุณาย สพฺเพปิ อนุกมฺปติ, ปญฺญานุคตตฺตา น จ น สพฺพตฺถ วิรตฺตจิตฺโต, ปญฺญาย จ อหํการมมํการาภาโว, กรุณาย อาลสิยทีนตาภาโว, ตถา ปญฺญากรุณาหิ ยถากฺกมํ อตฺตปรนาถตา ธีรวีรภาโว, อนตฺตนฺตปอปรนฺตปตา, อตฺตหิตปรหิตนิปฺผตฺติ, นิพฺภยาภึสนกภาโว, ธมฺมาธิปติโลกาธิปติตา, กตญฺญุปุพฺพการิภาโว, โมหตณฺหาวิคโม, วิชฺชาจรณสิทฺธิ, พลเวสารชฺชนิปฺผตฺตีติ สพฺพสฺสาปิ ปารมิตาผลสฺส วิเสเสน อุปายภาวโต ปญฺญากรุณา ปารมีนํ ปจฺจโย. อิทญฺจ ทฺวยํ ปารมีนํ วิย ปณิธานสฺสาปิ ปจฺจโย.

ตถา อุสฺสาหอุมฺมงฺคอวตฺถานหิตจริยา จ ปารมีนํ ปจฺจยาติ เวทิตพฺพา, ยา พุทฺธภาวสฺส อุปฺปตฺติฏฺฐานตาย พุทฺธภูมิโยติ วุจฺจนฺติ. ตตฺถ อุสฺสาโห นาม โพธิสมฺภารานํ อพฺภุสฺสหนวีริยํ. อุมฺมงฺโค นาม โพธิสมฺภาเรสุ อุปายโกสลฺลภูตา ปญฺญา. อวตฺถานํ นาม อธิฏฺฐานํ อจลาธิฏฺฐานตา. หิตจริยา นาม เมตฺตาภาวนา กรุณาภาวนา จ.

ตถา เนกฺขมฺมปวิเวกอโลภาโทสาโมหนิสฺสรณปฺปเภทา ฉ อชฺฌาสยา. เนกฺขมฺมชฺฌาสยา หิ โพธิสตฺตา โหนฺติ กาเมสุ ฆราวาเส จ โทสทสฺสาวิโน, ตถา ปวิเวกชฺฌาสยา สงฺคณิกาย โทสทสฺสาวิโน, อโลภชฺฌาสยา โลเภ โทสทสฺสาวิโน, อโทสชฺฌาสยา โทเส โทสทสฺสาวิโน, อโมหชฺฌาสยา โมเห โทสทสฺสาวิโน, นิสฺสรณชฺฌาสยา สพฺพภเวสุ โทสทสฺสาวิโนติ. ตสฺมา เอเต โพธิสตฺตานํ ฉ อชฺฌาสยา ทานาทีนํ ปารมีนํ ปจฺจยาติ เวทิตพฺพา. น หิ โลภาทีสุ อาทีนวทสฺสเนน อโลภาทีนํ อธิกภาเวน จ วินา ทานาทิปารมิโย สมฺภวนฺติ, อโลภาทีนญฺหิ อธิกภาเวน ปริจฺจาคาทินินฺนจิตฺตตา อโลภชฺฌาสยาทิตาติ เวทิตพฺพา.

ยถา เจเต เอวํ ทานชฺฌาสยตาทโยปิ โพธิยา จรนฺตานํ โพธิสตฺตานํ ทานาทิปารมีนํ ปจฺจโย. ทานชฺฌาสยตาย หิ โพธิสตฺตา ตปฺปฏิปกฺเข มจฺเฉเร โทสทสฺสาวิโน หุตฺวา สมฺมเทว ทานปารมึ ปริปูเรนฺติ. สีลชฺฌาสยตาย ทุสฺสีเลฺย โทสทสฺสาวิโน หุตฺวา สมฺมเทว สีลปารมึ ปริปูเรนฺติ. เนกฺขมฺมชฺฌาสยตาย กาเมสุ ฆราวาเส จ, ยถาภูตญาณชฺฌาสยตาย อญฺญาเณ วิจิกิจฺฉาย จ, วีริยชฺฌาสยตาย โกสชฺเช, ขนฺติยชฺฌาสยตาย อกฺขนฺติยํ, สจฺจชฺฌาสยตาย วิสํวาเท, อธิฏฺฐานชฺฌาสยตาย อนธิฏฺฐาเน, เมตฺตาชฺฌาสยตาย พฺยาปาเท, อุเปกฺขาชฺฌาสยตาย โลกธมฺเมสุ อาทีนวทสฺสาวิโน หุตฺวา สมฺมเทว เนกฺขมฺมาทิปารมิโย ปริปูเรนฺติ. ทานชฺฌาสยตาทโย ทานาทิปารมีนํ นิปฺผตฺติการณตฺตา ปจฺจโย.

ตถา อปริจฺจาคปริจฺจาคาทีสุ ยถากฺกมํ อาทีนวานิสํสปจฺจเวกฺขณา ทานาทิปารมีนํ ปจฺจโย. ตตฺถายํ ปจฺจเวกฺขณาวิธิเขตฺตวตฺถุหิรญฺญสุวณฺณโคมหึสทาสิทาสปุตฺตทาราทิปริคฺคหพฺยาสตฺตจิตฺตานํ สตฺตานํ เขตฺตาทีนํ วตฺถุกามภาเวน พหุปตฺถนียภาวโต ราชโจราทิสาธารณภาวโต วิวาทาธิฏฺฐานโต สปตฺตกรณโต นิสฺสารโต ปฏิลาภปริปาลเนสุ ปรวิเหฐนเหตุโต วินาสนิมิตฺตญฺจ โสกาทิอเนกวิหิตพฺยสนาวหโต ตทาสตฺตินิทานญฺจ มจฺเฉรมลปริยุฏฺฐิตจิตฺตานํ อปายูปปตฺติเหตุภาวโตติ เอวํ วิวิธวิปุลานตฺถาวหานิ ปริคฺคหวตฺถูนิ นาม. เตสํ ปริจฺจาโคเยว เอโก โสตฺถิภาโวติ ปริจฺจาเค อปฺปมาโท กรณีโย.

อปิ จ ยาจโก ยาจมาโน อตฺตโน คุยฺหสฺส อาจิกฺขนโต ‘‘มยฺหํ วิสฺสาสิโก’’ติ จ, ‘‘ปหาย คมนียมตฺตโน สนฺตกํ คเหตฺวา ปรโลกํ ยาหีติ มยฺหํ อุปเทสโก’’ติ จ, ‘‘อาทิตฺเต วิย อคาเร มรณคฺคินา อาทิตฺเต โลเก ตโต มยฺหํ สนฺตกสฺส อปวาหกสหาโย’’ติ จ, ‘‘อปวาหิตสฺส จสฺส อฌาปนนิกฺเขปฏฺฐานภูโต’’ติ จ ทานสงฺขาเต กลฺยาณกมฺมสฺมึ สหายภาวโต สพฺพสมฺปตฺตีนํ อคฺคภูตาย ปรมทุลฺลภาย พุทฺธภูมิยา สมฺปตฺติเหตุภาวโต จ ‘‘ปรโม กลฺยาณมิตฺโต’’ติ จ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ.

ตถา ‘‘อุฬาเร กมฺมนิ อเนนาหํ สมฺภาวิโต, ตสฺมา สา สมฺภาวนา อวิตถา กาตพฺพา’’ติ จ, ‘‘เอกนฺตเภทิตาย ชีวิตสฺส อยาจิเตนาปิ มยา ทาตพฺพํ, ปเคว ยาจิเตนา’’ติ จ, ‘‘อุฬารชฺฌาสเยหิ คเวสิตฺวาปิ ทาตพฺพโต สยเมวาคโต มม ปุญฺเญนา’’ติ จ ‘‘ยาจกสฺส ทานาปเทเสน มยฺหเมวายมนุคฺคโห’’ติ จ, ‘‘อหํ วิย อยํ สพฺโพปิ โลโก มยา อนุคฺคเหตพฺโพ’’ติ จ, ‘‘อสติ ยาจเก กถํ มยฺหํ ทานปารมี ปูเรยฺยา’’ติ จ, ‘‘ยาจกานเมว จตฺถาย มยา สพฺโพ ปริคฺคเหตพฺโพ’’ติ จ, ‘‘มํ อยาจิตฺวาว มม สนฺตกํ ยาจกา กทา สยเมว คเณฺหยฺยุ’’นฺติ จ, ‘‘กถมหํ ยาจกานํ ปิโย จสฺสํ มนาโป’’ติ จ, ‘‘กถํ วา เต มยฺหํ ปิยา จสฺสุ มนาปา’’ติ จ, ‘‘กถํ วาหํ ททมาโน ทตฺวาปิ จ อตฺตมโน จสฺสํ ปมุทิโต ปีติโสมนสฺสชาโต’’ติ จ, ‘‘กถํ วา เม ยาจกา ภเวยฺยุํ อุฬาโร จ ทานชฺฌาสโย’’ติ จ, ‘‘กถํ วาหมยาจิโต เอว ยาจกานํ หทยมญฺญาย ทเทยฺย’’นฺติ จ, ‘‘สติ ธเน ยาจเก จ อปริจฺจาโค มหตี มยฺหํ วญฺจนา’’ติ จ, ‘‘กถํ วาหํ อตฺตโน องฺคานิ ชีวิตํ วาปิ ยาจกานํ ปริจฺจเชยฺย’’นฺติ จ ปริจฺจาคนินฺนตา อุปฏฺฐเปตพฺพา. อปิ จ ‘‘อตฺโถ นามายํ นิรเปกฺขํ ทายกมนุคจฺฉติ, ยถา ตํ นิรเปกฺขํ เขปกํ กิฏโก’’ติ จ อตฺเถ นิรเปกฺขตาย จิตฺตํ อุปฺปาเทตพฺพํ.

ยาจมาโน ปน ยทิ ปิยปุคฺคโล โหติ, ‘‘ปิโย มํ ยาจตี’’ติ โสมนสฺสํ อุปฺปาเทตพฺพํ. อถ อุทาสีนปุคฺคโล โหติ, ‘‘อยํ มํ ยาจมาโน อทฺธา อิมินา ปริจฺจาเคน มิตฺโต โหตี’’ติ โสมนสฺสํ อุปฺปาเทตพฺพํ. ททนฺโตปิ หิ ยาจกานํ ปิโย โหตีติ. อถ ปน เวรี ปุคฺคโล ยาจติ, ‘‘ปจฺจตฺถิโก มํ ยาจติ, อยํ มํ ยาจมาโน อทฺธา อิมินา ปริจฺจาเคน เวรี ปิโย มิตฺโต โหตี’’ติ วิเสเสน โสมนสฺสํ อุปฺปาเทตพฺพํ. เอวํ ปิยปุคฺคเล วิย มชฺฌตฺตเวริปุคฺคเลสุปิ เมตฺตาปุพฺพงฺคมํ กรุณํ อุปฏฺฐเปตฺวาว ทาตพฺพํ.

สเจ ปนสฺส จิรกาลปริภาวิตตฺตา โลภสฺส เทยฺยธมฺมวิสยา โลภธมฺมา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตน โพธิสตฺตปฏิญฺเญน อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ‘‘นนุ ตยา สปฺปุริสสมฺโพธาย อภินีหารํ กโรนฺเตน สพฺพสตฺตานํ อุปการตฺถาย อยํ กาโย นิสฺสฏฺโฐ ตปฺปริจฺจาคมยญฺจ ปุญฺญํ, ตตฺถ นาม เต พาหิเรปิ วตฺถุสฺมึ อภิสงฺคปฺปวตฺติ หตฺถิสินานสทิสี โหติ, ตสฺมา ตยา น กตฺถจิ สงฺโค อุปฺปาเทตพฺโพ. เสยฺยถาปิ นาม มหโต เภสชฺชรุกฺขสฺส ติฏฺฐโต มูลํ มูลตฺถิกา หรนฺติ, ปปฏิกํ ตจํ ขนฺธํ วิฏปํ สารํ สาขํ ปลาสํ ปุปฺผํ ผลํ ผลตฺถิกา หรนฺติ, น ตสฺส รุกฺขสฺส ‘มยฺหํ สนฺตกํ เอเต หรนฺตี’ติ วิตกฺกสมุทาจาโร โหติ, เอวเมว สพฺพโลกหิตาย อุสฺสุกฺกมาปชฺชนฺเตน มยา มหาทุกฺเข อกตญฺญุเก นิจฺจาสุจิมฺหิ กาเย ปเรสํ อุปการาย วินิยุชฺชมาเน อณุมตฺโตปิ มิจฺฉาวิตกฺโก น อุปฺปาเทตพฺโพ. โก วา เอตฺถ วิเสโส อชฺฌตฺติกพาหิเรสุ มหาภูเตสุ เอกนฺตเภทนวิกิรณวิทฺธํสนธมฺเมสุ, เกวลํ ปน สมฺโมหวิชมฺภิตเมตํ, ยทิทํ เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตาติ อภินิเวโส. ตสฺมา พาหิเรสุ วิย อชฺฌตฺติเกสุปิ กรจรณนยนาทีสุ มํสาทีสุ จ อนเปกฺเขน หุตฺวา ‘ตํ ตทตฺถิกา หรนฺตู’ติ นิสฺสฏฺฐจิตฺเตน ภวิตพฺพ’’นฺติ.

เอวํ ปฏิสญฺจิกฺขโต จสฺส สมฺโพธาย ปหิตตฺตสฺส กายชีวิเตสุ นิรเปกฺขสฺส อปฺปกสิเรเนว กายวจีมโนกมฺมานิ สุวิสุทฺธานิ โหนฺติ. โส สุวิสุทฺธกายวจีมโนกมฺมนฺโต วิสุทฺธาชีโว ญายปฏิปตฺติยํ ฐิโต อปายุปายโกสลฺลสมนฺนาคเมน ภิยฺโยโสมตฺตาย เทยฺยธมฺมปริจฺจาเคน อภยทานสทฺธมฺมทาเนหิ จ สพฺพสตฺเต อนุคฺคณฺหิตุํ สมตฺโถ โหตีติ อยํ ตาว ทานปารมิยํ ปจฺจเวกฺขณานโย.

สีลปารมิยํ ปน เอวํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – อิทญฺหิ สีลํ นาม คงฺโคทกาทีหิ วิโสเธตุํ อสกฺกุเณยฺยสฺส โทสมลสฺส วิกฺขาลนชลํ, หริจนฺทนาทีหิ วิเนตุํ อสกฺกุเณยฺยสฺส ราคาทิปริฬาหสฺส วินยนํ, หารมกุฏกุณฺฑลาทีหิ ปจุรชนาลงฺกาเรหิ อสาธารโณ สาธูนํ อลงฺการวิเสโส, สพฺพทิสาวายนโต อกิตฺติโม สพฺพกาลานุรูโป จ สุรภิคนฺโธ, ขตฺติยมหาสาลาทีหิ เทวตาหิ จ วนฺทนียาทิภาวาวหนโต ปรโม วสีกรณมนฺโต, จาตุมหาราชิกาทิเทวโลกาโรหณโสปานปนฺติ, ฌานาภิญฺญานํ อธิคมูปาโย, นิพฺพานมหานครสฺส สมฺปาปกมคฺโค, สาวกโพธิปจฺเจกโพธิสมฺมาสมฺโพธีนํ ปติฏฺฐานภูมิ, ยํ ยํ วา ปนิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ, ตสฺส ตสฺส สมิชฺฌนูปายภาวโต จินฺตามณิกปฺปรุกฺขาทิเก จ อติเสติ.

วุตฺตญฺเจตํ ภควตา – ‘‘อิชฺฌติ, ภิกฺขเว, สีลวโต เจโตปณิธิวิสุทฺธตฺตา’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๓๗; อ. นิ. ๘.๓๕). อปรมฺปิ วุตฺตํ – ‘‘อากงฺเขยฺย เจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ‘สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จ อสฺสํ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จา’ติ, สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๖๕). ตถา ‘‘อวิปฺปฏิสารตฺถานิ โข, อานนฺท, กุสลานิ สีลานี’’ติ (อ. นิ. ๑๑.๑). ‘‘ปญฺจิเม, คหปตโย, อานิสํสา สีลวโต สีลสมฺปทายา’’ติอาทิสุตฺตานญฺจ (ที. นิ. ๒.๑๕๐; ๓.๓๑๖; อ. นิ. ๕.๒๑๓; มหาว. ๒๘๕) วเสน สีลสฺส คุณา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา. ตถา อคฺคิกฺขนฺโธปมสุตฺตาทีนํ (อ. นิ. ๗.๗๒) วเสน สีลวิรเห อาทีนวา. ปีติโสมนสฺสนิมิตฺตโต อตฺตานุวาทปราปวาททณฺฑทุคฺคติภยาภาวโต วิญฺญูหิ ปาสํสภาวโต อวิปฺปฏิสารเหตุโต โสตฺถิฏฺฐานโต อติชนสาปเตยฺยาธิปเตยฺยายุรูปฏฺฐานพนฺธุมิตฺตสมฺปตฺตีนํ อติสยนโต จ สีลํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ. สีลวโต หิ อตฺตโน สีลสมฺปทาเหตุ มหนฺตํ ปีติโสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ – ‘‘กตํ วต มยา กุสลํ, กตํ กลฺยาณํ, กตํ ภีรุตฺตาณ’’นฺติ.

ตถา สีลวโต อตฺตา น อุปวทติ, น ปเร วิญฺญู, ทณฺฑทุคฺคติภยานํ สมฺภโว เอว นตฺถิ. ‘‘สีลวา ปุริสปุคฺคโล กลฺยาณธมฺโม’’ติ วิญฺญูนํ ปาสํโส โหติ. ตถา สีลวโต ยฺวายํ ‘‘กตํ วต มยา ปาปํ, กตํ ลุทฺทกํ, กตํ กิพฺพิส’’นฺติ ทุสฺสีลสฺส วิปฺปฏิสาโร อุปฺปชฺชติ, โส น โหติ. สีลญฺจ นาเมตํ อปฺปมาทาธิฏฺฐานโต โภคพฺยสนาทิปริหารมุเขน มหโต อตฺถสฺส สาธนโต มงฺคลภาวโต จ ปรมํ โสตฺถิฏฺฐานํ, นิหีนชจฺโจปิ สีลวา ขตฺติยมหาสาลาทีนํ ปูชนีโย โหตีติ กุลสมฺปตฺตึ อติเสติ สีลสมฺปทา, ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, มหาราช? อิธ เต อสฺส ทาโส กมฺมกโร’’ติอาทิวจนญฺเจตฺถ (ที. นิ. ๑.๑๘๖) สาธกํ. โจราทีหิ อสาธารณโต ปรโลกานุคมนโต มหปฺผลภาวโต สมถาทิคุณาธิฏฺฐานโต จ พาหิรธนํ อติเสติ สีลํ. ปรมสฺส จิตฺติสฺสริยสฺส อธิฏฺฐานภาวโต ขตฺติยาทีนํ อิสฺสริยํ อติเสติ สีลํ. สีลนิมิตฺตญฺหิ ตํตํสตฺตนิกาเยสุ สตฺตานํ อิสฺสริยํ, วสฺสสตทีฆปฺปมาณโต ชีวิตโต เอกาหมฺปิ สีลวโต ชีวิตสฺส วิสิฏฺฐตาวจนโต สติ จ ชีวิเต สิกฺขานิกฺขิปนสฺส มรณตาวจนโต สีลํ ชีวิตโต วิสิฏฺฐตรํ. เวรีนมฺปิ มนุญฺญภาวาวหนโต ชราโรควิปตฺตีหิ อนภิภวนียโต จ รูปสมฺปตฺตึ อติเสติ สีลํ. ปาสาทหมฺมิยาทิฏฺฐานวิเสเส ราชยุวราชเสนาปติอาทิฏฺฐานวิเสเส จ อติเสติ สีลํ สุขวิเสสาธิฏฺฐานภาวโต. สภาวสินิทฺเธ สนฺติกาวจเรปิ พนฺธุชเน มิตฺตชเน จ อติเสติ เอกนฺตหิตสมฺปาทนโต ปรโลกานุคมนโต จ ‘‘น ตํ มาตาปิตา กยิรา’’ติอาทิวจนญฺเจตฺถ (ธ. ป. ๔๓) สาธกํ. ตถา หตฺถิอสฺสรถปตฺติพลกาเยหิ มนฺตาคทโสตฺถานปฺปโยเคหิ จ ทุรารกฺขํ อตฺตานํ อารกฺขาภาเวน สีลเมว วิสิฏฺฐตรํ อตฺตาธีนโต อปราธีนโต มหาวิสยโต จ. เตเนวาห – ‘‘ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจาริ’’นฺติอาทิ (ชา. ๑.๑๐.๑๐๒). เอวมเนกคุณสมนฺนาคตํ สีลนฺติ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส อปริปุณฺณา เจว สีลสมฺปทา ปาริปูรึ คจฺฉติ อปริสุทฺธา จ ปาริสุทฺธึ.

สเจ ปนสฺส ทีฆรตฺตํ ปริจเยน สีลปฏิปกฺขา ธมฺมา โทสาทโย อนฺตรนฺตรา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตน โพธิสตฺตปฏิญฺเญน เอวํ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ – นนุ ตยา สมฺโพธาย ปณิธานํ กตํ, สีลวิกเลน จ น สกฺกา โลกิยาปิ สมฺปตฺติโย ปาปุณิตุํ, ปเคว โลกุตฺตรา, สพฺพสมฺปตฺตีนํ ปน อคฺคภูตาย สมฺมาสมฺโพธิยา อธิฏฺฐานภูเตน สีเลน ปรมุกฺกํสคเตน ภวิตพฺพํ, ตสฺมา ‘‘กิกีว อณฺฑ’’นฺติอาทินา (วิสุทฺธิ. ๑.๑๙; ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗) วุตฺตนเยน สมฺมา สีลํ รกฺขนฺเตน สุฏฺฐุตรํ ตยา เปสเลน ภวิตพฺพํ.

อปิ จ ตยา ธมฺมเทสนาย ยานตฺตเย สตฺตานํ อวตารณปริปาจนานิ กาตพฺพานิ, สีลวิกลสฺส จ วจนํ น ปจฺเจตพฺพํ โหติ, อสปฺปายาหารวิจารสฺส วิย เวชฺชสฺส ติกิจฺฉนํ, ตสฺมา กถาหํ สทฺเธยฺโย หุตฺวา สตฺตานํ อวตารณปริปาจนานิ กเรยฺยนฺติ สภาวปริสุทฺธสีเลน ภวิตพฺพํ. กิญฺจ ฌานาทิคุณวิเสสโยเคน เม สตฺตานํ อุปการกรณสมตฺถตา ปญฺญาปารมิอาทิปริปูรณญฺจ, ฌานาทโย จ คุณา สีลปาริสุทฺธึ วินา น สมฺภวนฺตีติ สมฺมเทว สีลํ ปริโสเธตพฺพํ.

ตถา ‘‘สมฺพาโธ ฆราวาโส รโชปโถ’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๙๑; สํ. นิ. ๒.๑๕๔; ม. นิ. ๑.๒๙๑; ๒.๑๐) ฆราวาเส, ‘‘อฏฺฐิกงฺกลูปมา กามา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓๔; ปาจิ. ๑๗๕) ‘‘มาตาปิ ปุตฺเตน วิวทตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๗๘) จ กาเมสุ, ‘‘เสยฺยถาปิ ปุริโส อิณํ อาทาย กมฺมนฺเต ปโยเชยฺยา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๒๑๘) กามจฺฉนฺทาทีสุ อาทีนวทสฺสนปุพฺพงฺคมา วุตฺตวิปริยาเยน ‘‘อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๙๑; สํ. นิ. ๒.๑๕๔) ปพฺพชฺชาทีสุ อานิสํสปฏิสงฺขาวเสน เนกฺขมฺมปารมิยํ ปจฺจเวกฺขณา เวทิตพฺพา. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน ทุกฺขกฺขนฺธ- (ม. นิ. ๑.๑๖๓ อาทโย) อาสิวิโสปมสุตฺตา- (สํ. นิ. ๔.๒๓๘) ทิวเสน เวทิตพฺโพ.

ตถา ‘‘ปญฺญาย วินา ทานาทโย ธมฺมา น วิสุชฺฌนฺติ, ยถาสกํ พฺยาปารสมตฺถา จ น โหนฺตี’’ติ ปญฺญาคุณา มนสิกาตพฺพา. ยเถว หิ ชีวิเตน วินา สรีรยนฺตํ น โสภติ, น จ อตฺตโน กิริยาสุ ปฏิปตฺติสมตฺถํ โหติ, ยถา จ จกฺขาทีนิ อินฺทฺริยานิ วิญฺญาเณน วินา ยถาสกํ วิสเยสุ กิจฺจํ กาตุํ นปฺปโหนฺติ, เอวํ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ ปญฺญาย วินา สกิจฺจปฏิปตฺติยํ อสมตฺถานีติ ปริจฺจาคาทิปฏิปตฺติยํ ปญฺญา ปธานการณํ. อุมฺมีลิตปญฺญาจกฺขุกา หิ มหาโพธิสตฺตา อตฺตโน องฺคปจฺจงฺคานิปิ ทตฺวา อนตฺตุกฺกํสกา อปรวมฺภกา จ โหนฺติ, เภสชฺชรุกฺขา วิย วิกปฺปรหิตา กาลตฺตเยปิ โสมนสฺสชาตา. ปญฺญาวเสน หิ อุปายโกสลฺลโยคโต ปริจฺจาโค ปรหิตปฺปวตฺติยา ทานปารมิภาวํ อุเปติ. อตฺตตฺถญฺหิ ทานํ วฑฺฒิสทิสํ โหติ.

ตถา ปญฺญาย อภาเวน ตณฺหาทิสํกิเลสาวิโยคโต สีลสฺส วิสุทฺธิ เอว น สมฺภวติ, กุโต สพฺพญฺญุคุณาธิฏฺฐานภาโว. ปญฺญวา เอว จ ฆราวาเส กามคุเณสุ สํสาเร จ อาทีนวํ ปพฺพชฺชาย ฌานสมาปตฺติยํ นิพฺพาเน จ อานิสํสํ สุฏฺฐุ สลฺลกฺเขนฺโต ปพฺพชิตฺวา ฌานสมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา นิพฺพานาภิมุโข ปเร จ ตตฺถ ปติฏฺฐาเปติ. วีริยญฺจ ปญฺญาวิรหิตํ ยถิจฺฉิตมตฺถํ น สาเธติ ทุรารมฺภภาวโต. วรเมว หิ อนารมฺโภ ทุรารมฺภโต, ปญฺญาสหิเตน ปน วีริเยน น กิญฺจิ ทุรธิคมํ อุปายปฏิปตฺติโต. ตถา ปญฺญวา เอว ปราปการาทีนํ อธิวาสกชาติโก โหติ, น ทุปฺปญฺโญ. ปญฺญาวิรหิตสฺส จ ปเรหิ อุปนีตา อปการา ขนฺติยา ปฏิปกฺขเมว อนุพฺรูเหนฺติ, ปญฺญวโต ปน เต ขนฺติสมฺปตฺติยา ปริพฺรูหนวเสน อสฺสา ถิรภาวาย สํวตฺตนฺติ. ปญฺญวา เอว ตีณิปิ สจฺจานิ เนสํ การณานิ ปฏิปกฺเข จ ยถาภูตํ ชานิตฺวา ปเรสํ อวิสํวาทโก โหติ.

ตถา ปญฺญาพเลน อตฺตานํ อุปตฺถมฺเภตฺวา ธิติสมฺปทาย สพฺพปารมีสุ อจลสมาทานาธิฏฺฐาโน โหติ. ปญฺญวา เอว จ ปิยมชฺฌตฺตเวริวิภาคํ อกตฺวา สพฺพตฺถ หิตูปสํหารกุสโล โหติ. ตถา ปญฺญาวเสน ลาภาลาภาทิโลกธมฺมสนฺนิปาเต นิพฺพิการตาย มชฺฌตฺโต โหติ. เอวํ สพฺพาสํ ปารมีนํ ปญฺญาว ปาริสุทฺธิเหตูติ ปญฺญาคุณา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา. อปิ จ ปญฺญาย วินา น ทสฺสนสมฺปตฺติ, อนฺตเรน จ ทิฏฺฐิสมฺปทํ น สีลสมฺปทา, สีลทิฏฺฐิสมฺปทาวิรหิตสฺส น สมาธิสมฺปทา, อสมาหิเตน จ น สกฺกา อตฺตหิตมตฺตมฺปิ สาเธตุํ, ปเคว อุกฺกํสคตํ ปรหิตนฺติ ปรหิตาย ปฏิปนฺเนน ‘‘นนุ ตยา สกฺกจฺจํ ปญฺญาย ปริวุทฺธิยํ อาโยโค กรณีโย’’ติ โพธิสตฺเตน อตฺตา โอวทิตพฺโพ. ปญฺญานุภาเวน หิ มหาสตฺโต จตุรธิฏฺฐานาธิฏฺฐิโต จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ โลกํ อนุคฺคณฺหนฺโต สตฺเต นิยฺยานมคฺเค อวตาเรติ, อินฺทฺริยานิ จ เนสํ ปริปาเจติ.

ตถา ปญฺญาพเลน ขนฺธายตนาทีสุ ปวิจยพหุโลปวตฺตินิวตฺติโย ยาถาวโต ปริชานนฺโต ทานาทโย คุเณ วิเสสนิพฺเพธภาคิยภาวํ นยนฺโต โพธิสตฺตสิกฺขาย ปริปูรการี โหตีติ เอวมาทินา อเนกาการโวกาเร ปญฺญาคุเณ ววตฺถเปตฺวา ปญฺญาปารมี อนุพฺรูเหตพฺพา.

ตถา ทิสฺสมานานิปิ โลกิยานิ กมฺมานิ นิหีนวีริเยน ปาปุณิตุํ อสกฺกุเณยฺยานิ, อคณิตเขเทน ปน อารทฺธวีริเยน ทุรธิคมํ นาม นตฺถิ. นิหีนวีริโย หิ ‘‘สํสารมโหฆโต สพฺพสตฺเต สนฺตาเรสฺสามี’’ติ อารภิตุเมว น สกฺกุณาติ. มชฺฌิโม อารภิตฺวา อนฺตรา โวสานมาปชฺชติ. อุกฺกฏฺฐวีริโย ปน อตฺตสุขนิรเปกฺโข อารมฺภปารมิมธิคจฺฉตีติ วีริยสมฺปตฺติ ปจฺจเวกฺขิตพฺพา. อปิ จ ‘‘ยสฺส อตฺตโน เอว สํสารปงฺกโต สมุทฺธรณตฺถมารมฺโภ, ตสฺสาปิ น วีริยสฺส สิถิลภาเว มโนรถานํ มตฺถกปฺปตฺติ สกฺกา สมฺภาเวตุํ, ปเคว สเทวกสฺส โลกสฺส สมุทฺธรณตฺถํ กตาภินีหาเรนา’’ติ จ ‘‘ราคาทีนํ โทสคณานํ มตฺตมหาคชานํ วิย ทุนฺนิวารภาวโต ตนฺนิทานานญฺจ กมฺมสมาทานานํ อุกฺขิตฺตาสิกวธกสทิสภาวโต ตนฺนิมิตฺตานญฺจ ทุคฺคตีนํ สพฺพทา วิวฏมุขภาวโต, ตตฺถ นิโยชกานญฺจ ปาปมิตฺตานํ สทา สนฺนิหิตภาวโต ตโทวาทการิตาย จ พาลสฺส ปุถุชฺชนภาวสฺส สติสมฺภเว ยุตฺตํ สยเมว สํสารทุกฺขโต นิสฺสริตุนฺติ มิจฺฉาวิตกฺกา วีริยานุภาเวน ทูรีภวนฺตี’’ติ จ ‘‘ยทิ ปน สมฺโพธิ อตฺตาธีเนน วีริเยน สกฺกา สมธิคนฺตุํ, กิเมตฺถ ทุกฺกร’’นฺติ จ เอวมาทินา นเยน วีริยคุณา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา.

ตถา ขนฺติ นามายํ นิรวเสสคุณปฏิปกฺขสฺส โกธสฺส วิธมนโต คุณสมฺปาทเน สาธูนมปฺปฏิหตมายุธํ, ปราภิภวสมตฺถานํ อลงฺกาโร, สมณพฺราหฺมณานํ พลสมฺปทา, โกธคฺคิวินยนอุทกธารา, กลฺยาณสฺส กิตฺติสทฺทสฺส สญฺชาติเทโส, ปาปปุคฺคลานํ วจีวิสวูปสมกโร มนฺตาคโท, สํวเร ฐิตานํ ปรมา ธีรปกติ, คมฺภีราสยตาย สาคโร, โทสมหาสาครสฺส เวลา, อปายทฺวารสฺส ปิทหนกวาฏํ, เทวพฺรหฺมโลกานํ อาโรหณโสปานํ, สพฺพคุณานํ อธิวาสนภูมิ, อุตฺตมา กายวจีมโนวิสุทฺธีติ มนสิกาตพฺพํ.

อปิ จ ‘‘เอเต สตฺตา ขนฺติสมฺปตฺติยา อภาวโต อิธโลเก ตปฺปนฺติ, ปรโลเก จ ตปนียธมฺมานุโยคโต’’ติ จ ‘‘ยทิปิ ปราปการนิมิตฺตํ ทุกฺขํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ปน ทุกฺขสฺส เขตฺตภูโต อตฺตภาโว พีชภูตญฺจ กมฺมํ มยาว อภิสงฺขต’’นฺติ จ ‘‘ตสฺส จ ทุกฺขสฺส อาณณฺยการณเมต’’นฺติ จ ‘‘อปการเก อสติ กถํ มยฺหํ ขนฺติสมฺปทา สมฺภวตี’’ติ จ ‘‘ยทิปายํ เอตรหิ อปการโก, อยํ นาม ปุพฺเพ อเนน มยฺหํ อุปกาโร กโต’’ติ จ ‘‘อปกาโร เอว วา ขนฺตินิมิตฺตตาย อุปกาโร’’ติ จ ‘‘สพฺเพปิเม สตฺตา มยฺหํ ปุตฺตสทิสา, ปุตฺตกตาปราเธสุ จ โก กุชฺฌิสฺสตี’’ติ จ ‘‘เยน โกธปิสาจาเวเสน อยํ มยฺหํ อปรชฺฌติ, สฺวายํ โกธภูตาเวโส มยา วิเนตพฺโพ’’ติ จ, ‘‘เยน อปกาเรน อิทํ มยฺหํ ทุกฺขํ อุปฺปนฺนํ, ตสฺส อหมฺปิ นิมิตฺต’’นฺติ จ, ‘‘เยหิ ธมฺเมหิ อปกาโร กโต, ยตฺถ จ กโต, สพฺเพปิ เต ตสฺมึ เอว ขเณ นิรุทฺธา กสฺสิทานิ เกน โกโป กาตพฺโพ’’ติ จ, ‘‘อนตฺตตาย สพฺพธมฺมานํ โก กสฺส อปรชฺฌตี’’ติ จ ปจฺจเวกฺขนฺเตน ขนฺติสมฺปทา อนุพฺรูเหตพฺพา.

ยทิ ปนสฺส ทีฆรตฺตํ ปริจเยน ปราปการนิมิตฺตโก โกโธ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺเฐยฺย, เตน อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ – ‘‘ขนฺติ นาเมสา ปราปการสฺส ปฏิปกฺขปฏิปตฺตีนํ ปจฺจุปการการณ’’นฺติ จ ‘‘อปกาโร จ มยฺหํ ทุกฺขูปนิสา สทฺธาติ ทุกฺขุปฺปาทเนน สทฺธาย สพฺพโลเก อนภิรติสญฺญาย จ ปจฺจโย’’ติ จ, ‘‘อินฺทฺริยปกติ เหสา ยทิทํ อิฏฺฐานิฏฺฐวิสยสมาโยโค. ตตฺถ อนิฏฺฐวิสยสมาโยโค มยฺหํ น สิยาติ ตํ กุเตตฺถ ลพฺภา’’ติ จ ‘‘โกธวสิโก สตฺโต โกเธน อุมฺมตฺโต วิกฺขิตฺตจิตฺโต, ตตฺถ กึ ปจฺจปกาเรนา’’ติ จ ‘‘สพฺเพปิเม สตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน โอรสปุตฺตา วิย ปริปาลิตา, ตสฺมา น ตตฺถ มยา จิตฺตโกโป กาตพฺโพ’’ติ จ, ‘‘อปราธเก จ สติ คุเณ คุณวติ มยา โกโป น กาตพฺโพ’’ติ จ, ‘‘อสติ คุเณ วิเสเสน กรุณายิตพฺโพ’’ติ จ ‘‘โกเปน จ มยฺหํ คุณยสา นิหียนฺตี’’ติ จ, ‘‘กุชฺฌเนน มยฺหํ ทุพฺพณฺณทุกฺขเสยฺยาทโย สปตฺตกนฺตา อาคจฺฉนฺตี’’ติ จ, ‘‘โกโธ จ นามายํ สพฺพาหิตการโก สพฺพหิตวินาสโก พลวา ปจฺจตฺถิโก’’ติ จ, ‘‘สติ จ ขนฺติยา น โกจิ ปจฺจตฺถิโก’’ติ จ, ‘‘อปราธเกน อปราธนิมิตฺตํ ยํ อายตึ ลทฺธพฺพํ ทุกฺขํ สติ จ ขนฺติยา มยฺหํ ตทภาโว’’ติ จ, ‘‘จินฺตเนน กุชฺฌนฺเตน จ มยา ปจฺจตฺถิโกเยว อนุวตฺติโต โหตี’’ติ จ, ‘‘โกเธ จ มยา ขนฺติยา อภิภูเต ตสฺส ทาสภูโต ปจฺจตฺถิโก สมฺมเทว อภิภูโต โหตี’’ติ จ, ‘‘โกธนิมิตฺตํ ขนฺติคุณปริจฺจาโค มยฺหํ น ยุตฺโต’’ติ จ, ‘‘สติ จ โกเธ คุณวิโรธปจฺจนีกธมฺเม กถํ เม สีลาทิธมฺมา ปาริปูรึ คจฺเฉยฺยุํ, อสติ จ เตสุ กถาหํ สตฺตานํ อุปการพหุโล ปฏิญฺญานุรูปํ อุตฺตมํ สมฺปตฺตึ ปาปุณิสฺสามี’’ติ จ, ‘‘ขนฺติยา จ สติ พหิทฺธา วิกฺเขปาภาวโต สมาหิตสฺส สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจโต ทุกฺขโต สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตโต นิพฺพานญฺจ อสงฺขตามตสนฺตปณีตตาทิภาวโต นิชฺฌานํ ขมนฺติ พุทฺธธมฺมา จ อจินฺเตยฺยาปริเมยฺยปฺปภาวา’’ติ.

ตโต จ อนุโลมิยํ ขนฺติยํ ฐิโต เกวลา อิเม อตฺตตฺตนิยภาวรหิตา ธมฺมมตฺตา ยถาสกํ ปจฺจเยหิ อุปฺปชฺชนฺติ วยนฺติ, น กุโตจิ อาคจฺฉนฺติ, น กุหิญฺจิ คจฺฉนฺติ, น จ กตฺถจิ ปติฏฺฐิตา, น เจตฺถ โกจิ กสฺสจิ พฺยาปาโรติ อหํการมมํการานธิฏฺฐานตา นิชฺฌานํ ขมติ, เยน โพธิสตฺโต โพธิยา นิยโต อนาวตฺติธมฺโม โหตีติ เอวมาทินา ขนฺติปารมิยา ปจฺจเวกฺขณา เวทิตพฺพา.