๑๒. มหาสุตโสมจริยาวณฺณนา

๑๐๕. ทฺวาทสเม สุตโสโม มหีปตีติ เอวํนาโม ขตฺติโย. มหาสตฺโต หิ ตทา กุรุรฏฺเฐ อินฺทปตฺถนคเร โกรพฺยสฺส รญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ. ตํ สุตวิตฺตตาย จนฺทสมานโสมฺมวรวณฺณตาย จ ‘‘สุตโสโม’’ติ สญฺชานึสุ. ตํ วยปฺปตฺตํ สพฺพสิปฺปนิปฺผตฺติปฺปตฺตํ มาตาปิตโร รชฺเช อภิสิญฺจึสุ. คหิโต โปริสาเทนาติ ปุริสานํ มนุสฺสานํ อทนโต ขาทนโต ‘‘โปริสาโท’’ติ ลทฺธนาเมน พาราณสิรญฺญา เทวตาพลิกมฺมตฺถํ คหิโต.

พาราณสิราชา หิ ตทา มํสํ วินา อภุญฺชนฺโต อญฺญํ มํสํ อลภนฺเตน ภตฺตการเกน มนุสฺสมํสํ ขาทาปิโต รสตณฺหาย พทฺโธ หุตฺวา มนุสฺเส ฆาเตตฺวา มนุสฺสมํสํ ขาทนฺโต ‘‘โปริสาโท’’ติ ลทฺธนาโม อมจฺจปาริสชฺชปฺปมุเขหิ นาคเรหิ เนคมชานปเทหิ จ อุสฺสาหิเตน กาฬหตฺถินา นาม อตฺตโน เสนาปตินา ‘‘เทว, ยทิ รชฺเชน อตฺถิโก มนุสฺสมํสขาทนโต วิรมาหี’’ติ วุตฺโต ‘‘รชฺชํ ปชหนฺโตปิ มนุสฺสมํสขาทนโต น โอรมิสฺสามี’’ติ วตฺวา เตหิ รฏฺฐา ปพฺพาชิโต อรญฺญํ ปวิสิตฺวา เอกสฺมึ นิโคฺรธรุกฺขมูเล วสนฺโต ขาณุปฺปหาเรน ปาเท ชาตสฺส วณสฺส ผาสุภาวาย ‘‘สกลชมฺพุทีเป เอกสตขตฺติยานํ คลโลหิเตน พลิกมฺมํ กริสฺสามี’’ติ เทวตาย อายาจนํ กตฺวา สตฺตาหํ อนาหารตาย วเณ ผาสุเก ชาเต ‘‘เทวตานุภาเวน เม โสตฺถิ อโหสี’’ติ สญฺญาย ‘‘เทวตาย พลิกมฺมตฺถํ ราชาโน อาเนสฺสามี’’ติ คจฺฉนฺโต อตีตภเว สหายภูเตน ยกฺเขน สมาคนฺตฺวา เตน ทินฺนมนฺตพเลน อธิกตรถามชวปรกฺกมสสมฺปนฺโน หุตฺวา สตฺตาหพฺภนฺตเรเยว สตราชาโน อาเนตฺวา อตฺตโน วสนนิโคฺรธรุกฺเข โอลมฺเพตฺวา พลิกมฺมกรณสชฺโช อโหสิ.

อถ ตสฺมึ รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา ตํ พลิกมฺมํ อนิจฺฉนฺตี ‘‘อุปาเยน นํ นิเสเธสฺสามี’’ติ ปพฺพชิตรูเปน ตสฺส อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา เตน อนุพทฺโธ ติโยชนํ คนฺตฺวา ปุน อตฺตโน ทิพฺพรูปเมว ทสฺเสตฺวา ‘‘ตฺวํ มุสาวาที ตยา ‘สกลชมฺพุทีเป ราชาโน อาเนตฺวา พลิกมฺมํ กริสฺสามี’ติ ปฏิสฺสุตํ. อิทานิ เย วา เต วา ทุพฺพลราชาโน อาเนสิ. ชมฺพุทีเป เชฏฺฐกํ สุตโสมราชานํ สเจ นาเนสฺสสิ, น เม เต พลิกมฺเมน อตฺโถ’’ติ อาห.

โส ‘‘ทิฏฺฐา เม อตฺตโน เทวตา’’ติ ตุสิตฺวา ‘‘สามิ, มา จินฺตยิ, อหํ อชฺเชว สุตโสมํ อาเนสฺสามี’’ติ วตฺวา เวเคน มิคาชินอุยฺยานํ คนฺตฺวา อสํวิหิตาย อารกฺขาย โปกฺขรณึ โอตริตฺวา ปทุมินิปตฺเตน สีสํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา อฏฺฐาสิ. ตสฺมึ อนฺโตอุยฺยานคเตเยว พลวปจฺจูเส สมนฺตา ติโยชนํ อารกฺขํ คณฺหึสุ. มหาสตฺโต ปาโตว อลงฺกตหตฺถิกฺขนฺธวรคโต จตุรงฺคินิยา เสนาย นครโต นิกฺขมิ. ตทา ตกฺกสิลโต นนฺโท นาม พฺราหฺมโณ จตสฺโส สตารหคาถาโย คเหตฺวา วีสโยชนสตํ มคฺคํ อติกฺกมฺม ตํ นครํ ปตฺโต ราชานํ ปาจีนทฺวาเรน นิกฺขมนฺตํ ทิสฺวา หตฺถํ อุกฺขิปิตฺวา ‘‘ชยตุ ภวํ, มหาราชา’’ติ วตฺวา ชยาเปสิ.

ราชา หตฺถินา ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘กุโต นุ, ตฺวํ พฺราหฺมณ, อาคจฺฉสิ, กิมิจฺฉสิ, กึ เต ทชฺช’’นฺติ อาห. พฺราหฺมโณ ‘‘ตุเมฺห ‘สุตวิตฺตกา’ติ สุตฺวา จตสฺโส สตารหคาถาโย อาทาย ตุมฺหากํ เทเสตุํ อาคโตมฺหี’’ติ อาห. มหาสตฺโต ตุฏฺฐมานโส หุตฺวา ‘‘อหํ อุยฺยานํ คนฺตฺวา นฺหายิตฺวา อาคนฺตฺวา โสสฺสามิ, ตฺวํ มา อุกฺกณฺฐี’’ติ วตฺวา ‘‘คจฺฉถ พฺราหฺมณสฺส อสุกเคเห นิวาสํ ฆาสจฺฉาทนญฺจ สํวิทหถา’’ติ อาณาเปตฺวา อุยฺยานํ ปวิสิตฺวา มหนฺตํ อารกฺขํ สํวิธาย โอฬาริกานิ อาภรณานิ โอมุญฺจิตฺวา มสฺสุกมฺมํ กาเรตฺวา อุพฺพฏฺฏิตสรีโร โปกฺขรณิยา ราชวิภเวน นฺหายิตฺวา ปจฺจุตฺตริตฺวา อุทกคฺคหณสาฏเก นิวาเสตฺวา อฏฺฐาสิ.

อถสฺส คนฺธมาลาลงฺกาเร อุปหรึสุ. โปริสาโท ‘‘อลงฺกตกาเล ราชา ภาริโก ภวิสฺสติ, สลฺลหุกกาเลเยว นํ คณฺหิสฺสามี’’ติ นทนฺโต ขคฺคํ ปริวตฺเตนฺโต ‘‘อหมสฺมิ โปริสาโท’’ติ นามํ สาเวตฺวา อุทกา นิกฺขมิ. ตสฺส สทฺทํ สุตฺวา หตฺถาโรหาทโย หตฺถิอาทิโต ภสฺสึสุ. พลกาโย ทูเร ฐิโต ตโตว ปลายิ. อิตโร อตฺตโน อาวุธานิ ฉฑฺเฑตฺวา อุเรน นิปชฺชิ. โปริสาโท ราชานํ อุกฺขิปิตฺวา ขนฺเธ นิสีทาเปตฺวา สมฺมุขฏฺฐาเนเยว อฏฺฐารสหตฺถํ ปาการํ ลงฺฆิตฺวา ปุรโต ปคลิตมทมตฺตวรวารเณ กุมฺเภ อกฺกมิตฺวา ปพฺพตกูฏานิ วิย ปาเตนฺโต วาตชวานิปิ อสฺสรตนานิ ปิฏฺฐิยํ อกฺกมิตฺวา ปาเตนฺโต รถสีเส อกฺกมิตฺวา ปาเตนฺโต ภมริกํ ภมนฺโต วิย นีลกานิ นิโคฺรธปตฺตานิ มทฺทนฺโต วิย เอกเวเคเนว ติโยชนมคฺคํ คนฺตฺวา กญฺจิ อนุพนฺธนฺตํ อทิสฺวา สณิกํ คจฺฉนฺโต สุตโสมสฺส เกเสหิ อุทกพินฺทูนิ อตฺตโน อุปริ ปตนฺตานิ ‘‘อสฺสุพินฺทูนี’’ติ สญฺญาย ‘‘กิมิทํ สุตโสโมปิ มรณํ อนุโสจนฺโต โรทตี’’ติ อาห.

มหาสตฺโต ‘‘นาหํ มรณโต อนุโสจามิ, กุโต โรทนา, อปิ จ โข สงฺครํ กตฺวา สจฺจาปนํ นาม ปณฺฑิตานํ อาจิณฺณํ, ตํ น นิปฺผชฺชตี’’ติ อนุโสจามิ. กสฺสปทสพเลน เทสิตา จตสฺโส สตารหคาถาโย อาทาย ตกฺกสิลโต อาคตสฺส พฺราหฺมณสฺส อาคนฺตุกวตฺตํ กาเรตฺวา ‘‘นฺหายิตฺวา อาคนฺตฺวา สุณิสฺสามิ, ยาว มมาคมนา อาคเมหี’’ติ สงฺครํ กตฺวา อุยฺยานํ คโต, ตฺวญฺจ ตา คาถาโย โสตุํ อทตฺวา มํ คณฺหีติ. เตน วุตฺตํ –

‘‘คหิโต โปริสาเทน, พฺราหฺมเณ สงฺครํ สริ’’นฺติ.

ตตฺถ พฺราหฺมเณ สงฺครํ สรินฺติ นนฺทพฺราหฺมเณ อตฺตนา กตํ ปฏิญฺญํ อนุสฺสรึ.

๑๐๖. อาวุณิตฺวา กรตฺตเลติ ตตฺถ ตตฺถ อุยฺยานาทีสุ คนฺตฺวา อตฺตโน พเลน อานีตานํ เอกสตขตฺติยานํ หตฺถตเล ฉิทฺทํ กตฺวา รุกฺเข ลมฺพนตฺถํ รชฺชุํ ปฏิมุญฺจิตฺวา. เอเตสํ ปมิลาเปตฺวาติ เอเต เอกสตขตฺติเย ชีวคฺคาหํ คเหตฺวา อุทฺธํปาเท อโธสิเร กตฺวา ปณฺหิยา สีสํ ปหรนฺโต ภมณวเสน หตฺถตเล อาวุณิตฺวา รุกฺเข อาลมฺพนวเสน สพฺพโส อาหารูปจฺเฉเทน จ สพฺพถา ปมิลาเปตฺวา วิโสเสตฺวา เขทาเปตฺวาติ อตฺโถ. ยญฺญตฺเถติ พลิกมฺมตฺเถ สาเธตพฺเพ. อุปนยี มมนฺติ มํ อุปเนสิ.

๑๐๗. ตถา อุปนียมาโน ปน มหาสตฺโต โปริสาเทน ‘‘กึ ตฺวํ มรณโต ภายสี’’ติ วุตฺเต ‘‘นาหํ มรณโต ภายามิ, ตสฺส ปน พฺราหฺมณสฺส มยา กโต สงฺคโร น ปริโมจิโต’’ติ อนุโสจามิ. ‘‘สเจ มํ วิสฺสชฺเชสฺสสิ, ตํ ธมฺมํ สุตฺวา ตสฺส จ สกฺการสมฺมานํ กตฺวา ปุน อาคมิสฺสามี’’ติ. ‘‘นาหมิทํ สทฺทหามิ, ยํ ตฺวํ มยา วิสฺสชฺชิโต คนฺตฺวา ปุน มม หตฺถํ อาคมิสฺสาสี’’ติ. ‘‘สมฺม โปริสาท, มยา สทฺธึ เอกาจริยกุเล สิกฺขิโต สหาโย หุตฺวา ‘อหํ ชีวิตเหตุปิ น มุสา กเถมี’ติ กึ น สทฺทหสี’’ติ? กิญฺจาปิ เม เอเตน วาจามตฺตเกน –

‘‘อสิญฺจ สตฺติญฺจ ปรามสามิ, สปถมฺปิ เต สมฺม อหํ กโรมิ;

ตยา ปมุตฺโต อนโณ ภวิตฺวา, สจฺจานุรกฺขี ปุนราวชิสฺส’’นฺติ. (ชา. ๒.๒๑.๔๐๗) –

มหาสตฺเตน อิมาย คาถาย วุตฺตาย โปริสาโท ‘‘อยํ สุตโสโม ‘ขตฺติเยหิ อกตฺตพฺพํ สปถํ กโรมี’ติ วทติ, คนฺตฺวา อนาคจฺฉนฺโตปิ มม หตฺถโต น มุจฺจิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา –

‘‘โย เต กโต สงฺคโร พฺราหฺมเณน, รฏฺเฐ สเก อิสฺสริเย ฐิเตน;

ตํ สงฺครํ พฺราหฺมณ สปฺปทาย, สจฺจานุรกฺขี ปุนราวชสฺสู’’ติ. (ชา. ๒.๒๑.๔๐๘) –

วิสฺสชฺเชสิ.

มหาสตฺโต ราหุมุขา มุตฺโต จนฺโท วิย นาคพโล ถามสมฺปนฺโน ขิปฺปเมว ตํ นครํ สมฺปาปุณิ. เสนาปิสฺส ‘‘สุตโสมราชา ปณฺฑิโต, โปริสาทํ ทเมตฺวา สีหมุขา ปมุตฺตมตฺตวรวารโณ วิย อาคมิสฺสตี’’ติ จ ‘‘ราชานํ โปริสาทสฺส ทตฺวา อาคตา’’ติ ครหภเยน จ พหินคเรเยว นิวิฏฺฐา ตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปจฺจุคฺคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘กจฺจิตฺถ, มหาราช, โปริสาเทน น กิลมิโต’’ติ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘โปริสาเทน มยฺหํ มาตาปิตูหิปิ ทุกฺกรํ กตํ, ตถารูโป นาม จณฺโฑ สาหสิโก มมํ สทฺทหิตฺวา มํ วิสฺสชฺเชสี’’ติ วุตฺเต ราชานํ อลงฺกริตฺวา หตฺถิกฺขนฺธํ อาโรเปตฺวา ปริวาเรตฺวา นครํ ปาวิสิ. ตํ ทิสฺวา สพฺเพ นาครา ตุสึสุ.

โสปิ ธมฺมโสณฺฑตาย มาตาปิตโรปิ อนุปสงฺกมิตฺวา นิเวสนํ คนฺตฺวา พฺราหฺมณํ ปกฺโกสาเปตฺวา ตสฺส มหนฺตํ สกฺการสมฺมานํ กตฺวา ธมฺมครุตาย สยํ นีจาสเน นิสีทิตฺวา ‘‘ตุเมฺหหิ มยฺหํ อาภตา สตารหคาถา สุโณมิ อาจริยา’’ติ อาห. พฺราหฺมโณ มหาสตฺเตน ยาจิตกาเล คนฺเธหิ หตฺเถ อุพฺพฏฺเฏตฺวา ปสิพฺพกโต มโนรมํ โปตฺถกํ นีหริตฺวา อุโภหิ หตฺเถหิ คเหตฺวา ‘‘เตน หิ, มหาราช, สุโณหี’’ติ โปตฺถกํ วาเจนฺโต คาถา อภาสิ –

‘‘สกิเทว สุตโสม, สพฺภิ โหติ สมาคโม;

สา นํ สงฺคติ ปาเลติ, นาสพฺภิ พหุสงฺคโม.

‘‘สพฺภิเรว สมาเสถ, สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ;

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย, เสยฺโย โหติ น ปาปิโย.

‘‘ชีรนฺติ เว ราชรถา สุจิตฺตา, อโถ สรีรมฺปิ ชรํ อุเปติ;

สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปติ, สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺติ.

‘‘นภญฺจ ทูเร ปถวี จ ทูเร, ปารํ สมุทฺทสฺส ตทาหุ ทูเร;

ตโต หเว ทูรตรํ วทนฺติ, สตญฺจ ธมฺโม อสตญฺจ ราชา’’ติ. (ชา. ๒.๒๑.๔๑๑-๔๑๔, ๔๔๕-๔๔๘);

ตา สุตฺวา มหาสตฺโต ‘‘สผลํ เม อาคมน’’นฺติ ตุฏฺฐจิตฺโต ‘‘อิมา คาถา เนว สาวกภาสิตา, น อิสิภาสิตา, น กวิภาสิตา, น เทวภาสิตา, สพฺพญฺญุนาว ภาสิตา. กึ นุ โข อคฺฆ’’นฺติ จินฺเตนฺโต ‘‘อิมํ สกลมฺปิ จกฺกวาฬํ ยาว พฺรหฺมโลกา สตฺตรตนปุณฺณํ กตฺวา ทินฺเนปิ เนว อนุจฺฉวิกํ กตํ นาม โหติ, อหํ โข ปนสฺส ติโยชนสติเก กุรุรฏฺเฐ สตฺตโยชนิเก อินฺทปตฺถนคเร รชฺชํ ทาตุํ ปโหมิ. รชฺชํ กาตุํ ปนสฺส ภาคฺยํ นตฺถิ, ตถา หิสฺส องฺคลกฺขณานุสาเรน อปฺปานุภาวตา ทิสฺสติ, ตสฺมา ทินฺนมฺปิ รชฺชํ น อิมสฺมึ ติฏฺฐตี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘อาจริย, ตุเมฺห อญฺเญสํ ขตฺติยานํ อิมา คาถาโย เทเสตฺวา กึ ลภถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘เอเกกาย สตํ สตํ, มหาราช, เตเนว สตารหคาถา นาม ชาตา’’ติ. อถสฺส มหาสตฺโต ‘‘ตฺวํ อาจริย, อตฺตนา คเหตฺวา วิจรณภณฺฑสฺส อคฺฆํ น ชานาสี’’ติ.

‘‘สหสฺสิยา อิมา คาถา, นยิมา คาถา สตารหา;

จตฺตาริ ตฺวํ สหสฺสานิ, ขิปฺปํ คณฺหาหิ พฺราหฺมณา’’ติ. (ชา. ๒.๒๑.๔๑๕);

จตฺตาริ สหสฺสานิ ทาเปตฺวา เอกญฺจ สุขยานกํ ทตฺวา มหตา สกฺการสมฺมาเนเนว ตํ อุยฺโยเชตฺวา มาตาปิตโร วนฺทิตฺวา ‘‘อหํ พฺราหฺมเณน อาภตํ สทฺธมฺมรตนํ ปูเชตฺวา ตสฺส จ สกฺการสมฺมานํ กตฺวา อาคมิสฺสามีติ โปริสาทสฺส ปฏิญฺญํ ทตฺวา อาคโต. ตตฺถ ยํ พฺราหฺมณสฺส กตฺตพฺพํ ปฏิปชฺชิตพฺพํ ตํ กตํ, อิทานิ โปริสาทสฺส สนฺติกํ คมิสฺสามี’’ติ วุตฺวา ‘‘เตน หิ, ตาต สุตโสม, กึ นาเมตํ กเถสิ, จตุรงฺคินิยา เสนาย โจรํ คณฺหิสฺสาม, มา คจฺฉ โจรสฺส สนฺติก’’นฺติ ยาจึสุ. โสฬสสหสฺสา นาฏกิตฺถิโย เสสปริชนาปิ ‘‘อเมฺห อนาเถ กตฺวา กุหึ คจฺฉสิ เทวา’’ติ ปริเทวึสุ. ‘‘ปุนปิ กิร ราชา โจรสฺส สนฺติกํ คมิสฺสตี’’ติ เอกโกลาหลํ อโหสิ.

มหาสตฺโต ‘‘ปฏิญฺญาย สจฺจาปนํ นาม สาธูนํ สปฺปุริสานํ อาจิณฺณํ, โสปิ มมํ สทฺทหิตฺวา วิสฺสชฺเชสิ, ตสฺมา คมิสฺสามิเยวา’’ติ มาตาปิตโร วนฺทิตฺวา เสสชนํ อนุสาเสตฺวา อสฺสุมุเขน นานปฺปการํ ปริเทวนฺเตน อิตฺถาคาราทินา ชเนน อนุคโต นครา นิกฺขมฺม ตํ ชนํ นิวตฺเตตุํ มคฺเค ทณฺฑเกน ติริยํ เลขํ กตฺวา ‘‘อิมํ มม เลขํ มา อติกฺกมึสู’’ติ วตฺวา อคมาสิ. มหาชโน เตชวโต มหาสตฺตสฺส อาณํ อติกฺกมิตุํ อสกฺโกนฺโต มหาสทฺเทน กนฺทิตฺวา โรทิตฺวา นิวตฺติ. โพธิสตฺโต อาคตมคฺเคเนว ตสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อปุจฺฉิ มํ โปริสาโท’’ติอาทิ.

ตตฺถ กึ ตฺวํ อิจฺฉสิ นิสชฺชนฺติ ตฺวํ อตฺตโน นครํ คนฺตุํ มม หตฺถโต นิสฺสชฺชนํ กึ อิจฺฉสิ, ตฺวํ ‘‘มยา ตกฺกสิลาทีสุ จิรปริจิโต สจฺจวาที จา’’ติ วทสิ, ตสฺมา ยถา มติ เต กาหามิ, ยถารุจิ เต กริสฺสามิ. ยทิ เม ตฺวํ ปุเนหิสีติ สเจ ปุน ตฺวํ เอกํเสเนว มม สนฺติกํ อาคมิสฺสสิ.

๑๐๘. ปเณฺห อาคมนํ มมาติ ปเคว มม อาคมนํ ตสฺส โปริสาทสฺส ปฏิสฺสุณิตฺวา ปาโตว อาคมิสฺสามีติ ปฏิสฺสวํ กตฺวา. รชฺชํ นิยฺยาตยึ ตทาติ ตทา โปริสาทสฺส สนฺติกํ คนฺตุกาโม ‘‘อิทํ โว รชฺชํ ปฏิปชฺชถา’’ติ มาตาปิตูนํ ติโยชนสติกํ รชฺชํ นิยฺยาเตสึ.

๑๐๙. กสฺมา ปน รชฺชํ นิยฺยาตยินฺติ? อนุสฺสริตฺวา สตํ ธมฺมนฺติ ยสฺมา ปน ปฏิญฺญาย สจฺจาปนํ นาม สตํ สาธูนํ มหาโพธิสตฺตานํ ปเวณี กุลวํโส, ตสฺมา ตํ สจฺจปารมิตาธมฺมํ ปุพฺพกํ โปราณํ ชิเนหิ พุทฺธาทีหิ เสวิตํ อนุสฺสริตฺวา สจฺจํ อนุรกฺขนฺโต ตสฺส พฺราหฺมณสฺส ธนํ ทตฺวา อตฺตโน ชีวิตํ ปริจฺจชิตฺวา โปริสาทํ อุปาคมึ.

๑๑๐. นตฺถิ เม สํสโย ตตฺถาติ ตสฺมึ โปริสาทสฺส สนฺติกํ คมเน ‘‘อยํ มํ กึ นุ โข ฆาเตสฺสติ, อุทาหุ โน’’ติ มยฺหํ สํสโย นตฺถิ. ‘‘จณฺโฑ สาหสิโก มยา สทฺธึ เอกสตขตฺติเย เทวตาย พลิกมฺมกรณสชฺโช เอกนฺเตเนว ฆาเตสฺสตี’’ติ ชานนฺโต เอว เกวลํ สจฺจวาจํ อนุรกฺขนฺโต อตฺตโน ชีวิตํ ปริจฺจชิตฺวา ตํ อุปาคมึ. ยสฺมา เจตเทวํ, ตสฺมา สจฺเจน เม สโม นตฺถิ, เอสา เม ปรมตฺถภาวปฺปตฺตา สจฺจปารมีติ.

อุปาคเต ปน มหาสตฺเต วิกสิตปุณฺฑรีกปทุมสสฺสิริกมสฺส มุขํ ทิสฺวา ‘‘อยํ วิคตมรณภโย หุตฺวา อาคโต, กิสฺส นุ โข เอส อานุภาโว’’ติ จินฺเตนฺโต ‘‘ตสฺส มญฺเญ ธมฺมสฺส สุตตฺตา อยํ เอวํ เตชวา นิพฺภโย จ ชาโต, อหมฺปิ ตํ สุตฺวา เตชวา นิพฺภโย จ ภวิสฺสามี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา โปริสาโท มหาสตฺตํ อาห – ‘‘สุโณม สตารหคาถาโย ยาสํ สวนตฺถํ ตฺวํ อตฺตโน นครํ คโต’’ติ.

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต ‘‘อยํ โปริสาโท ปาปธมฺโม, อิมํ โถกํ นิคฺคเหตฺวา ลชฺชาเปตฺวา กเถสฺสามี’’ติ –

‘‘อธมฺมิกสฺส ลุทฺทสฺส, นิจฺจํ โลหิตปาณิโน;

นตฺถิ สจฺจํ กุโต ธมฺโม, กึ สุเตน กริสฺสสี’’ติ. (ชา. ๒.๒๑.๔๒๗) –

วตฺวา ปุน เตน สุฏฺฐุตรํ สญฺชาตสวนาทเรน –

‘‘สุตฺวา ธมฺมํ วิชานนฺติ, นรา กลฺยาณปาปกํ;

อปิ คาถา สุณิตฺวาน, ธมฺเม เม รมเต มโน’’ติ. (ชา. ๒.๒๑.๔๔๔) –

วุตฺเต ‘‘อยํ อติวิย สญฺชาตาทโร โสตุกาโม, หนฺทสฺส กเถสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘เตน หิ สมฺม, สาธุกํ สุโณหิ มนสิกโรหี’’ติ วตฺวา นนฺทพฺราหฺมเณน กถิตนิยาเมเนว คาถานํ สกฺกจฺจํ ถุตึ กตฺวา ฉกามาวจรเทวโลเก เอกโกลาหลํ กตฺวา เทวตาสุ สาธุการํ ททมานาสุ มหาสตฺโต โปริสาทสฺส –

‘‘สกิเทว มหาราช, สพฺภิ โหติ สมาคโม;

สา นํ สงฺคติ ปาเลติ, นาสพฺภิ พหุสงฺคโม.

‘‘สพฺภิเรว สมาเสถ, สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ;

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย, เสยฺโย โหติ น ปาปิโย.

‘‘ชีรนฺติ เว ราชรถา สุจิตฺตา, อตฺโถ สรีรมฺปิ ชรํ อุเปติ;

สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปติ, สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺติ.

‘‘นภญฺจ ทูเร ปถวี จ ทูเร, ปารํ สมุทฺทสฺส ตทาหุ ทูเร;

ตโต หเว ทูรตรํ วทนฺติ, สตญฺจ ธมฺโม อสตญฺจ ราชา’’ติ. (ชา. ๒.๒๑.๔๑๑-๔๑๔) –

ธมฺมํ กเถสิ. ตสฺส เตน สุกถิตตฺตา เจว อตฺตโน จ ปุญฺญานุภาเวน คาถา สุณนฺตสฺเสว สกลสรีรํ ปญฺจวณฺณาย ปีติยา ปริปูริ. โส โพธิสตฺเต มุทุจิตฺโต หุตฺวา ‘‘สมฺม สุตโสม, ทาตพฺพยุตฺตกํ หิรญฺญาทึ น ปสฺสามิ, เอเกกาย คาถาย เอเกกํ วรํ ทสฺสามี’’ติ อาห. อถ นํ มหาสตฺโต ‘‘ตฺวํ อตฺตโนปิ หิตานิ อชานนฺโต ปรสฺส กึ นาม วรํ ทสฺสสี’’ติ อปสาเทตฺวา ปุน เตน ‘‘วรํ คณฺหถา’’ติ ยาจิโต สพฺพปฐมํ ‘‘อหํ จิรกาลํ ตํ อโรคํ ปสฺเสยฺย’’นฺติ วรํ ยาจิ. โส ‘‘อยํ อิทานิ เม วธิตฺวา มํสํ ขาทิตุกามสฺส มหานตฺถกรสฺส มยฺหเมว ชีวิตมิจฺฉตี’’ติ ตุฏฺฐมานโส วญฺเจตฺวา วรสฺส คหิตภาวํ อชานนฺโต อทาสิ. มหาสตฺโต หิ อุปายกุสลตาย ตสฺส จิรํ ชีวิตุกามตาปเทเสน อตฺตโน ชีวิตํ ยาจิ. อถ ‘‘ปโรสตํ ขตฺติยานํ ชีวิตํ เทหี’’ติ ทุติยํ วรํ, เตสํ สเก รฏฺเฐ ปฏิปาทนํ ตติยํ วรํ, มนุสฺสมํสขาทนโต วิรมณํ จตุตฺถํ วรํ ยาจิ. โส ตีณิ วรานิ ทตฺวา จตุตฺถํ วรํ อทาตุกาโม ‘‘อญฺญํ วรํ คณฺหาหี’’ติ วตฺวาปิ มหาสตฺเตน นิปฺปีฬิยมาโน ตมฺปิ อทาสิเยว.

อถ โพธิสตฺโต โปริสาทํ นิพฺพิเสวนํ กตฺวา เตเนว ราชาโน โมจาเปตฺวา ภูมิยํ นิปชฺชาเปตฺวา ทารกานํ กณฺณโต สุตฺตวฏฺฏิ วิย สณิกํ รชฺชุโย นีหริตฺวา โปริสาเทน เอกํ ตจํ อาหราเปตฺวา ปาสาเณน ฆํสิตฺวา สจฺจกิริยํ กตฺวา เตสํ หตฺถตลานิ มกฺเขสิ. ตงฺขณํ เอว ผาสุกํ อโหสิ. ทฺวีหตีหํ ตตฺเถว วสิตฺวา เต อโรเค กาเรตฺวา เตหิ สทฺธึ อภิชฺชนกสภาวํ มิตฺตสนฺถวํ กาเรตฺวา เตหิ สทฺธึ ตํ พาราณสึ เนตฺวา รชฺเช ปติฏฺฐาเปตฺวา ‘‘อปฺปมตฺตา โหถา’’ติ เต ราชาโน อตฺตโน อตฺตโน นครํ เปเสตฺวา อินฺทปตฺถนครโต อาคตาย อตฺตโน จตุรงฺคินิยา เสนาย ปริวุโต อตฺตโน นครํ คโต ตุฏฺฐปมุทิเตน นาครชเนน สมฺปริวาริยมาโน อนฺเตปุรํ ปวิสิตฺวา มาตาปิตโร วนฺทิตฺวา มหาตลํ อภิรุหิ.

อถ มหาสตฺโต ฉ ทานสาลาโย กาเรตฺวา เทวสิกํ มหาทานานิ ปวตฺเตนฺโต สีลานิ ปริปูเรนฺโต อุโปสถํ อุปวสนฺโต ปารมิโย อนุพฺรูเหสิ. เตปิ ราชาโน มหาสตฺตสฺส โอวาเท ฐตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา อายุปริโยสาเน สคฺคปุรํ ปูรยึสุ.

ตทา โปริสาโท องฺคุลิมาลตฺเถโร อโหสิ, กาฬหตฺถิอมจฺโจ สาริปุตฺตตฺเถโร, นนฺทพฺราหฺมโณ อานนฺทตฺเถโร, รุกฺขเทวตา มหากสฺสปตฺเถโร, ราชาโน พุทฺธปริสา, มาตาปิตโร มหาราชกุลานิ, สุตโสมมหาราชา โลกนาโถ.

ตสฺส เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เสสปารมิโยปิ นิทฺธาเรตพฺพา. ตถา อลีนสตฺตุจริยาวณฺณนาย (จริยา อฏฺฐ. ๒.๗๔ อาทโย) วิย มหาสตฺตสฺส คุณานุภาวา วิภาเวตพฺพาติ.

มหาสุตโสมจริยาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สจฺจปารมี นิฏฺฐิตา.