๓. จมฺเปยฺยนาคจริยาวณฺณนา
๒๐. ตติเย จมฺเปยฺยโกติ องฺคมคธรฏฺฐานํ อนฺตเร จมฺปา นาม นที, ตสฺสา เหฏฺฐา นาคภวนมฺปิ อวิทูรภวตฺตา จมฺปา นาม, ตตฺถ ชาโต นาคราชา จมฺเปยฺยโก. ตทาปิ ธมฺมิโก อาสินฺติ ตสฺมึ จมฺเปยฺยนาคราชกาเลปิ อหํ ธมฺมจารี อโหสึ.
โพธิสตฺโต หิ ตทา จมฺปานาคภวเน นิพฺพตฺติตฺวา จมฺเปยฺโย นาม นาคราชา อโหสิ, มหิทฺธิโก มหานุภาโว. โส ตตฺถ นาครชฺชํ กาเรนฺโต เทวราชโภคสมฺปตฺติสทิสอิสฺสริยสมฺปตฺตึ อนุภวนฺโต ปารมิปูรณสฺส อโนกาสภาวโต ‘‘กึ เม อิมาย ติรจฺฉานโยนิยา, อุโปสถวาสํ วสิตฺวา อิโต มุจฺจิตฺวา สมฺมเทว ปารมิโย ปูเรสฺสามี’’ติ ตโต ปฏฺฐาย อตฺตโน ปาสาเทเยว อุโปสถกมฺมํ กโรติ. อลงฺกตนาคมาณวิกา ตสฺส สนฺติกํ อาคจฺฉนฺติ. โส ‘‘อิธ เม สีลสฺส อนฺตราโย ภวิสฺสตี’’ติ ปาสาทโต นิกฺขมิตฺวา อุยฺยาเน นิสีทติ. ตตฺราปิ ตา อาคจฺฉนฺติ. โส จินฺเตสิ – ‘‘อิธ เม สีลสฺส สํกิเลโส ภวิสฺสติ, อิโต นาคภวนโต นิกฺขมิตฺวา มนุสฺสโลกํ คนฺตฺวา อุโปสถวาสํ วสิสฺสามี’’ติ. โส ตโต ปฏฺฐาย อุโปสถทิวเสสุ นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา เอกสฺส ปจฺจนฺตคามสฺส อวิทูเร มคฺคสมีเป วมฺมิกมตฺถเก ‘‘มม จมฺมาทีหิ อตฺถิกา จมฺมาทีนิ คณฺหนฺตุ, กีฬาสปฺปํ วา กาตุกามา กีฬาสปฺปํ กโรนฺตู’’ติ สรีรํ ทานมุเข วิสฺสชฺเชตฺวา โภเค อาภุชิตฺวา นิปนฺโน อุโปสถวาสํ วสติ จาตุทฺทสิยํ ปญฺจทสิยญฺจ, ปาฏิปเท นาคภวนํ คจฺฉติ. ตสฺเสวํ อุโปสถํ กโรนฺตสฺส ทีโฆ อทฺธา วีติวตฺโต.
อถ โพธิสตฺโต สุมนาย นาม อตฺตโน อคฺคมเหสิยา ‘‘เทว, ตฺวํ มนุสฺสโลกํ คนฺตฺวา อุโปสถํ อุปวสสิ, โส จ สาสงฺโก สปฺปฏิภโย’’ติ วุตฺโต มงฺคลโปกฺขรณิตีเร ฐตฺวา ‘‘สเจ มํ, ภทฺเท, โกจิ ปหริตฺวา กิลเมสฺสติ, อิมิสฺสา โปกฺขรณิยา อุทกํ อาวิลํ ภวิสฺสติ. สเจ สุปณฺโณ คณฺหิสฺสติ, อุทกํ ปกฺกุถิสฺสติ. สเจ อหิตุณฺฑิโก คณฺหิสฺสติ, อุทกํ โลหิตวณฺณํ ภวิสฺสตี’’ติ ตีณิ นิมิตฺตานิ ตสฺสา อาจิกฺขิตฺวา จาตุทฺทสีอุโปสถํ อธิฏฺฐาย นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา วมฺมิกมตฺถเก นิปชฺชิ สรีรโสภาย วมฺมิกํ โสภยมาโน. สรีรญฺหิสฺส รชตทามํ วิย เสตํ อโหสิ, มตฺถโก รตฺตกมฺพลเคณฺฑุโก วิย, สรีรํ นงฺคลสีสปฺปมาณํ ภูริทตฺตกาเล (ชา. ๒.๒๒.๗๘๔ อาทโย) ปน อูรุปฺปมาณํ, สงฺขปาลกาเล (ชา. ๒.๑๗.๑๔๓ อาทโย) เอกโทณิกนาวปฺปมาณํ.
ตทา เอโก พาราณสิมาณโว ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา อลมฺปายนมนฺตํ อุคฺคณฺหิตฺวา เตน มคฺเคน อตฺตโน คามํ คจฺฉนฺโต มหาสตฺตํ ทิสฺวา ‘‘กึ เม ตุจฺฉหตฺเถน คามํ คนฺตุํ, อิมํ นาคํ คเหตฺวา คามนิคมราชธานีสุ กีฬาเปนฺโต ธนํ อุปฺปาเทตฺวาว คมิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ทิพฺโพสธานิ คเหตฺวา ทิพฺพมนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา ตสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. ทิพฺพมนฺตํ สุตกาลโต ปฏฺฐาย มหาสตฺตสฺส กณฺเณสุ ตตฺตสลากาปเวสนกาโล วิย อโหสิ, มตฺถเก สิขเรน อภิมนฺถิยมาโน วิย. โส ‘‘โก นุ โข เอโส’’ติ โภคนฺตรโต สีสํ อุกฺขิปิตฺวา โอโลเกนฺโต อหิตุณฺฑิกํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘มม วิสํ อุคฺคเตชํ, สจาหํ กุชฺฌิตฺวา นาสาวาตํ วิสฺสชฺเชสฺสามิ, เอตสฺส สรีรํ ภุสมุฏฺฐิ วิย วิปฺปกิริสฺสติ, อถ เม สีลํ ขณฺฑํ ภวิสฺสติ, น นํ โอโลเกสฺสามี’’ติ. โส อกฺขีนิ นิมฺมีเลตฺวา สีสํ โภคนฺตเร ฐเปสิ. อหิตุณฺฑิกพฺราหฺมโณ โอสธํ ขาทิตฺวา มนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา เขฬํ มหาสตฺตสฺส สรีเร โอสิญฺจิ. โอสธานญฺจ มนฺตสฺส จ อานุภาเวน เขเฬน ผุฏฺฐผุฏฺฐฏฺฐาเน โผฏานํ อุฏฺฐานกาโล วิย อโหสิ.
อถ โส นงฺคุฏฺเฐ คเหตฺวา อากฑฺฒิตฺวา ทีฆโส นิปชฺชาเปตฺวา อชปเทน ทณฺเฑน อุปฺปีเฬตฺวา ทุพฺพลํ กตฺวา สีสํ ทฬฺหํ คเหตฺวา นิปฺปีเฬสิ. มหาสตฺโต มุขํ วิวริ. อถสฺส มุเข เขฬํ โอสิญฺจิตฺวา โอสธมนฺตพเลน ทนฺเต ภินฺทิ. มุขํ โลหิตสฺส ปูริ. มหาสตฺโต อตฺตโน สีลเภทภเยน เอวรูปํ ทุกฺขํ อธิวาเสนฺโต อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา โอโลกนมตฺตมฺปิ นากาสิ. โสปิ ‘‘นาคราชานํ ทุพฺพลํ กริสฺสามี’’ติ นงฺคุฏฺฐโต ปฏฺฐาย อฏฺฐีนิ สํจุณฺณยมาโน วิย สกลสรีรํ มทฺทิตฺวา ปฏฺฏกเวฐนํ นาม เวเฐสิ, ตนฺตมชฺชิตํ นาม มชฺชิ, นงฺคุฏฺเฐ คเหตฺวา ทุสฺสโปถนํ นาม โปเถสิ. มหาสตฺตสฺส สกลสรีรํ โลหิตมกฺขิตํ อโหสิ, โส มหาเวทนํ อธิวาเสสิ.
อถสฺส ทุพฺพลภาวํ ญตฺวา วลฺลีหิ เปฬํ กริตฺวา ตตฺถ นํ ปกฺขิปิตฺวา ปจฺจนฺตคามํ เนตฺวา มหาชนสฺส มชฺเฌ กีฬาเปสิ. นีลาทีสุ วณฺเณสุ วฏฺฏจตุรสฺสาทีสุ สณฺฐาเนสุ อณุํถูลาทีสุ ปมาเณสุ ยํ ยํ พฺราหฺมโณ อิจฺฉติ, มหาสตฺโต ตํ ตเทว กตฺวา นจฺจติ, ผณสตมฺปิ ผณสหสฺสมฺปิ กโรติเยว. มหาชโน ปสีทิตฺวา พหุธนมทาสิ. เอกทิวสเมว กหาปณสหสฺสญฺเจว สหสฺสคฺฆนิเก จ ปริกฺขาเร ลภิ. พฺราหฺมโณ อาทิโตว ‘‘สหสฺสํ ลภิตฺวา วิสฺสชฺเชสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ. ตํ ปน ธนํ ลภิตฺวา ‘‘ปจฺจนฺตคาเมเยว ตาว เม เอตฺตกํ ธนํ ลทฺธํ, ราชราชมหามตฺตานํ ทสฺสิเต กีว พหุํ ธนํ ลภิสฺสามี’’ติ สกฏญฺจ สุขยานกญฺจ คเหตฺวา สกเฏ ปริกฺขาเร ฐเปตฺวา สุขยานเก นิสินฺโน ‘‘มหนฺเตน ปริวาเรน มหาสตฺตํ คามนิคมราชธานีสุ กีฬาเปนฺโต พาราณสิยํ อุคฺคเสนรญฺโญ สนฺติเก กีฬาเปตฺวา วิสฺสชฺเชสฺสามี’’ติ อคมาสิ. โส มณฺฑูเก มาเรตฺวา นาครญฺโญ เทติ. นาคราชา ‘‘ปุนปฺปุนํ มํ นิสฺสาย มาเรสฺสตี’’ติ น ขาทติ. อถสฺส มธุลาเช อทาสิ. เตปิ ‘‘สจาหํ โคจรํ คณฺหิสฺสามิ, อนฺโตเปฬายเมว มรณํ ภวิสฺสตี’’ติ น ขาทติ.
๒๑. พฺราหฺมโณ มาสมตฺเตน พาราณสึ ปตฺวา ทฺวารคามเก ตํ กีฬาเปนฺโต พหุธนํ ลภิ. ราชาปิ นํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘อมฺหากมฺปิ กีฬาเปหี’’ติ อาห. ‘‘สาธุ, เทว, เสฺว ปนฺนรเส ตุมฺหากํ กีฬาเปสฺสามี’’ติ อาห. ราชา ‘‘เสฺว นาคราชา ราชงฺคเณ นจฺจิสฺสติ, มหาชโน สนฺนิปติตฺวา ปสฺสตู’’ติ เภรึ จราเปตฺวา ปุนทิวเส ราชงฺคณํ อลงฺการาเปตฺวา พฺราหฺมณํ ปกฺโกสาเปสิ. โส รตนเปฬาย มหาสตฺตํ เนตฺวา วิจิตฺตตฺถเร เปฬํ ฐเปตฺวา นิสีทิ. ราชาปิ ปาสาทา โอรุยฺห มหาชนปริวุโต ราชาสเน นิสีทิ. พฺราหฺมโณ มหาสตฺตํ นีหริตฺวา นจฺจาเปสิ. มหาสตฺโต เตน จินฺติตจินฺติตาการํ ทสฺเสสิ. มหาชโน สกภาเวน สนฺธาเรตุํ น สกฺโกติ. เจลุกฺเขปสหสฺสานิ ปวตฺตนฺติ. โพธิสตฺตสฺส อุปริ รตนวสฺสํ วสฺสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตทาปิ มํ ธมฺมจาริ’’นฺติอาทิ.
ตตฺถ ตทาปีติ ยทาหํ จมฺเปยฺยโก นาคราชา โหมิ, ตทาปิ. ธมฺมจารินฺติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺมํ เอว จรติ, น อณุมตฺตมฺปิ อธมฺมนฺติ ธมฺมจารี. อุปวุฏฺฐอุโปสถนฺติ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตสฺส อริยุโปสถสีลสฺส รกฺขณวเสน อุปวสิตอุโปสถํ. ราชทฺวารมฺหิ กีฬตีติ พาราณสิยํ อุคฺคเสนรญฺโญ เคหทฺวาเร กีฬาเปติ.
๒๒. ยํ ยํ โส วณฺณํ จินฺตยีติ โส อหิตุณฺฑิกพฺราหฺมโณ ‘‘ยํ ยํ นีลาทิวณฺณํ โหตู’’ติ จินฺเตสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘นีลํ ว ปีตโลหิต’’นฺติ. ตตฺถ นีลํ วาติ วา-สทฺโท อนิยมตฺโถ, คาถาสุขตฺถํ รสฺสํ กตฺวา วุตฺโต, เตน วาสทฺเทน วุตฺตาวสิฏฺฐํ โอทาตาทิวณฺณวิเสสญฺเจว วฏฺฏาทิสณฺฐานวิเสสญฺจ อณุํถูลาทิปมาณวิเสสญฺจ สงฺคณฺหาติ. ตสฺส จิตฺตานุวตฺตนฺโตติ ตสฺส อหิตุณฺฑิกสฺส จิตฺตํ อนุวตฺตนฺโต. จินฺติตสนฺนิโภติ เตน จินฺติตจินฺติตากาเรน เปกฺขชนสฺส อุปฏฺฐหามีติ ทสฺเสติ.
๒๓. น เกวลญฺจ เตน จินฺติตาการทสฺสนํ เอว มยฺหํ อานุภาโว. อปิ จ ถลํ กเรยฺยมุทกํ, อุทกมฺปิ ถลํ กเรติ ถลํ มหาปถวึ คเหตฺวา อุทกํ, อุทกมฺปิ คเหตฺวา ปถวึ กาตุํ สกฺกุเณยฺยํ เอวํ มหานุภาโว จ. ยทิหํ ตสฺส กุปฺเปยฺยนฺติ ตสฺส อหิตุณฺฑิกสฺส อหํ ยทิ กุชฺเฌยฺยํ. ขเณน ฉาริกํ กเรติ โกธุปฺปาทกฺขเณ เอว ภสฺมํ กเรยฺยํ.
๒๔. เอวํ ภควา ตทา อตฺตโน อุปฺปชฺชนกานตฺถปฏิพาหเน สมตฺถตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เยน อธิปฺปาเยน ตํ ปฏิพาหนํ น กตํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยทิ จิตฺตวสี เหสฺส’’นฺติอาทิมาห.
ตสฺสตฺโถ – ‘‘อยํ อหิตุณฺฑิโก มํ อติวิย พาธติ, น เม อานุภาวํ ชานาติ, หนฺทสฺส เม อานุภาวํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ กุชฺฌิตฺวา โอโลกนมตฺเตนาปิ ยทิ จิตฺตวสี อภวิสฺสํ, อถ โส ภุสมุฏฺฐิ วิย วิปฺปกิริสฺสติ. อหํ ยถาสมาทินฺนโต ปริหายิสฺสามิ สีลโต. ตถา จ สติ สีเลน ปริหีนสฺส ขณฺฑิตสีลสฺส ยฺวายํ มยา ทีปงฺกรทสพลสฺส ปาทมูลโต ปฏฺฐาย อภิปตฺถิโต, อุตฺตมตฺโถ พุทฺธภาโว โส น สิชฺฌติ.
๒๕. กามํ ภิชฺชตุยํ กาโยติ อยํ จาตุมหาภูติโก โอทนกุมฺมาสูปจโย อนิจฺจุจฺฉาทนปริมทฺทนเภทนวิทฺธํสนธมฺโม กาโย กิญฺจาปิ ภิชฺชตุ วินสฺสตุ, อิเธว อิมสฺมึ เอว ฐาเน มหาวาเต ขิตฺตภุสมุฏฺฐิ วิย วิปฺปกิรียตุ, เนว สีลํ ปภินฺเทยฺยํ, วิกิรนฺเต ภุสํ วิยาติ สีลํ ปน อุตฺตมตฺถสิทฺธิยา เหตุภูตํ อิมสฺมึ กเฬวเร ภุสมุฏฺฐิ วิย วิปฺปกิรนฺเตปิ เนว ภินฺเทยฺยํ, กายชีวิเตสุ นิรเปกฺโข หุตฺวา สีลปารมึเยว ปูเรมีติ จินฺเตตฺวา ตํ ตาทิสํ ทุกฺขํ ตทา อธิวาเสสินฺติ ทสฺเสติ.
อถ มหาสตฺตสฺส ปน อหิตุณฺฑิกหตฺถคตสฺส มาโส ปริปูริ, เอตฺตกํ กาลํ นิราหาโรว อโหสิ. สุมนา ‘‘อติจิรายติ เม สามิโก, โก นุ โข ปวตฺตี’’ติ โปกฺขรณึ โอโลเกนฺตี โลหิตวณฺณํ อุทกํ ทิสฺวา ‘‘อหิตุณฺฑิเกน คหิโต ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา วมฺมิกสนฺติกํ คนฺตฺวา มหาสตฺตสฺส คหิตฏฺฐานํ กิลมิตฏฺฐานญฺจ ทิสฺวา โรทิตฺวา กนฺทิตฺวา ปจฺจนฺตคามํ คนฺตฺวา ปุจฺฉิตฺวา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา พาราณสึ คนฺตฺวา ราชทฺวาเร อากาเส โรทมานา อฏฺฐาสิ. มหาสตฺโต นจฺจนฺโตว อากาสํ อุลฺโลเกนฺโต ตํ ทิสฺวา ลชฺชิโต เปฬํ ปวิสิตฺวา นิปชฺชิ.
ราชา ตสฺส เปฬํ ปวิฏฺฐกาเล ‘‘กึ นุ โข การณ’’นฺติ อิโต จิโต จ โอโลเกนฺโต ตํ อากาเส ฐิตํ ทิสฺวา ‘‘กา นุ ตฺว’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ตสฺสา นาคกญฺญาภาวํ สุตฺวา ‘‘นิสฺสํสยํ โข นาคราชา อิมํ ทิสฺวา ลชฺชิโต เปฬํ ปวิฏฺโฐ, อยญฺจ ยถาทสฺสิโต อิทฺธานุภาโว นาคราชสฺเสว, น อหิตุณฺฑิกสฺสา’’ติ นิฏฺฐํ คนฺตฺวา ‘‘เอวํ มหานุภาโว อยํ นาคราชา, กถํ นาม อิมสฺส หตฺถํ คโต’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อยํ ธมฺมจารี สีลวา นาคราชา, จาตุทฺทสีปนฺนรสีสุ อุโปสถํ อุปวสนฺโต อตฺตโน สรีรํ ทานมุเข นิยฺยาเตตฺวา มหามคฺคสมีเป วมฺมิกมตฺถเก นิปชฺชติ, ตตฺถายเมเตน คหิโต, อิมสฺส เทวจฺฉราปฏิภาคา อเนกสหสฺสา อิตฺถิโย, เทวโลกสมฺปตฺติสทิสา นาคภวนสมฺปตฺติ, อยํ มหิทฺธิโก มหานุภาโว สกลปถวึ ปริวตฺเตตุํ สมตฺโถ, เกวลํ ‘สีลํ เม ภิชฺชิสฺสตี’ติ เอวรูปํ วิปฺปการํ ทุกฺขญฺจ อนุโภตี’’ติ จ สุตฺวา สํเวคปฺปตฺโต ตาวเทว ตสฺส อหิตุณฺฑิกสฺส พฺราหฺมณสฺส พหุํ ธนํ มหนฺตญฺจ ยสํ อิสฺสริยญฺจ ทตฺวา – ‘‘หนฺท, โภ, อิมํ นาคราชานํ วิสฺสชฺเชหี’’ติ วิสฺสชฺชาเปสิ.
มหาสตฺโต นาควณฺณํ อนฺตรธาเปตฺวา มาณวกวณฺเณน เทวกุมาโร วิย อฏฺฐาสิ. สุมนาปิ อากาสโต โอตริตฺวา ตสฺส สนฺติเก อฏฺฐาสิ. นาคราชา รญฺโญ อญฺชลึ กตฺวา ‘‘เอหิ, มหาราช, มยฺหํ นิเวสนํ ปสฺสิตุํ อาคจฺฉาหี’’ติ ยาจิ. เตนาห ภควา –
‘‘มุตฺโต จมฺเปยฺยโก นาโค, ราชานํ เอตทพฺรวิ;
‘นโม เต กาสิราชตฺถุ, นโม เต กาสิวฑฺฒน;
อญฺชลึ เต ปคฺคณฺหามิ, ปสฺเสยฺยํ เม นิเวสน’’นฺติ.
อถ ราชา ตสฺส นาคภวนคมนํ อนุชานิ. มหาสตฺโต ตํ สปริสํ คเหตฺวา นาคภวนํ เนตฺวา อตฺตโน อิสฺสริยสมฺปตฺตึ ทสฺเสตฺวา กติปาหํ ตตฺถ วสาเปตฺวา เภรึ จราเปสิ – ‘‘สพฺพา ราชปริสา ยาวทิจฺฉกํ หิรญฺญสุวณฺณาทิกํ ธนํ คณฺหตู’’ติ. รญฺโญ จ อเนเกหิ สกฏสเตหิ ธนํ เปเสสิ. ‘‘มหาราช, รญฺญา นาม ทานํ ทาตพฺพํ, สีลํ รกฺขิตพฺพํ, ธมฺมิกา รกฺขาวรณคุตฺติ สพฺพตฺถ สํวิทหิตพฺพา’’ติ ทสหิ ราชธมฺมกถาหิ โอวทิตฺวา วิสฺสชฺเชสิ. ราชา มหนฺเตน ยเสน นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา พาราณสิเมว คโต. ตโต ปฏฺฐาย กิร ชมฺพุทีปตเล หิรญฺญสุวณฺณํ ชาตํ. มหาสตฺโต สีลานิ รกฺขิตฺวา อนฺวทฺธมาสํ อุโปสถกมฺมํ กตฺวา สปริโส สคฺคปุรํ ปูเรสิ.
ตทา อหิตุณฺฑิโก เทวทตฺโต อโหสิ, สุมนา ราหุลมาตา, อุคฺคเสโน สาริปุตฺตตฺเถโร, จมฺเปยฺยโก นาคราชา โลกนาโถ.
ตสฺส อิธาปิ ยถารหํ เสสปารมิโย นิทฺธาเรตพฺพา. อิธ โพธิสตฺตสฺส อจฺฉริยานุภาวา เหฏฺฐา วุตฺตนยา เอวาติ.
จมฺเปยฺยนาคจริยาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.