๒. สงฺขพฺราหฺมณจริยาวณฺณนา
๑๑-๑๒. ทุติยสฺมึ ปุนาปรนฺติ ปุน อปรํ, น เกวลมิทํ อกิตฺติจริยเมว, อถ โข ปุน อปรํ อญฺญํ สงฺขจริยมฺปิ ปวกฺขิสฺสํ, สุโณหีติ อธิปฺปาโย. อิโต ปเรสุปิ เอเสว นโย. สงฺขสวฺหโยติ สงฺขนาโม. มหาสมุทฺทํ ตริตุกาโมติ สุวณฺณภูมึ คนฺตุํ นาวาย มหาสมุทฺทํ ตริตุกาโม. อุปคจฺฉามิ ปฏฺฏนนฺติ ตามลิตฺติปฏฺฏนํ อุทฺทิสฺส คจฺฉามิ. สยมฺภุญาเณน ปจฺเจกโพธิยา อธิคตตฺตา สยเมว ภูตนฺติ สยมฺภุํ. กิเลสมาราทีสุ เกนจิปิ น ปราชิตนฺติ อปราชิตํ, ติณฺณํ มารานํ มตฺถกํ มทฺทิตฺวา ฐิตนฺติ อตฺโถ. ตตฺตาย กฐินภูมิยาติ ฆมฺมสนฺตาเปน สนฺตตฺตาย สกฺขรวาลุกานิจิตตฺตา ขราย กกฺขฬาย ภูมิยา.
๑๓. ตนฺติ ตํ ปจฺเจกพุทฺธํ. อิมมตฺถนฺติ อิมํ อิทานิ วกฺขมานํ ‘‘อิทํ เขตฺต’’นฺติอาทิกํ อตฺถํ. วิจินฺตยินฺติ ตทา สงฺขพฺราหฺมณภูโต จินฺเตสินฺติ สตฺถา วทติ. ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา –
อตีเต อยํ พาราณสี โมฬินี นาม อโหสิ. โมฬินีนคเร พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สงฺโข นาม พฺราหฺมโณ หุตฺวา อฑฺโฒ มหทฺธโน จตูสุ นครทฺวาเรสุ นครมชฺเฌ อตฺตโน นิเวสนทฺวาเรติ ฉสุ ฐาเนสุ ฉ ทานสาลาโย กาเรตฺวา เทวสิกํ ฉสตสหสฺสานิ วิสฺสชฺเชนฺโต กปณทฺธิกาทีนํ มหาทานํ ปวตฺเตสิ. โส เอกทิวสํ จินฺเตสิ – ‘‘อหํ เคเห ธเน ขีเณ ทานํ ทาตุํ น สกฺขิสฺสามิ, อปริกฺขีเณเยว ธเน นาวาย สุวณฺณภูมึ คนฺตฺวา ธนํ อาหริสฺสามี’’ติ. โส นาวํ ภณฺฑสฺส ปูราเปตฺวา ปุตฺตทารํ อามนฺเตตฺวา ‘‘ยาวาหํ อาคจฺฉิสฺสามิ, ตาว เม ทานํ อนุปจฺฉินฺทนฺตา ปวตฺเตยฺยาถา’’ติ วตฺวา ทาสกมฺมกรปริวุโต อุปาหนํ อารุยฺห ฉตฺเตน ธาริยมาเนน ปฏฺฏนคามาภิมุโข ปายาสิ.
ตสฺมึ ขเณ คนฺธมาทเน เอโก ปจฺเจกพุทฺโธ สตฺตาหํ นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา นิโรธสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย โลกํ โวโลเกนฺโต ตํ ธนาหรณตฺถํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มหาปุริโส ธนํ อาหริตุํ คจฺฉติ, ภวิสฺสติ นุ โข อสฺส มหาสมุทฺเท อนฺตราโย, โน’’ติ อาวชฺเชตฺวา ‘‘ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา ‘‘เอส มํ ทิสฺวา ฉตฺตญฺจ อุปาหนญฺจ มยฺหํ ทตฺวา อุปาหนทานนิสฺสนฺเทน สมุทฺเท ภินฺนาย นาวาย ปติฏฺฐํ ลภิสฺสติ, กริสฺสามิสฺส อนุคฺคห’’นฺติ อากาเสน คนฺตฺวา ตสฺส อวิทูเร โอตริตฺวา มชฺฌนฺหิกสมเย จณฺฑวาตาตเปน องฺคารสนฺถตสทิสํ อุณฺหวาลุกํ มทฺทนฺโต ตสฺส อภิมุขํ อาคญฺฉิ. โส ตํ ทิสฺวาว หฏฺฐตุฏฺโฐ ‘‘ปุญฺญกฺเขตฺตํ เม อาคตํ, อชฺช มยา เอตฺถ พีชํ โรเปตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตมหํ ปฏิปเถ ทิสฺวา, อิมมตฺถํ วิจินฺตยิ’’นฺติอาทิ.
ตตฺถ อิทํ เขตฺตนฺติอาทิ จินฺติตาการทสฺสนํ. เขตฺตนฺติ ขิตฺตํ พีชํ มหปฺผลภาวกรเณน ตายตีติ เขตฺตํ, ปุพฺพณฺณาปรณฺณวิรุหนภูมิ. อิธ ปน เขตฺตํ วิยาติ เขตฺตํ, อคฺคทกฺขิเณยฺโย ปจฺเจกพุทฺโธ. เตเนวาห ‘‘ปุญฺญกามสฺส ชนฺตุโน’’ติ.
๑๔. มหาคมนฺติ วิปุลผลาคมํ, สสฺสสมฺปตฺติทายกนฺติ อตฺโถ. พีชํ น โรเปตีติ พีชํ น วปติ.
๑๕. เขตฺตวรุตฺตมนฺติ เขตฺตวเรสุปิ อุตฺตมํ. สีลาทิคุณสมฺปนฺนา หิ วิเสสโต อริยสาวกา เขตฺตวรา, ตโตปิ อคฺคภูโต ปจฺเจกพุทฺโธ เขตฺตวรุตฺตโม. การนฺติ สกฺการํ. ยทิ น กโรมีติ สมฺพนฺโธ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อิทมีทิสํ อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ ลภิตฺวา ตตฺถ ปูชาสกฺการํ ยทิ น กโรมิ, ปุญฺเญน อตฺถิโก นามาหํ น ภเวยฺยนฺติ.
๑๖-๑๗. ยถา อมจฺโจติอาทีนํ ทฺวินฺนํ คาถานํ อยํ สงฺเขปตฺโถ – ยถา นาม โย โกจิ รญฺญา มุทฺทาธิกาเร ฐปิโต ลญฺฉนธโร อมจฺจปุริโส เสนาปติ วา โส อนฺเตปุเร ชเน พหิทฺธา จ พลกายาทีสุ รญฺโญ ยถานุสิฏฺฐํ น ปฏิปชฺชติ น เตสํ ธนธญฺญํ เทติ, ตํ ตํ กตฺตพฺพํ วตฺตํ ปริหาเปติ. โส มุทฺทิโต ปริหายติ มุทฺทาธิการลทฺธวิภวโต ปริธํสติ, เอวเมว อหมฺปิ ปุญฺญกมฺมสฺส รโต ลทฺธพฺพปุญฺญผลสงฺขาตํ ปุญฺญกาโม ทกฺขิณาย วิปุลผลภาวกรเณน วิปุลํ ทิสฺวาน ตํ ทกฺขิณํ อุฬารํ ทกฺขิเณยฺยํ ลภิตฺวา ตสฺส ทานํ ยทิ น ททามิ ปุญฺญโต อายตึ ปุญฺญผลโต จ ปริธํสามิ. ตสฺมา อิธ มยา ปุญฺญํ กาตพฺพเมวาติ.
เอวํ ปน จินฺเตตฺวา มหาปุริโส ทูรโตว อุปาหนา โอโรหิตฺวา เวเคน อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ อนุคฺคหตฺถาย อิมํ รุกฺขมูลํ อุปคจฺฉถา’’ติ วตฺวา ตสฺมึ รุกฺขมูลํ อุปสงฺกมนฺเต ตตฺถ วาลุกํ อุสฺสาเปตฺวา อุตฺตราสงฺคํ ปญฺญาเปตฺวา ปจฺเจกพุทฺเธ ตตฺถ นิสินฺเน วนฺทิตฺวา วาสิตปริสฺสาวิเตน อุทเกน ตสฺส ปาเท โธวิตฺวา, คนฺธเตเลน มกฺเขตฺวา, อตฺตโน อุปาหนํ ปุญฺฉิตฺวา, คนฺธเตเลน มกฺเขตฺวา, ตสฺส ปาเท ปฏิมุญฺจิตฺวา ‘‘ภนฺเต, อิมํ อุปาหนํ อารุยฺห, อิมํ ฉตฺตํ มตฺถเก กตฺวา คจฺฉถา’’ติ ฉตฺตุปาหนํ อทาสิ. โสปิสฺส อนุคฺคหตฺถาย ตํ คเหตฺวา ปสาทสํวฑฺฒนตฺถํ ปสฺสนฺตสฺเสว เวหาสํ อุปฺปติตฺวา คนฺธมาทนํ อคมาสิ. เตน วุตฺตํ –
๑๘. ‘‘เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน, โอโรหิตฺวา อุปาหนา;
ตสฺส ปาทานิ วนฺทิตฺวา, อทาสึ ฉตฺตุปาหน’’นฺติ.
โพธิสตฺโต ตํ ทิสฺวา อติวิย ปสนฺนจิตฺโต ปฏฺฏนํ คนฺตฺวา นาวํ อภิรุหิ. อถสฺส มหาสมุทฺทํ ตรนฺตสฺส สตฺตเม ทิวเส นาวา วิวรมทาสิ. อุทกํ อุสฺสิญฺจิตุํ นาสกฺขึสุ. มหาชโน มรณภยภีโต อตฺตโน อตฺตโน เทวตา นมสฺสิตฺวา มหาวิรวํ วิรวิ. โพธิสตฺโต เอกํ อุปฏฺฐากํ คเหตฺวา สกลสรีรํ เตเลน มกฺเขตฺวา สปฺปินา สทฺธึ สกฺขรจุณฺณานิ ยาวทตฺถํ ขาทิตฺวา ตมฺปิ ขาทาเปตฺวา เตน สทฺธึ กูปกยฏฺฐิมตฺถกํ อารุยฺห ‘‘อิมาย ทิสาย อมฺหากํ นคร’’นฺติ ทิสํ ววตฺถเปตฺวา มจฺฉกจฺฉปปริปนฺถโต อตฺตานํ สจฺจาธิฏฺฐาเนน ปโมเจนฺโต เตน สทฺธึ อุสภมตฺตฏฺฐานํ อติกฺกมิตฺวา ปติตฺวา สมุทฺทํ ตริตุํ อารภิ. มหาชโน ปน ตตฺเถว วินาสํ ปาปุณิ. ตสฺส ตรนฺตสฺเสว สตฺต ทิวสา คตา. โส ตสฺมิมฺปิ กาเล โลโณทเกน มุขํ วิกฺขาเลตฺวา อุโปสถิโก อโหสิเยว.
ตทา ปน อีทิสานํ ปุริสวิเสสานํ รกฺขณตฺถาย จตูหิ โลกปาเลหิ ฐปิตา มณิเมขลา นาม เทวธีตา อตฺตโน อิสฺสริเยน สตฺตาหํ ปมชฺชิตฺวา สตฺตเม ทิวเส ตํ ทิสฺวา ‘‘สจายํ อิธ มริสฺส, อติวิย คารยฺหา อภวิสฺส’’นฺติ สํวิคฺคหทยา สุวณฺณปาติยา ทิพฺพโภชนสฺส ปูเรตฺวา เวเคนาคนฺตฺวา ‘‘พฺราหฺมณ, อิทํ ทิพฺพโภชนํ ภุญฺชา’’ติ อาห. โส ตํ อุลฺโลเกตฺวา ‘‘นาหํ ภุญฺชามิ, อุโปสถิโกมฺหี’’ติ ปฏิกฺขิปิตฺวา ตํ ปุจฺฉนฺโต –
‘‘ยํ ตฺวํ สุเขนาภิสเมกฺขเส มํ, ภุญฺชสฺสุ ภตฺตํ อิติ มํ วเทสิ;
ปุจฺฉามิ ตํ นาริ มหานุภาเว, เทวี นุสิ ตฺวํ อุท มานุสี นู’’ติ. (ชา. ๑.๑๐.๔๒) –
อาห. สา ตสฺส ปฏิวจนํ เทนฺตี –
‘‘เทวี อหํ สงฺข มหานุภาวา, อิธาคตา สาครวาริมชฺเฌ;
อนุกมฺปิกา โน จ ปทุฏฺฐจิตฺตา, ตเวว อตฺถาย อิธาคตาสฺมิ.
‘‘อิธนฺนปานํ สยนาสนญฺจ, ยานานิ นานาวิวิธานิ สงฺข;
สพฺพสฺส ตฺยาหํ ปฏิปาทยามิ, ยํ กิญฺจิ ตุยฺหํ มนสาภิปตฺถิต’’นฺติ. (ชา. ๑.๑๐.๔๓-๔๔) –
อิมา คาถา อภาสิ. ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต ‘‘อยํ เทวธีตา สมุทฺทปิฏฺเฐ มยฺหํ ‘อิทญฺจิทญฺจ ทมฺมี’ติ วทติ, ยญฺเจสา มยฺหํ เทติ, ตมฺปิ มม ปุญฺเญเนว, ตํ ปน ปุญฺญํ อยํ เทวธีตา ชานาติ นุ โข, อุทาหุ น ชานาติ, ปุจฺฉิสฺสามิ ตาว น’’นฺติ จินฺเตตฺวา ปุจฺฉนฺโต อิมํ คาถมาห –
‘‘ยํ กิญฺจิ ยิฏฺฐญฺจ หุตญฺจ มยฺหํ, สพฺพสฺส โน อิสฺสรา ตฺวํ สุคตฺเต;
สุสฺโสณิ สุพฺภูรุ วิลคฺคมชฺเฌ, กิสฺส เม กมฺมสฺส อยํ วิปาโก’’ติ. (ชา. ๑.๑๐.๔๕);
ตตฺถ ยิฏฺฐนฺติ ทานวเสน ยชิตํ. หุตนฺติ อาหุนปาหุนวเสน ทินฺนํ. สพฺพสฺส โน อิสฺสรา ตฺวนฺติ อมฺหากํ ปุญฺญกมฺมสฺส สพฺพสฺส ตฺวํ อิสฺสรา, ‘‘อยํ อิมสฺส วิปาโก, อยํ อิมสฺสา’’ติ พฺยากริตุํ สมตฺถา. สุสฺโสณีติ สุนฺทรชฆเน. สุพฺภูรูติ สุนฺทเรหิ ภมุเกหิ อูรูหิ จ สมนฺนาคเต. วิลคฺคมชฺเฌติ วิลคฺคตนุมชฺเฌ. กิสฺส เมติ มยา กตกมฺเมสุ กตรกมฺมสฺส อยํ วิปาโก, เยนาหํ อปฺปติฏฺเฐ มหาสมุทฺเท อชฺช ปติฏฺฐํ ลภามีติ.
ตํ สุตฺวา เทวธีตา ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ ‘ยํ อตฺตนา กุสลกมฺมํ กตํ, ตํ กมฺมํ น ชานาตี’ติ สญฺญาย ปุจฺฉติ มญฺเญ, กเถสฺสามิ น’’นฺติ นาวาภิรุหนทิวเส ปจฺเจกพุทฺธสฺส ฉตฺตุปาหนทานปุญฺญเมว ตสฺส การณนฺติ กเถนฺตี –
‘‘ฆมฺเม ปเถ พฺราหฺมณ เอกภิกฺขุํ, อุคฺฆฏฺฏปาทํ ตสิตํ กิลนฺตํ;
ปฏิปาทยี สงฺข อุปาหนานิ, สา ทกฺขิณา กามทุหา ตวชฺชา’’ติ. (ชา. ๑.๑๐.๔๖) –
คาถมาห.
ตตฺถ เอกภิกฺขุนฺติ เอกํ ปจฺเจกพุทฺธํ สนฺธายาห. อุคฺฆฏฺฏปาทนฺติ อุณฺหวาลุกาย ฆฏฺฏปาทํ, วิพาธิตปาทนฺติ อตฺโถ. ตสิตนฺติ ปิปาสิตํ. ปฏิปาทยีติ ปฏิปาเทสิ โยเชสิ. กามทุหาติ สพฺพกามทายิกา.
ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต ‘‘เอวรูเปปิ นาม อปฺปติฏฺเฐ มหาสมุทฺเท มยา ทินฺนํ ฉตฺตุปาหนทานํ มม สพฺพกามททํ ชาตํ อโห สุทินฺน’’นฺติ ตุฏฺฐจิตฺโต –
‘‘สา โหตุ นาวา ผลกูปปนฺนา, อนวสฺสุตา เอรกวาตยุตฺตา;
อญฺญสฺส ยานสฺส น เหตฺถ ภูมิ, อชฺเชว มํ โมฬินึ ปาปยสฺสู’’ติ. (ชา. ๑.๑๐.๔๗) –
คาถมาห.
ตตฺถ ผลกูปปนฺนาติ มหานาวตาย พหูหิ ผลเกหิ อุเปตา. อุทกปฺปเวสนาภาเวน อนวสฺสุตา. สมฺมา คเหตฺวา คมนกวาเตน เอรกวาตยุตฺตา.
เทวธีตา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ตุฏฺฐหฏฺฐา ทีฆโต อฏฺฐอุสภํ วิตฺถารโต จตุอุสภํ คมฺภีรโต วีสติยฏฺฐิกํ สตฺตรตนมยํ นาวํ มาเปตฺวา กูปผิยาริตฺตยุตฺตานิ อินฺทนีลรชตสุวณฺณมยาทีนิ นิมฺมินิตฺวา สตฺตนฺนํ รตนานํ ปูเรตฺวา พฺราหฺมณํ อาลิงฺเคตฺวา นาวํ อาโรเปสิ, อุปฏฺฐากํ ปนสฺส น โอโลเกสิ. พฺราหฺมโณ อตฺตนา กตกลฺยาณโต ตสฺส ปตฺตึ อทาสิ, โส อนุโมทิ. อถ เทวธีตา ตมฺปิ อาลิงฺเคตฺวา นาวาย ปติฏฺฐาเปตฺวา ตํ นาวํ โมฬินีนครํ เนตฺวา พฺราหฺมณสฺส ฆเร ธนํ ปติฏฺฐาเปตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว อคมาสิ. เตนาห ภควา –
‘‘สา ตตฺถ วิตฺตา สุมนา ปตีตา, นาวํ สุจิตฺตํ อภินิมฺมินิตฺวา;
อาทาย สงฺขํ ปุริเสน สทฺธึ, อุปานยี นครํ สาธุรมฺม’’นฺติ. (ชา. ๑.๑๐.๔๘);
มหาปุริสสฺส หิ จิตฺตสมฺปตฺติยา ปจฺเจกพุทฺธสฺส จ นิโรธโต วุฏฺฐิตภาเวน สตฺตสุ เจตนาสุ อาทิเจตนา ทิฏฺฐธมฺมเวทนียา อติอุฬารผลา จ ชาตา. อิทมฺปิ ตสฺส ทานสฺส อปฺปมตฺตผลนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อปริมาณผลญฺหิ ตํ ทานํ โพธิสมฺภารภูตํ. เตน วุตฺตํ –
๑๙. ‘‘เตเนวาหํ สตคุณโต, สุขุมาโล สุเขธิโต;
อปิ จ ทานํ ปริปูเรนฺโต, เอวํ ตสฺส อทาสห’’นฺติ.
ตตฺถ เตนาติ ตโต ปจฺเจกพุทฺธโต, สตคุณโตติ สตคุเณน อหํ ตทา สงฺขภูโต สุขุมาโล, ตสฺมา สุเขธิโต สุขสํวฑฺโฒ, อปิ จ เอวํ สนฺเตปิ ทานํ ปริปูเรนฺโต, เอวํ มยฺหํ ทานปารมี ปริปูเรตูติ ตสฺส ปจฺเจกพุทฺธสฺส อตฺตโน สรีรทุกฺขํ อนเปกฺขิตฺวา ฉตฺตุปาหนํ อทาสินฺติ อตฺตโน ทานชฺฌาสยสฺส อุฬารภาวํ สตฺถา ปเวเทสิ.
โพธิสตฺโตปิ ยาวชีวํ อมิตธนเคหํ อชฺฌาวสนฺโต ภิยฺโยโสมตฺตาย ทานานิ ทตฺวา สีลานิ รกฺขิตฺวา อายุปริโยสาเน สปริโส เทวนครํ ปูเรสิ.
ตทา เทวธีตา อุปฺปลวณฺณา อโหสิ, ปุริโส อานนฺทตฺเถโร, โลกนาโถ สงฺขพฺราหฺมโณ.
ตสฺส สุวิสุทฺธนิจฺจสีลอุโปสถสีลาทิวเสน สีลปารมี ทานสีลาทีนํ ปฏิปกฺขโต นิกฺขนฺตตฺตา กุสลธมฺมวเสน เนกฺขมฺมปารมี, ทานาทินิปฺผาทนตฺถํ อพฺภุสฺสหนวเสน ตถา มหาสมุทฺทตรณวายามวเสน จ วีริยปารมี, ตทตฺถํ อธิวาสนขนฺติวเสน ขนฺติปารมี, ปฏิญฺญานุรูปปฺปฏิปตฺติยา สจฺจปารมี, สพฺพตฺถ อจลสมาทานาธิฏฺฐานวเสน อธิฏฺฐานปารมี, สพฺพสตฺเตสุ หิตชฺฌาสยวเสน เมตฺตาปารมี, สตฺตสงฺขารกตวิปฺปกาเรสุ มชฺฌตฺตภาวปฺปตฺติยา อุเปกฺขาปารมี, สพฺพปารมีนํ อุปการานุปกาเร ธมฺเม ชานิตฺวา อนุปกาเร ธมฺเม ปหาย อุปการธมฺเมสุ ปวตฺตาปนปุเรจรา สหชาตา จ อุปายโกสลฺลภูตา ปญฺญา ปญฺญาปารมีติ อิมาปิ ปารมิโย ลพฺภนฺติ.
ทานชฺฌาสยสฺส ปน อติอุฬารภาเวน ทานปารมีวเสน เทสนา ปวตฺตา. ยสฺมา เจตฺถ ทส ปารมิโย ลพฺภนฺติ, ตสฺมา เหฏฺฐา วุตฺตา มหากรุณาทโย โพธิสตฺตคุณา อิธาปิ ยถารหํ นิทฺธาเรตพฺพา. ตถา อตฺตโน โภคสุขํ อนเปกฺขิตฺวา มหากรุณาย ‘‘ทานปารมึ ปูเรสฺสามี’’ติ ทานสมฺภารสํหรณตฺถํ สมุทฺทตรณํ, ตตฺถ จ สมุทฺทปติตสฺสปิ อุโปสถาธิฏฺฐานํ, สีลขณฺฑภเยน เทวธีตายปิ อุปคตาย อาหารานาหรณนฺติ เอวมาทโย มหาสตฺตสฺส คุณา เวทิตพฺพา. อิทานิ วกฺขมาเนสุ เสสจริเตสุ อิมินาว นเยน คุณนิทฺธารณํ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ตตฺถ วิเสสมตฺตเมว วกฺขาม. เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘เอวํ อจฺฉริยา เหเต, อพฺภุตา จ มเหสิโน…เป…;
ปเควานุกิริยา เตสํ, ธมฺมสฺส อนุธมฺมโต’’ติ.
สงฺขพฺราหฺมณจริยาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.