๒. สุเมธปตฺถนากถาวณฺณนา

อิทานิ –

๑-๒. ‘‘กปฺเป จ สตสหสฺเส, จตุโร จ อสงฺขิเย;

อมรํ นาม นครํ, ทสฺสเนยฺยํ มโนรม’’นฺติ. –

อาทินยปฺปวตฺตาย พุทฺธวํสวณฺณนาย โอกาโส อนุปฺปตฺโต. สา ปเนสา พุทฺธวํสวณฺณนา ยสฺมา สุตฺตนิกฺเขปํ วิจาเรตฺวา วุจฺจมานา ปากฏา โหติ, ตสฺมา สุตฺตนิกฺเขปวิจารณา ตาว เวทิตพฺพา. จตฺตาโร หิ สุตฺตนิกฺเขปา อตฺตชฺฌาสโย ปรชฺฌาสโย ปุจฺฉาวสิโก อฏฺฐุปฺปตฺติโกติ. ตตฺถ ยานิ สุตฺตานิ ภควา ปเรหิ อนชฺฌิฏฺโฐ เกวลํ อตฺตโน อชฺฌาสเยน กเถสิ. เสยฺยถิทํ – อากงฺเขยฺยสุตฺตํ (ม. นิ. ๑.๖๔ อาทโย) วตฺถสุตฺตนฺติ (ม. นิ. ๑.๗๐ อาทโย) เอวมาทีนิ, เตสํ อตฺตชฺฌาสโย นิกฺเขโป.

ยานิ วา ปน ‘‘ปริปกฺกา โข ราหุลสฺส วิมุตฺติปริปาจนียา ธมฺมา, ยํนูนาหํ ราหุลํ อุตฺตรึ อาสวานํ ขเย วิเนยฺย’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๑๒๑) เอวํ ปเรสํ อชฺฌาสยํ ขนฺตึ มนํ พุชฺฌนกภาวญฺจ โอโลเกตฺวา ปรชฺฌาสยวเสน กถิตานิ. เสยฺยถิทํ – ราหุโลวาทสุตฺตํธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตนฺติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๓ อาทโย; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) เอวมาทีนิ, เตสํ ปรชฺฌาสโย นิกฺเขโป.

ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เต เต เทวมนุสฺสา ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ. เอวํ ปุฏฺเฐน ปน ภควตา ยานิ กถิตานิ เทวตาสํยุตฺต (สํ. นิ. ๑.๑ อาทโย) โพชฺฌงฺคสํยุตฺตาทีนิ (สํ. นิ. ๕.๑๘๒ อาทโย) เตสํ ปุจฺฉาวสิโก นิกฺเขโป.

ยานิ วา ปน อุปฺปนฺนํ การณํ ปฏิจฺจ เทสิตานิ ธมฺมทายาท- (ม. นิ. ๑.๒๙ อาทโย) ปุตฺตมํสูปมาทีนิ (สํ. นิ. ๒.๖๓), เตสํ อฏฺฐุปฺปตฺติโก นิกฺเขโป. เอวเมเตสุ จตูสุ สุตฺตนิกฺเขเปสุ อิมสฺส พุทฺธวํสสฺส ปุจฺฉาวสิโก นิกฺเขโป. ปุจฺฉาวเสน หิ ภควตา อยํ นิกฺขิตฺโต. กสฺส ปุจฺฉาวเสน? อายสฺมโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส. วุตฺตเญฺหตํ อสฺมึ นิทานสฺมึ เอว –

‘‘สาริปุตฺโต มหาปญฺโญ, สมาธิชฺฌานโกวิโท;

ปญฺญาย ปารมิปฺปตฺโต, ปุจฺฉติ โลกนายกํ;

กีทิโส เต มหาวีร, อภินีหาโร นรุตฺตมา’’ติ. (พุ. วํ. ๑.๗๔-๗๕) –

อาทิ. เตเนสา พุทฺธวํสเทสนา ปุจฺฉาวสิกาติ เวทิตพฺพา.

ตตฺถ กปฺเป จ สตสหสฺเสติ เอตฺถ กปฺป-สทฺโท ปนายํ อภิสทฺทหนโวหารกาลปญฺญตฺติเฉทนวิกปฺปนเลสสมนฺตภาวอายุกปฺปมหากปฺปาทีสุ ทิสฺสติ. ตถา หิ ‘‘โอกปฺปนียเมตํ โภโต โคตมสฺส. ยถา ตํ อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๘๗) อภิสทฺทหเน ทิสฺสติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ สมณกปฺเปหิ ผลํ ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ เอวมาทีสุ (จูฬว. ๒๕๐) โวหาเร. ‘‘เยน สุทํ นิจฺจกปฺปํ วิหรามี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๘๗) กาเล. ‘‘อิจฺจายสฺมา กปฺโป’’ติ (สุ. นิ. ๑๐๙๘; จูฬนิ. กปฺปมาณวปุจฺฉา ๑๑๗; กปฺปมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๖๑) จ, ‘‘นิโคฺรธกปฺโป อิติ ตสฺส นามํ, ตยา กตํ ภควา พฺราหฺมณสฺสา’’ติ จ เอวมาทีสุ (สุ. นิ. ๓๔๖) ปญฺญตฺติยํ. ‘‘อลงฺกโต กปฺปิตเกสมสฺสู’’ติ เอวมาทีสุ (ชา. ๒.๒๒.๑๓๖๘) เฉทเน. ‘‘กปฺปติ ทฺวงฺคุลกปฺโป’’ติอาทีสุ (จูฬว. ๔๔๖) วิกปฺเป. ‘‘อตฺถิ กปฺโป นิปชฺชิตุ’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๘๐) เลเส. ‘‘เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา’’ติอาทีสุ สมนฺตภาเว. ‘‘ติฏฺฐตุ, ภนฺเต, ภควา กปฺปํ, ติฏฺฐตุ สุคโต กปฺป’’นฺติ (ที. นิ. ๒.๑๗๘; อุทา. ๕๑) เอตฺถ อายุกปฺเป. ‘‘กีว ทีโฆ นุ โข, ภนฺเต, กปฺโป’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๒๘-๑๒๙) เอตฺถ มหากปฺเป. อาทิสทฺเทน ‘‘สตฺถุกปฺเปน วต กิร, โภ, มยํ สาวเกน สทฺธึ มนฺตยมานา น ชานิมฺหา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๖๐) เอตฺถ ปฏิภาเค. ‘‘กปฺโป นฏฺโฐ โหติ. กปฺปกโตกาโส ชิณฺโณ โหตี’’ติ (ปาจิ. ๓๗๑) เอตฺถ วินยกปฺเป. อิธ ปน มหากปฺเป ทฏฺฐพฺโพ. ตสฺมา กปฺเป จ สตสหสฺเสติ มหากปฺปานํ สตสหสฺสานนฺติ อตฺโถ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๙; ๓.๒๗๕; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๑; อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓.๑๒๘; ขุ. ปา. อฏฺฐ. ๕.มงฺคลสุตฺต, เอวมิจฺจาทิปาฐวณฺณนา; สุ. นิ. อฏฺฐ. ๒.มงฺคลสุตฺตวณฺณนา; จริยา. อฏฺฐ. นิทานกถา.๑; จูฬนิ. อฏฺฐ. ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา). จตุโร จ อสงฺขิเยติ ‘‘จตุนฺนํ อสงฺเขฺยยฺยานํ มตฺถเก’’ติ วจนเสโส ทฏฺฐพฺโพ. กปฺปสตสหสฺสาธิกานํ จตุนฺนํ อสงฺเขฺยยฺยานํ มตฺถเกติ อตฺโถ. อมรํ นาม นครนฺติ ‘‘อมร’’นฺติ จ ‘‘อมรวตี’’ติ จ ลทฺธนามํ นครํ อโหสิ. เกจิ ปเนตฺถ อญฺเญนาปิ ปกาเรน วณฺณยนฺติ, กึ เตหิ, นามมตฺตํ ปเนตํ ตสฺส นครสฺส. ทสฺสเนยฺยนฺติ สุวิภตฺตวิจิตฺร-จจฺจรทฺวาร-จตุกฺกสิงฺฆาฏิก-ปาการ-ปริกฺเขปปาสาท- หมฺมิย-ภวน-สมลงฺกตตฺตา ทสฺสนียํ. มโนรมนฺติ สมสุจิปรมรมณียภูมิภาคตฺตา ฉายูทกสมฺปนฺนตฺตา สุลภาหารตฺตา สพฺโพปกรณยุตฺตตฺตา จ สมิทฺธตฺตา เทวมนุสฺสาทีนํ มโน รมยตีติ มโนรมํ.

ทสหิ สทฺเทหิ อวิวิตฺตนฺติ หตฺถิสทฺเทน อสฺสสทฺเทน รถสทฺเทน เภริสทฺเทน สงฺขสทฺเทน มุทิงฺคสทฺเทน วีณาสทฺเทน คีตสทฺเทน สมฺมตาฬสทฺเทน ‘‘ภุญฺชถ ปิวถ ขาทถา’’ติ ทสเมน สทฺเทนาติ; อิเมหิ ทสหิ สทฺเทหิ อวิวิตฺตํ อโหสิ, สพฺพกาลํ อนุปมุสฺสวสมชฺชนาฏกา กีฬนฺตีติ อตฺโถ. อนฺนปานสมายุตนฺติ อนฺเนน จตุพฺพิเธนาหาเรน จ ปาเนน จ สุฏฺฐุ อายุตํ อนฺนปานสมายุตํ, อิมินา สุภิกฺขตา ทสฺสิตา, พหุอนฺนปานสมายุตนฺติ อตฺโถ.

อิทานิ เต ทส สทฺเท วตฺถุโต ทสฺสนตฺถํ –

‘‘หตฺถิสทฺทํ อสฺสสทฺทํ, เภริสงฺขรถานิ จ;

ขาทถ ปิวถ เจว, อนฺนปาเนน โฆสิต’’นฺติ. – วุตฺตํ;

ตตฺถ หตฺถิสทฺทนฺติ หตฺถีนํ โกญฺจนาทสทฺเทน, กรณตฺเถ อุปโยควจนํ ทฏฺฐพฺพํ. เอส นโย เสสปเทสุปิ. เภริสงฺขรถานิ จาติ เภริสทฺเทน จ สงฺขสทฺเทน จ รถสทฺเทน จาติ อตฺโถ. ลิงฺควิปริยาเสน วุตฺตํ, ‘ขาทถ ปิวถา’ติ เอวมาทินยปฺปวตฺเตน อนฺนปานปฏิสํยุตฺเตน โฆสิตํ อภินาทิตนฺติ อตฺโถ. เอตฺถาห – เตสํ ปน สทฺทานํ เอกเทโสว ทสฺสิโต, น สกโลติ? น เอกเทโส สกโล ทสวิโธ ทสฺสิโตว. กถํ? เภริสทฺเทน มุทิงฺคสทฺโท สงฺคหิโต, สงฺขสทฺเทน วีณาคีตสมฺมตาฬสทฺทา สงฺคหิตาติ ทเสว ทสฺสิตา.

เอวํ เอเกน ปริยาเยน นครสมฺปตฺตึ วณฺเณตฺวา ปุน ตเมว ทสฺเสตุํ –

๓. ‘‘นครํ สพฺพงฺคสมฺปนฺนํ, สพฺพกมฺมมุปาคตํ, สตฺตรตนสมฺปนฺนํ, นานาชนสมากุลํ;

สมิทฺธํ เทวนครํว, อาวาสํ ปุญฺญกมฺมิน’’นฺติ. – วุตฺตํ;

ตตฺถ สพฺพงฺคสมฺปนฺนนฺติ ปาการโคปุรฏฺฏาลกาทิสพฺพนคราวยวสมฺปนฺนํ, ปริปุณฺณสพฺพวิตฺตูปกรณธนธญฺญติณกฏฺโฐทกนฺติ วา อตฺโถ. สพฺพกมฺมมุปาคตนฺติ สพฺพกมฺมนฺเตน อุปคตํ, สมุปคตสพฺพกมฺมนฺตนฺติ อตฺโถ. สตฺตรตนสมฺปนฺนนฺติ ปริปุณฺณมุตฺตาทิสตฺตรตนํ, จกฺกวตฺตินิวาสภูมิโต วา หตฺถิรตนาทีหิ สตฺตรตเนหิ สมฺปนฺนํ. นานาชนสมากุลนฺติ นานาวิธเทสภาเสหิ ชเนหิ สมากุลํ. สมิทฺธนฺติ มนุสฺโสปโภคสพฺโพปกรเณหิ สมิทฺธํ ผีตํ. เทวนครํ วาติ เทวนครํ วิย อาลกมนฺทา วิย อมรวตี สมิทฺธนฺติ วุตฺตํ โหติ. อาวาสํ ปุญฺญกมฺมินนฺติ อาวสนฺติ เอตฺถ ปุญฺญกมฺมิโน ชนาติ อาวาโส. ‘‘อาวาโส’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘อาวาส’’นฺติ ลิงฺคเภทํ กตฺวา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ปญฺญายติ เตนาติ ปุญฺญํ, กุลรูปมหาโภคิสฺสริยวเสน ปญฺญายตีติ อตฺโถ. ปุนาตีติ วา ปุญฺญํ. สพฺพกุสลมลรชาปวาหกตฺตา ปุญฺญํ กมฺมํ เยสํ อตฺถิ เต ปุญฺญกมฺมิโน, เตสํ ปุญฺญกมฺมินํ อาวาสภูตนฺติ อตฺโถ.

ตตฺถ สุเมโธ นาม พฺราหฺมโณ ปฏิวสติ อุภโต สุชาโต มาติโต จ ปิติโต จ, สํสุทฺธคหณิโก ยาว สตฺตมา กุลปริวฏฺฏา อกฺขิตฺโต อนุปกุฏฺโฐ ชาติวาเทน, อภิรูโป ทสฺสนีโย ปาสาทิโก ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคโต, โส ติณฺณํ เวทานํ ปารคู อโหสิ สนิฆณฺฑุเกฏุภานํ สากฺขรปฺปเภทานํ อิติหาสปญฺจมานํ ปทโก เวยฺยากรโณ อนวโย โลกายตมหาปุริสลกฺขเณสุ. ตสฺส ปน ทหรกาเลเยว มาตาปิตโร กาลมกํสุ. อถสฺส ราสิวฑฺฒโก อมจฺโจ อายโปตฺถกํ อาหริตฺวา สุวณฺณรชตมณิมุตฺตาทิวิวิธรตนภริเต คพฺเภ วิวริตฺวา – ‘‘เอตฺถกํ เต, กุมาร, มาตุ สนฺตกํ, เอตฺถกํ ปิตุ สนฺตกํ, เอตฺถกํ อยฺยกปยฺยกาน’’นฺติ ยาว สตฺตมา กุลปริวฏฺฏา ธนํ อาจิกฺขิตฺวา – ‘‘เอตํ ปฏิปชฺชาหี’’ติ นิยฺยาเตสิ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ปุญฺญานิ กโรนฺโต อคารํ อชฺฌาวสิ. เตน วุตฺตํ –

๔. ‘‘นคเร อมรวติยา, สุเมโธ นาม พฺราหฺมโณ;

อเนกโกฏิสนฺนิจโย, ปหูตธนธญฺญวา.

๕. ‘‘อชฺฌายโก มนฺตธโร, ติณฺณํ เวทาน ปารคู;

ลกฺขเณ อิติหาเส จ, สธมฺเม ปารมึ คโต’’ติ.

ตตฺถ นคเร อมรวติยาติ อมรวตีสงฺขาเต นคเร. สุเมโธ นามาติ เอตฺถ ‘‘เมธา’’ติ ปญฺญา วุจฺจติ. สา ตสฺส สุนฺทรา ปสตฺถาติ สุเมโธติ ปญฺญายิตฺถ. พฺราหฺมโณติ พฺรหฺมํ อณติ สิกฺขตีติ พฺราหฺมโณ, มนฺเต สชฺฌายตีติ อตฺโถ. อกฺขรจินฺตกา ปน ‘‘พฺรหฺมุโน อปจฺจํ พฺราหฺมโณ’’ติ วทนฺติ. อริยา ปน พาหิตปาปตฺตา พฺราหฺมณาติ. อเนกโกฏิสนฺนิจโยติ โกฏีนํ สนฺนิจโย โกฏิสนฺนิจโย, อเนโก โกฏิสนฺนิจโย ยสฺส โสยํ อเนกโกฏิสนฺนิจโย, อเนกโกฏิ ธนสนฺนิจโยติ อตฺโถ. ปหูตธนธญฺญวาติ พหุลธนธญฺญวา. ปุริมํ ภูมิคตคพฺภคตธนธญฺญวเสน วุตฺตํ, อิทํ นิจฺจปริโภคูปคตธนธญฺญวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

อชฺฌายโกติ น ฌายตีติ อชฺฌายโก, ฌานภาวนารหิโตติ อตฺโถ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘น ทานิเม ฌายนฺตีติ. น ทานิเม ฌายนฺตีติ โข, วาเสฏฺฐ, ‘อชฺฌายกา อชฺฌายกา’ เตฺวว ตติยํ อกฺขรํ อุปนิพฺพตฺต’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๑๓๒) เอวํ ปฐมกปฺปิกกาเล ฌานวิรหิตานํ พฺราหฺมณานํ ครหวจนํ อุปฺปนฺนํ. อิทานิ มนฺตํ ฌายตีติ อชฺฌายโก, มนฺเต ปริวตฺเตตีติ อิมินา อตฺเถน ปสํสวจนํ กตฺวา โวหรนฺติ. มนฺเต ธาเรตีติ มนฺตธโร. ติณฺณํ เวทานนฺติ อิรุเวทยชุเวทสามเวทานํ ติณฺณํ เวทานํ. อยํ ปน เวท-สทฺโท ญาณโสมนสฺสคนฺเถสุ ทิสฺสติ. ตถา เหส – ‘‘ยํ พฺราหฺมณํ เวทคุมาภิชญฺญา, อกิญฺจนํ กามภเว อสตฺต’’นฺติอาทีสุ (สุ. นิ. ๑๐๖๕) ญาเณ ทิสฺสติ. ‘‘เย เวทชาตา วิจรนฺติ โลเก’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๕๗) โสมนสฺเส. ‘‘ติณฺณํ เวทานํ ปารคู สนิฆณฺฑุเกฏุภาน’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๕๖) คนฺเถ. อิธาปิ คนฺเถ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗๕). ปารคูติ ติณฺณํ เวทานํ โอฏฺฐปหตกรณมตฺเตน ปารํ คโตติ ปารคู. ลกฺขเณติ อิตฺถิลกฺขณปุริสลกฺขณมหาปุริสลกฺขณาทิเก ลกฺขเณ. อิติหาเสติ อิติห อาส, อิติห อาสาติ อีทิสวจนปฏิสํยุตฺเต ปุราณสงฺขาเต คนฺถวิเสเส. สธมฺเมติ พฺราหฺมณานํ สเก ธมฺเม, สเก อาจริยเก วา. ปารมึ คโตติ ปารํ คโต, ทิสาปาโมกฺโข อาจริโย อโหสีติ อตฺโถ.

อเถกทิวสํ โส ทสคุณคณาราธิตปณฺฑิโต สุเมธปณฺฑิโต อุปริปาสาทวรตเล รโหคโต หุตฺวา ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา นิสินฺโน จินฺเตสิ – ‘‘ปุนพฺภเว ปฏิสนฺธิคฺคหณํ นาม ทุกฺขํ, ตถา นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน สรีรเภทนํ, อหญฺจ ชาติธมฺโม, ชราธมฺโม, พฺยาธิธมฺโม, มรณธมฺโม, เอวํภูเตน มยา อชาตึ อชรํ อพฺยาธึ อมรณํ สุขํ สิวํ นิพฺพานํ ปริเยสิตุํ วฏฺฏติ, อวสฺสํ ภวจารกโต มุจฺจิตฺวา นิพฺพานคามินา เอเกน มคฺเคน ภวิตพฺพ’’นฺติ. เตน วุตฺตํ –

๖. ‘‘รโหคโต นิสีทิตฺวา, เอวํ จินฺเตสหํ ตทา;

ทุกฺโข ปุนพฺภโว นาม, สรีรสฺส จ เภทนํ.

๗. ‘‘ชาติธมฺโม ชราธมฺโม, พฺยาธิธมฺโม สหํ ตทา;

อชรํ อมรํ เขมํ, ปริเยสิสฺสามิ นิพฺพุตึ.

๘. ‘‘ยํนูนิมํ ปูติกายํ, นานากุณปปูริตํ;

ฉฑฺฑยิตฺวาน คจฺเฉยฺยํ, อนเปกฺโข อนตฺถิโก.

๙. ‘‘อตฺถิ เหหิติ โส มคฺโค, น โส สกฺกา น เหตุเย;

ปริเยสิสฺสามิ ตํ มคฺคํ, ภวโต ปริมุตฺติยา’’ติ.

เอตฺถ ปน คาถาสมฺพนฺธญฺจ อนุตฺตานปทานมตฺถญฺจ วตฺวาว คมิสฺสาม. ตตฺถ รโหคโตติ รหสิ คโต, รหสิ ฐาเน นิสินฺโน. เอวํ จินฺเตสหนฺติ เอวํ จินฺเตสึ อหํ. เอวนฺติ อิมินา จินฺตนาการํ ทสฺเสติ. ตทาติ ตสฺมึ สุเมธปณฺฑิตกาเล. ‘‘เอวํ จินฺเตสห’’นฺติ ภควา อิมินา อตฺตนา สทฺธึ สุเมธปณฺฑิตํ เอกตฺตํ กโรติ. ตสฺมา ตทา โส สุเมโธ อหเมวาติ ปกาเสนฺโต ‘‘เอวํ จินฺเตสหํ ตทา’’ติ ภควา อุตฺตมปุริสวเสนาห. ชาติธมฺโมติ ชาติสภาโว. เอส นโย เสสปเทสุปิ. นิพฺพุตินฺติ นิพฺพานํ.

ยํนูนาติ ปริวิตกฺกนตฺเถ นิปาโต, ยทิ ปนาหนฺติ อตฺโถ. ปูติกายนฺติ ปูติภูตํ กายํ. นานากุณปปูริตนฺติ มุตฺต-กรีส-ปุพฺพโลหิต-ปิตฺต-เสมฺห-เขฬสิงฺฆาณิกาทิอเนกกุณปปูริตํ. อนเปกฺโขติ อนาลโย. อตฺถีติ อวสฺสํ อุปลพฺภติ. เหหิตีติ ภวิสฺสติ, ปริวิตกฺกนวจนมิทํ. น โส สกฺกา น เหตุเยติ เตน มคฺเคน น สกฺกา น ภวิตุํ. โส ปน มคฺโค เหตุเยติ เหตุภาวาย น น โหติ, เหตุเยวาติ อตฺโถ. ภวโต ปริมุตฺติยาติ ภวพนฺธนวิมุตฺติยาติ อตฺโถ.

อิทานิ อตฺตนา ปริวิตกฺกิตมตฺถํ สมฺปาทยิตุํ ‘‘ยถาปี’’ติ อาทิมาห. ยถา หิ โลเก ทุกฺขสฺส ปฏิปกฺขภูตํ สุขํ นาม อตฺถิ, เอวํ ภเว สติ ตปฺปฏิปกฺเขน วิภเวนาปิ ภวิตพฺพํ, ยถา จ อุเณฺห สติ ตสฺส วูปสมภูตํ สีตลมฺปิ อตฺถิ, เอวํ ราคาทิอคฺคีนํ วูปสเมน นิพฺพาเนน ภวิตพฺพํ. ยถา จ ปาปสฺส ลามกสฺส ธมฺมสฺส ปฏิปกฺขภูโต กลฺยาโณ อนวชฺชธมฺโมปิ อตฺถิเยว, เอวเมว ปาปิกาย ชาติยา สติ สพฺพชาติเขปนโต อชาติสงฺขาเตน นิพฺพาเนนาปิ ภวิตพฺพเมวาติ. เตน วุตฺตํ –

๑๐. ‘‘ยถาปิ ทุกฺเข วิชฺชนฺเต, สุขํ นามปิ วิชฺชติ;

เอวํ ภเว วิชฺชมาเน, วิภโวปิจฺฉิตพฺพโก.

๑๑. ‘‘ยถาปิ อุเณฺห วิชฺชนฺเต, อปรํ วิชฺชติ สีตลํ;

เอวํ ติวิธคฺคิ วิชฺชนฺเต, นิพฺพานํ อิจฺฉิตพฺพกํ.

๑๒. ‘‘ยถาปิ ปาเป วิชฺชนฺเต, กลฺยาณมปิ วิชฺชติ;

เอวเมว ชาติ วิชฺชนฺเต, อชาติปิจฺฉิตพฺพก’’นฺติ.

ตตฺถ ยถาปีติ โอปมฺมตฺเถ นิปาโต. สุขนฺติ กายิกเจตสิกสุขํ, สุฏฺฐุ ทุกฺขํ ขณตีติ สุขํ. ภเวติ ชนเน. วิภโวติ อชนนํ, ชนเน วิชฺชมาเน อชนนธมฺโมปิ อิจฺฉิตพฺโพ. ติวิธคฺคิ วิชฺชนฺเตติ ติวิเธ ราคาทิเก อคฺคิมฺหิ วิชฺชมาเนติ อตฺโถ. นิพฺพานนฺติ ตสฺส ติวิธสฺส ราคาทิอคฺคิสฺส นิพฺพาปนํ อุปสมนํ นิพฺพานญฺจ อิจฺฉิตพฺพํ. ปาเปติ อกุสเล ลามเก. กลฺยาณมปีติ กุสลมปิ. เอวเมวาติ เอวเมวํ. ชาติ วิชฺชนฺเตติ ชาติยา วิชฺชมานายาติ อตฺโถ. ลิงฺคเภทญฺจ วิภตฺติโลปญฺจ กตฺวา วุตฺตํ. อชาติปีติ ชาติเขปนํ อชาตินิพฺพานมฺปิ อิจฺฉิตพฺพํ.

อถาหํ ปรมฺปิ จินฺเตสึ – ‘‘ยถา นาม คูถราสิมฺหิ นิมุคฺเคน ปุริเสน ทูรโตว กมลกุวลยปุณฺฑรีกสณฺฑมณฺฑิตํ วิมลสลิลํ ตฬากํ ทิสฺวา – ‘กตเรน นุ โข มคฺเคน ตตฺถ คนฺตพฺพ’นฺติ ตฬากํ คเวสิตุํ ยุตฺตํ. ยํ ตสฺส อคเวสนํ, น โส ตสฺส ตฬากสฺส โทโส, ตสฺส ปุริสสฺเสว โทโส. เอวเมว กิเลสมลโธวเน อมตมหาตฬาเก วิชฺชมาเน ยํ ตสฺส อคเวสนํ, น โส อมตสงฺขาตสฺส นิพฺพานมหาตฬากสฺส โทโส, ปุริสสฺเสว โทโส. ยถา ปน โจเรหิ สํปริวาริโต ปุริโส ปลายนมคฺเค วิชฺชมาเนปิ สเจ โส น ปลายติ, น โส ตสฺส มคฺคสฺส โทโส, ตสฺส ปุริสสฺเสว โทโส. เอวเมว กิเลสโจเรหิ ปริวาเรตฺวา คหิตสฺส ปุริสสฺส วิชฺชมาเนเยว นิพฺพานมหานครคามิมฺหิ สิเว มหามคฺเค ตสฺส มคฺคสฺส อคเวสนํ นาม น มคฺคสฺส โทโส, ปุริสสฺเสว โทโส. ยถา พฺยาธิปีฬิโต ปุริโส วิชฺชมาเน พฺยาธิติกิจฺฉเก เวชฺเช สเจ ตํ เวชฺชํ คเวสิตฺวา ตํ พฺยาธึ น ติกิจฺฉาเปติ, น โส เวชฺชสฺส โทโส, ตสฺส ปุริสสฺเสว โทโส. เอวเมว ปน โย กิเลสพฺยาธิปริปีฬิโต กิเลสวูปสมมคฺคโกวิทํ วิชฺชมานเมว อาจริยํ น คเวสติ, ตสฺเสว โทโส, น กิเลสพฺยาธิวินายกสฺส อาจริยสฺส โทโส’’ติ. เตน วุตฺตํ –

๑๓. ‘‘ยถา คูถคโต ปุริโส, ตฬากํ ทิสฺวาน ปูริตํ;

น คเวสติ ตํ ตฬากํ, น โทโส ตฬากสฺส โส.

๑๔. ‘‘เอวํ กิเลสมลโธวํ, วิชฺชนฺเต อมตนฺตเฬ;

น คเวสติ ตํ ตฬากํ, น โทโส อมตนฺตเฬ.

๑๕. ‘‘ยถา อรีหิ ปริรุทฺโธ, วิชฺชนฺเต คมนมฺปเถ;

น ปลายติ โส ปุริโส, น โทโส อญฺชสสฺส โส.

๑๖. ‘‘เอวํ กิเลสปริรุทฺโธ, วิชฺชมาเน สิเว ปเถ;

น คเวสติ ตํ มคฺคํ, น โทโส สิวมญฺชเส.

๑๗. ‘‘ยถาปิ พฺยาธิโต ปุริโส, วิชฺชมาเน ติกิจฺฉเก;

น ติกิจฺฉาเปติ ตํ พฺยาธึ, น โทโส โส ติกิจฺฉเก.

๑๘. ‘‘เอวํ กิเลสพฺยาธีหิ, ทุกฺขิโต ปติปีฬิโต;

น คเวสติ ตํ อาจริยํ, น โทโส โส วินายเก’’ติ.

ตตฺถ คูถคโตติ คูถกูปคโต, คูเถน คโต มกฺขิโต วา. กิเลสมลโธวนฺติ กิเลสมลโสธเน, ภุมฺมตฺเถ ปจฺจตฺตวจนํ. อมตนฺตเฬติ อมตสงฺขาตสฺส ตฬากสฺส, สามิอตฺเถ ภุมฺมวจนํ ทฏฺฐพฺพํ, อนุสฺสรํ ปกฺขิปิตฺวา วุตฺตํ. อรีหีติ ปจฺจตฺถิเกหิ. ปริรุทฺโธติ สมนฺตโต นิรุทฺโธ. คมนมฺปเถติ คมนปเถ. ฉนฺทาวินาสตฺถํ อนุสฺสราคมนํ กตฺวา วุตฺตํ. น ปลายตีติ ยทิ น ปลาเยยฺย. โส ปุริโสติ โส โจเรหิ ปริรุทฺโธ ปุริโส. อญฺชสสฺสาติ มคฺคสฺส. มคฺคสฺส หิ –

‘‘มคฺโค ปนฺโถ ปโถ ปชฺโช, อญฺชสํ วฏุมายนํ;

นาวา อุตฺตรเสตุ จ, กุลฺโล จ ภิสิ สงฺกโม’’ติ. (จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทส ๑๐๑) –

พหูนิ นามานิ. สฺวายมิธ อญฺชสนาเมน วุตฺโต. สิเวติ สพฺพุปทฺทวาภาวโต สิเว. สิวมญฺชเสติ สิวสฺส อญฺชสสฺสาติ อตฺโถ. ติกิจฺฉเกติ เวชฺเช. น ติกิจฺฉาเปตีติ น ติกิจฺฉาเปยฺย. น โทโส โส ติกิจฺฉเกติ ติกิจฺฉกสฺส โทโส นตฺถิ, พฺยาธิตสฺเสว โทโสติ อตฺโถ. ทุกฺขิโตติ สญฺชาตกายิกเจตสิกทุกฺโข. อาจริยนฺติ โมกฺขมคฺคาจริยํ. วินายเกติ อาจริยสฺส.

เอวํ ปนาหํ จินฺเตตฺวา อุตฺตริมฺปิ เอวํ จินฺเตสึ – ‘‘ยถาปิ มณฺฑนกชาติโก ปุริโส กณฺเฐ อาสตฺตํ กุณปํ ฉฑฺเฑตฺวา สุขี คจฺเฉยฺย, เอวํ มยาปิ อิมํ ปูติกายํ ฉฑฺเฑตฺวา อนเปกฺเขน นิพฺพานมหานครํ ปวิสิตพฺพํ. ยถา จ นรนาริโย อุกฺการภูมิยํ อุจฺจารปสฺสาวํ กตฺวา น ตํ อุจฺฉงฺเคน วา อาทาย ทสนฺเต วา เวเฐตฺวา อาทาย คจฺฉนฺติ, อถ โข ชิคุจฺฉมานา โอโลเกตุมฺปิ อนิจฺฉนฺตา อนเปกฺขา ฉฑฺเฑตฺวา คจฺฉนฺติ, เอวํ มยาปิ อิมํ ปูติกายํ อนเปกฺเขน ฉฑฺเฑตฺวา อมตํ นิพฺพานนครํ ปวิสิตุํ วฏฺฏติ. ยถา จ นาวิกา นาม ชชฺชรํ นาวํ อุทกคาหินึ ฉฑฺเฑตฺวา อนเปกฺขาว คจฺฉนฺติ, เอวมหมฺปิ อิมํ นวหิ วณมุเขหิ ปคฺฆรนฺตํ กายํ ฉฑฺเฑตฺวา อนเปกฺโข นิพฺพานมหานครํ ปวิสิสฺสามิ. ยถา จ โกจิ ปุริโส มุตฺตามณิเวฬุริยาทีนิ นานาวิธานิ รตนานิ อาทาย โจเรหิ สทฺธึ มคฺคํ คจฺฉนฺโต อตฺตโน รตนวินาสภเยน เต โจเร ฉฑฺเฑตฺวา เขมํ มคฺคํ คณฺหาติ, เอวมยมฺปิ ปูติกาโย รตนวิโลปกโจรสทิโส. สจาหํ เอตฺถ ตณฺหํ กริสฺสามิ, อริยมคฺคกุสลธมฺมรตนานิ เม นสฺสิสฺสนฺติ, ตสฺมา มยา อิมํ มหาโจรสทิสํ กรชกายํ ฉฑฺเฑตฺวา นิพฺพานมหานครํ ปวิสิตุํ วฏฺฏตี’’ติ. เตน วุตฺตํ –

๑๙. ‘‘ยถาปิ กุณปํ ปุริโส, กณฺเฐ พทฺธํ ชิคุจฺฉิย;

โมจยิตฺวาน คจฺเฉยฺย, สุขี เสรี สยํวสี.

๒๐. ‘‘ตเถวิมํ ปูติกายํ, นานากุณปสญฺจยํ;

ฉฑฺฑยิตฺวาน คจฺเฉยฺยํ, อนเปกฺโข อนตฺถิโก.

๒๑. ‘‘ยถา อุจฺจารฏฺฐานมฺหิ, กรีสํ นรนาริโย;

ฉฑฺฑยิตฺวาน คจฺฉนฺติ, อนเปกฺขา อนตฺถิกา.

๒๒. ‘‘เอวเมวาหํ อิมํ กายํ, นานากุณปปูริตํ;

ฉฑฺฑยิตฺวาน คจฺฉิสฺสํ, วจฺจํ กตฺวา ยถา กุฏึ.

๒๓. ‘‘ยถาปิ ชชฺชรํ นาวํ, ปลุคฺคํ อุทคาหินึ;

สามี ฉฑฺเฑตฺวา คจฺฉนฺติ, อนเปกฺขา อนตฺถิกา.

๒๔. ‘‘เอวเมวาหํ อิมํ กายํ, นวจฺฉิทฺทํ ธุวสฺสวํ;

ฉฑฺฑยิตฺวาน คจฺฉิสฺสํ, ชิณฺณนาวํว สามิกา.

๒๕. ‘‘ยถาปิ ปุริโส โจเรหิ, คจฺฉนฺโต ภณฺฑมาทิย;

ภณฺฑจฺเฉทภยํ ทิสฺวา, ฉฑฺฑยิตฺวาน คจฺฉติ.

๒๖. ‘‘เอวเมว อิมํ กาโย, มหาโจรสโม วิย;

ปหายิมํ คมิสฺสามิ, กุสลจฺเฉทนาภยา’’ติ.

ตตฺถ ยถาปิ กุณปํ ปุริโสติ ยถาปิ ทหโร ยุวา มณฺฑนกชาติโก ปุริโส อหิกุณเปน วา กุกฺกุรกุณเปน วา มนุสฺสกุณเปน วา กณฺเฐ อาสตฺเตน อฏฺฏียิตฺวา หรายิตฺวา ชิคุจฺฉิตฺวา ตํ กุณปํ โมเจตฺวา คจฺเฉยฺย. สุขีติ สุขิโต. เสรีติ ยถิจฺฉกวิหารี. นานากุณปสญฺจยนฺติ อเนกวิธกุณปราสิภูตํ ‘‘นานากุณปปูริต’’นฺติปิ ปาโฐ.

อุจฺจารฏฺฐานมฺหีติ อุจฺจาเรนฺติ วจฺจํ กโรนฺติ เอตฺถาติ อุจฺจาโร, อุจฺจาโร จ โส ฐานํ เจติ อุจฺจารฏฺฐานํ. อถ วา อุสฺสาสิยฺยตีติ อุสฺสาโส, วจฺจสฺเสตํ นามํ, ตสฺส ฐานํ อุสฺสาสฏฺฐานํ, ตสฺมึ อุสฺสาสฏฺฐานมฺหิ, อุกฺการฏฺฐาเนติ อตฺโถ. วจฺจํ กตฺวา ยถา กุฏินฺติ วจฺจํ กตฺวา กุฏึ นรนาริโย วิยาติ อตฺโถ.

ชชฺชรนฺติ ชิณฺณํ. ปลุคฺคนฺติ ปลุชฺชนฺตึ, วิกิรนฺตินฺติ อตฺโถ. อุทคาหินินฺติ อุทกคาหินึ. สามีติ นาวาสามิกา. นวจฺฉิทฺทนฺติ จกฺขุโสตาทีหิ นวหิ วณมุเขหิ ฉิทฺทาวจฺฉิทฺเทหิ ยุตฺตตฺตา นวจฺฉิทฺทํ. ธุวสฺสวนฺติ ธุวนิสฺสนฺทํ, นิจฺจํ ปคฺฆรณาสุจินฺติ อตฺโถ.

ภณฺฑมาทิยาติ ยํกิญฺจิ รตนาทิกํ ภณฺฑํ อาทิย. ภณฺฑจฺเฉทภยํ ทิสฺวาติ ภณฺฑสฺส อจฺฉินฺทเนน ภยํ ทิสฺวาติ อตฺโถ. เอวเมวาติ โส ภณฺฑมาทาย คจฺฉนฺโต ปุริโส วิย. อยํ กาโยติ อยํ ปน กุจฺฉิตานํ ปรมเชคุจฺฉานํ อาโยติ กาโย. อาโยติ อุปตฺติฏฺฐานํ. อายนฺติ ตโตติ อาโย, กุจฺฉิตา เกสาทโย. อิติ กุจฺฉิตานํ เกสาทีนํ อาโยติ กาโย. มหาโจรสโม วิยาติ จกฺขุอาทีหิ รูปาทีสุ ปิยรูเปสุ สารชฺชนาทิวเสน ปาณาติปาตาทินฺนาทานาทิโจโร หุตฺวา สพฺพกุสลํ วิลุมฺปตีติ มหาโจรสโม. ตสฺมา ยถา โส รตนภณฺฑมาทาย โจเรหิ สทฺธึ คจฺฉนฺโต ปุริโส เต โจเร ปหาย คจฺฉติ, เอวเมวาหมฺปิ อิมํ มหาโจรสมํ กายํ ปหาย อตฺตโน โสตฺถิภาวกรํ มคฺคํ คเวสิตุํ คมิสฺสามีติ อตฺถสมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. กุสลจฺเฉทนาภยาติ กุสลธมฺมวิโลปนภเยนาติ อตฺโถ.

อเถวํ สุเมธปณฺฑิโต นานาวิธาหิ อุปมาหิ เนกฺขมฺมการณํ จินฺเตตฺวา ปุนปิ จินฺเตสิ – ‘‘อิมํ มหาธนราสึ สํหริตฺวา มยฺหํ ปิตุปิตามหาทโย ปรโลกํ คจฺฉนฺตา เอกกหาปณมฺปิ คเหตฺวา น คตา, มยา ปน คเหตฺวา คมนการณํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ – ‘‘อหํ, มหาราช, ชาติชราทีหิ อุปทฺทุตหทโย อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิสฺสามิ, มยฺหํ อเนกโกฏิสตสหสฺสํ ธนํ อตฺถิ, ตํ เทโว ปฏิปชฺชตู’’ติ. ราชา อาห – ‘‘น มยฺหํ เต ธเนน อตฺโถ, ตฺวํเยว ยถิจฺฉกํ กโรหี’’ติ.

โส จ ‘‘สาธุ เทวา’’ติ นคเร เภรึ จราเปตฺวา มหาชนสฺส ทานํ ทตฺวา วตฺถุกาเม จ กิเลสกาเม จ ปหาย อมรวรนครสทิสโต อมรนครโต นิกฺขมิตฺวา เอกโกว นานามิคคณวนฺเต หิมวนฺเต ธมฺมิกํ นาม ปพฺพตํ นิสฺสาย อสฺสมํ กตฺวา ตตฺถ ปณฺณสาลํ กตฺวา ปญฺจโทสวิวชฺชิตํ จงฺกมํ มาเปตฺวา อฏฺฐคุณสมุเปตํ อภิญฺญาพลํ สมาหริตุํ นวโทสสมนฺนาคตํ สาฏกํ ปชหิตฺวา ทฺวาทสคุณมุปาคตํ วากจีรํ นิวาเสตฺวา ปพฺพชิ. เอวํ ปน โส ปพฺพชิโต อฏฺฐโทสสมากิณฺณํ ปณฺณสาลํ ปหาย ทสคุณสมนฺนาคตํ รุกฺขมูลํ อุปคนฺตฺวา สพฺพธญฺญวิกตึ ปหาย ปวตฺตผลโภชโน หุตฺวา นิสชฺชฏฺฐานจงฺกมนวเสน ปธานํ ปทหนฺโต สตฺตาหพฺภนฺตเรเยว อฏฺฐนฺนํ สมาปตฺตีนํ ปญฺจนฺนญฺจ อภิญฺญานํ ลาภี อโหสิ. เตน วุตฺตํ –

๒๗. ‘‘เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน, เนกโกฏิสตํ ธนํ;

นาถานาถานํ ทตฺวาน, หิมวนฺตมุปาคมึ.

๒๘. ‘‘หิมวนฺตสฺสาวิทูเร, ธมฺมิโก นาม ปพฺพโต;

อสฺสโม สุกโต มยฺหํ, ปณฺณสาลา สุมาปิตา.

๒๙. ‘‘จงฺกมํ ตตฺถ มาเปสึ, ปญฺจโทสวิวชฺชิตํ.

อฏฺฐคุณสมุเปตํ, อภิญฺญาพลมาหรึ.

๓๐. ‘‘สาฏกํ ปชหึ ตตฺถ, นวโทสมุปาคตํ;

วากจีรํ นิวาเสสึ, ทฺวาทสคุณมุปาคตํ.

๓๑. ‘‘อฏฺฐโทสสมากิณฺณํ, ปชหึ ปณฺณสาลกํ;

อุปาคมึ รุกฺขมูลํ, คุเณ ทสหุปาคตํ.

๓๒. ‘‘วาปิตํ โรปิตํ ธญฺญํ, ปชหึ นิรวเสสโต;

อเนกคุณสมฺปนฺนํ, ปวตฺตผลมาทิยึ.

๓๓. ‘‘ตตฺถปฺปธานํ ปทหึ, นิสฺสชฺชฏฺฐานจงฺกเม;

อพฺภนฺตรมฺหิ สตฺตาเห, อภิญฺญาพลปาปุณิ’’นฺติ.

ตตฺถ เอวาหนฺติ เอวํ อหํ, เหฏฺฐา วุตฺตปฺปกาเรน จินฺเตตฺวาติ อตฺโถ. นาถานาถานนฺติ สนาถานมนาถานญฺจ อฑฺฒานญฺเจว ทลิทฺทานญฺจ ‘‘อตฺถิกา คณฺหนฺตู’’ติ สห โกฏฺฐาคาเรหิ ทตฺวาติ อตฺโถ. หิมวนฺตสฺสาวิทูเรติ หิมวนฺตปพฺพตราชสฺส อวิทูเร สมีเป. ธมฺมิโก นาม ปพฺพโตติ เอวํนามโก ปพฺพโต. กสฺมา ปนายํ ธมฺมิโกติ? เยภุยฺเยน ปน โพธิสตฺตา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ตํ ปพฺพตํ อุปนิสฺสาย อภิญฺญาโย นิพฺพตฺเตตฺวา สมณธมฺมํ อกํสุ. ตสฺมา สมณธมฺมสฺส นิสฺสยภูตตฺตา ‘‘ธมฺมิโก’’เตฺวว ปากโฏ อโหสิ. อสฺสโม สุกโต มยฺหนฺติอาทินา สุเมธปณฺฑิเตน อสฺสมปณฺณสาลา จงฺกมา สหตฺถา มาปิตา วิย วุตฺตา, น จ ปน สหตฺถา มาปิตา, กินฺตุ สกฺเกน เทเวน เปสิเต วิสฺสกมฺมุนา เทวปุตฺเตน นิมฺมิตา. ภควา ปน ตทา อตฺตโน ปุญฺญานุภาเวน นิพฺพตฺตํ ตํ สมฺปทํ สนฺธาย – ‘‘สาริปุตฺต, ตสฺมึ ปพฺพเต –

‘อสฺสโม สุกโต มยฺหํ, ปณฺณสาลา สุมาปิตา;

จงฺกมํ ตตฺถ มาเปสึ, ปญฺจโทสวิวชฺชิต’’’นฺติ. – อาทิมาห;

ตตฺถ ปณฺณสาลาติ ปณฺณฉทนสาลา. ตตฺถาติ ตสฺมึ อสฺสมปเท. ปญฺจโทสวิวชฺชิตนฺติ ปญฺจหิ จงฺกมโทเสหิ วิวชฺชิตํ. กตเม ปญฺจ จงฺกมโทสา นาม? ถทฺธวิสมตา, อนฺโตรุกฺขตา, คหนจฺฉนฺนตา, อติสมฺพาธตา, อติวิสาลตาติ อิเมหิ ปญฺจหิ โทเสหิ วิวชฺชิตํ. อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน ทีฆโต สฏฺฐิรตโน วิตฺถารโต ทิยฑฺฒรตโน จงฺกโม วุตฺโต. อถ วา ปญฺจโทสวิวชฺชิตนฺติ ปญฺจหิ นีวรณโทเสหิ วิวชฺชิตํ ปริหีนํ อภิญฺญาพลมาหรินฺติ อิมินา อุตฺตรปเทน สมฺพนฺโธ ทฏฺฐพฺโพ (ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา, สุเมธกถา). อฏฺฐคุณสมุเปตนฺติ ‘‘เอวํ สมาหิเต จิตฺเต ปริสุทฺเธ ปริโยทาเต อนงฺคเณ วิคตูปกฺกิเลเส มุทุภูเต กมฺมนิเย ฐิเต อาเนญฺชปฺปตฺเต’’ติ เอวํ วุตฺเตหิ อฏฺฐคุเณหิ (ที. นิ. ๑.๒๔๔-๒๔๕; ม. นิ. ๑.๓๘๔-๓๘๖, ๔๓๑-๔๓๓; ปารา. ๑๒-๑๔) สมนฺนาคตํ อภิญฺญาพลํ อาหรึ อาเนสินฺติ อตฺโถ.

เกจิ ปน ‘‘อฏฺฐหิ สมณสุเขหิ อุเปตํ, อฏฺฐิมานิ สมณสุขานิ นาม ธนธญฺญปริคฺคหาภาโว, อนวชฺชปิณฺฑปาตปริเยสนภาโว, นิพฺพุตปิณฺฑภุญฺชนภาโว, รฏฺฐํ ปีเฬตฺวา ธนธญฺญาทีสุ คณฺหนฺเตสุ ราชปุริเสสุ รฏฺฐปีฬนกิเลสาภาโว, อุปกรเณสุ นิจฺฉนฺทราคภาโว, โจรวิโลปเน นิพฺภยภาโว, ราชราชมหามตฺเตหิ อสํสฏฺฐภาโว, จตูสุ ทิสาสุ อปฺปฏิหตภาโวติ อิเมหิ อฏฺฐหิ สมณสุเขหิ (อป. อฏฺฐ. ๑.ทูเรนิทาน, สุเมธกถา; ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา) อุเปตํ สมุเปตํ อสฺสมํ มาเปสิ’’นฺติ อสฺสเมน สมฺพนฺธํ กตฺวา วทนฺติ, ตํ ปาฬิยา น สเมติ.

สาฏกนฺติ วตฺถํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ อสฺสเม. นวโทสมุปาคตนฺติ, สาริปุตฺต, ตตฺถ วสนฺโต อตฺตโน นิวตฺถปารุตํ มหคฺฆสาฏกํ ปชหึ ปริจฺจชึ. สาฏกํ ปชหนฺโต จ ตตฺถ นว โทเส ทิสฺวา ปชหินฺติ ทีเปติ. ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตานญฺหิ สาฏกสฺมึ นว โทสา ปกาสิตา. กตเม นว? สาฏกสฺส มหคฺฆภาโว, ปรปฏิพทฺธภาโว, ปริโภเคน ลหุกํ กิลิสฺสนภาโว, กิลิฏฺโฐ จ โธวิตพฺโพ ปุน รชิตพฺโพ จ โหติ ปริโภเคน ชีรณภาโว, ชิณฺณสฺส ปุน ตุนฺนกรณํ วา อคฺคฬทานํ วา กาตพฺพํ โหติ ปุน ปริเยสนาย ทุรภิสมฺภวภาโว, ตาปสปพฺพชฺชาย อนนุจฺฉวิกภาโว, ปจฺจตฺถิกานํ สาธารณภาโว, ยถา นํ น ปจฺจตฺถิกา คณฺหนฺติ, เอวํ โคเปตพฺโพ โหติ ปริทหโต วิภูสนฏฺฐานภาโว, คเหตฺวา จรนฺตสฺส มหิจฺฉภาโวติ เอเตหิ นวหิ โทเสหิ (อป. อฏฺฐ. ๑.ทูเรนิทาน, สุเมธกถา) อุปคตํ สาฏกํ ปหาย วากจีรํ นิวาเสสินฺติ ทีเปติ. วากจีรนฺติ มุญฺชติณํ หีราหีรํ กตฺวา คนฺเถตฺวา กตํ วากมยจีรํ นิวาสนปารุปนตฺถาย อาทิยินฺติ อตฺโถ. ทฺวาทสคุณมุปาคตนฺติ ทฺวาทสหิ อานิสํเสหิ อุเปตํ. เอตฺถ คุณ-สทฺโท อานิสํสฏฺโฐ ‘‘สตคุณา ทกฺขิณา ปาฏิกงฺขิตพฺพา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๓๗๙) วิย. ม-กาโร ปทสนฺธิกโร. วากจีรสฺมึ ทฺวาทสานิสํสา อปฺปคฺฆตา, อปรายตฺตตา, สหตฺถา กาตุํ สกฺกุเณยฺยตา, ปริโภเคน ชิณฺเณปิ สิพฺพิตพฺพาภาโว, โจรภยาภาโว ปริเยสนฺตสฺส สุเขน กรณภาโว, ตาปสปพฺพชฺชาย สารุปฺปภาโว, เสวมานสฺส วิภูสนฏฺฐานาภาโว, จีวรปฺปจฺจเย อปฺปิจฺฉภาโว, ปริโภคสุขภาโว, วากุปฺปตฺติยา สุลภภาโว, วากจีเร นฏฺเฐปิ อนเปกฺขภาโวติ อิเมหิ ทฺวาทสหิ คุเณหิ สมฺปนฺนํ (อป. อฏฺฐ. ๑.ทูเรนิทาน, สุเมธกถา; ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา).

อถ สุเมธปณฺฑิโต ตตฺถ ปณฺณสาลายํ วิหรนฺโต ปจฺจูสสมเย ปจฺจุฏฺฐาย อตฺตโน นิกฺขมนการณํ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ กิร จินฺเตสิ – ‘‘อหํ ปน นวกนกกฏกนูปุราทิสงฺฆฏฺฏนสทฺทสมฺมิสฺสิต-มธุรหสิตกถิตเคหชนรมณียํ อุฬารวิภวโสภิตํ สุรวรภวนาการมคารํ เขฬปิณฺฑํ วิย ปหาย วิเวการามตาย สพฺพชนปาปปวาหนํ ตโปวนํ ปวิฏฺโฐสฺมิ, อิธ ปน เม ปณฺณสาลาย วาโส ทุติโย ฆราวาโส วิย โหติ, หนฺทาหํ รุกฺขมูเล วเสยฺย’’นฺติ. เตน วุตฺตํ –

๓๑. ‘‘อฏฺฐโทสสมากิณฺณํ, ปชหึ ปณฺณสาลก’’นฺติ.

ตตฺถ อฏฺฐโทสสมากิณฺณนฺติ อฏฺฐหิ โทเสหิ สมากิณฺณํ สํยุตฺตํ. กตเมหิ อฏฺฐหิ? มหาสมฺภาเรหิ นิปฺผาทนียตา, ติณปณฺณมตฺติกาทีหิ นิจฺจํ ปฏิชคฺคนียตา, เสนาสนํ นาม มหลฺลกสฺส ปาปุณาตีติ อเวลาย วุฏฺฐาปิยมานสฺส จิตฺเตกคฺคตา น โหตีติ วุฏฺฐาปนียภาโว, สีตุณฺหสฺส ปฏิฆาเตน กายสฺส สุขุมาลกรณภาโว, ฆรํ ปวิฏฺเฐน ยํ กิญฺจิ ปาปํ สกฺกา กาตุนฺติ ครหปฏิจฺฉาทนกรณภาโว, ‘‘มยฺหมิท’’นฺติ สปริคฺคหภาโว, เคหสฺส อตฺถิภาโว สทุติยกวาโส, อูกามงฺคุลฆรโคฬิกาทีนํ สาธารณตาย พหุสาธารณภาโวติ อิติ อิเม อฏฺฐ อาทีนเว (อป. อฏฺฐ. ๑.ทูเรนิทาน, สุเมธกถา) ทิสฺวา มหาสตฺโต ปณฺณสาลํ ปชหึ.

คุเณ ทสหุปาคตนฺติ ฉนฺนํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ทสหิ คุเณหิ อุเปตํ, รุกฺขมูลํ อุปคโตสฺมีติ อตฺโถ. กตเมหิ ทสหิ? อปฺปสมารมฺภตา, อุปคมนมตฺตเมเวตฺถ โหตีติ สุลภานวชฺชตา, อภิณฺหํ ตรุปณฺณวิการทสฺสเนน อนิจฺจสญฺญาสมุฏฺฐาปนตา, เสนาสนมจฺเฉราภาโว, ตตฺถ หิ ปาปํ กโรนฺโต ลชฺชตีติ ปาปกรณารหาภาโว, ปริคฺคหกรณาภาโว, เทวตาหิ สห วาโส, ฉนฺนปฏิกฺเขโป, ปริโภคสุขตา, รุกฺขมูลเสนาสนสฺส คตคตฏฺฐาเน สุลภตาย อนเปกฺขภาโวติ อิติ อิเม ทส คุเณ (อป. อฏฺฐ. ๑.ทูเรนิทาน, สุเมธกถา) ทิสฺวา รุกฺขมูลํ อุปคโตสฺมีติ วทติ. อาห จ –

‘‘วณฺณิโต พุทฺธเสฏฺเฐน, นิสฺสโยติ จ ภาสิโต;

นิวาโส ปวิวิตฺตสฺส, รุกฺขมูลสโม กุโต.

‘‘อาวาสมจฺเฉรหเร, เทวตาปริปาลิเต;

ปวิวิตฺเต วสนฺโต หิ, รุกฺขมูลมฺหิ สุพฺพโต.

‘‘อภิรตฺตานิ นีลานิ, ปณฺฑูนิ ปติตานิ จ;

ปสฺสนฺโต ตรุปณฺณานิ, นิจฺจสญฺญํ ปนูทติ.

‘‘ตสฺมา หิ พุทฺธทายชฺชํ, ภาวนาภิรตาลยํ;

วิวิตฺตํ นาติมญฺเญยฺย, รุกฺขมูลํ วิจกฺขโณ’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๓๒);

อถ สุเมธปณฺฑิโต ปณฺณสาลาย ทิฏฺฐโทโส หุตฺวา รุกฺขมูลเสนาสเน ลทฺธานิสํโส วิหรนฺโต อุตฺตริปิ จินฺเตสิ – ‘‘อาหารตฺถาย เม คามคมนํ อาหารปริเยสนทุกฺขํ, นาหํ เกนจิ ปาริชุญฺเญน นิกฺขมิตฺวา อาหารตฺถาย ปพฺพชิโต, อาหารปริเยสนมูลสฺส จ ทุกฺขสฺส ปมาณํ นตฺถิ, ยํนูนาหํ ปวตฺตผเลน ยาเปยฺย’’นฺติ. อิมํ ปน อตฺถวิเสสํ ทีเปนฺโต –

๓๒-๓๓. ‘‘วาปิตํ โรปิตํ ธญฺญํ, ปชหึ นิรวเสสโต.

อเนกคุณสมฺปนฺนํ, ปวตฺตผลมาทิยิ’’นฺติ. – อาทิมาห;

ตตฺถ วาปิตนฺติ วปิตฺวา นิปฺผนฺนํ. โรปิตนฺติ โรปิตฺวา นิปฺผนฺนํ, วปนโรปนวเสน ทุวิธาว สสฺสนิปฺผตฺติ, ตํ ทุวิธมฺปิ อตฺตโน อปฺปิจฺฉตาย ปหาย ปวตฺตผเลน ยาเปสึ. ปวตฺตผลนฺติ สยเมว ปติตผลํ. อาทิยินฺติ ปริภุญฺชึ.

‘‘ปวตฺตผลสนฺตุฏฺโฐ, อปรายตฺตชีวิโก;

ปหีนาหารโลลุปฺโป, โหติ จาตุทฺทิโส มุนิ.

‘‘ชหาติ รสตณฺหญฺจ, อาชีโว ตสฺส สุชฺฌติ;

ตสฺมา หิ นาติมญฺเญยฺย, ปวตฺตผลโภชน’’นฺติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๒๖ โถกํ วิสทิสํ) –

เอวํ ปวตฺตมาโน สุเมธปณฺฑิโต นจิรสฺเสว อนฺโตสตฺตาเห อฏฺฐ สมาปตฺติโย ปญฺจ อภิญฺญาโย จ ปาปุณิ. อิมมตฺถํ ปกาเสนฺเตน ‘‘ตตฺถปฺปธานํ ปทหิ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺมึ อสฺสเม. ปธานนฺติ วีริยํ, วีริยญฺหิ ปทหิตพฺพโต ปธานภาวกรณโต วา ‘‘ปธาน’’นฺติ วุจฺจติ. ปทหินฺติ วีริยมารภึ. นิสฺสชฺชฏฺฐานจงฺกเมติ นิสชฺชาย จ ฐาเนน จ จงฺกเมน จ.

สุเมธปณฺฑิโต ปน เสยฺยํ ปฏิกฺขิปิตฺวา นิสชฺชฏฺฐานจงฺกเมเหว รตฺตินฺทิวํ วีตินาเมตฺวา สตฺตาหพฺภนฺตเรเยว อภิญฺญาพลํ ปาปุณิ. เอวํ ปน อภิญฺญาพลํ ปตฺวา สุเมธตาปเส สมาปตฺติสุเขน วีตินาเมนฺเต ตทา สพฺพชนสงฺคหกโร มารพลภยํกโร ญาณทีปงฺกโร ทีปงฺกโร นาม สตฺถา โลเก อุทปาทิ.

สงฺเขเปเนว ตสฺสายมานุปุพฺพิกถา – อยํ กิร ทีปงฺกโร นาม มหาสตฺโต สมตฺตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา เวสฺสนฺตรตฺตภาวสทิเส อตฺตภาเว ฐิโต ปถวิกมฺปนาทีนิ มหาทานานิ ทตฺวา อายุปริโยสาเน ตุสิตปุเร นิพฺพตฺติตฺวา ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตาหิ สนฺนิปติตฺวา –

‘‘กาโล โข เต มหาวีร, อุปฺปชฺช มาตุกุจฺฉิยํ;

สเทวกํ ตารยนฺโต, พุชฺฌสฺสุ อมตํ ปท’’นฺติ. (พุ. วํ. ๑.๖๗) –

วุตฺเต ตโต โส เทวตานํ วจนํ สุตฺวา จ ปญฺจ มหาวิโลกนานิ วิโลเกตฺวา ตโต จุโต รมฺมวตีนคเร อตฺตโน ยสวิภูติยา วิชิตวาสุเทวสฺส นรเทวสฺส สุเทวสฺส นาม รญฺโญ กุเล สุเมธาย เทวิยา กุจฺฉิสฺมึ อาสาฬฺหิปุณฺณมิยา อุตฺตราสาฬฺหนกฺขตฺเตน ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา มหตา ปริวาเรน ปริหริยมาโน มหาเทวิยา กุจฺฉิมฺหิ มณิกูฏคโต วิย เกนจิ อสุจินา อมกฺขิโต ทส มาเส วสิตฺวา สลิลธรวิวรคโต สรทกาลจนฺโท วิย ตสฺสา อุทรโต นิกฺขมิ.

ทฺวตฺตึส ปุพฺพนิมิตฺตานิ

ตสฺส ปน ทีปงฺกรกุมารสฺส ปฏิสนฺธิกฺขเณปิ วิชาตกฺขเณปิ ทฺวตฺตึส ปุพฺพนิมิตฺตานิ ปาฏิหาริยานิ ปาตุรเหสุํ. สพฺพสพฺพญฺญุโพธิสตฺเตสุ มาตุกุจฺฉึ โอกฺกมนฺเตสุ นิกฺขมนฺเตสุ สมฺพุชฺฌนฺเตสุ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺตนฺเตสูติ อิเมสุ จตูสุ ฐาเนสุ ทฺวตฺตึส ปาฏิหาริยานิ ปวตฺตนฺเตว. ตสฺมา มยา ปากฏตฺตา ทีปงฺกรกุมารสฺส ชาติยํ ทสฺสิตานิ –

‘‘ทีปงฺกเร จารุกเร กุมาเร, สิวํกเร สนฺติกเรว ชาเต;

ปกมฺปิ สงฺกมฺปิ ตทา สมนฺตา, สหสฺสสงฺขฺยา ทสโลกธาตุ.

‘‘จกฺกวาฬสหสฺเสสุ, ทสสหสฺเสว เทวตา;

เอกสฺมึ จกฺกวาฬสฺมึ, ตทา สนฺนิปตึสุ ตา.

‘‘โพธิสตฺตํ มหาสตฺตํ, ชาตมตฺตนฺตุ เทวตา;

ปฐมํ ปฏิคฺคณฺหึสุ, ปจฺฉา ตํ มนุชา ปน.

‘‘อวาทิตา เกนจิ จมฺมนทฺธา, สุโปกฺขรา ทุนฺทุภิโย จ วีณา;

อฆฏฺฏิตานาภรณานิ ตสฺมึ, ขเณ สมนฺตา มธุรํ รวึสุ.

‘‘ฉิชฺชึสุ สพฺพตฺถ จ พนฺธนานิ, สยํ วิคจฺฉึสุ จ สพฺพโรคา;

รูปานิ ปสฺสึสุ จ ชาติอนฺธา, สทฺทํ สมนฺตา พธิรา สุณึสุ.

‘‘อนุสฺสตึ ชาติชฬา มนุสฺสา, ลภึสุ ยานํ ปทสาว ปงฺคุลา;

วิเทสยาตา สยเมว นาวา, สปฏฺฏนํ สีฆมุปาคมึสุ.

‘‘อากาสฏฺฐํ ภูมิคตญฺจ สพฺพํ, สยํ สมนฺตา รตนํ วิโรจิ;

นิพฺพายิ โฆเร นิรเย หุตาโส, นทีสุ โตยมฺปิ จ นปฺปวตฺติ.