นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
ขุทฺทกนิกาเย
พุทฺธวํส-อฏฺฐกถา
คนฺถารมฺภกถา
อนนฺตญาณํ กรุณาลยํ ลยํ, มลสฺส พุทฺธํ สุสมาหิตํ หิตํ;
นมามิ ธมฺมํ ภวสํวรํ วรํ, คุณากรญฺเจว นิรงฺคณํ คณํ.
ปญฺญาย เสฏฺโฐ ชินสาวกานํ, ยํ ธมฺมเสนาปติ ธมฺมราชํ;
อปุจฺฉิ สตฺถารมปารปารคุํ, นิรงฺคณํ ญาติคณสฺส มชฺเฌ.
สุพุทฺธวํเสนิธ พุทฺธวํโส, วิสุทฺธวํเสน วินายเกน;
หตาวกาเสน ปกาสิโต โย, สมาธิวาเสน ตถาคเตน.
ยาวชฺชกาลา อวินาสยนฺตา, ปาฬิกฺกมญฺเจว จ ปาฬิยตฺถํ;
กถานุสนฺธึ สุคตสฺส ปุตฺตา, ยถาสุตํเยว สมาหรึสุ.
ตสฺเสว สมฺพุทฺธวรนฺวยสฺส, สทา ชนานํ สวนามตสฺส;
ปสาทปญฺญาชนนสฺส ยสฺมา, สํวณฺณนานุกฺกมโต ปวตฺตา.
สกฺกจฺจสทฺธมฺมรเตน พุทฺธสีเหน สีลาทิคุโณทิเตน;
อายาจิโตหํ สุจิรมฺปิ กาลํ, ตสฺมาสฺส สํวณฺณนมารภิสฺสํ.
สทา ชนานํ กลินาสนสฺส, จิรฏฺฐิตตฺถํ ชินสาสนสฺส;
มมาปิ ปุญฺโญทยวุทฺธิยตฺถํ, ปสาทนตฺถญฺจ มหาชนสฺส.
มหาวิหาราคตปาฬิมคฺคสนฺนิสฺสิตา สงฺกรโทสหีนา;
สมาสโตยํ ปน พุทฺธวํสสํวณฺณนา เหสฺสติ สารภูตา.
โสตพฺพรูปํ ปน พุทฺธวํสกถาย อญฺญํ อิธ นตฺถิ ยสฺมา;
ปสาทนํ พุทฺธคุเณ รตานํ, ปวาหนํ ปาปมหามลสฺส.
ตสฺมา หิ สกฺกจฺจสมาธิยุตฺตา, วิหาย วิกฺเขปมนญฺญจิตฺตา;
สํวณฺณนํ วณฺณยโต สุวณฺณํ, นิธาย กณฺณํ มธุรํ สุณาถ.
สพฺพมฺปิ หิตฺวา ปน กิจฺจมญฺญํ, สกฺกจฺจ มจฺเจนิธ นิจฺจกาลํ;
โสตุํ กเถตุมฺปิ พุเธน ยุตฺตา, กถา ปนายํ อติทุลฺลภาติ.
ตตฺถ ‘‘พุทฺธวํสสํวณฺณนา เหสฺสติ สารภูตา’’ติ วุตฺตตฺตา พุทฺธวํโส ตาว ววตฺถเปตพฺโพ. ตตฺริทํ ววตฺถานํ – อิโต เหฏฺฐา กปฺปสตสหสฺสาธิเกสุ จตูสุ อสงฺเขฺยยฺเยสุ อุปฺปนฺนานํ ปญฺจวีสติยา พุทฺธานํ อุปฺปนฺนกปฺปาทิปริจฺเฉทวเสน ปเวณิวิตฺถารกถา ‘‘พุทฺธวํโส นามา’’ติ เวทิตพฺโพ.
สฺวายํ กปฺปปริจฺเฉโท นามปริจฺเฉโท โคตฺตปริจฺเฉโท ชาติปริจฺเฉโท นครปริจฺเฉโท ปิตุปริจฺเฉโท มาตุปริจฺเฉโท โพธิรุกฺขปริจฺเฉโท ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนปริจฺเฉโท อภิสมยปริจฺเฉโท สาวกสนฺนิปาตปริจฺเฉโท อคฺคสาวกปริจฺเฉโท อุปฏฺฐากปริจฺเฉโท อคฺคสาวิกาปริจฺเฉโท ปริวารภิกฺขุปริจฺเฉโท รํสิปริจฺเฉโท สรีรปฺปมาณปริจฺเฉโท โพธิสตฺตาธิการปริจฺเฉโท พฺยากรณปริจฺเฉโท โพธิสตฺตปธานปริจฺเฉโท อายุปริจฺเฉโท ปรินิพฺพานปริจฺเฉโทติ อิเมหิ ปาฬิยา อาคเตหิ พาวีสติยา ปริจฺเฉเทหิ ปริจฺฉินฺโน ววตฺถิโต.
ปาฬิอนารุโฬฺห ปน สมฺพหุลวาโรเปตฺถ อาเนตพฺโพ. โส อคารวาสปริจฺเฉโท ปาสาทตฺตยปริจฺเฉโท นาฏกิตฺถิปริจฺเฉโท อคฺคมเหสิปริจฺเฉโท ปุตฺตปริจฺเฉโท ยานปริจฺเฉโท อภินิกฺขมนปริจฺเฉโท ปธานปริจฺเฉโท อุปฏฺฐากปริจฺเฉโท วิหารปริจฺเฉโทติ ทสธา ววตฺถิโต โหติ.
ตํ สมฺพหุลวารมฺปิ, ยถาฏฺฐาเน มยํ ปน;
ทสฺเสตฺวาว คมิสฺสาม, ตตฺถ ตตฺถ สมาสโต.
โส เอวํ ววตฺถิโต ปน –
เกนายํ เทสิโต กตฺถ, กสฺสตฺถาย จ เทสิโต;
กิมตฺถาย กทา กสฺส, วจนํ เกน จาภโต.
สพฺพเมตํ วิธึ วตฺวา, ปุพฺพเมว สมาสโต;
ปจฺฉาหํ พุทฺธวํสสฺส, กริสฺสามตฺถวณฺณนนฺติ.
ตตฺถ เกนายํ เทสิโตติ อยํ พุทฺธวํโส เกน เทสิโต? สพฺพธมฺเมสุ อปฺปฏิหตญาณจาเรน ทสพเลน จตุเวสารชฺชวิสารเทน ธมฺมราเชน ธมฺมสฺสามินา ตถาคเตน สพฺพญฺญุนา สมฺมาสมฺพุทฺเธน เทสิโต.
กตฺถ เทสิโตติ? กปิลวตฺถุมหานคเร นิโคฺรธารามมหาวิหาเร ปรมรุจิรสนฺทสฺสเน เทวมนุสฺสนยนนิปาตภูเต รตนจงฺกเม จงฺกมนฺเตน เทสิโต.
กสฺสตฺถาย จ เทสิโตติ? ทฺวาสีติยา ญาติสหสฺสานํ อเนกโกฏีนญฺจ เทวมนุสฺสานํ อตฺถาย เทสิโต.
กิมตฺถาย เทสิโตติ? จตุโรฆนิตฺถรณตฺถาย เทสิโต.
กทา เทสิโตติ ภควา หิ ปฐมโพธิยํ วีสติวสฺสานิ อนิพทฺธวาโส หุตฺวา ยตฺถ ยตฺถ ผาสุกํ โหติ, ตตฺถ ตตฺเถว คนฺตฺวา วสิ. กถํ? ปฐมํ วสฺสํ อิสิปตเน ธมฺมจกฺกํ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๓ อาทโย; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) ปวตฺเตตฺวา อฏฺฐารส พฺรหฺมโกฏิโย อมตปานํ ปาเยตฺวา พาราณสึ อุปนิสฺสาย อิสิปตเน มิคทาเย วสิ. ทุติยํ วสฺสํ ราชคหํ อุปนิสฺสาย เวฬุวเน มหาวิหาเร. ตติยจตุตฺถานิปิ ตตฺเถว. ปญฺจมํ เวสาลึ อุปนิสฺสาย มหาวเน กูฏาคารสาลายํ. ฉฏฺฐํ มกุลปพฺพเต. สตฺตมํ ตาวตึสภวเน. อฏฺฐมํ ภคฺเคสุ สํสุมารคิรึ อุปนิสฺสาย เภสกฬาวเน. นวมํ โกสมฺพิยํ. ทสมํ ปาลิเลยฺยกวนสณฺเฑ. เอกาทสมํ นาฬายํ พฺราหฺมณคาเม. ทฺวาทสมํ เวรญฺชายํ. เตรสมํ จาลิยปพฺพเต. จุทฺทสมํ เชตวนมหาวิหาเร. ปญฺจทสมํ กปิลวตฺถุมหานคเร. โสฬสมํ อาฬวกํ ทเมตฺวา จตุราสีติปาณสหสฺสานิ อมตปานํ ปาเยตฺวา อาฬวิยํ. สตฺตรสมํ ราชคเหเยว. อฏฺฐารสมํ จาลิยปพฺพเตเยว. ตถา เอกูนวีสติมํ วีสติมํ ปน วสฺสํ ราชคเหเยว วสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ภควา หิ ปฐมโพธิยํ วีสติวสฺสานิ อนิพทฺธวาโส หุตฺวา ยตฺถ ยตฺถ ผาสุกํ โหติ, ตตฺถ ตตฺเถว คนฺตฺวา วสี’’ติ. ตโต ปฏฺฐาย ปน สาวตฺถึเยว อุปนิสฺสาย เชตวนมหาวิหาเร จ ปุพฺพาราเม จ ธุวปริโภควเสน วสิ.
ยทา ปน สตฺถา พุทฺโธ หุตฺวา พาราณสิยํ อิสิปตเน มิคทาเย ปฐมํ วสฺสํ วสิตฺวา วุฏฺฐวสฺโส ปวาเรตฺวา อุรุเวลํ คนฺตฺวา ตตฺถ ตโย มาเส วสนฺโต เตภาติกชฏิเล ทเมตฺวา ภิกฺขุสหสฺเสหิ กตปริวาโร ผุสฺสมาสปุณฺณมายํ ราชคหํ คนฺตฺวา เทฺว มาเส ตตฺเถว วสิ, ตทา พาราณสิโต นิกฺขนฺตสฺส ปนสฺส ปญฺจ มาสา ชาตา. สกโล เหมนฺโต อติกฺกนฺโต. อุทายิตฺเถรสฺส อาคตทิวสโต สตฺตฏฺฐทิวสา วีติวตฺตา. โส ปน ผคฺคุนีปุณฺณมาสิยํ จินฺเตสิ – ‘‘อติกฺกนฺโต เหมนฺโต, วสนฺตกาโล อนุปฺปตฺโต, สมโย ตถาคตสฺส กปิลปุรํ คนฺตุ’’นฺติ. โส เอวํ จินฺเตตฺวา กุลนครคมนตฺถาย สฏฺฐิมตฺตาหิ คาถาหิ คมนวณฺณํ วณฺเณสิ. อถ สตฺถา จสฺส วจนํ สุตฺวา ญาติสงฺคหํ กาตุกาโม หุตฺวา องฺคมคธวาสีนํ กุลปุตฺตานํ ทสหิ สหสฺเสหิ กปิลวตฺถุวาสีนํ ทสหิ สหสฺเสหีติ สพฺเพเหว วีสติยา ขีณาสวสหสฺเสหิ ปริวุโต ราชคหโต นิกฺขมิตฺวา ทิวเส ทิวเส โยชนํ คจฺฉนฺโต ราชคหโต สฏฺฐิโยชนํ กปิลวตฺถุปุรํ ทฺวีหิ มาเสหิ สมฺปาปุณิตฺวา ตตฺถ ญาตีนํ วนฺทาปนตฺถํ ยมกปาฏิหาริยํ อกาสิ. ตทายํ พุทฺธวํโส เทสิโต.
กสฺส วจนนฺติ? สาวกปจฺเจกพุทฺธานํ อสาธารณํ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺเสว วจนํ.
เกนาภโตติ? อาจริยปรมฺปราย อาภโต. อยญฺหิ สาริปุตฺตตฺเถโร ภทฺทชี ติสฺโส โกสิยปุตฺโต สิคฺคโว โมคฺคลิปุตฺโต สุทตฺโต ธมฺมิโก ทาสโก โสณโก เรวโตติ เอวมาทีหิ ยาว ตติยสงฺคีติกาลา อาภโต, ตโต อุทฺธมฺปิ เตสํเยว สิสฺสานุสิสฺเสหีติ เอวํ ตาว อาจริยปรมฺปราย ยาวชฺชกาลา อาภโตติ เวทิตพฺโพ.
เอตฺตาวตา –
‘‘เกนายํ เทสิโต กตฺถ, กสฺสตฺถาย จ เทสิโต;
กิมตฺถาย กทา กสฺส, วจนํ เกน จาภโต’’ติ. –
อยํ คาถา วุตฺตตฺถา โหติ.
นิทานกถา
พาหิรนิทานํ
เอวํ อาภตสฺส ปนสฺส อิทานิ อตฺถวณฺณนา โหติ, สา ปนายํ อตฺถวณฺณนา ยสฺมา ทูเรนิทานํ อวิทูเรนิทานํ สนฺติเกนิทานนฺติ, อิมานิ ตีณิ นิทานานิ ทสฺเสตฺวาว วณฺณิตา สุวณฺณิตา นาม โหติ. เย จ นํ สุณนฺติ, เตหิ สมุทาคมโต ปฏฺฐาย วิญฺญาตตฺตา สุวิญฺญาตาว โหติ, ตสฺมา ตานิ นิทานานิ ทสฺเสตฺวาว วณฺณยิสฺสาม.
ตตฺถ อาทิโต ปฏฺฐาย ตาว เตสํ นิทานานํ ปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพ. ตตฺรายํ สงฺเขปโต อตฺถทีปนา – ทีปงฺกรทสพลสฺส ปาทมูเล กตาภินีหารสฺส มหาสตฺตสฺส ยาว เวสฺสนฺตรตฺตภาวา จวิตฺวา ตุสิตภวเน นิพฺพตฺติ, ตาว ปวตฺตา กถา ทูเรนิทานํ นาม. ตุสิตภวนโต จวิตฺวา ยาว โพธิมณฺเฑ สพฺพญฺญุตญฺญาณปฺปตฺติ, ตาว ปวตฺตา กถา อวิทูเรนิทานํ นาม. ‘‘เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม’’ติ จ, ‘‘ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป’’ติ จ, ‘‘เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลาย’’นฺติ จ เอวํ มหาโพธิมณฺเฑ สพฺพญฺญุตญฺญาณปฺปตฺติโต ยาว ปรินิพฺพานมญฺจา เอตสฺมึ อนฺตเร ภควา ยตฺถ ยตฺถ วิหาสิ, ตํ ตํ สนฺติเกนิทานํ นามาติ เวทิตพฺพํ. เอตฺตาวตา สงฺเขเปเนว ติณฺณํ ทูราวิทูรสนฺติเกนิทานานํ วเสน พาหิรนิทานวณฺณนา สมตฺตา โหตีติ.
อพฺภนฺตรนิทานํ
๑. รตนจงฺกมนกณฺฑวณฺณนา
อิทานิ ปน –
๑. ‘‘พฺรหฺมา จ โลกาธิปตี สหมฺปตี, กตญฺชลี อนธิวรํ อยาจถ;
สนฺตีธ สตฺตาปฺปรชกฺขชาติกา, เทเสหิ ธมฺมํ อนุกมฺปิมํ ปช’’นฺติ. –
อาทินยปฺปวตฺตสฺส อพฺภนฺตรนิทานสฺส อตฺถวณฺณนา โหติ.
เอตฺถ ‘‘เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป’’ติอาทิสุตฺตนฺเตสุ วิย – ‘‘เอกํ สมยํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ กปิลวตฺถุสฺมึ นิโคฺรธาราเม. อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ พุทฺธวํสํ อปุจฺฉี’’ติ เอวมาทินา นเยน นิทานํ อวตฺวา กสฺมา ‘‘พฺรหฺมา จ โลกาธิปตี สหมฺปตี, กตญฺชลี อนธิวรํ อยาจถา’’ติอาทินา นเยน นิทานํ วุตฺตนฺติ? วุจฺจเต – ภควโต สพฺพธมฺมเทสนาการณภูตาย พฺรหฺมุโน ธมฺมเทสนายาจนาย สนฺทสฺสนตฺถํ วุตฺตนฺติ.
‘‘กทายํ ธมฺมเทสนตฺถํ, อชฺฌิฏฺโฐ พฺรหฺมุนา ชิโน;
กทา กตฺถ จ เกนายํ, คาถา หิ สมุทีริตา’’ติ.
วุจฺจเต – พุทฺธภูตสฺส ปน ภควโต อฏฺฐเม สตฺตาเห สตฺถา ธมฺมเทสนตฺถาย พฺรหฺมุนา อชฺฌิฏฺโฐ อายาจิโต. ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – มหาปุริโส กิร กตาภินีหาโร มหาภินิกฺขมนทิวเส วิวฏปากฏพีภจฺฉสยนาสนเจฏิกา นาฏกิตฺถิโย ทิสฺวา อตีว สํวิคฺคหทโย ปเฏกเทสาวจฺฉนฺนํ ฉนฺนํ อามนฺเตตฺวา – ‘‘อรินรวรมนฺถกํ กณฺฑกํ นาม ตุรงฺควรมาหรา’’ติ กณฺฑกํ อาหราเปตฺวา ฉนฺนสหาโย วรตุรงฺคมารุยฺห นครทฺวาเร อธิวตฺถาย เทวตาย นครทฺวาเร วิวเฏ นครโต นิกฺขมิตฺวา ตีณิ รชฺชานิ เตน รตฺตาวเสเสน อติกฺกมิตฺวา อโนมสตฺโต อโนมาย นาม นทิยา ตีเร ฐตฺวา ฉนฺนเมวมาห – ‘‘ฉนฺน, ตฺวํ มม อิมานิ อญฺเญหิ อสาธารณานิ อาภรณานิ กณฺฑกญฺจ วรตุรงฺคมาทาย กปิลปุรํ คจฺฉาหี’’ติ ฉนฺนํ วิสฺสชฺเชตฺวา อสิโตรคนีลุปฺปลสทิเสนาสินา สเกสมกุฏํ ฉินฺทิตฺวา อากาเส อุกฺขิปิตฺวา เทวทตฺติยํ ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา สยเมว ปพฺพชิตฺวา อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน อนิลพลสมุทฺธุตตรงฺคภงฺคํ อสงฺคํ คงฺคํ นทึ อุตฺตริตฺวา มณิคณรํสิชาลวิชฺโชติตราชคหํ ราชคหํ นาม นครํ ปวิสิตฺวา ตตฺถ อิสฺสริยมทมตฺตํ ชนํ ปริหาเสนฺโต วิย จ อุทฺธตเวสสฺส ชนสฺส ลชฺชมุปฺปาทยมาโน วิย จ วยกนฺตีหิ นาครชนหทยานิ อตฺตนิ พนฺธนฺโต วิย จ ทฺวตึสวรมหาปุริสลกฺขณวิราชิตาย รูปสิริยา สพฺพชนนยนานิ วิลุมฺปมาโน วิย จ รูปีปาทสญฺจโร ปุญฺญสญฺจโย วิย จ ปพฺพโต วิย จ คมเนน นิสฺสงฺโค สนฺตินฺทฺริโย สนฺตมานโส ยุคมตฺตํ เปกฺขมาโน ราชคหํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ยาปนมตฺตํ ภตฺตํ คเหตฺวา นครโต นิกฺขมิตฺวา ปณฺฑวปพฺพตปสฺเส ฉายูทกสมฺปนฺเน สุจิภูมิภาเค ปรมรมณีเย ปวิวิตฺเต โอกาเส นิสีทิตฺวา ปฏิสงฺขานพเลน มิสฺสกภตฺตํ ปริภุญฺชิตฺวา ปณฺฑวคิรานุสาเรน พิมฺพิสาเรน มคธมหาราเชน มหาปุริสสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา นามโคตฺตํ ปุจฺฉิตฺวา เตน ปมุทิตหทเยน ‘‘มม รชฺชภาคํ คณฺหาหี’’ติ รชฺเชน นิมนฺติยมาโน – ‘‘อลํ, มหาราช, น มยฺหํ รชฺเชนตฺโถ อหํ รชฺชํ ปหาย โลกหิตตฺถาย ปธานมนุยุญฺชิตฺวา โลเก วิวฏจฺฉโท พุทฺโธ ภวิสฺสามีติ นิกฺขนฺโต’’ติ วตฺวา เตน จ ‘‘พุทฺโธ หุตฺวา สพฺพปฐมํ มม วิชิตํ โอสเรยฺยาถา’’ติ วุตฺโต ‘สาธู’ติ ตสฺส ปฏิญฺญํ ทตฺวา อาฬารญฺจ อุทกญฺจ อุปสงฺกมิตฺวา เตสํ ธมฺมเทสนาย สารํ อวินฺทนฺโต ตโต ปกฺกมิตฺวา อุรุเวลายํ ฉพฺพสฺสานิ ทุกฺกรการิกํ กโรนฺโตปิ อมตํ อธิคนฺตุํ อสกฺโกนฺโต โอฬาริกาหารปฏิเสวเนน สรีรํ สนฺตปฺเปสิ.
ตทา ปน อุรุเวลายํ เสนานิคเม เสนานิคมกุฏุมฺพิกสฺส ธีตา สุชาตา นาม ทาริกา วยปฺปตฺตา เอกสฺมึ นิโคฺรธรุกฺเข ปตฺถนมกาสิ – ‘‘สจาหํ สมชาติกํ กุลฆรํ คนฺตฺวา ปฐมคพฺเภ ปุตฺตํ ลภิสฺสามิ, พลิกมฺมํ กริสฺสามี’’ติ. ตสฺสา สา ปตฺถนา สมิชฺฌิ. สา เวสาขปุณฺณมทิวเส ‘‘อชฺช พลิกมฺมํ กริสฺสามี’’ติ ปาโตว ปายาสํ อนายาสํ ปรมมธุรํ สมฺปฏิปาเทสิ. โพธิสตฺโตปิ ตทเหว กตสรีรปฏิชคฺคโน ภิกฺขาจารกาลํ อาคมยมาโน ปาโตว คนฺตฺวา ตสฺมึ นิโคฺรธรุกฺขมูเล นิสีทิ. อถ โข ปุณฺณา นาม ทาสี ตสฺสา ธาตี รุกฺขมูลโสธนตฺถาย คตา โพธิสตฺตํ ปาจีนโลกธาตุํ โอโลกยมานํ นิสินฺนํ สญฺฌาปฺปภานุรญฺชิตวรกนกคิริสิขรสทิสสรีรโสภํ ติมิรนิกรนิธานกรํ กมลวนวิกสนกรํ ฆนวิวรมุปคตํ ทิวสกรมิว ตรุวรมุปคตํ มุนิทิวสกรมทฺทส. สรีรโต จสฺส นิกฺขนฺตาหิ ปภาหิ สกลญฺจ ตํ รุกฺขํ สุวณฺณวณฺณํ ทิสฺวา ตสฺสา เอตทโหสิ – ‘‘อชฺช อมฺหากํ เทวตา รุกฺขโต โอรุยฺห สหตฺเถเนว พลึ ปฏิคฺคเหตุกามา หุตฺวา นิสินฺนา’’ติ. สา เวเคน คนฺตฺวา สุชาตาย เอตมตฺถํ อาโรเจสิ.
ตโต สุชาตา สญฺชาตสทฺธา หุตฺวา สพฺพาลงฺกาเรน อลงฺกริตฺวา สตสหสฺสคฺฆนิกํ สุวณฺณปาตึ ปรมมธุรสฺส มธุปายาสสฺส ปูเรตฺวา อปราย สุวณฺณปาติยา ปิทหิตฺวา สีเสนาทาย นิโคฺรธรุกฺขาภิมุขี อคมาสิ. สา คจฺฉนฺตี ทูรโตว ตํ โพธิสตฺตํ รุกฺขเทวตมิว สกลํ ตํ รุกฺขํ สรีรปฺปภาย สุวณฺณวณฺณํ กตฺวา ปุญฺญสญฺจยมิว รูปวนฺตํ นิสินฺนํ ทิสฺวา ปีติโสมนสฺสชาตา สุชาตา ‘‘รุกฺขเทวตา’’ติ สญฺญาย ทิฏฺฐฏฺฐานโต ปฏฺฐาย โอนโตนตา คนฺตฺวา สีสโต ตํ สุวณฺณปาตึ โอตาเรตฺวา มหาสตฺตสฺส หตฺเถ ฐเปตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา – ‘‘ยถา มม มโนรโถ นิปฺผนฺโน, เอวํ ตุมฺหากมฺปิ นิปฺผชฺชตู’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ.
อถ โข โพธิสตฺโตปิ สุวณฺณปาตึ คเหตฺวา เนรญฺชราย นทิยา ตีรํ คนฺตฺวา สุปฺปติฏฺฐิตสฺส นาม ติตฺถสฺส ตีเร สุวณฺณปาตึ ฐเปตฺวา นฺหตฺวา ปจฺจุตฺตริตฺวา เอกูนปญฺญาสปิณฺเฑ กโรนฺโต ตํ ปายาสํ ปริภุญฺชิตฺวา – ‘‘สจาหํ อชฺช พุทฺโธ ภวิสฺสามิ, อยํ สุวณฺณปาติ ปฏิโสตํ คจฺฉตู’’ติ ขิปิ. สา ปาติ ปฏิโสตํ คนฺตฺวา กาฬสฺส นาม นาคราชสฺส ภวนํ ปวิสิตฺวา ติณฺณํ พุทฺธานํ ถาลกานิ อุกฺขิปิตฺวา เตสํ เหฏฺฐา อฏฺฐาสิ.
มหาสตฺโต ตตฺเถว วนสณฺเฑ ทิวาวิหารํ วีตินาเมตฺวา สายนฺหสมเย โสตฺถิเยน นาม ติณหารเกน มหาปุริสสฺส อาการํ ญตฺวา ทินฺนา อฏฺฐ ติณมุฏฺฐิโย คเหตฺวา โพธิมณฺฑมารุยฺห ทกฺขิณทิสาภาเค อฏฺฐาสิ. โส ปน ปเทโส ปทุมินิปตฺเต อุทกพินฺทุ วิย อกมฺปิตฺถ. มหาปุริโส – ‘‘อยํ ปเทโส มม คุณํ ธาเรตุํ อสมตฺโถ’’ติ ปจฺฉิมทิสาภาคมคมาสิ. โสปิ ตเถว กมฺปิตฺถ. ปุน อุตฺตรทิสาภาคมคมาสิ. โสปิ ตเถว กมฺปิตฺถ. ปุน ปุรตฺถิมทิสาภาคมคมาสิ. ตตฺถ ปลฺลงฺกปฺปมาณฏฺฐานํ นิจฺจลํ อโหสิ. มหาปุริโส – ‘‘อิทํ ฐานํ กิเลสวิทฺธํสนฏฺฐาน’’นฺติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา ตานิ ติณานิ อคฺเค คเหตฺวา จาเลสิ. ตานิ ตูลิกคฺเคน ปริจฺฉินฺนานิ วิย อเหสุํ. โพธิสตฺโต – ‘‘โพธึ อปตฺวาว อิมํ ปลฺลงฺกํ น ภินฺทิสฺสามี’’ติ จตุรงฺควีริยํ อธิฏฺฐหิตฺวา ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา โพธิกฺขนฺธํ ปิฏฺฐิโต กตฺวา ปุรตฺถาภิมุโข นิสีทิ.
ตงฺขณญฺเญว สพฺพโลกาภิหาโร มาโร พาหุสหสฺสํ มาเปตฺวา ทิยฑฺฒโยชนสติกํ หิมคิริสิขรสทิสํ คิริเมขลํ นาม อริวรวารณํ วรวารณํ อภิรุยฺห นวโยชนิเกน ธนุอสิผรสุสรสตฺติสพเลนาติพหเลน มารพเลน สมฺปริวุโต สมนฺตา ปพฺพโต วิย อชฺโฌตฺถรนฺโต มหาสปตฺตํ วิย มหาสตฺตํ สมุปาคมิ. มหาปุริโส สูริเย ธรนฺเตเยว อติตุมูลํ มารพลํ วิธมิตฺวา วิกสิตชยสุมนกุสุมสทิสสฺส จีวรสฺส อุปริ ปตมาเนหิ รตฺตปวาลงฺกุรสทิสรุจิรทสฺสเนหิ โพธิรุกฺขงฺกุเรหิ ปีติยา วิย ปูชิยมาโน เอว ปฐมยาเม ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ ลภิตฺวา มชฺฌิมยาเม ทิพฺพจกฺขุญาณํ วิโสเธตฺวา ปจฺฉิมยาเม ปฏิจฺจสมุปฺปาเท ญาณํ โอตาเรตฺวา วฏฺฏวิวฏฺฏํ สมฺมสนฺโต อรุโณทเย พุทฺโธ หุตฺวา –
‘‘อเนกชาติสํสารํ, สนฺธาวิสฺสํ อนิพฺพิสํ;
คหการํ คเวสนฺโต, ทุกฺขา ชาติ ปุนปฺปุนํ.
‘‘คหการก ทิฏฺโฐสิ, ปุน เคหํ น กาหสิ;
สพฺพา เต ผาสุกา ภคฺคา, คหกูฏํ วิสงฺขตํ;
วิสงฺขารคตํ จิตฺตํ, ตณฺหานํ ขยมชฺฌคา’’ติ. (ธ. ป. ๑๕๓-๑๕๔) –
อิมํ อุทานํ อุทาเนตฺวา สตฺตาหํ วิมุตฺติสุขปฏิเสวเนน วีตินาเมตฺวา อฏฺฐเม ทิวเส สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย เทวตานํ กงฺขํ ญตฺวา ตาสํ กงฺขาวิธมนตฺถํ อากาเส อุปฺปติตฺวา ยมกปาฏิหาริยํ ทสฺเสตฺวา ตาสํ กงฺขํ วิธมิตฺวา ปลฺลงฺกโต อีสกํ ปาจีนนิสฺสิเต อุตฺตรทิสาภาเค ฐตฺวา – ‘‘อิมสฺมึ วต เม ปลฺลงฺเก สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิทฺธ’’นฺติ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ ปูริตานํ ปารมีนํ ผลาธิคมฏฺฐานํ ปลฺลงฺกญฺเจว โพธิรุกฺขญฺจ อนิมิเสหิ อกฺขีหิ โอโลกยมาโน สตฺตาหํ วีตินาเมสิ, ตํ ฐานํ อนิมิสเจติยํ นาม ชาตํ.
อถ ปลฺลงฺกสฺส จ ฐิตฏฺฐานสฺส จ อนฺตเร ปุรตฺถิมปจฺฉิมโต อายเต รตนจงฺกเม จงฺกมนฺโต สตฺตาหํ วีตินาเมสิ, ตํ ฐานํ รตนจงฺกมเจติยํ นาม ชาตํ. ตโต ปจฺฉิมทิสาภาเค เทวตา รตนฆรํ นาม มาเปสุํ, ตตฺถ ปลฺลงฺเกน นิสีทิตฺวา อภิธมฺมปิฏกํ วิเสสโต เจตฺถ อนนฺตนยสมนฺตปฏฺฐานํ วิจินนฺโต สตฺตาหํ วีตินาเมสิ. ตํ ฐานํ รตนฆรเจติยํ นาม ชาตํ. เอวํ โพธิสมีเปเยว จตฺตาริ สตฺตาหานิ วีตินาเมตฺวา ปญฺจเม สตฺตาเห โพธิรุกฺขมูลา เยน อชปาลนิโคฺรโธ เตนุปสงฺกมิ; ตตฺถาปิ ธมฺมํ วิจินนฺโตเยว วิมุตฺติสุขญฺจ ปฏิสํเวเทนฺโต อชปาลนิโคฺรเธ สตฺตาหํ วีตินาเมสิ.
เอวํ อปรํ สตฺตาหํ มุจลินฺเท นิสีทิ. ตสฺส นิสินฺนมตฺตสฺเสว ภควโต สกลจกฺกวาฬคพฺภํ ปูเรนฺโต มหาอกาลเมโฆ อุทปาทิ. ตสฺมึ ปน อุปฺปนฺเน มุจลินฺโท นาคราชา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ มหาเมโฆ สตฺถริ มยฺหํ ภวนํ ปวิฏฺฐมตฺเต อุปฺปนฺโน วาสาคารมสฺส ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส สตฺตรตนมยํ เทววิมานสทิสํ ทิพฺพวิมานํ นิมฺมินิตุํ สมตฺโถปิ เอวํ กเต – ‘‘น มยฺหํ มหปฺผลํ ภวิสฺสติ, ทสพลสฺส กายเวยฺยาวจฺจํ กริสฺสามี’’ติ อติมหนฺตํ อตฺตภาวํ กตฺวา สตฺถารํ สตฺตกฺขตฺตุํ โภเคหิ ปริกฺขิปิตฺวา อุปริ มหนฺตํ ผณํ กตฺวา อฏฺฐาสิ. อถ ภควา ปริกฺเขปสฺส อนฺโตว มหติ โอกาเส สพฺพรตนมเย ปจฺจคฺฆปลฺลงฺเก อุปริ วินิคฺคลนฺตวิวิธสุรภิกุสุมทามวิตาเน วิวิธสุรภิคนฺธวาสิเต คนฺธกุฏิยํ วิหรนฺโต วิย วิหาสิ. เอวํ ภควา ตํ สตฺตาหํ ตตฺถ วีตินาเมตฺวา ตโต อปรํ สตฺตาหํ ราชายตเน นิสีทิ. ตตฺถาปิ วิมุตฺติสุขปฏิสํเวทิเยว. เอตฺตาวตา สตฺตสตฺตาหานิ ปริปุณฺณานิ อเหสุํ. เอตฺถนฺตเร ภควา ฌานสุเขน ผลสุเขน จ วีตินาเมสิ.
อถสฺส สตฺตสตฺตาหาติกฺกเม – ‘‘มุขํ โธวิสฺสามี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิ. สกฺโก เทวานมินฺโท อคทหรีตกํ อาหริตฺวา อทาสิ. อถสฺส สกฺโก นาคลตาทนฺตกฏฺฐญฺจ มุขโธวนอุทกญฺจ อทาสิ. ตโต ภควา ทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตฺวา อโนตตฺตทโหทเกน มุขํ โธวิตฺวา ราชายตนมูเล นิสีทิ. ตสฺมึ สมเย จตูหิ โลกปาเลหิ อุปนีเต ปจฺจคฺเฆ เสลมเย ปตฺเต ตปุสฺสภลฺลิกานํ วาณิชานํ มนฺถญฺจ มธุปิณฺฑิกญฺจ ปฏิคฺคเหตฺวา ปริภุญฺชิตฺวา ปจฺจาคนฺตฺวา อชปาลนิโคฺรธรุกฺขมูเล นิสีทิ. อถสฺส ตตฺถ นิสินฺนมตฺตสฺเสว อตฺตนา อธิคตสฺส ธมฺมสฺส คมฺภีรภาวํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส สพฺพพุทฺธานํ อาจิณฺโณ – ‘‘อธิคโต โข มฺยายํ ธมฺโม คมฺภีโร ทุทฺทโส ทุรนุโพโธ สนฺโต ปณีโต อตกฺกาวจโร นิปุโณ ปณฺฑิตเวทนีโย’’ติ (ม. นิ. ๒.๒๘๑; สํ. นิ. ๑.๑๗๒; มหาว. ๗) ปเรสํ ธมฺมํ อเทเสตุกามตาการปฺปตฺโต ปริวิตกฺโก อุทปาทิ.
อถ พฺรหฺมา สหมฺปติ ทสพลสฺส เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย – ‘‘นสฺสติ วต, โภ, โลโก, วินสฺสติ วต, โภ, โลโก’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๗๒; ม. นิ. ๑.๒๘๒; มหาว. ๘) วาจํ นิจฺฉาเรนฺโต ทสสหสฺสจกฺกวาฬพฺรหฺมคณปริวุโต สกฺกสุยามสนฺตุสิตปรนิมฺมิตวสวตฺตีหิ อนุคโต อาคนฺตฺวา ภควโต ปุรโต ปาตุรโหสิ. โส อตฺตโน ปติฏฺฐานตฺถาย ปถวึ นิมฺมินิตฺวา ทกฺขิณํ ชาณุมณฺฑลํ ปถวิยํ นิหนฺตฺวา ชลชามลาวิกลกมลมกุลสทิสํ ทสนขสโมธานสมุชฺชลมญฺชลึ สิรสฺมึ กตฺวา – ‘‘เทเสตุ, ภนฺเต, ภควา ธมฺมํ, เทเสตุ สุคโต ธมฺมํ, สนฺติ สตฺตา อปฺปรชกฺขชาติกา, อสฺสวนตา ธมฺมสฺส ปริหายนฺติ, ภวิสฺสนฺติ ธมฺมสฺส อญฺญาตาโร’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๗๒; มหาว. ๘) –
‘‘ปาตุรโหสิ มคเธสุ ปุพฺเพ, ธมฺโม อสุทฺโธ สมเลหิ จินฺติโต;
อปาปุเรตํ อมตสฺส ทฺวารํ, สุณนฺตุ ธมฺมํ วิมเลนานุพุทฺธํ.
‘‘เสเล ยถา ปพฺพตมุทฺธนิฏฺฐิโต, ยถาปิ ปสฺเส ชนตํ สมนฺตโต;
ตถูปมํ ธมฺมมยํ สุเมธ, ปาสาทมารุยฺห สมนฺตจกฺขุ;
โสกาวติณฺณํ ชนตมเปตโสโก, อเวกฺขสฺสุ ชาติชราภิภูตํ.
‘‘อุฏฺเฐหิ วีร วิชิตสงฺคาม, สตฺถวาห อนณ วิจร โลเก;
เทสสฺสุ ภควา ธมฺมํ, อญฺญาตาโร ภวิสฺสนฺตี’’ติ. (ม. นิ. ๑.๒๘๒; สํ. นิ. ๑.๑๗๒; มหาว. ๘) –
‘‘นนุ ตุเมฺหหิ ‘พุทฺโธ โพเธยฺยํ ติณฺโณ ตาเรยฺยํ มุตฺโต โมเจยฺย’’’นฺติ –
‘‘กึ เม อญฺญาตเวเสน, ธมฺมํ สจฺฉิกเตนิธ;
สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิตฺวา, ตารยิสฺสํ สเทวก’’นฺติ. (พุ. วํ. ๒.๕๕) –
ปตฺถนํ กตฺวา ปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพญฺญุภาวํ ปตฺโตติ จ, ‘‘ตุเมฺหหิ ธมฺเม อเทสิยมาเน โก หิ นาม อญฺโญ ธมฺมํ เทเสสฺสติ, กิมญฺญํ โลกสฺส สรณํ ตาณํ เลณํ ปรายน’’นฺติ จ เอวมาทีหิ อเนเกหิ นเยหิ ภควนฺตํ ธมฺมเทสนตฺถํ อยาจิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘พุทฺธภูตสฺส ปน ภควโต อฏฺฐเม สตฺตาเห สตฺถา ธมฺมเทสนตฺถาย พฺรหฺมุนา อายาจิโต’’ติ.
อิทานิ ‘‘กทา กตฺถ จ เกนายํ, คาถา หิ สมุทีริตา’’ติ อิเมสํ ปญฺหานํ วิสฺสชฺชนาย โอกาโส อนุปฺปตฺโต. ตตฺถ กทา วุตฺตาติ? ปฐมมหาสงฺคีติกาเล วุตฺตา. ปฐมมหาสงฺคีติ นาเมสา สงฺคีติกฺขนฺเธ (จูฬว. ๔๓๗) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. กตฺถ เกน วุตฺตาติ? ภควติ กิร ปรินิพฺพุเต ราชคหนคเร เวภารปพฺพตปสฺเส สตฺตปณฺณิคุหาทฺวาเร วิชิตสพฺพสตฺตุนา อชาตสตฺตุนา มคธมหาราเชน ธมฺมสงฺคายนตฺถํ การิเต ปริปุณฺณจนฺทมณฺฑลสงฺกาเส ทฏฺฐพฺพสารมณฺเฑ มณฺฑเป ธมฺมาสนคเตนายสฺมตา อานนฺทตฺเถเรน ‘‘พฺรหฺมา จ โลกาธิปตี’’ติ อยํ คาถา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. อยเมตฺถ คาถาสมฺพนฺโธ.
เอตฺตาวตา –
‘‘กทายํ ธมฺมเทสนตฺถํ, อชฺฌิฏฺโฐ พฺรหฺมุนา ชิโน;
กทา กตฺถ จ เกนายํ, คาถา หิ สมุทีริตา’’ติ. –
อยมฺปิ คาถา วุตฺตตฺถา โหติ. เอวํ อิมินา สมฺพนฺเธน วุตฺตาย ปนสฺสา อนุตฺตานปทวณฺณนํ กริสฺสาม.
ตตฺถ พฺรหฺมาติ พฺรูหิโต เตหิ เตหิ คุณวิเสเสหีติ พฺรหฺมา. อยํ ปน พฺรหฺม-สทฺโท มหาพฺรหฺมพฺราหฺมณตถาคตมาตาปิตุเสฏฺฐาทีสุ ทิสฺสติ. ตถา หิ ‘‘ทฺวิสหสฺโส พฺรหฺมา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๑๖๖) มหาพฺรหฺมาติ อธิปฺเปโต.
‘‘ตโมนุโท พุทฺโธ สมนฺตจกฺขุ, โลกนฺตคู สพฺพภวาติวตฺโต;
อนาสโว สพฺพทุกฺขปฺปหีโน, สจฺจวฺหโย พฺรเหฺม อุปาสิโต เม’’ติ. (สุ. นิ. ๑๑๓๙) –
เอตฺถ พฺราหฺมโณ. ‘‘พฺรหฺมาติ โข, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ เอตฺถ ตถาคโต. ‘‘พฺรหฺมาติ มาตาปิตโร ปุพฺพาจริยาติ วุจฺจเร’’ติ (อ. นิ. ๓.๓๑; ๔.๖๓; อิติวุ. ๑๐๖; ชา. ๒.๒๐.๑๘๑) เอตฺถ มาตาปิตโร. ‘‘พฺรหฺมจกฺกํ ปวตฺเตตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๔๘; สํ. นิ. ๒.๒๑; อ. นิ. ๔.๘; ๕.๑๑; ปฏิ. ม. ๒.๔๔) เอตฺถ เสฏฺโฐ อธิปฺเปโต. อิธ ปน ปฐมชฺฌานํ ปณีตํ ภาเวตฺวา ปฐมชฺฌานภูมิยํ นิพฺพตฺโต กปฺปายุโก มหาพฺรหฺมา อธิปฺเปโต (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓). จ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ, พฺรหฺมา จ อญฺเญ จ ทสสุ จกฺกวาฬสหสฺเสสุ พฺรหฺมาโน จาติ อตฺโถ, ปทปูรณมตฺโต วา. โลกาธิปตีติ เอตฺถ โลโกติ สงฺขารโลโก สตฺตโลโก โอกาสโลโกติ ตโย โลกา. เตสุ อิธ สตฺตโลโก อธิปฺเปโต. ตสฺส อิสฺสโร อธิปตีติ โลกาธิปติ, โลเกกเทสสฺสาปิ อธิปติ โลกาธิปตีติ วุจฺจติ เทวาธิปติ นราธิปติ วิย.
สหมฺปตีติ โส กิร กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน สหโก นาม เถโร ปฐมชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา อปริหีนชฺฌาโน ชีวิตปริโยสาเน ปฐมชฺฌานภูมิยํ กปฺปายุกมหาพฺรหฺมา หุตฺวา นิพฺพตฺโต, ตตฺร ปน นํ ‘‘สหมฺปติ พฺรหฺมา’’ติ สญฺชานนฺติ. ‘‘สหกปตี’’ติ วตฺตพฺเพ อนุสฺสราคมํ กตฺวา รุฬฺหีวเสน ‘‘สหมฺปตี’’ติ วทนฺติ. กตญฺชลีติ กตญฺชลิโก, อญฺชลิปุฏํ สิรสิ กตฺวาติ อตฺโถ. อนธิวรนฺติ อจฺจนฺตวโร อธิวโร นาสฺส อตฺถีติ อนธิวโร, น ตโต อธิโก วโร อตฺถีติ วา อนธิวโร, อนุตฺตโรติ อตฺโถ, ตํ อนธิวรํ. อยาจถาติ อยาจิตฺถ อชฺเฌสิ.
อิทานิ ยสฺสตฺถาย โส ภควนฺตํ อยาจิ, ตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สนฺตีธ สตฺตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สนฺตีติ สํวิชฺชนฺติ อุปลพฺภนฺติ, พุทฺธจกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺตา อตฺถีติ อตฺโถ. อิธาติ อยํ เทสาปเทเส นิปาโต. สฺวายํ กตฺถจิ สาสนํ อุปาทาย วุจฺจติ. ยถาห – ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ, อิธ ทุติโย สมโณ, อิธ ตติโย สมโณ, อิธ จตุตฺโถ สมโณ, สุญฺญา ปรปฺปวาทา สมเณภิ อญฺเญหี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๓๙; ที. นิ. ๒.๒๑๔; อ. นิ. ๔.๒๔๑). กตฺถจิ โอกาสํ, ยถาห –
‘‘อิเธว ติฏฺฐมานสฺส, เทวภูตสฺส เม สโต;
ปุนรายุ จ เม ลทฺโธ, เอวํ ชานาหิ มาริสา’’ติ. (ที. นิ. ๒.๓๖๙) –
กตฺถจิ ปทปูรณมตฺตเมว โหติ. ยถาห – ‘‘อิธาหํ, ภิกฺขเว, ภุตฺตาวี อสฺสํ ปวาริโต’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๐). กตฺถจิ โลกํ อุปาทาย, ยถาห – ‘‘อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชติ พหุชนหิตาย พหุชนสุขายา’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๗๐). อิธาปิ โลกเมว อุปาทาย วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. ตสฺมา อิมสฺมึ สตฺตโลเกติ อตฺโถ. สตฺตาติ รูปาทีสุ ขนฺเธสุ ฉนฺทราเคน สตฺตา วิสตฺตา อาสตฺตา ลคฺคา ลคิตาติ สตฺตา, สตฺตาติ ปาณิโน วุจฺจนฺติ. รุฬฺหีสทฺเทน ปน วีตราเคสุปิ อยํ โวหาโร วตฺตติเยว.
อปฺปรชกฺขชาติกาติ ปญฺญามเย อกฺขิมฺหิ อปฺปํ ปริตฺตํ ราคโทสโมหรชํ เอเตสํ เอวํสภาวา จ เตติ อปฺปรชกฺขชาติกา, อปฺปํ ราคาทิรชเมว วา เยสํ เต อปฺปรชกฺขา, เต อปฺปรชกฺขสภาวา อปฺปรชกฺขชาติกาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เตสํ อปฺปรชกฺขชาติกานํ. ‘‘สตฺตาน’’นฺติ วิภตฺติวิปริณามํ กตฺวา – ‘‘เทเสหิ ธมฺม’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺธํ กตฺวา อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เทเสหีติ อายาจนวจนเมตํ, เทเสหิ กเถหิ อุปทิสาติ อตฺโถ. ธมฺมนฺติ เอตฺถ อยํ ธมฺม-สทฺโท ปริยตฺติสมาธิปญฺญาปกติสภาวสุญฺญตาปุญฺญอาปตฺติเญยฺยจตุสจฺจธมฺมาทีสุ ทิสฺสติ. ตถา หิ – ‘‘อิธ ภิกฺขุ ธมฺมํ ปริยาปุณาติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ…เป… เวทลฺล’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๓๙; อ. นิ. ๔.๑๐๒) ปริยตฺติยํ ทิสฺสติ. ‘‘เอวํธมฺมา เต ภควนฺโต อเหสุ’’นฺติอาทีสุ สมาธิมฺหิ.
‘‘ยสฺเสเต จตุโร ธมฺมา, วานรินฺท ยถา ตว;
สจฺจํ ธมฺโม ธิติ จาโค, ทิฏฺฐํ โส อติวตฺตตี’’ติ. –
อาทีสุ (ชา. ๑.๒.๑๔๗) ปญฺญาย. ‘‘ชาติธมฺมา ชราธมฺมา, อโถ มรณธมฺมิโน’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๓.๓๙) ปกติยํ. ‘‘กุสลา ธมฺมา, อกุสลา ธมฺมา, อพฺยากตา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ติกมาติกา) สภาเว. ‘‘ตสฺมึ โข ปน สมเย ธมฺมา โหนฺติ ขนฺธา โหนฺตี’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๒๑) สุญฺญตายํ. ‘‘ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาตี’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๑๘๔; เถรคา. ๓๐๓; ชา. ๑.๑๐.๑๐๒; ๑.๑๕.๓๘๕) ปุญฺเญ. ‘‘เทฺว อนิยตา ธมฺมา’’ติอาทีสุ อาปตฺติยํ. ‘‘สพฺเพ ธมฺมา สพฺพากาเรน พุทฺธสฺส ภควโต ญาณมุเข อาปาถํ อาคจฺฉนฺตี’’ติอาทีสุ (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘๕) เญยฺเย. ‘‘ทิฏฺฐธมฺโม ปตฺตธมฺโม วิทิตธมฺโม’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๙๙; มหาว. ๒๗, ๕๗) จตุสจฺจธมฺเม. อิธาปิ จตุสจฺจธมฺเม ทฏฺฐพฺโพ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.สุตฺตนิกฺเขปวณฺณนา; ธ. ส. อฏฺฐ. จิตฺตุปฺปาทกณฺฑ ๑). อนุกมฺปาติ อนุกมฺปํ อนุทฺทยํ กโรหิ. อิมนฺติ ปชํ นิทฺทิสนฺโต อาห. ปชนฺติ ปชาตตฺตา ปชา, ตํ ปชํ, สตฺตนิกายํ สํสารทุกฺขโต โมเจหีติ อธิปฺปาโย. เกจิ ปน –
‘‘ภควาติ โลกาธิปตี นรุตฺตโม,
กตญฺชลี พฺรหฺมคเณหิ ยาจิโต’’ติ. –
ปฐนฺติ. เอตฺตาวตา สพฺพโส อยํ คาถา วุตฺตตฺถา โหติ.
อถ ภควโต ตํ พฺรหฺมุโน สหมฺปติสฺส อายาจนวจนํ สุตฺวา อปริมิตสมยสมุทิตกรุณาพลสฺส ทสพลสฺส ปรหิตกรณนิปุณมติจารสฺส สพฺพสตฺเตสุ โอกาสกรณมตฺเตน มหากรุณา อุทปาทิ. ตํ ปน ภควโต กรุณุปฺปตฺตึ ทสฺเสนฺเตหิ สงฺคีติกาเล สงฺคีติการเกหิ –
๒. ‘‘สมฺปนฺนวิชฺชาจรณสฺส ตาทิโน, ชุตินฺธรสฺสนฺติมเทหธาริโน;
ตถาคตสฺสปฺปฏิปุคฺคลสฺส, อุปฺปชฺชิ การุญฺญตา สพฺพสตฺเต’’ติ. –
อยํ คาถา ฐปิตา.
ตตฺถ สมฺปนฺนวิชฺชาจรณสฺสาติ สมฺปนฺนํ นาม ติวิธํ ปริปุณฺณสมงฺคิมธุรวเสน. ตตฺถ –
‘‘สมฺปนฺนํ สาลิเกทารํ, สุวา ภุญฺชนฺติ โกสิย;
ปฏิเวเทมิ เต พฺรเหฺม, น นํ วาเรตุมุสฺสเห’’ติ. (ชา. ๑.๑๔.๑) –
อิทํ ปริปุณฺณสมฺปนฺนํ นาม. ‘‘อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต อุปคโต สมุปคโต สมฺปนฺโน สมนฺนาคโต’’ติ (วิภ. ๕๑๑) อิทํ สมงฺคิสมฺปนฺนํ นาม. ‘‘อิมิสฺสา, ภนฺเต, มหาปถวิยา เหฏฺฐิมตลํ สมฺปนฺนํ, เสยฺยถาปิ ขุทฺทมธุํ อนีลกํ, เอวมสฺสาท’’นฺติ (ปารา. ๑๘) อิทํ มธุรสมฺปนฺนํ นาม. อิธ ปริปุณฺณสมฺปนฺนมฺปิ สมงฺคิสมฺปนฺนมฺปิ ยุชฺชติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๔). วิชฺชาติ ปฏิปกฺขธมฺเม วิชฺฌนฏฺเฐน วิทิตกรณฏฺเฐน วินฺทิตพฺพฏฺเฐน จ วิชฺชา. ตา ปน ติสฺโสปิ วิชฺชา อฏฺฐปิ วิชฺชา. ติสฺโส วิชฺชา ภยเภรวสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๕๐ อาทโย) อาคตนเยเนว เวทิตพฺพา, อฏฺฐ อมฺพฏฺฐสุตฺเต (ที. นิ. ๑.๒๗๘ อาทโย). ตตฺร หิ วิปสฺสนาญาเณน มโนมยิทฺธิยา จ สห ฉ อภิญฺญา ปริคฺคเหตฺวา อฏฺฐ วิชฺชา วุตฺตา. จรณนฺติ สีลสํวโร อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา โภชเน มตฺตญฺญุตา ชาคริยานุโยโค สทฺธา หิรี โอตฺตปฺปํ พาหุสจฺจํ อารทฺธวีริยตา อุปฏฺฐิตสฺสติตา ปญฺญาสมฺปนฺนตา จตฺตาริ รูปาวจรชฺฌานานีติ อิเม ปนฺนรส ธมฺมา เวทิตพฺพา. อิเมเยว หิ ปนฺนรส ธมฺมา ยสฺมา เอเตหิ จรติ อริยสาวโก คจฺฉติ อมตํ ทิสํ, ตสฺมา ‘‘จรณ’’นฺติ วุตฺตา. ยถาห – ‘‘อิธ, มหานาม, อริยสาวโก สีลวา โหตี’’ติ (ม. นิ. ๒.๒๔) สพฺพํ มชฺฌิมปณฺณาสเก วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. วิชฺชา จ จรณญฺจ วิชฺชาจรณานิ, สมฺปนฺนานิ ปริปุณฺณานิ วิชฺชาจรณานิ ยสฺส โสยํ สมฺปนฺนวิชฺชาจรโณ, วิชฺชาจรเณหิ สมฺปนฺโน สมงฺคีภูโต, สมนฺนาคโตติ วา สมฺปนฺนวิชฺชาจรโณ. อุภยถาปิ อตฺโถ ยุชฺชเตว, ตสฺส สมฺปนฺนวิชฺชาจรณสฺส (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑ เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา).
ตาทิโนติ ‘‘อิฏฺเฐปิ ตาที อนิฏฺเฐปิ ตาที’’ติอาทินา นเยน มหานิทฺเทเส (มหานิ. ๓๘, ๑๙๒) อาคตตาทิลกฺขเณน ตาทิโน, อิฏฺฐานิฏฺฐาทีสุ อวิการสฺส ตาทิสสฺสาติ อตฺโถ. ชุตินฺธรสฺสาติ ชุติมโต, ยุคนฺธเร สรทสมเย สมุทิตทิวสกราติเรกตรสสฺสิริกสรีรชุติวิสรธรสฺสาติ อตฺโถ. ‘‘ปญฺญาปชฺโชตธรสฺสา’’ติ วา วตฺตุํ วฏฺฏติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘จตฺตาโร โลเก ปชฺโชตา, ปญฺจเมตฺถ น วิชฺชติ;
ทิวา ตปติ อาทิจฺโจ, รตฺติมาภาติ จนฺทิมา.
‘‘อถ อคฺคิ ทิวารตฺตึ, ตตฺถ ตตฺถ ปภาสติ;
สมฺพุทฺโธ ตปตํ เสฏฺโฐ, เอสา อาภา อนุตฺตรา’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๒๖, ๘๕);
ตสฺมา อุภยถาปิ สรีรปญฺญาชุติวิสรธรสฺสาติ อตฺโถ. อนฺติมเทหธาริโนติ สพฺพปจฺฉิมสรีรธาริโน, อปุนพฺภวสฺสาติ อตฺโถ.
ตถาคตสฺสาติ เอตฺถ อฏฺฐหิ การเณหิ ภควา ‘‘ตถาคโต’’ติ วุจฺจติ. กตเมหิ อฏฺฐหิ? ตถา อาคโตติ ตถาคโต, ตถา คโตติ ตถาคโต, ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต, ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต, ตถทสฺสิตาย ตถาคโต, ตถวาทิตาย ตถาคโต, ตถาการิตาย ตถาคโต, อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโตติ.
กถํ ภควา ตถา อาคโตติ ตถาคโต? ยถา เยน อภินีหาเรน ทานปารมึ ปูเรตฺวา สีลเนกฺขมฺมปญฺญาวีริยขนฺติสจฺจอธิฏฺฐานเมตฺตุเปกฺขาปารมึ ปูเรตฺวา อิมา ทส ปารมิโย ทส อุปปารมิโย ทส ปรมตฺถปารมิโยติ สมตฺตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา องฺคปริจฺจาคํ ชีวิตปริจฺจาคํ ธนรชฺชปุตฺตทารปริจฺจาคนฺติ อิเม ปญฺจ มหาปริจฺจาเค ปริจฺจชิตฺวา ยถา วิปสฺสิอาทโย สมฺมาสมฺพุทฺธา อาคตา, ตถา อมฺหากมฺปิ ภควา อาคโตติ ตถาคโต. ยถาห –
‘‘ยเถว โลกมฺหิ วิปสฺสิอาทโย, สพฺพญฺญุภาวํ มุนโย อิธาคตา;
ตถา อยํ สกฺยมุนีปิ อาคโต, ตถาคโต วุจฺจติ เตน จกฺขุมา’’ติ.
กถํ ตถา คโตติ ตถาคโต? ยถา สมฺปติชาตา วิปสฺสิอาทโย สเมหิ ปาเทหิ ปถวิยํ ปติฏฺฐาย อุตฺตราภิมุขา สตฺตปทวีติหาเรน คตา, ตถา อมฺหากมฺปิ ภควา คโตติ ตถาคโต. ยถาห –
‘‘มุหุตฺตชาโตว ควมฺปตี ยถา, สเมหิ ปาเทหิ ผุสี วสุนฺธรํ;
โส วิกฺกมี สตฺตปทานิ โคตโม, เสตญฺจ ฉตฺตํ อนุธารยุํ มรู.
‘‘คนฺตฺวาน โส สตฺตปทานิ โคตโม, ทิสา วิโลเกสิ สมา สมนฺตโต;
อฏฺฐงฺคุเปตํ คิรมพฺภุทีรยี, สีโห ยถา ปพฺพตมุทฺธนิฏฺฐิโต’’ติ.
กถํ ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต? สพฺเพสํ รูปารูปธมฺมานํ สลกฺขณํ สามญฺญลกฺขณญฺจ ตถํ อวิตถํ ญาณคติยา อาคโต อวิรชฺฌิตฺวา ปตฺโต อนุพุทฺโธติ ตถาคโต.
‘‘สพฺเพสํ ปน ธมฺมานํ, สกสามญฺญลกฺขณํ;
ตถเมวาคโต ยสฺมา, ตสฺมา สตฺถา ตถาคโต’’ติ.
กถํ ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต? ตถธมฺมา นาม จตฺตาริ อริยสจฺจานิ. ยถาห – ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. กตมานิ จตฺตาริ? ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ, ภิกฺขเว, ตถเมตํ อวิตถเมตํ อนญฺญถเมต’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๙๐) วิตฺถาโร. ตานิ จ ภควา อภิสมฺพุทฺโธ, ตสฺมา ตถานํ อภิสมฺพุทฺธตฺตา ‘‘ตถาคโต’’ติ วุจฺจติ. อภิสมฺพุทฺธตฺโถ หิ เอตฺถ คตสทฺโท.
‘‘ตถนามานิ สจฺจานิ, อภิสมฺพุชฺฌิ นายโก;
ตสฺมา ตถานํ สจฺจานํ, สมฺพุทฺธตฺตา ตถาคโต’’.
กถํ ตถทสฺสิตาย ตถาคโต? ภควา หิ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อปริมาณานํ สตฺตานํ จกฺขุโสตฆาณชิวฺหากายมโนทฺวาเรสุ อาปาถํ อาคจฺฉนฺตํ รูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพธมฺมารมฺมณํ ตถาคโต สพฺพาการโต ชานาติ ปสฺสตีติ, เอวํ ตถทสฺสิตาย ตถาคโต. อถ วา ยํ โลเก ตถํ, ตํ โลกสฺส ตเถว ทสฺเสติ. ตโตปิ ภควา ตถาคโต. เอตฺถ ตถทสฺสิอตฺเถ ‘‘ตถาคโต’’ติ ปทสมฺภโว เวทิตพฺโพ.
‘‘ตถากาเรน โย ธมฺเม, ชานาติ อนุปสฺสติ;
ตถทสฺสีติ สมฺพุทฺโธ, ตสฺมา วุตฺโต ตถาคโต’’.
กถํ ตถวาทิตาย ตถาคโต? ยญฺจ อภิสมฺโพธิยา ปรินิพฺพานสฺส จ อนฺตเร ปญฺจจตฺตาลีสวสฺสปริมาณกาเล สุตฺตาทินวงฺคสงฺคหิตํ ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตน, สพฺพํ ตํ เอกตุลาย ตุลิตํ วิย ตถเมว อวิตถเมว โหติ. เตเนวาห –
‘‘ยญฺจ, จุนฺท, รตฺตึ ตถาคโต อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌติ, ยญฺจ รตฺตึ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายติ, ยํ เอตสฺมึ อนฺตเร ภาสติ ลปติ นิทฺทิสติ, สพฺพํ ตํ ตเถว โหติ, โน อญฺญถา. ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ.
เอตฺถ ปน คทอตฺโถ หิ คตสทฺโท. เอวํ ตถวาทิตาย ตถาคโต. อาคทนํ อาคโท, วจนนฺติ อตฺโถ. ตโถ อวิปรีโต อาคโท อสฺสาติ ตถาคโต. ท-การสฺส ต-การํ กตฺวา วุตฺโต.
‘‘ตถาวาที ชิโน ยสฺมา, ตถธมฺมปฺปกาสโก;
ตถามาคทนญฺจสฺส, ตสฺมา พุทฺโธ ตถาคโต’’.
กถํ ตถาการิตาย ตถาคโต? ภควา หิ ยํ ยํ วาจํ อภาสิ, ตํ ตํ เอว กาเยน กโรติ, วาจาย กาโย อนุโลเมติ, กายสฺสปิ วาจา. เตเนวาห –
‘‘ยถา วาที, ภิกฺขเว, ตถาคโต ตถา การี, ยถา การี ตถา วาที…เป… ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๓; จูฬนิ. โปสาลมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘๓).
ยถา จ วาจา คตา, กาโยปิ ตถา คโต, ยถา กาโย คโต, วาจาปิ ตถา คตา. เอวํ ตถาการิตาย ตถาคโต.
‘‘ยถา วาจา คตา ตสฺส, ตถา กาโย คโต ยโต;