๒. วกฺกลิตฺเถรอปทานวณฺณนา
ทุติยาปทาเน อิโต สตสหสฺสมฺหีติอาทิกํ อายสฺมโต วกฺกลิตฺเถรสฺส อปทานํ. อยมฺปิ เถโร ปุริมชินวเรสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยานิ ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺโต วิญฺญุตํ ปตฺโต สตฺถุ สนฺติกํ คจฺฉนฺเตหิ อุปาสเกหิ สทฺธึ วิหารํ คนฺตฺวา ปริสปริยนฺเต ฐิโต ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารา เอกํ ภิกฺขุํ สทฺธาธิมุตฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐปิตํ ทิสฺวา สยมฺปิ ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถนฺโต สตฺตาหํ พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ทตฺวา ปณิธานํ อกาสิ. สตฺถา ตสฺส อนนฺตรายํ ทิสฺวา พฺยากริ.
โส ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อมฺหากํ ภควโต กาเล สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ, ตสฺส วกฺกลีติ นามํ กรึสุ. ตตฺถ กลีติ อปราธติลกาฬกาทิโทสสฺส อธิวจนํ. นิทฺธนฺตสุวณฺณปิณฺฑสทิสตาย อปคโต พฺยปคโต กลิ โทโส อสฺสาติ ว-การาคมํ กตฺวา วกฺกลีติ วุจฺจติ. โส วุทฺธิปฺปตฺโต ตโย เวเท อุคฺคณฺหิตฺวา พฺราหฺมณสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ คโต, สตฺถารํ ทิสฺวา รูปกายสมฺปตฺติทสฺสเนน อติตฺโต สตฺถารา สทฺธึเยว วิจรติ. ‘‘อคารมชฺเฌ วสนฺโต นิจฺจกาลํ สตฺถุ ทสฺสนํ น ลภิสฺสามี’’ติ สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ฐเปตฺวา โภชนกาลํ สรีรกิจฺจกาลญฺจ เสสกาเล ยตฺถ ฐิเตน สกฺกา ทสพลํ ปสฺสิตุํ, ตตฺถ ฐิโต อญฺญํ กิจฺจํ ปหาย ภควนฺตํ โอโลเกนฺโตเยว วิหรติ. สตฺถา ตสฺส ญาณปริปากํ อาคเมนฺโต พหุกาลํ ตสฺมึ รูปทสฺสเนเนว วิจรนฺเต กิญฺจิ อวตฺวา ปุเนกทิวสํ – ‘‘กึ เต, วกฺกลิ, อิมินา ปูติกาเยน ทิฏฺเฐน? โย โข, วกฺกลิ, ธมฺมํ ปสฺสติ, โส มํ ปสฺสติ; โย มํ ปสฺสติ, โส ธมฺมํ ปสฺสติ. ธมฺมญฺหิ, วกฺกลิ, ปสฺสนฺโต มํ ปสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๘๗) อาห. สตฺถริ เอวํ วทนฺเตปิ เถโร สตฺถุ ทสฺสนํ ปหาย อญฺญตฺถ คนฺตุํ น สกฺโกติ. ตโต สตฺถา, ‘‘นายํ ภิกฺขุ สํเวคํ อลภิตฺวา พุชฺฌิสฺสตี’’ติ วสฺสูปนายิกทิวเส – ‘‘อเปหิ, วกฺกลี’’ติ เถรํ ปณาเมสิ. โส สตฺถารา ปณามิโต สตฺถุ สมฺมุเข ฐาตุํ อสกฺโกนฺโต – ‘‘กึ มยฺหํ ชีวิเตน, โยหํ สตฺถารํ ทฏฺฐุํ น ลภามี’’ติ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต ปปาตฏฺฐานํ อภิรุหิ? สตฺถา ตสฺส ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา – ‘‘อยํ ภิกฺขุ มม สนฺติกา อสฺสาสํ อลภนฺโต มคฺคผลานํ อุปนิสฺสยํ นาเสยฺยา’’ติ อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา โอภาสํ วิสฺสชฺเชนฺโต –
‘‘ปาโมชฺชพหุโล ภิกฺขุ, ปสนฺโน พุทฺธสาสเน;
อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตํ, สงฺขารูปสมํ สุข’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๘๑) –
คาถํ วตฺวา ‘‘เอหิ, วกฺกลี’’ติ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๒.๓๘๑) หตฺถํ ปสาเรสิ. เถโร ‘‘ทสพโล เม ทิฏฺโฐ, ‘เอหี’ติ อวฺหายนมฺปิ ลทฺธ’’นฺติ พลวปีติโสมนสฺสํ อุปฺปาเทตฺวา ‘‘กุโต คจฺฉามี’’ติ อตฺตโน คมนภาวํ อชานิตฺวาว สตฺถุ สมฺมุเข อากาเส ปกฺขนฺทิตฺวา ปฐเมน ปาเทน ปพฺพเต ฐิโตเยว สตฺถารา วุตฺตคาถาโย อาวชฺเชนฺโต อากาเสเยว ปีตึ วิกฺขมฺเภตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณีติ องฺคุตฺตรฏฺฐกถายํ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๐๘) ธมฺมปทวณฺณนายญฺจ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๒.๓๘๑ วกฺกลิตฺเถรวตฺถุ) อาคตํ.
อิธ ปน เอวํ เวทิตพฺพํ – ‘‘กึ เต, วกฺกลี’’ติอาทินา สตฺถารา โอวทิโต คิชฺฌกูเฏ วิหรนฺโต วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปสิ, ตสฺส สทฺธาย พลวภาวโต เอว วิปสฺสนา วีถึ น โอตรติ? ภควา ตํ ญตฺวา กมฺมฏฺฐานํ โสเธตฺวา อทาสิ. โส ปุน วิปสฺสนํ มตฺถกํ ปาเปตุํ นาสกฺขิเยว. อถสฺส อาหารเวกลฺเลน วาตาพาโธ อุปฺปชฺชิ, ตํ วาตาพาเธน ปีฬิยมานํ ญตฺวา ภควา ตตฺถ คนฺตฺวา ปุจฺฉนฺโต –
‘‘วาตโรคาภินีโต ตฺวํ, วิหรํ กานเน วเน;
ปวิทฺธโคจเร ลูเข, กถํ ภิกฺขุ กริสฺสสี’’ติ. (เถรคา. ๓๕๐) –
อาห. ตํ สุตฺวา เถโร –
‘‘ปีติสุเขน วิปุเลน, ผรมาโน สมุสฺสยํ;
ลูขมฺปิ อภิสมฺโภนฺโต, วิหริสฺสามิ กานเน.
‘‘ภาเวนฺโต สติปฏฺฐาเน, อินฺทฺริยานิ พลานิ จ;
โพชฺฌงฺคานิ จ ภาเวนฺโต, วิหริสฺสามิ กานเน.
‘‘อารทฺธวีริเย ปหิตตฺเต, นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกเม;
สมคฺเค สหิเต ทิสฺวา, วิหริสฺสามิ กานเน.
‘‘อนุสฺสรนฺโต สมฺพุทฺธํ, อคฺคํ ทนฺตํ สมาหิตํ;
อตนฺทิโต รตฺตินฺทิวํ, วิหริสฺสามิ กานเน’’ติ. (เถรคา. ๓๕๑-๓๕๔) –
จตสฺโส คาถาโย อภาสิ. ตาสํ อตฺโถ เถรคาถาวณฺณนายํ (เถรคา. อฏฺฐ. ๒.๓๕๑-๓๕๔) วุตฺโตเยว. เอวํ เถโร วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ.
๒๘. โส อรหตฺตํ ปตฺวา อตฺตโน ปุพฺพกมฺมํ สริตฺวา โสมนสฺสชาโต ปุพฺพจริตาปทานํ ปกาเสนฺโต อิโต สตสหสฺสมฺหีติอาทิมาห. ตตฺถ อิโตติ กกุสนฺธาทีนํ อุปฺปนฺนภทฺทกปฺปโต เหฏฺฐา กปฺปสตสหสฺสมตฺถเกติ อตฺโถ.
๒๙. ปทุมาการวทโนติ สุปุปฺผิตปทุมสสฺสิรีกมุโข. ปทุมปตฺตกฺโขติ เสตปทุมปุปฺผปณฺณสทิสอกฺขีติ อตฺโถ.
๓๐. ปทุมุตฺตรคนฺโธวาติ ปทุมคนฺธมุโขติ อตฺโถ.
๓๑. อนฺธานํ นยนูปโมติ จกฺขุวิรหิตานํ สตฺตานํ นยนสทิโส, ธมฺมเทสนาย สพฺพสตฺตานํ ปญฺญาจกฺขาทิจกฺขุทายโกติ อตฺโถ. สนฺตเวโสติ สนฺตสภาโว สนฺตอิริยาปโถ. คุณนิธีติ คุณานํ นิธิ, สพฺพคุณคณานํ นิธานฏฺฐานภูโตติ อตฺโถ. กรุณามติอากโรติ สาธูนํ จิตฺตกมฺปนสงฺขาตาย กรุณาย จ อตฺถานตฺถมินนปริจฺฉินฺนมติยา จ อากโร อาธารภูโต.
๓๒. พฺรหฺมาสุรสุรจฺจิโตติ พฺรเหฺมหิ จ อสุเรหิ จ เทเวหิ จ อจฺจิโต ปูชิโตติ อตฺโถ.
๓๓. มธุเรน รุเตน จาติ กรวีกรุตมธุเรน สทฺเทน สกลํ ชนํ รญฺชยนฺตีติ สมฺพนฺโธ. สนฺถวี สาวกํ สกนฺติ อตฺตโน สาวกํ มธุรธมฺมเทสนาย สนฺถวี, ถุตึ อกาสีติ อตฺโถ.
๓๔. สทฺธาธิมุตฺโตติ สทฺทหนสทฺธาย สาสเน อธิมุตฺโต ปติฏฺฐิโตติ อตฺโถ. มม ทสฺสนลาลโสติ มยฺหํ ทสฺสเน พฺยาวโฏ ตปฺปโร.
๓๕. ตํ ฐานมภิโรจยินฺติ ตํ สทฺธาธิมุตฺตฏฺฐานนฺตรํ อภิโรจยึ, อิจฺฉึ ปตฺเถสินฺติ อตฺโถ.
๔๐. ปีตมฏฺฐนิวาสนนฺติ สิลิฏฺฐสุวณฺณวณฺณวตฺเถ นิวตฺถนฺติ อตฺโถ. เหมยญฺโญปจิตงฺคนฺติ สุวณฺณปามงฺคลคฺคิตคตฺตนฺติ อตฺโถ.
๔๗-๔๘. โนนีตสุขุมาลํ มนฺติ นวนีตมิว มุทุตลุณหตฺถปาทํ. ชาตปลฺลวโกมลนฺติ อโสกปลฺลวปตฺตโกมลมิว มุทุกนฺติ อตฺโถ. ปิสาจีภยตชฺชิตาติ ตทา เอวํภูตํ กุมารํ มํ อญฺญา ปิสาจี เอกา รกฺขสี ภเยน ตชฺเชสิ ภึสาเปสีติ อตฺโถ. ตทา มเหสิสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาทมูเล มํ สาเยสุํ นิปชฺชาเปสุํ. ทีนมานสา ภีตจิตฺตา มม มาตาปิตโร อิมํ ทารกํ เต ททาม, อิมสฺส สรณํ ปติฏฺฐา โหตุ นาถ นายกาติ สมฺพนฺโธ.
๔๙. ตทา ปฏิคฺคหิ โส มนฺติ โส ภควา ตทา ตสฺมึ มม มาตุยา ทินฺนกาเล ชาลินา ชาลยุตฺเตน สงฺขาลเกน จกฺกลกฺขณาทีหิ ลกฺขิเตน มุทุโกมลปาณินา มุทุเกน วิสุทฺเธน หตฺถตเลน มํ อคฺคเหสีติ อตฺโถ.
๕๒. สพฺพปารมิสมฺภูตนฺติ สพฺเพหิ ทานปารมิตาทีหิ สมฺภูตํ ชาตํ. นีลกฺขินยนํ วรํ ปุญฺญสมฺภารชํ อุตฺตมนีลอกฺขิวนฺตํ. สพฺพสุภากิณฺณํ สพฺเพน สุเภน วณฺเณน สณฺฐาเนน อากิณฺณํ คหนีภูตํ รูปํ ภควโต หตฺถปาทสีสาทิรูปํ ทิสฺวาติ อตฺโถ, ติตฺตึ อปตฺโต วิหรามิ อหนฺติ สมฺพนฺโธ.
๖๑. ตทา มํ จรณนฺตโคติ ตสฺมึ มยฺหํ อรหตฺตํ ปตฺตกาเล สีลาทิปนฺนรสนฺนํ จรณธมฺมานํ อนฺตโค, ปริโยสานปฺปตฺโต ปริปูรการีติ อตฺโถ. ‘‘มรณนฺตโค’’ติปิ ปาโฐ. ตสฺส มรณสฺส อนฺตํ นิพฺพานํ ปตฺโตติ อตฺโถ. สทฺธาธิมุตฺตานํ อคฺคํ ปญฺญเปสีติ สมฺพนฺโธ. อถ สตฺถา ภิกฺขุสงฺฆมชฺเฌ นิสินฺโน ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ สทฺธาธิมุตฺตานํ ยทิทํ, วกฺกลี’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๙๘, ๒๐๘) มํ เอตทคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ วุตฺตํ โหติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมวาติ.
วกฺกลิตฺเถรอปทานวณฺณนา สมตฺตา.