๓. มหากปฺปินตฺเถรอปทานวณฺณนา
ปทุมุตฺตโร นาม ชิโนติอาทิกํ อายสฺมโต กปฺปินตฺเถรสฺส อปทานํ. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยานิ ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺโต วิญฺญุตํ ปตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมเทสนํ สุณนฺโต สตฺถารา เอกํ ภิกฺขุํ โอวาทกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐปิตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ.
โส ตตฺถ ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต พาราณสิโต อวิทูเร เอกสฺมึ เปสการคาเม เชฏฺฐเปสการเคเห นิพฺพตฺโต ตทา สหสฺสมตฺตา ปจฺเจกพุทฺธา หิมวนฺเต อฏฺฐ มาเส วสิตฺวา วสฺสิเก จตฺตาโร มาเส ชนปเท วสนฺติ. เต เอกวารํ พาราณสิยา อวิทูเร โอตริตฺวา ‘‘เสนาสนํ กรณตฺถาย หตฺถกมฺมํ ยาจถา’’ติ รญฺโญ สนฺติกํ อฏฺฐ ปจฺเจกพุทฺเธ ปหิณึสุ. ตทา ปน รญฺโญ วปฺปมงฺคลํ อโหสิ. โส ‘‘ปจฺเจกพุทฺธา กิร อาคตา’’ติ สุตฺวา นิกฺขมิตฺวา อาคตการณํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อชฺช, ภนฺเต, โอกาโส นตฺถิ เสฺว อมฺหากํ วปฺปมงฺคลํ, ตติยทิวเส กริสฺสามา’’ติ วตฺวา ปจฺเจกพุทฺเธ อนิมนฺเตตฺวาว ปาวิสิ. ปจฺเจกพุทฺธา ‘‘อญฺญํ คามํ ปวิสิสฺสามา’’ติ ปกฺกมึสุ.
ตสฺมึ สมเย เชฏฺฐเปสการสฺส ภริยา เกนจิเทว กรณีเยน พาราณสึ คจฺฉนฺตี เต ปจฺเจกพุทฺเธ ทิสฺวา วนฺทิตฺวา, ‘‘กึ, ภนฺเต, อเวลาย อยฺยา อาคตา’’ติ ปุจฺฉิ. เต อาทิโต ปฏฺฐาย กเถสุํ. ตํ สุตฺวา สทฺธาสมฺปนฺนา พุทฺธิสมฺปนฺนา อิตฺถี ‘‘เสฺว, ภนฺเต, อมฺหากํ ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ นิมนฺเตสิ. ‘‘พหุกา มยํ, ภคินี’’ติ. ‘‘กิตฺตกา, ภนฺเต’’ติ? ‘‘สหสฺสมตฺตา, ภคินี’’ติ. ‘‘ภนฺเต, อิมสฺมึ โน คาเม สหสฺสมตฺตา วสิมฺหา, เอเกโก เอเกกสฺส ภิกฺขํ ทสฺสติ, ภิกฺขํ อธิวาเสถ, อหเมว โว วสนฏฺฐานํ การาเปสฺสามี’’ติ อาห. ปจฺเจกพุทฺธา อธิวาเสสุํ.
สา คามํ ปวิสิตฺวา อุคฺโฆเสสิ – ‘‘อมฺมตาตา, อหํ สหสฺสมตฺเต ปจฺเจกพุทฺเธ ทิสฺวา นิมนฺเตสึ, อยฺยานํ นิสีทนฏฺฐานํ สํวิทหถ, ยาคุภตฺตาทีนิ สมฺปาเทถา’’ติ คามมชฺเฌ มณฺฑปํ การาเปตฺวา อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวา ปุนทิวเส ปจฺเจกพุทฺเธ นิสีทาเปตฺวา ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน ปริวิสิตฺวา ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน ตสฺมึ คาเม สพฺพา อิตฺถิโย อาทาย ตาหิ สทฺธึ ปจฺเจกพุทฺเธ วนฺทิตฺวา เตมาสํ วสนตฺถาย ปฏิญฺญํ คณฺหิตฺวา ปุน คาเม อุคฺโฆเสสิ – ‘‘อมฺมตาตา, เอเกกกุลโต เอเกกปุริโส วาสิผรสุอาทีนิ คเหตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ทพฺพสมฺภาเร อาหริตฺวา อยฺยานํ วสนฏฺฐานํ กโรตู’’ติ. คามวาสิโน ตสฺสาเยว วจนํ สุตฺวา เอเกโก เอเกกํ กตฺวา สทฺธึ รตฺติทิวาฏฺฐาเนหิ ปณฺณสาลสหสฺสํ นิฏฺฐาเปตฺวา อตฺตโน อตฺตโน ปณฺณสาลายํ อุปคตํ ปจฺเจกพุทฺธํ ‘‘อหํ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหิสฺสามิ, อหํ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหิสฺสามี’’ติ วตฺวา อุปฏฺฐหึสุ. สา วสฺสํวุฏฺฐกาเล ‘‘อตฺตโน อตฺตโน ปณฺณสาลาย วสฺสํวุฏฺฐานํ ปจฺเจกพุทฺธานํ จีวรสาฏเก สชฺเชถา’’ติ สมาทเปตฺวา เอเกกสฺส สหสฺส สหสฺสมูลํ จีวรํ ทาเปสิ. ปจฺเจกพุทฺธา วุฏฺฐวสฺสา อนุโมทนํ กตฺวา ปกฺกมึสุ. คามวาสิโนปิ อิทํ ปุญฺญกมฺมํ กตฺวา ตโต จุโต ตาวตึสเทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา คณเทวตา นาม อเหสุํ.
เต ตตฺถ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล กุฏุมฺพิกเคเหสุ นิพฺพตฺตึสุ. ปุพฺเพ เชฏฺฐกเปสกาโร เชฏฺฐกกุฏุมฺพิกสฺส ปุตฺโต อโหสิ. ภริยาปิสฺส เอกสฺส เชฏฺฐกกุฏุมฺพิกสฺส ธีตา อโหสิ. เสสานํ ภริยาโย เสสกุฏุมฺพิกานํ ธีตโร อเหสุํ, ตา สพฺพาปิ วยปฺปตฺตา ปรกุลํ คจฺฉนฺติโย เตสํ เตสํเยว เคหานิ อคมํสุ. อเถกทิวสํ วิหาเร ธมฺมสฺสวเน สงฺฆุฏฺเฐ ‘‘สตฺถา ธมฺมํ เทเสสฺสตี’’ติ สุตฺวา เต สพฺเพปิ กุฏุมฺพิกา ‘‘ธมฺมํ โสสฺสามา’’ติ ภริยาหิ สทฺธึ วิหารํ อคมํสุ. เตสํ วิหารมชฺฌํ ปวิฏฺฐกฺขเณ วสฺสํ วสฺสิ. เยสํ กุลูปกา วา ญาติสามเณราทโย วา อตฺถิ, เต เตสํ ปริเวณาทีนิ ปวิสึสุ. เต ปน ตถารูปานํ นตฺถิตาย กตฺถจิ ปวิสิตุํ อวิสหนฺตา วิหารมชฺเฌเยว อฏฺฐํสุ. อถ เน เชฏฺฐกกุฏุมฺพิโก อาห – ‘‘ปสฺสถ, โภ, อมฺหากํ วิปฺปการํ, กุลปุตฺเตหิ นาม เอตฺตเกน ลชฺชิตุํ ยุตฺต’’นฺติ. ‘‘อยฺย, กึ กโรมา’’ติ? ‘‘มยํ วิสฺสาสิกฏฺฐานสฺส อภาเวน อิมํ วิปฺปการํ ปตฺตา, สพฺเพ ธนํ สํหริตฺวา ปริเวณํ กริสฺสามา’’ติ. ‘‘สาธุ, อยฺยา’’ติ เชฏฺฐโก สหสฺสํ อทาสิ. เสสา ปญฺจ ปญฺจ สตานิ. อิตฺถิโย อฑฺฒเตยฺยานิ อฑฺฒเตยฺยานิ สตานิ. เต ตํ ธนํ อาหริตฺวา สหสฺสกูฏาคารปริวารํ สตฺถุ วสนตฺถาย มหาปริเวณํ นาม การาเปสุํ. นวกมฺมสฺส มหนฺตตาย ธเน อปฺปโหนฺเต ปุพฺเพ ทินฺนธนโต ปุน อุปฑฺฒูปฑฺฒํ อทํสุ. นิฏฺฐิเต ปริเวเณ วิหารมหํ กโรนฺตา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส สตฺตาหํ มหาทานํ ทตฺวา วีสติยา ภิกฺขุสหสฺสานํ จีวรานิ สชฺชยึสุ.
เชฏฺฐกกุฏุมฺพิกสฺส ปน ภริยา อตฺตโน ปญฺญาย ฐิตา อหํ เตหิ สมกํ อกตฺวา อติเรกตรํ กตฺวา ‘‘สตฺถารํ ปูเชสฺสามี’’ติ อโนชปุปฺผวณฺเณน สหสฺสมูเลน สาฏเกน สทฺธึ อโนชปุปฺผจงฺโกฏกํ คเหตฺวา สตฺถารํ อโนชปุปฺเผหิ ปูเชตฺวา ตํ สาฏกํ สตฺถุ ปาทมูเล ฐเปตฺวา, ‘‘ภนฺเต, นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน อโนชปุปฺผวณฺณํเยว เม สรีรํ โหตุ, อโนชาเตฺวว จ นามํ โหตู’’ติ ปตฺถนํ อกาสิ. สตฺถา ‘‘เอวํ โหตู’’ติ อนุโมทนํ อกาสิ. เต สพฺเพปิ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ตโต จุตา เทวโลเก นิพฺพตฺตึสุ. เต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เทวโลกา จวิตฺวา เชฏฺฐโก กุกฺกุฏวตีนคเร ราชกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต มหากปฺปินราชา นาม อโหสิ. เสสา อมจฺจกุเลสุ นิพฺพตฺตึสุ. เชฏฺฐกสฺส ภริยา มทฺทรฏฺเฐ สากลนคเร ราชกุเล นิพฺพตฺติ อโนชปุปฺผวณฺณเมวสฺสา สรีรํ อโหสิ, เตน อโนชาเตฺววสฺสา นามํ อกํสุ, สา วยปฺปตฺตา มหากปฺปินรญฺโญ เคหํ คนฺตฺวา อโนชาเทวีติ ปากฏา อโหสิ.
เสสิตฺถิโยปิ อมจฺจกุเลสุ นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺตา เตสํเยว อมจฺจปุตฺตานํ เคหานิ อคมํสุ. เต สพฺเพปิ รญฺโญ สมฺปตฺติสทิสํ สมฺปตฺตึ อนุภวึสุ. ยทา หิ ราชา อลงฺการปฏิมณฺฑิโต หตฺถึ อภิรุหิตฺวา วิจรติ, ตทาปิ เต ตเถว วิจรนฺติ. ตสฺมึ อสฺเสน วา รเถน วา วิจรนฺเต เตปิ ตเถว วิจรนฺติ. เอวํ เต เอกโต หุตฺวา กตานํ ปุญฺญานํ พเลน เอกโตว สมฺปตฺตึ อนุภวึสุ. รญฺโญ ปน วาโล, วาลวาหโน, ปุปฺโผ, ปุปฺผวาหโน, สุปตฺโตติ ปญฺเจว อสฺสา โหนฺติ. เตสุ ราชา สุปตฺตํ อสฺสํ สยํ อาโรหติ, อิตเร จตฺตาโร อสฺเส อสฺสาโรหานํ สาสนาหรณตฺถาย อทาสิ. ราชา เต ปาโตว โภเชตฺวา ‘‘คจฺฉถ, ภเณ, เทฺว วา ตีณิ วา โยชนานิ อาหิณฺฑิตฺวา พุทฺธสฺส วา ธมฺมสฺส วา สงฺฆสฺส วา อุปฺปนฺนภาวํ สุตฺวา มยฺหํ สุขสาสนํ อาโรเจถา’’ติ เปเสสิ. เต จตูหิ ทฺวาเรหิ นิกฺขมิตฺวา เทฺว ตีณิ โยชนานิ อาหิณฺฑิตฺวา กิญฺจิ สาสนํ อลภิตฺวาว ปจฺจาคมึสุ.
อเถกทิวสํ ราชา สุปตฺตํ อารุหิตฺวา อมจฺจสหสฺสปริวุโต อุยฺยานํ คจฺฉนฺโต กิลนฺตรูเป ปญฺจสตมตฺเต วาณิชเก นครํ ปวิสนฺเต ทิสฺวา ‘‘อิเม อทฺธานกิลนฺตา, อทฺโธ อิเมสํ สนฺติกา เอกํ ภทฺทกํ สาสนํ โสสฺสามี’’ติ เต ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘กุโต อาคตตฺถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อตฺถิ, เทว, อิโต วีสติโยชนสตมตฺถเก สาวตฺถิ นาม นครํ, ตโต อาคตมฺหา’’ติ. ‘‘อตฺถิ ปน โว เทเส กิญฺจิ สาสนํ อุปฺปนฺน’’นฺติ. ‘‘เทว, อญฺญํ กิญฺจิ นตฺถิ, สมฺมาสมฺพุทฺโธ อุปฺปนฺโน’’ติ. ราชา ตาวเทว พลวปีติยา ผุฏฺฐสรีโร กิญฺจิ สลฺลกฺเขตุํ อสกฺโกนฺโต มุหุตฺตํ วีตินาเมตฺวา ปน, ‘‘ตาตา, กึ วเทถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘พุทฺโธ, เทว, อุปฺปนฺโน’’ติ. ราชา ทุติยมฺปิ ตติยมฺปิ ตเถว วีตินาเมตฺวา จตุตฺถวาเร ‘‘กึ วเทถ, ตาตา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘พุทฺโธ อุปฺปนฺโน’’ติ วุตฺเต, ‘‘ตาตา, สุขสาสนสวนาย สตสหสฺสํ โว ทมฺมี’’ติ วตฺวา ‘‘อปรมฺปิ กิญฺจิ สาสนํ อตฺถิ, ตาตา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อตฺถิ, เทว, ธมฺโม อุปฺปนฺโน’’ติ. ราชา ตมฺปิ สุตฺวา ปุริมนเยเนว ตโย วาเร วีตินาเมตฺวา จตุตฺถวาเร ‘‘ธมฺโม อุปฺปนฺโน’’ติ วุตฺเต – ‘‘อิธาปิ โว สตสหสฺสํ ทมฺมี’’ติ วตฺวา ‘‘อปรมฺปิ กิญฺจิ สาสนํ อตฺถิ, ตาตา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อตฺถิ, เทว, สงฺโฆ อุปฺปนฺโน’’ติ. ราชา ตมฺปิ สุตฺวา ตเถว ตโย วาเร วีตินาเมตฺวา จตุตฺถวาเร ‘‘สงฺโฆ อุปฺปนฺโน’’ติ วุตฺเต – ‘‘อิธาปิ โว สตสหสฺสํ ทมฺมี’’ติ วตฺวา อมจฺจสหสฺสํ โอโลเกตฺวา, ‘‘ตาตา, กึ กริสฺสามา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘เทว, ตุเมฺห กึ กริสฺสถา’’ติ? ‘‘อหํ, ตาตา, ‘พุทฺโธ อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺโน สงฺโฆ อุปฺปนฺโน’ติ สุตฺวา น ปุน นิวตฺติสฺสามิ, ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส คนฺตฺวา ตสฺส สนฺติเก ปพฺพชิสฺสามี’’ติ. ‘‘มยมฺปิ, เทว, ตุเมฺหหิ สทฺธึ ปพฺพชิสฺสามา’’ติ. ราชา สุวณฺณปฏฺเฏ อกฺขรานิ ลิขาเปตฺวา วาณิชกานํ ทตฺวา ‘‘อิมํ อโนชาย นาม เทวิยา เทถ, สา ตุมฺหากํ ตีณิ สตสหสฺสานิ ทสฺสติ, เอวญฺจ ปน นํ วเทยฺยาถ ‘รญฺญา กิร เต อิสฺสริยํ วิสฺสฏฺฐํ, ยถาสุขํ สมฺปตฺตึ ปริภุญฺชาหี’ติ, สเจ ปน ‘โว ราชา กห’นฺติ ปุจฺฉติ, ‘สตฺถารํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิสฺสามี’ติ วตฺวา คโตติ อาโรเจยฺยาถา’’ติ อาห. อมจฺจาปิ อตฺตโน อตฺตโน ภริยานํ ตเถว สาสนํ ปหิณึสุ. ราชา วาณิชเก อุยฺโยเชตฺวา อสฺสํ อภิรุยฺห อมจฺจสหสฺสปริวุโต ตํขณญฺเญว นิกฺขมิ.
สตฺถาปิ ตํทิวสํ ปจฺจูสกาเล โลกํ โวโลเกนฺโต มหากปฺปินราชานํ สปริวารํ ทิสฺวา ‘‘อยํ มหากปฺปิโน วาณิชกานํ สนฺติกา ติณฺณํ รตนานํ อุปฺปนฺนภาวํ สุตฺวา เตสํ วจนํ ตีหิ สตสหสฺเสหิ ปูเชตฺวา รชฺชํ ปหาย อมจฺจสหสฺสปริวุโต มํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิตุกาโม เสฺว นิกฺขมิสฺสติ, โส สปริวาโร สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสติ, ปจฺจุคฺคมนํ กริสฺสามี’’ติ ปุนทิวเส จกฺกวตฺตี วิย ขุทฺทกคามโภชกํ ราชานํ ปจฺจุคฺคจฺฉนฺโต สยเมว ปตฺตจีวรมาทาย วีสโยชนสตํ มคฺคํ ปจฺจุคฺคนฺตฺวา จนฺทภาคาย นทิยา ตีเร นิโคฺรธรุกฺขมูเล ฉพฺพณฺณพุทฺธรสฺมิโย วิสฺสชฺเชตฺวา นิสีทิ. ราชาปิ อาคจฺฉนฺโต เอกํ นทึ ปตฺวา ‘‘กา นามาย’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘อปรจฺฉา นาม, เทวา’’ติ. ‘‘กิมสฺสา ปริมาณํ, ตาตา’’ติ? ‘‘คมฺภีรโต คาวุตํ, ปุถุลโต เทฺว คาวุตานิ, เทวา’’ติ. ‘‘อตฺถิ ปเนตฺถ นาวา วา อุฬุมฺโป วา’’ติ? ‘‘นตฺถิ, เทวา’’ติ. ‘‘นาวาทีนิ โอโลเกนฺเต อเมฺห ชาติ ชรํ อุปเนติ, ชรา มรณํ. อหํ นิพฺเพมติโก หุตฺวา ตีณิ รตนานิ อุทฺทิสฺส นิกฺขนฺโต, เตสํ เม อานุภาเวน ‘อิทํ อุทกํ อุทกํ วิย มา โหตู’ติ รตนตฺตยสฺส คุณํ อาวชฺเชตฺวา ‘อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’’ติ พุทฺธคุณํ อนุสฺสรนฺโต สปริวาโร อสฺสสหสฺเสน อุทกปิฏฺเฐ ปกฺขนฺทิ. สินฺธวา ปิฏฺฐิปาสาเณ วิย ปกฺขนฺทึสุ. ขุรานํ อคฺคฏฺฐาเนว เตมึสุ.
โส ตํ อุตฺตริตฺวา ปุรโต คจฺฉนฺโต อปรมฺปิ นทึ ทิสฺวา ‘‘อยํ กา นามา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘นีลวาหา นาม, เทวา’’ติ. ‘‘กิมสฺสา ปริมาณ’’นฺติ? ‘‘คมฺภีรโตปิ ปุถุลโตปิ อฑฺฒโยชนํ, เทวา’’ติ. เสสํ ปุริมสทิสเมว. ตํ ปน นทึ ทิสฺวา ‘‘สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม’’ติ ธมฺมานุสฺสตึ อนุสฺสรนฺโต ปกฺขนฺทิ. ตมฺปิ อติกฺกมิตฺวา คจฺฉนฺโต อปรมฺปิ นทึ ทิสฺวา ‘‘อยํ กา นามา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘จนฺทภาคา นาม, เทวา’’ติ. ‘‘กิมสฺสา ปริมาณ’’นฺติ? ‘‘คมฺภีรโตปิ ปุถุลโตปิ โยชนํ, เทวา’’ติ. เสสํ ปุริมสทิสเมว. ตํ ปน นทึ ทิสฺวา ‘‘สุปฺปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ’’ติ สงฺฆานุสฺสตึ อนุสฺสรนฺโต ปกฺขนฺทิ. ตมฺปิ นทึ อติกฺกมิตฺวา คจฺฉนฺโต สตฺถุ สรีรโต นิกฺขนฺตา ฉพฺพณฺณพุทฺธรสฺมิโย นิโคฺรธรุกฺขสฺส สาขาวิฏปปลาสานิ โอภาสยมานา ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ โอภาโส เนว จนฺทสฺส, น สูริยสฺส, น เทวมารพฺราหฺมณสุปณฺณนาคานํ อญฺญตรสฺส, อทฺธา อหํ สตฺถารํ อุทฺทิสฺส อาคจฺฉนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺเธน ทิฏฺโฐ ภวิสฺสามี’’ติ. โส ตาวเทว อสฺสปิฏฺฐิโต โอตริตฺวา โอนตสรีโร รสฺมิยานุสาเรน สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา มโนสิลารเส นิมุชฺชนฺโต วิย พุทฺธรสฺมีนํ อนฺโต ปาวิสิ. โส สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ สทฺธึ อมจฺจสหสฺเสน. สตฺถา เตสํ อนุปุพฺพึ กถํ กเถสิ. เทสนาปริโยสาเน สปริวาโร ราชา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ.
อถ สพฺเพ อุฏฺฐหิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจึสุ. สตฺถา ‘‘อาคมิสฺสติ นุ โข อิเมสํ กุลปุตฺตานํ อิทฺธิมยปตฺตจีวร’’นฺติ อุปธาเรนฺโต ‘‘อิเม กุลปุตฺตา ปจฺเจกพุทฺธสหสฺสานํ จีวรสหสฺสํ อทํสุ, กสฺสปพุทฺธกาเล วีสติยา ภิกฺขุสหสฺสานํ วีสติจีวรสหสฺสานิปิ อทํสุ, อนจฺฉริยํ อิเมสํ กุลปุตฺตานํ อิทฺธิมยปตฺตจีวราคมน’’นฺติ ญตฺวา ทกฺขิณหตฺถํ ปสาเรตฺวา ‘‘เอถ, ภิกฺขโว, จรถ พฺรหฺมจริยํ สมฺมา ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยายา’’ติ อาห. เต ตาวเทว อฏฺฐปริกฺขารธรา วสฺสสฏฺฐิกตฺเถรา วิย หุตฺวา เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปจฺโจโรหิตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ.
เต ปน วาณิชกา ราชเคหํ คนฺตฺวา เทวิยา รญฺญา ปหิตสาสนํ อาโรเจตฺวา เทวิยา ‘‘อาคจฺฉนฺตู’’ติ วุตฺเต ปวิสิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. อถ เน เทวี ปุจฺฉิ – ‘‘ตาตา, กึการณา อาคตตฺถา’’ติ? ‘‘มยํ รญฺญา ตุมฺหากํ สนฺติกํ เปสิตา, ตีณิ กิร โน สตสหสฺสานิ เทถา’’ติ. ‘‘พหุํ, ภเณ, ภณถ, กึ ตุเมฺหหิ รญฺโญ สนฺติเก กตํ, กิสฺมึ โว ราชา ปสนฺโน เอตฺตกํ ธนํ ทาเปตี’’ติ? ‘‘เทวิ, น อญฺญํ กิญฺจิ กตํ, เอกํ ปน สาสนํ อาโรจยิมฺหา’’ติ. ‘‘สกฺกา ปน, ตาตา, มยฺหมฺปิ ตํ อาโรเจตุ’’นฺติ. ‘‘สกฺกา, เทวี’’ติ สุวณฺณภิงฺคาเรน มุขํ วิกฺขาเลตฺวา ‘‘เทวิ, พุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน’’ติ. สาปิ ตํ สุตฺวา ปีติยา ผุฏฺฐสรีรา ติกฺขตฺตุํ กิญฺจิ อสลฺลกฺเขตฺวา จตุตฺถวาเร ‘‘พุทฺโธ อุปฺปนฺโน’’ติ สุตฺวา ‘‘กึ, ตาตา, อิมสฺมึ ปเท รญฺญา ทินฺน’’นฺติ? ‘‘สตสหสฺสํ, เทวี’’ติ. ‘‘ตาตา, อนนุจฺฉวิกํ รญฺญา กตํ เอวรูปํ สาสนํ สุตฺวา ตุมฺหากํ สตสหสฺสททมาเนน, อหํ โว มม ทุคฺคตปณฺณากาเร ตีณิ สตสหสฺสานิ ทมฺมิ. อปรํ กิญฺจิ ตุเมฺหหิ อาโรจิต’’นฺติ? เต อิทญฺจ อิทญฺจาติ อิตรานิปิ เทฺว สาสนานิ อาโรเจสุํ. เทวี ปุริมนเยเนว ตโย ตโย วาเร อสลฺลกฺเขตฺวา จตุตฺถจตุตฺถวาเร ตีณิ ตีณิ สตสหสฺสานิ อทาสิ. เอวํ เต สพฺพานิ ทฺวาทสสตสหสฺสานิ ลภึสุ.
อถ เน เทวี ปุจฺฉิ – ‘‘ราชา กหํ, ตาตา’’ติ? ‘‘เทวิ, ราชา ‘สตฺถารํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิสฺสามี’ติ วตฺวา คโต’’ติ. ‘‘มยฺหํ เตน กึ สาสนํ ทินฺน’’นฺติ? ‘‘สพฺพํ กิร อิสฺสริยํ ตุมฺหากํ วิสฺสฏฺฐํ, ‘ตุเมฺห กิร ยถาสุขํ สมฺปตฺตึ อนุภวถา’’’ติ. ‘‘อมจฺจา ปน กุหึ, ตาตา’’ติ? ‘‘เตปิ รญฺญา สทฺธึ ‘ปพฺพชิสฺสามา’ติ คตา, เทวี’’ติ. สา เตสํ ภริยาโย ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘อมฺมา, ตุมฺหากํ สามิกา รญฺญา สทฺธึ ‘ปพฺพชิสฺสามา’ติ คตา, ตุเมฺห กึ กริสฺสถา’’ติ? ‘‘กึ ปน เตหิ อมฺหากํ สาสนํ ปหิตํ, เทวี’’ติ? ‘‘เตหิ กิร อตฺตโน สมฺปตฺติ ตุมฺหากํ วิสฺสฏฺฐา ‘ตุเมฺห กิร สมฺปตฺตึ ยถาสุขํ ปริภุญฺชถา’’’ติ. ‘‘ตุเมฺห ปน, เทวิ, กึ กริสฺสถา’’ติ? ‘‘อมฺหากํ โส ตาว ราชา มคฺเค ฐิโต ตีหิ สตสหสฺเสหิ ตีณิ รตนานิ ปูเชตฺวา เขฬปิณฺฑํ วิย สมฺปตฺตึ ปหาย ‘ปพฺพชิสฺสามี’ติ นิกฺขนฺโต, มยาปิ ติณฺณํ รตนานํ สาสนํ สุตฺวา ตานิ นวหิ สตสหสฺเสหิ ปูชิตานิ, น โข ปเนสา สมฺปตฺติ นาม รญฺโญเยว ทุกฺขา, มยฺหมฺปิ ทุกฺขา เอว. โก รญฺญา ฉฑฺฑิตเขฬปิณฺฑํ ชณฺณุเกหิ ภูมิยํ ปติฏฺฐหิตฺวา มุเขน คณฺหิสฺสติ, น มยฺหํ สมฺปตฺติยา อตฺโถ, สตฺถารํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิสฺสามี’’ติ. ‘‘เทวิ, มยมฺปิ ตุเมฺหหิ สทฺธึ ปพฺพชิสฺสามา’’ติ. ‘‘สเจ สกฺโกถ, สาธู’’ติ. ‘‘สกฺโกม, เทวี’’ติ. เตน หิ ‘‘เอถา’’ติ รถสหสฺสํ โยชาเปตฺวา รถํ อารุยฺห ตาหิ สทฺธึ นิกฺขมิตฺวา อนฺตรามคฺเค ปฐมํ นทึ ทิสฺวา ยถา รญฺญา ปฐมํ ปุจฺฉิตา, ตเถว ปุจฺฉิตฺวา สพฺพํ ปวตฺตึ สุตฺวา ‘‘รญฺญา คตมคฺคํ โอโลเกถา’’ติ วตฺวา ‘‘สินฺธวานํ ปทวลญฺชํ น ปสฺสามา’’ติ วุตฺเต ราชา ‘‘ตีณิ รตนานิ อุทฺทิสฺส นิกฺขนฺโตสฺมี’’ติ สจฺจกิริยํ กริตฺวา ติณฺณํ รตนานํ คุเณ อนุสฺสริตฺวา คโต ภวิสฺสติ, อหมฺปิ ตีณิ รตนานิ อุทฺทิสฺส นิกฺขนฺตา, เตสํ เม อานุภาเวน ‘‘อิทํ อุทกํ อุทกํ วิย มา โหตู’’ติ ติณฺณํ รตนานํ คุเณ อนุสฺสรนฺตี รถสหสฺสํ เปเสสิ. อุทกํ ปิฏฺฐิปาสาณสทิสํ อโหสิ, จกฺกานํ อคฺคฏฺฐาเนว เตมึสุ. เอเตเนว อุปาเยน อิตรา เทฺวปิ นทิโย อุตฺตรึสุ.
สตฺถา ตาสํ อาคตภาวํ ญตฺวา ยถา ตา อตฺตโน สนฺติเก นิสินฺเน สามิเก ภิกฺขู น ปสฺสนฺติ, ตถา อธิฏฺฐาสิ. เทวีปิ อาคจฺฉนฺตี สตฺถุ สรีรโต นิกฺขนฺตา รสฺมิโย ทิสฺวา ตเถว จินฺเตตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา, วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิตา ปุจฺฉิ – ‘‘ภนฺเต, มหากปฺปิโน ราชา ตุเมฺห อุทฺทิสฺส นิกฺขมิตฺวา คโต, กหํ นุ โข โส, อมฺหากํ ตํ ทสฺเสถา’’ติ. ‘‘นิสีทถ ตาว, อิเธว นํ ปสฺสิสฺสถา’’ติ. ตา สพฺพาปิ หฏฺฐตุฏฺฐา ‘‘อิเธว กิร นิสินฺนา สามิเก โน ปสฺสิสฺสามา’’ติ นิสีทึสุ. สตฺถา อนุปุพฺพึ กถํ กเถสิ. อโนชาเทวี เทสนาปริโยสาเน ตาหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผลํ ปาปุณิ. มหากปฺปิโน เถโร ตาสํ เทสิยมานํ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา สปริวาโร สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. ตสฺมึ ขเณ สตฺถา ตาสํ เต ภิกฺขู ทสฺเสสิ. ตาสญฺหิ อาคตกฺขเณเยว อตฺตโน สามิเก กาสาวธเร มุณฺฑสีเส ทิสฺวา จิตฺตํ เอกคฺคํ น ภเวยฺย, มคฺคผลํ นิพฺพตฺเตตุํ สกฺกา น ภเวยฺย. ตสฺมา อจลสทฺธาย ปติฏฺฐิตกาลโต ปฏฺฐาย ตาสํ เต ภิกฺขู อรหตฺตปฺปตฺเต ทสฺเสสิ. ตาปิ เต ทิสฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ ปพฺพชิตกิจฺจํ มตฺถกปฺปตฺต’’นฺติ วตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจึสุ.
เอวํ วุตฺเต สตฺถา อุปฺปลวณฺณาย เถริยา อาคมนํ จินฺเตสิ. สา สตฺถุ จินฺติตกฺขเณเยว อากาเสนาคนฺตฺวา ตา สพฺพา อิตฺถิโย คเหตฺวา อากาเสน ภิกฺขุนุปสฺสยํ เนตฺวา ปพฺพาเชสิ. ตา สพฺพา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. สตฺถา ภิกฺขุสหสฺสํ อาทาย อากาเสน เชตวนํ อคมาสิ. ตตฺร สุทํ อายสฺมา มหากปฺปิโน รตฺติฏฺฐานาทีสุ ‘‘อโห สุขํ, อโห สุข’’นฺติ อุทานํ อุทาเนนฺโต วิจรติ. ภิกฺขู ภควโต อาโรเจสุํ – ‘‘ภนฺเต, มหากปฺปิโน ‘อโห สุขํ, อโห สุข’นฺติ อุทานํ อุทาเนนฺโต วิจรติ, อตฺตโน รชฺชสุขํ อารพฺภ อุทาเนติ มญฺเญ’’ติ. สตฺถา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา – ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, กปฺปิน, กามสุขํ อารพฺภ อุทานํ อุทาเนสี’’ติ? ‘‘ภควา เม, ภนฺเต, ตํ อารพฺภ อุทานภาวํ วา อญฺญํ อารพฺภ อุทานภาวํ วา ชานาตี’’ติ. อถ สตฺถา – ‘‘น, ภิกฺขเว, มม ปุตฺโต กามสุขํ รชฺชสุขํ อารพฺภ อุทานํ อุทาเนติ, ปุตฺตสฺส ปน เม ธมฺมํ จรโต ธมฺมปีติ นาม อุปฺปชฺชติ, โส อมตมหานิพฺพานํ อารพฺภ เอวํ อุทานํ อุทาเนสี’’ติ อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –
‘‘ธมฺมปีติ สุขํ เสติ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;
อริยปฺปเวทิเต ธมฺเม, สทา รมติ ปณฺฑิโต’’ติ. (ธ. ป. ๗๙);
อเถกทิวสํ สตฺถา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘กจฺจิ, ภิกฺขเว, กปฺปิโน ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสตี’’ติ? ‘‘อปฺโปสฺสุกฺโก, ภนฺเต, ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ อนุยุตฺโต วิหรติ, โอวาทมตฺตมฺปิ น เทตี’’ติ. สตฺถา เถรํ ปกฺโกสาเปตฺวา – ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, กปฺปิน, อนฺเตวาสิกานํ โอวาทมตฺตมฺปิ น เทสี’’ติ? ‘‘สจฺจํ, ภควา’’ติ. ‘‘พฺราหฺมณ, มา เอวํ อกาสิ, อชฺช ปฏฺฐาย อุปคตานํ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสหี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ เถโร ภควโต วจนํ สิรสา สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เอโกวาเทเนว สมณสหสฺสํ อรหตฺเต ปติฏฺฐาเปสิ. เตน นํ สตฺถา ปฏิปาฏิยา อตฺตโน สาวเก ฐานนฺตเร ฐเปนฺโต ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขุโอวาทกานํ ยทิทํ มหากปฺปิโน’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๑๙, ๒๓๑) เอตทคฺเค ฐเปสิ.
๖๖. เอวํ เถโร ปตฺตอรหตฺตผโล อตฺตโน ปุพฺพกมฺมํ สริตฺวา โสมนสฺสชาโต ปุพฺพจริตาปทานํ ปกาเสนฺโต ปทุมุตฺตโร นาม ชิโนติอาทิมาห. อุทิโต อชฏากาเสติ สกลากาเส อุทิโต อุฏฺฐิโต ปากฏภูโต. สรทมฺพเร สรทกาเล อากาเส รวีว สูริโย อิวาติ อตฺโถ.
๗๐. อกฺขทสฺโส ตทา อาสินฺติ ตสฺมึ ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล สารทสฺสี หิตทสฺสี อาจริโย ปากโฏ อโหสินฺติ อตฺโถ.
๗๑. สาวกสฺส กตาวิโนติ ตสฺส ภควโต เม มนํ มม จิตฺตํ, ตปฺปยนฺตสฺส โตสยนฺตสฺส สาวกสฺส โอวาทกสฺส คุณํ ปกาสยโต อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตสฺส กตาวิโน สาตจฺจกิจฺจยุตฺตสฺส วจนํ สุตฺวาติ สมฺพนฺโธ.
๗๓. หํสสมภาโคติ หํสสทิสคามิ. หํสทุนฺทุภินิสฺสโนติ หํสรโว ทุนฺทุภิเภริสทฺทสทิสวจโน ‘‘เอตํ มหามตฺตํ ปสฺสถ, ภิกฺขโว’’ติ อาหาติ สมฺพนฺโธ.
๗๔. สมุคฺคตตนูรุหนฺติ สุฏฺฐุ อุคฺคตโลมํ อุทฺธคฺคโลมํ, อุทคฺยมนํ วา. ชีมูตวณฺณนฺติ มุตฺตผลสมานวณฺณํ สุนฺทรสรีรปภนฺติ อตฺโถ. ปีณํสนฺติ ปริปุณฺณํ อํสํ. ปสนฺนนยนานนนฺติ ปสนฺนอกฺขิปสนฺนมุขนฺติ อตฺโถ.
๗๕. กตาวิโนติ กตาธิการสฺส เอตทคฺเค ฐิตสฺส ภิกฺขุโน ฐานํ โส เอโส มุทิตาย ปหฏฺฐจิตฺตตาย ปตฺเถตีติ สมฺพนฺโธ.
๘๑. สตโส อนุสาสิยาติ ธมฺเมน สเมน วจเนน การณวเสน อนุสาสิตฺวาติ อตฺโถ. พาราณสิยมาสนฺเนติ พาราณสิยา สมีเป เปสการคาเม. ชาโต เกนิยชาติยนฺติ ตนฺตวายชาติยา เปสการกุเล ชาโตติ อตฺโถ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมวาติ.
มหากปฺปินตฺเถรอปทานวณฺณนา สมตฺตา.